จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สายรัดเอวแห่งธาตุทั้ง 4

ชื่อตอน : สายรัดเอวแห่งธาตุทั้ง 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 64

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2562 17:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สายรัดเอวแห่งธาตุทั้ง 4
แบบอักษร

image

รูปของคิตตี้ ชิชา ต้นแบบของอจินไตยมากสักหน่อยนะคะ

..................

ตลอดเย็นจนค่ำคืนถึงรุ่งเช้า..

จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยก็ยังไม่ออกมาจากห้อง..

แสงสว่างลอดหน้าต่าง..ม่านมุ้งสีขาวที่เตียงยังคงงามบริสุทธิ์...

เสียงระบายลมหายใจดังมาจากร่างบนเตียง..

เป็นเสียงของจินดาพิสุทธิ์..

อจินไตยหลับตาอยู่เคียงข้าง..อ้อมกอดของเจ้าหญิงแห่งจันทราโอบร่างนางตลอด..

ค่ำคืนอันแสนสุขหลังจากเผชิญกับวิกฤติชวนให้เคร่งเครียด..ทั้งสองยังคงมีความสุขต่อกันได้..

อจินไตยลืมตาขึ้นช้า ๆ ..

นับตั้งแต่แต่งงานกัน..เหมือนอจินไตยจะดูเป็นหญิงสาวธรรมดามากขึ้น..การมองนิ่งราวกับงูน้อยครั้งจะเกิดขึ้นอีก..ความรักทำให้นางเป็นเช่นนี้..

และเมื่อคืน..ทำให้นางสุขสมอิ่มเอมนัก..

เหมือนริต้าหรือจินดาพิสุทธิ์ก็เช่นกัน..

“..ริต้า..”อจินไตยพูดเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายยังคงนอนนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่.. “..เราจะทำอะไรกันต่อไป..”

จินดาพิสุทธิ์หันมามองความงามที่ไม่อาจหาคำตอบคนนี้..

ประกายตาของเจ้าหญิงแห่งจันทรามีแววของความกระหายเล็ก ๆ ..

อจินไตยยกมือผลักหน้าคนรัก..

“..เธอจะหื่นไปไหนหือริต้า..นี่เพราะหื่นฉันไม่ใช่หรือไง..ถึงเสียวิชาอากาศมนตราไป..”

“..หรือเธอไม่หื่นล่ะอจินไตย..”

เจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาแย้มยิ้ม..มองนิ่งราวกับงูอีก...

“..บอกให้ตามตรงนะ..กินเธอทั้งวันยังได้เลย..”

“..ฉันก็เหมือนกันนะอจินไตย..แต่ทุกอย่างควรจะมีข้อจำกัดของมัน..ดังนั้น..ตอนนี้ไม่ว่าฉันจะหื่นเธอแค่ไหน..ก็คงต้องสะกดกลั้นไว้..รอช่วงกลางคืนจะดีกว่า..”

ร่างเปลือยเปล่าทั้งสองกอดรัดกันอีก..ราวกับงูสองตัวที่รัดกันเป็นเกลียว...

ร่างของจินดาพิสุทธิ์ถึงกับตกเตียง..แต่ก่อนตกเตียง..กลับรั้งเชือกกระดิ่งหัวเตียงจนมีเสียงดังขึ้น..อจินไตยยังคงรุกเลื้อยฟัดร่างเปลือยอย่างเมามัน..

ไม่เคยอิ่มเลย..ริต้าของฉัน..

ประตูเปิดออก..ที่แท้..กระดิ่งหัวเตียงเป็นการเรียกนางกำนัลรับใช้..ทำให้นางกำนัลที่เดินเข้ามา..ถึงกับตกใจจนอุทาน.อ่างน้ำอุ่นตกกระจาย..นางกำนัลที่ถือถาดเครื่องล้างหน้าสีฟันและผ้า..ต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน..

สองเจ้าหญิงรู้สึกตัว..ก่อนจะยิ้มแหย..และลุกขึ้น..นางกำนัลพยายามกลั้นหัวเราะ..

“..บ่าวทำน้ำหก..จะไปนำเอาน้ำอุ่นมาให้เจ้าหญิงทั้งสองล้างหน้าใหม่..โปรดรอบ่าวสักครู่..”

พูดจบก็ถอยออกมา..ทิ้งให้เพื่อนนางกำนัลทำท่าเด๋อ ๆ ด๋า ๆ อยู่..

จินดาพิสุทธิ์รู้สึกกระดากอาย..อจินไตยรีบคว้าผ้าห่มยื่นให้..ค้อนคนรักวงหนึ่ง..

ทำขายหน้าจนได้..

แต่อย่างน้อย..อจินไตยก็ยินดีที่คนรักไม่เครียดกังวลอย่างที่คาดคิดไว้..เพราะสำหรับคนบางคนแล้ว..การสูญเสียพลังอำนาจที่ภาคภูมิใจ..ย่อมสร้างความรู้สึกท้อแท้ให้เกิดขึ้นได้..

....

เสร็จสรรพจากการล้างหน้า..สีฟัน..อาบน้ำ..เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย..สองเจ้าหญิงก็ลงมาจากตำหนักในวังจันทรา..ตรงไปยังสถานที่ว่าราชการของแคว้น..

เวลานี้..การพิจารณาข้อราชการสิ้นสุดไปแล้ว..เหลือแต่ราชินีจันทราและแม่ทัพตึกแดงแมวหลวงอยู่พร้อมกับขุนนางและแม่ทัพนายกองคนสนิทอยู่ไม่กี่คน..

ราชินีจันทราโสมมวดีเห็นสองเจ้าหญิงก็อดพูดไม่ได้..

“..ลูกสาวข้าทั้งสองคงอิ่มเอมกันสมอยากสินะ..”

จินดาพิสุทธิ์รู้สึกกระดากอายเล็กน้อย..แต่อจินไตยกลับพูดว่า..

“..ยิ่งเครียดกังวล..ยิ่งผ่อนคลายกันจนอิ่มเอม..ท่านแม่วางใจเถิด..จินดาพิสุทธิ์ของท่านคงไม่กังวลอันใดแล้ว.”

เสียงแม่ทัพแมวหลวงพูดขึ้นว่า..

“..อย่างนั้นก็ดีแล้ว..เจ้าทั้งสองพร้อมจะเดินทางอีกหรือไม่..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..นายแม่จะให้เราไปที่ไหน..”

