จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

(ภาคเจ้าหญิงมุกดารา.. เพทภัยพิรุณม่วง)...ภ้ยร้ายก่อกำเนิด

ชื่อตอน : (ภาคเจ้าหญิงมุกดารา.. เพทภัยพิรุณม่วง)...ภ้ยร้ายก่อกำเนิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 120

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2562 09:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(ภาคเจ้าหญิงมุกดารา.. เพทภัยพิรุณม่วง)...ภ้ยร้ายก่อกำเนิด
แบบอักษร

ความเป็นมาของอาณาจักรแห่งธาตุทั้งห้า(เบญจอังคทวีป)

กาลครั้งหนึ่ง..ในมิติที่ห่างไกลนับอนันตกาลจากมิติปัจจุบัน..

ยังคงมีแดนดินที่กว้างใหญ่ มีมหาสมุทรและทิวเขาล้อมรอบดินแดนอันกว้างใหญ่ที่ทรงสัณฐานพื้นที่คล้ายกับจีนหรืออินเดีย..ทำให้แดนดินนี้เหมือนตัดขาดจากแดนดินอื่นในโลก

คนในพื้นที่แถบนี้นับถือองค์เทพอสูรที่มีนามเบญจอังคะ..และในที่สุด..ก็แบ่งพื้นที่ออกเป็นห้าแคว้นใหญ่..โดยมีความเชื่อว่า..องค์เทพอสูรเบญจอังคะนำเอาธาตุขันธ์ของตนมาสร้างเป็นแคว้นต่าง ๆ ...

แคว้นอุตระเป็นเหมือนธาตุดิน..อยู่ดินแดนตอนเหนือ..มีเทือกเขาสูงและสมบัติล้ำค่า..

แคว้นธรรพ์ธาราเหมือนเป็นธาตุลม..อยู่ดินแดนแถบตะวันตกติดเทือกเขาเขตแดนทวีป..ทุกผู้คนล้วนเสพย์สุขสำราญ..มีเสียงเพลงและเวทย์มนต์เล่นแร่แปรธาตุ

แคว้นจันทราเหมือนธาตุน้ำ..อยู่ดินแดนแถบใต้..เป็นดินแดนที่สตรีเป็นใหญ่..อิสระเสรีด้านความรักและความสัมพันธ์แม้แต่เพศเดียวกันก็แต่งงานกันได้ไม่ใช่เรื่องแปลก..แต่ก็เข้มแข็งไม่น้อย..

แคว้นสุริยะเหมือนธาตุไฟ..อยู่แถบตะวันออก..ดินแดนที่บุรุษเป็นใหญ่..แข็งแกร่งเข้มแข็ง..เหี้ยมหาญก้าวร้าว..พื้นที่ทำการเกษตรกว้างขวาง..อดีตเคยเป็นศัตรูกับแคว้นจันทราจนเพิ่งคลายความบาดหมางได้ไม่นาน

แคว้นมิลินทระเป็นวิญญาณธาตุ..แคว้นเล็ก ๆ เหมือนเป็นใจกลางเชื่อมโยงกับทุกแคว้น..เต็มไปด้วยปราชญ์ราชปัณฑิตและความรู้..เป็นแคว้นที่รักสงบที่สุด..

ยังมีอีกหนึ่งแว่นแคว้นซึ่งเป็นตัวแทนของอากาศธาตุ..นั่นคือแคว้นสนธยา..ซึ่งเป็นแคว้นลึกลับ..อยู่คนละภพคนละมิติ..ยากที่จะเสาะหา..แต่รู้ว่ามีอยู่..และเพราะอากาศธาตุเป็นความว่าง..จึงไม่นับว่าเป็นแคว้นหลักแห่งดินแดนของเทพอสูรเบญจอังคะ..ชาวสนธยาก็ไม่ยุ่งกับแคว้นอื่น..และแคว้นอื่น ๆ ก็ไม่ยุ่งกับชาวสนธยา..

นอกจากแคว้นสนธยาที่เร้นลับดังภูตพรายแล้ว..แคว้นทั้งห้า..ก็ผลัดกันทำสงคราม..ผลัดกันเป็นพันธมิตร..และมีการกระทบกระทั่ง..มีการร่วมมือ..ผลัดกันเล่นเกมการเมืองระหว่างแคว้น..แต่ไม่ว่างประการใด..แคว้นทั้งห้าก็ยังรักษาสมดุลของการอยู่ร่วมกันได้ดี

แต่ใครจะทราบ..เหตุการณ์บางเหตุการณ์ทำให้แคว้นทั้งห้าไม่สงบสุขเช่นเดิมอีก..

มีใครบางคนคิดอ่านจะครอบครองเป็นใหญ่เหนือแคว้นทั้งห้า..และยิ่งไปกว่านั้น..ยังคิดอาจหาญครอบครองแคว้นสนธยาด้วย..

