Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรัก 0 : ทิ้งตัวลงทะเล

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรัก 0 : ทิ้งตัวลงทะเล

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 49.7k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2562 21:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรัก 0 : ทิ้งตัวลงทะเล
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรัก 0 : ทิ้งตัวลงทะเล

#ฉลามคลั่งรัก

“เอาล่ะ เรามาคุยกันอย่างสันติดีไหม”

กึก !

***“เพราะถ้าแกยังไม่บอกอะไร ลูกชายแกได้ลงไปเป็นอาหารฉลามแน่”***ปากกระบอกปืนสีดำขลับจ่อหัวเด็กหนุ่มวัยสิบหกที่ยืนตัวสั่นอยู่ในวงแขน เขาเม้มปากแน่นจับจ้องคนตรงหน้าที่ยกมือห้ามปรามคนใจร้ายที่ล็อคคอเขาอยู่ นัยน์ตาสีดำทึบสั่นไหว ความหวาดกลัวครอบงำจิตใจกลัวว่าลูกชายจะเป็นอะไรไปก่อนจะได้โต

เขาไม่น่าพามาด้วยเลย

“อย่าทำอะไรเขา ถ้าแกจะฆ่า ก็ฆ่าฉันนี่”

“ก็ถ้าแกไม่ยอมบอกข้อมูล เด็กนี่ก็ตาย” ร่างสูงยกยิ้มกระชับแขนรัดคอให้แน่นขึ้น พาให้ลมหายใจเด็กหนุ่มเริ่มขาดห้วง

“อึก!”

“โซล!”

“อะๆ อย่าเข้ามาเชียว” ยกปืนขู่ไม่สนใจว่าเด็กที่ไม่รู้เรื่องจะทรมานแค่ไหน “ฉันต้องการข้อมูลวิจัย แกแค่บอกเท่าที่ฉันต้องการแล้วพวกแกก็ได้กลับไปเล่นบ้าเล่นบอที่บ้าน ฉันจะไม่ระรานแกอีก”

“คุณคะ” หญิงสาวจับแขนสามีแน่น ส่งสายตาเว้าวอนขอให้ช่วยเหลือลูกของเราไว้ ไม่มีใครคิดว่าการนั่งเรือสำราญเพื่อพักผ่อนหย่อนใจก่อนจะกลับไปลุยงานวิจัยใหม่จะถูกพวกก่อการร้ายจับตัวไว้ จะว่าเป็นพวกปล้นเรือแบบโจรสลัดก็ไม่ได้

เพราะมันรู้จักอีธาน อิลเดนสัน หรือเจ้าของศูนย์วิจัยกลางทะเล

เจ้าตัวเม้มปากแน่น เขารู้ดีว่าพวกมันต้องการข้อมูลของนักล่าอันดับหนึ่ง สิ่งมีชีวิตใต้พื้นน้ำที่ไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน บางอย่างถูกซุกซ่อนเป็นสมบัติของมหาสมุทรที่เราไม่รู้จัก อีธานรู้ว่าทำยังไงขุมทรัพย์นั่นจะปรากฏ แต่ถ้าเขาบอกก็เท่ากับว่าทรยศคำสัตย์

เขามองหน้าเด็กน้อย ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังร้องไห้ ดวงตาสีน้ำตาลมองหน้าผู้เป็นพ่อที่ตนรักสุดหัวใจ หากต้องตายเพื่อเก็บงำข้อมูลนั้นไว้...

มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงแล้วเหรอ

“โซล พ่อไม่น่าพาลูกมาด้วยเลย”

“พ่อครับ”

“ปล่อยเขาไปเถอะ เขาไม่รู้เรื่องด้วย”

“ก็ไม่จำเป็นต้องรู้นี่ แค่เป็นตัวประกันก็พอแล้ว” ร่างสูงหัวเราะเอาหน้าแนบกับแก้มใส สูดดมกลิ่นกายหอมของเด็กน่าที่น่าสัมผัสเรือนกาย แม้จะเป็นเด็กผู้ชาย แต่ก็มีใบหน้าที่ยั่วยวนชวนให้ลิ้มลอง “หรือถ้าแกไม่บอกฉันอาจจะกินลูกแกตอนนี้เลยก็ได้ ฉันไม่แคร์หรอกนะว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง"

“ไม่นะ! เขาเป็นแค่เด็ก อย่าทำร้ายเขา!”

