นิราอร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 153

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2562 08:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร


บทนำ



“ออกไป!”

เสียงทุ้มกังวานของเรืองฤทธิ์ทำให้คนที่นอนซุกตัวอยู่บนฟูกขนาดใหญ่สะดุ้งเฮือก เนื้อตัวเปลือยเปล่าที่อยู่ใต้ผ้าห่มสั่นเทา ขณะที่เสียงวิ่งตึงตังดังเข้ามาแล้วหยุดออกันที่หน้าประตู

“ว้าย! นังตาล!”

ลูกตาลหรือลลิตานั่งหน้าซีดอยู่บนที่นอน เสื้อผ้าเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น ขณะที่เจ้าของห้องตัวโตราวยักษ์ปักหลั่นนั้นมีสภาพไม่ต่างกันนัก ท่อนบนเปลือยเปล่ามีหยาดน้ำเกาะพราว ส่วนท่อนล่างมีผ้าขาวม้าพันเอาไว้ลวกๆ ใบหน้ามีหนวดเครานั้นเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว ดวงตาสีเข้มจัด จ้องมองด้วยดวงตาวาวโรจน์ มองปราดเดียวก็พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้!

สำอางหน้าเผือด กลืนน้ำลายดังเอื๊อกเมื่อลูกสาวของตนขึ้นไปอยู่บนที่นอนของนายจ้างซึ่งเป็นเจ้าของสวนส้มโอด้วยสภาพนั้น ขณะเดียวกันน้ำฟ้า หญิงคนรักของเรืองฤทธิ์ก็มีใบหน้าบึ้งจัด หล่อนมองชายหนุ่มสลับหญิงสาววัยละอ่อนด้วยสายตาวาววับ ก่อนโวยวายออกมาด้วยน้ำเสียงดังแหว

“นี่มันอะไรกัน!! พี่ฤทธิ์ทำแบบนี้ได้ยังไง ทั้งที่มีน้ำฟ้าอยู่ทั้งคน พี่ฤทธิ์ยังมีหน้าทำแบบนี้อีกเหรอ คนทุเรศ พอกันที ต่อไปนี้อย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลย ฉันขอสาบส่งผู้ชายมักง่ายหลายใจอย่างพี่ตรงนี้”

พูดจบหญิงสาวก็หมุนตัววิ่งออกไปทั้งน้ำตา ทำให้เรืองฤทธิ์ตกใจ เขาหันมามองหญิงสาวบนฟูกของตนด้วยสายตาคาดโทษ

“แล้วฉันจะกลับมาสะสางเรื่องนี้ด้วยตัวฉันเอง!!”

พูดจบร่างสูงใหญ่ก็เดินแกมวิ่งตามคนรักลงจากบ้านไม้ยกพื้นจนเสียงดังโครมคราม ทำให้คนที่นั่งหน้าซีดนั้นน้ำตาไหลพราก ขณะที่มารดาก้าวเข้าไปหาด้วยสายตาผิดหวัง

เพี้ย!!

แก้มของลลิตาแดงเป็นรอยฝ่ามือของมารดาทันที หญิงสาวค่อยๆ หันกลับมา ริมฝีปากสั่นระริกจนต้องขบกัดเอาไว้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลเป็นทางยาว 

“แกทำแบบนี้ทำไมตาล แกไม่รู้เหรอว่าพ่อฤทธิ์กับหนูฟ้าเขารักกัน ที่สำคัญหนูฟ้าก็สนิทกับแกด้วย ทำไมแกถึง…”

ลลิตาไม่ตอบคำถามแม่ แต่ลงจากที่นอนโดยมีผ้าห่มพันกายลงมาเก็บเสื้อผ้าของตัวเองเอาไปสวมใส่อย่างทุลักทุเล ขณะที่คนเป็นแม่ได้แต่ยืนกำมือแน่น อยากตีลูกให้เนื้อขาด แต่เมื่อคิดถึงนิสัยของหญิงสาวจึงยังไม่ปักใจเชื่อ ลลิตาเป็นเด็กดีมาโดยตลอด ไม่เคยทำตัวเหลวไหลออกนอกลู่นอกทางหรือใจเร็วด่วนได้ เรื่องผู้ชายไม่เคยเสียหาย ตั้งใจเรียนอย่างเดียว ตอนนี้เพิ่งเรียนจบ ม.6 แต่ไม่มีเงินมากพอที่จะไปเรียนต่อ เพราะตนมีโรคประจำตัวหลายโรคจึงไม่สามารถส่งเสียลูกให้เรียนสูงๆ ได้ แค่กินใช้ยังเดือนชนเดือน ลลิตาจึงต้องมาทำงานเป็นลูกจ้างที่สวนส้มโอของเรืองฤทธิ์ ชายหนุ่มเองก็ใจดี ให้ค่าจ้างดีกว่าเจ้าของสวนรายอื่น ทั้งตนและลูกจึงมีกินมีใช้กันอย่างไม่ขัดสนนัก แต่แล้วทำไมบุตรสาวจึงทำเรื่องที่เป็นการตัดอนาคตตัวเองแบบนี้นะ…