“..เราหารือกับท่านแม่ของพวกเจ้า..”แม่ทัพแมวหลวงปรับสำนวนภาษาให้เป็นแบบชาวทวีปเบญจอังคะแม้ว่าจะพูดกับลูกสาว.. “..เรื่องแผนการของนางปีศาจพิรุณเลือด..จำเป็นต้องมีคนไปกระทำการที่แคว้นมิลินทระสักครา..”

“..แม้พิรุณเลือดจะรวบรวมบัญชาทุกค่ายสำนักฝีมือระดมกำลังได้มาก..แต่ก็ยังไม่ควรจะบุกแคว้นมิลินทระในทันทีตามที่เราคาดการณ์..เพราะจะมากจะน้อย..กำลังทหารของแคว้นมิลินทระแม้จะไม่มากมายเช่นแคว้นอื่น..แต่ก็สมควรจะมากกว่าศิษย์ทุกค่ายสำนักที่พิรุณเลือดระดมบัญชามาได้แน่..”ราชินีจันทราพูด..

ที่ปรึกษาแม่ทัพผู้เฒ่านกคุ่มพูดขึ้นว่า..

“..องค์ราชินีและท่านแม่ทัพกล่าวได้ถูกต้อง..แต่มีวิธีเดียวที่กำลังพลของนางจะบรรลุผล..นั่นคือการก่อการจากภายใน..ซึ่งอีกไม่กี่วัน..ก็คงจะสบโอกาสนั้นแน่นอน..”

จินดาพิสุทธิ์อดถามไม่ได้..

“..มีอันใดที่จะทำให้สิ่งที่พิรุณเลือดบรรลุผลหรือท่านผู้เฒ่า..”

ราชินีจันทราโสมมวดีหยิบสาส์นจากแท่นข้างกาย..

“..แคว้นมิลินทระเต็มไปด้วยผู้รอบรู้..และเป็นจุดศูนย์กลางที่สำคัญของทวีปแห่งเทพอสูรเบญอังคะ..และมีงานสำคัญที่ทั้งแผ่นดินให้ความสนใจ..นั่นคือ..การประลองชิงสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่..และนี่คือสาส์นเชิญเข้าร่วมงานในฐานะเจ้าแคว้น..”

ขุนนางคนหนึ่งโค้งและพูดว่า..

“..นี่เป็นการประลองที่แคว้นจันทราเราภูมิใจ..เพราะสามารถชิงสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่มาได้สองเส้น..นั่นคือ..สายรัดเอวแห่งหลักธรณีสีทองซึ่งเจ้าหญิงกัษษากรได้มันไป..ผู้ที่สวมใส่สายรัดเอวนี้..จะสามารถเรียกกำลังแห่งแม่พระธรณีมาใช้ได้..มีกำลังมหาศาล..ส่งผลให้เจ้าหญิงกัษษากรเป็นแม่ทัพที่ทุกแคว้นต่างคร้ามเกรงไม่กล้าสู้ด้วย..”

ราชินีจันทราพยักหน้า..

“..และอีกเส้น..คือสายรัดเอวแห่งแม่พระคงคาสีฟ้า..ทำให้ข้ามีกำลังแห่งแม่พระคงคา..เป็นราชินีแห่งแคว้นจันทราที่ทุกแคว้นต่างก็ไม่กล้าดูแคลน...”

ผู้เฒ่านกคุ่มหัวเราะกังวาน..

“..สมัยที่ข้ายังเป็นนักฆ่าอยู่ในทัพของแม่ทัพบุตรตะวันแคว้นสุริยะ..สิ่งที่พวกเรากองทหารของแคว้นสุริยะกริ่งเกรงที่สุด..ก็คือสายรัดเอวทั้งสองเส้นนี้..ซึ่งหนึ่งเป็นของเจ้าหญิงกัษษากรผู้ล่วงลับ..น่าเสียดายที่สายรัดเอวแห่งหลักธรณีได้สูญหายตามเจ้าของไปด้วย..”

เรื่องราวของกัษษากรเจ้าหญิงคนแรกของราชินีโสมมวดีแห่งแคว้นจันทรา..ทั้งแผ่นดินเพียงทราบว่านางพลีชีพบูชารัก..เป็นที่ซาบซึ้งใจต่อทุกผู้คน..ไม่มีใครทราบว่า..นางแม้จะพลีชีพ..แต่ก็ไปมีชีวิตอยู่ในอีกมิติหนึ่ง..ตลอดจนนำพาเอาสายรัดเอวแห่งหลักธรณีไปด้วย..

จินดาพิสุทธิ์อดถามไม่ได้..

“..แล้วสายรัดเอวที่เหลือเล่า..”

“..ยังมีสายรัดเอวแห่งวาโยธาตุ..และสายรัดเอวแห่งอัคนี..ซึ่งกล่าวไปช่างประหลาดนัก..สายรัดเอวแห่งอัคนีตกเป็นของผู้กล้าท่านหนึ่งนามพญาครุฑทองคำ..แต่ก็ไม่ได้ข่าวมานานปี..ส่วนสายรัดเอวแห่งวาโยธาตุ..ยังไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ..ยังคงเก็บรักษาไว้ที่แคว้นมิลินทระ..ซึ่งจะนำออกมาให้ประลองแย่งชิงกันในอีกไม่กี่วันนี้..”

ราชินีจันทราเอ่ยชมเชยว่า..

“..ท่านผู้เฒ่านกคุ่มมีความรอบรู้กว้างขวางนัก..”

แม่ทัพแมวหลวงพูดขึ้นว่า..

“..การประลองช่วงชิงสายรัดเอวแห่งวาโยธาตุ..ตามที่ข้าได้รับทราบจากคำบอกเล่า..นับว่าเป็นงานใหญ่..ที่ไม่ได้จัดขึ้นบ่อยนัก..และข้อสำคัญ..ในปีนี้ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ..เพราะทางผู้วิเศษผู้รอบรู้ของแคว้นมิลินทระ..ต่างพิจารณาเห็นว่า..สายรัดเอวแห่งหลักธรณีเส้นเดิมได้สาบสูญ..ไม่มีวันจะหวนกลับมาอีก..จึงจัดสร้างสายรัดเอวเส้นใหม่..เป็นเส้นที่สองซึ่งสามารถดึงกำลังแห่งแม่พระธรณีมาใช้ได้..นับว่ายิ่งใหญ่อย่างแท้จริง..เพราะไม่เคยมีการประลองเพื่อช่วงชิงสายรัดเอวสองเส้นในคราวเดียวมาก่อน..”

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์...

