พริ้วพลิ้ว
email-icon

หนึ่งเม้นต์ หนึ่งแรงผลักดัน

Chapter8 เด็กน้อยกับอัฟเตอร์ปาร์ตี้ (รีไรท์)

ชื่อตอน : Chapter8 เด็กน้อยกับอัฟเตอร์ปาร์ตี้ (รีไรท์)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.1k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 20:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter8 เด็กน้อยกับอัฟเตอร์ปาร์ตี้ (รีไรท์)
แบบอักษร

​ตอนที่ 8 : 

 

 

“คุณแพรน่ารักมากๆเลยค่ะ คุณธีร์โชคดีจังเลย” 

ตอนนี้คู่บ่าวสาวของเรากำลังยืนยิ้มอยู่หน้างาน รอส่งแขกที่เป็นเหล่าแนวหน้าของประเทศไทยกลับบ้าน และเนื่องจากความน่ารักของเจ้าสาวตัวเล็กนี้ประจักษ์แก่สายตาบรรดาแขกเหรื่อตอนอยู่บนเวที ทุกคนล้วนแล้วแต่เข้ามาทักทายพนัสก่อนกลับด้วยความเอ็นดู 

และน้องไม่อยากจะเม้าท์.. ว่ามีดาราตั้งหลายคนมาขอเขาถ่ายรูปเขาเพื่อเอาไปลงโซเชี่ยลด้วยแหละ 

รู้อะไรไหม ชีวิตเด็กบ้านๆแบบพนัสแค่ได้เห็นดารา แค่ได้ขอถ่ายรูปด้วยสักช็อตก็ถือว่าเป็นกำไรชีวิตแล้ว แต่ใครมันจะไปรู้ ว่าจะมีวันหนึ่ง ดาราที่เขาเห็นในจอโทรทัศน์จะเดินมาขอถ่ายรูปกับเขาเองซะงั้น 

แค่เข้ามาเป็นสะใภ้บ้านนี้ไม่ถึงวันก็เจอแต่เรื่องพีคๆแล้ว ไม่รู้ว่าต่อไปพนัสหน้ามนคนตัวเตี้ยนี่จะเจอกับอะไรบ้าง 

พอส่งแขกคนสุดท้ายกลับบ้านและอยู่ยืนรอจนรถคันแพงลับสายตาไป พนัสก็หมุนตัวตั้งท่าจะเดินกลับเข้าไปในโรงแรม ซึ่งไอ้คนหน้าดุที่อยู่ด้วยกันเมื่อตะกี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ 

เผลอปุ๊บหายปั๊บ คนหรือผีพนัสถามจริง 

เด็กน้อยเดินไปตามทางของโรงแรมระดับห้าดาว จากที่มีคนเยอะๆตอนนี้เหลืออยู่เพียงโต๊ะ เก้าอี้ และพร็อพต่างๆซึ่งไร้ผู้คน คืนนี้เขาต้องนอนที่ห้องของโรงแรมกับไอ้คนหน้ายักษ์นั่น ในขณะที่ทุกคนกลับไปนอนกันที่บ้าน 

พนัสอยากรีบเข้าห้อง ปลดเปลื้องชุดสูทแสนอึดอัดนี่เสียที เขาอยากกระโจนเข้าไปชำระล้างร่างกายที่เหนื่อยมาทั้งวัน และทิ้งตัวลงนอนบนเตียงจะตายชัก ติดอยู่ที่ว่ากุญแจห้องมันอยู่กับอาจารย์อูเกวเวอร์ชั่นโกรธตลอดเวลานั่นแหละ นี่เขาก็กำลังเดินหาตัวคนกุมกุญแจเอาไว้อยู่ 

พนัสเดินไปเรื่อยๆก่อนจะวิ่งเข้าไปหลบหลังเสาหินอ่อนต้นใหญ่ ตอนนี้ที่ห้องโถงก่อนจะเข้าไปในห้องจัดงานนั้นมีพวกนักข่าวหลายสิบชีวิตกำลังรอสัมภาษณ์เรื่องของเขาอยู่ ซึ่งก็มีพวกคุณปู่และทุกคนกำลังรับหน้าที่นั่นให้ 

ก่อนจบงาน เขาโดนย้ำไว้แล้วว่าให้เลี่ยงพวกนักข่าวเพราะพวกคุณปู่เข้าใจดี ว่าระดับพนัสคงไม่พร้อมไปอยู่หน้ากล้องเป็นสิบๆแถมยังมีคนยิงคำถามมาให้รัวๆอย่างกับปืนกล 

