aiaeaaiaea

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เพราะนายคือของฉัน : 19

ชื่อตอน : เพราะนายคือของฉัน : 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2562 23:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพราะนายคือของฉัน : 19
แบบอักษร

เพราะนายคือของฉัน [ll] : 19



“เมื่อคืนหนักล่ะสิ” มะยมทักผมพร้อมกับวางกาแฟร้านสะดวกซื้อไว้ตรงหน้า “กินสิ เผื่อจะดีขึ้น”


“ขอบใจนะ” ตอนนี้ปวดหัวสุดๆ เหมือนมีคนเอาลูกตุ้มมาถ่วงเอาไว้


“ไปฉลองอะไรกันวะ ถึงได้หนักขนาดนี้” คนถามจิ้มไส้กรอกเข้าปากพลางเคี้ยวตุ้ยๆ “ปกติกูไม่เห็นมึงเมา”


“พูดอย่างกับเคยไปแดกเหล้าด้วยกัน” ผมขัดขึ้นพลางยกกาแฟขึ้นดื่ม “ปกติกูกินเบียร์ก็ไม่เคยเมาขนาดนี้ ไม่รู้ไปกินอะไรแสลง ถึงได้เมา” อันนี้ก็โคตรงง ผมกินเบียร์เป็นลังก็ยังไม่หนักขนาดนี้ 


“กินแสลงหรือคออ่อนเอาให้แน่” 


มีหยามว่ะ 


“ฉายากู ทองแดงยังเรียกพ่อเว้ย”


“ทองแดงเรียกพ่อ? นี่มึงมีลูกแล้วเหรอ”


“เออ มีแล้ว สองลูก พอใจยัง”


ต่อมุกให้จนมะยมหัวเราะงอหงาย ผมสะบัดศีรษะอยู่หลายรอบให้หายมึน แต่สะบัดแรงมากก็ไม่ได้เพราะคอเคล็ด สงสัยจะนอนดิ้นจนตกโซฟา เพราะผมจำได้ว่า ตอนเมาผมยังนอนอยู่บนโซฟาอยู่เลย ตอนเช้าลงมากองที่พื้นเฉย แถมเจ้าของห้องไม่ออกมาดูดำดูดีแขกเลย ใจดำชะมัด


“กินไส้กรอกป่ะ?” 


“ขอบใจ อีเหี้ย” 


ที่ด่าก็เพราะมันเหลือแค่น้ำจิ้มให้ ไส้กรอกไม่มีเหลือ นับวันน้ำใจยิ่งลด ที่จริงแล้วมะยมแก่กว่าผมหนึ่งปี แต่เพราะดรอปไป เลยเรียนช้ากว่าคนอื่น ถามว่าดรอปไปไหน ไม่ใช่เรียนไม่เก่ง แต่เพราะอยากไปเที่ยวรอบโลกกับแฟน โคตรจะอินดี้ ผมนี้ยกนิ้วโป้งให้เลย 


“ถ้าฝึกจบแล้ว กูคงคิดถึงปากหมาๆ ของมึงแน่เลย” 


“ในปากมึงก็มีมะยม” 


“มันไม่เหมือนกัน ของกูร็อตไวเลอร์ แต่ของมึงมันพุดเดิ้ล”


“เปรียบซะกูน่ารักเชียว” 


“น่ารำคาญต่างหาก หมาอะไรแม่งขี้เห่าสัด”


“ขี้เห่านี่เหมือนขี้เอาหรือเปล่าวะ”


“ไอ้สัด”


ผมหัวเราะหลังจากปล่อยมุกควายๆ ไป แต่ก็ทำให้มะยมยิ้มออกมา จะว่าไปก็รู้สึกโหวงๆ เหมือนกัน นี่ขนาดเพิ่งรู้จักนะ แล้วพวกที่เรียนมาด้วยกันอย่างพวกไอ้สักล่ะ คิดแล้วก็ใจหาย...หายไปเลย หายไปในอากาศ ลอยไปกับสายลม ไปสู่ความเหงา...เชี่ย มันได้