“งั้นคุณต้องบอกสามีคุณแล้วว่าให้ส่งไฟล์ข้อมูลมา ถ้ายังช้าอยู่ ผมจะทำทุกทางให้ได้ข้อมูล” ว่าพร้อมมองผ่านราวกัน เวลานี้พื้นสมุทรไร้สีสัน ดวงจันทร์ตรงหัวบ่งบอกเวลาเที่ยงคืนกว่า และตอนนี้ในน้ำกำลังคึกคัก

กลิ่นคาวเลือดจากเนื้อวัวที่ถูกใช้ล่ออสูรร้ายลอยตลบอบอวลแข่งกับพระจันทร์

เขายกยิ้มเมื่อเห็นครีมขาววนเวียนไปมาอยู่ใต้น้ำ

“เพื่อนของแกมาแล้วไอ้หนู อยากลงไปทักทายมันหน่อยไหม”

“อึก!”

“หรืออยากให้พ่อแม่แกลงไปทักทายมันดี” เขากระซิบข้างหู กดจูบลงบนลำคอขาว ส่งผลให้ร่างโปร่งรีบเบือนหน้าหนี ความขยะแขยงเป็นสิ่งเดียวที่เขารับรู้ได้ พยายามขัดขืนเสียดายที่แรงสู้เขาไม่ได้ ขนาดตัวที่ใหญ่กว่าทำให้เป็นรองอย่างไม่เต็มใจ “แต่ฉันว่าเนื้อเด็กๆ มันอาจจะอร่อยกว่าเนื้อของคนแก่ก็ได้นะ”

“อื้อออ”

“หยุดนะ! ฉันยอมแล้ว!”

“อ๊ะ!”

“ปล่อยตัวลูกฉันไป ฉันจะบอกข้อมูลวิจัยกับแก!” อีธานตะโกนบอกขอร้องไม่ให้รุ่มร่ามกับลูกชายเขาไปมากกว่านี้ สีหน้าของอีกฝ่ายไม่สู้ดี หัวใจเขากำลังจะแตกสลายอยู่แล้วไม่ต่างจากคนพ่อเลย ซึ่งพอพูดไปอย่างนั้น เจ้าคนใจร้ายก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ จับจ้องคนที่ล้วงมือเข้าไปในกางเกง

หยิบแฟลชไดรฟ์สีเงินออกมาชู

“สิ่งที่แกอยากได้อยู่ในนี้”

“หืม?”

“ฉันจะให้ แต่แกต้องปล่อยตัวเขา” มือไม้สั่นตอนจะยื่นให้ตามคำสัตย์ เวลานี้เขาจำต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายไว้ “เอาไปแล้วส่งตัวเขามา”

“หึ ได้สิ ฉันจะส่งตัวเขาให้”

“…”

“แต่แกต้องตายก่อนนะ”

ปัง !

“กรี๊ด!!!!!”

“พ่อครับ!!!!!” สองแม่ลูกกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อกระสุนนัดแรกทะลุหัวใจคนตรงหน้า ร่างของอีธานร่วงไปชนกับราวกั้น มือที่ถือของอยู่สั่นจนแฟลช์ไดรฟ์หล่นกับพื้น คนใจร้ายที่เด็กหนุ่มไม่รู้จักชื่อ พยักหน้าให้คนหยิบของสำคัญมาถือไว้ ส่วนร่างเจ้าของศูนย์วิจัย...

“อีกสักนัดแล้วกัน”

ปัง !

“ไม่!!!!!” ร่างโปร่งกรีดร้อง พยายามดันตัวออกจากวงแขน ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตามากมายจนภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปหมด เขาสะอื้นจนตัวโยนมองภาพแม่ที่เข้าไปกอดพ่อไว้ เธอส่ายหน้า ด่ำดิ่งลงสู่ความเสียใจ “ไม่นะ พ่อครับ ฮึก พ่อ...”