“คิดยังไงที่ได้สะใภ้เป็นเด็กผู้ชายคะ” 

“แล้วเรื่องทายาทของตระกูลล่ะครับท่าน” 

“แต่งงานสายฟ้าแลบแบบนี้ได้รักกันจริงไหมครับ” 

“ทำไมคู่บ่าวสาวไม่ออกมาให้สัมภาษณ์คะ” 

“ทั้งคู่ไปรักกันตอนไหน แล้วเจ้าสาวเป็นใครคะคุณชญานนท์” 

เจ้าพนัสที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ทุกคนโหดมากเลยอะ นี่มันเหมือนซอมบี้ในคราบนักข่าวเลยให้ตาย เคยเห็นแบบนี้แค่ในละคร พอมาเจอกับตัวแล้วโคตรน่ากลัว ทุกคนที่นั่งให้สัมภาษณ์ได้หน้าตาเฉยตรงนั้นจิตใจต้องทำด้วยอะไรเนี่ย 

แร่ไวเบรเนี่ยมเหรอ ทำไมแข็งแกร่งกันขนาดนี้ 

พนัสพอยิ่งคิดก็ยิ่งสั่น เนื่องจากความกดดันมันมีมากจนทะลักมาถึงตัวเขาที่ยืนหลบเสาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้ น้องจึงผละออกมา ก่อนจะเดินอ้อมโลกเพื่อให้พ้นสายตาแร้งที่กำลังหิว และเมื่อหนีจากเขตอันตรายได้แล้วเจ้าพนัสตัวบางๆของเราก็ถึงกับถอนหายใจออกมาเสียยาวพรืด 

“มึง.. ที่จูบกันบนเวที จูบจริงปะวะ” พนัสกำลังเดินไปยังทางเชื่อมที่จะพาไปสู่ห้องพักของโรงแรมแล้ว ทว่าเสียงพูดคุยกันที่ดังออกมาจากห้องจัดงานก็ทำให้เขาชะงักลงเสียก่อน ประตูเลื่อนบานใหญ่ที่แง้มออกน้อยๆราวกับจงใจ เผลอดึงเจ้าพนัสให้เข้าไปส่องคนด้านใน 

ถ้าป้าแพรวเห็นว่าแอบฟังคนอื่นแบบนี้โดนตีตูดลายแน่บอกเลย 

“มึงจะบ้าเหรอ คบกันมากี่ปี ไม่รู้สันดานกูรึไง” 

อ๋อ.. อยู่นี่นี่เองเจ้าตัวดี ยึดกุญแจห้องเขาไปแล้วยังมีหน้ามานั่งดื่มเหล้ากับฝูงเพื่อนอีก 

พนัสคิดในใจพลางขบเคี้ยวเขี้ยวฟันอยู่หน้าประตู ภายในห้องจัดงานกว้างขวางตอนนี้มืดลงไปบ้างแล้ว โต๊ะเก้าอี้ร้างผู้คนที่รอคนงานมาเก็บในวันพรุ่งนี้มีบางส่วนที่ยังถูกใช้งานอยู่ ธีรธรนั่งดื่มเหล้ากับกลุ่มเพื่อนสนิทสามสี่คนพลางคุยเรื่องสัพเพเหระในขณะที่คนแอบฟังง่วงนอนจะตายชัก 

“อ้าวเหรอ.. เห็นมึงจูบซ้ำแบบนั้นพวกกูก็นึกว่าจูบจริง” 

“หึๆ กูเปล่า ก็ไอ้เด็กนั่นมันอยากทำหน้าเอ๋อเหมือนโลกจะแตกเอง กูก็เลย..” 

