เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

63.4 แอบแนบเนื้อหนุบหนึบๆ

ชื่อตอน : 63.4 แอบแนบเนื้อหนุบหนึบๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 107

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2562 22:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
63.4 แอบแนบเนื้อหนุบหนึบๆ
แบบอักษร

ถ้าถามว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ทำให้โลกใบนี้สดใส เมรัยว่าความรักก็ช่วยให้คนเรามองโลกเช่นนั้นนะ แม้บางความรักมิสวยงามนัก กระนั้นมันยังมีความหมายและให้กำเนิดสิ่งต่างๆอีกมากมายหลังจากเริ่มรักใครสักคน คนคนหนึ่งสามารถรักคนเดียวตลอดชีวิต คนคนหนึ่งสามารถรักคนหลายคนในช่วงเวลาหนึ่ง บางคนไม่เคยรักใครเลยแม้แต่ตัวเอง บางคนเฝ้ามองคนรักทุกวัน กระทั่งคนรักจากไปอย่าสงบบนเตียงผู้ป่วย ไม่ใครรู้ทำไมความรักจึงเกิดขึ้นบนโลกและเกิดกับหัวใจของทุกสิ่ง มิว่า ตัวนาก หมี เสือ สิงโต หรือแม้แต่ปักษา 

ความรักหนึ่งอาจยิ่งใหญ่เกินกว่าใครจะคาดคิด 

ความรักหนึ่งอาจเป็นรักเล็กๆที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความสุขละไม 

ความรักหนึ่งอาจมืดมิดไร้แสงสว่าง และเปี่ยมด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวดั่งหนามแหลม 

ความรักที่เริ่มต้นด้วยคำว่าชอบ บางทีอาจสิ้นสุดปลายทางที่คำว่าลาจาก ความรักที่เริ่มต้นด้วยคำว่าเกลียด บางทีอาจพลิกผันกลายเป็นรักที่สวยงาม ดั่งสวนพฤกษาสวรรค์ 

มนุษย์และสัตว์ต่างๆล้วนมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงถึงกันด้วยเส้นด้ายเล็กๆที่มองมิเห็นด้วยตาเปล่า เส้นด้ายที่พันแต่ละสิ่งเข้าด้วยกันและก่อกำเนิดเป็นสายสัมพันธ์มากมาย 

สักวันเส้นด้ายระหว่างคนทั้งสองอาจขาดสะบั้น หรือสักวันจะมีใครสักคนเข้ามาและพันเส้นด้ายเชื่อมเข้าด้วยกันก็ได้ 

อดีตมิอาจเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันคือความจริงที่กำลังดำเนิน และอนาคตนั้นไม่มีใครรู้ แม้แต่จอมอาคมผู้ยิ่งใหญ่ 

จะว่าจอมอาคมก็ยังมิมีพลังมากพอควบคุมความรักเช่นกัน.. 

ณ โรงเรียนอาริน บริเวณหน้าอาคารเรียน 

ภาพสะท้อนในสายตาทุกคู่คือหนึ่งคุณหนูน้อย หนึ่งสาวน้อยเจ้าเนื้อเดินลงจากรถคันเดียวกัน ไดอาเรียสะบัดผมอย่างหยิ่งยโส นางเดินนำนิกุหลายก้าว ชนิดที่ว่าทิ้งระยะห่างไกลมาก ทำเหมือนว่าเรื่องที่พวกนางนั่งรถคันเดียวกันและมาเรียนด้วยกันเป็นเรื่องเข้าใจผิดและเรื่องหลอกลวง คุณหนูน้อยถือกระเป๋า รีบร้อนเดินเข้าห้องเรียนก่อนใครเพื่อน 

นางยังคงเมินคำทักทายเพื่อนๆเช่นเดิม 

ตุบ 

“ชักแย่แล้วสิ” 

ไดอาเรียรู้สึกสมองทำงานผิดพลาด หน่วยประมวลผลทำงานล้มเหลว คุณหนูน้อยพบว่าตนเองมิอาจใจเย็นดั่งเช่นวันวาน ทำไมต้องเขินหนักกว่าเดิมด้วยเวลาโดนสายตาคนอื่นจับจ้อง ปกตินางคงปั้นสีหน้าเย็นชาและวางมาดนิ่งขรึม และปรายตาใส่คนพวกนั้นได้สบายๆ ทว่าวันนี้ไม่ใช่ ไดอาเรียนึกอะไรมิออกเลยสักนิด แค่ปิดตานางก็เห็นภาพนิกุ ยามเช้าอันสดใส 

