Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 68 อะไรจะเกิดก็เกิดเถอะ

ชื่อตอน : บทที่ 68 อะไรจะเกิดก็เกิดเถอะ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 147

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2562 23:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 68 อะไรจะเกิดก็เกิดเถอะ
แบบอักษร

มันคงยากเย็นมากสินะ สำหรับนาย ที่จะเอ่ยคำคำนั้นออกมา ... เผิงกวนอิงเอื้อมมือไปลูบศรีษะจูอี้หลง สัมผัสแผ่วเบาของปลายนิ้วที่แทรกผ่านเส้นผมแล้วกดลงเบาๆบนหนังศรีษะทำให้จูอี้หลงค่อยๆผ่อนคลายลง เขาหลับตา ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนก้นกบแล้วจึงค่อยๆเอนตัวลงกับพื้น 

เผิงกวนอิงลุกขึ้น เดินไปรินน้ำใส่แก้วแล้วไปรื้อหยิบของออกมาจากกระเป๋าที่เขาวางไว้ที่เก้าอี้นวมก่อนจะเดินกลับมาที่ที่จูอี้หลงนอนตะแคงขดตัวอยู่เหมือนแมว 

"ทานยานี่แล้วไปแปรงฟันนอนซะ" เขาก้มลงยื่นแก้วน้ำกับยาให้ จูอี้หลงลืมตา ยันตัวขึ้นมารับยากับแก้วน้ำ 

"ว่าง่ายดี อย่าไปว่าง่ายกับคนอื่นอย่างนี้ล่ะ เจอยาประหลาดๆเข้าจะแย่เอา" เผิงกวนอิงเดินกลับไปหยิบเสื้อโค้ทที่เขาถอดยื่นให้หลินชิงหูตั้งแต่เมื่อแรกก้าวเข้าห้องมา แล้วเดินไปที่ประตูกระจก เลื่อนเปิดออกพร้อมก้าวออกไปที่ระเบียง เขาปิดม่านแล้วเลื่อนประตูงับไว้จนแน่นก่อนจะสวมเสื้อโค้ทยกฮู้ดขึ้นคลุมทับหมวกแก๊ปที่เขายังใส่ไว้บนหัว หยิบบุหรี่ออกมาสูบ เขาสูบบุหรี่ติดๆกันสองมวนถึงจะพอรู้สึกสงบลงได้ 

เมื่อเขากลับเข้ามาในห้อง จูอี้หลงก็นอนหลับอยู่บนเตียงแล้ว เขาดึงผ้าห่มทั้งผืนมาห่อตัวเองไว้จนดูเหมือนดักแด้ยักษ์ เผิงกวนอิงเดินเข้ามาดูพอเห็นว่าจูอี้หลงหลับไปจริงๆแล้วเขาก็ถอนใจ ถ้าไม่มียานอนหลับสองเม็ดนั่น คืนนี้จูอี้หลงคงไม่ได้นอนแน่ เขาเห็นคลูแพ็คในมือที่อยู่นอกผ้าห่มของจูอี้หลง ก็รู้ว่าจูอี้หลงคงจะพยายามลดรอยบวมของตากับหน้าแต่มาผล็อยหลับไปเสียก่อน เผิงกวนอิงนั่งลงบนเตียงแล้วหยิบมันมาประคบเปลือกตาและหน้าให้จูอี้หลง สักพักเหมือนเขาจะคิดอะไรได้ จึงหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายเซลฟี่แล้วส่งรูปไปให้หลินชิงหู 

เสียงติ๊งจากโทรศัพท์ทำให้หลินชิงหูละสายตาจากจอโทรทัศน์ เขาวางกระป๋องเบียร์ลงบนโต๊ะเล็กข้างหัวเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เผิงกวนอิงส่งรูปกับข้อความมา บอกว่าจูเหล่าซือนอนหลับไปแล้ว ไม่ต้องห่วง หลินชิงหูหัวเราะหึหึ นึกแล้วว่าเผิงกวนอิงต้องจัดการจูเหล่าซือได้แน่ๆ เขาเอื้อมมือไปหยิบกระป๋องเบียร์ แต่ก็วางมันกลับลงไปเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ 

