จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ริต้าที่ต่างจากคิตตี้

ชื่อตอน : ริต้าที่ต่างจากคิตตี้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 63

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2562 23:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ริต้าที่ต่างจากคิตตี้
แบบอักษร

image


ภาคนี้…อจินไตยดูไม่น่ากลัวเหมือนเดิมนะคะ…

……

เวลานี้..เทวีแวมไพร์หรือในชื่อใหม่ว่าพิรุณเลือด..กำลังต่อสู้กับสองปีศาจแห่งอนันตกาล..แพคเกจกับศศินา..

แพคเกจเข้ามาก่อน..ต่อยหมัดออก..เทวีแวมไพร์รับอย่างโปร่งใจ..ก่อนจะตอบโต้ด้วยลีลาหมัดที่ใกล้เคียงกัน..

แพคเกจแค่นเสียง..พลิกแพลงหมัดสามสี่ลีลา..เทวีแวมไพร์ขมวดคิ้ว..พูดขึ้นว่า..

“..เธอปรับปรุงหมัดสูญญตาเป็นแนวทางของตัวเองแล้วหรือ.แพคเกจ..”

นับตั้งแต่ที่แพคเกจเห็นจินดาพิสุทธิ์ใช้หมัดสูญญตาสู้กับเทวีแวมไพร์ในมิติลักษณ์เร้น..ก็ได้แนวคิด..หากจะยึดมั่นอยู่กับหมัดสูญญตาแบบเดิม..อาจจะไม่มีความก้าวหน้า..หรือความสำเร็จใด ๆ เกิดขึ้นแน่..

ดังนั้น...หลังจากเหตุการณ์นั้นแล้ว..แพคเกจจึงพยายามหาวิธีปรับปรุงหมัดสูญญตาของตัวเองให้แตกต่างไปจากต้นฉบับเดิม..พอไม่ยึดติดกับกรอบ..แต่ยังคงหลักการและปรัชญาไว้..ก็สามารถปรับปรุงหมัดสูญญตาให้ถนัดกับความเป็นตัวเองมากขึ้น..ฝีมือก็ก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ..

แพคเกจไม่ตอบคำ..รุกเร้าด้วยเพลงหมัดสูญญตาจนเทวีแวมไพร์ที่เดิมรู้เพลงหมัดสูญญตาอยู่แล้ว..กลับไปไม่เป็น..จำต้องใช้พลังที่เหนือกว่าเข้าโรมรัน..

ศศินาเห็นแพคเกจกำลังได้เปรียบ..ก็ขยับสองมือ..จับดาบเสี้ยวจันทร์ฟันใส่..ด้วยเพลงดาบวายุจันทราของเผ่าหมาป่า..รุกไล่เทวีแวมไพร์ถอยร่น..

เวลานี้ทั้งสองมีพลังจากการข้ามมิติ..จึงเหนือล้ำกว่าตอนที่ยังอยู่ในมิติดั้งเดิมของตน..หรือแม้แต่ในแคว้นสนธยาซึ่งถือเป็นอีกมิติหนึ่งเช่นกัน..

แต่เทวีแวมไพร์กลับแตกต่างจากเทวีแวมไพร์ที่ทั้งสองเคยเผชิญมาที่มิติดั้งเดิมของตนเองมากมายนัก..แม้จะมีพลังเหนือล้ำประดุจเทพ..แต่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เทียบเท่ากับเมื่อก่อน..

แม้สถานที่นี้จะไม่ใช่มิติลักษณ์เร้นที่ทำให้นางอ่อนแอได้มากที่สุด..แต่ก็ใต้อาณาจักรแห่งเทพอสูรเบญจอังคะ..นางก็ยังไม่สามารถใช้พลังได้เต็มที่อยู่นั่นเอง..

เทียบกันแล้ว..เวลานี้..พลังฝีมือของสองปีศาจแห่งอนันตกาลพัฒนาขึ้นมาก..หากเทียบกับยอดฝีมือที่เป็นคนในถิ่นเดิมอย่างเจ้าสำนักสายธารา..นับว่าเหนือล้ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด..

พิรุณเลือดหรือเทวีแวมไพร์เรนี่รู้สึกขัดใจ..สิ่งที่เป็นวิชาการต่อสู้..นางได้มาจากความทรงจำของกัษษากรที่รัดเกล้าจันทร์เสี้ยวบันทึกไว้..แต่เมื่อมีอำนาจแห่งเทวีแวมไพร์..ก็ไม่ได้พัฒนาฝีมือในด้านนี้มากนัก..เพราะเหมือนไม่จำเป็น..

แต่เวลานี้..พลังนางไม่เหมือนเดิม..ใครจะทราบ..นางคำนวณฝีมือของจินดาพิสุทธิ์เป็นอย่างดี..รู้ถึงข้อจำกัดของวิชาอากาศมนตรา..จึงไม่ได้กลัวเกรง..แต่ไหนเลยจะคาดคิดว่านางดูแคลนแพคเกจกับศศินามากจนเกินไปแล้ว..

สิ่งที่ทำได้ในเวลานี้..ก็คือต้องใช้ลูกไม้เดียวกันกับที่วางไว้เพื่อสู้กับเจ้าหญิงแห่งจันทรา..

ดาบจันทร์เสี้ยวของศศินาแทงสวบเข้าที่ร่าง..

หมัดสูญญตาของแพคเกจต่อยเข้าที่ทรวงอกนาง..