ผู้ใดกันที่คิดเป็นใหญ่เหนือแดนดินของอาณาจักรห้าธาตุของเทพอสูรเบญจอังคะ...ครอบครองทุกสรรพสิ่ง..

.........

ภัยร้ายก่อกำเนิด

วังจันทราอันสวยงาม...

ราชินีจันทราโสมมวดีประทับในอิริยาบถผ่อนคลายในห้องพักส่วนพระองค์..มีเพียงคน ๆ หนึ่งอยู่ด้วย..นั่นคือแม่ทัพหญิงประจำแคว้นผู้ซึ่งสนิทสนมกับองค์ราชินีราวกับเป็นคู่ชีวิตกัน...

ทั้งสองกำลังสนทนาพลางเล่นหมากกระดานที่คนทั้งเบญจอังคทวีปเล่นกันโดยทั่วไป...เทียบยุคปัจจุบันจะเรียกว่าหมากรุก..แต่สำหรับดินแดนอาณาจักรห้าธาตุ..เรียกว่า..เบี้ยยุทธ..

แม่ทัพแห่งแคว้นจันทราได้ยศศักดิ์จากราชินีจันทราว่า..แม่ทัพตึกแดง..มีเรือนสีแดงเป็นที่อาศัย..นามท่านนั้นเป็นภาษาที่ชาวเบญจธาตุยากจะกล่าว..แต่ท่านขนานนามว่าเป็นแม่ทัพแมวหลวงแห่งวังจันทรา..

ก่อนหน้านั้น..บุตรีท่านซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมราชินีจันทราอดถามไม่ได้..

“..นายแม่..ทำไมขนานนามตัวเองเหมือนองครักษ์จั่นเจาในเรื่องเปาบุ้นนจิ้นเลยล่ะคะ..”

ท่านแม่ทัพได้แต่หัวเราะ..

“..คนที่นี่ไม่รู้จักเปาบุ้นจิ้นหรอกน่า..ถ้าให้เค้าเรียกว่าแคท..อาจจะออกเสียงยากไปหน่อย..เอาแบบนี้แหละ..”

ท่านเลยได้ชื่อว่าแมวหลวง..ตลอดมา..

ราชินีโสมมวดีเล่นเบี้ยขาว..เดินเบี้ยครั้งหนึ่ง..ก็ลุกขึ้นไปหวีสางผมหน้ากระจก..

แม่ทัพแมวหลวงเดินเบี้ยดำ..ก่อนจะหัวเราะ..

“..โสมมวดี..ท่านแพ้แล้ว..”

ราชินีโสมมวดีวางหวีที่สางผม..ก่อนจะหันมายิ้มให้..

“..ท่านเจ้าสำนัก..ท่านอย่าดูแคลนข้าเลย.”

พลางทิ่มเบี้ยขาวตัวหนึ่งเข้ามาในจุดที่นึกไม่ถึง..

แม่ทัพแมวหลวงชะงัก..หมากตานี้นับว่าร้ายกาจจริง ๆ ..

การเดินเบี้ยยุทธครั้งล่าสุด..มองดูโดยละเอียด..ถือว่าพลิกฟื้นให้เบี้ยขาวชนะอย่างไม่น่าเชื่อ..

แม่ทัพแมวหลวงยิ้มละไม..

“..โสมมวดี..ท่านร้ายกาจจริง..”

ราชินีโสมมวดีหัวเราะ..เดินเข้ามาใกล้..ประสานสองมือรอบคอแม่ทัพแมวหลวงพร้อมกับนั่งบนตัก..

ก่อนจะสบตาหญิงกลางคนที่หล่อเหลาตรงหน้า..

“..เขาเรียกว่า..วางหนึ่งหมาก..กินทั้งกระดาน..”

แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะ..วางมือกับแก้มงามที่แม้จะอยู่ในวัยกลางคนเช่นกัน...แต่นางยังคงงดงามอยู่..

“..ข้าแม้จะเก่งกาจด้านพิชัยยุทธหรือวิชาการต่อสู้..แต่สติปัญญายังเป็นรองท่านมากมายนัก..โสมมวดี..”

“..ราชินีแห่งจันทราผู้นี้..ไม่เพียงมีความสามารถ..ฉลาด..แต่ยังโชคดีมีวาสนาอีกด้วย..”นางยิ้ม.. “..ใครจะคิด..ท่านคือบุคคลในฝันตลอดมา..แต่ก็นับว่ากลายเป็นจริงแล้ว..”

แม่ทัพแมวหลวงเปลี่ยนเป็นใช้สองมือจับเอวคอดขององค์ราชินี..ยิ้มเล็กน้อย..

ราชินีจันทราอดพูดไม่ได้..

“..เราสองต่างเปิดเผยจริงใจ..แต่ท่านยังไม่ยอมรับการแต่งงานกับข้า..”

