Kaph Mocoon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Episode 18 Part Invidia

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 18

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 00:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 18 Part Invidia
แบบอักษร

SALIGIA, the Troops of Sins

Episode 18: Era

Part Invidia

 

นับตั้งแต่หลายพันปีก่อน มนุษย์เริ่มที่จะมีการนำระบบวันและเวลามาใช้อย่างเป็นทางการเพื่อทำให้ดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ระบบการนับปีในจักรวาลนี้ จะเรียกว่า "Main Era" หรือย่อว่า ME โดยจะเริ่มนับตั้งแต่ 1 ME1 ไปจนถึง 1,000,000 ME1 เมื่อครบหนึ่งล้านปี ในปีถัดไปจะนับเป็น 1 ME2 แทน เป็นการบ่งบอกว่าเข้าสู่ Main Era ที่สอง 

 

สำหรับการนับเวลานั้น ใน Main World และดาวอื่นๆที่มีการลงทะเบียนอย่างเป็นทางการโดย "องค์กรดวงดาวแห่งจักรวาล" เรียบร้อยแล้ว จะใช้ระบบการแบ่งโซนเวลาแบบเดียวกันหมด โดยจะแบ่งโซนเวลาออกเป็น 24 โซนตั้งแต่ UTC-11 ไปจนถึง UTC+12 ซึ่งสถานที่ที่สำคัญที่สุดในดาวดวงนั้นๆ จะถูกกำหนดให้เป็นโซนเวลา UTC+0 หรือเรียกอีกอย่างว่า "โซนเวลาสากลจักรวาล" ในกรณีของ Main World สถานที่ที่อยู่ในโซน UTC+0 คือเมืองซิมโฟเนียนั่นเอง 

 

[17 สิงหาคม 3045 ME1, 20:00 น. (เวลาท้องถิ่น 10:00 น.), ทวีปแห่งหมอก] 

 

การมาเยือนทวีปแห่งหมอกครั้งนี้ของ Cynra Limestone นับว่าเป็นการมาที่แตกต่างไปจากครั้งก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด นั่นเพราะตลอดการเดินทางในครั้งนี้เธอมีเพื่อนร่วมทางถึงสองคนด้วยกัน ทำให้เธอรู้สึกสนุกสนานกับการเดินทางตลอดเส้นทาง แต่สำหรับรุรุอิและกาก4 คนทั้งสองไม่ได้ถึงกับรู้สึกสนุกสักเท่าไรนัก หลักๆเลยคือการจะเดินทางไปจนถึงซากปรักหักพังใจกลางทวีปนั้นค่อนข้างใช้เวลานาน ทำให้ทั้งสองคนต้องบริหารเสบียงอย่างระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นอาจจะอดตายได้เลยทีเดียว อีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากครั้งก่อนคือในครั้งนี้กาก4 เตรียมรถมาด้วย รถคันนี้เป็นรถที่ใช้เทคโนโลยีในการย่อส่วนทำให้พกพาไปที่ไหนก็ได้ เมื่อจะใช้งานก็สามารถขยายกลับเป็นขนาดปกติได้ทันที ซึ่งนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เพราะการใช้รถนั้นช่วยร่นระยะเวลาได้มาก 

 

(8 วันต่อมา, 25 สิงหาคม 3045 ME1, 14:20 น. (เวลาท้องถิ่น 6:20 น.)) 

 

หลังจากผ่านการเดินทางมากว่าสัปดาห์เต็ม ในที่สุด Cynra และพรรคพวกก็เดินทางมาถึงซากปรักหักพังที่ตั้งอยู่ใจกลางของทวีปแห่งหมอกได้สำเร็จ เมื่อมาถึง Cynra ก็บอกให้กาก4 และรุรุอิออกสำรวจซากปรักหักพังโดยละเอียดทันที ครั้งนี้เธอมั่นใจมากว่าจะต้องค้นพบเมืองใต้ดินอย่างแน่นอน ด้วยความที่ทั้งกาก4 และรุรุอิเป็นคนฉลาด ทำให้ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็ค้นพบจุดที่น่าสงสัย คล้ายกับจะเป็นทางลงไปใต้ดินของซากปรักหักพัง 

 