เทวีแวมไพร์แค่นเสียง..ก่อนจะเข้าประชิด..และจับต้นคอของศศินากับแพคเกจ..

สองปีศาจแห่งอนันตกาลใจหาย..พริบตานั้น..ทั้งสองก็ตาเลื่อนลอย..ร่วงล้มลงไป..

เทวีแวมไพร์ถอนดาบเสี้ยวจันทร์ออกเหวี่ยงไปด้านข้าง..

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..

“..เธอทำอะไรแพคกับพี่นา..”

“...ก็เหมือนทำกับเธอนั่นแหละ..ริต้า..”

นางเรียกชื่อริต้า..เท่ากับตอกย้ำความเป็นตระกูลอิทธิวงศ์ที่เป็นศัตรูกับแวมไพร์มาหลายชั่วคน..

อจินไตยรู้สึกหนาวเยือก..สะกิดแขนคนรัก..

“..ริต้า..หนี..”

“..ไม่..อจินไตย..ฉันจะหนีได้ยังไง..เทวีแวมไพร์จะล้างสำนักสายธารา..ฉันยอมไม่ได้..”

“..นางมีวิธีจัดการกับเธอ..”อจินไตยสูดลมหายใจ.. “..ฉันอ่านใจนางไม่ออก..นางสามารถซ่อนความคิดจากการรับรู้ของชาวสนธยาได้..โอ..ไม่ใช่..นางใช้ผงไร้ลักษณ์ของแคว้นสนธยา..”

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกทั้งสองผืนสี่ชายแผ่ขยายออก..

ปลายของชายแพรขมวดเป็นปมใหญ่ดุจกำปั้น..

ก่อนจะระดมต่อยหมัดสูญญตาออกไป..

เทวีแวมไพร์ร้องเสียงแหลม..ฝ่าเข้ามาใช้สองปีกสองมือปัดป้อง..และแม้จะไม่สามารถปัดป้องได้ทั้งสิ้น..แต่การถูกต่อยสำหรับนาง..กลับไม่ใช่เรื่องน่าวิตก..

เพราะนางยอมให้ทำร้ายอยู่แล้ว..

จินดาพิสุทธิ์อุทานเบา ๆ ..ผลักสองมือ..เตรียมใช้วิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุด..เพียงแต่ที่นี่ไม่ใช่มิติลักษณ์เร้น..หากใช้วิชานี้ออกไป..แรงดูดมหาศาลของวิชาอากาศมนตรา..จะมีผลต่อสรรพสิ่งรอบบริเวณอย่างแน่นอน..

อย่างน้อยสำนักสายธาราทั้งหมดก็มีศรัทธาเลื่อมใส…จะให้ศิษย์สำนักทั้งหมดเป็นอันตรายก็ใช่ที…

พอรู้สึกติดขัดไม่อาจใช้วิชาได้..เทวีแวมไพร์ก็ถึงตัวแล้ว..

อจินไตยดึงมีดออกมา..แทงใส่เทวีแวมไพร์..แต่นางคว้ามีดไว้..

อีกมือคว้ามือของจินดาพิสุทธิ์..

มีบางอย่างทำให้เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราเคลิบเคลิ้ม..

อจินไตยใจหาย..แต่แล้ว..มืออีกข้างก็คว้าคอหอยนาง..

เพียงเท่านั้นเอง..แม้แต่เจ้าหญิงอจินไตยก็ตาลอยไม่อาจดำรงสติมั่นคงได้..

อจินไตยล้มลงก่อน..

ในขณะที่จินดาพิสุทธิ์ตาลอยค้าง..

“..หากว่างเปล่าอย่างแท้จริง..ฉันจะทำอะไรเธอไม่ได้เลยริต้า..แต่นี่เธอไม่ได้ว่างเปล่าอย่างแท้จริง..เพราะอย่างน้อย..เธอก็มีความรักต่อเจ้าหญิงอจินไตย..ความรักทำให้จิตเธอไม่ได้บริสุทธิ์เช่นเดียวกับชื่อของเธอ..จินดาพิสุทธิ์..”

ขณะนั้น..เจ้าสำนักสายธารา..และนางกำนัลองครักษ์ทั้งสี่ของจินดาพิสุทธิ์ต่างยืนเฉยอยู่ไม่ได้..

ทุกคนโจมตีใส่นางเป็นจุดเดียว..

แต่พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดา..ต่อให้มีพลังฝีมือเลิศล้ำแค่ไหน..ก็ยังเป็นคนธรรมดา..

ปีกของเทวีแวมไพร์กระพือ..และปัดป้องตอบโต้..ก็ไม่มีใครเข้าใกล้เทวีแวมไพร์ได้อีก..

นางขับสิ่งที่เรียกว่าฟีโรโมนของเทวีแวมไพร์ออกมา..เป้าหมายอยู่ที่จินดาพิสุทธิ์และอจินไตย..

นี่คือวิธีจัดการกับเจ้าหญิงแห่งจันทรา..

“..เธอไม่ได้ว่างเปล่าอีก..จินดาพิสุทธิ์..ริต้า..ไม่อาจจะว่างเปล่าได้อีกตลอดกาล..”

มืออีกข้างจับที่ผ้าแพรที่พันเอวของจินดาพิสุทธิ์..

“..เมื่อไม่ว่างเปล่า..ก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะใช้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกอีก..”

จินดาพิสุทธิ์ครางออกมา..

“..ไม่..ไม่..”

