Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 65 ผมไม่ได้เอาคอปเตอร์ไม้ไผ่มา

ชื่อตอน : บทที่ 65 ผมไม่ได้เอาคอปเตอร์ไม้ไผ่มา

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 163

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2562 14:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 65 ผมไม่ได้เอาคอปเตอร์ไม้ไผ่มา
แบบอักษร


        พอทุกคนขึ้นนั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว จูไฉ่หงก็ส่งข้อความให้เสี่ยวหลาน เธอบอกตารางงานและความเคลื่อนไหวให้ทางทีมของไป๋อวี่รู้ด้วยการส่งข้อความให้เสี่ยวหลาน และในทางกลับกัน เสี่ยวหลานก็จะส่งข้อมูลอย่างเดียวกันของไป๋อวี่ให้เธอ ทั้งสองทีมทำอย่างนี้จนมันกลายเป็นหนึ่งในขั้นตอนงานประจำที่ต้องทำเกือบทุกวันหรือทุกอาทิตย์มาเกือบปีแล้ว

        จูอี้หลงมาถึงปักกิ่งแล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งรถเข้าที่พัก จูไฉ่หงรู้ว่าจูเหล่าซือนัดเผิงเหล่าซือไว้ว่าจะหาโอกาสมากินข้าวด้วยกันสักมื้อ เสียงครางของโทรศัพท์ดังขึ้น เผิงกวนอิงโทรมา เธอรับโทรศัพท์แล้วยื่นให้จูอี้หลงโดยไม่ถามเขาก่อนว่าจะรับไหม

        "สายของเผิงเหล่าซือค่ะ" เธอบอก จูอี้หลงรับโทรศัพท์จากมือเธอไป เขาไม่สามารถซ่อนเร้นแววตาที่ดูว้าวุ่นจากสายตาของจูไฉ่หงได้

        จูอี้หลงอยากจะคุยกับเผิงกวนอิงแต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังไม่อยากจะพบกับเผิงกวนอิงในตอนนี้ เขารู้ตัวดีว่าตอนนี้เขาเปราะบางมากเพียงใด เขาไม่อยากจะทรุดลงตรงหน้าใคร โดยเฉพาะเผิงกวนอิง คนที่มีอำนาจประหลาด ที่ทำให้เขาไม่เคยต่อต้านได้ จูอี้หลงไม่อยากจะกลายเป็นเด็กตัวเล็กๆที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งเมื่อพบหน้าเพื่อนคนนี้...

        "ฉันคงไปถึงโรงแรมทีหลังนายนะ นายจะอาบน้ำก่อนเลยก็ได้ แล้วสั่งอะไรขึ้นมาให้ฉันกินด้วย ตอนนี้หิวโฮกเลย" เผิงกวนอิงว่า จูอี้หลงอือตอบรับเบาๆ

        "อ้อ โรงแรมฉันอยู่ที่เหยียนชิ่ง* ตีรถเข้าไปหานาย กว่าจะตีออกไปอีกฉันคงไม่มีเวลานอน ทีมงานก็คงหมดแรงไปตามๆกัน คืนนี้ฉันค้างกับนายก็แล้วกัน" จูอี้หลงตอบอืออีกครั้งหนึ่ง แล้วเผิงกวนอิงก็วางหู

        "เผิงเหล่าซือจะค้างด้วย" จูอี้หลงกล่าวเรียบๆพร้อมกับยื่นโทรศัพท์คืนให้จูไฉ่หง

        จูไฉ่หงเลิกคิ้วสูงเธออดส่งสายตาให้หลินชิงหูที่นั่งด้านหลังจูอี้หลงไม่ได้ ถึงเผิงกวนอิงจะเป็นเพื่อนสนิทของจูอี้หลง แต่ในช่วงที่แต่ละฝ่ายมีงาน ต่างฝ่ายต่างก็ไม่เคยมาค้างคืนด้วยกันเลย

        "เอ่อ เดี๋ยวจะขอทางโรงแรมเปลี่ยนเป็นห้องทวินเบดให้" เธอบอก

        "ไม่ต้อง" จูอี้หลงปฏิเสธเบาๆแล้วหลับตาลง เป็นการบอกเธอว่าเขาต้องการความเงียบ

        จูไฉ่หงทิ้งตัวลงพิงพนักทั้งตัว เตียงคิงไซส์เนี่ยนะ จะนอนเตียงเดียวกันเหรอ ในหัวเธอมีแต่เครื่องหมายคำถาม เหมือนจะรู้ว่าเธอมีคำถามมากมายให้หัว จูอี้หลงเอ่ยอธิบายทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่

        "เผิงเหล่าซือนอนเตียงขนาดอื่นไม่ได้ ตัวเขาใหญ่ นอนดิ้น จะตกเตียงเอา"

        "อ๋อ ค่ะ" เธอรับทราบ แต่ใจยังนึกตอบ นอนดิ้น แล้วจูเหล่าซือจะนอนยังไง พอเธอนึกถึงตัวเธอเองที่เป็นคนนอนดิ้นเหมือนกัน จูไฉ่หงก็หน้าแดงขึ้นมา ก็เธออาศัยกอดสามีไว้ ไม่ก็สามีกอดเธอไว้ เธอถึงจะนอนดิ้นน้อยลง หลับสนิทได้ทั้งคืน ..... แล้ว... ไงล่ะทีนี้... จูไฉ่หงสลัดความคิดออกจากหัว พอดีสบเข้ากับสายตาของหลินชิงหูที่มองมา เธอถลึงตาใส่เขา ปากก็พูดแบบไม่มีเสียง ..... ไม่รู้ด้วยแล้วนะ....