"ท่าน Limestone ครับ พวกผมคิดว่าเจอจุดที่น่าสงสัยแล้วล่ะครับ ท่านลองดูพื้นตรงนี้สิครับ ถ้ามองเผินๆอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่พอผมลองใช้ไฟฉายส่องดู จะเห็นความแปลกประหลาดคือพื้นตรงนี้จะมีแสงสีเขียวๆปรากฏขึ้นมา ถ้าเป็นคนทั่วไปแทบจะไม่มีทางสังเกตเห็นได้เลย ผมคิดว่านี่แหละครับทางลงใต้ดินที่พวกเราตามหากันอยู่ ปัญหาต่อไปคือจะเปิดทางลงไปยังไงนี่ล่ะครับ" กาก4 อธิบายให้ Cynra เข้าใจได้อย่างชัดเจน ตัว Cynra เองก็รู้สึกเห็นด้วยว่าจุดนี้ต้องเป็นทางลงไปใต้ดินแน่นอน และด้วยความตื่นเต้น เธอไม่คิดจะรอให้กาก4 ค้นหาวิธีการเปิดทางลง เธอใช้ศาสตร์มืดของเธอในการทำลายพื้นตรงนี้ทิ้งทันที จากนั้นทั้งสามคนก็ลงไปใต้ดิน 

 

[25 สิงหาคม 3045 ME1, 14:27 น. (เวลาท้องถิ่น 6:27 น.), บริเวณใต้ดินของซากปรักหักพัง] 

 

เมื่อทุกคนลงมาถึงที่นี่ก็ค้นพบว่าที่นี่ถูกสร้างมาอย่างดี ลักษณะสถานที่อาจจะดูมีความเก่าแก่อยู่บ้าง แต่เห็นได้ชัดว่ามีการวางคบเพลิงติดไว้ตลอดทาง เป็นหลักฐานบ่งบอกได้อย่างดีว่าน่าจะยังมีคนอาศัยอยู่ Cynra รู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะทนไม่ไหว เธอรีบออกเดินนำหน้าคนอื่นไปอย่างรวดเร็วจนในที่สุดเธอก็เดินไปถึงจุดที่มีลักษณะเหมือนกับห้องโถง ในห้องนั้นเธอได้พบกับสิ่งมีชีวิตจำนวนราวๆ 10 ชีวิต แต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจคือสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเผ่าพันธุ์ต่างดาวหน้าตาแปลกประหลาด ดูแล้วให้ความรู้สึกว่าต้องเป็นศัตรูอย่างแน่นอน 

 

"พวกนายเป็นตัวอะไรน่ะ เข้าใจภาษาคนไหม พวกนายเป็นเจ้าของที่นี่รึ" Cynra ชวนเหล่ามนุษย์ต่างดาวพูดคุยด้วยความสบายใจ เป็นการแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้เกรงกลัวพวกนี้เลยสักนิด อย่างไรก็ตาม เธอก็ต้องผิดหวังเพราะสิ่งเดียวที่มนุษย์ต่างดาวกลุ่มนี้ทำได้คือการส่งเสียงร้องประหลาดๆออกมา ในที่สุดพวกมันก็หันมาหา Cynra และทำท่าว่าจะเข้ามาจู่โจมใส่เธอ 

 

"อะไรกันล่ะเนี่ย น่าเสียดาย สรุปแล้วพวกนายไม่เข้าใจภาษาคนจริงๆสินะ แถมไอ้ท่าทางที่เหมือนจะข่มขู่นี่มันอะไรน่ะ ช่วยไม่ได้ ถ้าไม่คิดจะเป็นเพื่อนกัน ก็คงต้องกำจัดทิ้งล่ะนะ จริงสิ ครั้งนี้ใช้เจ้านี่สักหน่อยดีกว่า" Cynra แสดงความเสียดายที่ไม่สามารถคุยกับมนุษย์ต่างดาวกลุ่มนี้ได้ เธอจึงตัดสินใจที่จะกำจัดพวกมันทิ้งแทน ด้วยความที่ Cynra เป็นถึงสุดยอดผู้ใช้วิชาศาสตร์มืด เธอจึงมีอุปกรณ์เกี่ยวกับศาสตร์มืดอยู่มากมาย ในการต่อสู้แต่ละครั้งเธอจะเลือกใช้งานสิ่งของเหล่านี้แตกต่างกันออกไปตามสถานการณ์และอารมณ์ในขณะนั้น โดยอุปกรณ์ที่เธอเลือกใช้ในครั้งนี้คือหนึ่งในอุปกรณ์โปรดของเธอที่ถูกเรียกว่าหนังสือต้องห้ามแห่งศาสตร์มืด เป็นหนังสือที่จะรวบรวมภาพการทำร้ายร่างกายคนด้วยวิธีการต่างๆมากมาย วิธีใช้งานคือ Cynra จะเลือกเปิดหน้าหนังสือหน้าใดหน้าหนึ่งที่เธออยากใช้งาน จากนั้นเธอจะยิงพลังศาสตร์มืดออกมาจากหนังสือหน้านั้น หากยิงโดนเป้าหมาย เป้าหมายดังกล่าวจะถูกจู่โจมแบบเดียวกับภาพที่ปรากฏในหนังสือหน้าที่ Cynra เลือกใช้งาน 