“..ละทิ้งวิชาอากาศมนตราเสีย..เธอมิได้ว่างเปล่าอย่างแท้จริง..”

“..ไม่..ไม่..”

แต่เทวีแวมไพร์ก็เปลื้องแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกทั้งสองฝืนออก..

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกเหมือนไม่ยินยอม..แต่พวกมันก็ทำอะไรไม่ได้..

เมื่อถอดแพรพรรณจากร่าง..มันก็กลายสภาพเป็นลูกแก้วสองลูก...

เทวีแวมไพร์หัวเราะ..

“..เธอจบสิ้นแล้ว..”

“..ไม่..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง..

เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราร้องสุดเสียง..แต่แล้วทุกอย่างก็ดำมืด..หมดสติไป..

เทวีแวมไพร์แค่นหัวเราะ..วางร่างจินดาพิสุทธิ์ลง..หันมามองที่เจ้าหญิงอจินไตย..

“..ได้ข่าวว่าเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาทั้งเก่งกาจปราดเปรื่อง..แต่หากนางไม่มีอำนาจของชาวสนธยา..ทุกอย่างก็ไร้ค่าสินะ..”

นางวาดมือ..ดึงพลังสนธยาของเจ้าหญิงอจินไตยออกมา..สถิตอยู่ในลูกแก้วอีกลูกหนึ่ง..

เทวีแวมไพร์หัวเราะหึ ๆ ..หันมาทางเจ้าสำนักสายธารา..

“..แม้แต่เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราก็ยังไม่อาจจะต้านทานข้า..เจ้ายังคิดต่อต้านอีกรึ..”

พลางชูลูกแก้วมนตราที่ได้จากแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกทั้งสองขึ้น..

เจ้าสำนักสายธาราชะงัก...กัดฟัน..คุกเข่า..

องครักษ์สินธุของจินดาพิสุทธิ์อดร้องไมได้..

“..อาจารย์..”

“..สินธุ..สำนักเรา..ถือบัญชาสูงสุด..คืออำนาจของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..นั่นคืออำนาจของนาง..ลูกแก้วอากาศมนตราทั้งสองคืออำนาจของนาง..”

เทวีแวมไพร์หัวเราะกังวาน..คนของสำนักสายธาราทุกคนต่างคุกเข่า...

องครักษ์วาหุถอนหายใจ..

“..ข้าไม่ใช่คนของสำนักสายธารา..”

พูดจบก็ฟันดาบออกดุจสายฟ้า..

แต่ก็มีบางอย่างมาขวางดาบของเขาไว้..

ดาบเล่มหนึ่ง..ดาบที่โค้งดังเสี้ยวจันทร์...

ศศินาลุกขึ้นเมื่อไหร่ไม่ทราบได้..แต่นางขวางดาบของวาหุไว้..

แพคเกจก็ลุกขึ้นมา..พร้อมทั้งกำหมัด..

“..กล้าบังอาจกับเทวีของเรา..”

คำว่าเทวีของเราทำให้ปักษากับมีนาใจหาย..

“..ท่านหมาป่า..ท่านค้างคาว..นี่พวกท่าน..”

เทวีแวมไพร์พูดขึ้นว่า..

“..พวกนางเป็นคนของข้าแล้ว..แต่จะพูดให้สบายใจก็คือ..ข้าทำให้พวกนางเป็นคนของข้า..ไม่ใช่เพราะความต้องการของพวกนางหรอก..ไว้ใจได้..”

วาหุขมวดคิ้ว..ตวัดดาบฟัน..แต่ศศินาก็ใช้เพลงดาบวายุจันทราขวางไว้..ฟาดฟันใส่องครักษ์วาหุอย่างหักโหม..

ปักษามีนาขบกราม..ชักดาบออกมาช่วยเหลือ..แต่แพคเกจขวางหน้าไว้..

แพคเกจศศินาได้ชื่อว่าสองปีศาจแห่งอนันตกาล..เหตุที่ได้ชื่อเช่นนั้น..เพราะทั้งสองเหมือนเป็นปีศาจมาตั้งแต่มิติดั้งเดิม..นั่นคือ..แพคเกจเป็นลูกครึ่งแวมไพร์..ส่วนศศินาเป็นลูกครึ่งหมาป่า..

แถมยังมีพลังอำนาจแห่งการข้ามมิติ..มีฝีมือจากยอดวิชาที่ฝึกฝนมาตั้งแต่เล็ก..

ไหนเลย..มนุษย์ธรรมดาอย่างวาหุหรือปักษามีนาจะเทียบชั้นได้..

ในที่สุด..ทั้งสามก็ล้มลง..

สินธุหนึ่งในองครักษ์ของจินดาพิสุทธิ์ถึงกับตาแดงฉาน..

แต่ตัวเองเป็นศิษย์สำนักสายธารา..ไม่อาจขัดบัญชาสูงสุดได้..มีแต่ขบกราม..คุกเข่า..และโกรธแค้น..

เทวีแวมไพร์ประกาศเสียงกร้าว..

“..ข้าขอออกคำสั่ง..สำนักสายธารา..จบสิ้นตั้งแต่วันนี้..”

พลางแผ่พลังแห่งเทวีแวมไพร์ออก…

อาคาร…เรือนก่อสร้างทุกหลังของสำนักสายธารา…ต่างก็กระจัดกระจายล้มครืนพังลงมาทุกหลัง…

.......

เช้าแล้ว...