        จูไฉ่หงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความที่หลินชิงหูส่งมา

        "คิดอะไรอยู่ ยัยบ้า เธอไม่เคยนอนเตียงเดียวกับเพื่อนๆเธอเรอะ" จูไฉ่หงทำตาเขียวใส่หลินชิงหู เธอรู้ว่าจูเหล่าซือกับเผิงเหล่าซือเป็นเพื่อนสนิทคบกันมากว่าสิบปี แต่ว่า... ถ้าจูอี้หลงมีอารมณ์อย่างว่ากับไป๋อวี่ แล้วเผิงเหล่าซือล่ะ ... เธอนอนเตียงเดียวกับเพื่อนสาวของเธอ แต่เธอไม่ได้มีอารมณ์กับผู้หญิงนี่นา ให้ตายเถอะ พี่หลินไม่เข้าใจเรื่องอย่างนี้ได้ยังไง จู่ๆโทรศัพท์ก็ส่งเสียงอือสั้นๆ จูไฉ่หงเปิดเมสเสจออกอ่าน

        "พี่นอนกับคนอื่นนอกจากเมียพี่ไม่ได้หรอกนะ มันไม่มีความรู้สึกอย่างว่าเลย แล้วเธอล่ะ ถ้าไม่ใช่อาสง เธอก็โอเคเรอะ"

        จูไฉ่หงผ่อนลมหายใจเบาๆ เธอส่งสายตาเป็นเชิงขอโทษให้หลินชิงหู สองมือยกขึ้นต่ำๆ ประสานมือขอโทษ หลินชิงหูส่งข้อความมาอีก

        "ไปขอโทษเผิงเหล่าซือกับจูเหล่าซือโน่น"

........................


        พอเผิงกวนอิงมาถึงโรงแรมเขาก็หิ้วเพียงแค่ overnight bag ลงมาจากรถ เขาบอกผู้จัดการส่วนตัวไว้ก่อนแล้วว่าเขาจะค้างกับจูอี้หลง แล้วพรุ่งนี้เขาจะไปที่โรงแรมที่เหยียนชิ่งเอง เผิงกวนอิงไม่รอให้ประตูรถปิด เขาก็หมุนตัวเดินจากมา ร่างสูงห่อหุ้มไว้ด้วยเสื้อโค้ทสีดำตัวยาวที่เขาดึงฮู้ดขึ้นคลุมทับหมวกแก๊ปสีดำไว้ แว่นดำและผ้าพันคอที่พันไว้จนขึ้นมาถึงแก้มช่วยบดบังตัวตนให้เขา เผิงกวนอิงเดินตรงไปที่ลิฟท์แล้วตรงขึ้นไปที่ห้องของจูอี้หลงเลย แค่เคาะประตูทีเดียวหลินชิงหูก็เปิดประตูให้เขาเข้าไป ตรงกลางห้องมีอาหารวางไว้ให้เรียบร้อย

        "เยี่ยมเลย" เผิงกวนอิงแค่ผงกศรีษะทักทายหลินชิงหูกับจูไฉ่หง แล้วเดินพรวดไปนั่งที่โต๊ะ เขาวางกระเป๋าไว้ข้างตัว ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดฝาครอบจานอาหาร

        "ผมสั่งเป็นพวกพาสต้ามา" หลินชิงหูบอก เผิงกวนอิงถูมือไปมาแล้วเริ่มใช้ส้อมตักสปาเก็ตตี้ที่วางอยู่ข้างหน้าขึ้นมากิน ท่าทางเขาหิวจริงๆ

        "ขอโทษนะครับ ผมรีบออกเดินทางมาจนไม่ได้แวะกินอะไรก่อน" เขาอธิบาย

        "จูเหม่ยลี่ของผมอาบน้ำอยู่เหรอครับ" เขาชี้ส้อมไปทางประตูห้องน้ำ หลินชิงหูพยักหน้า เผิงกวนอิงหันไปมองหน้าจูไฉ่หงที่นั่งอยู่ปลายตีนเตียง เธอหลบสายตาเขาวูบ มองดูคล้ายกับเด็กที่ทำผิดอะไรแล้วกลัวผู้ใหญ่จับได้ เผิงกวนอิงคลี่ยิ้มน้อยๆทั้งที่ในปากยังเคี้ยวสปาเก้ตตี้อยู่