“..ทำไมถึงจัดกันได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้กันนะ..แล้วที่ผ่านมา..ทำไมไม่มีใครได้สายรัดเอวแห่งวาโยธาตุเลยล่ะ..”

ราชินีจันทราพูดขึ้นว่า..

“..ไม่ใช่เพียงผู้ชนะจึงจะได้ครอบครอง..แต่ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติที่คู่ควรด้วย..ตลอดเวลาที่มีการจัดประลอง..ผู้ชนะจะต้องคาดสายรัดเอวด้วยตนเอง..หากสายรัดเอวปฏิเสธ..จะไม่อาจจะสวมใส่ได้เกินหนึ่งเวลาหนึ่งปราณ..ซึ่งประหลาดนักที่สายรัดเอวแห่งวาโยธาตุนั้นปฏิเสธทุกผู้คน..จนต้องจัดประลองหาผู้ที่คู่ควรอยู่อย่างต่อเนื่อง..”

อจินไตยอดพูดไม่ได้..

“..เรื่องนั้นก็เรื่องหนึ่ง..แต่งานประลองต้องมีคนจากทุกแคว้นเข้าไปชุมนุม..หากส่งกำลังคนแฝงตัวเข้าไป..และถือโอกาสก่อการ..นางปีศาจพิรุณเลือด..ก็คงยึดแคว้นมิลินทระได้โดยง่าย..”

ราชินีจันทราเป่าปาก..

“..เจ้าคิดอ่านเหมือนกับข้า..สำหรับแคว้นมิลินทระ..ถือเป็นแคว้นที่มีวิทยาการรุดหน้า..แถมยังไม่เป็นศัตรูกับแคว้นไหน..ทุกแคว้นล้วนได้ประโยชน์จากการคิดค้นหรือค้นคว้าของปราชญ์แห่งแว่นแคว้นนี้..จึงมีข้อตกลงว่า..ห้ามมิให้แคว้นทั้งสี่ที่อยู่รายรอบ..ส่งกำลังทหารเข้าไปหรือรุกรานแคว้นมิลินทระโดยเด็ดขาด..หากแคว้นใดผิดข้อตกลง..ล้วนเป็นปฏิปักษ์ต่อทุกแคว้นโดยไม่มีข้อยกเว้น..”

แม่ทัพแมวหลวงพูดว่า..

“..หากเป็นเช่นนี้..ก็มีวิธีเดียวที่เราจะกระทำได้..นั่นคือ..ใช้ใครบางคนที่มีอำนาจชนะทหารนับพันนับหมื่นเข้าไปช่วยเหลือ..ซึ่งมีแต่เจ้านั่นแหละจินดาพิสุทธิ์..แต่ก็เป็นเจ้าในอดีตที่ยังมีอำนาจของวิชาอากาศมนตราอยู่..”

อจินไตยครางอือม์..

“..แต่เวลานี้..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ถูกทำลายวิชาอากาศมนตราไปแล้ว..”

แม่ทัพแมวหลวงยิ้มเล็กน้อย..

“..เดิมข้าก็คิดเช่นนั้น..แต่..ข้ากลับมองว่า..จินดาพิสุทธิ์แม้ไม่มีพลังอากาศมนตรา..แต่อาจยังสามารถระงับเหตุได้..ทางแคว้นจันทราจะจัดส่งกองกำลังนาคบาศและหน่วยเวตาลแฝงตัวเข้าไป..คอยสนับสนุนอีกแรงหนึ่ง..ทั้งสองหน่วยงานเป็นกองกำลังลับ..ไม่ใช่ทหาร..ไม่อาจจะระบุตัวตน..เพียงแต่..ถ้าเรามีหน่วยงานทั้งสอง..แคว้นอื่นก็ย่อมมีหน่วยงานลับของตนแฝงเข้าไปเช่นกัน..”

จินดาพิสุทธิ์ครางออกมา..

“..นายแม่..ท่านวางใจข้ามากไปแล้ว..”

ราชินีจันทราโสมมวดีหัวเราะ..

“..เจ้าจะไปร่วมงานในฐานะของผู้ร่วมประลองคนหนึ่ง..เฉกเช่นกับข้าและกัษษากรเคยเข้าร่วมประลองมาแล้ว..”

แม่ทัพแมวหลวงเห็นลูกสาวอ้าปากค้างก็ยิ้มให้..

“..ปฏิบัติการณ์ครั้งนี้..เสี่ยงต่อความสัมพันธ์ระหว่างแคว้น..เจ้ามีชื่อเสียงเลื่องลือ..จะแฝงตัวเข้าไปเพื่อกระทำการใดคงยากจะซ่อนเร้นจากสายตาทุกผู้คน..แต่หากไปอย่างเปิดเผย..อาจจะช่วยเหลือสถานการณ์ได้ดีกว่า.ข้าให้ท่านวาหุท่านสินธุและปักษามีนาแฝงตัวร่วมทางเพื่อคอยบัญชากองนาคบาศและหน่วยเวตาล..เจ้าเองก็คอยประสานงานร่วมกับอจินไตย..เราเพียงขัดขวางการก่อการของนางได้ก็เพียงพอแล้ว..”

อจินไตยอดพูดไม่ได้..

“..ถ้าเธอมีพลังอากาศมนตรา..สายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่..ต้องเป็นของเธอแน่นอน..เพราะคงไม่มีใครสู้เธอได้..แต่ว่า..เวลานี้..”

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ..

“..ถ้ามีวิชาอากาศมนตรา..สายรัดเอวทุกเส้นล้วนไม่มีความหมาย..เธอก็น่าจะรู้นี่..”

พลังอากาศมนตรามีอำนาจมากกว่าพลังแห่งธาตุทั้งสี่มากมายนัก..อจินไตยทราบดี..

ราชินีจันทราพูดขึ้นว่า..

