goryaa กอหญ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทุก ๆ การก้าวเดิน

ชื่อตอน : ทุก ๆ การก้าวเดิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 820

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2562 09:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทุก ๆ การก้าวเดิน
แบบอักษร

แพรรัมภาที่ได้รับการรักษาจากทีมแพทย์ชั้นนำที่ลูอิสได้ค้นหาตลอดระยะเวลาของการรักษาเธอรู้สึกถึงการเอาใจใส่ของคนรักเธอมากๆ เขาจะขอรายละเอียดทุกอย่างจากหมอซึ่งเธอไม่คิดเลยว่าเขาจะอ่านและศึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เธอเป็นทั้งเรื่องการใช้ชีวิตการมีความสัมพันธ์เขาพยายามที่สอบถามจากหมอที่รักษาอยู่ตลอดเวลา​ขนาดป้าเนียนที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กเห็นแล้วยังรู้สึกดีใจกับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายที่มีคนมาดูแลลูกสาวเจ้านายที่ล่วงลับได้ดีมากๆ จนป้าเนียนรู้สึกเบาใจ ป้าเนียนกับนุ่นต้องเดินทางกลับเมืองไทยเพระนุ่นต้องกลับไปรายงานตัวเพื่อเข้าเรียนในคณะแพทย์

แพรรัมภาวันนี้เธอกำลังฝึกการก้าวเดินหลังจากที่เธอกับลูอิสตกลงที่จะผ่าตัดและใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับและมีผลการทดลองที่ถือว่าโอเคมีหลายๆคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ อาจจะไม่เต็มร้อยแต่ก็ดีกว่าต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต การก้าวเดินทุกช่วงจังหวะของการลงน้ำหนักมีสายตาของคนรักที่คอยลุ้นไปกับเธอในทุกๆก้าว 

ลูอิสที่กำลังลุ้นการเดินโดยไม่ต้องใช้ไม้คำยันเป็นตัวช่วยในการทรงตัวลุ้นว่าคนรักจะก้าวเดินมาตรงที่เขายืนได้หรือไม่ภาพของแพรรัมภา ที่ค่อยๆ ก้าวขาเดินมาที่เขามันทำให้ลูอิสรู้สึกดีใจที่ความอดทนเกือบตลอดเวลา 5 เดือนมันคอยๆ ก้าวเข้ามา เข้าอย่างช้าๆ มันสร้างหยาดน้ำตาให้กับลูกผู้ชายคนนี้มันรู้สึกดีใจ มันหายเหนื่อย ส่วนแพรรัมภาทุกๆ อย่างก้าวมันมีความหมายมากภาพของคนรักที่ยืนคอยอยู่กำลังจ้องมองมาที่เธอและอ้าแขนเพื่อจะรอรับเธอ อ้อมแขนนั้นที่คอยประคองและโอบอุ้มเธอในยามที่เธอท้อ ยามที่เธอเสียใจ มันคืออ้อมแขนที่อบอุ่นที่สุด

ตุ๊บ!!!! ภาพของแพรรัมภาที่ทรุดลงไปกับพื้น ลูอิสเห็นรีบวิ่งไปรับร่างของคนรักและกอดแพรรัมภา

"ที่รัก เจ็บมากไหม เก่งมากๆ ครับ คุณก้าวเดินได้แล้วจากนี้อยู่ที่ตัวของที่รักนะ ขอบคุณนะครับ ขอบคุณที่อดทนทำเพื่อผมวันนี้ได้แค่นี้ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว"

"ขอโทษ บีมเดินได้แค่นิดเดียวเอง ไม่กี่่ก้าวก็ล้มลงแล้ว"

"ใครบอกว่าคุณก้าวได้นิดเดียว คุณทำมันได้เยอะมากๆ จริงไหมครับคุณหมอ"

นายแพทย์ที่ทำการรักษาให้คนรักของชายหนุ่มเขารับรู้ได้ถึงความรักของคนทั้งคู่ เขาไม่คิดว่าเขาจะได้สัมผัสนิสัยใจคอของลูอิสก่อนหน้านี้เขาพอจะทราบกิตติศัพท์ข่าวต่างๆ ในแวดวงและฉายาที่คนต่างมอบให้ หากเขาไม่เห็นกับตาตัวเองว่าผู้ชายคนนี้เป็นผู้ชายที่สุดยอดและเป็นที่ชื่นชมสำหรับเขาในความใจเย็นในการดูแลคนรัก หาได้น้อยหลายที่มีความอดทนมากๆ