        "พี่ไฉ่หงทำท่าเหมือนเจ้าเฟยเฟยที่บ้านอาหลงเลย" เขาว่า จูไฉ่หงหันขวับมามอง เธอรู้จักเฟยเฟยดี มันเป็นหมาของบ้านจูเหล่าซือ เผิงกวนอิงนึกยังไงเอาเธอไปเปรียบกับหมา

        "ถ้าเฟยเฟยเผลอกัดรองเท้าผมทีไรก็จะทำท่าแบบนี้ทุกที" เผิงกวนอิงว่า ก่อนจะกวาดสปาเก็ตตี้คำสุดท้ายเข้าปาก จูไฉ่หงทำหน้าเหมือนกินอะไรผิดเข้าไป เผิงเหล่าซือหัวเราะ เอื้อมมือมาเปิดฝาครอบอีกอันหนึ่งแล้วยกพาสต้าอีกจานมาวางซ้อนจานที่เขาเพิ่งกินหมดไป นัยน์ตามองอยู่ที่เส้นพาสต้าสีดำกับเนื้อปลาหมึกที่คลุกเคล้าอยู่ เขาใช้ส้อมคนพาสต้าในจานแล้วเงยหน้ามองจูไฉ่หง

        "พี่ไฉ่หงคงไม่ได้ทำอะไรผิดต่อผมใช่ไหมครับ ..." เขาถามยิ้มๆแต่ทำเอาจูไฉ่หงลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจ แต่ก่อนที่เธอจะได้กล่าวอะไร จูอี้หลงก็เปิดประตูห้องน้ำออกมา เขาชะงักเมื่อเห็นหลินชิงหูกับจูไฉ่หง

        "อ๊ะ ขอโทษที ว่าจะออกไปหลังจากบริกรเอาอาหารมาส่ง ก็พอดีเผิงเหล่าซือมา" หลินชิงหูเอ่ยขอโทษ เขารู้ดีว่าจูอี้หลงไม่ชอบให้ใครมาอยู่ในห้องเขาในช่วงเวลาที่เขาถือว่าเป็นส่วนตัว  เขาคงคิดว่าจูไฉ่หงกับหลินชิงหูออกไปจากห้องแล้วหลังจากที่เขาเข้าไปอาบน้ำ หลินชิงหูตั้งท่าจะเดินไปที่ประตู จูไฉ่หงฉวยโอกาสเดินนำไปก่อนแล้ว

        "พี่หลิน จองรถของโรงแรมให้ผมหน่อย พรุ่งนี้ซักแปดโมงครึ่งขอไปส่งผมที่ฮอลิเดย์อินน์รีสอร์ทที่เหยียนชิ่งที"

        หลินชิงหูหันมาเลิกคิ้วเหมือนจะตั้งคำถาม

        "ผมไม่ได้เอาคอปเตอร์ไม้ไผ่มา" เผิงกวนอิงยักคิ้ว ให้เหตุผล จูอี้หลงปล่อยเสียงหัวเราะเต็มปอด ทำเอาทั้งหลินชิงหูกับจูไฉ่หงต้องหัวเราะตามแบบหน้าเหวอๆ

        จูเหล่าซือหัวเราะ เขาหัวเราะเต็มเสียง หัวเราะจนนัยน์ตาหยี จูเหล่าซือที่เป็นเหมือนหุ่นยนต์ทำงานตามโปรแกรมมาตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา กลายร่างเป็นมนุษย์มีเลือดมีเนื้อมีวิญญาณ เพียงแค่การปรากฏตัวของ.... โดราเอม่อน .... ที่ลืมเอาคอปเตอร์ไม้ไผ่มาด้วย .... หลินชิงหูรับคำเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องมาพร้อมกับจูไฉ่หง

        เขาดึงประตูให้ค่อยๆปิดลง เราคิดไม่ผิดนะ เผิงเหล่าซือต้องช่วยเราได้แน่ๆ เขาสบตาจูไฉ่หง ที่ยิ้มตอบเขาด้วยท่าทางโล่งใจ

        "โดราเอม่อนของพี่ยอดไปเลย พี่หลิน" จูไฉ่หงกระซิบบอกเขา

...................................


*เหยียนชิ่ง  延庆区  เป็นอำเภอ (มั้งนะ) ที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของปักกิ่ง เป็นเขตภูเขา เราคงจะรู้จักเมืองนี้ดีขึ้นในปี 2022 นะคะ เพราะจีนจะใช้เมืองนี้จัด Winter Olympic ที่จริงถ้าขับรถจากสนามบินไปเลย จะกินเวลาซักชั่วโมงครึ่ง (ท่าจะใช้ทางด่วน) แต่ถ้าตีรถเข้าในตัวเมืองปักกิ่งก่อนแล้วค่อยออกไปจะเสียเวลามากกว่านั้น ถ้าใช้ขนส่งมวลชนจากสนามบินปักกิ่งไปเหยียนชิ่งก็จะใช้เวลามากกว่าสี่ชั่วโมง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}