“..แม้ว่าจะไม่มีวิชาอากาศมนตรา..แต่ก็อย่าดูแคลนสิ่งที่เจ้ามี…นั่นคือ…เพลงหมัดสูญญตาที่นายแม่เจ้าสอนสั่ง..เวลานี้..เจ้าอาจจะไม่มีพลังฝีมือที่เหนือล้ำ..แต่กฎการประลองเพื่อหาผู้ซึ่งคู่ควรต่อสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่..นั่นคือ..ทุกผู้คน..สามารถประลองเพื่อช่วงชิงได้เพียงคนละหนึ่งครั้งตลอดชีวิต..และใครมีอำนาจของธาตุทั้งสี่อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว..ก็ไม่อาจจะเข้าร่วมได้อีก..นายแม่เจ้ามีพลังแห่งแม่พระคงคาซึ่งได้มาจากสายรัดเอวของข้าแล้ว..ก็ไม่อาจจะร่วมประลองได้..ข้าก็ไม่ได้..ยอดฝีมือในวังจันทราเกือบทั้งหมดต่างก็เคยผ่านการประลองมา..ย่อมไม่สามารถเข้าร่วมเช่นกัน..ตลอดระยะเวลาที่จัดการประลอง..ผู้ที่มีฝีมือเด่นล้ำต่างผ่านการประลองกันมาแล้วทุกคน...สิ่งเหล่านี้ควรทำให้เจ้ามีโอกาสชนะมากขึ้น...”

อจินไตยนึกขึ้นได้..

“..แล้วหากนางปีศาจพิรุณเลือดเข้าร่วมประลองด้วยเล่า..แถมยังมีแพคเกจกับศศินาอีกสองคนที่อาจจะร่วมประลองด้วยได้..”

“..นางต่อให้ชนะก็อาจจะไม่เป็นที่ยอมรับของสายรัดเอว..” ราชินีจันทราออกความเห็น.. “แต่หากเจ้าอยากจะชนะอย่างแน่นอนจริง..ก็เพียงแค่มองว่า..นางปีศาจนั้นประลองเพื่อช่วงชิงสายรัดเอวใด..ก็ประลองเพื่อช่วงชิงอีกเส้น..อย่างน้อย..หากจะต้องปะทะกับแพคเกจหรือศศินาคนใดคนหนึ่ง..ก็ยังดีกว่าปะทะกับนางปีศาจพิรุณเลือดแน่นอน..”

แม่ทัพแมวหลวงยิ้มเล็กน้อย..พูดขึ้นว่า..

“..ฟังว่าการประลองไม่ใช้อาวุธ..ถ้าเช่นนั้น..ตัดศศินาไปได้เลย..เพราะนางสันทัดเพลงดาบวายุจันทรามากที่สุด.”

“..ข้าคงไม่หวังจะชนะหรอกนะ..เพียงแค่..ต้องการระงับแผนของนางมากกว่า..”จินดาพิสุทธิ์พูด

“..เราก็ไม่ได้หวังว่าเจ้าจะชนะ..จินดาพิสุทธิ์..เราหวังอย่างที่เจ้าหวังเช่นกัน..”แม่ทัพแมวหลวงพูดเคร่งขรึม..

แต่ไม่ว่าอย่างไร..การจะต้องร่วมการประลอง..คงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว..

.......

แม้จะไม่คาดหวังมากนัก..แต่อจินไตยก็รู้ว่า..เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..ก็เครียดไม่น้อย..

ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันบนรถม้าติดตามด้วยผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง..เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราอย่างเปิดเผย..อจินไตยพยายามทำให้สามีผ่อนคลายด้วยวิธีต่าง ๆ ส่วนมากเป็นการเล่าเรื่องสนุกขบขันและความรู้ที่น่าสนใจของชาวแคว้นสนธยา..ตกกลางคืนค้างที่โรงพักแรมต่างก็ระบายเครียดกันบนเตียงอย่างอิ่มเอม

และเจ้าหญิงทั้งสองแม้จะอยู่ลำพังบนรถม้า..ก็แอบกอดจูบพลอดรักกัน..แม้บางครั้งดูประเจิดประเจ้อไปบ้าง..เช่นเสียงคำหวานพลอดรักและกอดจูบดังไปให้คนขับรถม้าได้ยิน..แต่เหมือนพลขับจะล่วงรู้กิตติศัพท์..ว่าเจ้าหญิงทั้งสองรักกันประการใด..จึงไม่รู้สึกแปลกประหลาด..

แต่เรื่องนี้เพียงแค่อับอายแต่ไม่เสียหาย..ขอเพียงทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด..ก็ไม่เห็นจะเป็นไร..

เดินทางรอนแรมราวห้าหกวัน..ก็ถึงอาณาเขตแคว้นมิลินทระ..และเดินทางต่ออีกวันเศษ..ก็ถึงเมืองหลวงแคว้น..

ในฐานะที่ร่วมประลองตามสาส์นเชิญ..เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..จึงได้รับเกียรติจากผู้ปกครองแคว้น..ตั้งกระบวนเกียรติยศต้อนรับ..

และผู้มาต้อนรับ..เป็นเจ้าหญิงรูปงามแห่งแคว้นมิลินทระ..เจ้าหญิงมุกดารา...

ขบวนรถม้าจากแคว้นจันทราเข้าประตูเมืองมาระยะหนึ่ง..ก็ถึงจุดต้อนรับ..แตรเป่ากังวาน...

กระบวนต้อนรับต่างคุกเข่า..ม่านรถประจำองค์หญิงเปิดออก..จินดาพิสุทธิ์ลงจากรถม้าพร้อมกับอจินไตย..สีหน้าทั้งสองเจ้าหญิงตรากตรำเพราะการเดินทาง..เสื้อผ้ายับย่น..

เจ้าหญิงแห่งมิลินทระมุกดารายิ้มแย้มและย่อคารวะ..แม้สภาพจินดาพิสุทธิ์ดูอิดโรย…แต่นางก็อดแอบชำเลืองมองไม่ได้…รู้สึกริมฝีปากแห้งผากอย่างไม่ทราบสาเหตุ…เพราะอดจินตนาการไม่ได้ว่าเจ้าหญิงทั้งสองไหนเลยจะอยู่ในสภาพนี้…

อดฟุ้งซ่านไม่ได้ว่า…เจ้าหญิงที่หล่อเหลา…ทำอันใดบ้างกับตัวนางเอง…

นางรู้สึกประหลาดบริเวณระหว่างขาขึ้นมาเสียอย่างนั้น…

แต่ก็ต้องเอ่ยวาจาตามมารยาท…

“..ได้ยินกิตติศัพท์ของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์และเจ้าหญิงอจินไตยมานาน..มาวันนี้..ข้ายินดีที่ได้ต้อนรับท่านทั้งสอง..ข้ามุกดารา..ตัวแทนแห่งแคว้นมิลินทระ..ต้องขอแสดงความซาบซึ้งที่ทางแคว้นจันทรา..ได้มอบหมายให้เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เข้าร่วมการประลองด้วยตนเอง..”

“..รบกวนองค์หญิงแล้ว..”