ต้องบอกภาพนั้นคาตาไดอาเรียสินะ อือ กระทั่งตอนนี้ก็ยังติดตรึงยากลืมเลือน 

“อรุณสวัสดิ์ไดอาเรีย” 

“อรุณสวัสดิ์รองโนร่า” 

“สีหน้ามิดีเลยนะ” 

เพื่อนสาวเบิกตากว้าง ขนตาพลิ้วไหวเบาๆ เห็นสีหน้าเพื่อนสนิทมีอาหารย่ำแย่ปานคนท้องผูก ไดอาเรียเลิกคิ้ว ข้าทำหน้าแย่ขนาดนั้นรึ 

“มีเรื่องอะไรรึ”เพื่อนสนิทมิชอบไถ่ถามบ่อย กระนั้นเวลาเห็นไดอาเรียมีสภาพปานปลาตาย ก็อดห่วงมิได้ รองโนร่าถามด้วยความห่วงใยไร้แววเสแสร้ง แตกต่างกับสองสาวคู่แฝดที่จู่ๆโผล่มาทักทายขัดจังหวะพูดไดอาเรีย “อรุณสวัสดิ์ท่านไดอาเรีย!!” “..อือ” คุณหนูน้อยปากกระตุก แววตาปรายใส่พวกคู่แฝด เพียงแค่พวกนางสัมผัสแววตาเย็นชาก็ปิดปากเงียบทันที 

“..!”เวลาไม่นานนัก นิกุเดินเข้าห้อง สีหน้าชวนห่วงทะนุถนอม 

นางคลับคล้ายกลัวเกรงบางสิ่ง สีหน้านั้นไม่ทำให้ไดอาเรียวางใจเท่าไหร่นัก 

เสียงกริ่งดังบอกเริ่มชั่วโมงเรียน ไดอาเรียฟุบหน้าแนบโต๊ะไม่ขอรับรู้อะไรทั้งนั้น ชั่วขณะนางนั่งหลับมิรู้คิดไปเองหรือว่านางได้กลิ่นหอมจากตัวนิกุ กลิ่นหอมที่แน่นอนว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมที่ไดอาเรียชอบใช้ 

ลมฝนพัดกระทบกระจกเกิดเป็นเสียงหวิวๆชวนเศร้า ไดอาเรียแหงนหน้างาม เท้าคาง และปรายตามท้องฟ้ามีเมฆเทาอึมครึม นางคิดว่าอีกไม่นานฝนคงตก ฤดูฝนปีนี้มีฝนตกบ่อยๆ เวลาที่ฝนตกไดอาเรียมักนั่งฟังพี่ชายเล่นไวโอลินในห้องนั่งเล่น เวลาพี่ชายเล่นดนตรีสร้างเสียงไพเราะแข่งกับเสียงเม็ดฝนมันช่างฟังเสนาะมีท่วงทำนองชวนใจร่มเย็นอย่างยิ่ง คุณหนูน้อยเล่นไวโอลินเช่นกัน นางเล่นเพราะพี่ชายชอบเล่น แม้นางเล่นมิเก่งเท่าพี่ชาย แต่ก็มีความสุขทุกครั้งเมื่อพี่ชายสอนเล่นไวโอลิน นึกถึงพี่ชายแล้วพลันอยากกลับไปหาเร็วๆจังน้า 

ไม่รู้ตอนนี้พี่ชายกำลังโดนนางจิ้งจอกล่อลวงรึเปล่า!! 

ไดอาเรียอาจไม่รู้ แต่ตอนนี้อีธานโดนลีโอน่ากวนประสาทอย่างเมามัน 

“เฮ้อ..” 

เสียงระบายลมหายใจดังแผ่วบางเบา มินานชั่วโมงเรียนยามเช้าสิ้นสุดลงโดยที่ไดอาเรียมิฟังอาจารย์สอนสักคำ 

“นี่ๆเรื่องเมื่อวานน่ะ..” ไดอาเรียแว่วยินเสียงกระซิบกระซาบพวกเพื่อนๆตัวร้าย คุณหนูน้อยหลุบตาพลันใช้แขนดันโต๊ะเพื่อลุกยืน ขณะเดียวกันนิกุที่กำลังเก็บของและลุกขึ้น นางพลันกรีดร้องเสียงหลง “กรี๊ด!!!” “เฮ้ย!!” จังหวะเดียวกับที่เพื่อนสาวตัวอ้วนสะดุ้งและล้มหงายหลังลงไปนอนตัวสั่นระริก ไดอาเรียเงยหน้าอย่างเร็ว ครั้นเห็นมือนักเรียนชายคนหนึ่งค้างในท่าคล้ายจะเอื้อมหานิกุ 

นักเรียนชานคนนั้นชื่ออีโก้ หนึ่งในกลุ่มเพื่อนคู่แฝด แถมยังเป็นนักเรียนชายยอดแย่ นิสัยไม่ดีสุดๆ ไดอาเรียมิรู้เมื่อครู่เขาทำอะไรนิกุ แต่เห็นสภาพเพื่อนสาวทรุดเข่า ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าแล้วมัน!! 