จินดาพิสุทธิ์ตื่นขึ้น..แต่ก็พบว่า..ตัวเองเพียงนอนบนแคร่ยาว..

เมื่อลุกขึ้น..ก็พบว่า..รอบข้างมีแต่ซากอาคารปรักหักพัง..

มีเพียงเฒ่าชราอย่างนกคุ่ม..อดีตเจ้าสำนักสายธาราผู้มีแขนเดียวเฝ้าดูอยู่..

นกคุ่มเฒ่าชราพูดว่า..

“..สำนักสายธาราต้องสลายตัวตามคำสั่งของนาง..”

จินดาพิสุทธิ์เหม่อลอย..ก่อนจะพูดว่า..

“..ข้าทำให้ท่านลำบากแล้ว..ท่านผู้เฒ่า..”

“..ข้าแค่ไม่มีบ้าน..ไม่เห็นเป็นไร..”นกคุ่มพูด.. “..นางเพียงต้องการให้ท่านปรากฏตัว..จะได้ทำร้ายท่าน..”

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากแคร่ที่อยู่ไม่ห่าง..

“..เพราะนางเกรงกลัวท่านแม่ทัพแมวหลวงนายแม่ของเธอใช่ไหม..ริต้า..”

เจ้าหญิงอจินไตยก็รู้สึกตัว..และลุกขึ้นเช่นเดียวกัน..

จินดาพิสุทธิ์อดลูบที่เอวของตนเองไม่ได้..

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกที่เหมือนเป็นเพื่อนสนิท..หายไปแล้ว..

“..อจินไตย..ฉันไม่มีพลังอากาศมนตรากับแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกอีกแล้ว..”จินดาพิสุทธิ์รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก.. “..ฉันจะทำยังไงดี..”

เจ้าหญิงอจินไตยครางออกมา..

“..ฉันก็ไม่มีพลังของชาวสนธยาเหมือนกัน..นางเอามันไป..”

สองเจ้าหญิงเข้ามาสวมกอดกัน..

นกคุ่มถอนหายใจ..

“..ข้าก็ไม่ใช่เจ้าสำนักสายธาราอีก..นางใช้พลังที่ข้าบอกไม่ได้ว่าอะไร..ทำลายเรือนอาคารที่เป็นของสำนักเสียสิ้น..ใช้บัญชาสูงสุดสำนัก..ขับไล่ศิษย์ของข้าออกไปทุกคน..ยังดีที่ยังเหลือแคร่พอจะพยาบาลท่านทั้งสอง..และบริวารอีกสามคนของพวกท่าน..ดีที่สินธุไม่อาจแยกย้ายไปไหนตามคำบัญชาเพราะเป็นองครักษ์ท่าน…จึงช่วยข้าดูแลพวกท่านได้…”

อจินไตยส่ายหน้า..

“..เรื่องใหญ่มาก..ริต้า..เราต้องไปหานายแม่และท่านแม่แล้วล่ะ..มันเกินความสามารถของเราแล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..อจินไตย..ฉันสังหรณ์..พิรุณเลือดหรือเทวีแวมไพร์คงไม่ทำอะไรเพียงแค่นี้เท่านั้นหรอกนะ..”

นกคุ่มพูดว่า..

“..ไหน ๆ บิดาของท่านก็กลับมาแล้ว..ข้านกคุ่มได้รับบุญคุณจากบิดาท่านมากมายอยู่..และต้องสลายสำนักสายธาราทิ้ง..หากองค์หญิงจะเมตตา..ก็ให้ข้าตามไปรับใช้ท่านแม่ทัพแมวหลวงที่วังจันทราเถิด..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

เวลานี้..กำลังคนสำคัญที่สุดแล้ว..

.....

วังจันทรา..

จินดาพิสุทธิ์..อจินไตย..และสี่นางกำนัลองครักษ์..ล้วนมาถึง..รวมทั้งท่านผู้เฒ่านกคุ่ม..

เรื่องราวที่เกิดขึ้น..นกพิราบสื่อสารได้ส่งข่าวมาก่อนแล้ว..

ราชินีโสมมวดีและแม่ทัพแมวหลวงเวลานี้..อยู่ตรงหน้าของทุกคนแล้ว..

จินดาพิสุทธิ์มีสีหน้าซึมเซา..เพราะสูญเสียพลังที่ภาคภูมิใจไปหมดสิ้น..วิชาอากาศมนตราเหมือนเป็นความเชื่อมั่นหนึ่งเดียว..เมื่อไม่มีอยู่แล้ว..ก็เท่ากับความมั่นใจหายไปหมด..

ไม่เหมือนกับเจ้าหญิงแห่งแดนสนธยาอย่างอจินไตย..ที่แม้จะไม่มีพลัง..แต่ก็ไม่ได้นำพามากมายนัก..

ไม่ทันได้พูดอะไร..แต่แม่ทัพแมวหลวงพูดขึ้นก่อน..กลับทักทายผู้เฒ่านกคุ่มอย่างเป็นกันเอง..

“..ฟังว่า..ท่านตีความวิชาดาบสายธาราที่ข้าถ่ายทอดให้..จนตั้งตนเป็นปรมาจารย์สำนักเลื่องชื่อ..ข้ารู้สึกยินดีกับท่านในเรื่องนี้จริง ๆ ..”แม่ทัพแมวหลวงทักทายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น..

ผู้เฒ่านกคุ่มยิ้มเล็กน้อย..