เสียงรถยนต์ดังกระหึ่มพร้อมกับเสียงออกตัวทำให้สำอางเดินไปดูที่หน้าต่าง จึงเห็นว่าเรืองฤทธิ์ยืนจังก้าอยู่ที่ใต้ต้นไม้ตรงทางเข้าบ้าน ครู่ใหญ่จึงหมุนตัวเดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าเข้มจัด!!

เมื่อชายหนุ่มก้าวขึ้นบ้าน เขาเดินไปหยุดที่หน้าประตูห้อง มองสองแม่ลูกที่ออกมายืนชิดกันทำตัวลีบอยู่ข้างประตูด้วยสายตาเคียดขึ้ง

“ลงไปรอข้างล่าง”

ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำ สำอางรีบจูงมือลูกสาวเดินลงบันไดไปทันที ปล่อยให้เจ้าของบ้านที่มีเพียงผ้าขาวม้าพันกายผืนเดียวยืนจังก้ามองตามด้วยสายตาราวกับจะฆ่าแกงก็ไม่ปาน

เสียงกุกกักลงมาตามบันไดทำให้ลลิตาที่ก้มหน้านิ่งอยู่บนแคร่ใต้ถุนยืดลำตัวตรง สาวน้อยอายุสิบเก้าปี ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากรูปกระจับและใบหน้าเรียวรูปไข่ เมื่อรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียว จึงทำให้หญิงสาวจัดอยู่ในประเภทสาวสวยคนหนึ่ง แต่เหตุใดสาวสวยนิสัยน่ารักคนนี้จึงลุกขึ้นมาทำเรื่องน่าละอายได้

สำอางขยับตัวอย่างอึดอัด เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาก๊วยก้าวมาหยุดต่อหน้าคนทั้งสอง ใบหน้าคมคายถมึงทึงดูน่ากลัว แววตาก็เข้มจัดจนไม่กล้าสบตา

“ทำแบบนั้นทำไม”

คำถามของเรืองฤทธิ์ทำให้หญิงสาวขบริมฝีปากแน่น กระสับกระส่าย ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงห้าวทุ้มตวาดลั่นออกมาอีกครั้ง

“ตอบ!!”

ร่างบางสะดุ้งโหยง พอๆ กับสำอางที่แทบตกแคร่ นางมองชายหนุ่มรุ่นน้องด้วยสายตาอ้อนวอน แต่เรืองฤทธิ์ไม่สนใจมอง เขาจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

“หนูไม่ได้ทำอะไร”

คำตอบของลลิตาทำให้ทั้งแม่และชายหนุ่มหันมามองเป็นตาเดียว ไม่เข้าใจคำตอบพอๆ กับยิ่งเพิ่มความโกรธให้กับเจ้าของสวนส้มโอมากขึ้น

“ไม่ได้ทำอะไร!! แล้วไอ้ที่แก้ผ้าขึ้นไปนอนบนที่นอนฉันนี่หมายความว่าอะไรวะ!!”