“เจ้าทำอะไรนาง” 

“หา ข้ายังไม่ทันทำอะไรเลย” 

ไดอาเรียมิสนใจตัวนางจะแสดงพฤติกรรมแปลกประหลาดมากเพียงใด คุณหนูน้อยรีบพุ่งเข้าไปหานักเรียนชายทั้งยังฉวยข้อมืออีกฝ่าย “ท ท่านไดอาเรีย” โดนเด็กผู้หญิงตัวเล็กกว่าจับแขน แถมอีกฝ่ายยังบีบแขนเขาจนเจ็บด้วยแรงที่มิน้อยกว่าผู้ใหญ่ อีโก้ตกใจหนัก แต่คนที่ควรตกใจน่าจะเป็นฝ่ายไดอาเรียนะ “ข้าถามเจ้าทำอะไรนาง” 

“ไม่ได้ทำ!!เมื่อครู่นางเดินชนข้า ข้ายังไม่ทำอะไรนางสักอย่าง” 

เจ้าหนุ่มปั้นสีหน้าทุกข์ทรมานเหมือนเขาเป็นฝ่ายโดนกระทำ กระนั้นไดอาเรียมองออกว่าเขาโกหกหน้าด้านๆ เป็นบุรุษแล้วยังทำตัวขี้ขลาดมิกล้ายอมรับสิ่งตัวเองทำอีกหรือ ได้ 

ไดอาเรียหรี่ตาต่ำเผยรัศมีสังหารเข้มข้นชนิดเดียวกับแววตาอีธานยามสั่งเก็บศัตรู นางเพิ่มแรงบีบข้อมืออีกฝ่ายจนอีโก้ทรุดเข่าลงนั่งบนพื้นอย่างหมดสภาพ “โอ๊ย” 

“ไดอาเรีย พอเถอะ” 

รองโนร่ากลัวเพื่อนสนิทอาจพลั่งหักแขนเพื่อนร่วมชั้น นางจึงต้องเตือนสติไดอาเรียก่อน บอกอย่าเพิ่งทำอะไรรุนแรง ทำเช่นนี้ไม่ช่วยอะไรเลย แถมยังทำให้มือไดอาเรียเปื้อนเลือดอีกด้วย 

คุณหนูน้อยจ้องเขม่นนักเรียนชายกระทั่งเขาผวา กระทั่งไดอาเรียคืนสติและปล่อยมือ 

“..ท่านไดอาเรีย” 

นิกุพยายามลุกแต่ยืนไม่ไหว ตัวนางไม่เข้าใจตนเองเหมือนว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆนางกลัวตัวสั่นเทิ้ม รู้สึกตาลาย หน้ามืด ปวดหัวเหมือนจะระเบิด คลื่นไส้ แถมอาการเหมือนแย่ขึ้นเรื่อยๆ นางร้องเรียกไดอาเรีย อยากบอกว่าตนเองไม่เป็นไร ทว่าแม้แต่แรงจะขยับปาก นางยังมิมี 

ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นและเผยอหลายครั้ง ทว่ามีเพียงเสียงอ้ำอึ้งที่เปล่งออกมาอย่างยากลำบาก 

นิกุหน้าซีดไร้เส้นเลือดปรากฏ นิ้วมือกำหนัดแน่นๆคล้ายสะกดมิให้มันสั่น 

ไดอาเรียเห็นท่าทางอดกลั้นแถมยังพยายามสื่อบอกตนเองไม่เป็นไรของนิกุแล้ว คุณหนูน้อยแถบคลั่ง 

จังหวะนี้นักเรียนทุกคนในห้อง พร้อมใจเงียบกริบราวโดนสั่งปิดปากตนเอง ไดอาเรียกำหมัดและคลาย คุณหนูน้อยไม่เคยแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเช่นนี้มาก่อน ท่าทางนางเหมือนจะไปฆ่าคนได้เลยกระมัง แลน่าสะพรึงกลัวมากสำหรับคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน “ท่านไดอาเรียสงบสติก่อนเจ้าค่ะ เมื่อครู่พวกข้าเห็นยัยอ้วนนั้นพยายามเดินชนอีโก้ อีโก้กลัวโดนยัยอ้วนชนเลยใช้มือปัดมันหลีกทางเจ้าค่ะ” 