“..บุญคุณที่ท่านถ่ายทอดวิชาดาบสายธารา..เปลี่ยนความคิดของข้า..รักษาชีวิตข้า..เฒ่านกคุ่มคนนี้ไม่เคยลืมเลือนทั้งชีวิต..”

“..ท่านคอยสนับสนุนบุตรีเราอยู่..เพราะเห็นว่า..นั่นคือสิ่งที่ท่านจะทำให้ข้าได้..ก็ต้องขอขอบคุณท่านด้วย..”แม่ทัพแมวหลวงโค้งเล็กน้อย.. “..น่าเสียดายนัก..ศัตรูข้าทำร้ายท่านสาหัสนัก..”

“..เพียงรักษาชีวิต..และช่วยเหลือองค์หญิงได้..เรื่องที่สูญเสียสำนัก..ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่นักหรอก..”

“..ท่านมาช่วยเหลือข้า..มาเป็นคนของกองทัพวังจันทรา..ข้าขอร้องท่าน..จะได้ไหม..”

“..ท่านแม่ทัพขอร้องเพียงแค่นี้..ข้านกคุ่มไหนเลยจะปฏิเสธ..ต่อให้ขอร้องยิ่งไปกว่านี้..ให้ข้าบุกน้ำลุยไฟเพื่อตอบแทนคุณ..ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร..”

ราชินีโสมมวดีพยักหน้าให้สินธุที่ยืนอยู่ด้านหลัง..

“..องครักษ์สินธุ..นำพาอาจารย์เจ้าไปพักผ่อน..บัดนี้..ข้าขอแต่งตั้งให้อาจารย์เจ้าเป็นที่ปรึกษาแม่ทัพตึกแดงแห่งวังจันทรา..และทุกคนนอกจากท่านแม่ทัพ..และจินดาพิสุทธิ์กับอจินไตย..ให้ไปพักผ่อนได้..ข้าต้องการอยู่กับลูกข้าทั้งสองกับท่านแม่ทัพตามลำพัง..”

ทุกคนล่าถอยออกไป..เหลือแต่คนที่ราชินีจันทราระบุ..

จินดาพิสุทธิ์ลุกขึ้นอย่างบอกไม่ถูกว่าเพราะท้อแท้..หรืออะไรกันแน่…แล้วก็นั่งลงอีกครั้ง…ราวกับมีเรื่องต้องคิดหนักประการหนึ่ง…

แม่ทัพแมวหลวงอดพูดไม่ได้..

“..ริต้า..ขอให้เล่าเรื่องราวมาโดยละเอียด..อจินไตย..ถ้าหากตรงไหนที่ขาดไป..ก็เติมข้อมูลด้วย..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..ก่อนจะเล่าสิ่งที่เผชิญมาทั้งหมด..

จนกระทั่งจบแล้ว..แม่ทัพแมวหลวงก็พูดขึ้นว่า..

“..จริง ๆ แล้ว..ฉันว่า..ฉันรู้แผนของเทวีแวมไพร์นะ..”

ราชินีโสมมวดีขมวดคิ้ว..

“..นางคิดจะทำอันใดหรือ..ท่านเจ้าสำนัก..”

“..เทวีแวมไพร์เรนี่..เมื่ออยู่ในโลกของข้า..นางต้องการเป็นใหญ่..ครองโลก..เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด..บังคับบัญชาได้ทั่วแผ่นดิน..ตอนนี้นางมาอยู่ที่อาณาจักรแห่งเบญจอังคะ..คิดว่า..จะอยู่ที่ไหน..นางก็ต้องการสิ่งเดียวกันนี่แหละ..”

ราชินีโสมมวดีครางอือม์..

“..ท่านเจ้าสำนัก..ที่นี่อาจจะแตกต่างจากบ้านของท่าน.หากจะครองแผ่นดิน.ต้องทำอะไรที่ไม่เหมือนกับที่นางเคยทำมาแล้ว..”

“..สิ่งหนึ่งที่ข้ามองเห็น..คือ..นางไม่มีพลังเหมือนกับตอนที่อยู่ที่มิติเดิม..”

แม่ทัพแมวหลวงหลับตาเหมือนนึกคิด..

“..นางส่งข่าวล่วงหน้าว่า..จะบุกสำนักสายธาราของท่านผู้เฒ่านกคุ่ม..ข่าวนี้..ทำให้เราต้องส่งริต้าลงไป..นางคงคิดไว้แล้วว่าริต้าจะต้องลงไปแน่นอน..และก็เป็นไปตามคาด..นางเพียงให้ริต้าออกมา..เพื่อจะทำลายพลังอากาศมนตราของริต้า..ไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามขัดขวางนางอีก..นางพาตัวศศินากับแพคเกจไปเพื่อเป็นพวกนาง..ด้วยความสามารถที่นางทำได้อย่างยอดเยี่ยม..ใช้บัญชาสูงสุดของแต่ละค่ายสำนักที่นางไปล้มล้างมาเพื่ออะไร..เพื่อระดมคนแน่นอน..”

อจินไตยยังคงมีสติปัญญาเฉียบแหลมแม้ว่าจะสูญพลังของชาวสนธยาไปแล้วก็ตาม..

“..แล้วจากนั้น..นางจะระดมคนที่ได้จากบัญชาสูงสุดของทุกค่ายสำนัก..ไปบุกแคว้นใดแคว้นหนึ่ง..”

