พาราแรว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

C16 : เริ่มอันตราย [50%]

ชื่อตอน : C16 : เริ่มอันตราย [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 292

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2562 23:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
C16 : เริ่มอันตราย [50%]
แบบอักษร

:: Pitcha Talk ::

“คุณชญาว่ามันแปลกๆไหม จู่ๆทำไมอูบินถึงบินไปอเมริกาแล้วให้คุณไปงานแทน” ซอนมินตั้งข้อสงสัย นึกว่ามีแต่ฉันคนเดียวซะอีกที่คิดมากกับเรื่องนี้อยู่คนเดียว

“นายกำลังจะบอกว่ามันเป็นแผนของใครสักคนหรอ” ฉันถามซอนมินที่กำลังเฝ้าเยจีแต่งหน้าทำผมให้ฉัน

“หรือว่าผมคิดมากไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ แต่ผมว่ามันแปลกมากที่จู่ๆอูบินก็บินไปอเมริกา”

“ก็นายเป็นคนบอกฉันเองหนิ ว่าที่อเมริกาติดต่อมาด่วน เพื่อไปเซ็นสัญญา” ฉันว่า

“ก็ใช่”

“แล้วอูบินรับสายตรงจากอเมริกาเลย หรือว่าอเมริกาติดต่อนาย” ซอนมินทำท่านึก ดูท่าทางจะไม่ได้คำตอบอะไรแล้วหละ “ช่วงนี้นายมาช่วยงานฉันก็เลยไม่ได้ทำหน้าที่เลขาให้อูบินใช่ไหม” ฉันย้อนถาม

“ใช่ครับ”

“ใครทำหน้าที่นี้แทน”

“โบราครับ” โบรางั้นหรอฉันเริ่มเอะใจ ทำไมจู่ๆโบราก็มาทำหน้าที่เลขาทั้งๆที่เธอนั้นอยู่ฝ่ายออกแบบชุดเด็ก

“ทำไมถึงกลายเป็นโบรา”

“พอดีว่าช่วงนี้แผนกชุดเด็กงานน้อยลง เธอก็เลยมาอาสาช่วยผมพอดี แต่ผมไม่ได้ให้ช่วยอะไรมากนะ แค่ให้ช่วยดูตารางให้อูบิน แค่นั้นครับ ผมดูท่าทางเธอทำงานเก่ง ทำงานคล่องแคล่ว ว่องไว ก็เลยให้เธอมาช่วยเป็นเลขาให้อูบินชั่วคราวครับ”

“ย้อนกลับไปคำถามเดิมที่ฉันถาม อูบินรับสายตรงจากอเมริกาหรือว่าอเมริกาติดต่อนาย”

“เออคือ ไม่ได้ติดต่อผม อูบินบอกแค่ว่าบริษัทที่อเมริกาติดต่อมา”

ขณะที่เรากำลังสนทนากันอยู่นั้น อูบินก็โทรผ่านไลน์มาพอดี อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ อย่างกับมีเครื่องแอบฟัง

“พิชชา เธออยู่ที่ไหน”

“แต่งหน้าทำผมที่ออฟฟิศกำลังจะไปงาน ว่าไง! เป็นไงบ้างเรื่องสัญญา”

“ผมว่าเหมือนเรากำลังโดนหลอกหวะ คุณเดินออกมาจากคนอื่นๆก่อนได้ไหม”

“ได้สิ” ฉันยกมือบอกเยจีให้พอก่อน แล้วเดินไปคุยโทรศัพท์อีกมุมของห้อง “เกิดอะไรขึ้น”

“ทางอเมริกาบอกว่า ปกติถ้าจะเซ็นสัญญาเขาจะติดต่อมาโดยตรงและจะบอกล่วงหน้า 1 อาทิตย์ ไม่กระชั้นชิดแบบนี้ และผลจะออกอีก 2 วันข้างหน้า โดยจะส่งเมลแจ้งไป เขาบอกว่าอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิด”

“แล้วนายเอาข่าวมาจากไหนว่าอเมริกาติดต่อมา”

“ก็มีโทรศัพท์มาหาผมหนะสิ เป็นฝรั่งพูดด้วย”

“นายก็เลยเชื่อ”

“ใช่ ตอนนั้นดีใจไปหน่อย”

“เข้าใจแล้วหละ นายดูแลตัวเองด้วย ฉันว่าวันนี้ฉันจะต้องระวังตัวมากขึ้นแล้ว”

“มีอะไรหรือเปล่า”

“เปล่า นายอยู่รอผลที่นู้นไปเถอะ ทางนี้ฉันจัดการเอง”