“โธ่ สงสารพ่อเหรอไอ้หนู”

“ฮึก ฮือ”

“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่ปล่อยให้พ่อเธอต้องตายคนเดียวหรอก”

“อะ...”

“แม่ของเธอก็ต้องตายด้วยเหมือนกัน”

“ไม่นะ อย่า...”

ปัง !

ไม่ทันที่จะได้ห้ามกระสุนนัดที่สามก็พุ่งผ่านศีรษะ หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลอ้าปากค้าง ทุกส่วนไม่ทำงานเนื่องจากสมองถูกเจาะ เธอหลุบตาไปมองน้ำตาไหลเมื่อเห็นว่าตัวเองช่วยลูกชายไม่ได้ แผ่นหลังกระทบกับราวกั้นที่มารองรับไว้

แล้ววิญญาณก็ลอยออกไปพร้อมกับสามีตัวเอง

“แม่ครับ!!!!!”

“โยนมันลงทะเล” ไม่มีคำห้ามหลุดจากปาก ความเสียใจถาโถมจนหมดแรงที่จะยืนไหว โซลส่ายหน้าอยากขอร้องให้ปล่อยร่างพ่อแม่ไป แต่สิ่งที่ทำได้คือถูกปิดปากไว้ บังคับให้ไปยืนอยู่ตรงที่ทั้งสองตาย มองดูคนใจร้ายลากร่างของพวกท่านไปขอบเรือ

วินาทีนั้นโซลเบิกตากว้าง ฉลามมากมายว่ายวนไปทั่ว กลิ่นคาวเลือดกระตุ้นให้พวกมันสัมผัสได้ถึงความกลัว และทันทีที่พวกมันมากันเยอะขึ้น...

“บอกลาพวกเขาสิ”

ตู้ม !

ไร้คำบอกลาเพราะไม่มีเวลาให้ตัดสินใจ ร่างทั้งสองถูกโยนไปกลางฝูงเพชฌฆาตตัวร้าย ฟันกรามขนาดใหญ่จู่โจมเข้ากัดกิน แขนขาถูกกระชากออกจนขาดวิ่นพาให้เลือดสีแดงสดย้อมพื้นทะเลให้กลายเป็นนรก โซลมองภาพนั้น ขาทรุดฮวบลงไป สิ่งสำคัญในชีวิตถูกทำลายตอกย้ำด้วยสิ่งที่พวกเขาพยายามปกป้องตลอดมา

แผ่นหลังสั่นไหวตามแรงสะอื้น มือหนาของคนด้านหลังก็พยายามลูบปลอบ

“ไม่เป็นไรนะเด็กน้อย พ่อแม่เธอไปสบายแล้ว”

“ฮือ”

“ฉันจะเลี้ยงดูเธอเอง เป็นของขวัญที่พ่อเธอให้สิ่งนี้กับฉัน” ลูบเรือนผมสวยราวกับลูกหัวหมา ยีเบาๆ แล้วจับจ้องแฟลชไดรฟ์ที่ได้มาจากคนที่ตายแล้ว “มันจะเป็นประโยชน์ที่จะทำให้เราเดินหน้าสู่อนาคตด้วยกัน ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะทำให้เธอยิ่งใหญ่ไม่แพ้ฉันเลย”

“สารเลว”

“อะ...”

“แกมันไอ้สารเลว!” ผลักคนที่นั่งย่อให้หงายหลัง ขโมยแฟลชไดรฟ์มาถือเอาไว้ “ฉันไม่มีทางให้แกได้ในสิ่งที่พ่อแม่ฉันทำไว้ คนอย่างแกมันสมควรตาย ไม่มีค่าพอสำหรับข้อมูลนี่”

“นี่แก...!” ไม่รอให้ด่าทอมือเล็กๆ ก็ปาของสำคัญลงทะเลลึก ผ่านมรสุมของสิ่งมีชีวิตที่กัดกินพ่อแม่เขาไม่หยุด คนใจร้ายอ้าปากค้างพุ่งตัวไปเกาะราวกันคำรามอย่างตกใจ “ไม่!”