เสียงดังคับบ้านทำให้คนงานที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เริ่มโผล่หน้าจากสวนออกมาดูที่มาของเสียง และเมื่อเห็นชายหนุ่มยืนหน้าเครียดอยู่ใต้ถุนบ้านโดยมีสองแม่ลูกนั่งก้มหน้านิ่งต่างเกิดความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น แต่เมื่อชายหนุ่มหันขวับไปเห็นคนงานเหล่านั้นจึงหลบวูบ แยกย้ายไปคนละทิศคนละทาง

เรืองฤทธิ์ถอนหายใจเฮือก เมื่อหันกลับมามองสองแม่ลูกอีกครั้ง แล้วลดเสียงลง

“ถามจริงเถอะลูกตาล เธอทำแบบนั้นทำไม”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำเอ่อคลอ หล่อนกำลังบอกว่าเสียใจที่ทำแบบนั้น 

“นี่มันเรื่องอะไรกัน” สำอางเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง เพราะสับสนมานานแล้ว “ตาล บอกแม่ซิว่าแกมีอะไรกับน้าฤทธิ์แล้วหรือยัง”

เรืองฤทธิ์หันขวับ เขาอยากจะบ้าตายที่สำอางคิดว่าเขามีอะไรกับเด็กคนนี้ 

“ทำไมพี่อางคิดแบบนั้น ผมไม่เคยคิดอะไรกับลูกสาวของพี่อางมาก่อน ออกจะเอ็นดูเหมือนลูกหลานด้วยซ้ำไป แล้วทำไมมาถามแบบนี้”

สำอางหน้าร้อนผ่าว ทั้งโกรธและอาย ตัวสั่น ใจกระตุก 

“ก็ พี่เห็นสภาพของฤทธิ์กับลูกตาลพี่ก็เลยคิดว่า…”

“คิดว่าผมเขมือบลูกสาวพี่ไปแล้วงั้นสิ! เจริญ!!”

ร่างสูงเดินกลับไปกลับมา เสยผมด้วยความว้าวุ่น ไม่ว่าจะทำยังไง เค้นถามแค่ไหนแต่ลลิตายังคงปากแข็ง ไม่ยอมรับสารภาพว่าทำไปทำไม ดังนั้นเขาจึงยื่นคำขาดทันที

“เอาล่ะ ในเมื่อไม่ยอมตอบก็ฟังให้ดีๆ จากวันนี้เป็นต้นไป พี่อางกับลูกไม่ต้องมาทำงานที่สวนของผมอีก แล้วผมยืนยันว่าไม่เคยทำอะไรลูกสาวพี่อาง แต่ถ้าไม่เชื่อจะให้พาไปตรวจที่โรงพยาบาลก็ยังได้ ผมยินดีจ่ายค่าตรวจให้เต็มที่!!”

สำอางตะลึงงัน หน้ามืดเหมือนคนถูกฮุกเต็มแรง ขณะที่ลลิตาหน้าซีดเผือด แม้พอจะรู้อยู่แล้วว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่หญิงสาวก็ยังยอมทำเรื่องแบบนั้นลงไป

“เชิญพี่อางกับลูกออกไปจากบ้านของผมเถอะครับ แล้วก็ไม่ต้องมาอีกแล้ว ส่วนนี่คือเงินจำนวนหนึ่งที่ผมจะให้เอาไว้ทำทุน แต่สำหรับลูกสาวพี่ ผมจะไม่มีการรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น เพราะว่าผมไม่ได้ทำอะไรเลย!!”

พูดจบเขาก็เดินตรงไปยังรถกระบะด้วยอาการหัวเสีย ทิ้งให้สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างสิ้นหวัง ก่อนจะพากันก้าวออกจากบ้านของเรืองฤทธิ์ กลับไปยังกระท่อมของตนเองซึ่งห่างออกไปอีกสามกิโลเมตร

สองวันต่อจากนั้น…

กริ๊ง…

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางแสงแดดจ้าเวลาเกือบเที่ยงตรง ชายหนุ่มรีบวางมือจากเข่งบรรจุผลส้มโอแล้วหยิบออกมาดู 

“ว่าไงโจ๊ก”

เอ่ยทักคนปลายสาย ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่สมัยประถม 

“มีเรื่องอยากถามสักหน่อย คือวันนี้กูได้การ์ดแต่งงานจากหัวหน้า พอดีลูกชายหัวหน้ากำลังจะแต่งงานอาทิตย์หน้า แต่ที่กูแปลกใจก็คือ ผู้หญิงที่เป็นว่าที่เจ้าสาว หน้าเหมือนแฟนมึงเด๊ะ ก็เลยอยากจะถามว่า มึงกับคุณฟ้าเลิกกันแล้วใช่ไหมวะ เออ เจ้าสาวชื่อพิมลรัตน์ รัตนวรางกูล ใช่แฟนมึงเปล่าวะฤทธิ์ เออ เดี๋ยวส่งภาพให้ดูทางไลน์ดีกว่า จะได้เห็นชัดๆ ไปเลย”