“มึงก็เลยอยากแหย่เขาเล่น? ฮันน่อวววว~~ กูบอกมึงแล้วนิวเรื่องนี้มันต้องมีซัมติง” 

พนัสที่แอบฟังอยู่ขมวดคิ้วเข้าหากัน ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าสามสี่คนที่นั่งคุยกันตรงนั้นพูดเรื่องอะไร อย่าว่าเด็กนี่โง่เลย พนัสแค่ไม่ค่อยได้ยินที่เขาพูดแค่นั้นเอง 

“ไอ้ธีร์มันไม่จูบใครน่ะน้องแพร” เสียงหนึ่งดังขึ้นเบาๆที่ด้านหลังทำเอาพนัสสะดุ้งโหยง เกือบหลุดปากอุ้ยออกไปแล้วทว่าฮุบเอาไว้ทัน ดีที่ตอนเด็กๆเล่นเป่ากบเก่งมาก กล้ามเนื้อในปากมันเลยแข็งแกร่งกว่าชาวบ้านชาวช่องเขานิดหน่อย 

“คุณ.. พิธีกร” ม่านฟ้าหัวเราะขึ้นเบาๆในความน่าเอ็นดูของเจ้าเด็กน้อยคนนี้ อันที่จริงเขาเกือบจะหลุดขำออกไปแล้วตอนที่เห็นน้องมันตกใจ ทั้งตาเหลือก ทั้งพองแก้มซะตึง 

คนบ้าอะไรตกใจได้เหมือนอึ่งอ่างขนาดนี้ 

“พี่เป็นเพื่อนธีร์ครับ ชื่อพี่เมษนะ” เจ้าจอมทะเล้นแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ พนัสพยักหน้าเข้าใจช้าๆ 

“ไอ้ธีร์เป็นพวกวันไนท์สแตนด์น่ะครับ ก็เลยไม่จูบใครตามประสาคนเป็นวันไนท์” พี่เมษว่าพลางชะโงกร่างสูงๆของตัวเองเพื่อส่องเข้าไปในช่องว่างประตู ทำท่าแอบฟังเป็นเพื่อนน้อง ซึ่งประโยคเมื่อครู่ทำเอาเจ้าพนัสตาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม 

“พี่..พี่เมษว่าอะไรนะครับ คุณธีร์.. เป็น.. พวกวันไนท์เหรอครับ?” 

"ก็แหมน้องแพร ไอ้ธีร์มันไม่มีแฟน ไม่ได้คบใคร หน้าที่ซีอีโอของบริษัทก็เครียดแสนเครียด มันก็ต้องอยากปลดปล่อยอารมณ์ออกมากันบ้างแหละครับ" 

ตอนนี้ประโยคที่พูดกันว่า WHAT THE HELL วนเวียนอยู่ในสมองน้อยๆของพนัสไม่รู้จบ น้องเอ๋อไปสักพัก และพอตั้งสติได้ก็หันกลับไปแอบมองพี่ธีร์ตามเดิม หัวคิ้วมุ่นเข้าหากันด้วยความเครียด 

ดูจากภายนอกแล้วคุณธีร์ไม่เหมือนคนเป็นวันไนท์แสตนด์เลยอะ ปกติคนแบบนั้นต้องมีเสน่ห์เข้าหาง่าย แบบพี่เมษนี่ก็ว่ากันไป แต่คนหน้ายักษ์นั่นมันดูเงียบๆขรึมๆ พอมารู้ความจริวแบบนี้เลยอดไม่ได้ที่จะช็อคตาค้างไป 

และด้วยมาดเย็นชา ไหนจะบางครั้งก็ติดโหดๆ ทั้งยังเนี๊ยบเรื่องเวลาและเครื่องแต่งกาย เป็นคนที่ดูจะเข้มงวดกับทุกสิ่งอย่างเพราะว่าเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่แบบนั้น เจ้าพนัสเลยลืมคิดไปเลยว่าคนบ้างานคนนี้ก็เป็นคน เป็นผู้ชายที่มีความต้องการอย่างคนทั่วไปเหมือนกัน 

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับน้องแพร มันไม่มั่วหรอก นานๆทีจะมีสักครั้งก็แค่ตอนที่มันเครียดมากๆเท่านั้นแหละ แล้วอีกอย่างมันป้องกันทุกครั้ง ไม่มีโรคไปติดน้องแพรหรอกครับ” 

คราวนี้พนัสแหกตากว้างกว่าเก่า ปากอ้าออกซะใหญ่แบบที่แทบจะยัดแอปเปิ้ลทั้งลูกเข้าไปได้ ใช่แล้ว.. เด็กน้อยลืมคิดไป ทั้งเรื่องเซรุ่มอะไรก็ไม่รู้ที่ต้องได้รับการกระตุ้นจากการมีเซ็กส์กับไอ้บ้าคุณธีร์ ทั้งประโยคที่ม่านฟ้าพูดมาเมื่อกี้ น้องเพิ่งนึกได้ 