พวกคู่แฝดรีบโยนความผิดให้นิกุทันทีเพื่อแก้สถานการณ์ให้ดีขึ้น ทว่าพวกนางเลือกเดินหมากผิดเสียแล้ว 

“คิดว่าข้ามิเห็นหรือ” 

ตอนแรกไดอาเรียมิอยากทำเช่นนี้หรอกนะ แต่นางโกรธจริงๆเสียแล้ว คุณหนูน้อยพลิกร่าง และหันไปประจันพวกคู่แฝด ไดอาเรียเงื้อฝ่ามือพลันเหวี่ยงใส่หน้าสองแฝด เพี๊ยะ พวกผู้หญิงยกมือปิดปากเพราะตกตะลึงในสิ่งที่ไดอาเรียทำ พวกผู้ชายสูดหายใจเข้าปอดอย่างหวาดหวั่น หัวใจทุกคนยามนี้เย็นเยียบปานโดนแช่แข็ง ไม่มีใครคาดคิดไดอาเรียจะตบหน้าพวกคู่แฝด เห็นพวกนางสนิทกัน เป็นเพื่อนร่วมกลุ่มมิใช่หรือ 

พวกแฝดสาวยังตกใจ รู้สึกตัวเองทีแก้มก็แดงระเรื่อเสียแล้ว 

“ท ท่านไดอาเรีย” 

“รังแกกันเกินไปแล้วนะ แม้พวกเรา” 

“กล้าทำเรื่องอุจาดในเขตพื้นที่ตระกูลข้า แค่นั้นข้าก็พอมีสิทธิ์สั่งประหารพวกเจ้าทั้งตระกูลได้แล้ว อีพวกโง่” 

“!!!” 

ไดอาเรียเดินประชิดสองแฝดพลันยกฝ่ามือตบฟาดใส่อีกรอบ เพี๊ยะ ครั้งนี้พวกแฝดรับแรงไม่ไหวพลันล้มลง “อย่าคิดข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าทำอะไรลงไปบ้าง” ไดอาเรียสืบรู้แล้วว่าใครเป็นคนบงการกลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั้นที่ทำร้ายนิกุเมื่อวาน คนที่คิดวางแผนและเป็นคนเริ่มแผนเลวๆแบบนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพวกคู่แฝดที่อยากแกล้งนิกุ เลยจ้างพวกผู้ชายๆไปรุมนิกุในสวน คิดว่าจะแอบถ่ายฉากที่นิกุโดนรุมข่มขื่นแล้วเอาไปประจานให้คนทั้งโรงเรียนเห็น หากแผนสำเร็จ ไม่ต้องพูดถึงแค่เรื่องในโรงเรียน ชีวิตนิกุที่เหลือคงไม่ต้องหลับฝันดีอีกแล้ว 

“สวะ” 

ไดอาเรียทิ้งคำพูดเย็นชาไว้ให้คู่แฝดรู้สึกผิดไปอีกนาน ครั้นคุณหนูน้อยเข้าช่วยพยุงนิกุและพาไปห้องพยาบาล ตอนนี้นางไม่สนแล้วคนอื่นจะมองนางอย่างไร เห็นนางกล้าทำเช่นนี้ก็ดี จะได้รู้ว่าไดอาเรียมิใช่คนที่รังแกง่าย แล้วหากใครกล้าคิดทำเรื่องที่เกี่ยวพันกับตระกูลอีธานก็เตรียมตัวลงโลงได้เลย 

-- 

ห้องพยาบาล 

“นางเป็นโรคกลัวผู้ชายหรือ” 

ไดอาเรียฟังอาจารย์ประจำห้องพยาบาลเล่าเกี่ยวกับอาการที่นิกุกำลังเผชิญ ไดอาเรียนึกไม่ถึงเรื่องที่เกิดกับเพื่อนสาวจะร้ายแรงถึงขั้นนี้ “แล้วมีวิธีรักษาหรือไม่” อาจารย์สาวพูดอย่างเรียบง่ายวิธีมีแน่ แต่ใช้เวลารักษานานพอสงควรเพราะเห็นอาการนิกุแล้ว ไดอาเรียตกตะลึงนิ่งค้าง นางขอบคุณอาจารย์และเดินไปห้องนอนผู้ป่วย 

.. 