"ครับ อย่างที่คุณลูอิสพูดคุณแพรรัมภาทำได้ดีมากๆ ครับ จากนี้มันก็อยู่ที่คุณแพรรัมภาอย่ายอมแพ้นะครับ วันนี้คุณอาจจะเดินได้แค่ 5 ก้าว วันพรุ่งนี้เราก็จะเริ่มให้มันมากขึ้นไปอีกนิด คุณคือคนไข้ที่ดีสำหรับหมอมากๆ หมอเชื่อว่าสักวันคุณจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง"

ลูอิสที่อุ้มแพรรัมภาไปยังรถเข็นแล้วก้มลงไปเช็คตามร่างกายว่าคนรักได้รับบาดเจ็บตรงไหน แพรรัมภาที่มองการกระทำของลูอิส จนลูอิสเงยหน้าขึ้นมามองแพรรัมภาที่จ้องการกระทำของเขา

"ที่รักมีอะไรครับ จ้องผมแบบนั้นมีอะไรหรือเปล่า"

"ไม่มีอะไรคะ บีมแค่คิดว่าชาติที่แล้วบีมคงจะทำบุญมาเยอะในความโชคร้ายในหลายเรื่องๆ บีมก็ยังมีคุณที่เป็นหลักให้บีมได้ยึดไว้"

"ผมบอกแล้วว่าวันนี้หรือวันข้างหน้าคุณจะเดินได้หรือไม่ มันไม่สำคัญสำหรับผมมากนักเพราะยังไงผมก็จะเป็นขาที่จะพาคุณก้าวเดินไปเองผมขอแค่คุณทำเพื่อตัวคุณเองผมรู้ว่าคุณกังวลกลัวเรื่องอะไร อย่ายอมแพ้นะครับ"

"คะ บีมรักคุณมากนะคะ"

ลูอิสส่งรอยยิ้มที่อบอุ่นมาให้กับเธอ ต่างคนต่างจับมือกันตลอดเวลาผลการรักษาของวันนี้ถือว่าดีมากๆ

เจมส์ที่ได้รับคำสั่งจากคุณลูอิสเพื่อจัดงานเซอร์ไพรส์คุณบีม เจมส์กับดาวต่างช่วยกันเนรมิตบรรยากาศให้เป็นทุ่งดอกเดซี่ที่สวยงามภายในคฤหาสน์คอนซาโว่และคุณลูอิสมอบหมายให้เขาไปจัดการนำสิ่่งที่เป็นตัวแทนความรักของคุณลูอิสที่ส่งต่อมาเป็นรุ่นๆ ในตระกูล มาร์ตินและกังสดาลต่างช่วยกันจัดงานที่จะมีขึ้นอีกในไม่ช้า มาร์ตินได้ให้เชฟชื่อดังของโรงแรมมาทำอาหารที่สุดพิเศษสำหรับค่ำคืนนี้เพื่อเพื่อนคนนี้เขาพร้อมที่จะช่วยมันในทุกๆเรื่อง

แพรรัมภาที่ได้รับการรักษาจากทีมแพทย์ชั้นนำที่ลูอิสได้ค้นหาตลอดระยะเวลาของการรักษาเธอรู้สึกถึงการเอาใจใส่ของคนรักเธอมากๆ เขาจะขอรายละเอียดทุกอย่างจากหมอซึ่งเธอไม่คิดเลยว่าเขาจะอ่านและศึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เธอเป็นทั้งเรื่องการใช้ชีวิตการมีความสัมพันธ์เขาพยายามที่สอบถามจากหมอที่รักษาอยู่ตลอดเวลาขนาดป้าเนียนที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กเห็นแล้วยังรู้สึกดีใจกับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายที่มีคนมาดูแลลูกสาวเจ้านายที่ล่วงลับได้ดีมากๆ จนป้าเนียนรู้สึกเบาใจ ป้าเนียนกับนุ่นต้องเดินทางกลับเมืองไทยเพระนุ่นต้องกลับไปรายงานตัวเพื่อเข้าเรียนในคณะแพทย์

แพรรัมภาวันนี้เธอกำลังฝึกการก้าวเดินหลังจากที่เธอกับลูอิสตกลงที่จะผ่าตัดและใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับและมีผลการทดลองที่ถือว่าโอเคมีหลายๆ คนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ อาจจะไม่เต็มร้อยแต่ก็ดีกว่าต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต การก้าวเดินทุกช่วงจังหวะของการลงน้ำหนักมีสายตาของคนรักที่คอยลุ้นไปกับเธอในทุกๆ ก้าว