ว่าต้องเอากับคุณธีร์ 

ต้องเอาแบบต้องเอา ยังไงก็ต้องมีอะไรกัน หนีความจริงที่ยากจะรับได้นี้ไม่พ้นเลย 

“อ..เอ่อ.. แฮะๆ พี่เมษดูสนิทกับคุณธีร์จังเลยนะครับ รู้กันถึงขนาดว่าป้องกันหรือไม่ป้องกันด้วย” พนัสหันไปยิ้มเจื่อนๆให้เพื่อนใหม่พลางพูดเปลี่ยนเรื่อง แล้วใครทะลึ่งมาปิดแอร์ละเนี่ย สูทนี่ก็หนาจัง หน้าพนัสร้อนจนแดงไปหมดแล้ว 

“อ๋อ.. ฮ่าๆๆ พวกพี่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลกนู่น มีอะไรก็บอกกันหมดแหละครับ” 

ในขณะที่คนทั้งสองกำลังแลกเปลี่ยนประสบการณ์นู่นนี่นั่นกันอยู่ เจ้าบ่าวที่นั่งสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนก็บังเอิญได้ยินเสียงคุยกันอยู่หน้าประตูเข้า พอหันไปมองทิศทางนั้น ธีรธรเห็นเพื่อนสนิทของเขากำลังยืนคุยกับไอ้เด็กแพรอยู่ 

พอได้มองไปที่คนตัวเตี้ยแล้วเห็นมันยิ้ม เห็นมันหัวเราะก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจแปลกๆ ทั้งๆที่ตลอดเวลาที่ได้คุยกับเขา ไอ้เด็กเอ๋อนั่นมักจะทำหน้าซีด มองมาด้วยแววตาสั่นกลัวแท้ๆ 

ไม่รู้อะไรเป็นอะไรด้วยซ้ำ ..อยู่ๆธีรธรคนที่คุมอารมณ์ตัวเองเก่งก็วาร์ปมาอยู่หน้าประตูเสียแล้ว 

“คุยเหี้ยอะไรกัน” 

เจ้าตัวว่าแล้วก็เอื้อมมือไปจับประตูพลางเหวี่ยงให้มันอ้าออกจนสุด สองคนนั้นที่หันมามองด้วยท่าทีงงงวยยิ่งทำให้คุณธีร์หงุดหงิดเข้าไปกันใหญ่ 

“เอ่อ..” พนัสอ้ำอึ้ง มองเขาสลับกับม่านฟ้าด้วยความสับสน ใบหน้ามันแดงก่ำเหมือนตอนที่ถูกเขาจูบปลอมๆบนเวทีไม่มีผิดเพี้ยน 

มันสองคนคุยอะไรกัน ทำไมไอ้เด็กนี่ถึงได้หน้าแดงแบบนี้! 

“ความลับจ้ะ” ธีรธรตวัดสายตาไปมองเพื่อนตัวเองด้วยความโกรธจัดทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไร และเมื่อเจ้าม่านฟ้าเห็นเพื่อนโกรธขนาดนั้นก็ยิ่งยกยิ้มให้กว้างขึ้นอีก ก่อนจะเดินมาตบไหล่เขาสองสามทีแล้วเดินเข้าไปด้านใน ไม่วายพูดทิ้งท้ายเอาไว้ด้วย 

“ดูเหมือนจะมีคนแถวนี้อารมณ์บ่จอย พี่ชิ่งดีกว่าน้องแพร เดี๋ยวโดนลูกหลงเอาล่ะแย่เลย” 

“เอ่อ.. ครับ ไว้เจอกันใหม่นะพี่เมษ” 

เดี๋ยวก่อน? เมื่อกี้ไอ้เด็กแพรเรียกไอ้เมษว่าอะไรนะ พี่เมษ? พี่เมษงั้นเหรอ ทำไมเรียกมันพี่ แล้วทำไมเรียกธีร์ว่าคุณ เป็นเมียต้องสนิทกับผัวที่สุดสิ ไม่ใช่ไปสนิทกับเพื่อนผัวมากกว่าแบบนี้ เห็นทีต้องสั่งสอนเรื่องมารยาทการเป็นเมียให้ไอ้เด็กนี่สักหน่อยแล้ว 

มันจะข้ามหน้าข้ามตากันมากไปแล้วไอ้เอ๋อ 

ธีรธรเริ่มจะนึกได้แล้ว สาเหตุที่ทำให้เขาโมโหตอนที่เห็นมันสองคนคุยกัน นั่นคงเป็นเพราะธีร์หวงเพื่อนรักของตัวเองมากไปหน่อย ม่านฟ้าน่ะเพื่อนตายของเขาเลยนะจะบอกให้ 