หลินชิงหูขยับตัวจากเอนหลังเหยียดขายาวมาเป็นนั่งขัดสมาธิหลังตรงแน่ว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรูปที่เผิงกวนอิงส่งมา รูปเซลฟี่ที่ไม่ชัดเท่าไหร่ เห็นหน้าเผิงกวนอิงเพียงแค่สามในสี่ ด้านหลังมีคนนอนห่มผ้าอยู่บนเตียง คนอื่นอาจจะมองไม่ชัดว่าเป็นใคร นอกจากหน้าผากขาวๆกับผมยุ่งๆบนหัว แต่สำหรับคนคุ้นเคยหน้าผากกับผมยุ่งๆนั่น แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นจูเหล่าซือ หลินชิงหูเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะส่งรูปกับข้อความออกไป 

"พี่หลินส่งนี่มาให้ทำไม" เสี่ยวหลานปรือตาขมวดคิ้ว อ่านข้อความซ้ำอีกที ... อาหง ไม่ต้องห่วงนะ เผิงเหล่าซือบอกว่าจูเหล่าซือหลับไปแล้ว... เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะปลุกพวกเขาเอง อนุญาตให้เธอตื่นสายได้... 

"ของพี่ไฉ่หงนี้นา ส่งผิดล่ะสิ" เสี่ยวหลานงัวเงียฟอร์เวิร์ดทั้งรูปและข้อความไปให้จูไฉ่หงก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อ 

.......... 

"หลินชิงหู นายทำอะไร" เสียงจูไฉ่หงแผดลั่นมาทางโทรศัพท์ 

"อะไร เฮ้ย อนุญาตให้ตื่นสายก็โกรธเหรอ แหม เธอน่าจะดีใจมากกว่า" หลินชิงหูโวย จูไฉ่หงไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านเหมือนน้องช่างแต่งหน้ากับคนขับรถที่มีบ้านอยู่ในปักกิ่งเหมือนกัน แต่เธอให้อาสง สามีมานอนค้างกับเธอที่โรงแรมแทน นับว่าเป็นความคิดที่ดีสำหรับสามีภรรยาที่หาเวลาเจอกันตามลำพังลำบาก เพราะถึงแม้เธอจะได้กลับบ้านบ้าง แต่เธอก็จะใช้เวลาหมดไปกับงานบ้านและลูกชายตัวเล็ก ดังนั้นพอมีโอกาส จูไฉ่หงก็จะใช้วิธีให้สามีมาค้างกับเธอที่โรงแรมแทน 

"ทำไมรูปกับข้อความที่พี่ส่งให้ฉันถึงเป็นเสี่ยวหลานที่ฟอร์เวิร์ดมาให้ล่ะ" จูไฉ่หงตะคอก 

"อะไรนะ ก็พี่ส่งให้เธอเอง... เดี๋ยวนะ..." หลินชิงหูเงียบไปอึดใจใหญ่ๆ 

"ส่งผิดว่ะเฮ้ย ..." เขายังไม่ทันพูดต่อ จูไฉ่หงก็ตวาดลั่น 

"พี่จงใจใช่มั้ย พี่จงใจใช่มั้ย... หลินชิงหู กรี๊ดดดด"  จูไฉ่หงกระโดดขึ้นลงเป็นเจ้าเข้าอยู่บนเตียง แล้วเธอก็กระโดดตุบลงจากเตียงมาก่อนที่สามีจะคว้าตัวเธอทัน เขารีบลงจากเตียงหยิบเสื้อคลุมให้เธอเมื่อเห็นเธอจะพุ่งตัวไปที่ประตู มือที่ยื่นเสื้อคลุมมาทำให้จูไฉ่หงชะงักเธอวางหูแล้วเดินกลับมาที่เตียง โยนโทรศัพท์ลงบนเตียง 

"โอ้ยย ไม่รู้ด้วยแล้ว อะไรจะเกิดก็เกิดเถอะ" เธอทิ้งตัวยวบลง อาสงรับตัวเธอไว้ก่อน 

"ขอร้องล่ะ ตอนนี้ขอสนใจผมก่อนสนใจคนอื่นจะได้ไหม" เขาว่า .... 

................ 