 

"เอาล่ะ สำหรับพวกพูดจาไม่รู้เรื่องอย่างพวกนาย ต้องเจอแบบไหนดีนะ ตัดสินใจได้ละ เอาเป็นหน้านี้ละกัน" Cynra เลือกเปิดหนังสือไปหน้าที่เป็นภาพของคนที่กำลังถูกเข็มจำนวนมหาศาลเข้าทิ่มแทงทั่วร่าง จากนั้นเธอจึงยิงคำสาปจากหนังสือเข้าใส่เหล่ามนุษย์ต่างดาวทั้งหมดพร้อมกันในทีเดียว 

 

"เฮ้อ ท่าน Limestone นี่รีบจริงๆเลยนะ แต่สุดท้ายก็ตามทันจนได้" รุรุอิพูดกับกาก4 เมื่อเธอมองเห็นตัว Cynra ยืนอยู่ตรงบริเวณห้องโถงด้านหน้า 

 

"เฮ่ย เดี๋ยวก่อนรุรุอิ หยุดก่อน อย่าเดินเข้าไปตอนนี้เด็ดขาด" กาก4 ตะโกนบอกให้รุรุอิหยุดทันที ตัวเขาเองเป็นคนที่มีโอกาสได้ไปไหนมาไหนกับ Cynra บ่อยที่สุด เขาจึงรู้จักหนังสือของ Cynra เป็นอย่างดี ครั้งหนึ่งในอดีตเขาเคยเห็น Cynra เรียกใช้งานหนังสือเล่มนี้ด้วยความหงุดหงิด ทำให้ผู้คนในบริเวณต่างก็ได้รับผลจากคำสาป ภาพที่กาก4 เห็นในเวลาต่อมาคือภาพที่ผู้คนทั้งหมดถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมด้วยคำสาปอันรุนแรงจากหนังสือต้องห้ามเล่มดังกล่าว 

 

หลังจากเหล่ามนุษย์ต่างดาวถูกโจมตีด้วยคำสาปจากหนังสือต้องห้ามเข้าไป สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกมันในเวลาต่อมาคือร่างกายของพวกมันเริ่มมีรูเล็กๆจำนวนมากปรากฏออกมาทั่วร่างราวกับกำลังถูกเข็มจำนวนมหาศาลทิ่มแทงใส่ร่างกาย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ตรงกับภาพจากหน้าหนังสือที่ Cynra เลือกใช้งาน และแล้วเหล่ามนุษย์ต่างดาวก็จบชีวิตลง เมื่อ Cynra เห็นว่าไม่มีศัตรูเหลือแล้ว เธอจึงปิดหนังสือและเก็บมันกลับไป สำหรับอุปกรณ์คำสาปทั้งหมดของ Cynra นั้น เป็นอุปกรณ์ที่เธอสร้างขึ้นจากพลังแห่งศาสตร์มืดของตัวเธอเองล้วนๆ ทำให้เวลาเรียกใช้งานหรือเวลาเลิกใช้งาน เธอสามารถใช้พลังแห่งศาสตร์มืดในการเสกสิ่งของเหล่านี้ออกมาหรือทำให้หายไปได้อย่างง่ายดาย จากนั้น Cynra ก็ชวนให้ผู้ร่วมทางทั้งสองคนของเธอออกเดินกันต่อ 

 

(15 นาทีต่อมา, 25 สิงหาคม 3045 ME1, 14:53 น. (เวลาท้องถิ่น 6:53 น.)) 