ครีบขาวของสัตว์ร้ายยังไล่ตามเรือไม่ยอมหยุด แสดงให้เห็นว่ายังมีเลือดติดอยู่พวกมันเลยตามหา เด็กหนุ่มรู้แล้วว่าถ้ายังอยู่ที่นี่ เขาเองก็จะมีชะตากรรมไม่ต่างจากพ่อแม่

เพราะงั้นเขาถึงไม่ลังเลที่จะวิ่งไปอีกฝั่งแล้วกระโดดลงจากเรือ

ตู้ม !

หยาดใสกระเซ็นตามแรงโดด ฟองน้ำมากมายปกคลุมทั่วกายเล็ก เสียงโหวเหวกไม่อาจทะลุเข้ามาในประสาทหูได้มากนั่ง เจ้าตัวดำไปใต้ท้องหลบเลี่ยงฉลามขาวที่พุ่งมาหา พวกมันมีหลายตัวมากและพร้อมจะจู่โจมทุกขณะ

เสียงปืนดังลั่นกระทบกับผิวน้ำราวกับจะย้ำว่าถ้าขึ้นมาก็ต้องตายไปซะ มันไล่ฉลามบางตัวให้หายไป แต่ก็ไม่ได้มากพอที่จะให้มันไม่จู่โจมเข้ามา

“อื้อ” เด็กหนุ่มครางลั่น ปล่อยอากาศในร่างจนหมดเมื่อกระสุนบางนัดเฉียดโดนเข้าที่แขน หยาดเลือดสีแดงไหลออกจากแผ่นนั้น มันดึงดูดฉลามที่ใกล้จะถอดใจไปกินซากพ่อแม่เขา วินาทีนั้นความตายใกล้เข้ามาหา

ฉลามมากมายจับจ้องเขาเป็นตาเดียว ผลัดเวียนเข้ามาใกล้

“อื้อออ!” หัวใจเต้นรัวเร็วเมื่อเห็นว่าฟันของมันแหลมคมเพียงไหน อากาศเขากำลังจะหมด ตัวเขากำลังจะตาย นาทีนั้นเขาอยากจะถีบตัวเองขึ้นไปสู่ผิวน้ำ แต่ก็มั่นใจว่ายังไงก็คงไม่รอด

และในเมื่อทางตายมีสอง เขาจะดิ้นรนไปหาทางตายอื่นทำไม

สุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี

กึด !

ฉลามตัวหนึ่งว่ายมาชนเขา เกือบจะกัดแขนเขาแล้วถ้าไม่หลบหนี มีหลายตัวเริ่มเข้ามาใกล้เข้ามากขึ้นทำให้ความกลัวพุ่งสูงจนน้ำตาไหล ถึงจะอยากตายตามพ่อแม่ไปแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าใจนี่หวาดหวั่น เขานึกถึงช่วงเวลาที่เคยมีร่วมกัน

ช่วงเวลาที่พ่อแม่เขายังกอดปลอบแล้วบอกว่าไม่เป็นไร

‘เจ็บนิดเดียวเท่านั้นแหละโซล เดี๋ยวมันก็หาย’

‘อดทนนะลูก’

‘เดี๋ยวก็หายแล้ว’

นึกถึงคำพ่อแม่ที่เคยปลอบไว้ รอยยิ้มในวันสุดท้ายถูกแทนที่ด้วยภาพของอสูรกายที่พุ่งเข้ามา วินาทีนั้นเด็กหนุ่มรู้ดีว่าเขาคงไม่รอด ความเหนื่อยอ่อนจากคนที่โดนยิงและทำร้ายก่อนหน้านี้ทำให้เขาเริ่มหมดแรงที่จะว่ายต่อ

กายเล็กเริ่มร่วงสู่ความมืด มีความหนาวเย็นโอบกอดเอาไว้

ชีพจรเริ่มถูกทำลายแทนที่ด้วยภาพสุดท้าย...

ภาพของฉลามตัวใหญ่ที่อ้าปากกลืนกินเขาไปทั้งตัว

#ฉลามคลั่งรัก

ความคิดเห็น