เจ้าหญิงมุกดาราใบหน้าขาวใส..สวมชุดคลุมสีชมพูแพรเบาบาง..แต่ยังคงมีเสื้อผ้าที่เน้นขับเรือนร่างที่งดงาม..น่ารักไม่น้อย..เป็นเจ้าหญิงที่คู่ควรกับเจ้าชายรูปงามอย่างแท้จริง..

แม้จะงดงามปานใด..แต่จินดาพิสุทธิ์กลับมองเฉกเช่นมองบุปผางามในสวน..ซึ่งไม่ปรารถนาจะครอบครองแม้แต่น้อย..เพราะนางมีคนที่นางรักสุดหัวใจอยู่แล้ว..

เจ้าหญิงมุกดาราอดพูดไม่ได้..

“..การเดินทางคงสมบุกสมบัน..เจ้าหญิงทั้งสองดูเหนื่อยล้ายิ่ง..”นางดูจะไม่ประหลาดใจ…แต่กลับแสร้งประหลาดใจ.. “..แปลกนัก..แคว้นเราสองไม่ควรจะห่างไกลและทำให้การเดินทางยากเย็นปานนี้..”

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์และอจินไตยสบตากัน..การเดินทางไม่เหน็ดเหนื่อยหรอก..แต่กินอาหารระหว่างเดินทางนี่เหนื่อยกว่า..

อจินไตยได้แต่พูดว่า..

“..ข้าอ่อนแอน่าละอายนัก..พลอยทำให้เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เหน็ดเหนื่อยกับการดูแลข้าไปด้วย..”

“..มิน่า..ท่านทั้งสองถึงดูอิดโรยนัก..เชิญท่านทั้งสองไปพักผ่อนในที่รับรองของวังมิลินทระเถิด..”เจ้าหญิงมุกดารายิ้มแย้มอย่างน่ารัก..แต่นางก็อดเหลือบมองสตรีที่หล่อเหลาอย่างจินดาพิสุทธิ์ไม่ได้

..สตรีอันใดกัน..ช่างมีเสน่ห์..นับว่ารสชาติอาจจะแปลกใหม่กว่าบุรุษหรือกระไร..

พอพิจารณาถึงอจินไตย..นางก็อดลอบถอนหายใจไม่ได้..

..ท่านเองเหมือนอิ่มเอมรสสวาทมาตลอดทางใช่หรือไม่..

ข้าริษยาท่านนัก…องค์หญิงอจินไตย…

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์หารู้ไม่…

ตำนานที่ร่ำลือทั่วแผ่นดินของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ที่ท่องไปทั่วหล้าเพื่อผจญภัยกับเหล่าอยุติธรรม..และความรักระหว่างเจ้าหญิงอจินไตยกับนาง..ล้วนกระตุ้นความรู้สึกของหญิงสาวหลากหลายที่เดิมทีอาจจะชมชอบสตรีด้วยกันอยู่บ้าง..ให้กล้ายอมรับความรู้สึกส่วนลึกของตนเองมากขึ้น..ว่าสตรีไม่จำเป็นต้องคู่กับบุรุษแต่เพียงนั้น..

ความฝันของเจ้าหญิงมุกดาราก็เฉกเช่นสตรีจำนวนหนึ่งในใต้หล้า..ที่ประสงค์จะให้เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราผู้นี้เชยชมตนเองบ้าง..แม้เพียงสักนิดก็ยังดี..

และใครจะคาดคิดว่า..เจ้าหญิงมุกดาราอาสาเป็นตัวแทนของแคว้นมาต้อนรับจินดาพิสุทธิ์ด้วยตนเองก็เพราะเหตุนี้..

เพียงแค่ได้เดินเคียงข้างบ้าง..ก็ยินดีเป็นที่สุดแล้ว...

แต่..ท่าทีที่จินดาพิสุทธิ์โอบไหล่ภรรยาอย่างอจินไตยอยู่ตลอดเวลา..ช่างน่าระคายตานัก..

สองเจ้าหญิงเดินด้วยเท้าตามติดเจ้าหญิงมุกดาราเพื่อให้เกียรติ..แต่ทว่า..มีบางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้น..

เสียงเหมือนชายเสื้อปะทะลมเร่งร้อน..

จินดาพิสุทธิ์ตื่นตัวขึ้น..คนชุดดำปิดหน้าสามสี่คนกระโจนออกจากข้างทางที่เป็นอาคารบ้านเรือน..ในมือถือดาบ..

จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง..ขยับสองมือ..เตรียมสั่งการแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า..ตนเองปราศจากแพรพรรณวิเศษไปแล้ว..

อจินไตยเห็นจินดาพิสุทธิ์ทำท่าพิกลก็พูดขึ้นว่า..

“..ริต้า..เธอปราศจากวิชาอากาศมนตราและแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..ต้องทำให้ตัวเองเคยชินโดยเร็ว..”

จินดาพิสุทธิ์รับคำ..

ในขณะนั้น..ทหารองครักษ์ที่ปกป้องเจ้าหญิงของทั้งสองแคว้นต่างชักอาวุธขึ้นสู้..แต่คนชุดดำฝีมือแข็งกล้า..ไม่ช้าก็ฟาดฟันฝ่าเข้ามาเป็นทางเลือด..

จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง..ตนเองและอีกสองเจ้าหญิงอยู่ในวงล้อมอารักขาของทหารองครักษ์ทั้งสองแคว้น..แต่คาดว่าไม่อาจจะถูกปกป้องได้นานนัก..

เจ้าหญิงมุกดารามีกริยาหวาดกลัว..อจินไตยจะเข้าไปปลอบ..แต่นางกลับเข้ามาผวาซบกับจินดาพิสุทธิ์..

“..ช่วยด้วย..ข้ากลัว..”

อจินไตยแค่นเสียง..รู้มารยาสตรีเป็นอย่างดี..แต่ยังไม่อาละวาดอะไร..หากจินดาพิสุทธิ์ไม่มีท่าทีก็ถือว่าทำบุญทำทาน..แต่หากมีปฏิกริยาเพียงน้อยนิด.นางก็คงไม่ทน..

จินดาพิสุทธิ์โอบปลอบแบบพี่ปลอบน้อง..ไม่มีท่าทีอันใดมากกว่านั้น..ตัวเองครุ่นคิด..

“..คนชุดดำมีฝีมือกล้าแข็งปานนี้..พวกมันเป็นใครกันนะ..”