แล้วตอนนี้ที่เห็นมันข้ามหน้าเขาไปสนิทกับม่านฟ้าแล้วไม่พอใจ ก็เพราะว่าเดี๋ยวใครมองมาแล้วมันจะดูไม่ดีที่เมียสนิทกับผู้ชายคนอื่นมากกว่าผัวตัวเอง 

“นี่ นายรู้รึปะ-” 

“เอ้อคุณธีร์ครับ ผมขอกุญแจห้องหน่อยสิ อยากนอนเต็มแก่แล้วเนี่ย” 

ห๊ะ? เมื่อกี้ธีร์ด่าเด็กมันไปหรือยังนะ ได้พูดอะไรออกไปหรือเปล่า 

“เอ..ว่าแต่ ใครอารมณ์ไม่ดีเหรอครับ” ประธานบริษัทจอมหยิ่งของเราได้แต่กดสายตามองคนตัวเตี้ยกว่าด้วยสีหน้าอึ้งๆ สมองเขายังไม่โหลดจากการที่เด็กมันเมินเขาไปทั้งๆที่กำลังจะเอ่ยปากด่า ตั้งแต่เกิดมายังไม่มีใครกล้าเมินเขาเลยนะพับผ่า! 

ธีรธรรู้สึกเหมือนอารมณ์ร้อนของเขาถูกดับด้วยการเมินของไอ้เด็กนี่ หากแต่ไม่ใช่การเอาน้ำเย็นมาดับแบบปกติ ถ่านไฟความหงุดหงิดของเขาถูกเหยียบด้วยเท้าของไอ้เด็กแพร ซึ่งมันก็ดับลงอย่างรวดเร็วแบบที่เขายังงงๆอยู่เลย 

“คุณธีร์อารมณ์ไม่ดีเหรอครับ” พอตรงนี้มีกันอยู่แค่สองคนเด็กน้อยเลยหาคนที่ม่านฟ้าพูดว่าอารมณ์บ่จอยไม่ได้นอกจากบุรุษหน้ายักษ์เบื้องหน้า 

“ผมว่าไม่หรอกมั้ง ก็คุณธีร์ทำหน้าบูดแบบนี้ตลอดเวลาอยู่แล้ว” 

“.......” 

ประธานบริษัทคนเก่งที่เกิดมาจะสามสิบปีแล้วถึงกับยืนเอ๋อ เขาเพิ่งเข้าใจไอ้คำว่าแดกจุดครั้งแรกในชีวิต ไอ้เด็กนี่มันแสบถึงขนาดที่ทำให้ซีอีโอคนดุของทุกคนใบ้กินลงไปได้ในพริบตา 

กล้าดียังไงห้ะพนัส!! 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#ธีร์ไทม์ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น พนัสถูกปลุกให้ตื่นจากนิทราด้วยเสียงของสายน้ำที่ไหลลงกระทบกับพื้น คงจะเป็นเพื่อนร่วมห้องอย่างคุณธีร์ล่ะมั้งที่ลุกมาอาบน้ำแต่ไก่โห่ ทั้งๆที่เมื่อคืนกว่างานเลี้ยงจะเลิกก็ดึกมากแล้วแท้ๆ 

เจ้าพนัสดันตัวลุกขึ้นมานั่งทำหน้าเอ๋ออยู่บนเตียงพร้อมทั้งผมบนหัวที่ฟูฟ่องเป็นรังนก เมื่อคืนหลังจากที่ได้กุญแจห้องมาเขาก็อาบน้ำและเข้านอนทันที เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเดี๋ยวอีกสักพักจะมีอีกคนตามเข้ามานอนด้วย เจ้าพนัสเลยชิงหลับก่อนซเสียเลย 

เขายังทำใจนอนเตียงเดี๋ยวกันกับไอ้ยักษ์โหดนั้นไม่ได้โว้ยยย! 

Rrrrrr!! 