ไดอาเรียเจอรองโนร่ายืนรอหน้าประตู สองสาวสบตากันพลันเข้าใจหัวอกอีกฝ่าย 

“คาบบ่ายโดดหรือไม่” 

“อือ” 

เพื่อนสนิทสีหน้าเรียบเฉยดูไม่ใช่คนอ่อนโยนหรือเห็นใจใคร รองโนร่ามิเคยสนใจใคร นางมิเคยมีส่วนร่วมหรือทำอะไรโดดเด่น รองโนร่ามิเคยคิดเรื่องนิกุด้วย หญิงสาวสนเพียงเรื่องไดอาเรียเท่านั้น เห็นคุณหนูน้อยทำหน้ามืดมนก็อยากปลอบ แต่รู้ตนเองพูดไม่เก่ง เลยส่งข้าวกล่องให้แทน “ข้าวเที่ยง” “ขอบใจนะ” 

รองโนร่าพยักหน้า ยิ้มแต่ก็คล้ายมิยิ้ม 

ไดอาเรียอบอุ่นใจ ครั้นทั้งสองแยกจากกัน ไดอาเรียมิอยากเรียนแล้วเลยโดดคาบบ่าย ส่วนรองโนร่าเห็นเพื่อนสนิทหนีเรียนดื้อๆ นางก็ขอหนีกลับบ้านละกัน 

พวกนางเป็นนักเรียนสายโดดนินา 

-- 

ไดอาเรียยืนทำใจหน้าประตูห้องผู้ป่วย นางถือข้าวกล่องและตัดสินใจเปิดประตู เดินเข้าไปและปิดประตู ล็อคลงกลอน 

“นิกุ” 

“ท่านไดอาเรีย..” 

เปิดผ้าม่านพลันเห็นเพื่อนสาวเจ้าเนื้อนอนบนเตียงขาว สีหน้านางดูดีขึ้นเล็กน้อย กระนั้นมองแล้วยังชวนใจผวาเช่นเดิม พวงแก้มกลมๆ และใต้ขอบตามีแถบดำคล้ายคนนอนดึก นิกุมิรู้ตนเองเป็นอะไร ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วกระมังที่นางไม่เหมือนเดิม นางเดินฝ่ายกลุ่มนักเรียนที่มีนักเรียนชายปะปน นางรู้สึกหายใจไม่ออก หัวใจเต้นเร็วแรง เหงื่อใจชุ่มกว่าทุกวัน ทั้งที่อากาศหนาวเย็น 

และตอนนั้นที่นิกุตื่นกลัวกว่าเดิม เมื่ออีโก้ยื่นมือใส่นิกุ 

ฝ่ามือที่นางเห็นนั้นมันน่ากลัวเหลือเกิน… 

นางอยากวิ่งหนี กระนั้นนางไม่มีแรงหนี นางกลัวยิ่งนัก 

“..” 

นิกุทนไม่ไหวแล้ว นางร้องไห้สะอื้นต่อหน้าไดอาเรีย คุณหนูน้อยเป็นคนแรกเลยกระมังที่ตั้งแต่นิกุตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็นอีกแล้ว แต่สุดท้ายก็ร้องไห้ให้ไดอาเรียเห็นจนได้ นางรู้สึกขมขืน ฝืดขม ไม่อยากเรียนโรงเรียนอารินแล้ว 

ไดอาเรียลากเก้าอี้มาหย่อนก้นและนั่งฟังเสียงนิกุสะอื้นหนัก คุณหนูน้อยทำอะไรไม่ได้เลย.. 

“หิวไหม” 

ไดอาเรียยกข้าวกล่องรองโนร่าให้เลย หยุดร้องไห้นะ 

กระนั้นนิกุส่ายหน้า นางกินข้าวไม่ลงแล้ว 

คุณหนูน้อยเห็นแล้วผิดหวัง ไดอาเรียเห็นอุ้งมือนิกุสั่น นางหลับตาตัดสินเอื้อมมือเข้าคว้าไว้ 

“ท่านไดอาเรีย” 

“เรียกแค่ไดอาเรียก็ได้” 

ฟังออกว่าเวลานิกุเรียกท่านไดอาเรีย เพื่อนสาวมีแววเกรงกลัว คุณหนูน้อยไม่อยากให้เพื่อนสาวกลัวอีกแล้ว เลยให้เรียกแค่ชื่อ 

“แต่ว่า” 

“เรียกไดอาเรียก็พอ เข้าใจนะ” 

เห็นหางคุณหนูน้อยจะขนลุกแล้ว นิกุหดคอพยักหน้ากึกๆ 

“ด ไดอาเรีย” เป็นครั้งแรกเลยที่นิกุเรียกชื่อเพื่อนในห้อง และเรียกคนอื่นๆโดยที่ไม่เติมคำว่าท่านนำหน้า 