ตัวเองนึกถึงเทวีแวมไพร์..แต่เหมือนนายแม่กับท่านแม่กำลังคิดอ่านอันใดอยู่มากกว่านั้น..พวกท่านคาดการณ์ว่า..ภายในแคว้นมิลินทระในตอนนี้..ควรจะมีหน่วยงานลับของแคว้นต่าง ๆ แฝงตัวเข้ามามากมาย..

บางที..คนชุดดำอาจจะเป็นคนของเทวีแวมไพร์หรือคนของหน่วยงานลับของแคว้นใดแคว้นหนึ่งเป็นแน่..

แต่ไม่ทันขบคิดมากความ..เพราะหากเชื่องช้าเพียงน้อยนิด..อาจจะปกป้องอจินไตยกับเจ้าหญิงมุกดาราไม่ได้แน่

คนชุดดำคนหนึ่งฝ่าเข้ามาได้แล้ว..ควงดาบเข้าหาเจ้าหญิงทั้งสามอย่างย่ามใจ..

จินดาพิสุทธิ์ผลักมุกดาราออกห่าง..ปราดไปรับหน้า..เห็นดาบฟาดฟันฉวัดเฉวียน..ก็กำหมัดแน่น..ตัวเองรู้สึกไม่มั่นใจ..เพราะไม่เคยต่อสู้โดยปราศจากพลังอากาศมนตรามาก่อน..เงาดาบพร่างพราย..รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมากะทันหัน..

นางไม่มีทางเลือก..ยกเท้าขึ้น..เตะกราดออกด้วยเพลงเตะม่านเมฆ..ท่าเตะนี้เป็นท่าเตะที่คนชุดดำไม่ทันตั้งตัว..ถึงกับถูกเตะที่ข้อมือ..จนดาบหลุดลอยขึ้นฟ้า..

จินดาพิสุทธิ์ใจชื้น..อย่างน้อยก็ไม่ต้องใช้มือเปล่าสู้กับดาบ..มีมือเปล่าต่อมือเปล่า..คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงเท่าใดนัก..กำหมัดต่อยออกไปด้วยท่าหมัดสูญญตา..คนชุดดำเมื่อถูกเตะจนดาบหลุดมือ..ก็ไม่ลนลาน..กำหมัดต่อยออกมาด้วยเพลงหมัดของตน..รับหมัดสูญญตาไว้..

ประมือกันได้ชั่วขณะ..จินดาพิสุทธิ์สบัดมือเร่า ๆ และถอยร่น..ก่อนหน้านั้น..นางแม้จะได้มีโอกาสเรียนรู้หมัดสูญญตาจากจิตระดับน้ำไหลใต้น้ำนิ่ง..และมีพลังอากาศมนตราหนุนเสริม..เพลงหมัดจึงทรงอานุภาพอย่างยิ่ง..แต่พอปราศจากพลังนั้น..นางจำต้องรับมือด้วยกำลังคนธรรมดา ๆ ..นางจึงค่อยรู้ว่า..พลังคนธรรมดา ๆ ของนางนั้น..อ่อนด้อยหนักหนา..

เพราะสมัยที่มีชีวิตอยู่ในมิติเดิม..ริต้าไม่เคยฝึกหัดวิชาการต่อสู้ของตึกแดงเลยแม้แต่น้อย..เนื่องจากตัวเองเป็นศิษย์ของอารามขาวที่เน้นเรื่องการปฏิบัติจิตมากกว่า..

เพลงหมัดสูญญตาก็เช่นเดียวกับเพลงหมัดอื่น ๆ ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนทักษะ.กำลังกาย..และมีความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นตัวหนุนเสริม..แม้จะแม่นยำในทฤษฎี..แต่ขาดการฝึกปฏิบัติ..ฝึกกำลังกายพื้นฐาน..ไม่มีพลังพิเศษใด ๆ หนุน..ริต้าก็เหมือนผู้หญิงที่เพิ่งหัดต่อยมวยโดยทั่วไป..แถมยังเพิ่งมาต่อยมวยในวันแรกด้วยซ้ำ..

อีกฝ่ายมีฝีมือกล้าแข็ง..แต่เหมือนยังกริ่งเกรงอะไรบางอย่างอยู่..อดประหลาดใจไม่ได้ที่เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ที่เลื่องลือทั่วแผ่นดิน..กลับดูอ่อนแอปานนั้น..

อจินไตยดูออก..ถึงกับพูดขึ้นว่า..

“..ริต้า..พวกนี้ไม่ใช่คนของพิรุณเลือด..”

เพราะหากเป็นคนของพิรุณเลือดหรือเทวีแวมไพร์..ย่อมทราบว่า..จินดาพิสุทธิ์เวลานี้..ปราศจากวิชาอากาศมนตราและแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกที่ทั้งแผ่นดินคร้ามเกรงแล้ว..ที่คนชุดดำยังกริ่งเกรงอยู่..ก็เพราะยังเข้าใจว่า..จินดาพิสุทธิ์ยังเป็นเจ้าหญิงแห่งจันทราคนเดิมที่มีพลังประหลาดอันน่าคร้ามเกรงไปทั้งแผ่นดิน

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..คิดในใจว่าตนเองไม่น่าปฏิเสธสายรัดเอวแห่งแม่พระคงคาของท่านแม่เลย..

แต่คิดดูอีกที..แม้ว่าใช้พลังแห่งแม่พระคงคาเพียงหนึ่งครั้ง..ก็เท่ากับตัดโอกาสในการร่วมประลองชิงสายรัดเอวแห่งวาโยธาตุกับสายรัดเอวแห่งหลักธรณีเส้นที่สองแล้ว..

อจินไตยดูออกว่าจินดาพิสุทธิ์ตึงมือ..ตนเองก็ไม่มีพลังแห่งชาวสนธยา..ยามกะทันหันกลับคิดไม่ออกว่าจะช่วยคนรักได้อย่างไร..

คนชุดดำร่ายรำเพลงหมัดรุกเข้ามาอีก..จินดาพิสุทธิ์อดครางในใจไม่ได้..

“..มือไม้แขนขาเราก็คือผู้หญิงธรรมดา..จะไปสู้กับผู้ชายที่ฝึกฝนร่างกายและการต่อสู้มาอย่างดีได้ยังไง..”

แขนของตัวเองกระทบกับหมัดของอีกฝ่าย..ก็ทนแทบไม่ไหวแล้ว..

แต่ก่อนที่หมัดนั้นจะกระทบร่างของเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..ก็มีเสียงตวาดสดใส..เท้าเล็ก ๆ ข้างหนึ่งเตะใส่คนชุดดำจนผงะ..

