เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 7

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 43k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 10 เม.ย. 2562 14:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 7
แบบอักษร





     เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง พีคไล่เพลิงที่นั่งติดเกมให้ลงไปทำงาน ส่วนพีคก็ไปจัดการงานที่ห้องวีไอพีชั้นสองที่นัดลูกค้าญี่ปุ่นกับฮิวโก้ไว้ ทั้งคู่ต่างใช้เวลางานของตัวเองทั้งคืนจนถึงเวลาเลิกงาน ลูกค้าและพนักงานต่างพากันแยกย้ายกลับบ้าน บางส่วนก็แวะไปสังรรค์รวมทั้งแจ็คที่กำลังชวนเพลิงไปขณะเดินออกนอกร้าน  

“เอาจริงมึงน่าจะไปกินเหล้ากับพวกกูสักหน่อยนะ กูเห็นมึงทำหน้าเซ็งๆไม่ค่อยดีตั้งแต่เข้ามาทำงาน เชฟยังแอบถามกูอยู่เลยนะว่ามึงเป็นอะไร” แจ็คถามระหว่างเดินไปที่ลานจอดรถ 

“ไม่ล่ะ มึงไปกินกับพวกพี่เขาเหอะ กูไม่เป็นอะไร แค่ง่วงๆน่ะ” เพลิงตอบกลับแจ็คไป เพราะรู้สึกง่วงจริงๆ วันนี้เพลิงคิดว่าตัวเองใช้พลังงานเยอะกว่าที่คิด ข้าวก็กินไปนิดเดียว งานในครัวก็หนักเพราะถูกหัวหน้าเชฟย้ายงานให้ทำจานหลักหลังจากท้าพนันในตอนนั้น พองานเลิกเพลิงแทบเดินหลับลอยออกมา ถ้าไม่มีแจ็คชวนคุย เพลิงคงหลับจริงๆ 

“อ่าๆ ตามใจ ถ้าไม่ไปงั้นกูไปก่อนแล้วกัน ส่วนมึง กูว่าเรียกแท็กซี่กลับดีกว่า ขืนมึงขับรถเองเดี๋ยวได้หลับไปชนหมาแน่ๆอ่ะ สงสารมัน” แจ็คพูดเตือนพร้อมแอบแซว ก่อนจะขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ เพลิงแยกเขี้ยวใส่แจ็คก่อนจะโบกมือไล่ ซึ่งแจ็คก็ยิ้มขำกับท่าทางของเพื่อน แจ็คโบกมือลาแล้วขับมอเตอร์ไซค์ออกไปกินเลี้ยงต่อ 

      เพลิงเห็นว่าแจ็คออกไปแล้วจึงหันหลังกลับเดินเข้าไปลานจอดรถด้านใน เพลิงอยากจะดูว่าตอนนี้รถตัวเองยังอยู่ที่เดิมหรือเปล่า ตอนมาที่นี่เพลิงก็ลืมไปเลยว่ารถตัวเองยังจอดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน แต่เพราะถูกพีคลากเข้าร้านเลยไม่มีโอกาสออกมาดู  

     เพลิงเดินมาถึงสักพักก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นข้างนึง เมื่อพบว่ารถยางแตกสี่ข้างได้หายไปจากที่เดิม ตอนแรกเพลิงนึกว่าพีคจะแกล้งเขาแล้วปล่อยรถทิ้งไว้ที่นี่เลย แต่ดูเหมือนพีคจะเอารถของเพลิงไปซ่อมให้โดยที่ไม่ได้บอกเขา  

“นี่มันเอารถกูไปซ่อมป่าววะ?” เพลิงพูดคนเดียว ยืนกอดอกหรี่ตามองที่จอดรถที่ว่างเปล่าอย่างสงสัย แต่ยืนอยู่ไม่นาน เพลิงก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้ 

“ทำไมมึงไม่เอาโทรศัพท์ไป” พีคย่นคิ้วถามอย่างหงุดหงิดเพราะโทรหาเพลิงแล้วเพลิงไม่รับสาย ก่อนจะรู้ว่าเพลิงลืมโทรศัพท์ แถมลงไปหาที่ครัวก็ไม่เจอเลยลองเดินมาทีนี่ เพลิงหันหลังไปมองพีคนิ่ง ซึ่งเพลิงก็ลืมไปเลยว่าตัวเองทิ้งโทรศัพท์ไว้บนห้องทำงานพีคก่อนจะลงมาทำงาน 

“ลืม แล้วก็ขอคืนด้วย”เพลิงพูดพร้อมเดินเข้าไปแย่งโทรศัพท์ในมือพีคทันที ก่อนจะกดเช็คอะไรบางอย่างในมือถือเพราะกลัวว่าพีคจะมายุ่งวุ่นวายอะไรในนี้ พีคหรี่ตามองเพลิงเหมือนจะรู้ว่าเพลิงกำลังทำอะไร 

“พาสเวิร์ดมึงยาวขนาดนั้น กูคงไม่มานะล็อคอินเข้าไปหรอก ..แล้วก็เดินไปขึ้นรถซะ จะกลับบ้าน” พีคบ่นก่อนเดินหันหลังไปที่รถของตัวเอง เพลิงหน้ามุ้ยเดินตามพีคไปก่อนจะขึ้นรถกลับบ้าน ซึ่งระหว่างทางพีคยังคงแหย่เพลิงเล่นสนุก โดยที่เพลิงหน้ามุ้ยบึ้งตึงไปตลอดทาง  


   พีคใช้เวลาขับรถมาสักพักก่อนจะถึงบ้าน ซึ่งลูกน้องที่ยังไม่นอนหรือพึ่งกลับจากบาร์เดินมาหาพีค เพื่อตอนรับเจ้านายและดูว่าพีคมีอะไรให้พวกเขาช่วยมั้ย แต่ก็พากันตกใจและงุนงงกันอีกครั้งเมื่อเห็นเพลิงเดินตามหลังพีคออกมาจากรถพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า  

“เฮีย ทำไมถึงพาไอ้นี่มาอีกอ่ะ” ดิวชี้หน้าเพลิงถามพีคอย่างสงสัย ไม่คิดว่าพีคจะเอาเพลิงมานอนที่นี่อีกคืน 