ลูอิสที่กำลังลุ้นการเดินโดยไม่ต้องใช้ไม้คำยันเป็นตัวช่วยในการทรงตัวลุ้นว่าคนรักจะก้าวเดินมาตรงที่เขายืนได้หรือไม่ภาพของแพรรัมภา ที่ค่อยๆ ก้าวขาเดินมาที่เขามันทำให้ลูอิสรู้สึกดีใจที่ความอดทนเกือบตลอดเวลา 5 เดือนมันคอยๆ ก้าวเข้ามา เข้าอย่างช้าๆ มันสร้างหยาดน้ำตาให้กับลูกผู้ชายคนนี้มันรู้สึกดีใจ มันหายเหนื่อย ส่วนแพรรัมภาทุกๆ อย่างก้าวมันมีความหมายมากภาพของคนรักที่ยืนคอยอยู่กำลังจ้องมองมาที่เธอและอ้าแขนเพื่อจะรอรับเธอ อ้อมแขนนั้นที่คอยประคองและโอบอุ้มเธอในยามที่เธอท้อ ยามที่เธอเสียใจ มันคืออ้อมแขนที่อบอุ่นที่สุด

ตุ๊บ!!!! ภาพของแพรรัมภาที่ทรุดลงไปกับพื้น ลูอิสเห็นรีบวิ่งไปรับร่างของคนรักและกอดแพรรัมภา

"ที่รัก เจ็บมากไหม เก่งมากๆ ครับ คุณก้าวเดินได้แล้วจากนี้อยู่ที่ตัวของที่รักนะ ขอบคุณนะครับ ขอบคุณที่อดทนทำเพื่อผมวันนี้ได้แค่นี้ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว"

"ขอโทษ บีมเดินได้แค่นิดเดียวเอง ไม่กี่่ก้าวก็ล้มลงแล้ว"

"ใครบอกว่าคุณก้าวได้นิดเดียว คุณทำมันได้เยอะมากๆ จริงไหมครับคุณหมอ"

นายแพทย์ที่ทำการรักษาให้คนรักของชายหนุ่มเขารับรู้ได้ถึงความรักของคนทั้งคู่ เขาไม่คิดว่าเขาจะได้สัมผัสนิสัยใจคอของลูอิสก่อนหน้านี้เขาพอจะทราบกิตติศัพท์ข่าวต่างๆ ในแวดวงและฉายาที่คนต่างมอบให้ หากเขาไม่เห็นกับตาตัวเองว่าผู้ชายคนนี้เป็นผู้ชายที่สุดยอดและเป็นที่ชื่นชมสำหรับเขาในความใจเย็นในการดูแลคนรัก หาได้น้อยหลายที่มีความอดทนมากๆ

"ครับ อย่างที่คุณลูอิสพูดคุณแพรรัมภาทำได้ดีมากๆ ครับ จากนี้มันก็อยู่ที่คุณแพรรัมภาอย่ายอมแพ้นะครับ วันนี้คุณอาจจะเดินได้แค่ 5 ก้าว วันพรุ่งนี้เราก็จะเริ่มให้มันมากขึ้นไปอีกนิด คุณคือคนไข้ที่ดีสำหรับหมอมากๆ หมอเชื่อว่าสักวันคุณจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง"

ลูอิสที่อุ้มแพรรัมภาไปยังรถเข็นแล้วก้มลงไปเช็คตามร่างกายว่าคนรักได้รับบาดเจ็บตรงไหน แพรรัมภาที่มองการกระทำของลูอิส จนลูอิสเงยหน้าขึ้นมามองแพรรัมภาที่จ้องการกระทำของเขา

"ที่รักมีอะไรครับ จ้องผมแบบนั้นมีอะไรหรือเปล่า"

"ไม่มีอะไรคะ บีมแค่คิดว่าชาติที่แล้วบีมคงจะทำบุญมาเยอะในความโชคร้ายในหลายเรื่องๆ บีมก็ยังมีคุณที่เป็นหลักให้บีมได้ยึดไว้"