จากที่คิดว่าจะไม่โศก ไม่ดราม่า สุดท้ายก็เป็นอยู่ดี เมื่อการฝึกงานเดินทางมาถึงวันสุดท้าย ผมยกมือไหว้ครูในโรงเรียนทุกคน เจ้าของที่ใจดีซื้อขนมมาฝากตลอด พี่ที่หน้าเคาร์เตอร์ที่หาเรื่องดารา นักร้องมาเล่าสู่กันฟัง รวมทั้งมะยม เพื่อนผู้หญิงที่คบไปคบมานึกว่าผู้ชาย นี่ถ้ามันไม่มีแฟนเป็นผู้ชายละก็ ผมคงคิดว่าชอบผู้หญิงด้วยกันแหง แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือเด็กๆ ที่ผมอยู่ดูแลตั้งแต่แรก แม้บางคนจะจบคลาสไป แต่คนเก่าๆ หรือคนใหม่ๆ ก็รู้สึกผูกพันอยู่ดี 


“พี่ฝึกงานเสร็จแล้วจริงๆ เหรอ” เด็กอ้วนถามพลางเบ้ปากคล้ายจะร้องไห้ ผมยื่นมือไปขยี้ศีรษะอย่างเอ็นดู 


“ร้องไห้เดี๋ยวไม่หล่อนะ” ปลอบไป เด็กอ้วนก็รีบยกมือปาดน้ำตาที่ไหลลงมาหลังจากผมทัก “ขี้แยว่ะ”


“ไม่ได้ขี้แย” 


“เชื่อ”


“ขอเฟซบุ๊กของพี่หน่อย” 


“ตัวแค่นี้มีเฟซบุ๊กด้วยเหรอ”


“แน่นอน ถึงเด็กแต่ก็ทันสมัย” 


“ทันสมัยหรือแก่แดด”


ขำกับความน่ารักแบบกวนๆ ของเด็กอ้วนไป และไม่ลืมรับเป็นเพื่อน ถึงแม้ผมจะไม่ค่อยอัพเดตอะไร เพราะเอาไว้แค่ส่องชีวิตเพื่อนๆ แต่จำนวนเพื่อนผมก็เยอะนะ รู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง ก็เอาตามคนที่แอดเพื่อนมาสบายใจ


“ถ้ามึงว่าง ไปช่วยกูตัดโมที่มหาลัยด้วยนะ” มะยมเข้ามากอดผมส่งท้าย “ถ้ามึงไป เดี๋ยวกูแนะนำผู้ชายหล่อๆ รวยๆ ให้”


“ขอบใจ แต่ไม่ต้องหาเรื่องให้กู” ตบหลังเพื่อนต่างมหาลัยไป มะยมรู้ครับว่าผมมีแฟนเป็นผู้ชาย ตอนผมบอกพร้อมเอารูปพี่โชให้ดู เธอโวยวายเป็นบ้าเป็นหลังบอกเสียดาย ก็นะ คนมันหน้าตาดี ก็ต้องได้แบบดีๆ (เรื่องอวยตัวเองขอให้บอก) “ไว้เดี๋ยวนัดแดกเหล้ากัน”


“กูต้องคิดถึงมึงแน่ๆ เลย”


“อย่าดราม่าเว้ย เดี๋ยวกูร้องไห้ไปด้วย” ตอนนี้มะยมร้องแล้วครับ น้ำตาไหลพรากเลย 


“เพื่อนที่มหาลัยกูยังไม่สนิทเท่านี้อีกลอย” 


“ก็กูมันนิสัยดีเหมือนหน้าตา”


“เออ”


“พวกน้องอย่าลืมแวะมาหาพี่ๆ บ้างนะ”


“ขอบคุณที่ดูแลพวกผมครับ”


ค่ำคืนสุดท้ายที่จะได้ฝึกงานมันช่างแตกต่างจากวันแรกที่เข้ามา ความผูกพันกับทุกอย่างมันค่อยๆ เพิ่มเติม แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็รู้สึกอบอุ่น ความจริงใจจากทุกคน แม้แต่เด็กหรือพี่ๆ ลุงๆ ป้าๆ ที่มาเรียน ล้วนแล้วแต่ทำให้ที่นี่อบอุ่นเป็นกันเอง ว่าจะไม่ดราม่าแล้วนะ แต่น้ำตามะยมทำเอาผมน้ำตาคลอ