“ของแก้เซ็งกู แล้วทำไมพวกมึงยังไม่แยกย้ายกันไปอีก อยู่กินเหล้ากันหรือไง” พีคมองลูกน้องที่นั่งจับกลุ่มอยู่ตรงสวนหน้าบ้าน ดิวยิ้มแห้งทันทีแต่พีคไม่ได้ว่าอะไร เพราะเขาอนุญาติและเห็นบ่อยจนชิน ตอบแทนที่พวกลูกน้องช่วยงานและดูแลบ้านให้ เพียงตั้งกฎว่าห้ามดื่มจนเมาเพราะไม่อยากให้ทะเลาะกัน  

“ดื่มนิดนึงเฮีย กินเลี้ยงดีใจหน่อยที่ไอ้ฮิวโก้มันเสียพนันครั้งนี้” โต้งหันมาสบทบพูดยิ้มสะใจเมื่อกล่าวถึงใครบ้างคน เพลิงหันไปมองโต้งสลับกับพีคที่ยิ้มเหมือนรู้กัน ซึ่งเพลิงเองก็แอบสงสัยว่าพนันมันเกี่ยวอะไรกับคนพวกนี้ ทำไมต้องดีใจกันขนาดนั้น 

“หึหึ อย่าดื่มหนักแล้วกัน กินเสร็จก็ฝากปิดบ้านด้วย กูจะขึ้นไปนอน” พีคบอกโต้งก่อนจะเดินผ่านหน้าไป 

“ครับเฮีย กินไปนานหรอก” โต้งพยักหน้ารับ  

“แล้วนี่มึงจะยืนเอ๋ออีกนานมั้ย เข้าบ้านไอ้เพลิง” พีคหันไปเรียกเพลิงที่ยืนมองกลุ่มของโต้ง เพลิงย่นคิ้วถอนหายใจเฮือกก่อนจะเดินตามเข้าไปอย่างจำใจ ส่วนโต้งกับดิวหันมามองหน้ากันแปปนึง ก่อนจะกลับไปร่วมวงเหล้าต่อ 

     เพลิงเดินตามหลังพีคขึ้นห้องด้วยท่าทีเซ็งๆ พีคเองก็แอบสังเกต แต่ก็ไม่ได้พูดหรือสนใจ เพราะเมื่อเดินเข้าห้องมาพีคก็ตรงดิ่งเข้าไปอาบน้ำ ปล่อยให้เพลิงยืนงงอยู่กลางห้อง เพลิงไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรต่อดี เลยลงไปนั่งกับพื้นข้างเตียงเฉยๆ รอให้พีคอาบน้ำเสร็จ พีคอาบน้ำได้ไม่นานก็เดินนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาใส่เสื้อท่ี่ตู้เสื้อผ้า แล้วหันไปหาเพลิงที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง พีคเลิกคิ้วมองอย่างนึกขำ 

“ไอ้อ่อนเอ๊ย” พีคว่า เขาสวมกางเกงเพียงตัวเดียวแล้วเดินมาหาเพลิงที่กึ่งหลับ ก่อนจะใช้เท้าเขี่ยจนร่างล้มลงพื้น เพลิงสะดุ้งตกใจราวกับเดจาวู แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองคนทำ เพลิงก็พอรู้แล้วว่ามันไม่ใช่เดจาวู แต่มันเป็นการจงใจรอบที่สองของวันนี้ 

“ไอ้เหี้ยพีค!” เพลิงรีบลุกขึ้นยืนแล้วด่าพีคอย่างอารมณ์เสีย แต่พีคกลับยิ้มขำ 

“ถ้าคิดจะนอนก็ไปอาบน้ำก่อน ส่วนกระเป๋าก็เก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าซะ” พีคบอกเพลิงแล้วเดินไปหยิบรีโมทเพื่อหาอะไรดู 

“ตกลงมึงจะให้กูนอนห้องเดียวกับมึงหรอ” เพลิงขมวดคิ้วถาม  

“ใช่” พีคตอบอย่างไม่ใส่ใจ เดินขึ้นเตียงแล้วนั่งเหยียดขาเอาหลังพิงหัวเตียงไว้ ก่อนจะเปิดอะไรเรื่อยเปื่อยดู พลางเหลือบไปมองเพลิงที่ยืนหน้ามุ้ยอยู่ปลายเตียง  

“ถ้าอยากนอนห้องอื่นกูมีให้นะ แค่ไม่มีพัดลมกับแอร์ให้มึง สนใจป่ะล่ะ” พีคยกยิ้มเหล่มองเพลิง ที่ตอนนี้เปลี่ยนสีหน้ามองเขาอย่างลุ้นๆ 

“ห้องไหนก็ได้ที่ไม่มีมึง กูอยู่ได้หมด” เพลิงตอบพีคอย่างมั่นใจ 

“แน่ใจ?” พีคถามอีกครั้ง 

“แน่” 

“หึหึ นูู่นเลยไอ้เพลิง ห้องนอนสำหรับมึง ตื่นปุ๊ปได้อาบน้ำปั๊ป ถ้าชอบนอนแบบเย็นๆแนะนำให้เปิดน้ำใส่อ่างแล้วนอนแช่ รับรองเย็นสบาย กูแถมแพ็คเกจให้ด้วยนะ นอนวันนี้แถมฟรีโรคปอดบวม บริการสุดคุ้มจากกู สนใจมั้ย” พีคชี้ไปทางห้องน้ำพร้อมเสนอแพ็คเกจคลายร้อนให้แบบขำๆ ซึ่งคนถูกเสนอแพ็คเกจอยากจะรีบกระโดดไปบีบคอคนตรงหน้าแทบจะทันที  

“ไอ้สัด! แพ็คเกจพ่อง กูไม่นอนก็ได้” เพลิงตะโกนด่าพีคแล้วรีบกระแทกเท้าเดินเข้าห้องน้ำปิดประตูแรง แต่ก็ไม่วายโดนพีคแซวเข้ามา 

“เอ้า! ขนาดไม่นอนนะเนี่ยมึงยังเดินเข้าไป หรือว่ามึงเปลี่ยนใจอยากทดลองเป็นปอดบวม ปากแข็งจริงๆ” 

“กูจะอาบน้ำ!” เพลิงตะโกนผ่านประตูห้องน้ำออกมา พีคนั่งหัวเราะในลำคอแล้วสนใจทีวีต่อ  