ฉันวางสายอูบินแล้วเดินมาแต่งหน้าต่อ

“มีอะไรหรือเปล่า ทำไมดูสีหน้าคุณไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ซอนมินถาม

“เหมือนเรากำลังจะโดนแผนซ้อนแผนอยู่” ฉันตอบ “ดูแล้วเหมือนว่าบัตรเชิญจะเชิญตรงมาที่ประธานแต่คนที่ไปมักคืออูบินตลอด นายคิดว่าไงต่อหละ”

“ยังไงครับ” ซอนบินช่างซื่อๆเสียจริงๆ นายจะทันเล่ห์เหลี่ยมคนไหมเนี่ย กว่าฉันจะดึงซอนมินขึ้นมาเป็นเลขาได้ก็โดนกลั่นแกล้งสารพัด

“ถ้าให้เยจีเดา คุณชญากำลังจะบอกว่ามีคนในที่รู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้หรอคะ”

“ใช่ เพราะคนในเท่านั้นที่รู้ว่าบอร์ดบริหารของเราผังเป็นยังไง แต่ฉันอ่านบัตรเชิญก่อนมาแต่งหน้าแล้วหละ บัตรเชิญผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แล้วฉันให้อูบินไปแทน นั่นหมายความว่าต้องมีคนรู้ว่าฉันให้อูบินไปแทน พอตัดอูบินออกไป ผู้ถือหุ้นก็ต้องไปแทน” ฉันวิเคราะห์ให้ซอนมิน และเยจีฟัง

“เว้นเสียแต่ว่า คุณชญาจะสลับให้ใครไปแทนอีก พวกนั้นถึงจะไม่รู้ว่าใครถือหุ้นรายใหญ่และเป็นผู้สนับสนุนของประธานหยางเจิ่น” เยจีตอบแทนฉัน

“ประมาณนั้น”

“ผมเข้าใจแล้ว”

“แต่ก็เอาเหอะ แต่งหน้าทำผมมาขนาดนี้ละ ก็อยากจะไปให้เห็นกับตา ไปตามแผนที่พวกมันวางไว้นี่แหละ สะใจดี!” ฉันตอบ

“ทำหน้าแบบนี้คุณชญามีแผนอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย”

“แผนหนะมี แต่ที่อยากรู้ตอนนี้คือ ใครคือหนอนบ่อนไส้” ฉันมองหน้าซอนมินและเยจีสลับกันไปมา

“มองแบบนี้อย่าบอกนะว่าสงสัยพวกเรา”

“ฉันอาจจะสงสัยอูบินก็ได้ ใครจะไปรู้” ฉันว่าพร้อมกับมองดูเล็บตัวเองที่เพิ่งถูกทาไป

“พูดแบบนี้หมายความว่าไง” ซอนมินทำหน้าตกใจ

“ไม่รู้สิ ฉันยังวางใจใครไม่ได้ แผนไม่ได้เนียนขนาดนั้น” ฉันแสร้งพูดดังๆ

แก๊ก แก๊ก พวกเรา 3 คนหันไปมองทางประตูที่มีเสียงดังลอดออกมา

“เชื่อฉันหรือยัง ว่าไม่ได้เนียนขนาดนั้น” ฉันพูดเบาๆ ให้ได้ยินกัน 3 คน

ซอนมินชี้ไปที่ประตู “เขาแอบฟังเราคุยตลอดเวลาหรอ?”

ฉันผงกหัวตอบรับ โดยไม่พูดอะไรต่อ หลังจากที่แต่งหน้าทำผมเรียบร้อยแล้ว ฉันแต่งหน้าจัดเต็มค่อนข้างเข้ม ให้เข้ากับชุดเดรสเกาะอกสีน้ำเงินเข้ม ปล่อยผมยาวและติดกิ๊บเงินด้านข้างให้เรียบๆ ใส่ตุ้มหูและเครื่องประดับเพชรของจริงชุดเล็กๆของ Diall แม้กระทั่งชุดก็เป็นชุดที่ประธานหยางเจิ่นเป็นคนออกแบบและวางจำหน่ายเมื่อไม่นานมานี้ด้วย

ก่อนลงจากรถฉันตกลงกับอาเล็กบอดี้การ์ดหมายเลข 1 ของฉันเป็นตัวแทนฉันขึ้นไปรับดอกไม้ และให้เขาทำเหมือนกับว่าเป็นแขกรับเชิญในงานมากกว่าเป็นบอดี้การ์ด ซึ่งฉันจะทำหน้าที่เป็นคู่ควงของเขาแทน