เพราะตลอดมานิกุไม่เคยคิดว่าตนเองมีค่าและฐานะเท่าเทียมกับนักเรียนคนอื่น บ้านนางจน เวลาคุยกับคนอื่นนางเลยต้องเคารพและใส่คำว่าท่านนำหน้าชื่อเป็นการให้เกียรติ ไม่เคยมีนักเรียนคนไหนทำตัวสนิมสนมกับนิกุ แถมยังมองนางในฐานะคนที่เท่าเทียมกันด้วย 

“//////” 

พลันความกลัวที่เกาะกุมหัวใจค่อยๆสลาย แทนที่ด้วยความรู้สึกนุ่มๆฟูๆ นิกุซุกหน้าใต้ผ้าห่ม นางปล่อยให้ไดอาเรียลูบๆอุ้งมือเหมือนคุณแม่ที่ไม่ยอมปล่อยมือลูกสาว “ไดอาเรียมือข้ามีเหงื่อ ///” ตอนนี้อุ้งมือนางร้อนมาก ร้อนจนเหงื่อไหลหลั่ง มันต้องทำให้ไดอาเรียขยะแขยงแน่ 

“อือ” 

ไดอาเรียขี้เกียจแสร้งทำเป็นร้ายใส่นิกุแล้ว ก็แค่เหงื่อเอง จับแล้วไม่รู้สึกแย่นักหรอกชุ่มๆเปียกๆจับแล้วรู้สึกลื่นจะตาย 

“แต่ตอนนี้เจ้าก็ยังเหงื่อแตกนะ” 

ไดอาเรียหลับตา ปากพร่ำบ่น คนอ้วนนี้เหงื่อชอบไหลนะ ไหลแบบทำเอาอาการหนาวๆในห้องดูอ่อนแอไปเลย 

“ขอโทษ ///” 

ก็นางเขิน ตัวร้อนผ่าว ปกติตอนนิกุเขินเหงื่อชอบแตกกว่าปกติ 

“เดี๋ยววันหลังข้าส่งสบู่ไปให้” 

“เอ๊ะ” 

“เฮ้อ.. เอ้าถอยไปหน่อย” 

“ด ไดอาเรีย” 

“โธ่!!!!ข้าเหนื่อยแล้ว ถอยไป ข้าจะนอน” 

“แต่เตียงมัน” 

“เฮ้อ--------“ 

ไดอาเรียถอดริบบิ้น เอาเสื้อออกหน้ากระโปรง ปลดกระดุม ถอดรองเท้าและโยนทิ้ง พลันปีนขึ้นเตียงผู้ป่วย ดันๆนิกุหลบไปข้างๆแบ่งพื้นที่ให้ไดอาเรียหลับ แบ่งเตียงคนละครึ่ง หมอนคนละครึ่ง นิกุงงสงสัยหนัก คิดไม่ถึงไดอาเรียจะเอาง่ายๆเช่นนี้ ปานนางปล่อยวางทุกอย่างแล้ว พรุ่งนี้จะเป็นยังไงก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้ไดอาเรียขอแค่ได้พักสมองก็พอ เห็นนิกุอาการดีแล้วก็โอเค ข้านอนเฝ้าข้างๆเช่นนี้ นางคงไม่มีความคิดแปลกๆกระมัง 

ฟุบ 

คุณหนูแก้ยางมัดผม พลันปล่อยผมสลวยสยายและล้มหัวกระแทงหมอน นางรู้สึกพื้นที่นอนยังน้อยเลยขยับก้นกระแทงพุงนิกุให้ถอยไปอีกนิด “อือ พอแล้ว” ครั้นทุกอย่างโอเค ไม่มีอะไรให้สั่งอีก ไดอาเรียพลิกหน้าหนี หันแผ่นหลังให้นิกุ เตรียมหลับเต็มที่ ฝั่งนี้นิกุ.. เจ้าเนื้ออ้วนงงเป็นไก่ตาแตก ทำไมมันเป็นเช่นนี้!! 

“ไดอาเรีย..” 

“อะไร” 

สุรเสียงมีน้ำหู นิกุยินแล้วใจสั่นกลัว กระนั้นก็ต้องเอ่ย “ไดอาเรียไปนอนอีกห้องเถอะ” 

“ทำไม” นี่นิกุกล้าไล่ข้ารึ โอหังนัก!! 