"ผมบอกแล้วว่าวันนี้หรือวันข้างหน้าคุณจะเดินได้หรือไม่ มันไม่สำคัญสำหรับผมมากนักเพราะยังไงผมก็จะเป็นขาที่จะพาคุณก้าวเดินไปเองผมขอแค่คุณทำเพื่อตัวคุณเองผมรู้ว่าคุณกังวลกลัวเรื่องอะไร อย่ายอมแพ้นะครับ"

"คะ บีมรักคุณมากนะคะ"

ลูอิสส่งรอยยิ้มที่อบอุ่นมาให้กับเธอ ต่างคนต่างจับมือกันตลอดเวลาผลการรักษาของวันนี้ถือว่าดีมากๆ

เจมส์ที่ได้รับคำสั่งจากคุณลูอิสเพื่อจัดงานเซอร์ไพรส์คุณบีม เจมส์กับดาวต่างช่วยกันเนรมิตบรรยากาศให้เป็นทุ่งดอกเดซี่ที่สวยงามภายในคฤหาสน์คอนซาโว่และคุณลูอิสมอบหมายให้เขาไปจัดการนำสิ่่งที่เป็นตัวแทนความรักของคุณลูอิสที่ส่งต่อมาเป็นรุ่นๆ ในตระกูล มาร์ตินและกังสดาลต่างช่วยกันจัดงานที่จะมีขึ้นอีกในไม่ช้า มาร์ตินได้ให้เชฟชื่อดังของโรงแรมมาทำอาหารที่สุดพิเศษสำหรับค่ำคืนนี้เพื่อเพื่อนคนนี้เขาพร้อมที่จะช่วยมันในทุกๆ เรื่อง

จนกระทั้งถึงเวลาที่ลูอิสขับรถพาแพรรัมภากลับมายังที่บ้าน ซึ่งบริเวณรอบๆ คฤหาสน์ได้ทำการเปิดไฟไว้สลัวๆ ส่วนแพรรัมภาที่มองรอบๆ บ้านในวันนี้มันรู้สึกแปลกๆ ทำไมวันนี้มันดูไม่สว่างไสวเลย

"คุณที่บ้านคุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ"

"อะไร ที่รักสงสัยอะไรบ้านผมมันก็ดูปกตินะครับ"

"บีมว่ามันดูมืดๆ สลัวๆ พิลึก ไฟบ้านคุณต้องมีปัญหาแน่ๆ แล้วป้ามาเรียไม่ได้โทรบอกคุณเหรอคะ"

"ไม่นะครับ ไม่เห็นป้ามาเรียบอกอะไรเลย คงจะปกติครับ"

"แปลกมากๆ บีมรู้สึกยังไงไม่รู้สิคะ บีมรู้สึกกลัวๆ "

"คิดมากครับที่รัก มีผมอยู่ทั้งคนอย่าไปกลัวอะไร"

ลูอิสที่วนรถเข้าไปจอดตรงบริเวณหน้าบ้าน แพรรัมภาก็ยังรู้สึกไม่ใช่อยู่ดีปกติจะต้องมีคนออกมารอรับแต่นี้เงียบ มันต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ลูอิสที่อุ้มแพรรัมภาลงมานั่งรถเข็นที่เตรียมไว้แต่แพรรัมภาเกาะเขาไว้แน่นซึ่งจริงๆ ลูอิสอยากจะหัวเราะกับท่าทางของคนรัก เขาก็ไม่รู้ว่าทุกคนเตรียมเซอร์ไพรส์แบบไหนก็ได้แต่ลุ้น

"คุณบีมกลัว คุณระวังนะคะ"

ลูอิสที่เข็นรถของแพรรัมภาเข้ามาภายในบ้านที่มันมืดจริงๆ เจมส์มันทำอะไรของมันว๊ะ ลูอิสคิดในใจมันทำเหมือนหนังสยองขวัญมันคิดอะไรของมัน

"ไม่เป็นไรครับ ใจเย็นๆ ๆ " จู่ๆ สักพักไฟก็ดับพรึบ พร้อมเสียงกรี๊ด ของแพรรัมภาที่ตกใจสุดขีด

"กรี๊ด!!!! เห็นไหมบอกว่ามันต้องมีอะไร บีมกลัวคุณ"

ลูอิสที่ลงไปกอดปลอบคนรักให้หายตกใจกลัว อยากจะด่ามันจริงๆ ทันใดนั้นก็มีแสงสีขาวที่ถูกจุดได้เดินออกมา พร้อมกับเสียงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ แพรรัมภาเงยหน้าขึ้นไปมองลูอิสแพรรัมภาที่ร้องไห้ด้วยความกลัวเมื่อครู่ถึงกับปรับอารมณ์ไม่ทันนี้คือเซอร์ไพรส์วันเกิดเธอ