เปล่าขี้แยนะ แค่ฝุ่นมันเข้าตาเฉยๆ




***


พอผ่านช่วงฝึกงานมาได้ ก็ถึงเวลาปั่นงานเฮือกสุดท้าย ไอ้สักกลับมาจากต่างจังหวัดหนวดครึ้มเชียว แต่ก็เท่ตามความติสของมัน และที่สำคัญ มันยังช่วยผมปั่นงานด้วย โคตรหล่อ แถมยังโคตรใจดี นี่ผมเรียนจบได้ ต้องยกเป็นความดีความชอบให้แก่คุณเขาเลยนะครับ ต้องพาไปเลี้ยงเหล้าเป็นการตอบแทนซะแล้ว 


แต่เลี้ยงเหล้า เท่ากับแช่งหรือเปล่าวะ งั้นพาไปเลี้ยงข้าวก็พอ


“ไอ้เหี้ย ไม่น่าเชื่อว่าพวกเราจะจบกันแล้วสัด” ไอ้เคแหกปากอยู่ใต้ตึก หลังจากกำหนดการส่งงานชิ้นสุดท้ายจบลง


“ก็จริง แม้พวกที่เหลือรอด จะน้อยกว่าตอนเข้ามาก็เถอะ” ไอ้ต๋องรีบเสริม แถมยังตีเนียนล้วงขนมในถุงของไอ้ทูอีก “แล้วนี่ พวกเราต้องทำยังไงต่อวะ”


“ก็ไปทำเรื่องจบที่สโมไง ตื่นเต้นว่ะ กูเรียนจบสี่ปีได้ แม่กูต้องภูมิใจ”


“แม่มึงคงภูมิใจจริงๆ แหละ ที่ส่งควายเรียนจบได้” แล้วผมก็ได้ฝ่ามือเน้นๆ ของไอ้เคเข้าเต็มหัว “แล้วคืนนี้ไปฉลองที่ไหนดีวะ” 


“เรียนจบก็คิดแต่เรื่องแดกเหล้านะมึงไอ้กลอย ผัวไม่อยู่นี่ทำซ่าส์ตลอด” 


“ไอ้เหี้ย” สาดสัตว์โลกผู้น่ารักให้เพื่อนเรียงตัว โทษฐานที่หัวเราะเยาะความป๊อด เอ๊ย ความเกรงใจของผมที่มีต่อพี่โช มันก็ถูกแล้วไง เราต้องมีความเกรงใจให้กับคนที่เรารัก นี่ผมไม่ได้แถนะ พูดความจริงล้วนๆ


“งั้นคืนนี้ไนท์คลับแถวXXX นะเว้ย” ไอ้สักนัดแนะ พลางโชว์บัตรวีไอพีสีดำเคลือบทอง 


“เชี่ย มึงได้เป็นสมาชิกวีไอพีเลยเหรอวะ” ไอ้เคทำตาโตไม่ต่างจากผมหรือไอ้ทู ไอ้ต๋องเลย “มึงทำไงให้ได้วะ” 


“พี่ที่กูรู้จักตอนไปฝึกงาน เขาสนิทกับเจ้าของ เลยเอาบัตรมาให้” ได้ทีอวดใหญ่ แถมยืดอีกต่างหาก


“เขาสงสารที่มึงได้บัตรสมาชิกปลายแถวหรือเปล่าวะ” 


“อิจฉากูละสิไอ้กลอย ถึงพูดแบบนี้” 


ได้แต่ทำปากขมุบขมิบด่าในใจ แม้จะอิจฉาอย่างที่มันพูดก็เถอะ แต่ก็มีบางเรื่องที่พี่ป๋อ ณัฐวุฒิมาก ไม่ฮาเหรอ เอาใหม่ คัทๆ คือผมหมายถึง มีบางเรื่องที่สะกิดใจอยู่เล็กน้อย แต่ก็มองข้ามมันไป ไม่อยากให้เพื่อนที่กำลังคึกคักอยู่รู้สึกไม่ดีไปด้วย อย่างน้อยคืนนี้ ผมจะได้เมา ต้องร่าเริงสิ จะเมาโว้ย