ฝ่ายนิกุไม่อยากไล่นะ เพื่อนสาวอวบๆเขินหนัก หน้าแดงระเรื่อ “ เหงื่อข้ามันเหม็น แถมบนเตียงก็เปียกเหงื่อข้าด้วย อีกทั้งๆ” 

นิกุไม่อยากให้ไดอาเรียนอนตรงที่เมื่อครู่นิกุนอนแล้วเหงื่อมันชุ่มผิวเตียงมาก บนหมอนก็มีเหงื่อเปียก นิกุรู้ไดอาเรียไม่ชอบกลิ่นเหม็นๆและกลิ่นเหงื่อนิกุก็เหม็นสุดๆ “เหม็นตรงไหน หอมจะตาย” ไดอาเรียพลิกร่าง หันหน้างามมาจ้องตานิกุ พลันพิสูจน์ว่ากลิ่นตัวนิกุหอมจริงๆด้วยเอาซุกจมูกใส่ร่องอกเพื่อนสาว ทรวงอกอวบอิ่มเริ่มมีขนาด อย่างน้อยก็ใหญ่กว่าเพื่อนๆ 

ซุกๆ 

“ไดอาเรีย!! ////” 

“ใช้น้ำหอมข้าแล้วยังบอกตัวเองเหม็นรึ หาเรื่องชัดๆ” 

คุณหนูน้อยขยับจมูกคลอเคลียทำท่าพิสูจน์ให้นิกุเห็นเต็มตา 

ไดอาเรียช้อนตาสีม่วงแพรวพราวท้าทาย เห็นไหม ข้ากล้ายืนยันขนาดนี้แล้วยังจะเถียงรึ 

“ถึงบอกไงวันหลังจะส่งสบู่ไปให้ น้ำหอมด้วย” 

ไดอาเรียซุกอกนิกุครู่หนึ่งให้เพื่อนสาววางใจ ไม่รู้ที่บ้านนิกุใช้สบู่อะไร แต่มันไม่ช่วยล้างกลิ่นตัวนิกุสักนิด ฉะนั้นเอาสบู่บ้านไดอาเรียไปใช้เถอะ เรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เดี๋ยวไดอาเรียขนไปให้สักสิบคันรถเลย 

อันนี้คุณหนูน้อยไม่ได้ประชดนะ.. 

“//// พอเถอะไดอาเรีย” 

นิกุรู้แล้วไดอาเรียเอาจริง!!! ฉะนั้นปล่อยนิกุไปเถอะ อย่าซุกอกอีกเลย 

“ฮึ” 

ไดอาเรียเห็นนิกุเชื่อแล้วพลันยอมปล่อย นิกุโล่งอก หายใจสะดวก ฮา 

ทว่าปัญหาก็มีมาเรื่อยๆ เพราะไม่ใช่แค่เตียงนอนมันเล็ก แต่ผ้าห่มก็ผืนเล็กเช่นกัน 

ไดอาเรียหนาว นางขอยึดผ้าห่มหมดไม่มีเหลือให้นิกุห่ม 

“ด ไดอาเรีย ผ ผ้าห่ม” 

เห็นนางเหงื่อแตกเช่นนี้ แต่นางก็หนาวนะ เครื่องปรับอากาศในห้องผู้ป่วยมันเย็นและยังปล่อยไอเย็นตกใส่นิกุด้วย 

“เรื่องเยอะจริง” ไดอาเรียเอ็ดใส่แต่ก็ยอมแบ่งผ้าห่มให้ ทว่านิกุให้หนักใจอีกรอบ “เช่นนี้ไม่ได้นะ” เพราะผ้าห่มมันผืนเล็ก หากอยากให้สองสาวน้อยห่มผ้าได้พอเหมาะกับขนาดทรวดททรงอวบอิ่มและผอมบาง พวกนางต้องใช้ผ้าห่มเต็มผืนซึ่งมันทำให้ไดอาเรียต้องตัวติดแนบชิดตัวนิกุอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง เพราะหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขยับ นางจะหลุดจากผ้าห่มทันที 

ฉะนั้นไดอาเรียสั่งนิกุห้ามขยับ ต่อให้ทั้งสองตัวติดหนุบหนับๆ สัมผัสแนบเนื้อมีแค่ชุดนักเรียนบางๆกั้นก็ตาม 

นิกุเหงื่อไหลชุ่มจนมองทะลุชุดนักเรียนสีขาว เห็นธารน้ำเปียกแฉะๆและชุดชั้นในสีชมพูวาบหวิว นิกุมองไม่เห็นแต่นางสัมผัสได้ ตอนนี้อกนางกำลังนวดและแนบเนินอกไดอาเรีย แม้ขนาดไม่ใหญ่ แต่อกไดอาเรียก็ไม่เรียบนะขอบอก “อือ” คุณหนูน้อยครางเสียงชวนคิดลึก ไม่ใช่นางไม่อึดอัดนะ แต่ตอนนี้ขอนอนก่อน เรื่องอื่นช่างมัน 

“//” 

ไดอาเรียมิเขิน เพราะนางไม่สน ฝ่ายนิกุเขินหน้าไหม้ พุงนางและอกนางขยายใหญ่กว่าเดิมทั้งที่เจ้าตัวอยากให้มันหดเล็กเร็วๆ “นอนเถอะ” ไดอาเรีย กล่อมเสียงขี้คร้าน นิกุเลิกทำตัวหยุกหยิกเสียที ข้าอยากนอนแล้วรู้ไหม “อือ..” นิกุสงบสติลง ในเมื่อไดอาเรียยอมปล่ยอตัวขนาดนี้ นางขัดขืนและทำตัวน่าอายทำไม ใช่ๆพวกนางเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ไม่ควรเขินสิ //// ปกติไดอาเรียชอบแนบหรือ นิกุไม่รู้!! 