“อาเล็ก ตามแผนนะนายก็เป็นตัวแทนฉัน ขึ้นไปมอบดอกไม้แทนด้วย ฉันบอกประธานหยางเจิ่นไว้แล้ว”

“ครับ ผมจะคอยสังเกตคนในงานด้วย”

“อื้ม”

เป็นไปตามคาด มีคนจับตามองเรา 2 คนตลอดเวลา และพยายามเดินเข้ามาหาแต่ก็ถูกบอดี้การ์ดที่ตามเข้ามาในงานกันไว้ไม่ให้เข้าใกล้และฉันเองก็ไม่สนด้วยว่าใครจะมองว่ายังไง เพราะแม่งานตกลงกับฉันเอาไว้แล้ว หลังจากที่แฟชั่นโชว์จบฉันเดินไปรอพบประธานหยางเจิ่น ซึ่งเธอเป็นคนส่งข้อความมาหาเองว่ารอคุยกับเธอก่อนกลับด้วยเนื่องจากว่าไม่ได้เจอกันมานาน และเธอเองก็ดีใจมากที่ฉันมา เหมือนประธานหยางเจิ่นจะรู้งาน เธอเดินเข้ามาคุยและทำท่าเกาะแกะอาเล็กบอดี้การ์ดฉันแต่ปากก็คุยกับฉันตลอดเวลา

“คุยกับเธอทีไรฉันต้องแสดงละครเก่งด้วยทุกที” ประธานหยางเจิ่นว่า

“เอาหน่าพี่ ฝึกไว้จะได้เก่งๆ ศัตรูรอบด้าน ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาวอยู่แล้ว”

“ยังจับตัวไม่ได้อีกหรอว่าใครทำร้ายเธอ แล้วแบบนี้ต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆไปถึงเมื่อไหร่กัน”

“ไม่รู้สิคะ แต่ก็ดีนะไม่วุ่นวายดี” ฉันตอบ

“ให้จริงเถอะ ฉันเห็นเธอไปไหนก็วุ่นวายพกบอดี้การ์ดเยอะแยะ คนอื่นเขาก็ยังชิวๆกัน แต่วันนี้ยังไงซะก็ขอบใจมากเลยนะที่มาร่วมงานพี่”

“ด้วยความยินดีค่ะ”

“อูบินมันโทรมาหาพี่ด้วยหละ บอกว่ามันมาร่วมงานไม่ได้ ติดงานที่อเมริกา พี่ก็เลยให้มันซื้อของมาให้ซะเลย โทษฐานไม่มางานสำคัญของพี่”

“อย่าไปเอาอะไรกับอูบินมากเลยค่ะ รายนั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้” ฉันตอบ ยิ่งพูดถึงชื่ออูบินแล้วมันก็ยิ่งทำให้โกรธในใจลึกๆ ถ้ากลับมามีโดนแน่นายอูบิน

“ความจริงพี่อะเล่นแผนเองแหละ” ฉันมองหน้าประธานหยางเจิ่นอย่างสงสัย

“แผนอะไรคะ”

“แผนให้เธอออกจากถ้ำไง ไม่งั้นเธอก็ไม่ยอมมางานพี่สิ ช่วยพี่ไว้ตั้งหลายเรื่องแต่กลับไม่เคยมาแสดงความยินดีกับพี่สักครั้ง พี่ก็น้อยใจนะ”

“พิชชาช่วยพี่ไม่ได้หวังอะไรตอบแทนสักหน่อย เป็นเพราะทวดพี่ก็มีพระคุณกับบ้านหนูต่างหาก หนูถึงต้องตอบแทน ว่าแต่แผนที่ว่านี่คืออะไรคะ”

“อูบินมันไม่ได้ไปอเมริกาอะไรหรอก มันอยู่โซลนี่แหละ”

“ห๊ะ อูบินอยู่โซลหรอ? แต่ตอนเย็นอูบินโทรมาว่าอยู่อเมริกานะ แถมยังบอกด้วยว่ามีฝรั่งโทรมาหาให้มาเซ็นสัญญา” ฉันหลุดปากพูดออกไป

“เซ็นสัญญาอะไรหรอ ไม่มีนะ พี่แค่บอกกับมันที่บริษัทว่าให้มันแกล้งไปที่ไหนสักที่ อเมริกาก็ได้ทำเหมือนไม่ว่างแล้วก็ให้พิชชามางานพี่ให้ได้ แค่นั้นเอง”

“พี่พูดว่าพี่มาที่บริษัทหรอ?”