แต่ก่อนจะเมาคืนนี้ ผมก็กลับบ้านไปหาแม่ ซื้อของไปให้ พร้อมกับไหว้ขอบคุณแม่ที่ส่งเสียเลี้ยงดูผมอย่างดี แม้ผมจะเกเร แต่แม่ก็ไม่เคยไล่ผมออกจากบ้าน ถามว่าแม่เคยตี เคยด่าไหม ตอบเลยว่าบ่อยมาก แต่แม่จะมีเหตุผลทุกครั้งว่าทำไมถึงต้องตี ต้องด่า หลายครั้งที่พี่กิ่งขอให้ทำโทษตัวเองด้วย สาเหตุเพราะเป็นพี่ไม่ดูแลน้องให้ดี ผมโคตรซึ้งใจ อาจจะเห็นว่าเราเถียงกัน ทะเลาะกันบ่อย ที่จริง ผมโคตรรักพี่สาวผมเลย 


“แล้วคืนนี้จะนอนกับแม่ไหม” แม่ถามขณะที่ถูกผมนวดไหล่คลายเส้นให้ นี่ขนาดพี่โชหาคนมาช่วยทำงานให้แล้วนะ แม่ผมยังแอบทำงานอยู่เลย คงเพราะเคยชิน ไม่ทำก็เหงา “ว่าไง”


“คือกลอย...”


“เริ่มต้นมาแบบนี้ จะไปกินเหล้าใช่ไหม”


“แม่รู้ทันตลอดเลย” 


รีบยิ้มประจบพลางโอบร่างอวบอัดของแม่ด้วยความรัก ผมชอบอ้อนแม่นะ ไม่อายลูกค้าที่มานั่งกินข้าวในร้านด้วย แอบเห็นบางคนยิ้มบางคนหัวเราะ แต่ผมก็จะทำ รักแม่นี่นา 


“ถ้ารู้ไม่ทัน ก็ไม่ใช่แม่ของกลอยสิ จริงไหม” ถูกแม่ดึงหูจนยาน...ว่าไปนั่น ดึงเบาๆ แหละครับ แต่ผมทำเป็นเจ็บร้องลั่นไปงั้น “เพลาๆ บ้างนะ กินเหล้าเนี่ย พี่เขาไม่อยู่ กินบ่อยล่ะสิ” 


“แม่ใส่ร้าย” ทำตาเลิ่กลั่กสุด ทำไมมีแต่คนรู้ทันผมอยู่เรื่อยเลย แค่แอบกินวันละกระป๋องเอง 


“พูดจริงทำเป็นรับไม่ได้นะเรา” แล้วก็โดนแม่หยิกแขนไปอีกที “ไปกินก็อย่ากลับดึก แล้วก็อย่าเมามาก เดี๋ยวถูกตำรวจจับ”  


 “กลอยนั่งรถไป ตัดปัญหาเมาแล้วขับแน่นอน” 


“ฉลาดนี่นา”


“แม่ด่ากลอยว่าโง่ยังดีกว่าอีก” 


“แม่ชมว่าฉลาดไม่ชอบเหรอ”


“กลอยรู้ว่าแม่ประชด” 


“อ่าวเหรอ นี่แม่ประชดเราเหรอ พึ่งรู้นะเนี่ย”


“แม่อะ”


หากใครสงสัยว่าผมได้ความกวนและยียวนนี้มาจากไหน ตอนนี้คงรู้แล้วใช่ไหม ว่าผมเหมือนใคร แม่ต้องถ่ายทอดความกวนผ่านพันธุกรรมมาแน่ๆ คล้ายๆ กับสไปเดอร์แมนหรือเปล่าวะ หรือผมจะมีใย ปิ้วๆ 


“แม่อย่าลืมกินวิตามินที่กลอยเอามาให้นะ พี่ชีสซื้อมาจากเมืองนอก ให้เอามาฝาก” ที่จริงผมก็จะซื้อให้เหมือนกัน แต่พี่ชีสตัดหน้าซื้อก่อนซะได้ “บำรุงเยอะๆ แล้วก็หยุดทำงานหนักด้วย คนงานก็มี”


