email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณทุกการสนุนครับ ผู้ที่จ่ายเงินอ่านนิยายรายตอนทุกตอนของแต่ละเรื่อง สามารถอ่าน E-Book ของผมได้ฟรี ที่แอปธัญวลัยนะครับ

ตอนที่ 4 ข้อเสนอยวนใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ข้อเสนอยวนใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2562 13:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ข้อเสนอยวนใจ
แบบอักษร

คฤหาสน์รัญจวน  : ตอนที่ 4 ข้อเสนอยวนใจ

                คฤหาสน์หลังใหญ่พื้นที่หลายสิบไร่ มีทั้งเรือนใหญ่ที่ให้เจ้าของและสองสาวคือคาร่าและซินดี้อาศัย ด้านหลังยังมีเรือนเล็กหลายหลังเรียงราย หนึ่งในนั้นคือเรือนเล็กของป่านหัวหน้าคนงานและแม่บ้านของที่นี่

                “พื้นที่ด้านข้างซ้าย ป่านเห็นหญ้ายาวแล้วนะคะจัดการด้วย” ป่านสั่งคนงาน ก่อนจะเข้าไปจัดการบริเวณสระน้ำ

                “ตรงนั้นด้วยค่ะคุณป้า” ป่านชี้พื้นที่ข้างสระที่ยังไม่ได้กวาด


                ป่านสั่งการทั้งคนงานและแม่บ้าน แม้ป่านจะเคยเป็นแค่ลูกคนใช้ แต่ก็ได้รับความไว้วางใจจากโทนี่ให้เป็นผู้ดูแล ทุกอย่างของคฤหาสน์ เมื่อก่อนพ่อป่านเคยเป็นคนขับรถคนสนิทของพ่อโทนี่ ส่วนแม่ก็เป็นคนรับใช้ส่วนตัวของแม่โทนี่เช่นกัน แม้พ่อแม่ป่านจะตายไป แต่ป่านก็ได้รับการส่งเสียจากพ่อแม่โทนี่จนจบปริญญาก่อนจะกลับมาทำงานที่บริษัท แต่พอคฤหาสน์ขาดคนดูแลเรื่องการบริหารงานในบ้าน โทนี่เลยเลือกป่านมาทำหน้าที่หัวหน้า ชื่องานอาจจะดูไม่สมกับวุฒิปริญญาตรี แต่เงินเดือนที่โทนี่จ่ายให้มากมายยิ่งกว่าคนจบปริญญาเอกซะอีก

                “คืนนี้ผมไม่กลับมาทานอาหารเย็นนะ ทำเผื่อแค่คุณซินดี้กับคุณคาร่าแล้วกัน” โทนี่สั่ง ก่อนจะพยักหน้าให้ซินดี้ไปคอยที่รถ

                “ได้ค่ะ” ป่านบอก โทนี่รอจนซินดี้เดินไปที่รถจึงพูดกับป่านอีกครั้ง

“พี่อยากให้เตรียมเรือนเล็กไว้สักหลังนะ ไม่นานนี้น่าจะมีคนมาอยู่” โทนี่เปลี่ยนมาแทนตัวเองว่าพี่

“ใครกันค่ะ” ป่านถาม

“ยังไม่รู้เลย ฮ่าๆๆ แต่ว่าเตรียมไว้เถอะ” โทนี่ยิ้มเหมือนมีเป้าหมายในใจ

“คนที่คุณโทนี่ไปทานข้าวเย็นนี้ใช่มั้ยคะ” ป่านถาม ทำหน้าเฉยชา

“นี่ป่าน เวลาอยู่สองคนเลิกเรียกพี่ว่าคุณโทนี่ซะที เราเป็นพี่น้องกันนะจำได้มั้ย แม่เค้าจับเราเป็นพี่น้องกันแล้วไม่ใช่เหรอ” โทนี่ย้อนความหลัง นึกถึงตอนที่ป่านในวัยเด็กวิ่งเล่นอยู่นอกคฤหาสน์ แม่ของโทนี่เอ็นดูป่านมากถึงกับขอให้มาเป็นน้องสาว จนกระทั่งป่านได้เข้ามาใกล้ชิดเจ้านายในคฤหาสน์หลังใหญ่  

                “ป่านไม่กล้าหรอกค่ะ ป่านก็แค่คนรับใช้” ป่านบอก ทำหน้าน้อยใจ

                “คนรับใช้อีกแล้ว ฮ่าๆๆ งั้นก็ตามใจ แต่พี่ก็ยังเห็นป่านเป็นน้องสาวเหมือนเดิมนั่นแหละ” โทนี่ลูบหัวเบาๆ ก่อนจะก้าวเดินไปที่รถแล้วขับออกไป