“อื้มใช่ ไปบริษัทเธอวันก่อน แต่เหมือนว่าวันนั้นเธอจะไม่มาทำงานนะ ซอนมินบอกว่าเธอมีนัดลูกค้าทำศิลปะ หรือเปล่าพี่ไม่แน่ใจ”

“อ๋อเข้าใจแล้วค่ะ”

เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง แสดงว่าอูบินก็โดนหลอกอีกทีจากแผนที่เขาว่าจะทำ แล้วทำให้เหมือนมันเป็นจริงไปหมด แต่ยังไงก็เถอะฉันยังเชื่อใจใครไม่ได้หรอก ในเมื่อจับมือใครดมยังไม่ได้ เราก็ไม่ควรจะปักใจเชื่อใครทั้งนั้น การสนทนาของฉันและประธานหยางเจิ่นดำเนินการต่อไปสักพัก เธอก็ขอตัวไปให้สัมภาษณ์และถ่ายรูปกับแขกในงาน ส่วนฉันก็เดินออกมาหาอะไรทานจนมาเจอสายตาพิฆาตจากฮายนี่แหละ คุยกันสักพักฉันก็สังเกตเห็นผู้คนที่เริ่มหันมามองจึงเตือนเขาให้อยู่ห่างๆ ความคิดของคนที่มองมุ่งเป้าไปทางเดียวกันว่า ฉันคือใคร? และมีความสัมพันธ์อะไรกับฮายหรือเปล่าทำไมถึงได้จับไม้จับมือกันด้วย เพราะอาเล็กเองก็จับฮายไว้ไม่ให้จับฉันอีกต่อ ฉันเลี่ยงจากฮายได้ก็ขอตัวกลับ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ทางกลับนี่แหละ

“คุณใช่คนของบริษัท innovation world ไหมครับ” มีผู้ชายคนหนึ่งทักฉันขึ้น ฉันหันหน้าไปมองพร้อมกับอาเล็กที่ยืนข้างๆ

“ใช่ครับ” อาเล็กตอบรับแทน

“นี่นามบัตรผมครับ” เขายื่นนามบัตรให้กับอาเล็ก “ผมจากบริษัท Bug Music สนใจอยากร่วมหุ้นด้วย ความจริงมีหลายบริษัทเลยนะอยากลงหุ้นกับคุณ และให้ทางบริษัทของคุณช่วยสนับสนุนงบ โดยเราตั้งเป็นองค์กรกลาง ถ้าคุณสนใจก็มาฟังโปรเจคพวกเราได้นะครับ รวมกันถึง 4 บริษัทยักษ์ใหญ่มี XYZ entertainment ด้วย ผมพูดตามตรงเลยนะ ผมอยากให้คุณช่วยสนับสนุนทุนให้พวกเราเพราะโปรจคของพวกเรา 4 บริษัทรวมกันค่อนข้างใหญ่โตและอยากจะจัด world tour group ด้วย ถ้ามีบริษัทของคุณซื้อหุ้นหรือถือหุ้นร่วม ผมเชื่อว่าโปรเจคพวกเราสำเร็จแน่นอน”

“ผมจะนำไปพิจารณาดูครับ”

“อืม ไม่รู้คุณจำได้ไหม ผมเคยเสนอไป 2 ครั้งแล้วแต่โดน reject ตลอดเลย ผมพยายามติดต่อไปอีกแต่ก็ติดต่อไม่ได้ ไม่คิดว่าวันนี้จะมาร่วมงานด้วย”

“ขอโทษทีนะคะพอดีว่าเรา 2 คนเป็นตัวแทนท่านประธานใหญ่ของ innovation world ค่ะ คงไม่มีสิทธิ์พิจารณาหรือตัดสิน แต่ว่าจะนำเรื่องเสนอยื่นให้นะคะ”

“อ่าวหรอครับ ผมก็คิดว่าคุณ 2 คนคือท่านประธานใหญ่ที่มาร่วมงานเสียอีก”

“ประธานใหญ่ของพวกเราคือ พิพิช ค่ะ เราสองคนแค่ตัวแทนแค่นั้น”

“จริงด้วย คุณพิพิช ผู้อัจฉริยะ แต่ผมเคยคุยกับคุณพิพิชแล้วหละเค้าบอกผมว่า เค้าเป็นประธานก็จริงแต่คนตัดสินโครงการทั้งหมดที่ออกไปไม่ใช่เค้า แล้วนี่ผมต้องไปหาคนตัดสินโครงการได้จากที่ไหนหละ ประธานใหญ่ก็บอกว่าเขาไม่ได้ตัดสินใจเรื่องร่วมโครงการ คุณพอจะแนะนำได้ไหมครับ”