คำถามของเพื่อนทำให้คนฟังรู้สึกชาไปทั้งตัว เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน เพิ่งมีปัญหากับน้ำฟ้าได้สองวัน พยายามติดต่อหล่อนแต่ไม่สำเร็จ จึงคิดว่าควรทิ้งช่วงเพื่อให้หล่อนหายโกรธแล้วเขาจึงค่อยตามไปง้อหล่อนอีกครั้ง แต่ทำไมเรื่องถึงเป็นแบบนี้ไปได้

ติ๊ง!!

เสียงข้อความดัง ชายหนุ่มเลื่อนมือกดเข้าไปดู แล้วภาพที่เห็นทำเอาเรืองฤทธิ์แทบหมดแรง…

“ฤทธิ์ ฤทธิ์ ฟังอยู่เปล่าวะ”

เสียงของเพื่อนที่ยังดังเข้ามาทำให้เรืองฤทธิ์กะพริบตาแล้วกดตัดสาย พาร่างสูงใหญ่เดินตรงไปยังรถกระบะด้วยท่าทางของคนไร้หัวใจ หลังจากนั้น ชายหนุ่มก็พาตัวเองออกไปจากบ้าน รู้ตัวอีกทีก็มาถึงสามแยก ทางหนึ่งพาออกเส้นทางหลัก อีกทางหนึ่งพาเข้าเส้นทางรกชัฏ ส่วนทางสุดท้ายนั้นพาเข้าไปจนถึงกระท่อมของสำอางและลูก 

เรืองฤทธิ์ตัดสินใจเบนหน้ารถไปยังกระท่อมของสำอาง เขาจอดรถบริเวณด้านหน้า ดับเครื่องยนต์แล้วลงไปเมียงมอง 

“มาหาคนบ้านนี้เหรอ” ป้าข้างบ้านที่กำลังทำกับข้าวโผล่หน้าออกมาพอดี

“ครับ นี่ใช่บ้านพี่สำอางหรือเปล่าครับ

“ใช่แล้วลูก หลังนี้แหละ”

“แล้วพวกเขาไปไหนกันหมดครับป้า” ชายหนุ่มหันไปถาม 

“เขาไปกันหมดแล้วละ”

คำตอบของหญิงวัยกลางคนทำให้ชายหนุ่มนิ่งงัน ไม่เข้าใจคำตอบ

“ไป? ไปไหนครับ”

หญิงคนเดิมก้าวออกมาหยุดที่ประตู แล้วตอบเขาอีกครั้ง

“ย้ายไปแล้ว เห็นว่าจะไปหางานทำในเมืองกับญาติน่ะ อย่างว่าแหละ เขาว่าตอนนี้ตกงาน ต้องไปหางานทำไม่งั้นก็พากันอดตาย ไม่รู้ยังไงถึงถูกเลิกจ้าง น่าสงสารทั้งแม่ทั้งลูก คนดีนะนั่น นิสัยดีทั้งคู่ ตัวลูกก็เรียนดี  แต่ไม่มีเงินเรียนต่อ”

ชายหนุ่มได้ฟังแล้วยิ่งนิ่งอึ้ง 

“แล้วพวกเขาจะกลับมากันเมื่อไรรู้ไหมครับ”

หญิงคนเดิมที่กำลังเดินเข้าบ้านชะงัก

“ไม่รู้สิ อาจจะกลับ หรือไม่กลับก็ไม่รู้ บ้านหลังนี้ก็เช่าเขาอยู่ เห็นว่าบอกคืนเขาไปแล้ว คงไม่กลับมาอีกแล้วละ”

เรืองฤทธิ์หันกลับมาที่กระท่อมผุพัง เขาไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าบ้านสำอางหลังไหน แต่พอจะรู้ว่าอยู่แถวนี้ เมื่อมาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของสองแม่ลูก ก็ให้สมเพชเวทนา นึกตำหนิตนเองที่ทำรุนแรงเกินไป ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น ต้องมีความเกี่ยวข้องกับคนรักของเขาอย่างแน่นอน ทว่าลลิตาไม่เคยให้คำตอบ หล่อนเอาแต่ก้มหน้าและร้องไห้เงียบๆ 

นี่เขาทำอะไรลงไป



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}