     ไม่นานเพลิงก็เดินใส่ชุดนอนออกมา ก่อนจะเอาผ้าเช็ดตัวไปตากแล้วเดินกลับไปนั่งพื้นข้างเตียงเหมือนเดิม พีคเลิกคิ้วข้างนึงเมื่อเห็นว่าเพลิงไม่ยอมขึ้นมานอนบนเตียงกับเขาทั้งๆที่เว้นที่ให้  

“จะลงไปนอนที่พื้นทำห่าอะไร มึงไม่เห็นเตียงหรอห๊ะ” พีคยันตัวขึ้นนั่งแล้วว่าเสียงดุ 

“กูจะนอนตรงไหนมันเรื่องของกู” เพลิงว่านั่งกอดเขาดูทีวีที่พีคเปิด 

“อย่ามาทำอวดเก่ง มึงคิดว่ามึงจะนอนที่พื้นได้ตลอดทุกคืนหรอวะ” พีคถามเสียงเรียบ 

“แล้วคิดว่ากูจะอยู่ที่นี่ทุกคืนหรือไง น้องมึงฟื้นเมื่อไร กูก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีก เพราะงั้นอย่าเสือก” เพลิงเถียงพีคอย่างไม่สบอารมณ์ในขณะที่ตายังดูทีวี พีคมองเพลิงฉุนรีบปิดทีวีตัดหน้าเพลิงทันที เขาคิดว่าวันนี้จะไม่โมโหอีกเป็นครั้งที่สองเพราะตอนเช้าเขาก็พึ่งจะทะเลาะกับเพลิง แต่ยังไม่ทันข้ามวัน รู้สึกเพลิงจะชอบหาเรื่องให้เขาโมโหอยู่เรื่อย จนคิดว่านี่คงเป็นพรสวรรค์อีกอย่างของเพลิงที่ทำให้เขาหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ ส่วนเพลิงหลับตาถอนหายใจหนักเดาได้ว่าตอนนี้พีคอยู่ในอารมณ์ไหน 

“ใช่ น้องกูฟื้นมาเมื่อไรมึงก็ไม่มีค่าให้อยู่ที่นี่อีก แต่ตราบใดที่น้องกูยังไม่ฟื้น มึงก็ยังต้องอยู่กับกูแบบนี้และก็ไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งกูด้วย กูสั่งให้มึงขึ้นมา ไอ้เพลิง” พีคสั่งเสียงแข็ง มองเพลิงด้วยสายตาดุๆ ตัดกับเพลิงที่เบนสายตาไปทางอื่นนั่งนิ่งไม่ขยับไปไหน 

“ไอ้เพลิง อย่าให้กูต้องลากมึงขึ้นมานะ ไม่งั้นไม่จบที่นอนแน่” คราวนี้พีคทั้งสั่งทั้งขู่ และมันก็ได้ผล เมื่อเพลิงลุกหน้าตึงยอมเดินขึ้นมาที่เตียงแถมค้อนใส่พีคก่อนจะล้มนอนหันหลังให้ พีคทำหน้าพอใจค่อยคลายอารมณ์ลงมาหน่อยที่เพลิงยอมทำตาม  พีคลุกไปปิดไฟแล้วกลับมานอนที่เตียง ก่อนจะนอนมองแผ่นหลังของเพลิงแปปนึงแล้วหันหน้าหลับตานอน  


   เพลิงยังไม่นอน แต่รอให้พีคหลับสนิท เพลิงใช้เวลาไปไม่ถึงสิบห้านาที ก็ได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของพีค ซึ่งก็เดาได้แล้วว่าพีคหลับไปแล้ว ก่อนจะพาร่างตัวเองเคลื่อนตัวไหล่ลงเตียงอย่างช้าๆ ย่องไปเปิดประตูเบาๆ แทรกตัวออกไปด้านนอกและไม่ลืมที่จะปิดประตูแบบไม่ลงกร เพราะเดี๋ยวต้องขึ้นมาอีก ไฟข้างล่างตอนนี้ปิดสนิท เหลือแค่บันไดกับหน้าบ้าน ส่วนพวกลูกน้องพีคเหมือนจะแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังกินกันอยู่  

    เมื่อเห็นว่าคนข้างนอกคงไม่เข้ามาแน่ๆ เพลิงเลยเดินกลับเข้าไปข้างใน แล้วพยายามหาสวิตซ์เพื่อเปิดไฟเล็กในครัว เพลิงคลำๆปุ่มในครัวจนเปิดไฟเล็กได้ดวงนึงเลยตรงดิ่งไปหาของกินในตู้เย็น ดูว่ามีอะไรพอให้เขาเวฟกินได้บ้าง แต่เพลิงก็ต้องย่นจมูกใส่ เพราะในตู้เย็นดันไม่มีอะไรพอเวฟได้เลย  

“อะไรวะ นี่ไม่คิดซื้ออะไรตุนในตู้เย็นเลยหรือไง นอกจากของสด” เพลิงบ่นอุบอยู่บนเดียว ก่อนจะปิดตู้เย็นแล้วมองหามาม่าไม่ก็อาหารกระป๋อง และก็เจอทันทีเมื่อเห็นแพ็คถ้วยนิชชินวางไว้บนตู้เย็น เพลิงเอื้อมมือไปหยิบออกมาถ้วยหนึ่งแล้วเปิดตู้เย็นอีกรอบ ก่อนจะยกยิ้มหยิบวัตถุดิบบางอย่างขึ้นมา 

“ดีนะที่มันซื้อไข่ต้มเซเว่นมา จะได้ไม่ต้องแอบใช้หม้อ” เพลิงหยิบไข่ต้มออกมาวางไว้บนโต๊ะทำกับข้าวพร้อมนิชชิน ก่อนจะต้มน้ำด้วยกาต้มน้ำไฟฟ้าเทใส่บะหมี่ฯ เมื่อเส้นสุกได้ที่เพลิงแกะห่อไข่ต้มใส่เข้าไปในถ้วยและปรุงซอสอะไรบางอย่างเพิ่มลงไป เพลิงเดินถือถ้วยนิชชินพลางใช้ช้อนคลุกเส้น โดยไม่ได้มองทางข้างหน้าเลยว่ามีใครกำลังยืนอยู่หรือเปล่า  


พรึบ 


“เฮือก!” เพลิงสะดุ้งเฮือกเมื่อไฟข้างล่างถูกเปิด ก่อนจะหันไปเห็นร่างสูงของพีคยืนกอดอกอยู่ใกล้สวิตซ์ไฟตรงทางขึ้นบันได เพลิงยืนถือถ้วยบะหมี่เลิกลั่กทำตัวไม่ถูกแถมหน้ายังฟ้องว่าตกใจมากราวกับเห็นผี  

    พีคไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เดินเข้าหาเพลิง เพลิงถือบะหมี่ก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็ว กลัวว่าพีคจะทำอะไร พีคยอมหยุดเดินเมื่อเห็นว่าเพลิงหนี ซึ่งเพลิงก็หยุดด้วยเพราะเห็นว่าพีคหยุด ทั้งคู่ยืนไม่ห่างกันมาก พีคก้มมองสำรวจเพลิงที่จู่ๆแอบหนีลงมา ก่อนจะไปสะดุดกับถ้วยบะหมี่ที่อยู่ในมือ 

“มะ..มึงนอนไปแล้วนิ” เพลิงถามพีค พร้อมลดสีหน้าตกใจลง 

“นอนห่าอะไร ถ้ากูนอนแล้วกูคงไม่เห็นมึงเลื้อยลงเตียงแอบย่องมาปล้นมาม่าบ้านกูกินหรอกนะ” พีคว่าเสียงเรียบ 

“มาม่าอะไร นิชชินต่างหาก” เพลิงเถียงเสียงไม่ดังนัก แถมยังอายๆที่ถูกพีคจับได้ 

    พีคเห็นทุกอย่างที่เพลิงทำตั้งแต่ต้น การที่พีคแกล้งหลับ เพราะอยากรู้ว่าเพลิงจะหนีตัวเองลงไปนอนพื้นเหมือนเมื่อคืนหรือเปล่า แต่ดูเหมือนจะแอบหนีออกมาเกินคาดไปหน่อย ไม่คิดว่าเพลิงจะหนีลงมาแอบหาของกินตอนกลางคืน ตอนเขาเห็นเพลิงเดินออกมาโดยเฉพาะตอนแอบมองหน้าบ้าน เขาแทบจะเข้าไปกระชากเพลิงอยู่แล้ว กลัวว่าเพลิงจะหนี แต่พอเห็นเพลิงทำลับๆล่อๆเดินเข้าไปในครัวทำให้พีคแอบโล่งใจ พีคยืนแอบดูเพลิงจากที่มืดๆและแอบคิดว่าเพลิงดูดีในการทำอาหาร แม้ว่ามันจะเป็นแค่การต้มมาม่าก็ตาม  

“แล้วมาแดกห่าอะไรตอนนี้ อยู่ที่ร้านทำไมไม่กิน” พีคอดว่าออกมาไม่ได้ เขาจำได้ว่าเขาได้แบ่งเวลาพักให้พนักงานที่ร้าน และเวลานั้นเพลิงก็น่าจะมีเวลากินอะไรเข้าท้องไปบ้าง  

“ก็กิน..แต่กินขนมปังได้ไปนิดหน่อย กูต้องรีบกลับไปช่วยงานเชฟในส่วนของกูต่อ” เพลิงพูดไปตามความจริง เพราะไม่ได้กินอะไรบวกกับงานยุ่งและร่างกายไม่อำนวย ทำให้วันนี้เพลิงดูเพลียๆง่วงๆ กว่าปกติ  

“เหอะ บ้างาน” พีคว่าเพลิง ซึ่งคนถูกว่าก็หน้ามุ้ยมองค้อนใส่ทันที 

“กูทำเพราะชอบ ไม่ใช่บ้า ..ถอยไปได้แล้ว เกะกะ กูจะแดกข้าว” เพลิงแอบว่าพีคคืนแล้วเดินสวนพีคไปนั่งพื้นตรงโซฟาห้องนั่งเล่น พีคเองก็เดินตามมานั่งด้วยแต่ไม่ได้นั่งพื้นเหมือนเพลิง 

“มึงนี่ถ้าจะเป็นอะไรกับพื้นนะ โซฟามีก็ไม่นั่ง เตียงมีก็ไม่ขึ้นไปนอน ติดใจพื้นบ้านกูหรือไง” พีคก้มหน้าลงไปคุยกับเพลิง แถมยังแซวเรื่องที่ชอบนั่งพื้น เพลิงหางตามองพีคแปปนึง ก่อนจะหันไปสนใจนิชชินที่เริ่มอืดเพราะทิ้งช่วงคุยกับพีคก่อนหน้านี้  

      พีคส่ายหน้าให้เพลิงแล้วหันไปหยิบหนังสือใกล้มือขึ้นมาอ่านเล่น ปล่อยให้เพลิงตั้งหน้าตั้งตากินไปเรื่อยๆ แต่อ่านได้ไม่กี่หน้าพีคก็ได้ยินเสียงเพลงบางอย่างมาจากเพลิง พีคผละจากหนังสือแล้วนั่งมองเพลิงที่ซดเส้นบะหมี่ที่วางถ้วยไว้บนโต๊ะเล็กหน้าโซฟา พีคเริ่มสังเกตเห็นว่าเพลิงไม่ได้สนใจบะหมี่ที่กินมากนัก แต่กำลังสนใจอะไรบางอย่างที่หน้าจอโทรศัพท์ พีคชะเง้อเข้าไปมองโทรศัพท์เพลิงอีกนิด ก่อนจะเห็นตัวละครเล็กๆและนิ้วของเพลิงที่กำลังลากไปมาอยู่บนหน้าจอ 

“ไอ้เพลิง!” พีคเรียกเพลิงเสียงดังลั่น จนคนเล่นเกมอยู่ตกใจถึงกับสำลักเส้นที่กิน 

“แค่ก! ..อะไรของมึงเนี่ย ไอ้พีค!” เพลิงละสายตาจากเกมแล้วหันไปถามพีคอย่างเคืองขุ่น ที่จู่ๆพีคดันมาตะโกนเรียกเขาตอนกำลังจริงจัง 

“นี่มึงเล่นเกมอีกแล้วหรอห๊ะ” คราวนี้พีคว่าเสียงดุ 

“เออ เล่นเกม ทำไม?” เพลิงพูดมองพีคด้วยสายตาขุ่นๆ 

“เล่นเกมอะไรของมึง แล้วมันใช้เวลามั้ย”  

“เล่น laplace m แล้วนี่ก็เที่ยงคืนแล้ว..กูเข้ามาเอาของล็อคอิน” เพลิงตอบพีคเสียงเรียบ  