“แม่ทำเองง่ายกว่า สั่งไปเดี๋ยวไม่ถูกใจอีก” 


“อำนาจมีก็หัดใช้บ้าง ชี้ๆ ก็พอ”


“คนมีอำนาจ ไม่จำเป็นต้องเผด็จการ คนเราจะเป็นเจ้าคน นายคนที่ดี ต้องมีเหตุผล รู้จักช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และต้องมีน้ำใจให้เขาก่อน”


“มันเกี่ยวกันตรงไหนแม่”


“ถ้าเราเป็นผู้นำที่ดี เขาก็จะตั้งใจทำงานให้เราอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เอะอะก็ใช้ เอะอะก็ด่า พอไม่ถูกใจก็ไล่ออก มันไม่ดี เอาใจเขา มาใส่ใจเรา ขนาดเราไม่ชอบ แล้วเขาจะชอบหรือ” 


“ปีหน้าแม่จะลงเลือกตั้งใช่ไหม เดี๋ยวกลอยช่วยกาบัตรให้” แล้วก็ถูกแม่หยิกเข้าที่แขนอีกรอบ โทษฐานกวนเกินเหตุ “แล้วพี่กิ่งจะกลับกี่โมง” 


“ถามหาทำไม คิดถึงเหรอ” ถามยังไม่จบ เจ้าของชื่อก็เดินเข้ามาพลางยกขาเตะข้อพับน่องผมอีก ทั้งที่ตัวเองสวมกระโปรงแท้ๆ “ไม่เห็นหัวเลยนะ”


“คนนะไม่ใช่กระสือ ที่จะมาแค่ตัว” เล่นมุกไป แต่ทุกคนกลับเงียบ...ปล่อยไปครับ มุกแป้กๆ แบบนี้อย่าไปสน “พี่ผิงซื้อขนมมาเหรอ น่ากิน” เข้าหาแฟนพี่กิ่งดีกว่า ใจดีกว่าตั้งเยอะ


“ไม่ต้องมาเนียน นี่ของแม่เว้ย อยากกินไปซื้อเอง” ถึงพี่กิ่งจะโวยวายแบบนั้น พี่ผิงก็ยื่นให้ผมอยู่ดี คนห้ามได้แต่มองค้อนเพราะไม่กล้าด่า 


คนไม่จริงนี่หว่า


ผมออกจากบ้านแม่ กลับมาที่คอนโดเพื่ออาบน้ำแต่งตัว ใกล้ถึงเวลานัดพวกเพื่อนแล้ว วันนี้จะขอเมาหัวราน้ำสักหน่อย รถก็ไม่ได้ขับเอง ดังนั้น ไม่ห่วงการกลับบ้านสักเท่าไหร่ ห่วงแค่จะมีพี่แท็กซี่คันไหนรับผมกลับมาแค่นั้น พอทุกอย่างเรียบร้อยก็ลงไปโบกรถ โชคดีเจอคันที่ใช่ตั้งแต่คันแรก เลยไปถึงตามเวลานัดเป๊ะ ตรงเวลากว่านาฬิกาก็ไอ้กลอยประเกรียนนี่แหละครับ (ปาดผมแบบเท่ๆ)


“โห เชี่ยกลอย ดูไม่รู้เลยว่าอยากแดกเหล้า มาก่อนใครเพื่อนสัด” ไอ้ทูเดินลงจากรถมาเท่ๆ แต่ไม่ได้ครึ่งของผมหรอก แค่รองเท้าผมก็กินขาดแล้วป่ะ...ขาดเป็นรูกว้างเลย น้ำตาจะไหล ไอ้ไม้ลูกชิ้นทำพิษมาก เดินผ่านดันเสียบเข้ารองเท้าเฉย ขาดเลย 


“แล้วนี่พี่เบมึงไม่ลงมากินด้วยกันเหรอ” ใช่ครับ ไอ้ทูมีสารถีมาส่งถึงที่ 


“เห็นว่ามีธุระ”


“มีธุระหรือมีกิ๊กเอาดีๆ”


