Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 66 จะรังแกกันเกินไปแล้ว

ชื่อตอน : บทที่ 66 จะรังแกกันเกินไปแล้ว

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 168

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2562 18:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 66 จะรังแกกันเกินไปแล้ว
แบบอักษร

        ​หลินชิงหูยังไม่ได้ดึงประตูเข้ามาให้มันล็อค หลังจากรู้สึกโล่งใจที่เผิงกวนอิงทำให้จูเหล่าซือหัวเราะได้เต็มปอด เขายังรูสึกเหมือนลืมอะไรไป พอนึกออกหลินชิงหูก็อุทาน อ๊ะ แล้วหันไปถามจูไฉ่หง

        "เมื่อกี้เผิงเหล่าซือว่าจะให้ไปส่งที่โรงแรมไหนนะ" จูไฉ่หงส่ายหัว เธอฟังอะไรที่ไหน เธอรู้สึกละอายใจต่อเผิงกวนอิงจะแย่ ที่เมื่อตอนนั่งรถจากสนามบินมาโรงแรมเธอคิดอะไรที่ไม่สมควรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับจูเหล่าซือ พอเห็นหน้าเขา หน้าเธอก็ชาเห่อไปหมด จนแทบไม่ได้ยินได้ฟังอะไร

        "เดี๋ยวโทรไปถามคุณเหล่ยก็ได้" จูไฉ่หงหมายถึงผู้จัดการขี้เก๊กของเผิงกวนอิง

        "ไม่เป็นไร ถามเผิงเหล่าซือเลย ง่ายกว่า" หลินชิงหูผลักประตูพรวดกลับเข้าไป แล้วก็ต้องรีบดึงประตูกลับ กระตุกข้อมืองับมันแรงๆจนได้ยินเสียงล็อคดังคลิ๊ก

        แม้จะเป็นเพียงแค่อึดใจ เสียงร้องไห้ของจูเหล่าซือก็ดังชัดเต็มสองหู

        เผิงเหล่าซือยืนกอดจูเหล่าซือที่ร้องไห้ฮือๆอยู่ หลินชิงหูหมุนตัวมาหาจูไฉ่หงที่ยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง

        "หะ เห็นมั้ย" เขาถาม

        "อือ เห็น" เธอตอบ

        "ได้ยินมั้ย"

        "อือ จูเหล่าซือร้องไห้" เธอว่า

        "เมื่อกี้ยังหัวเราะอยู่เลย" เขาต่อ.... แล้วทั้งสองคนก็เดินจากมา ไม่พูดคุยอะไรกันอีกเลย



        "สปาเก็ตตี้หมึกดำของฉันล่ะ" จูอี้หลงถาม ก้มตัวลงเปิดฝาครอบจาน แต่เจอสปาเก็ตตี้โบโลญ่า เขาครอบกลับคืน เผิงกวนอิงยกจานสปาเก็ตตี้สไตล์จีนที่เขากำลังกินอยู่ขึ้น แล้วบุ้ยปากลงไปที่จานเปล่าที่เมื่อครู่เขาวางซ้อนไว้ใต้จานที่เขากำลังกินอยู่

        "ห๊า สปาเก็ตตี้สี่จาน ของนายสอง ของฉันสอง" จูอี้หลงชูสองนิ้วให้ดู เผิงกวนอิงพุ้ยสปาเก็ตตี้เข้าปากไม่หยุด แต่ทำตาปริบๆดูน่าสงสาร

        "นายกินหมึกดำของฉัน... " จูอี้หลงท้วง ริมฝีปากสั่นระริก

        "กะ เกินไปแล้ว ... เกินไปแล้ว" เสียงจูอี้หลงเริ่มเครือ

        "นายกินไปสามจาน...." น้ำตาไหลพรากลงมาแล้ว เผิงกวนอิงรีบวางจานวางส้อม เขาคว้าผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ดปากอย่างลวกๆ แล้วลุกขึ้นยืน ก้าวเข้าประชิดจูอี้หลง กางแขนโอบกอดเขาไว้

        สัมผัสจากอ้อมแขนที่แข็งแรง ลมหายใจที่รดอยู่เหนือศรีษะ ทำให้จูอี้หลงปล่อยโฮ

        "จะรังแกกันเกินไปแล้ว... " จูอี้หลงพูดแทบไม่เป็นคำ เผิงกวนอิงใช้มือข้างขวาลูบศรีษะทางด้านหลังของจูอี้หลง ในขณะที่แขนอีกข้างหนึ่งยังโอบเขาไว้แน่น

        "ใช่ รังแกกันเกินไปแล้ว" เขารับคำจูอี้หลงอยู่ซ้ำๆหลายเที่ยว

        "รังแกกันเกินไปแล้ว...." เสียงประตูที่งับดังคลิ้ก ไม่ทำให้จูอี้หลงเบาเสียงลงเลย เขาปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น

        "รังแกกันเกินไปแล้ว" เผิงกวนอิงพูดซ้ำ รู้ดีว่าจูอี้หลงไม่ได้หมายถึงเขา รู้ดีว่าสปาเก็ตตี้หมึกดำไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้จูอี้หลงร้องไห้ มันเป็นแค่ข้ออ้าง

        ในโลกนี้คงจะไม่มีใครอีกนอกจากเผิงกวนอิงที่เป็นเหมือนพยาธิในท้องของเพื่อนรัก เขาดูเหมือนจะคิดตามจูอี้หลงได้แม้ในยามที่ไม่มีวันที่ใครจะเข้าใจเขาเลย อย่างเช่นตอนนี้

        "นายด่าไอ้เวรนั่นเลย... มันรังแกกันเกินไปจริงๆ...ด่าเลย" เขาบอก ผลักจูอี้หลงออกจากอก ในระยะพอที่เขาจะมองหน้าได้

        "ด่า... เลย" เขาพูดเน้นที่ล่ะคำ ตาจ้องตาจูอี้หลง

        "......"