เป็นโทรศัพท์ของเขาเองที่แผดเสียงดังขึ้นมาฉุดพนัสออกจากภวังค์ เด็กน้อยในชุดนอนผ้าซาตินเอี้ยวตัวไปหยิบมัน พอเห็นว่าใครเป็นคนโทรมาหากันแต่เช้าแบบนี้ ใบหน้าน่ารักก็ผุดรอยยิ้มขึ้น ไม่รอช้ารีบกดรับสายทันที 

“ฮัลโหลป้าแพรว!” พนัสเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเนื่องจากเพิ่งตื่นนอน คนตัวเล็กของเราเอาแต่ยิ้มจนตาปิดพลางหยิบหมอนมากอดเอาไว้ 

[เสียงเพิ่งตื่นนี่ผ้าแพร ทำไมเดี๋ยวนี้หัดเป็นคนตื่นสายแบบนี้] 

เด็กน้อยหุบยิ้มลงในบัดดล ทั้งยังยู่ปากขัดใจ ทั้งๆที่เขาดีอกดีใจมากที่ป้าแพรวโทรมาหา แต่ประโยคแรกที่ได้ฟังกลับเป็นประโยคดุๆที่ฟังแล้วหดหู่ใจจะแย่ 

“ยอมแพรหน่อยน่า.. เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ตั้งดึก ตื่นสายหน่อยเดียวเอ๊ง” ยิ่งได้คุยกัน เจ้าตัวน้อยก็ยิ่งยิ้มมากขึ้นเรื่อยๆ พนัสกำลังคิดถึงใบหน้าดุๆที่กำลังฟังเขาแถเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างที่เคยทำทุกที 

[เรื่องงานแต่ง.. โทษทีนะที่ไม่ได้ไป พอดีมันเลยเวลานอนของพวกเด็กๆแล้ว] 

“เราคุยกันแล้วนี่นา แพรบอกว่าไม่เป็นไรงายยย~~” เจ้าพนัสว่าเสียงอ้อน เป็นจังหวะเดียวกันกับคนที่ตื่นมาอาบน้ำตรงเวลาเดินออกมาในสภาพมีผ้าเช็ดตัวพันรอบเอว คนเด็กกว่าพอเห็นอะไรไม่ดีไม่งามก็รีบก้มหน้ามองหมอนบนตักตัวเองทันที 

[ไปอยู่บ้านนั้น.. เขาดูแลดีหรือเปล่า หื้ม?] ประโยคถัดมาทำเอาเจ้าพนัสชะงักไป ก่อนที่น้ำตาอุ่นๆจะคลอขึ้นมาในหน่วยตาช้าๆ 

ไม่อยากให้ป้าแกรู้เลยว่าก้าวเท้าเข้าบ้านนี้ก้าวแรกก็โดนด่าซะเสียคน 

“อื้ม..” น้ำเสียงสั่นๆที่แสดงออกมาชัดเจนทำเอาธีรธรที่ยืนเช็ดผมอยู่หน้ากระจกเหลือบตามอง เห็นน้องน้ำตาหยดลงหมอนก็ชะงักไป 

เด็กน้อยพอรู้ว่าตัวเองเริ่มงี่เง่าก็รีบสูดน้ำมูกและตั้งสติ ถ้าป้าแพรวรู้ว่ากำลังร้องไห้อยู่ต้องดุเขาแน่ๆ การอยู่ในที่ที่มีเด็กเยอะแบบต้องครรลอง เด็กที่งี่เง่ามักจะโดนตีซ้ำเสมอ 

[ในทีวีมีแต่ข่าวเอ็งเลย น้องๆชมกันใหญ่ว่าหล่อนักหนา หึ ไม่เห็นจะเท่าไหร่] เจ้าพนัสหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ป้าแพรวน่ะเป็นคนที่ปากหนักมาก แต่ก็ใจดีมากๆด้วยเหมือนกัน ความอบอุ่นที่ได้รับมาอย่างอ้อมๆของแกทำเอาพนัสยกยิ้มขึ้นมาด้วยความคิดถึงที่มีอยู่เต็มอก 

[ไปอยู่ที่นั่นในฐานะนายคนอื่นก็อย่าหลงในอำนาจนะแพร ถึงแกจะเป็นสะใภ้แล้ว แกก็ยังเป็นคนอาศัย จำที่ฉันสอนได้ไหม อยู่บ้านทะ--] 

“อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น” พนัสพูดขัดขึ้นมาด้วยความแม่นยำ เขายกยิ้มอย่างคนที่อบอุ่นหัวใจที่สุดในรอบหนึ่งอาทิตย์ 