“..เราอายุมากกันแล้ว.ไม่ต้องมากความไปหรอก..ข้ายินดีจะเป็นแม่ทัพให้ท่านก็เพียงพอแล้ว..”

“..ถามท่านคงไม่ว่า..หากไม่มีเหตุที่ท่านต้องตายจากภพภูมิของท่าน..ท่านจะคิดกับข้าอย่างไร..”

“..เราเป็นวิญญูชน..มีภาระหน้าที่..มีความจริงจังต่ออารมณ์..ถ้าเป็นเงื่อนไขนั้น..ข้าจะคิดยังไม่กล้าคิด..ถึงกล้าคิด..ข้าก็ตอบไม่ได้เช่นกัน..”

“..ท่านยังคิดถึงภรรยาท่านอยู่หรือไม่..”

“..บอกตามตรง..ข้ายังคิดถึง..แต่เพราะมันเป็นไปไม่ได้แล้ว..ที่ข้าจะกลับไปหานาง..จึงปล่อยอารมณ์ความรู้สึกไปกับท่าน..และหากว่าไม่มีเหตุการณ์ที่จำเป็นจนข้าไม่อาจจะอยู่ร่วมกับท่านอีก..ท่านก็ยังเป็นคนที่ข้ารักตลอดไป..”

ราชินีแห่งแคว้นจันทรานิ่ง..ยิ้มอย่างมีความสุข..

“..ท่านเป็นคนเช่นนี้..ข้าถึงรักท่าน..ท่านรักมั่นในคนเดียว..แต่ก็ไม่คร่ำครึ..”

พลางจุมพิตที่ปากของแม่ทัพแมวหลวง..

แม่ทัพใหญ่แม้จะเป็นหญิงด้วยกัน..แต่ก็แข็งแรงพอจะโอบอุ้มร่างราชินีแห่งแคว้นจันทราขึ้น..และพาไปยังเตียงนอน..วางร่างนางลงบนเตียง..

แต่แม้จะมีเรื่องชวนให้ฟินอยู่ตรงหน้า..องค์ราชินีโสมมวดียังอดพูดถึงเรื่องที่ชวนวิตกไม่ได้..

“..ท่านเจ้าสำนัก..ท่านว่า..เรื่องที่ลูกเราออกไปสะสาง…จะขยายกลายเป็นเรื่องร้ายแรงเกินไปไหม..”

แม่ทัพแมวหลวงแกะกระดุมเสื้อนอนของนาง..และของตัวเอง..

“..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..ข้าจะช่วยเหลือท่าน..หากพวกนางรับมือไม่ได้ก็ไม่ต้องวิตก…เพียงแต่…”

พลางยิ้มกับคนที่นอนอยู่ข้างล่าง…พูดอีกว่า…

“…ริต้าเก่งกาจปานนั้น…อจินไตยก็หลักแหลม…แพคเกจ…ศศินา…ก็เป็นกองหนุนที่ดี…ท่านอย่ากังวลไปเลย…”…พูดจบ…แม่ทัพหญิงก็ซุกใบหน้ากับซอกคอองค์ราชินี…

เสียงหายใจแรง…เสียงครางอ้อนสูงจากแรงปราถนา…

“…ท่านเจ้าสำนัก…ข้าอยากมีลูกกับท่าน…”

แม่ทัพแมวหลวงหายใจแรงขึ้น...

“..วิธีจะทำให้หญิงด้วยกันมีลูกโดยไม่ต้องใช้บุรุษ..ข้าเพียงเห็นคนเดียวที่ทำให้เราได้..แต่เขาก็ไม่อาจอยู่ที่นี่..ทุกอย่างอยู่กับวาสนาเถิด..”

องค์ราชินีจันทราสั่นกระดิ่งที่หัวเตียง...

“..เรามีเพียงจินดาพิสุทธิ์ของข้าหรือว่าริต้าของท่านเพียงคนเดียว..ก็สมควรจะเพียงพอแล้วใช่ไหม..”

แม่ทัพแมวหลวงไม่ตอบอันใด..

เพราะนางกำลังรู้สึก..ถึงกับรู้สึกมากเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะคาดคิด..

ราชินีจันทราโสมมวดีกลับพึงพอใจที่คนตรงหน้ารู้สึกกับนาง..ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี..

เสียงครวญครางดังขึ้นถี่ ๆ ...

นางกำนัลและองครักษ์ที่เฝ้าประตูห้อง..เมื่อสักครู่ได้ยินเสียงสั่นกระดิ่ง..ก็รีบปิดประตู..และถอยจากการเฝ้าระวังหน้าประตูห้องช่วงหนึ่ง..

นางกำนัลคนหนึ่งยิ้มให้เพื่อนที่อยู่เวรด้วยกัน..

