ไอลดา ลีลาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เข้าใจผิด (35%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2562 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เข้าใจผิด (35%)
แบบอักษร

ตอนที่ 7

มินตราเดินลงจากรถของธนัช เธอโบกมือให้เขาตามปกติก่อนจะเดินเข้าบริษัท อิทธิกุลที่อยู่ในรถคันข้างหลังกำพวงมาลัยแน่น แล้วค่อยๆ ขับเคลื่อนเข้าไปเมื่อธนัชออกรถไปแล้ว อิทธิกุลมองตามแผ่นหลังบอบบางไปจนเธอเดินลับสายตา เขารู้สึกผิดหวังที่หญิงสาวกล้าสวมเขาให้ ชายหนุ่มเดินผ่านหน้าเธอโดยไม่พูดอะไร มินตราผู้ไม่รู้อะไรเธอก็ยกกาแฟเข้ามาเสิร์ฟให้เขาตามปกติ

“กาแฟค่ะ”

“ยกออกไป ฉันไม่กิน!”

“ท่านประธานจะเอารสชาติแบบไหนคะ เดี๋ยวมิ้นไปชงให้ใหม่ค่ะ”

“ไม่ต้องแล้ว ถ้วยนี้ก็ยกออกไป!”

มินตราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธออยากฟังเหตุผล แต่คนที่โกรธอยู่ยิ่งเห็นหน้าเธอก็ยิ่งแค้นและจุก เขาเห็นว่าหญิงสาวไม่ขยับจึงลุกจากเก้าอี้ แล้วยื่นถ้วยกาแฟให้แต่ด้วยน้ำหนักมือและความโกรธที่มีอยู่ ทำให้ความโชคร้ายมาเยือนหญิงสาว เมื่อน้ำร้อนจากกาแฟกระฉอกถูกหลังมือของเธอซ้ำรอยเก่าที่ณัฐนรีทำ

“อุ๊ย!”

เธออุทานแล้วรีบเช็ดน้ำร้อนออก อิทธิกุลไม่เพียงแต่ไม่หันมองเขายังแสร้งทำเป็นไม่สนใจอีก ชายหนุ่มยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร.หาใครบางคน เพื่อหวังให้ใครอีกคนออกจากห้องนี้ไปเสีย ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ระเบิดออกมาเป็นแน่

”คุณนรีเหรอ ไปดื่มกาแฟด้วยกันไหม วันนี้ผมรู้สึกอยากดื่มกาแฟกับคุณจัง”

เขาป้อนคำหวานหวังให้ปลายสายเคลิบเคลิ้ม ณัฐนรีไม่ใช่ผู้หญิงโง่ เธอรู้ว่ามันต้องเกิดเรื่องผิดปกติขึ้น แต่ถึงกระนั้นเธอก็รับปาก มินตราไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผล หญิงสาวเดินออกจากห้องไปเงียบๆ เมื่อไม่มีใครอยู่แล้วกองเอกสารบนโต๊ะจึงถูกจับโยนลงบนพื้นเพื่อระบายอารมณ์ อิทธิกุลต้องใจเย็นต้องนับหนึ่งถึงร้อย เพื่อไม่ให้ตัวเขาลงไม้ลงมือกับมินตรา

เวลาไม่นานณัฐนรีก็เดินทางมาถึงบริษัท เธอยิ้มเยาะให้มินตราก่อนจะเดินเข้าไปหาอิทธิกุลในห้องทำงาน แค่เห็นสภาพห้องก็รับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเขา หญิงสาวเดินอ้อมเอกสารไปยืนตรงหน้าชายหนุ่ม ที่ตอนนี้นั่งสงบใจลงได้แล้ว

“นรีว่าพี่อิทควรจะสั่งกาแฟเย็นสักแก้วนะคะ”

ชายหนุ่มพยายามยิ้มตอบ พยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่คนที่เห็นรู้ว่าเขากำลังอารมณ์กรุ่น หญิงสาวเดินเข้าไปจับมือเขาทั้งสองข้างแล้วดึงขึ้นมา อิทธิกุลก็ลุกขึ้นแต่แรงผู้ชายย่อมมากกว่าแรงผู้หญิง เพราะเมื่อเขาลุกขึ้นได้สำเร็จมันก็เหมือนแม่เหล็กที่ดึงร่างบางเข้าหา มินตราเดินเข้ามาในห้องพอดีเธอเห็นภาพนั้นอย่างจัง แต่อิทธิกุลกลับทำเป็นไม่สนใจ เขาเกี่ยวผมของณัฐนรีขึ้นมาสูดดม ทำราวกับในห้องนี้อยู่กันเพียงสองคน

“เอ่อ...” มินตราเห็นแฟ้มเอกสารกองอยู่บนพื้น

“ผู้จัดการฝ่ายผลิตมาขอพบค่ะ”

“เธอไม่เห็นเหรอว่าฉันไม่ว่าง แล้วทีหลังก็ควรจะเคาะประตูเสียก่อน!”