"เห็นไหมผมบอกแล้วว่าไม่มีอะไร" ทุกๆ คนมายืนพร้อมกับเค้กวันเกิดที่ถูกเข็นออกมา แพรรัมภาที่ตอนนี้น้ำตาที่ไหลมันตกใจและดีใจมันปะปนกันไปหมด

"สุขสันต์วันเกิดนะครับเจ้าหญิงของผม มีความสุขมากๆ นะครับ" ลูอิสที่นั่งคุกเข่าตรงหน้าและอวยพรเธอก่อนเป็นคนแรก"

แพรรัมภาที่รู้สึกตกใจที่ทุกคนมาอยู่ที่นี้กันหมดเจอกันก็ครั้งสุดท้ายที่เมืองไทยก่อนที่เธอจะมาสเปน ดาวส่งยิ้มมาให้กับเพื่อนและเดินเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง

"สุขสันต์วันเกิดนะเพื่อนรัก ขอให้ต่อแต่นี้มีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิตนะเพื่อน"

แพรรัมภาที่กอดกับดาวด้วยความคิดถึง เธอดีใจมากๆ ที่ได้เจอเพื่อน เมื่อแพรรัมภาหลับตาเพื่อเป่าเทียนวันเกิดทันทีที่ลืมตาขึ้นมาถึงกับพูดไม่ออกนี้เขาทำให้เธอเซอร์ไพรส์มากๆ มีรูปภาพพ่อแม่ของเขาและพ่อแม่ของเธอ ลูอิสเข็นรถนำแพรรัมภาไปหยุดอยู่ตรงหน้ารูปภาพของคนที่ทั้งสองรักมากๆ

"พ่อครับแม่ครับ วันนี้ผมพาคนที่ผมรักมากที่สุดมาอยู่ตรงนี้แล้ว ผมอยากให้พ่อกับแม่อวยพรให้เธอหน่อยนะครับขอให้วันพรุ่งนี้เป็นวันที่ดีสำหรับเธอ คุณพ่อครับวันที่ผมสัญญาว่าจะดูแลผู้หญิงคนนี้ที่คุณพ่อรักมากคุณพ่อเห็นรอยยิ้มของเธอไหมครับ ผมสัญญาว่าผมจะรักษารอยยิ้มนี้ให้อยู่ตลอดไป"

เจมส์ที่เดินเอาของสำคัญมาให้กับลูอิสที่นั่งคุกเข่าต่อหน้ารูปภาพของคนที่ทั้งคู่รักเพื่อเป็นสังขีพยาน มาร์ตินและกั้งรู้สึกดีใจที่ได้อยู่ในทุกช่วงชีวิตของคนทั้งคู่

"ที่รัก วันนี้ผมไม่มีของขวัญวันเกิดอะไรมอบให้กับคุณ นอกจากสิ่งนี้" ลูอิสเปิดกล่องแหวนแต่งงานที่พ่อกับแม่ได้เก็บรักษาไว้ให้กับเขาเมื่อรอมอบให้คนที่เขารักและวันนี้เขาจะมอบมันให้กับเธอผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด แพรรัมภาที่เห็นเขากำลังก้มหยิบแหวนที่มันสวยมากๆ เธอรับรู้ว่ามันคือแหวนประจำตระกูลของเขาแน่ๆ เธอยิ้มมันออกมาทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ

"ที่รักผมอยากจะขอให้คุณมาเป็นมาดามของคอนซาโว่เป็นคนที่กุมหัวใจของผู้ชายคนนี้ ผู้ชายคนนี้ไม่มีของขวัญอะไรที่มีค่านำมามอบให้นอกจากคำสัญญาว่าจะอยู่ดูแลและรักคุณไปตลอดชีวิตที่ผู้ชายคนนี้มีลมหายใจอยู่"

แพรรัมภามองเขาที่ค่อยๆ บรรจงสวมแหวนเข้าไปแทนที่แหวนวงเดิมที่เขาเคยมอบให้กับเธอตอนขอแต่งงาน และเธอเห็นเจมส์ได้นำเอกสารมาวางไว้ตรงหน้าเธอ แพรรัมภาเห็นและได้หันหน้าไปมองคนรัก