 

และแล้ว Cynra และพรรคพวกก็เดินทางมาถึงใจกลางของเมืองใต้ดิน ที่นี่เป็นเมืองขนาดใหญ่พอประมาณ สิ่งก่อสร้างค่อนข้างมีความโบราณให้ความรู้สึกเหมือนเป็นอารยธรรมเก่าแก่ จากจุดที่ Cynra อยู่สามารถมองเห็นภาพกว้างๆของเมืองใต้ดินได้ชัดเจน เธอมองเห็นทั้งแสงไฟมากมายและสิ่งมีชีวิตมากมาย ทั้งที่เป็นเผ่าพันธุ์ต่างดาวและมนุษย์ ความตื่นเต้นของเธอที่มีมากอยู่แล้วในตอนนี้ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีกขั้น เธอรีบชวนพรรคพวกทั้งสองคนลงไปเดินสำรวจในตัวเมืองทันที 

 

นับตั้งแต่ก้าวแรกที่ Cynra และพรรคพวกเดินลงไปถึงในตัวเมือง เหล่ามนุษย์ต่างดาวที่อยู่ในเมืองก็บุกเข้ามารุมโจมตีทันที แต่ในครั้งนี้รุรุอิและกาก4 ร่วมต่อสู้กับ Cynra ด้วย โดยที่ทั้งสองคนขอแยกตัวไปสู้อีกจุดหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้โดนลูกหลงจากคำสาปของ Cynra ส่วนทางด้าน Cynra ยังคงเรียกใช้หนังสือต้องห้ามอีกครั้งหนึ่งเพื่อกำจัดเหล่ามนุษย์ต่างดาวที่ในครั้งนี้มีจำนวนเยอะกว่าในห้องโถงตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยความที่มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมาย ทำให้พวกมันถูกกำจัดอย่างรวดเร็ว 

 

(20 นาทีต่อมา, 25 สิงหาคม 3045 ME1, 15:13 น. (เวลาท้องถิ่น 7:13 น.)) 

 

"กระจอกจริงๆเลยเจ้าพวกนี้ เท่านี้ก็หมดสักที เอาละ พวกเราไปลองคุยกับชาวเมืองที่เหลือดีกว่า" Cynra ชวนกาก4 และรุรุอิไปลองพูดคุยกับมนุษย์ที่อยู่ในเมืองนี้เผื่อว่าจะได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับที่นี่มากขึ้น แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ไปตามหา เหล่าคนที่อยู่ที่นี่กลับเป็นฝ่ายพากันปรากฏตัวออกมาและเดินเข้ามาหาเธอด้วยตัวเอง 

 

"ขอบคุณพวกท่านมากจริงๆ พวกท่านเป็นใครกันอย่างงั้นหรือครับ ถ้าไม่มีพวกท่าน พวกเราคงต้องถูกใช้งานไปจนตายอยู่ที่นี่แน่นอน ขอบคุณพวกท่านจริงๆ บุญคุณครั้งนี้จะไม่มีวันลืม" ชายวัย 40 กว่าๆคนหนึ่งพูดแสดงความขอบคุณต่อ Cynra และพรรคพวก นั่นทำให้ Cynra สงสัยว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอจึงให้ชายคนนี้ได้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น 

 

"พวกเราที่อยู่ที่นี่ต่างก็เป็นแค่มนุษย์ปกตินี่ล่ะครับ พวกเราใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ แต่ก็โชคร้ายถูกพวกสัตว์ประหลาดพวกนี้ลักพาตัวมา แล้วพวกมันก็บังคับให้พวกเราทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย หลายๆคนที่ไม่ไหวก็ตายกันไปเยอะ นี่ถ้าไม่ได้พวกท่าน พวกเราที่เหลือก็คงตายกันหมด" ชายวัย 40 อธิบายในสิ่งที่ Cynra สงสัย 

 

"แล้วพวกนายรู้ไหมว่าพวกมันมีแผนอะไร กำลังทำอะไรอยู่ แล้วหัวหน้าพวกมันล่ะ พวกนายเคยเห็นหน้าค่าตามันบ้างไหม" Cynra เริ่มตั้งคำถามเพิ่มมากขึ้น แต่ก่อนที่ชายคนเดิมจะทันได้พูดอะไรต่อ ก็มีภาพถูกฉายขึ้นจอขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ในบริเวณนั้น ภาพที่ฉายขึ้นมาคือภาพของชายหนุ่มใส่แว่นหน้าตาดีคนหนึ่ง 

 