“ยื่นโครงการมาที่บริษัทตรงๆ น่าจะถึงได้ดีที่สุดนะคะ พวกเราเองก็ไม่สามารถที่จะบอกได้เช่นกัน” ฉันกับอาเล็กยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร

“ทำไมเค้าถึงทำตัวลึกลับจัง คุณพอจะทราบไหม ใช่เพราะข่าวลือที่ว่าโดนลอบลำร้ายหรือเปล่า”

“ลอบทำร้ายอะไรหรอคะ” ฉันแสร้งถาม

“นั่นสิครับ” อาเล็กก็เช่นกัน เป็นงานเหมือนกันนะเราเนี่ยอาเล็ก

“ผมเคยได้ยินว่า มีเรื่องขัดผลประโยชน์อะไรสักอย่างกับบริษัทคู่แข่งและผู้สนับสนุนรายเดิมของ Music & Cinema ผมก็จำไม่ได้ ทำเอาบริษัทคู่แข่งเกือบล้มละลาย และพยายามขอซื้อหุ้นคืน แต่ดูเหมือนหุ้นจะสูงมากเลยทำให้ไม่สามารถซื้อกลับมาได้ ประมาณนั้นครับ อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจนะ เห็นเขาพูดกัน”

“หรอคะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย ว่าแต่พอจะรู้ไหมบริษัทนั้นคือบริษัทอะไรที่มีปัญหาด้วย”

“ผมไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ผมก็ได้ยินมาอีกที ลองถามคนในวงการยุคเก่าๆดูน่าจะได้คำตอบ”

“ขอบคุณมากนะคะ ส่วนเรื่องนี้ฉันจะเรียนให้ท่านประธานทราบค่ะ”

หลังจากจบสนทนาเสร็จแล้ว ฉันก็มายืนรอรถกับอาเล็ก

“คนนี้แค่นกต่อ มีคนอยู่เบื้องหลังอีก เขาแค่มาสอดแนมพวกเราแค่นั้นแหละ อย่างน้อยก็พอจะรู้แล้วหละว่าบริษัทที่มีปัญหากับพวกเราคือบริษัทเกี่ยวกับเพลงและภาพยนตร์ต่างๆ สงสัยจะได้ผลกระทบจากการออนไลน์แน่เลย”

“ที่ผมสังเกตเห็นอีกข้อ เขาพูดว่าพวกเขารวมตัวกัน 4 บริษัทและอยากให้เราร่วมสนับสนุนด้วย”

“เพราะอยากชนะบริษัท Music & Cinema หนะสิ คงจะมาบีบให้ฉันถอนหุ้นออกแล้วไปสนับสนุนพวกเขาที่มีโปรเจคใหญ่กว่าแทน” ฉันพูดคาดคะเน “ช่วงนี้นายก็ระวังตัวด้วยนะ” อาเล็กผงกหัวรับ

“ครับ”

ฉันนั่งคิดมาตลอดทางกลับบ้านว่าจะทำยังไงดีให้หุ้นไม่หลุดไปง่ายๆ ถ้าฉันโดนบีบมากๆ มีหวังต้องทำตามเงื่อนไขพวกเขาแน่ๆ เพราะพวกนี้มันบีบกันด้วยความรุนแรง สงสัยฉันต้องโอนหุ้นของฉันแยกออกไปให้พี่พอร์ช พาร์ท ไม่ก็โปรแกรม ใครสักคนแล้วหละ พี่พอร์ชคงตัดออกไปก่อนเพราะแค่นี้ก็ถือหุ้นเยอะพอๆกับฉันแล้ว ถ้าเอาของฉันไปรวมอีกมีหวังเละ จะให้พาร์ทรายนั้นก็ยังไม่แข็งแรงพอ หรือว่าจะให้โปรแกรมดีนะเพราะยังไงฉันก็เป็นแม่ก็ยังพอมีสิทธิ์เข้าไปจัดการหุ้นเดิมได้ นั่นสิทำไมนึกไม่ถึง โปรแกรมนี่เอง!!

หมับ!!

ฉันที่ยืนเหม่ออยู่หน้าบ้านไม่ยอมเข้าบ้านโดนจับแขนจากใครสักคน

“อ๊า!”

“หึ!”