ราชินีโสมมวดีครางอือม์..เดินไปที่ผนัง..ซึ่งมีรูปแผนที่ของแคว้นทั้งห้าอยู่..

“.ในบรรดาแคว้นทั้งห้า..หากจะตีให้แตกสักแคว้น..คงไม่ใช่แคว้นจันทราเราแน่นอน..เราแม้จะมีกำลังทหารหญิง..แต่หลังจากความบาดหมางกับแคว้นสุริยะผ่านพ้น..แคว้นเราเปิดกว้างมากขึ้น..ให้บุรุษเข้ามารับราชการเป็นทหารหรือครองตำแหน่งอื่น ๆ ได้เช่นเดียวกับแคว้นอื่น..ความอุดมสมบูรณ์..และการบังคับบัญชาของท่านแม่ทัพ..ทำให้แคว้นเรากล้าแข็งจนไม่มีแคว้นใดกล้าดูแคลน..”

อจินไตยพยักหน้า..

“..เพียงคนของสำนักฝีมือทั่วแผ่นดินรวมตัวกัน..ไม่น่าจะพอเพียงจะบุกแคว้นใหญ่..แต่อาจจะเพียงพอหากจะทำสงครามกับแคว้นเล็ก..”

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้า..ชี้ไปที่ตำแหน่งกลางแผนที่..

“..แคว้นมิลินทระใช่ไหม..”

“..หากบุกยึดแคว้นมิลินทระได้..นางจะใช้ทรัพยากรของมิลินทระสร้างสิ่งที่นางต้องการเพื่อสะสมแสนยานุภาพ..ทำสงครามกับแคว้นอื่นต่อไป..”

ราชินีจันทราพยักหน้า..พึงพอใจกับสติปัญญาของอจินไตยยิ่งนัก..

“..สมกับเป็นลูกสะใภ้ข้า..อจินไตย..เจ้าฉลาดเฉลียว..อ่านกลยุทธได้แยบคายยิ่งนัก..”

“..หากจะป้องกันไม่ให้แผนของนางสำเร็จผล..ต้องปกป้องมิลินทระก่อน..เพียงแต่..เรื่องเหล่านี้ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน..เราจะระดมกำลังทหารเข้าไปเวลานี้คงไม่สะดวกนัก..เพราะติดขัดข้อสัญญาระหว่างแคว้น..”แม่ทัพแมวหลวงวินิจฉัยเพิ่มเติม..

อจินไตยพยักหน้า..

“..หากจะทำเช่นใดเพื่อปกป้องมิลินทระ..ต้องส่งคนเพียงไม่กี่คน..แต่มีอำนาจยับยั้งทหารนับหมื่นได้..ทั่วแผ่นดินมีเพียงวิชาอากาศมนตราของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เท่านั้น..ซึ่งหากเป็นการรบในสนามรบ..ย่อมแตกต่างจากการต่อสู้ในเมือง..ในอาคารที่มีข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมและคนรอบข้าง..”

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้าเช่นกัน..

“..จึงไม่แปลกที่นางจะต้องจัดการกับริต้าก่อน..และต้องจัดการในสถานที่ที่ริต้าไม่อาจใช้วิชาอากาศมนตราได้เต็มที่..ซึ่งก็คือสำนักสายธาราของท่านผู้เฒ่านกคุ่มนั่นเอง..”

ราชินีโสมมวดีฟังดูแล้วก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดไม่ยาก..

อจินไตยรู้สึกเหน็บหนาว..

“..นายแม่ตึกแดง..มันมีเรื่องหนึ่งที่ท่านต้องทราบว่า..เทวีแวมไพร์เอาตัวสองปีศาจแห่งอนันตกาลไปด้วย..”

แม่ทัพแมวหลวงครางอือม์..

“..นางมีฟีโรโมนที่สามารถกล่อมจิตคนได้..สมัยก่อนยังเคยกล่อมเจ้าหญิงกัษษากรจนหลงใหลจนกลายเป็นพวกนางมาแล้ว..”

ราชินีจันทราครางอือม์..

“..นั่นเป็นเหตุการณ์ในโลกของท่านใช่ไหม..ท่านเจ้าสำนัก..”

“..เป็นเหตุการณ์หลังจากที่กัษษากรตายไปจากโลกนี้ราวสามปีเศษ..”แม่ทัพแมวหลวงพูด..

ราชินีจันทรานึกถึงลูกสาวเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ ๆ ..ก็อดสะท้อนใจไม่ได้..เปลี่ยนไปถามเรื่องอื่น…

“..พวกท่านมีความเห็นว่าอย่างไร..”

อจินไตยนิ่งคิด..

“..ทำไมต้องพาพวกนางไปด้วย..นั่นเพราะ..ใครก็ทราบว่า..สองปีศาจแห่งอนันตกาล..เป็นคนของแคว้นจันทราเรา..และแพคเกจก็มีหมัดสูญญตา..เฉกเช่นที่เทวีแวมไพร์ใช้ในการถล่มทุกค่ายสำนัก..”

แม่ทัพแมวหลวงอุทานออกมา..

“..หากสองปีศาจแห่งอนันตกาลร่วมมือพิชิตแคว้นมิลินทระ..เทวีแวมไพร์มีวิชาหมัดสูญญตา..แพคเกจก็ใช้หมัดสูญญตา..นอกจากนั้นแพคเกจเป็นคนของแคว้นเรา..และหมัดสูญญตาที่แท้..ต้นตำรับก็มาจากข้า..”