เผิงกวนอิงเดินเข้าล้อบบี้มาก็เจอจูไฉ่หงยืนอยู่หน้าเคาเตอร์รีเชปชั่น 

"อรุณสวัสดิ์" เขาทัก 

"พี่หลินเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ด้วยค่ะ กำลังไปเอาที่ครัว เผิงเหล่าซือจะได้ทานในรถ" จูไฉ่หงบอก ท่าทางเธออึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรต่อ เผิงกวนอิงจึงมองหน้าเธออยู่ เหมือนจะรอว่าเธอจะบอกอะไรอีก 

"เอ่ออ เมื่อคืนนี้พี่หลินส่งรูปที่เผิงเหล่าซือถ่ายมาให้ ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยดูแลจูเหล่าซือ" จูไฉ่หงพูดต่อ 

เผิงกวนอิงเพียงแค่ยิ้มแล้วผงกหัวรับ 

"เอ่ออ...." ท่าทางจูไฉ่หงลำบากใจ 

"ครับ?" เผิงกวนอิงเลิกคิ้วถาม 

"พี่หลินแกป้ำๆเป๋อๆ ส่งผิดไปที่เสี่ยวหลาน แล้วเสี่ยวหลานถึงค่อยฟอร์เวิร์ดมาให้... เอ่อออ " เธอยังไม่ได้พูดต่อ หลินชิงหูก็เดินถือถุงกระดาษสีน้ำตาลตรงเข้ามาหาเสียก่อน 

"อาหารเช้า เป็นแซนด์วิชนะครับ กับอเมริกาโน่อีกแก้ว อ้อมีแอ้ปเปิ้ลอีกลูกนึง แล้วก็น้ำแร่ โอเคไหมครับ" เผิงกวนอิงรับถุงกระดาษไปแล้วโอบหลิบชิงหูด้วยแขนทั้งสองข้าง 

"พี่หลิน พี่ไม่เคยทำให้ผมผิดหวังเลย" เขาหอมหลินชิงหูฟอดใหญ่ แต่กลับส่งยิ้มทางสายตาให้จูไฉ่หง หลินชิงหูหัวเราะแบบงงๆ ไม่นึกมาก่อนว่าแค่เตรียมอาหารเช้าไว้ให้เผิงกวนอิงกินบนรถจะทำให้เขาประทับใจขนาดนี้ แสดงว่าผู้จัดการของเผิงกวนอิงคงทำงานได้ห่วยแตกแน่ๆ 

เผิงกวนอิงหันไปหาจูไฉ่หง กางแขนออกกอดเธอด้วย เขากระซิบข้างหูเธอ 

"ไม่ต้องห่วงผม ดูอาหลงไว้ดีๆก็แล้วกัน" แล้วเขาก็ผละออกไป พนักงานที่เคาเตอร์แจ้งว่ารถมาจอดด้านนอกแล้ว เผิงกวนอิงพยักหน้ารับ เดินไปทางประตูหน้า ก่อนจะออกไปเขาหันมาโบกมือสวัสดี 

เธอน่าจะนึกได้ ปกติเผิงกวนอิงชอบถ่ายรูปเซลฟี่เวลาอยู่กับเพื่อนๆ เห็นโพสต์อยู่บ่อยๆ แม้แต่รูปเขากับจูเหล่าซือที่ถ่ายในห้องพักโรงแรมเขาก็ยังกล้าโพสต์ หน้าของจูเหล่าซือที่ก้มงุดอยู่บอกให้รู้ว่าเขาคงไม่อยากถ่ายรูปนั้นสักเท่าไหร่ แต่เขาไม่เคยขัดเผิงเหล่าซือได้ แล้วคราวนี้อะไร ไม่โพสต์รูป แต่กลับส่งมาให้หลินชิงหูงั้นเหรอ ทำไมไม่ส่งให้เธอล่ะ รู้มาว่าเผิงกวนอิงเป็นพวกไอคิวสูง แล้วพวกไอคิวสูงกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ จูไฉ่หงหวาดระแวงจนหายใจไม่ทั่วท้องแล้ว 

"ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ดูเผิงเหล่าซือทำเข้า สงสัยคุณเหล่ยจะเป็นพวกไม่ค่อยใส่ใจดาราที่ตัวเองดูแลกระมัง แค่เตรียมอาหารเช้าให้ ประทับใจถึงกับหอมแก้มพี่เชียว" หลินชิงหูปลาบปลื้มจนหุบยิ้มไม่ลง 

"เขาหอมแก้มที่พี่ส่งรูปนั่นไปให้ยัยเยี่ยหลานตะหาก" 

"หา?" .... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}