“..องค์ราชินีเมื่อมีท่านแม่ทัพอยู่เคียงคู่..ท่านดูจะมีความสุขขึ้นมาก..”

“..พวกท่านก็ไม่ได้ปิดบังความสัมพันธ์ระหว่างกัน..เพียงแต่ท่านแม่ทัพเพียงแต่ยอมรับตำแหน่งแต่เพียงนั้น..นับเป็นเรื่องที่ประหลาดทีเดียว..”

แม้จะอยู่ห่าง..แต่เสียงแห่งความสุขสมของราชินีและแม่ทัพยังคงดังเล็ดรอดออกมาจากประตูห้อง..

นางกำนัลคนหนึ่งถึงกับพูดว่า..

“..หากได้สตรีเช่นท่านแม่ทัพมาดูแลเช่นนี้..ถ้าเป็นข้าคงตายตาหลับ..”

เพื่อนนางกำนัลอีกคนต่างก็มองดูตัวเอง..

“..ข้าทนไม่ไหวแล้ว..ทำไมข้าถึงได้มีหน้าที่เช่นนี้นะ..อยากจะกินเจ้าตลอด..นึกถึงความสุขขององค์ราชินีกับท่านแม่ทัพ..ข้าไม่ทราบจะกล่าวอย่างไรดี..”

“.เราหมดหน้าที่ช่วงไหน..เจ้าไปที่ห้องข้านะ..”

ต่างคนต่างก็ยิ้มให้แก่กัน..

ทั้งองค์ราชินีกับท่านแม่ทัพ..จะว่าไปก็เป็นหนึ่งในสองของความฝันฟินของสตรีแคว้นจันทราอย่างไม่ต้องสงสัย

.......

ในขณะเดียวกัน

ดึกดื่นยามค่ำคืน..

ปากแม่น้ำจันทร์ธารา..

ปากแม่น้ำที่ได้ชื่อว่า..จันทร์สุระฉาย..ไม่ว่าใครก็ทราบว่าทั้งดินแดนแห่งห้าธาตุของเทพอสูรนี้..หากจะมองพระจันทร์เดือนหงายเต็มดวงเหนือแหล่งน้ำ..ปากแม่น้ำจันทร์ธาราแห่งนี้..งดงามที่สุดในอาณาจักรเบญจอังคทวีป.

และปากแม่น้ำจันทร์ธาราหรือจันทร์สุระฉาย..อยู่ในแคว้นจันทรา..

นอกจากจะมีทิวทัศน์งดงามที่สุด..ยังเป็นที่ตั้งของสำนักฝีมือที่โด่งดังไปทั้งดินแดนห้าธาตุ..นั่นคือสำนักสายธารา..ซึ่งเพลงดาบสายธาราอันอ่อนพลิ้วมีชื่อเลื่องแผ่นดิน..

เจ้าสำนักแห่งนี้..คือชายค่อนชรา..มีฝีมือเร้นลับ..นามว่านกคุ่ม..

อดีตของท่าน..คือนักฆ่าในสังกัดของกองทัพแห่งบุตรตะวันของแคว้นสุริยะ..แตไม่ทราบเป็นเพราะเหตุใด..ท่านลาออกจากการเป็นนักฆ่า..เก็บตัวทบทวนฝึกวิชา..จนได้เพลงดาบสายธาราที่เลื่องลือและพิสดาร..

จากนั้น..ท่านก็ก่อตั้งสำนัก..มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย..ศิษย์เอกคนหนึ่งเป็นถึงองครักษ์คนสนิทของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์แห่งแคว้นจันทรา..

และเมื่อเอ่ยถึงเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์แห่งแคว้นจันทรา..ท่านผู้เฒ่านกคุ่ม..ก็รู้สึกเคารพนับถือทั้งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน..ยิ่งไปกว่านั้น..ในระยะหลัง..แคว้นจันทรามีแม่ทัพแมวหลวง..ท่านผู้เฒ่าก็เคารพศรัทธาท่านแม่ทัพอย่างที่ไม่มีใครทราบความนัยได้..

ร่างคน ๆ หนึ่งเดินไปตามชายลำน้ำจันทร์ธาราที่ใสสะอาด..

ทางเดินสองข้างทางของลำน้ำจันทร์ธารา..ยังคงมีความงดงามเสมอ..

เมืองจันทร์สุระฉายเป็นเมืองปากแม่น้ำแห่งแคว้นจันทรา..เป็นเมืองที่มีความสำคัญลำดับต้น ๆ ของแคว้นจันทราเลยทีเดียว..

ร่างลึกลับหยุดที่ประตูสำนักสายธารา..

ก่อนจะแค่นเสียง..สูดลมหายใจ..และพูดว่า..

“..สำนักสายธารามีฝีมือสักเท่าใด..ข้ามาขอรับคำสั่งสอน..”