“ฮาย!” ฉันเรียกชื่อฮาย ที่ยืนจ้องหน้าฉันอย่างโมโห นี่เขาไม่ปกปิดตัวเองเหมือนทุกทีหรอไง

“ออกมาก่อน แต่ทำไมกลับเอาป่านนี้”

“เรื่องของฉัน!! ฉันจะเข้าบ้าน นายก็กลับบ้านไปได้แล้ว” ฉันสลัดแขนออกจากฮาย

“หึ! ไปเที่ยวกลางคืนกับผู้ชายแล้วเอาลูกไปทิ้งไว้ที่ไหน”

“ฉันไม่ได้เอาลูกไปทิ้ง คนที่ทิ้งลูกก็ไม่ใช่ฉันด้วย ปล่อย” ฉันพูดจบก็เปิดประตูเข้าบ้านพร้อมกับปิดประตูใส่หน้าฮายแต่ทว่า เขากับยื้อแย่งดันประตูไม่ให้ปิดและยังแทรกตัวเข้ามาในบ้านอีก

“คุณให้ลูกอยู่บ้านคนเดียวหรอ” ฮายว่า

“ไม่”

“ผมถามว่าลูกอยู่ไหน ทำไมคุณถึงไปเที่ยวออกนอกหน้ากับไอ้หน้าตี๋นั่น 2 ต่อ 2 อ่อ หรือว่าไปหาเงินยามค่ำคืน” นี่ชักจะมากไปแล้วนะ ทำไมเขาชอบดูถูกฉันแบบนี้ด้วย

“ลูกนอนที่ศูนย์ฝึกเทควันโด้ เพราะเค้ามีเรียนตอนเย็นและพรุ่งนี้ทั้งวัน ฉันเลยให้เค้านอนที่นู้น”

“คุณก็เลยมีเวลาหาพ่อใหม่ให้ลูกว่างั้นสิ”

“นี่คุณพูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย” ฉันนั่งลงที่โซฟาอย่างหัวเสีย

“ถ้าคุณจะหาพ่อใหม่ให้ลูก ยังไงซะก็ต้องมาปรึกษาผมก่อน เพราะโปรแกรมก็ลูกผม”

“มาเพื่อพูดแค่นี้ใช่ไหม ถ้าพูดจบแล้วก็เชิญกลับไปได้แล้วค่ะ” ฉันพูดพร้อมกับลุกขึ้นดึงแขนเขาให้ออกนอกบ้านไป แต่ทว่ากับโดนคนฉวยโอกาสดึงเข้าไปกอดและกดประทับริมฝีปากบางหยุ่นๆมาที่ปากของฉันโดยที่ฉันก็ไม่ทันตั้งตัว

“ผมจะไม่ไปที่ไหนทั้งนั้นจนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง”

“ปล่อยนะ” ฉันสลัดแขนฮายออก แต่ก็โดนเขาจับไว้แน่น

“คุณจะหาพ่อใหม่ให้ลูกใช่ไหม คนที่ลูกเรียกว่าแดดดี๊ใช่คนที่คุณควงวันนี้หรือเปล่า” ฮายถามฉันด้วยสีหน้าและแววตาโมโห

“ลูกจะเรียกใครว่าแดดดี๊ก็เรื่องของลูก มันเหมาะสมแล้วที่เขาจะเรียก เพราะคนนั้นคือคนที่ทำหน้าที่ได้ดียิ่งกว่าพ่อจริงๆของเขาเสียอีก” ฉันตอบ “อีกอย่าง เราสองคนก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ฉันไม่เคยขอให้คุณมารับผิดชอบเรื่องของลูก เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาถามถึงสิทธิ์การเลี้ยงดูหรือความเป็นพ่อใดๆ หรือว่าคุณอยากเปิดเผยเรื่องของลูกกับสาธารณะ” ฉันย้อนถามฮาย ฮายชะงักไปทันที เขาไม่ตอบได้แต่หายใจแรงใส่ฉัน และโวยวายลั่นบ้านอย่างบ้าคลั่ง ฉันอ่านความคิดเขา เขาก็มีเรื่องเครียดมาจากที่ทำงาน โดนตำหนิเรื่องที่เขาเดินเข้ามาคุยกับฉันอย่างออกนอกหน้า และโดนขู่เรื่องหน้าที่การงานด้วย ฉันยืนนิ่งๆมองเขาที่โวยวายร้องไปมาลั่นบ้าน มือก็ดึงผมตัวเองเหมือนคนบ้า

“คุณอย่ามาบีบบังคับให้ผมทำอะไรนะพิชชา!!” อะไรของเค้า ฉันไปบีบบังคับอะไร

“เอาไวน์เย็นๆหน่อยไหม ฉันเดินไปเอามาให้” ฉันพูดหลังจากที่เค้าเริ่มจะเงียบเสียงลงและนั่งหอบหายใจอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่กลางบ้าน

“คิดว่าจะช่วยผมหายบ้าได้หรอ คิดว่าจะทดแทนสิ่งที่คุณพูดกับผมได้หรือไง!!”