        "ด่า!" เขาสั่ง

        จูอี้หลงกดหัวลงซบกับอกของเผิงกวนอิง เสียงสะอื้นเบาลงแล้วหายไปในที่สุด เขาส่ายหัวซ้ายขวาซ้ายขวาถูหน้ากับอกของเพื่อนรักเพื่อเช็ดน้ำตา ก่อนจะถอย ก้าวออกไปด้านข้าง ไปยืนก้มหน้ามองจานสปาเก็ตตี้ที่ยังถูกครอบไว้ เขาก้มลงเปิดฝาครอบพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้น หยิบส้อมมาเขี่ยคนสปาเก็ตตี้ในจาน

        เผิงกวนอิงกลับมานั่งลงที่เดิม เขาจับส้อมม้วนๆสปาเก็ตตี้ที่เหลืออยู่คำสุดท้ายในจาน น้ำพริกคั่วแบบจีนสีดำเข้มคลุกเคล้าจนเส้นสปาเก็ตตี้ดูมันเยิ้ม จูอี้หลงมองส้อมในมือเผิงกวนอิงตาละห้อย เขากลืนน้ำลายเอื้อกเมื่อเผิงกวนอิงยกส้อมจะยัดเข้าปาก เผิงกวนอิงชะงัก ถอนหายใจเฮือกก่อนจะยื่นส้อมมาตรงหน้าจูอี้หลง ที่โหย่งตัวขึ้นอ้าปากงับแล้วรูดสปาเก็ตตี้ไปภายในคำเดียว เขาแหงนหน้าเคี้ยวสปาเก็ตตี้ในปาก มุมปากยังเผยอยิ้มพร้อมส่งเสียงหัวเราะหึหึหึหึอยู่ในคอไม่หยุด เผิงกวนอิงคว้าผ้าเช็ดปากขึ้นหมายจะเช็ดเส้นสปาเก็ตตี้ที่เหลือย้อยออกมานอกปากทิ้ง แต่จูอี้หลงแหงนหน้าขึ้นสูงใช้ลิ้นตวัดสปาเก็ตตี้เข้าปากไปทั้งหมด รสเผ็ดของสปาเก็ตตี้ช่วยให้เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเยอะ เผิงกวนอิงยังคงใช้ผ้าเช็ดปากเช็ดคางที่เปรอะไปด้วยน้ำมันจากน้ำพริกคั่วให้จูอี้หลง

        "มันน่าแอบถ่ายคลิปไว้จริงๆ อยากให้แฟนคลับมาเห็นความเจ้าน้ำตากับความซกมกของนายจริงๆ ให้ตายเถอะ"

        "ไม่มีใครมีบุญเท่านายหรอก" จูอี้หลงว่า ใช้ส้อมม้วนๆเส้นสปาเก็ตตี้ในจานตรงหน้าส่งเข้าปากก่อนที่ความอยากอาหารจะหายไป แต่เขาก็กินเข้าไปได้อีกแค่สองคำ ก่อนจะทำหน้าเหม็นเบื่อแล้ววางส้อมลง

        "กินให้หมดเถอะ อีกแค่สองคำ" เผิงกวนอิงคะยั้นคะยอ จานสปาเก็ตตี้จานใหญ่เบ้อเร่อ แต่เส้นสปาเก็ตตี้กลับมีเพียงแต่ตักสี่ห้าคำก็หมดจาน จูอี้หลงส่ายหัวปฏิเสธ มันกินไม่ลงจริงๆ

        "ไม่กินแน่นะ" เผิงกวนอิงถาม จูอี้หลงเอนตัวไปพิงเก้าอี้นวมที่อยู่ข้างหลัง พยักหน้ารับ เผิงกวนอิงจึงเอื้อมมือมายกจานไปใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ที่เหลือกินจนหมด เขาวางจานกับส้อมลงแล้วคว้าผ้ามาเช็ดปากก่อนโน้มตัวมาเคาะโต๊ะบริเวณด้านหน้าจูอี้หลง

        "ไหนเอาแผลที่ข้อมือมาดูซิ ได้ยินว่าเหล่าไป๋เอาส้อมทิ่มเข้าให้เรอะ" เขาใช้นิ้วเคาะโต๊ะถี่ๆ จูอี้หลงยกมือมาวางแปะลงบนโต๊ะ ไม่ถามว่าเผิงกวนอิงรู้ได้ยังไง

        จูอี้หลงรู้จักจางฟง รุ่นน้องที่มาจากบ้านเดียวกับเผิงกวนอิงตั้งแต่สมัยที่เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว เขาเลยไม่แปลกใจที่เผิงกวนอิงจะรู้ความเป็นไปในทีมของไป๋อวี่ดี

        เผิงกวนอิงเลิกแขนเสื้อยืดแขนยาวที่จูอี้หลงใช้ใส่นอนขึ้นมาดูแผล แม้แผลจะแห้งแล้วแต่รอยนูนรอบๆปากแผลทำให้เขารู้ว่าแผลลึกเกินกว่าที่จะเป็นแผลจากผื่นคัน

        "รังแกกันเกินไปแล้ว" เขาพึมพำ

        "อืมม" จูอี้หลงรับคำในลำคอก่อนจะดึงแขนกลับมา ใช้มืออีกข้างลูบปลายแขนเสื้อลง

        "ฉันหมายถึงนาย.... รังแกกันเกินไปแล้ว"

        "..........."


........................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}