เสียงแม้จะไม่ดังนัก..แต่ก็สะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น..ทำให้ประตูไม้ปริแตกออก..นับว่ามีพลังอันพิสดารแฝงอยู่กับน้ำเสียง..ไม่ใช่พลังเสียงธรรมดาเลย..

แต่ก็มีเสียงที่สะท้านสะเทือนขวัญตอบโต้กลับมาเช่นกัน..

“..สำนักสายธาราไม่รับแขกยามวิกาล..ท่านควรจะมาในช่วงกลางวัน..”

“..ข้ามีเวลาไม่มาก..ยังมีอีกหลายสำนักที่จะต้องไปเยี่ยมเยียน..”

“..หากมีดีพอ..ก็ผ่านประตูเข้ามา..”

คนลึกลับแค่นเสียง..

“..ถ้าเช่นนั้น..ก็ไม่เกรงใจล่ะ..”

พูดจบก็กำหมัด..กระทืบเท้า..แต่ต่อยหมัดหนึ่งออกไป..

ประตูไม้รับพลังหมัดอย่างหักโหม..ตามเหตุผลพลังประมาณนี้ควรจะกระแทกประตูไม้หักสะบั้นได้..แต่พลังที่กระแทกอย่างแรง..กลับเผชิญกับความอ่อนหยุ่นประหลาด..

คนลึกลับแค่นเสียง..ฟันสองมือออกไปอย่างรวดเร็ว..ความอ่อนหยุ่นกลับถูกกรีดขาดอย่างง่ายดาย..

ประตูไม้ถึงกับถูกฟันผ่าออกเป็นสองซีก..

คนลึกลับเดินผ่านประตูเข้าไปอย่างง่ายดาย..

ทางเดินหลังประตูทอดยาวไปสู่อาคารหลังหนึ่ง..

ภายในอาคารที่เปิดโล่ง..ร่างชราของชายแขนเดียวคนหนึ่งนั่งเหมือนรออยู่นานแล้ว..

และท่านคือเจ้าสำนักสายธารา..นามนกคุ่ม..

คนลึกลับแค่นหัวเราะ..

“..เดินพลังอ่อนหยุ่นของสายน้ำไปที่ประตูในระยะไกลขนาดนี้..นับว่าไม่ง่ายเลย..”

เจ้าสำนักสายธาราแค่นเสียง..

“..แต่ท่านกลับแก้ไขได้..ท่านเป็นใครกัน..”

พลางโบกมือ..

พลันนั้น..รอบบริเวณสว่างไสว..ศิษย์สำนักสายธารากรูกันออกมา..คบไฟจุดสว่าง..จนสำนักที่เงียบและมืดเมื่อสักครู่..ต้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง..

เจ้าสำนักสายธาราเห็นศิษย์เข้าแถวเรียงรายก็โบกมืออีกครั้ง..กล่าวว่า..

“..นางปีศาจผู้นี้มีพลังฝีมือกล้าแข็ง..พวกเจ้าอย่าทำอะไรโดยพลการ..”

ศิษย์สำนักสายธาราร้องฮ่า..รับคำอย่างหนักแน่น..

คนลึกลับหัวเราะ..

“..กล้าเรียกข้าว่านางปีศาจเชียวรึ..”

“..พิรุณเลือด..”เจ้าสำนักสายธาราพูด.. “..เจ้าบุกสำนักฝีมือทั่วทั้งอาณาจักรห้าธาตุทั้งห้าแคว้น..ไม่ทราบว่ามีจุดมุ่งหมายใดกัน..”

คำว่าพิรุณเลือดทำให้คนลึกลับหัวเราะ..

นางสวมหมวกปีกกว้าง..ครั้นเมื่อเจ้าสำนักสายธาราเรียกชื่อนาง..ก็ปลดหมวกออก..สยายผมยาว..เผยให้เห็นใบหน้าซีดราวคนตาย..ตัดกับชุดดำที่นางสวม..

ในช่วงระยะสองสามเดือนมานี้..ทุกผู้คนต่างกล่าวขานถึงสตรีลึกลับอย่างพิรุณเลือด..บุกสำนักฝีมือต่อสู้ทั้งแผ่นดิน..ทั้งห้าแคว้น..และทุกสำนัก..ต่างก็พ่ายแพ้ต่อนาง..สำนักแต่ละที่หากขัดขืนนาง..จะถูกเข่นฆ่าอย่างทารุณ..แต่สำนักไหนยอมอ่อนข้อ..นางจะขอสัญลักษณ์สำนักไว้..เพื่อใช้ในการบัญชาในภายหลัง..

ทำให้ชื่อเสียงของพิรุณเลือดกระเดื่องดังในทางที่น่าสงสัยเรื่อยมา..