“ดื่มก่อนแล้วกัน จะได้รู้ว่าทดแทนได้หรือเปล่า” ฉันเดินเข้าไปเอาไวน์ในห้องเก็บไวน์ ทิ้งให้ฮายนั่งกุมขมับคนเดียวอยู่ที่ห้องโถง พอเดินกลับมาถึงขั้นตกใจ เขานั่งสูบบุหรี่อยู่กลางบ้าน ให้ตายเถอะ!!

“นี่ใครใช้ให้นายมานั่งสูบบุหรี่กลางบ้านคนอื่นแบบนี้เนี่ย ฉันเดินไปวางไวน์ให้ฮายที่โต๊ะพร้อมกับกั้นหายใจ แต่ทว่าพอเดินไปใกล้ๆ เขากลับพ่นควันใส่ฉัน แถมยังดึงฉันไปนั่งข้างๆด้วย”

ฉันแทบหายใจไม่ออก ฉันแพ้กลิ่นบุหรี่

“แฮ็กๆ แคร๊กๆ ฮวบ” ฉันเริ่มมีอาการหอบและกายใจติดขัด แต่ดูเหมือนฮายจะไม่ได้สังเกตฉัน เพราะฉันเองก็พูดไม่ออก เขาอัดควันบุหรี่เข้ามาใส่ฉันอีกครั้งพร้อมกับดึงฉันเข้าไปจูบอย่างบ้าคลั่ง ฉันใกล้ตายแล้วเหมือนอะไรบางอย่างมันจุกมาที่คอ ฮึ๊บบ!! ทนไม่ไหวแล้วเว้ย

แอวะ!!!!!!!!!!!!!! แอวะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เต็มๆปากฮาย ฉันอาเจียนออกมาเต็มๆปากเขาเลย รอบที่สองอัดเข้าไปเต็มๆสูทหรูของเขาเช่นกัน อย่าว่าแต่สูทของฮายเลยชุดเดรสเกาะอกสวยๆของฉันก็เปรอะไปด้วยอ้วกที่มีแต่กลิ่นเหม็นๆ

“พิชชา!!!” ฮายโวยวายขึ้นมาพร้อมกับผละออกจากตัวฉัน ฉันยังได้กลิ่นบุหรี่ และเวียนหัวไม่หาย

แอวะ!!!!!!!!!!!!!! เต็มๆหน้าขาของฮาย นี่อ้วกหรืออะไรวะเนี่ยออกมาเยอะอย่างกับหม้อข้าวต้มงานศพ เละเหมือนโจ๊กแต่กลิ่นเหมือนปลาเน่าปลาเค็ม ปลาร้ายังหอมกว่าอีก ฮายดับบุหรี่ของเขา แล้วสบถออกมาเสียงดังลั่น แต่ฉันไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด ไม่มีแรงสู้แล้ว แอวะ!!!! ฮายมองฉันอย่างหัวเสีย

“ออกบ้านไปได้แล้ว” ฉันบอกฮายด้วยเสียอิดโรย

“ให้ฉันออกไปสภาพนี้เนี่ยนะ ไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรหน่อยหรือไง” ฮายพูดพร้อมกับถอดสูทและเสื้อของเขาออก แล้วนำมาเช็ดอ้วกเศษอาหารต่างๆออกจากตัวของเขาและตัวของฉัน ตอนนี้เขากำลังโชว์หุ่นซิกแพ็กของตัวเองอยู่เหลือไว้เพียงแต่กางเกงขายาว

“ผ้าอยู่ตรงไหน เดี๋ยวผมจะเอาไปชุดน้ำมาเช็ด”

“เดี๋ยวฉันไปเอามาให้”

“นั่งรอนี่แหละ ดูสภาพตัวเองก่อนเถอะ ไหวที่ไหนกัน ผมไปเอามาเอง”

ฉันบอกที่เก็บผ้าให้ฮายจากนั้นเขาก็เอาผ้าพร้อมกับกะละมังมามาเช็ดคราบอ้วกที่เปรอะเปื้อนเต็มตัวฉันและพื้นออกจนสะอาดแถมยังเอาบุหรี่ไปทิ้งด้วย เป็นพ่อบ้านก็ได้เหมือนกันหรอเนี่ย

“ลุกไหวไหม ถอดชุดเดรสเน่าๆนี่ออกสิ”

“จะบ้าหรือไง” ฉันโวยด้วยท่าทางอิดโรย

“แล้วจะใส่เหม็นๆแบบนี้หรอ ไม่ต้องอายหรอกน่า เคยเห็นหมดแล้วหนิ” เขาก็พูดได้สิว่าไม่อาย แต่ฉันอายโว้ย!