เจ้าหญิงมุกดาราเป็นเจ้าของเท้านั้น..นางพูดอย่างอับอาย....

“..ท่านดูออกแต่แรกว่าเราเป็นคนฝึกการต่อสู้..ท่านล้ำลึกนัก..ถึงกับบีบให้เราลงมือได้สำเร็จ..”

จินดาพิสุทธิ์งุนงงอยู่..แต่ก็เห็นเจ้าหญิงมุกดารา..ต่อยหมัดเตะเท้า..ท่วงท่าทะมัดทะแมง..นางกลับฝึกฝีมือการต่อสู้มาเป็นอย่างดี..ถึงกับเหนือล้ำกว่าทหารองครักษ์ของนางเสียอีก..

อจินไตยได้โอกาสเดินมาหาสามี..พูดขึ้นด้วยสำนวนชาวอาณาจักรเบญจอังคะทวีป..

“..ท่านเฉลียวฉลาดนัก..ดูออกว่านางเป็นคนมีฝีมือ..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มแห้ง..ตอบด้วยสำนวนของมิติบ้านเกิดของนาง..

“..อจินไตย..ฉันดูยังไงก็ดูไม่ออกว่ามุกดาราเป็นคนฝึกการต่อสู้..”

อจินไตยหัวเราะ..

“..ฉันพูดเล่น..ริต้า..ให้นางเข้าใจว่า..ทั้งหมดเป็นแผนบีบให้เธอเปิดเผยฝีมือก็พอแล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์เป่าปาก..

“..เพิ่งสู้จริงแบบไม่มีพลังอากาศมนตราครั้งแรก..ไม่ไหวล่ะอจินไตย..แบบนี้จะประลองกับใครได้..แต่ป้องกันด้วยท่อนแขน..ก็ปวดไปหมดแล้ว..”

“..อ่อนแอขนาดนี้..เธอรู้หรือเปล่า..ว่าองค์หญิงมุกดาราสนใจเธอมากเลยนะ..”

“..อ้าวเหรอ..ไม่รู้เลย..”จินดาพิสุทธิ์ลูบหัว..ยิ้มเล็กน้อย.. “..เพราะฉันสนใจแต่เธอ..ผู้หญิงคนอื่นจะรู้สึกหรือสนใจฉันยังไง..ฉันก็เลยไม่รู้..”

อจินไตยหัวเราะน้อย ๆ ..

“..ปากหวานนักนะ..”แม้จะพูดแบบนั้น..แต่นางก็ใจเบิกบานจนเนื้อเต้น..ใคร่อยากจะถึงเวลากลางคืนเสียเร็ว ๆ

ขณะนั้น.เจ้าหญิงมุกดาราพลันตวาดเสียงแข็ง..ใช้เพลงหมัดประจำแคว้นที่ฝีกฝนมา..ต่อยที่ใบหน้าของคนชุดดำจนกลิ้งกระเด็น..

พอคนชุดดำตั้งหลักได้..นางก็โถมเข้าไป..เตะออกด้วยเพลงเท้าประจำแคว้นอีกเช่นกัน..

คนชุดดำแม้จะมีฝีมือ..แต่ก็ไม่คาดคิดว่าเจ้าหญิงมุกดาราที่ดูอ้อนแอ้น..ท่าทางมีจริตจะก้านปานนั้น..จะเก่งกาจการต่อสู้ขนาดนี้..ถึงกับเหนือกว่าเขาอย่างไม่น่าเชื่อ..

เพลงเท้าของเจ้าหญิงมุกดารา..สามารถเตะเท้าเดียวได้สิบกว่าครั้งโดยที่เท้าข้างที่เตะไม่ตกถึงพื้น..ไม่เปิดช่องให้อีกฝ่ายตอบโต้แม้แต่น้อย..

เพลงเท้านี้เรียกว่าเพลงเท้าหางแมงป่อง..สามารถใช้เท้าทำร้ายคู่ต่อสู้ได้ราวกับแมงป่องทำร้ายศัตรู..จะฝึกเพลงเท้าให้แตกฉาน..จำเป็นต้องใช้เท้าได้ราวกับมือ..ยืนหยัดได้ด้วยเท้าข้างเดียว..และยกเท้าสูงข้างหนึ่งได้โดยทรงตัวเป็นปรกติ..

จะฝึกฝนได้ระดับนั้น..ต้องผ่านการเคี่ยวกรำมาหลายปี..ไม่น่าเชื่อว่า..เจ้าหญิงมุกดาราจะฝึกอะไรแบบนี้โดยไม่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงเลย..

คนชุดดำถูกเตะไปหลายเท้า..ถึงกับหมดทางสู้..เห็นว่าตัวเองบาดเจ็บ.และทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้น..ก็ได้แต่ล่าถอย..

คนชุดดำที่เป็นเพื่อนกัน..ก็ล่าถอยด้วย..

ทหารองครักษ์ทั้งสองแคว้นต่างรีบเข้ามาคุกเข่า..เอ่ยคำขออภัยที่ปล่อยให้คนร้ายชุดดำเข้ามาถึงตัวคนหนึ่ง..สามเจ้าหญิงโบกมือบอกว่าไม่เป็นไรและทำตัวตามสบาย..ท่าทีขององครักษ์ทั้งสองแคว้นต่างก็ผ่อนคลาย..และกลับเข้าตำแหน่งอารักขาเดิมของพวกตน...

เจ้าหญิงมุกดาราเดิมถลกแขนเสื้อและชายกระโปรง..บัดนี้..เปลี่ยนท่าที..แต่งตัวให้เรียบร้อยดังเดิม..จริตจะก้านขององค์หญิงสูงศักดิ์ที่น่ารักอ่อนแอ..กลับมาอีกครั้ง..

นางยิ้มละไม..พูดขึ้นว่า..

“..ขออภัยที่ข้าปิดบังไม่ให้ท่านรู้ว่าข้าเป็นเจ้าหญิงผู้ฝึกวิชาการต่อสู้..แต่มิคาด..ท่านกลับล่วงรู้จนได้..และบีบให้ข้าต้องลงมืออีก..สติปัญญาขององค์หญิงจินดาพิสุทธิ์..สมคำร่ำลือไปทั่วแผ่นดินจริง ๆ ..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มเล็กน้อย..

“..เพียงเห็นท่าเดิน..ข้าก็ทราบแล้วว่าท่านมีฝีมือสูงล้ำยิ่ง..”