“เคาะแล้วค่ะ แต่ท่านประธานคงไม่ได้ยิน”

มินตราทนดูภาพบาดตาต่อไม่ไหว รีบเดินออกจากห้องทำงานทันที หญิงสาวพยายามฝืนยิ้มแม้จะน้ำตาซึม แต่เธอก็ฝืนต่อไม่ไหว เดินเข้าห้องน้ำยืนร้องไห้อยู่อย่างนั้น หญิงสาวเดินออกมานัยน์ตาแดงก่ำ เพื่อนร่วมห้องก็พากันซุบซิบนินทา งานเท่านั้นที่จะทำให้เวลาล่วงเลยไปโดยเร็วที่สุด มินตราจึงไม่ยอมให้ตัวเองว่างเว้นจากกองเอกสาร เพราะเมื่อไหร่ที่ว่างก็อดที่จะคิดถึงเขาไม่ได้ คืนก่อนก็ยังพูดคุยกันดีๆ ทำไมวันนี้ถึงไม่เหมือนเดิม

“มิ้นเลิกงานแล้วใช่ไหม กลับบ้านกันเถอะ”

มินตราเงยหน้ามองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนฝาผนัง เธอยิ้มให้คนดื้อ บอกแล้วว่ากลับเองได้ก็ไม่ฟัง หญิงสาวเก็บของเรียบร้อยแล้วก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย สายตาหันไปมองยังห้องทำงานของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทั้งสามีและเจ้านาย ตั้งแต่เมื่อเช้าที่ออกไปก็ยังไม่กลับเข้ามา สีหน้าและดวงตาเศร้าหมองลง จนธนัชต้องเดินมาแตะข้อศอกให้เธอเดินไปด้วยกัน

“วันนี้คุณแม่อยากทานข้าวกับมิ้น ท่านให้แม็กซ์มารับมิ้นไปที่บ้าน”

มินตราเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เธอยังไม่พร้อมที่จะตอบคำถามใครตอนนี้ และยังไม่รู้ว่าเขาจะดีใจหรือเปล่าที่เห็นเธอไปเดินในอาณาเขตบ้านของเขา ธนัชจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอ ให้มินตราหันมาเผชิญหน้า

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแม็กซ์จะดูแลมิ้นเอง แม็กซ์จะไม่ให้ใครมาทำให้มิ้นอึดอัด...แม็กซ์สัญญา”

มินตราพยักหน้าแม้จะยังไม่รู้สึกสบายใจเต็มร้อย แต่มีเพื่อนสนิทอย่างธนัชไปด้วยกัน มันก็พอทำให้เธออุ่นใจได้บ้าง ยิ่งรถใกล้จะถึงบ้านเขา เธอยิ่งรู้สึกหนาวไปหมด สายตาประหม่าที่ทอดมองออกมาทำให้ธนัชเอื้อมมือมาจับมือบางที่เย็นเฉียบ เขาพยักหน้าให้เธอเมื่อรถจอดสนิท ธนัชเดินไปเปิดประตูรถให้หญิงสาวแล้วพาเดินกันไปยังบ้านใหญ่ วันนี้มีนัดทานข้าวกันที่นั่น มินตรากับธนัชเข้ามาเป็นคนสุดท้าย เพราะวันนี้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งบิดามารดาของอิทธิกุลและธนัช รวมถึงณัฐนรีที่พอเห็นมินตราก็ทำสีหน้าเอือมระอา แล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น มินตรานั่งลงตรงข้ามกับอิทธิกุล ธนัชเดินมาตามมานั่งข้างๆ หญิงสาวหันไปพนมมือไหว้ผู้อาวุโสทุกคนไม่เว้นแม้แต่อิทธิกุล แต่ชายหนุ่มไม่ชายตาแลด้วยซ้ำ

“มาถึงแล้วก็ทานข้าวกันนะหนูมิ้น”

นางกรองแก้วทักทายอย่างเป็นกันเอง อาหารที่ตักใส่จานให้เธอ ล้วนแต่เป็นของบำรุงที่มินตราเคยอ่านตามหนังสือแม่และเด็กทั้งสิ้น มันมากมายเสียจนมินตราตักทานแทบไม่ทัน

อิทธิกุลเหลือบมองคนทั้งคู่ มินตราเองก็เช่นกัน เธอแอบเหลือบตามองอิทธิกุลกับณัฐนรีอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเห็นคนทั้งคู่เอาอกเอาใจกันจนน่าอิจฉา ก็ยิ่งต้องยอมรับความจริงให้เร็วที่สุด เธอเชื่อเสมอว่าคนที่ยอมรับความจริงจะเจ็บปวดน้อยลง

นางกรองแก้วมองพี่สะใภ้ ทั้งคู่รู้เห็นกันเรื่องนัดทานข้าววันนี้ นางนภาวดีเองก็อยากให้ธนัชลงเอยกับมินตราเสียที เรื่องทุกอย่างจะได้จบ

“วันนี้ไปดูของชำร่วยกับการ์ดเป็นยังไงบ้างหนูนรี”

“ทุกอย่างเรียบร้อยค่ะ เดี๋ยวอีกสี่ห้าวันนรีกับพี่อิทเราก็ได้เดินสายแจกการ์ดกันแล้วละค่ะ”

มินตราแสร้งตักอาหาร ทำเป็นไม่ได้ยินทั้งที่ดวงตาร้อนผ่าวเพราะน้ำตากำลังจะไหล ธนัชโกรธมากแต่เขาทำอะไรไม่ได้เพราะมีผู้ใหญ่อยู่ หนึ่งในนั้นคืบิดาและลุงที่เขาทั้งเกรงใจและกลัวเป็นพิเศษ

“ดีแล้วรีบจัดการเสีย เรามีเวลาไม่มากจะได้ไม่ฉุกละหุก มีอะไรให้แม่ช่วยก็บอกได้นะหนูนรี”

“ค่ะคุณแม่ นรีต้องขอขอบคุณในความหวังดีที่คุณแม่มอบให้นรีนะคะ”

ณัฐนรีพนมมือไหว้ขอบคุณมารดาของเขา ทั้งสองยิ้มให้กัน นึกถึงวันแรกๆ หากณัฐนรีเปลี่ยนใจ ป่านนี้นางก็คงยังต้องเสาะแสวงหาผู้หญิงคนใหม่ที่คู่ควรกับบุตรชายอยู่เป็นแน่

ความคิดเห็น