บัดนี้..นางบุกมาถึงค่ายสำนักเลื่องชื่อแห่งดินแดนตอนใต้ของอาณาจักรห้าธาตุ..นั่นคือสำนักสายธาราแล้ว

การคาดคำนวณของเจ้าสำนัก..จะช้าเร็วต้องเผชิญหน้ากับพิรุณเลือด..จึงตระเตรียมการรับมือไว้ก่อน..

สตรีลึกลับนามพิรุณเลือดได้แต่แค่นเสียง..

“..ข้ารวบรวมบัญชาทุกค่ายสำนัก..แต่เพื่อการใด..ฟ้าเท่านั้นที่ทราบ..หากท่านยอมมอบสัญลักษณ์อันเป็นบัญชาสูงสุดของสำนักท่านให้ข้า..ก็จะละเว้นไม่ฆ่าฟัน..”

เจ้าสำนักสายธาราหัวเราะ..

“..สัญลักษณ์อันเป็นบัญชาสูงสุด..ท่านไม่คู่ควรจะได้รับ..กระทั่งเห็นก็ยังไม่คู่ควร..”

“..ถ้าอย่างนั้น..เชิญรับมือข้าพิรุณเลือดเถิด..ท่านจะสู้กับข้าตัวต่อตัว..หรือให้ศิษย์ทั้งสำนักรุมจัดการกับข้า..ก็ตามแต่ท่านจะคิด..”

เจ้าสำนักสายธารายิ้มที่มุมปากเล็กน้อย..

ก่อนจะใช้แขนข้างเดียวตบที่เท้าแขนเก้าอีก..

พิรุณเลือดขมวดคิ้ว..ก่อนที่ร่างของนกคุ่มเจ้าสำนักเฒ่าจะลอยขึ้น.

เจ้าสำนักสายธาราผู้นี้..ได้รับเพลงดาบสายธารามาเนิ่นนาน..ทั้งครุ่นคิด..ตีความ..ฝึกฝน..เวลานี้บรรลุถึงแก่นแท้แห่งวิชา..แม้จะเริ่มฝึกจากเพลงดาบ..แต่ปัจจุบันนี้..กระทั่งดาบก็ไม่มีแล้ว..

เพลงดาบสายธาราสำหรับท่านไม่ใช่ดาบอีกต่อไป..

พิรุณเลือดนิ่งสงบ..มีความรู้สึกว่ากำลังเผชิญหน้ากับสายน้ำที่ทั้งอ่อนโยนและน่ากลัว..

ก่อนจะกำหมัด..และกระทืบเท้า..

ท่าทางที่พิรุณเลือดใช้..เจ้าสำนักสายธาราถึงกับสะท้านร่าง..

พิรุณเลือดขยับสองมือสองเท้า..หลบการโจมตีได้ครั้งหนึ่ง..

เจ้าสำนักสายธารากำหมัด..แม้มีมือเพียงข้างเดียวแต่ก็ใช่จะจู่โจมไม่ได้..ทั้งต่อยทั้งพลิกมือ..กระแทกกระทั้นดุจคลื่นกระทบฝั่ง..คนฝึกวิชาฝีมือทั่วแผ่นดิน..น้อยคนจะสามารถต้านรับการโจมตีดุจคลื่นที่กระแทกกระทั้นเช่นนี้ได้..

แต่การโจมตีของเจ้าสำนักสูญญตากลับเผชิญกับความว่างประการหนึ่ง..เฉกเช่น..พื้นดินใต้น้ำมีรูดูดน้ำออก..ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนถูกสลายราวกับน้ำที่ถูกดูดหมุนราววังน้ำวน..

เจ้าสำนักสายธาราจะมากจะน้อย..ประสบการณ์ต่อสู้ล้วนช่ำชอง..เห็นว่า..หากโจมตีต่อเนื่อง..ตัวเองคงถูกแรงดูดของน้ำวนสลายพลังคลื่นกระทบฝั่งหมดสิ้นแน่..จึงถีบเท้า..ม้วนร่างกลับไปนั่งเก้าอี้ดังเดิม..

ไม่ทันได้หอบหายใจ..พิรุณเลือดก็ตามติด..มือมีกรงเล็บแหลมคม..ตะปบใส่..

เจ้าสำนักสายธาราผ่านโลกมาก็มาก..แต่ไม่เคยเห็นกรงเล็บที่ยาวและเป็นสีเงินราวกับคมมีด..ที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน..รีบดึงดาบแคบเรียวออกมาจากพนักเก้าอี้...พลิกแพลงเพลงดาบ..ใช้ความอ่อนของตัวดาบ..พัวพันกรงเล็บที่น่ากลัวนั้นไว้..

แม้ว่าจะเก่งกาจปานใด..เจ้าสำนักสายธาราก็มีแขนเดียวเท่านั้น..