"คุณพร้อมที่จะใช้นามสกุลนี้หรือยังครับ ถ้าพร้อมก็ลงลายมือชื่อเพื่อผูกมัดผู้ชายคนนี้ให้อยู่กับคุณไปตลอดชีวิต"

"ถ้าบีมเซ็นคุณไม่สามารถเปลี่ยนใจได้แล้วนะคะ"

"ผมนายลูอิส คอนซาโว่ ขอรับนางสาว แพรรัมภา อัศวนนท์ เข้ามาเป็นภรรยาและคู่ชีวิตแค่คนเดียว เราจะอยู่ด้วยกันทั้งยามทุกข์และยามสุข

แพรรัมภาได้ยินคำมั่นสัญญาของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า เธอไม่มีข้อแม้ะไรเกี่ยวกับเขาาอีกแล้วเขาได้พิสูจน์ทุกๆ อย่างให้เธอได้เห็นแล้วว่าเขาเป็นผู้ชายที่เธอรักมากที่สุด

"ดิฉัน นางสาว แพรรัมมภา อัศวนนท์ ยินดีรับนาย ลูอิส คอนซาโว่ คนนี้เป็นสามีจะรักเคารพและซื่อสัตย์กับผู้ชายที่แสนดีที่อยู่ตรงหน้าขอบคุณนะคะ คุณคือของขวัญที่มีค่าที่สุดสำหรับบีม"

ทั้งคู่ต่างสวมกอด ลูอิสที่บรรจงลงลายมือมือชื่อในกระดาษที่จะเป็นการผูกมัดสองชีวิตให้มาอยู่ด้วยกันตลอดไป

มาร์ตินและกังสดาลที่มองความรักของคนทั้งคู่ช่างเป็นความรักที่อดทนมากๆ กั้งเดินไปมอบกล่องของขวัญที่เธอให้ตะนอยจัดเตรียมไว้ให้

"น้องบีมพี่กับคุณมาร์ติน มอบสิ่งนี้ให้นะคะ น้องบีมไปกับพี่เป๊บนะคะ ยังไงกั้งขอตัวน้องบีมสักครู่ได้ไหมคะ"

"ครับได้ เดี๋ยวผมเข็นรถไปส่งให้นะครับ"

"ไม่เป็นไรคะ เดี๋ยวกั้งพาบีมไปกับน้องดาวก็ได้คะ ดาวไปช่วยพี่หน่อยนะคะ"

กั้งและดาวที่ต่างช่วยกันพาแพรรัมภาไปยังห้องเพื่อที่จะทำการเนรมิตให้แพรรัมภาเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด เมื่อเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ช่วงที่ทุกคนกำลังดื่มฉลองให้กับคู่บ่าวสาวคู่ใหม่สำหรับค่ำคืนนี้ มาร์ตินที่ดีใจมากๆ ที่เห็นเพื่อนมีครอบครัวได้เจอคนที่รักและเพื่อนเขารักมากเขานับถือมันจริงๆ

"ฉันดีใจด้วยนะที่นายมีวันนี้ สู้ๆ นะเว้ยขอให้คุณบีมกลับมายืนเคียงข้างและก้าวเดินไปกับนายได้เร็วๆ นะ"

"ขอบใจนายมากที่คอยช่วยเหลือฉันในทุกเรื่อง ไม่มีนายฉันก็คงจะแย่เหมือนกันขอบใจมากเพื่อน"

"ชน ชน เจมส์มาๆ ชนให้กับเจ้าบ่าวป้ายแดงหน่อย"

ลูอิสที่หันหน้าไปหาเจมส์ลูกน้องคนสนิทที่เขานับถือเป็นพี่ชายเลยก็ว่าได้ หากไม่มีเจมส์ที่คอยบริหารงานแทนเขาเขาก็คงไม่สามารถที่จะดูแลแพรรัมภาได้ขนาดนี้

"ขอบใจนายด้วยนะเจมส์ที่เป็นธุระจัดการทุกอย่างให้ฉัน ขอบใจนายจริงๆ ไอ้พี่ชาย"

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถ้าคุณลูอิสให้ผมเป็นพี่แบบนี้ ระวังผมจะยึดบริษัทมาเป็นของผมนะครับ"

"นายจะกล้าเหรอเจมส์"

สามหนุ่มต่างพากันหัวเราะ ซึ่งเป็นเสียงหัวเราะของมิตรภาพที่ไม่อาจซื้อหรือแลกมาได้ด้วยเงินมันคือความผูกพันที่มีให้กันมาเนิ่นนาน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น