       ส่วนพีคถึงกับยกมือกุมขมับ ไม่คิดว่าเพลิงจะตอบเขาออกมาแบบซื่อๆ ทั้งๆที่เขาถามเพราะต้องการบอกว่ามันไม่ใช่เวลา ...นี่เพลิงคงไม่ได้คิดว่าพีคถามเพราะอยากรู้หรอกนะ พีคเอามือลูบหน้าขึ้นเสยผมก่อนถอนหายใจหนัก แล้วก้มไปมองเพลิงด้วยสายตาจริงจัง 

“มึงเลิกเล่นเกมแล้วกินข้าวให้หมดเดี๋ยวนี้ ก่อนที่กูจะถีบมึงปลิวไปนู่น” พีคว่าเสียงดุพร้อมชี้ไปที่ผนังใกล้ทีวี  

“แล้วมึงจะมาถีบกูเพื่อ? ไม่ยุ่งกับชีวิตกูสักวิมันจะตายหรอไง” เพลิงพูดว่าอย่างไม่สบอารมณ์ 

“ไม่ตาย แต่เพราะมึงติดเกมไม่ยอมแดกข้าวไง กูถึงได้ว่ามึงแบบเนี่ย มึงเป็นเด็กหรือไงวะ ไอ้เพลิง” พีคดุเพลิงอย่างจริงจัง ไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องมานั่งดุใครแบบนี้ ขนาดแก้มเขายังไม่เคยดุขนาดนี้มาก่อน 

“กูไม่ปฎิเสธ เพราะกูอายุน้อยกว่ามึง” เพลิงเริ่มเถียงกลับอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะก้มไปเล่นเกมต่อ 


             // กวนตีน //  


     เรียกว่าเป็นประโยคเดียวที่วิ่งเข้ามาในหัวของพีค เส้นเลือดในหัวกระตุกยามมองคนที่นั่งเล่นเกมอยู่ที่พื้นอย่างไม่ทุกร้อน พีคถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะคว้ามือไปแย่งโทรศัพท์จากมือเพลิง เพลิงหันมามองพีคอย่างเอาเรื่อง เพราะไม่เคยมีใครกล้าแย่งมือถือจากมือเขามาก่อน 

“เอาคืนมานะไอ้พีค!” เพลิงโวยใส่พีคทันที 

“แดกข้าวให้หมด” พีคว่าพร้อมชูมือถือเหนือหัวไม่ให้เพลิงแย่ง 

“กูก็กินอยู่นี่ไง! เกมกูแค่เล่นแก้ว่าง” เพลิงเถียงกลับ

“ว่างหน้ามึงดิ มาม่าไม่กระดิกแล้วรู้ตัวมั้ย” พีคพูดหันไปมองถ้วยมาม่าที่เพลิงกิน 

“มันนิชชิน ไม่ใช่มาม่า ไอ้ควาย” เพลิงด่ากลับพีคอย่างหงุดหงิด 

“แล้วมึงจะเถียงกูกลับทำไมเนี่ย จะมาม่าหรือนิชชินห่าเหวอะไรก็เรื่องของมัน กูสั่งให้มึงกินข้าว มึงเข้าใจที่กูพูดมั้ยเนี่ย หรือต้องให้กูถีบมึงจริงๆมึงถึงจะแดก” พีคว่าออกมาจริงจริง ยกขาเตรียมถีบเพลิง เพลิงดูจะไม่กลัวลุกขึ้นยืนหาเรื่องพร้อมคว้าเอาโทรศัพท์คืน แต่พีคหลบทันลุกขึ้นยืนตามและใช้ความสูงของตัวเองชูแขนสูงกว่าเดิมไม่ยอมให้เพลิงคว้าโทรศัพท์ได้  

“ทำไมมึงดื้อขนาดนี้วะ! แล้วความสูงแค่นั้นคิดว่าจะสู้กูที่สูง 185 ได้หรือไง ไอ้เตี้ย!” พีคเริ่มใช้น้ำเสียงที่หนักขึ้น โดยเฉพาะคำหลังที่เน้นเป็นพิเศษ 

“เตี้ยพ่อมึงดิ! กูสูงตั้ง 178  แดกควายเข้าไปแบบมึงกูไม่นับว่าสูง ไอ้เปรต!” เพลิงด่าอย่างไม่ยอมแพ้ 

       ตอนนี้ดูเหมือนเพลิงกับพีคจะไม่ได้เถียงกันเรื่องกินข้าว แต่ด่ากันจนออกทะเลแทบจิกหัวทะเลาะ และเพราะเสียงคนยืนเถียงกันของทั้งคู่เรียกให้ลูกน้องที่ยังอยู่ที่บ้านพากันแอบดูอยู่ที่ประตู ทุกคนต่างตกใจและลุ้นไม่ให้เพลิงโดนพีคกระทืบ เพราะพวกเขายังจำภาพเพลิงที่ถูกพีคกระทืบได้ดี ดิวอยากจะเข้าไปห้าม แต่ก็กลัวลูกหลง เพราะคนอย่างพีคถ้าโมโห ใครก็ห้ามไม่อยู่ถ้าไม่ใช่แก้ม  

“มึงกล้าด่ากูขนาดนี้เลยหรอ ไอ้เพลิง” พีคกัดฟันกรอดถามคนตรงหน้าอย่างขุ่นมัว 

“เออ! กูด่าได้มากกว่านี้อีก อยากลองดูมั้ยล่ะ หึ แต่ว่าหน้าหนาๆแบบมึงคงด่าไปก็ไม่รู้สึกหรอก ด้านฉิบหาย  แล้วก็เอาเกมกูคืนมาสักที!” เพลิงยังคงกระโดดคว้าโทรศัพท์ในมือพีค 

“อยากเล่นมากใช่มั้ย ได้ ถ้าอยากเล่นกูก็จะให้เล่น” พีคกัดฟันพูดเสียงเย็น จนเพลิงรู้สึกขนลุก 

“เป็นเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย อย่ามายิ้มแบบนั้นให้กูนะ” เพลิงหยุดคว้าโทรศัพท์ เริ่มก้าวถอยหลังเมื่อพีคเริ่มแสยะยิ้มขึ้นมา 

“จะถอยไปไหนน้องเพลิง พี่จะพาน้องไปเล่นเกมไง แต่เกมของพี่ใช้แรงหน่อยนะ กติกาง่ายๆ ใครหลับก่อน..แพ้!” 