[... เกือบดีแล้วเชียวถ้าไม่พูดแทรกขึ้นมา เดี๋ยวเถอะ] คราวนี้เด็กน้อยระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง ฝ่ามือพลางยกขึ้นมาเช็ดน้ำตา 

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ทั้งสองคนปล่อยให้สายโทรศัพท์เงียบไปแบบที่ว่าปล่อยเวลาให้กินตังค์กันเปล่าๆ ในที่สุดก็เป็นคนปลายสายเองที่พูดตัดบทออกมา 

[ไปซะๆ ตื่นแล้วก็ลุกขึ้นอาบน้ำ อย่ามัวแต่เอือกอยู่กับที่นอน] 

“ป้าแพรว ..คุณท่านเขาบอกว่าถ้าว่างๆจะพาไปต้องครรลองด้วยแหละ” 

[โอ้ยยย ไม่ต้องมาหร๊อก มันไม่มีอะไรให้ทำหรอก] เด็กน้อยได้ยินแบบนั้นก็ยกยิ้มขึ้นมาบางๆ เธอพูดแบบนั้นก็จริง แต่ในใจน่ะอยากเจอเขาใจจะขาดทำไมคนน่ารักจะไม่รู้ 

[ฉันวางล่ะนะ มีการมีงานต้องไปทำ] 

“...แพรคิดถึงนะ” ว่าจบก็เป็นฝ่ายกดวางไปเองดื้อๆ น้ำตาบริสุทธิ์ไหลอาบเต็มสองแก้ม แค่ได้คุยกันก็อบอุ่นไปถึงขั้วลึกในหัวใจ น้องอยากกลับไปหา ไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เคยอยู่ แต่เขาเลือกทางของตัวเองไปแล้ว 

พนัสรีบเช็ดน้ำตาเมื่อเพิ่งนึกได้ว่ามีอีกคนอยู่ในห้อง ฝ่ายธีรธรพอเห็นเด็กมันวางสายไปแล้วก็รีบเบือนสายตาในกระจกมามองตัวเองทันที 

ส่วนพนัส พอตั้งสติได้แล้วก็ลุกจากเตียง เหลือบมองคนหน้ากระจกที่กำลังผูกเนคไทอยู่ก็เดินเข้าไปหาทั้งๆที่หน้ายังแดงจากการร้องไห้ไม่หาย 

“คุณธีร์ต้องผูกเนคไทด้วยเหรอครับ วันนี้ไม่ได้ไปทำงานนี่” วันนี้วันจันทร์ก็จริง แต่เห็นพวกคุณแม่นัดกันไว้แล้วว่าจะพาพวกเขาไปโรงพยาบาล ไปรับเซรุ่มอะไรนั่นกันในวันนี้ และแน่นอนว่าคนหน้ายักษ์นี่ก็โดนบังคับให้ไปด้วยเหมือนกัน 

“ถ้ายังเหลือเวลาฉันจะกลับไปทำงานต่อ” ธีรธรว่าให้เจ้าตัวเล็กยู่ปาก คนบ้าอะไรห่วงงานชะมัด 

“งั้นเดี๋ยวผมผูกเนคไทให้” เจ้าตัวเล็กพูดพลางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก สองมือเอื้อมไปกำลังจะจับเข้าที่เนคไทที่ยังไม่ได้รับการผูก ทว่าคนตัวหนากลับก้าวถอยออกไปสัยก่อน 

“ไปจัดการตัวเองก่อนเถอะขอร้อง เหม็นขี้ฟัน” 

ความหวังดีก่อนหน้านี้เหมือนถูกโยนลงถังขยะ แบบที่มันไม่เข้าแล้วลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ข้างๆถังขยะด้วยซ้ำ พนัสพอเจอพูดตอกหน้าแบบนั้นก็แทบจะหงายหลังล้มลงไปง่ายๆ 

เด็กน้อยเดินเอ๋อๆไปคว้าผ้าเช็ดตัว ก่อนจะเข้าห้องน้ำไป ไม่วายบ่นอะไรมุบมิบอยู่คนเดียวจนธีรธรที่กำลังยิ้มสะใจถึงกับต้องเงี่ยหูฟัง 

“โห..ยักษ์แก่นี่ร้ายชะมัด” 

“เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ!” 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#ธีร์ไทม์ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“คุณแพรต้องมารับเซรุ่มฝังเซลล์มดลูกและวัคซีนกระตุ้นฮอร์โมนเพศหญิงทุกๆเดือนนะครับ อย่างปกติเนี่ย จะใช้เวลาในการรับเซรุ่มอยู่ที่หกเดือน ตกเดือนล่ะสองหมื่น แต่ถ้าอยากทำเสร็จเร็วกว่านั้นจะมีตัวเซรุ่มที่มีความเข้มข้นสูงมากอยู่ครับ ตัวนี้ใช้เวลาสามเดือน ค่าใช้จ่ายจะตกอยู่ที่เดือนละหกหมื่น แต่เพราะมันมีความเข้มข้นสูงมาก อาจจะมีผลข้างเคียงกับคุณแพรได้ อย่างเช่นมีไข้ อะไรแบบนั้นครับ” 

ตอนนี้พนัสวาร์ปมาอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเป็นที่เรียบร้อย โดยมีคุณแม่ คุณย่า คุณธีร์ แล้วก็พี่โยธาที่เป็นคุณหมออยู่ที่นี่กำลังนั่งฟังอาหมอเจ้าของเคสของพนัสอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้ารับเซรุ่มแสนวุ่นวายนี้ให้ฟัง 

และเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นคู่แรกในไทยที่ทำ ทุกคนในโรงพยาบาลเลยวุ่นวายกันไปหมด 

ซึ่งอัตราค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้กับพนัสนั้นก็แพง ได้ฟังเสร็จเด็กน้อยหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เงินขนาดนั้นเขาเอาไปใช้เลี้ยงตัวเองได้เป็นปีๆ เป็นสองเป็นสามปีเลยนะให้ตายเถอะ 

“แพรทำแบบสามเดือนดีไหมลูก แม่อยากได้หลานไวๆ” เจ้าตัวเล็กตาเหลือกทันที น้องหันไปมองธีรธรที่นั่งข้างๆอย่างหวังว่าพี่เขาจะช่วยพูดอะไรหน่อย ทว่าไอ้คนใจร้ายก็เอาแต่นั่งนิ่งๆ 

จะบ้าเหรอเนี่ยยย ไอ้สามเดือนที่ว่านั่นมันแพงกว่าแบบปกติตั้งกี่เท่าก็ไม่รู้ 

..จับหน่อย คนฐานะปานกลางจะล้ม 

“ละ..แล้วแต่คุณแม่เลยครับ แพร..แบบไหนก็ได้ แหะๆๆ” เจ้าพนัสว่ายิ้มๆ อันที่จริงก็ควรตามใจพวกเขาแหละนะ เงินค่ารับเซรุ่มนี่มันก็เงินเขา จะสามเดือนหกเดือน แบบไหนเขาก็ต้องมีลูกให้บ้านนี้อยู่ดี แค่ไม่สบายนิดหน่อยคงไม่เป็นอะไรมาก 

“ขั้นตอนการรักษานะครับ คุณแพรจะได้รับยาสลบและฉีดเซรุ่มเข้าร่างกาย หมอจะคำนวณให้คุณแพรฟื้นมาตอนเย็นพอดี เพราะว่าหลังจากที่ฟื้นคุณจะมีอาการกำหนัด ในส่วนนี้หมอขอแรงคุณธีรธรที่ลงทะเบียนเป็นพ่อเด็กมีเซ็กส์และหลั่งในด้วยนะครับ เนื่องจากอสุจิจะเป็นตัวกระตุ้นให้เซรุ่มทำงานได้ดีขึ้น” 

WHAT! 

THE!! 

FU**K!!! 

เดี๋ยวก่อนประชาชน เมื่อกี้พนัสฟังอะไรผิดไปหรือเปล่า 

ถ้าที่หมอพูดมามันไม่ใช่คำโกหก สรุปง่ายๆตามสไตล์คุณพนัสเขาก็คือ.. 

หลังจากนี้เขาจะได้รับยาสลบ 

พอฟื้น.. 

ก็จะเกิดอารมณ์ทางเพศ 

และต้องมีอะไรกับไอ้คุณธีร์นั่น 

โฮฮฮฮ!!!! หมออออ!!!! ขอยาสลบแบบไม่ต้องฟื้นเลยได้ไหมอะ แบบ..หลับแล้วตายไปเลย ไม่ต้องตื่นไปโดนไอ้คนบ้านั่นเอาสากแทง ปล่อยแพรหลับยาวๆไปเลยหมอ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

FB : พลิ้ว - fiction 

TW : @prew_fiction 

IG : prewplew 

ความคิดเห็น