พิรุณเลือดแค่นเสียง..แม้กรงเล็บข้างหนึ่งจะพัวพันดาบที่อ่อนราวสายน้ำนั้นไว้..แต่ก็ใช่จะโจมตีอีกไม่ได้..ในขณะนั้นก็กางกรงเล็บแหลมคมของมืออีกข้างโจมตีใส่..

เจ้าสำนักสายธารายังคงติดพันกับการพลิกแพลงกระบวนท่าต่อสู้กับกรงเล็บที่แหลมคมราวกับเป็นคมมีดของพิรุณเลือด..ไม่อาจจะรับกรงเล็บอีกข้างได้..พริบตานั้นก็รู้สึกถึงความว่างเปล่า..

ไม่มีทางเลือกแล้ว..คงต้องตายแน่..

แต่ท่านก็ไม่ได้ตายอย่างที่คิด..

เพราะกรงเล็บไม่ได้ฝังลงมาในร่างท่าน..

พิรุณเลือดแค่นเสียง..มีบางอย่างฉุดรั้งแขนของนางไม่ให้โจมตีลงมาได้..

ไม่เพียงแค่แขนข้างหนึ่งที่โดนสะกดไว้..อีกข้างที่กำลังใช้กรงเล็บพัวพันกับดาบแคบเรียว..ก็เหมือนถูกรั้งไว้เช่นกัน

พิรุณเลือดเม้มปาก..เพราะดาบสายธาราอ่อนพลิ้วแทงใส่หน้าอกเธอ..

เจ้าสำนักสายธาราประหลาดใจเล็กน้อย..การเหนี่ยรั้งของกรงเล็บที่ไม่อาจจะจู่โจมได้ถนัด..ทำให้เปิดช่องให้ดาบของท่านแทงใส่ช่องโหว่อย่างเต็มที่..

พิรุณเลือดขัดใจ..ยกเท้ายันร่างเจ้าสำนักสายธารา..ลอยตัวออกมา..

เพื่อที่จะพบว่า..มีสายแพรยาวสองสาย..แผ่พุ่งออกมา..มัดแขนทั้งสองนางในระยะไกล..

พิรุณเลือดพลิกร่าง..สบัดสองมือ..ฟันชายแพรออกเป็นเสี่ยง ๆ ..เศษผ้ากระจัดกระจาย..

แต่ชายแพรนั้นก็ไม่ได้นำพา..กลับเข้ามาล้อมรอบเอวของหญิงสาวชุดขาวคนหนึ่ง..ที่เดินเข้ามาจากประตูสำนัก..

ลูกศิษย์สำนักสายธาราที่ยังตะลึงอยู่..เวลานี้ก็ไม่กล้าตะลึง..รีบคุกเข่าลง..

เหตุที่ต้องคุกเข่า..เพราะถือเป็นกฎเกณฑ์สูงสุดของสำนักสายธาราที่ท่านเจ้าสำนักตราขึ้น..

อยู่ต่อหน้าเจ้าหญิงจินดาพิสุทธืและแม่ทัพแมวหลวงแห่งแคว้นจันทรา..ต้องคุกเข่าคารวะก่อนเจ้าสำนัก..

และเวลานี้..คนที่ปรากฏกาย..ช่วยเหลือเจ้าสำนักสายธาราอย่างทันท่วงที..คือเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..

...

เวลานี้..ร่างชุดขาวของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ปรากฏกายที่สำนักสายธาราแล้ว..

และไม่ใช่มีเพียงแต่นาง..ยังมีอจินไตยเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาที่เร้นลับ..สองปีศาจแห่งอนันตกาลที่ทั้งแผ่นดินครั่นคร้าม..สองนางกำนัลปักษามีนา..และสององครักษ์วาหุสินธุ..

พิรุณเลือดแค่นเสียง..

“..ในที่สุด..เธอก็ออกมาแล้วสินะ..”

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ดูประหลาดใจ..มีแต่เจ้าหญิงอจินไตยที่พูดว่า..

“..นางหลุดออกมาจากมิติลักษณ์เร้นได้จริง ๆ ..”

แพคเกจศศินาสองปีศาจแห่งอนันตกาลต่างสบตากัน..แพคเกจร้องขึ้นว่า..

“..เทวีแวมไพร์เรนี่..เธอกำลังวางแผนทำอะไรอยู่..”

พิรุณเลือดหรือเทวีแวมไพร์เรนี่แค่นหัวเราะ..ดึงดาบแคบเรียวออกจากทรวงอก..

และบาดแผลทั้งหลายก็สมานจนไร้ริ้วรอยบาดเจ็บหรือบาดแผลใด. ๆ ..

จินดาพิสุทธิ์ส่งเสียงอือม์เหมือนใช้ความคิด..

“..จริง ๆ ที่นางออกมาได้..ก็ควรจะมีคนที่สำเร็จวิชาอากาศมนตราช่วยเหลือนาง..”