“กูไม่เล่น!!” เพลิงตะโกนลั่นเตรียมหนี แต่ถูกพีคล็อคคอจับลากขึ้นห้อง ซึ่งในช่วงที่กำลังขึ้นบันได เพลิงรีบใช้มือทั้งสองข้างเกาะขอบกำแพง ยื้อตัวเองไม่ให้พีคลากขึ้นไป แต่ยื้อได้ไม่นานก็ถูกพีคเดินใช้มืออีกข้างมาแกะมือและล็อคคอลากขึ้นห้องภายใต้เสียงโวยวายลั่นของเพลิงก่อนที่จะจบด้วยเสียงปิดประตูดังลั่น 

    ส่วนทางด้านแก๊งสามตัวบาท โต้ง ดิว สอง พากันหันหน้ามามองกันอย่างงงๆ เมื่อเห็นฉากที่เพลิงถูกลากขึ้นไปเมื่อกี้ ทั้งสามคนไม่รู้ว่าพีคจะทำอะไรกับเพลิงต่อ แต่ก็ทำได้เพียงภาวนาไม่ให้พีคกระทืบจนสาหัสเหมือนคราวนั้น แต่หารู้ไม่ว่าในคืนนั้นกว่าเพลิงจะได้นอนอีกทีก็ตีสี่เข้าไปแล้ว... 


***************************************



“ฮาววว..” เสียงหาวพร้อมร่างสูงของพีคเดินออกมารับอากาศด้านนอก พีคมองลูกน้องที่กำลังคุยงาน บ้างก็ดูรถอยู่ที่โรงรถ บ้างก็เดินไปเดินมาเหมือนคนไม่มีอะไรทำ พีคมองพวกนั้นอย่างอารมณ์ดี แต่ก็แอบคิดว่าลูกน้องเขาเข้ามาอยู่ในบ้านเยอะเกินไปหรือเปล่า พีคมีลูกน้องไม่เยอะมากราวๆสิบกว่าคนได้ แต่ละคนมีหน้าที่ต่างกันไป โดยส่วนใหญ่ก็ให้ทำงานคุมร้านที่บาร์และมีส่วนน้อยอยู่ดูแลบ้านเขาอย่างสอง แต่พวกนี้เวลาว่างสำหรับคนที่ไม่มีครอบครัวก็มักจะมามุดหัวอยู่ที่นี่กันหมด แม้ว่าตอนกลางคืนจะแยกกลับไปนอนบ้านตัวเองที่อาศัยอยู่ระแวกนี้ซะส่วนใหญ่  พีคเห็นว่าลูกน้องสองสามคนกำลังเช็ครถอยู่เลยเดินเข้าไปหา เพราะพีคก็ชอบการแต่งรถและแข่งรถพอตัว นานๆก็มีแอบไปแข่งรถบ้าง   

“ไง พวกมึงทำอะไรกันอยู่” พีคเดินเข้าไปถาม ทำให้ลูกน้องบางคนต้องเงยหน้าหันไปทักทายพีค 

“อ่าวเฮีย ทำไมวันนี้ตื่นสายซะล่ะ เมื่อคืนงานยุ่งหรอ” นายหนึ่งในลูกน้องถาม 

“ป่าว เมื่อคืนเล่นเกมดึกไปหน่อย เลยตื่นสายน่ะ หึหึ” พีคพูดขำ ทำเอานายถึงกับยืนงง  

“เดี๋ยวเฮีย เฮียไปเล่นเกมตอนไหนล่ะนั้น ร้อยวันพันปีไม่เคยแตะ” นายถามพีคอย่าสงสัย  

“มึงก็ไปถามเด็กข้างบนเอาละกัน แต่รอมันตื่นก่อนนะ สภาพมันน็อคตายอยู่” พีคพูดขำพร้อมยักคิ้วข้างนึงอย่างเจ้าเล่ห์ นายมองหน้าเจ้านายก่อนจะนึกออกว่าพีคหมายถึงอะไร 

“อ่อวว ผมเข้าใจละ ..แต่ผมแอบสงสัยเฮีย ทำไมเฮียถึงเอาไอ้หมอนั่นมานอนที่บ้านด้วย เนี่ย เมื่อคืนพวกผมงงกันหมดตอนเห็นมันถือกระเป๋าเข้าบ้าน” นายถามอย่างสงสัย และเป็นการถามเผื่อคนอื่นด้วย 

“มึงก็รู้นิ ว่ากูเอามันมาทำไม” พีคพูดกับนายนิ่ง ซึ่งนายก็เดาออกได้ไม่ยาก เพราะรู้ว่าพีคเป็นพวกกัดไม่ปล่อย ถ้าทำให้เขาโกรธ และเรื่องที่พีคไม่ปล่อยเพลิงคงเป็นเพราะแก้ม น้องสาวสุดที่รักของพีค 

“แหมะ แค้นอีท่าไหนถึงได้เจ็บตัวล่ะเฮีย หลังนี่เป็นรอยยาวเชียว” นายบอกพีคพร้อมเอานิ้วจิ้มหลังตัวเองเป็นเชิงบอกว่าเห็นลอยข่วนที่หลัง เพราะตอนนี้พีคใส่แค่กางเกงนอนขายาวตัวเดียวเท่านั้น 

“จริงดิ ไหนๆ ถ่ายรูปให้กูทีดิ๊” พีคยกยิ้มด้วยท่าทางสนุก ซึ่งนายก็ยอมถ่ายรูปให้พีคตามที่ขอ ก่อนจะส่งเข้าไลน์ไปให้ เมื่อได้ตามที่ต้องการ พีคก็เรียกให้นายไปช่วยดูรถต่อ ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดี พีคเดินไปนั่งที่โซฟา เปิดทีวีดูอะไรเรื่อยเปื่อยพร้อมเช็คเอกสารที่ลูกน้องแวะเอามาให้เช็ค  

“กาแฟเฮีย แล้วนี่ก็เค้กกาแฟเจ้าประจำ” สองเดินเอากาแฟกับขนมมาให้พีคตามที่พีคสั่ง 

“ขอบใจมาก เดี๋ยวมึงขึ้นไปปลุกไอ้เพลิงมันหน่อย จะบ่ายแล้วเดี๋ยวมันต้องออกไปทำงานที่ร้านต่อ” พีคบอกสองพลางยกกาแฟขึ้นมาดื่ม สายตาดูเอกสารไปด้วย 