“ใส่แบบนี้แหละ นายก็กลับไปได้แล้ว”

“ช่วยดูสภาพผมด้วย เหลือแต่กางเกงในเดินรอบบ้านคุณเนี่ย จะให้ออกไปสภาพนี้หรือไง” ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างเต็มตา ให้ตายเถอะ ไปถอดกางเกงตอนไหนวะ

“แล้วนายถอดกางเกงออกทำไม ทุเรศ ใส่กลับไปเดี๋ญวนี้เลยนะ”

“ถอดลิ้นถอดฟัน ถอดลำไส้มาล้างได้ผมก็จะถอด อ้วกคุณอัดเต็มปากจนผมกลืนไปแล้วด้วย แทบจะอ้วกออกมาตาม ผมจะ” ฉันจ้องหน้าฮายที่ยืนชี้ร่างกายตัวเองอย่างขำๆ สมกับเป็นดาราจริงๆ หุ่นดีชะมัด “จ้องผมอยู่นั่นแหละ รีบถอดชุดมาได้แล้วผมจะเอาไปซัก”

“นายจะซักให้หรอ” ฉันถาม

“อื้ม ซักมือก่อนค่อยไปซักเครื่อง เดี๋ยวคราบอาหารติดถังพอดี แล้วนี่ถอดชุดไหวไหม เดี๋ยวผมช่วย” ฮายทำท่าเดินมาใกล้

“ไม่ต้อง ฉันจัดการเองได้” ฉันหันหลังให้ฮายแล้วค่อยๆถอดชุดเดรสออก

“แล้วนี่จะทำไงกับโซฟาหละทีนี้กลิ่นติดทั้งบ้านเลย” ระหว่างที่ฮายรอฉันถอดชุดเดรสเขาก็ถามขึ้น

“พรุ่งนี้ฉันจัดการเองน่า นายไม่ต้องห่วง อะนี่” ฉันยื่นชุดเดรสให้ฮายพร้อมกับเอาหมอนมาปิดหน้าอกไว้

“ปิดทำไมเคยเห็นแล้ว” เขาพูดพร้อมกับยิ้มเยาะ “มากกว่าเห็นก็ยังเคย ไม่งั้นไม่มีโปรแกรมมาหรอก”

“นายนี่มัน” ฉันมองหน้าเขาอย่างหงุดหงิด “ไม่ต้องย้ำเรื่องพวกนั้นได้ไหม ฉันปิดเพราะว่าไม่อยากให้คุณเกิดอารมณ์ต่างหาก จะเอาไปซักไม่ใช่หรอรีบไปสิ ฉันจะขึ้นไปอาบน้ำ” ฉันพูดพร้อมกับทำท่าจะลุกขึ้นโดยมือยังถือหมอนปิดอยู่

“เดี๋ยว” ฮายจับข้อแขนฉัน

“อะไรอีก”

“นั่งรอนี่จนกว่าผมจะมา ผมซักน้ำเปล่าแปปเดียว เดี๋ยวขึ้นไปอาบน้ำพร้อมกัน”

“ไม่มีทาง”

ปั๊ก!! ฮายปาเสื้อผ้าลงพื้น

“หรือจะให้ผมจัดการคุณซะที่โซฟาเปื้อนอ้วกนี่ รับผิดชอบการกระทำคุณด้วย ทำผมเลอะเทอะ แถมผมยังต้องมาล้าง มาเช็ดให้อีก ผมเป็นแขกของบ้านคุณนะ”

“แขกที่ไม่รับเชิญ มาสูบบุหรี่ในบ้านคนอื่น จนเจ้าของบ้านทนไม่ไหวแล้วอาเจียนเนี่ยนะ นี่ฉันผิดหรอ” ฉันย้อนถามฮาย

“อื้ม รอด้วย นั่งลง!!”

ดื้อชะมัด เขาไม่ฟังฉันสักนิด แถมยังกดฉันนั่งที่โซฟาอีกต่างหาก ก่อนจะเดินไปยังเอามือมาบีบหน้าปกฉันเล่นแล้วหัวเราะเหมือนคนบ้าอีก นี่เขาต้องเป็นโรคจิตไปแล้วแน่ๆ นายฮาย นายมันลามก โรคจิต เลว!!!!!!!!

ผ่านไป 10 กว่านาที มืออุ่นๆค่อยๆเคลื่อนมาสัมผัสที่หน้าอกฉันที่นอนซุกหน้าดมกลิ่นอ้วกอยู่ที่โซฟา

"ลุกไปอาบน้ำกันได้แล้วครับที่รัก"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น