อจินไตยพูดเสริมว่า..

“..คนที่ช่วยเธอ..คืออนันตรัยใช่หรือไม่..”

มีแต่เจ้าชายอนันตรัยถึงควรจะทำเช่นนี้..ไม่อย่างนั้น..ผู้สำเร็จวิชาอากาศมนตราคนอื่น..ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องช่วยเหลือนางออกมา..

อจินไตยฉลาดปราดเปรื่อง..เพียงเห็นเทวีแวมไพร์ตรงนี้..ก็คาดการณ์ทุกอย่างได้หมดสิ้น..

เทวีแวมไพร์หัวเราะเบา ๆ ..ก่อนจะก้าวเข้ามา..

นางเคยแพ้พ่ายต่อจินดาพิสุทธิ์อย่างยับเยิน..ถึงกับถูกกักในมิติลักษณ์เร้น..แต่กลับไม่เกรงกลัวเจ้าหญิงแห่งจันทราแต่อย่างใด..

ศศินากับแพคเกจขวางหน้าเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราไว้..

“..ริต้า..ถอยไปก่อน..พี่กับแพคจะลองดูว่านางมีดีอะไร..”

เทวีแวมไพร์หัวเราะเบา ๆ ..

“..ริต้าหรือ..ฉันจะคิดบัญชีเธอทบต้นทบดอกเลยทีเดียว..”

สองนางกำนัลสององครักษ์รีบชักอาวุธคุ้มกันเจ้าหญิงทั้งสอง..

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..ท่านทั้งสี่ถอยไป..นางไม่ใช่คนธรรมดา..ไม่อาจจะป้องกันนางได้..”

แพคเกจตั้งท่าหมัดสูญญตา..

“..ถูกของอจินไตย..เวลานี้..สองปีศาจแห่งอนันตกาลมีพลังอมตะเหมือนเดิม..ถ้าจะลองกับเทวีแวมไพร์ก็น่าจะพอสู้ไหว...ท่านทั้งสี่ดูแลท่านเจ้าสำนักสายธาราเถิด..”

ศศินาอดสงสัยไม่ได้..

“.แพค..นางแพ้ริต้าอย่างง่ายดาย..ทำไมถึงจะกล้าสู้กับริต้าอีก..”

เสียงเย็นเยียบของเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาดังขึ้น..

“.เพราะ.นี่ไม่ใช่มิติลักษณ์เร้นน่ะสิ..”

เทวีแวมไพร์เรนี่หรือพิรุณเลือดสยายสองปีกออกมา..นี่คือเทวีแวมไพร์ที่น่ากลัวที่สุด..และมีพลังเปี่ยมล้น..

ศศินากับแพคเกจชะงัก..

“..ริต้าจะใช้สิ่งนั้นไม่ได้..พลังของอากาศมนตราขั้นสูงสุด..”อจินไตยพูด.. “..เพราะหากจะดูดสลายร่างนาง..ทุกอย่างในที่นี้จะสลายไปด้วย..”

แพคเกจร้องคราง..

“..อ้าว..งี้ก็ดึงนางเข้าไปที่มิติลักษณ์เร้นอีกสิ..”

จินดาพิสุทธิ์ส่ายหน้า..

“..ครั้งนั้น..ทั้งเพลงเทพส่งวิญญาณ..อสูรของคิตตี้..จิตสูญญตา..พลังเทพของลูกพี่นาทั้งสอง..ต้องรวมพลังกัน..ถึงจะดันนางออกจากมิติที่อยู่ได้..แล้วฉันถึงจะสามารถดึงนางเข้ามิติลักษณ์เร้นได้อีกที..แต่ในเวลานี้..เราไม่มีสิ่งเหล่านั้นแล้ว..”

แพคเกจอุทานเบา ๆ ..

“..นี่หมายความว่ายังไง..”

“..หมายความว่า..นางไม่สามารถกลับไปยังมิติของโลกเดิมเรา..และนางจะมาอาละวาดในอาณาจักรเบญจอังคะของเราแทนน่ะสิ..”จินดาพิสุทธิ์พูด.. “..และในที่แห่งนี้..นางจะไม่กลัวใครอีกแล้ว..เพราะพลังอากาศมนตราของฉันไม่อาจจะทำอะไรนางได้อีกในมิติแห่งนี้..”

“..ไม่..นางยังกลัวใครอยู่อีกคนหนึ่ง..ไม่เช่นนั้น..ก็คงเปิดหน้าอาละวาดแต่แรก..ไม่ต้องมาวางแผนเช่นนี้หรอก..”อจินไตยนิ่งคิดและพูดออกมา..

แต่เวลานั้น..การต่อสู้ระหว่างสองปีศาจแห่งอนันตกาล..และเทวีแวมไพร์ได้เริ่มขึ้นแล้ว..

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น