"หึหึหึ ไม่ต้องถามเจ้าพวกนั้นให้เสียเวลาหรอกคุณ Limestone ผมนี่ล่ะคือหัวหน้าใหญ่ของที่นี่ สำหรับคำถามที่คุณถาม ผมยังไม่สามารถบอกได้ว่าพวกเรามีแผนอะไรและพวกเราเป็นใคร สิ่งเดียวที่ผมบอกได้ในตอนนี้คือในอนาคตอันใกล้นี้ พวกคุณจะได้เจอกับพวกผมอีกอย่างแน่นอน อ้อ แต่นั่นหมายถึงว่าถ้าพวกคุณรอดไปจากที่นี่ได้ล่ะนะ ฮ่าๆๆๆๆ" ชายใส่แว่นตอบคำถามของ Cynra เพียงแค่ว่าเขาคือหัวหน้าใหญ่ของที่นี่เท่านั้น เรื่องที่เหลือยังคงเป็นปริศนาอยู่ และเขาทิ้งท้ายด้วยการบอกเป็นนัยว่า Cynra จะไม่สามารถรอดออกไปจากที่นี่ได้ 

 

"หนอย มันเป็นใครกันนะ คนอุตส่าห์ถามดีๆ ตอบมาได้ค้างคาใจจริงๆ แถมยังมีการมาขู่ฉันอีกว่าจะไม่รอดไปจากที่นี่ หือ เดี๋ยวก่อน นั่นมัน..." Cynra แสดงอาการโวยวายเล็กน้อยหลังจากที่ชายใส่แว่นทิ้งท้ายไว้แบบค้างคา แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ในตอนนี้ทั่วทั้งเมืองใต้ดินเกิดระเบิดครั้งรุนแรง ซึ่งระเบิดเหล่านี้ถูกติดตั้งเอาไว้โดยฝีมือของชายใส่แว่นและพรรคพวกที่ตอนนี้ได้หนีออกไปจากที่นี่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง เขารับรู้ตั้งแต่หลายวันก่อนแล้วผ่านทางกล้องวงจรที่แอบติดตั้งเอาไว้อย่างลับๆว่า Cynra กำลังกลับมาที่นี่อีกครั้ง ด้วยความรอบคอบของชายใส่แว่น เขาจึงสั่งเหล่าลูกน้องให้ติดตั้งระเบิดให้ทั่วเมืองใต้ดินและรีบขึ้นยานหนีออกไปนอกโลกพร้อมกับอาวุธชิ้นสำคัญที่บังคับให้ผู้คนที่ถูกลักพาตัวมาช่วยกันสร้างมาตลอดหลายปี 

 

(16 นาทีต่อมา, 25 สิงหาคม 3045 ME1, 15:29 น. (เวลาท้องถิ่น 7:29 น.)) 

 

กระแสน้ำพุ่งทะลุจากใต้ดินขึ้นมา ภายในนั้นคือรุรุอิ ผู้ใช้ Theme ในการควบคุมน้ำ Cynra และกาก4 เมื่อกลับขึ้นมาถึงพื้นดิน รุรุอิจึงคลายม่านป้องกันน้ำออก ย้อนกลับไปในตอนที่เกิดระเบิด ไม่ใช่แค่ Cynra ที่เอะใจได้ทันเวลา รุรุอิและกาก4 เองก็เอะใจเช่นกัน แต่ก็เป็นรุรุอิที่ใช้ม่านป้องกันน้ำห่อหุ้มร่างของทั้งสามคนเอาไว้และพาทุกคนกลับขึ้นมาบนพื้นดินอีกครั้ง 

 

"กาก4 รีบขับรถพาฉันกลับด่วนที่สุด ฉันจะไปหาหัวหน้า เรื่องที่เจอคราวนี้ ฉันจะไม่ยอมให้มันจบแค่นี้แน่" Cynra ที่กำลังโมโหบอกให้กาก4 รีบขับรถพาเธอกลับไปให้ไวที่สุดเพื่อที่เธอจะได้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับชายใส่แว่นเพิ่มเติมก่อนที่จะออกตามล่าตัวชายใส่แว่นต่อไป 

 

The End

 

[Credit]

 

Writer: Kaph Mocoon

 

Original Idea: Kaph Mocoon

 

Illustrator: Digital Art 278​

 

Cast:

 

- Cynra Limestone, the Master of Dark Art

ความคิดเห็น

}