เจ้าหญิงมุกดาราตาโต..

“..สายตาเฉียบแหลมนัก..องค์หญิงจินดาพิสุทธิ์..ขออภัยที่ข้าต้องทำเช่นนี้..”

“..เราคนกันเองอย่าเกรงใจไปเลย..”

อจินไตยเหลือบมองสามีเหมือนจะบอกว่า.. “เนียนเก่งนักนะเธอ..”

เจ้าหญิงมุกดารารู้สึกเขินอายที่ถูกเปิดโปง..จินดาพิสุทธิ์จึงต้องเดินเข้ามาตรวจดูแขนขา..ตรวจมือไม้เพื่อเอาใจ.

“..ท่านไม่เจ็บอันใดนะ..”

“..พูดไปละอายนัก..ข้าเป็นสตรี..แต่ฝึกกายบริหารตามแบบผู้ฝึกวิชาการต่อสู้..และต้องฝึกซ้อมวันหนึ่งสองชั่วยาม..ทำมาเป็นสิบปี..แขนขาชาด้านไม่เจ็บเหมือนเพิ่งฝึกวันแรกแล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์ลอบกุมแขนของตัวเอง..วันแรกที่ต่อสู้จริง..นึกออกเลยว่าเป็นยังไง..

เจ้าหญิงมุกดาราอดยิ้มไม่ได้..

“..แรกเริ่มก็ไม่รู้ว่าจะต้องฝึกวิชาต่อสู้ไปทำไม..แต่พอชื่อเสียงท่านกระเดื่องดังทั่วแผ่นดิน.ก็ฝันว่าจะเก่งกาจได้สักหนึ่งในร้อยของท่าน..เพื่อจะได้คู่ควรจะคบหา..”พูดเหมือนทิ้งจังหวะไว้..

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..เจ้าหญิงมุกดารารีบกล่าวระล่ำระลัก..

“..คบหาเป็นสหาย..ท่านไม่ยินดีหรืออย่างไร..หรือติว่าข้าฝีมืออ่อนด้อยไปไม่คู่ควรกับท่าน..”

เจ้าหญิงแห่งจันทราเหลือบมองภรรยาแว่บหนึ่ง..เห็นอจินไตยทำปากขมุบขมิบไม่มีเสียง..แต่อ่านริมฝีปากได้ว่า..ตอแหล..ก็ยิ้มออกมา..

“..ท่านเป็นสิ่งที่เรียกว่า..”มุกดาราพยายามนึกคำ..แต่นึกไม่ออก.. “..เรียกว่าอะไรนะที่ทำให้ข้ารู้สึกขมีขมันอยากฝึกวิชาขนาดนั้น..”

“..แรงบันดาลใจ..”จินดาพิสุทธิ์พูด..

“..ท่านใช้คำได้ตรงจุดมาก..ใช่ ๆ ..มันควรจะเรียกว่าแรงบันดาลใจ..ข้ามีแรงบันดาลใจฝึกฝีมือเพราะท่าน..ยิ่งได้พบปะพูดคุย..ได้ใกล้ชิด..ได้..เอ้อ..จับมือ..”

จินดาพิสุทธิ์คว้ามือของมุกดารามาเขย่า..

มุกดาราหน้าแดงจัด..

นางจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก..

อจินไตยพลันเดินเข้ามาใกล้..พูดว่า..

“..หมดเวลาจับมือแล้ว..องค์หญิงมุกดารา..เชิญท่านนำเราไปยังที่รับรองของแคว้นท่านเถิด..”

เจ้าหญิงมุกดารามีกริยาแตกตื่นและยินดีอย่างเห็นได้ชัด..เก้อเขินเป็นอย่างยิ่งด้วย..ถึงกับหันหน้าไปอีกทาง..และเดินนำ..เข้าไปในตัวเมือง..

จินดาพิสุทธิ์ยักไหล่..พูดขึ้นเบา ๆ ..

“..ท่าทางฉันจะต้องขายบัตรจับมือแล้วใช่ไหม..”

“..ฉันจะเป็นคนคุมเวลาจับมือเธอเอง..”อจินไตยหัวเราะ...

“..เรื่องพวกที่มาทำร้ายเรา..”จินดาพิสุทธิ์เปรย..

“..คิดไปตอนนี้..เธอก็ไม่รู้หรอกว่าพวกไหน..แต่รู้แค่ไม่ใช่พวกเทวีแวมไพร์เท่านั้น..”

“..แล้วพวกมันมาทำอะไรกับฉันตรงนี้..”

“..คงมาเข้าคิวจับมือเธอแบบเจ้าหญิงมุกดารามั้ง..”อจินไตยหัวเราะอีก..แต่ก็เปลี่ยนสีหน้า.. “..ที่นายแม่กับท่านแม่พูดถึงหน่วยงานลับของแคว้นอื่น ๆ ..บางที..แต่ละแคว้นอาจจะคิดเอาสถานการณ์ของการประลองชิงสายรัดเอว..มาเป็นประโยชน์อะไรสักอย่างแน่นอน..”

จินดาพิสุทธิ์ดูสีหน้าเหนื่อยหน่าย..

“..เหมือนเป็นการเมืองระหว่างแคว้นเลย..”

“..เธอยังไม่รู้อีกหรือ..ต่อให้เธอไม่ชอบ..แต่ก็ยากจะเลี่ยงแล้วล่ะ..เพราะเธอเป็นคนสำคัญของแคว้นจันทรา..การตัดสินใจของเธอ..บางทีอาจจะเป็นประโยชน์หรือโทษกับแคว้นของเราก็ได้..ดังนั้น..ควรระวังให้ดี..”

“..แต่อย่างน้อย..”จินดาพิสุทธิ์เปรย..

“..ใช่..อย่างน้อย..เธอก็น่าจะได้เจ้าหญิงมุกดารามาเป็นพวกแล้วล่ะ..ฉันจะไม่พยายามทำตัวงี่เง่าให้เสียการเสียงาน..เธอเองก็ต้องวางตัวดี ๆ ด้วยนะ..ริต้า..”

พลางจับข้อศอกของสามี..

จินดาพิสุทธิ์ได้แต่กางแขนให้ภรรยาเกาะ..และเดินตามเจ้าหญิงมุกดารา..ที่ปลาบปลื้มต่อเจ้าหญิงแห่งจันทราไปห่าง ๆ ..

จะมีอะไรเกิดขึ้นในแคว้นมิลินทระอีกไหมนะ..

.........

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น