“ได้เฮีย “ สองขานรับ ก่อนจะเดินขึ้นข้างบนไปปลุกเพลิง ตอนแรกสองเดินไปที่ห้องนอนแขกแต่ก็ไม่พบ สองขมวดคิ้วงง แล้วเดินไปที่ห้องพีค สองแง้มประตูเปิดเข้าไปมองหาร่างของเพลิง ก่อนจะเจอร่างของเพลิงนอนคว่ำอยู่ที่เตียงโดยมีผ้าห่มคลุมตัวอยู่ เมื่อเจอคนที่ต้องปลุก สองจึงเดินเข้าไปหาแล้วปลุกเพลิงทันที 

“เฮ้ย ตื่นได้แล้ว จะบ่ายแล้วนะ” สองพูดสะกิดไหล่เพลิงแรงๆ 

“อืออ..” เพลิงงัวเงียขยับตัวหนีหันหน้าไปนอนอีกด้าน 

“เฮ้ออ ตื่นสายติดเอฟกูไม่รู้ด้วยนะ” สองพูดบ่นลอยๆ รู้ว่าเพลิงเป็นเด็กฝึกงานอยู่ที่ร้านของพีค และคนที่ประเมินให้ชั่วโมงทำงานก็คือพีค แต่ดูเหมือนคำบ่นลอยๆของสองจะทำให้ใครบางคนรู้สึกตัว เพลิงหันหน้ามองสองด้วยหางตานิ่งโดยตัวยังนอนคว่ำ สองเกือบตกใจเมื่อเห็นสายตาที่ไม่รู้ว่าตื่นตอนไหน ก่อนจะตีหน้านิ่งแล้วคุยกัยกับเพลิงต่อ 

“เฮียให้มาปลุก  สายแล้ว” สองพูดบอกเพลิง 

“อืม” เพลิงพยักหน้า ก่อนจะค่อยๆดันตัวเองขึ้นนั่ง และเมื่อช่วงกำลังลุก ผ้าห่มที่ปิดตัวไว้หล่นจากตัวลงมาที่เอว ทำให้ผิวที่ถูกปิดไว้เผยออกมา สองหน้าขึ้นสีมองเพลิงอึ้งเมื่อรอยแดงและรอยกัดปรากฎอยู่ทั่วตัว เพลิงไม่เห็นว่าสองกำลังมองตัวเองยังไง เพราะเมื่อดันตัวเองขึ้นนั่งได้แล้ว เพลิงกลับนั่งหลับตาเหมือนเข้าฌานอีกครั้ง สองรีบสลัดหน้าขจัดความเขอะเขินทิ้งแล้วรีบปลุกเพลิงอีกรอบก่อนพีคจะขึ้นมาว่า 

“ไอ้เพลิง ตื่นก่อนอย่าพึ่งหลับ” สองเอามือเข้าไปตีหน้าเพลิงเบาๆ บังคับปลุกเพลิงให้ตื่น  

“จะตบหน้ากูทำไมเนี่ย กูไม่ได้หลับ” เพลิงลืมตามองสองอย่างงัวเงีย ซึ่งก็แอบทำให้สองโล่งใจที่เพลิงตื่น เพราะเขาอายรอยบนตัวของเพลิงแทน 

“ไม่ได้หลับอะไรล่ะ เมื่อกี้มึงหลุดไปเฝ้าพระอินทร์แปปนึงแหนะ” สองว่า 

“กูติดต่อยานแม่” 

“หา?” สองงงหนักกว่าเก่าเมื่อจู่ๆเพลิงพูดอะไรออกมาไม่รู้เรื่อง และดูเหมือนเพลิงจะเข้าฌานไปอีกรอบจนเขาต้องรีบปลุกใหม่ 

 “ไอ้เพลิง! มึงตื่นก่อน ยานแม่อะไรของมึงวะ” คราวนี้สองต้องรีบเขย่าเพลิงให้ตื่นจริงๆ เพราะไม่งั้นเพลิงคงละเมออีกแน่ เพลิงที่ถูกเขย่าสะดุ้งลืมตาขึ้นมามองสองนิ่ง ก่อนจะกระพริบตาสองสามที ซึ่งสองดูแล้วคงคิดว่าเพลิงตื่นแล้วจริง 

“เขย่าหาเลขหรือไง กูเจ็บนะเนี่ย” เพลิงว่าออกมาไม่จริงจังนัก ซึ่งทำให้สองแอบโล่งใจที่เพลิงตื่น 

“มึงตื่นแล้วแน่นะ” สองถามเพื่อความชัวร์ 

“อือ..ตื่นแล้ว” เพลิงตอบสองกลับ แต่ก็ยังงัวเงียอยู่ 

“ดี กูจะได้ลงไปบอกเฮียว่ามึงตื่น ขืนกูลงไปแล้วมึงยังเข้าฌานกูได้โดนเฮียถีบแน่”  สองบ่นใส่เพลิงก่อนจะเดินเปิดประตูออกไป ปล่อยให้เพลิงนั่งนิ่งอยู่คนเดียวบนเตียงในห้อง 

        เพลิงเริ่มตื่นเต็มที่ แต่เพราะความเพลียจากเมื่อวานทำให้หนังตาของเพลิงดูหนักพร้อมปิดตลอด แต่เพลิงก็ใช้มือตบเข้าหน้าตัวเอง เพื่อปลุกจากความง่วง เมื่อคืนพีคจัดหนักจนเพลิงไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหน แถมเนื้อตัวยังเลอะคราบที่พีคทำตรงช่วงล่าง เพลิงตั้งใจจะลุกไปอาบน้ำเพราะเหนียวตัว แต่เพียงแค่ขาแตะพื้นเพลิงก็รับรู้ถึงความสั่นของขา เพลิงนั่งทำใจอยู่แปปนึงก่อนจะพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน  


ตุบ! 