“มึงนั่นแหละ จะเอาตีนหรือมือกูไอ้สัด” ไม่ว่าเปล่า มันยังง้างมือเตรียมตบหัวผมด้วย “แล้วพวกไอ้สักยังไม่มาเหรอ”


“นั่นไง แม่งตายยากสัดๆ” 


พูดถึงพวกเพื่อนผมก็ยกแก็งมากันสามคน สงสัยหารค่าแท็กซี่แหงๆ จากการเดินทางมาที่นี่วันนี้ของทุกคน เป็นเครื่องบ่งบอกถึงระดับการดื่มได้เป็นอย่างดี ว่าคืนนี้เมาเหมือนหมากันทุกคนแน่ เลยไม่มีใครขับรถมา เมาอย่างคนดี คืออย่าไปเป็นภาระให้แก่คนอื่นครับ หากเราไม่ตาย คนอื่นบนท้องถนนอาจจะตายได้


ดังนั้น เมาห้ามขับดีที่สุด


พอรวมตัวกันครบก็ถึงเวลาเคลื่อนพล ไอ้สักชูบัตรวีไอพีให้กับการ์ดหน้าร้าน ก่อนจะเดินนำอย่างเท่ๆ เข้าไปโซนวีไอพีชั้นล่าง ถึงแม้จะเป็นสมาชิกระดับวีไอพี ค่ามิกเซอร์ก็ไม่มีลดนะครับ จะว่าไปแพงกว่าครั้งแรกที่มาอีก


“แพงว่ะ” ไอ้ทูออกปากคนแรก ซึ่งทุกคนดูจะเห็นด้วย


“คราวนั้นถูกกว่านี้ตั้งห้าสิบบาท” ไอ้เคเสริม 


“หรือเพราะเป็นวีไอพีวะ” ผมออกความเห็น


“ถ้าใช่นี่คือข้อเสียสัดๆ” ไอ้ต๋องอยากพูดบ้าง ซึ่งก็ตรงใจทุกคน ยกเว้น..


“มึงก็ให้เขาหน่อย ที่ดีๆ แบบนี้ดีกว่าไปแย่งโต๊ะ แย่งเก้าอี้คนอื่นนะเว้ย” ไอ้สักทำหน้าที่เป็นฝ่ายคัดค้านจากเสียงส่วนใหญ่   


 นี่ผมจะวกเข้าการเมืองทำไมเนี่ย 


ถึงจะบ่นนั่นแพง นี่แพง แต่ก็สั่งมาอยู่ดี ผมยกดื่มเป็นแก้วที่สามหลังจากโดนเพียวๆ ไปแก้วแรก ก่อนจะลดระดับลงมา เสียงเพลงกระหึ่มจนต้องลุกขึ้นเต้น เสียงเบสคล้ายกับเป็นเครื่องกระตุ้นหัวใจบังคับให้เต้นเป็นจังหวะตาม โดยเฉพาะแนว EDM ยิ่งเสียงดนตรีเร้า ยิ่งเต้น ไม่สนเหงื่อที่ไหลอาบทั่วตัว   


 “สาวๆ กลุ่มนั้นโคตรแจ่ม” เสียงไอ้สักทะลุดนตรีมาเข้าหู ผมเหล่มองนิดๆ แต่ก็เท่านั้น มีสเปคผมนะ แต่ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว “ไอ้กลอย ไม่สนเหรอวะ คนตัวเล็กๆ ขาวๆ นั่นมึงชอบนี่”


“อย่าหาความตายมาให้กู” แทบพ่นเหล้าใส่หน้าไอ้สัก พวกมันก็พากันหัวเราะ 


หมดเรื่องคุยก็ดื่ม ก็เต้นต่อ นานแล้วที่ไม่ได้ใส่แบบสุดๆ จำได้ปีหนึ่งเทอมสองหลังจากสอบ พวกผมก็ไปเมาที่ร้านยาดองจนต้องขอนอนที่พื้นในร้าน ส่วนร้านนี้ เคยมาตอนปีสองแล้วก็เจอกับ...คนที่คุณรู้ว่าใครครั้งแรก ถึงบอกว่ามันมีเรื่องที่พี่ป๋อสุดๆ 


ยัง ยัง ยังไม่หยุดเล่นมุกพี่ป๋ออีก!! 