บรรยากาศเริ่มยะเยือกน่ากริ่งเกรง..และกังวล..

ราชินีโสมมวดีพยักหน้า..

“..เทวีปีศาจคนนั้น..คงต้องการให้ทั้งแผ่นดินเห็นว่า..ทั้งหมดนี้..มีแคว้นจันทราเราอยู่เบื้องหลัง..และต้องการปลุกปั่นให้แคว้นทั้งห้าหวาดระแวง..ทำสงครามกัน..”

อจินไตยครางอือม์..

“..นับว่า..เป็นแผนที่แยบคายยิ่งนัก..ดังนั้น..นางจึงต้องทำให้ข้าซึ่งมีพลังอำนาจแห่งการหยั่งรู้ของชาวแคว้นสนธยาสูญสิ้นไป..เพราะสิ่งเหล่านี้..เป็นอุปสรรคต่อการเดินเกมการเมืองระหว่างแคว้นของนาง..”

ราชินีโสมมวดีนิ่งคิด..

“..การทำลายอำนาจแห่งชาวสนธยา..เกรงว่า..ทั่วแผ่นดินทั้งห้าแคว้น..คงไม่มีใครทำได้..นอกจากชาวสนธยาเอง..”..

“..ข้าคิดว่า..ต้องมีคนของแคว้นสนธยาช่วยเหลือนาง..ช่วยเหลือตั้งแต่ทำให้นางออกมาจากมิติลักษณ์เร้นได้แล้ว..ซึ่งข้าก็พอจะคาดเดาได้ว่าใคร..เพียงแต่..ในเวลานี้..ทั้งริต้าและข้าสูญพลังไปสิ้น..ไม่อาจจะไปที่แคว้นสนธยาเพื่อเสาะหาคน ๆ นั้นได้..”

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้าสนับสนุน...นับว่าปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้กระจ่างแล้ว..

แต่ตลอดเวลาทีทุกคนพูดคุยกัน..จินดาพิสุทธิ์ยังคงนิ่งงันเงียบขรึม..

อาจเป็นเพราะเมื่อสูญเสียอำนาจแห่งพลังอากาศมนตรา..นางก็เหมือนกับไร้ใจไร้วิญญาณ..ท้อแท้ทอดอาลัยอย่างบอกไม่ถูก..ไม่อยากจะสนใจเรื่องอื่นใดอีกแล้ว..

แม่ทัพแมวหลวงเหลือบมองลูกสาว..จินดาพิสุทธิ์หรือริต้าในชุดขาว..เวลานี้..กลับเหมือนสีขาวจะหม่นหมองลงมากมายนัก..

อจินไตยเห็นนายแม่ของสามีแสดงท่าทางหนักใจ..ก็อดพูดไม่ได้..

“..นายแม่..ริต้าไม่เหมือนกับพี่สาวนางนะคะ..”

สำเนียงพูดของอจินไตยจะแปรเปลี่ยนไปตามสถานภาพของคนที่สนทนาด้วยเสมอ..

สำหรับคนที่ไม่ได้ถือกำเนิดมาจากดินแดนแห่งอาณาจักรเบญจอังคะทวีปแต่เดิม..อจินไตยก็แปลงสำนวนพูดให้คุ้นเคยได้..เหมือนกับบุคคลเหล่านั้นที่จะปรับสำนวนโดยอัตโนมัติว่าพูดอยู่กับใคร..

แม่ทัพแมวหลวงได้แต่ถอนหายใจ..

“..คิตตี้จะสู้เสมอแม้ว่าจะตกอยู่ในสถานภาพไหน..ยอมตายไม่ยอมแพ้..นิสัยเหมือนกับกัสจัง..”

จินดาพิสุทธิ์ลุกขึ้น..พูดขึ้นแบบยากจะบอกว่านางรู้สึกอย่างไร..

“..นายแม่..ใช่..ริต้าไม่เหมือนคิตตี้..นายแม่รักคิตตี้มากกว่า..จะพอใจคิตตี้มากกว่าริต้าก็ไม่แปลก..”

พลางหันมาทางอจินไตย..

“..เธอ..เธอก็ยังเปรียบเทียบฉันกับคิตตี้..ทำไม..เราต่างกันแล้วยังไง..”

“..ฉันไม่ได้ว่าเธอต่างจากพี่สาวเธอแล้วจะไม่ดีนี่นะ..ริต้า..”อจินไตยยิ้มออกมาเพราะรู้นิสัยสามีดี.. “..เพราะพี่สาวเธออาจจะไม่ยอมแพ้ต่อทุกเรื่อง..แต่เธอต่างกัน..เธอสามารถจะพ่ายแพ้ได้..แต่ขอแค่เวลาสักระยะ..เพื่อคิดอ่าน..แล้วเธอจะกลับมาอีก.”

ราชินีโสมมวดีพูดอย่างยิ้มแย้ม..

“..ข้าเองก็รู้ว่าเจ้าเป็นคนเช่นใด..จินดาพิสุทธิ์..เจ้าต่างจากกัษษากรลูกคนแรกของข้า..เพราะกัษษากรยอมหักไม่ยอมงอ..ข้าจึงได้แต่เรียกนางว่า..ลูกโง่เขลา..แม้จะฉลาด..แต่ก็ยึดติดกับบางเรื่องราวมากไป..แต่เจ้ากลับไม่ใช่..เจ้ามีความคิดอ่านที่กว้างไกลกว่านั้นมาก..”