     เสียงตัวกระแทกพื้นเรียกความเจ็บแปล๊บจนหน้าเบี้ยวให้กับเพลิง ความเจ็บทางช่องทางรักและสะโพกแทบทำให้เพลิงน้ำตาไหลออกมา เพียงแค่วันเดียว เพลิงไม่คิดว่าจะถูกพีคทำทั้งช่วงบ่ายและช่วงดึก และมันก็ไม่ใช่แค่รอบเดียว ร่างกายเพลิงยังไม่พร้อมสำหรับอะไรแบบนี้อยู่มาก เวลาโดนเข้าไปมันถึงเจ็บและล้ากว่าปกติ 

       ไม่นานพีคก็เดินเข้ามาพร้อมสองที่ถือจานข้าวกับน้ำมาให้ พีคหรี่ตามองเพลิงที่นั่งอยู่ที่พื้นนิ่ง ก่อนจะยกยิ้มขำเมื่อเพลิงลงไปคลุกกับพื้นอีกแล้ว 

“มึงคงจะชอบพื้นจริงๆสินะ” พีคพูดขำมองเพลิงด้วยความตลก เพราะเพลิงนั่งงหน้าบึ้งโดยมีผ้าห่มของเขาลากติดตัวลงมาด้วย 

“ไอ้สัด” เพลิงด่าพีคนิ่ง แต่พีคกลับยิ้มเยาะเย้ยให้เพลิง 

“แล้วทำไมยังไม่ลุกขึ้นอีก หรือไง กูเอาหนักไปจนลุกไม่ได้ หืมม” พีคพูดแหยเพลิงพลางลงไปนั่งชันเข่ายื่นมือตบแก้มเพลิงสองสามที เพลิงหน้าบึ้งหนักกว่าเก่า จ้องหน้าพีคไม่วางตา 

“อย่าให้กูรอดไปได้นะ กูจะเอาหมอนอุดปากมึงให้ตายไปเลย” เพลิงขู่พีคเสียงขุ่น 

“เอาสิ อยากอุดก็อุด แต่ถ้ากูรอดมาได้ วันนั้นคือวันตายของมึง” พีคพูดยิ้มแต่น้ำเสียงกลับแฝงความจริงจัง ซึ่งนั่นก็ทำให้เพลิงยอมเงียบหลบสายตาพีคอย่างไม่สบอารมณ์ พีคนั่งมองสักพัก ก่อนจะดึงแขนเพลิงให้ลุกแล้วลงไปนั่งที่เตียงตามเดิม เพลิงแอบตกใจนิดนึงรีบคว้าผ้าห่มไม่ให้หลุดจากตัว เพราะตอนนี้เพลิงไม่ได้ใส่อะไรไว้ และเพราะพีคดึงแขนเขาให้ลุกทำให้เพลิงเจ็บสะเทือนจนเบ๊หน้าออกมา 

“วันนี้ไม่ต้องไปทำงาน อยู่นี่เนี่ยแหละ” พีคบอกเพลิงเรียบนิ่ง และแอบมองขาของเพลิงที่สั่นก่อนจะหันกลับไปมองหน้าเพลิงอีกที  

“จะดีหรอไงที่ให้กูหยุด ปกติเอากูเสร็จก็ชอบสั่งให้กูไปทำงานเลยนิ” เพลิงตอกกลับพีค 

“แล้วคิดว่าสังขารตัวเองเดินออกจากนี้ได้มั้ยล่ะ หึ อวดเก่งไม่ดูสภาพตัวเอง” พีคพูดตำหนิเพลิงที่ไม่ยอมดูตัวเองในตอนนี้ และเพลิงก็ดูเพลียกว่าทุกทีเขาถึงได้ยอมให้หยุด ส่วนเพลิงก็นั่งนิ่ง เม้มปากอย่างไม่ชอบใจที่ตัวเองเถียงพีคไม่ออก ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย เพื่อไม่ให้ในห้องเงียบ 

“กูอยากอาบน้ำ” เพลิงเงยหน้าบอกพีค 

“ก็ไปสิ” พีคตอบ 

“แต่กูลุกไม่ไหว” เพลิงบอกเสียงแผ่วพร้อมหลบสายตาลงต่ำ 

“เฮ้ออ มึงนี่น่ารำคาญเป็นบ้า..  เออๆ เดี๋ยวกูพาไป เฮ้ย ไอ้สอง” พีคหันไปเรียกสองที่กำลังยืนอยู่ใกล้โต๊ะวางของข้างเตียง ที่สองเอาข้าวกับน้ำขึ้นมาให้ 

“ว่าไงเฮีย” สองขานรับ 

“เสร็จแล้วก็ลงไปได้ ทำอะไรเผื่อคนอื่นด้วย มันยังมีพวกที่ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงอยู่” พีคสั่งงานลูกน้องก่อนไป 

“ได้เฮีย ผมไปก่อนล่ะ” สองบอกลาเตรียมที่จะเดินออก ส่วนพีคก็กำลังเดินไปห้องน้ำเพื่อเตรียมน้ำอุ่นให้เพลิงอาบ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสองหันมาเรียก “เฮีย” 

“อะไรวะ” พีคหันไปมองสองงงๆ 

“ไม่มีอะไรมากหรอกเฮีย แค่จะบอกเตือนอะไรนิดนึง” สองพูดยิ้ม ซึ่งทำให้พีคงงหนักกว่าเดิม 

“อะไร”  

“เวลาเอากับไอ้เพลิงน่ะ อย่าทำมันหนักไปนะเฮีย เดี๋ยวมันละเมอตื่นยากอีก..."  สองว่า ซึ่งทำให้คนหัวเรื่องอย่างเพลิงเบิกตากว้างรู้ดีเลยว่าสองจะพูดอะไร  

“มันละเมออะไร” คราวนี้พีคถามเสียงแน่น อยากที่จะรู้ว่าเพลิงพูดอะไรกันแน่ เพราะเห็นเพลิงทำหน้าตกใจ 

“คือมันว่างี้... มันติดต่อกับยานแม่อยู่เฮีย” สองยิ้มขำก่อนจะเดินออกไปทันทีที่ให้คำตอบ เพลิงค่อยๆขยับหน้าไปมองพีคช้าๆด้วยหน้าตื่นๆ ก่อนจะเห็นพีคยืนกอดอกเลิกคิ้วข้างนึงมองเพลิงด้วยท่าทีตลกและทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ 

“ติดต่อยานแม่เนี่ยนะ มึงบ้าป่ะเนี่ย”  

************************************************* 

สติสตังไปหมดแล้วลู๊ก ( ยานแม่นี่ไรท์เอง555555 )

อัพให้แล้วน้าา แต่งมึนไปบ้างกราขออภัย

ฝากเป็นกำลังใจด้วยนะคะ

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น