“ไอ้กลอย มือถือมึงสั่นหรือเปล่าวะ” ไอ้ทูสะกิด ผมหันไปมองพลางจับกระเป๋ากางเกงตัวเองซึ่งมันก็สั่นจริง 


“มึงรู้ได้ไงวะ” 


“ก็เสียงแว่วๆ เข้าหู” 


มองหน้าไอ้ทูอย่างไม่ค่อยเชื่อ ก็เสียงเพลงดังขนาดนี้ ขนาดเสียงคุยกันยังไม่ค่อยได้ยิน ถ้าไม่แหกปากตะโกนดังๆ ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาดู ชื่อของแม่โชว์หลาขึ้นมา ผมเลยขอแยกตัวออกไปรับโทรศัพท์ แน่นอนว่าต้องหาที่สงบๆ ให้พ้นเสียงดนตรี เลยเดินออกไปด้านหลังที่มีไว้สำหรับสูบบุหรี่ 


ผมเดินห่างจากประตูด้านหลังเพราะเสียงยังเล็ดลอดเข้ามา พอรับปุ๊บ แม่ก็บอกว่าลืมเอาของให้ ถ้าพรุ่งนี้ผมว่างก็ให้เข้าไปเอา 


“เดี๋ยวพรุ่งนี้บ่ายๆ กลอยเข้าไปเอาครับ” 


(เมาแล้วสินะ พูดเสียงอ่อน เสียงหวานกับแม่น่ะ)


“แม่รู้ทันกลอยอยู่เรื่อยเลย”


(อย่าเมาให้มากล่ะ เดี๋ยวกลับคอนโดไม่ถูก เกิดเจอคนไม่ดีปล้นอีก)


“แม่อย่าพูดเป็นลางสิ กลอยจะพยายามไม่เมาครับ”


(เชื่อได้ไหมเนี่ย)


“เชื่อได้สิ นี่ใคร นี่กลอยประเกรียนลูกแม่นะ”


(เพราะแบบนี้แหละ ถึงเชื่อไม่ได้)


“แม่อะ...”


พูดไม่ทันจบดี ก็ได้ยินเสียงประตูถูกกระแทก ผมกดตัดสายแม่ ก่อนสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะทำให้ผมกระโดดหลบหลังกองขยะ ฮื่อฮือ กลิ่นส้มตำแบบเปรี้ยวสุดๆ หลบได้แล้วก็ต้องเงี่ยหูฟัง เหมือนตอนนี้จะมีคนทะเลาะกันหน้าประตูครับ สงสัยมีเรื่องจากด้านในมาแหง คงอยากพามากระทืบที่ไม่มีคน แล้วต่อมความขี้เสือกก็เริ่มทำงาน ผมทำท่าจะยืดคอขึ้นไปแอบดู แต่ดันมีสายโทรเข้า ทำเอามือสั่นจนโทรศัพท์เกือบร่วง 


ไอ้เชี่ยทูโทรมาได้เวลาสุดๆ  


ผมรีบกดตัดสายทันทีเพราะกลัวถูกลูกหลง ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เกือบไปแล้วไหมล่ะ พอจะเงยหน้าขึ้นไปเผือก สายโทรเข้าก็ดังขึ้นอีกรอบ คราวนี้ตาลีตาเหลือกกดปิด พร้อมๆ กับมีเสียงพูดดังขึ้น...



“ทำไมมึงไม่รับ”




...TBC



จะว่าไป ใกล้ถึงวันที่เราจะลาจากแล้ว ภาค 2 ใกล้จบแล้วววววว จุดพลุ ปังๆๆ จบไวไปไหม ก็ไม่นะ (ใช่ไหมคะ T^T)


ขอบคุณทุกๆ กำลังใจค่า ทุกคนคือแรง และพลังทำให้นักเขียนตัวน้อยๆ มีแรงพัฒนาตัวเองต่อ ขอบคุณมากๆ ค่าาา


แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ (ยังไม่ใช่ตอนจบนะ) >w<


ร้ากกกกก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น