นิกุผ่อนลมหายใจฟู่ ลมหายใจร้อนๆรดใส่หน้าไดอาเรียทำให้คุณหนูน้อยรู้สึกร้อนรุ่มอย่างประหลาด นางชอบกอดพี่ชายเพราะพี่ชายตัวเย็นๆอุ่นๆ ไดอาเรียเลยไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบแบบไหนกันแน่ระหว่างเย็นๆหรืออุ่นๆ กระทั่งวันนี้ที่ได้นอนกับนิกุ สัมผัสไออุ่นสินะที่นางชอบ.. ไดอาเรียหนาว นางพลั่งยื่นแขนและโอบกอดเอวนิกุ ความรู้สึกว่าได้กอดสาวอวบตัวเหงื่อชุ่มนี่มันเป็นเช่นนี้เอง 

“..” 

ไดอาเรียเคลิ้มกลิ่นหอมฟุ้งและพุงร้อนๆจนหลับสนิท นิกุไม่รู้จะวางแขนอวบอีท่าไหน กระนั้นเห็นไดอาเรียหลับแล้ว นางเลยขอใช้ความกล้าสักครั้งในชีวิต ว วางแขนโอบคุณหนูน้อย //////////////// “..นุ่มจัง..ตัวเล็กด้วย” เหมือนกอดลูกแมวตัวน้อยเลย นิกุยิ้มหยาดเยิ้ม ยังดีที่ไดอาเรียหลับแล้ว เพราะหากคุณหนูน้อยเห็นรอยยิ้มชวนหลงเช่นนี้ ไดอาเรียคลั่งแน่ 

ไม่นานนักนิกุพลอยหลับ 

นางวางแขนอวบบนเอวบางไดอาเรียอย่างเช่นนอนกอดหมอนข้าง คุณหนูน้อยที่ว่าหลับแล้ว แต่จริงๆยังไม่หลับนะ.. 

“///” 

นางพลิ้วลืมตาและปิดตาลง เมื่อครู่เห็นสีหน้านิกุฟินๆ ไดอาเรียขอยอมรับว่าใจนางเต้นแรงมาก “ก็ไม่แย่นัก..” 

ไดอาเรียกระชับอ้อมกอด ได้กอดหมอนข้างแบบนิกุทุกคืน..คงไม่เลว หมอนข้างอุ่นๆเหมือนชิ้นเนื้อร้อนๆแบบนี้จะหาที่ไหนในโลกได้อีกนะ ไดอาเรียคิดมโนกระทั่งหลับลงจมดิ่งในนิทรา กาลเวลาไหลผ่านดวงตะวันใกล้ลาลับขอบฟ้า กระทั่งสองสาวตื่น 

“ลืมกินข้าวเที่ยง” 

ไดอาเรียผมยุ่ง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยมีรอยยับยู่ยี่และรอยเปื้อนน้ำใส  นางตื่นมาพลันท้องร้อง นิกุก็ร้องเช่นกัน 

“หิวแล้วไดอาเรีย” 

นิกุอยากร้องไห้ นางหิว ไดอาเรียไม่ต้องให้นิกุบอก นางก็หิวเช่นกัน 

เปิดข้าวกล่องรองโนร่าที่ยัดของอร่อยไว้มากมาย สองสาวแบ่งกันกินครึ่งละครึ่ง และก็เป็นอีกครั้งและแน่นอนแล้วว่าไดอาเรียชอบสีหน้าตอนนิกุทานของอร่อยจริงๆ “น่ารักจังนะเจ้าเนี่ย” 

“เอ๊ะ!!!!” 

ไดอาเรียยิ้มเย็นขำเบาๆ เป็นครั้งแรกเลยที่คุณหนูน้อยยิ้มให้คนอื่นสำเร็จ!!! 

รอยยิ้มในครานั้น แน่นอนว่ากระชากเอาวิญญาณนิกุไปหมดเลย…แม้มันจะยิ้มเย็นๆชวนหวาดเสียวเกินรับไหวก็ตาม 

-- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น