พูดจบก็นิ่งคิดถึงอดีต..

“..นึกถึงตอนที่เจ้าได้ลูกแก้วอากาศมนตราของนางเฒ่าจิญจายะและทำให้เจ้าฝึกวิชาอากาศมนตราจนสำเร็จ..เจ้าช่างแตกต่างจากกัษษากรจริง ๆ ..ถ้าเป็นกัษษากร..ให้ตายก็ไม่มีวันฝึกวิชานี้ได้..เพราะนางจะยึดมั่นแต่การเอาชนะ.ต้องผ่านอุปสรรคให้ได้เร็วไว..จนนางลืมไปว่า..ทุกสิ่งต้องมีเวลาของมัน..”

จินดาพิสุทธิ์นิ่งคิดตามที่ท่านแม่ได้พูดออกมา..ราชินีจันทราก็พูดต่อ…

“..แต่เจ้ากลับไม่เป็นเช่นนั้น..เจ้าฝึกไม่สำเร็จในตอนแรก..แต่ก็ไม่ขืนต่อ..แค่พักแล้วฝึกใหม่..จิตเจ้าสงบนิ่งเพราะฝึกจิตสูญญตามาก่อน..ทุกอย่างเป็นความพอดี..ไม่ตึงไม่หย่อน..ท้ายที่สุด..ก็สามารถฝึกได้..เพราะเจ้าไม่ได้เร่งร้อนเหมือนทุกคน..”

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..เธอเหมือนจะสับสนไปบ้างนะริต้า..เวลานี้..เธอเสียทั้งแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..ซึ่งนั่นก็หมายถึงเสียวิชาอากาศมนตราที่เธอภูมิใจ..เธออาจจะไม่รู้ตัวว่าทำไมเธอถึงฟุ้งซ่านสับสนจนคนมองว่าเธอหมดอาลัยตายอยาก..แต่สำหรับฉัน..ฉันรู้..ในระหว่างที่เธอนิ่งเงียบขรึม..เธอก็คิดแก้ปัญหาของเธอไปด้วย..”

ราชินีโสมมวดีเดินมาที่โต๊ะตัวหนึ่ง..

พร้อมกับหยิบบางอย่างออกมาจากลิ้นชักโต๊ะ..วัตถุแถบยาวสีฟ้าละเลื่อม..

“..คิดว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะทดแทนวิชาอากาศมนตราของเจ้าได้..จินดาพิสุทธิ์..”

แม่ทัพแมวหลวงอดอุทานไม่ได้..

“..นั่นมัน..”

“..ใช่..”ราชินีจันทรา “..สายรัดเอวแห่งแม่พระคงคาของข้า..”

นางพูดอีกว่า..

“...มีมัน..เจ้าสามารถจะท่องไปทั่วแผ่นดินได้เหมือนกับที่มีวิชาอากาศมนตรา..”

แต่จินดาพิสุทธิ์ก็ได้แต่ยิ้ม..ผลักมือราชินีจันทราออก..

“..ข้ามีวิชาหมัดสูญญตาและเท้าม่านเมฆที่นายแม่สอน..ก็ท่องทั่วแผ่นดินได้อย่างไม่ต้องกริ่งเกรงผู้ใด…เจตนาดีของท่านแม่…ข้าซาบซึ้งนัก..แต่สิ่งที่ข้ากำลังคิด..คือ..”จินดาพิสุทธิ์อดถอนหายใจไม่ได้.. “..ข้ายังนึกวิธีล้มนางไม่ได้....”

อจินไตยอดจุ๊ย์ปากไม่ได้..

“..ถ้านึกวิธีล้มนางไม่ได้..ก็ล้มฉันบนเตียงให้ได้ก่อนก็แล้วกัน..เดี๋ยวก็คิดออกเอง..มาเถอะริต้า..บางครั้ง..การที่เราได้ขึ้นเตียงผ่อนคลายกันบ้าง..ก็น่าจะดีกว่า..ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน..ว่าถ้าเราร่วมหลับนอนตอนที่เธอไม่มีพลัง..และฉันไม่มีพลัง..มันจะเป็นอย่างไร..มันจะสุขสมกว่าเดิมหรือไม่..”

พูดพลางย่อคารวะท่านแม่และนายแม่ของสามี..

“..นายแม่..ท่านแม่..ลูกขอพานางไปผ่อนคลายชั่วครู่..นางกังวลมากไป.บางที..การทำอย่างนี้อาจจะทำให้นางดีขึ้นก็ได้..”

นายแม่และท่านแม่ต่างมองหน้ากัน..

แม่ทัพแมวหลวงอดหัวเราะไม่ได้..

“..ใช้เรื่องบนเตียงผ่อนคลายใช่ไหม..เอา..เอาเลย..”

ทั้งแม่ทัพและราชินีต่างหัวเราะพร้อม ๆ กัน..

แม้จะมีเรื่องเครียด…และต้องรบกับเทวีแวมไพร์อีกครั้ง…ต้องสูญเสียพลังอันน่าภาคภูมิใจ…

แม้จะยังหาทางสู้ไม่ได้…แต่ก็ไม่อาจจะท้อแท้…

ผู้ฝึกจิตสูญญตาแม้จะยังไม่ว่างเปล่าอย่างแท้จริง…เพียงแค่ทำตามสิ่งที่ควรทำ…แก้ปัญหาไปเรื่อย ๆ

มันต้องมีหนทางสักวันหนึ่ง…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น