                ระหว่างขับรถไปที่ทำงาน ซินดี้ก็ถามโทนี่ถึงเรื่องป่าน

                “ป่านเค้าไม่ค่อยชอบซินดี้นะคะ” ซินดี้บอก

“ไม่มีไรหรอกครับ เราสนิทกัน นิสัยเค้าแบบนั้นตั้งแต่เด็กแล้ว” โทนี่บอก

“แต่ซินดี้ว่า ป่านเค้า......เอ่อ....ช่างเถอะค่ะ” ซินดี้อยากพูดเรื่องที่คิดไว้ แต่เลือกที่จะไม่พูด และรอให้โทนี่ถาม

“เย็นนี้เดี๋ยวให้ลูกน้องมาส่งนะครับ หรือจะเอารถอีกคันมาก็ได้” โทนี่เปลี่ยนเรื่องทำให้ซินดี้ผิดหวัง

“ค่ะๆ” ซินดี้ตอบ

“ผมส่งคุณซินดี้ที่ทำงานนะครับ เดี๋ยวผมจะไปที่รีสอร์ท” โทนี่บอก

“ได้ค่ะ” ซินดี้บอก แม้จะแปลกใจว่าทำไมโทนี่ต้องไปรีสอร์ทหลายครั้งทั้งที่ไปมาเมื่อเช้าแล้ว แต่ก็เลือกที่จะไม่ถาม


เที่ยงกว่าๆ...ที่ห้องฮันนี่มูนสวีท สองสามีภรรยานั่งทานอาหารที่พนักงานจัดมาให้ ซึ่งล้วนแต่เป็นอาหารชั้นดี

“สุดยอด...โอ้ยย...ขออยู่แบบนี้ตลอดไปได้มั้ย..ไม่อยากกลับไปทำงานเส็งเคร็งนั่นแล้ว” ปอบ่นขณะที่อาหารอยู่เต็มปาก

“ไม่ทำงานก็ไม่มีไรกินสิ” ก้อยบอก

“แหม...ก็พูดไปแบบนั่นแหละ อ่ะ..นี่ ทานกุ้งยักษ์นี่อีกนะ ไม่รู้อีกนานแค่ไหนกว่าจะได้กินอีก” ปอบอก ตักกุ้งล๊อบสเตอร์ส่งให้เพื่อเอาใจ

“คืนนี้ทุ่มนึง คุณโทนี่นัดเลี้ยงอาหารค่ำเป็นการขอบคุณอีกนะ” ก้อยบอก

“โห...ใจดีจริงๆเลย” ปอบอก

“เค้าเสนอเงินให้ด้วยนะ บอกว่าเป็นสินน้ำใจ แต่ก้อยไม่รับ” ก้อยบอก

“อ้าว...ทำไมล่ะ เค้าให้เท่าไหร่ ทำไมไม่รับ” ปอบอก

“ไม่รู้สิ ไม่ได้ถาม ถึงก้อยจะลำบาก แต่แค่นี้มันก็มากพอแล้วนะ” ก้อยบอก

“ตามใจก้อยจ๊ะ...เอร่ออออ อิ่มเลยทีนี้” ปอเรอเสียงดัง

“น่าเกลียดปออ่ะ...อิอิ” ก้อยขำ เริ่มรวบรวมจานเป็นกองเดียวกัน รอพนักงานมาเก็บ

“แช่อ่างนั่นกันดีกว่าดีมั้ยก้อย” ปอบอก มองไปทางอ่างจากุชชี่ ก่อนลุกขึ้นไปเปิดน้ำใส่

“ต้องทำยังไงหว่า...อ๋อ..ตรงนี้...นี่...โห....มีพ่นน้ำด้วย” ปอตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อย ก่อนหย่อนกายลงไปนั่งทั้งกางเกงในตัวเดียวเหมือนเดิม

“นี่ถ้าได้ไวน์สักขวด เหมือนในหนังนะ ดื่มพลางแช่พลาง ฮ่าๆๆ มาก้อย..มาแช่ด้วยกัน” ปอชวน

“หึ...ไม่แล้ว ก้อยไปเดินย่อยริมหาดดีกว่า” ก้อยบอก

“จ๊ะๆ งั้นตามสบาย แต่อย่าไปนานนะ เดี๋ยวหนุ่มริมหาดจีบ อิอิ” ปอบอก

“งั้นอยู่ริมหาดนานๆดีกว่าจะได้โดนจีบ” ก้อยแกล้งพูด

“ไม่เอาสิ...ก้อยอ่ะ” ปอบอก

“ล้อเล่นๆ ไปอาบน้ำก่อนนะ” ก้อยบอก ก่อนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องน้ำในห้องสวีทก็แสนหรูหรา จนก้อยประหม่าตอนอาบน้ำ


ก้อยแต่งตัวสวยไปเดินเล่นอยู่ริมหาด แม้อากาศจะไม่ร้อนมากแต่ก็ไม่ค่อยมีคนเล่นน้ำ มีแต่ฝรั่งนอนอาบแดดอยู่หลายคู่

ภาพประกอบจาก INTERNET​


หาดบริเวณนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและทอดยาวไปไกล ก้อยหันไปทางซ้ายเห็นคอนโดริมหาดเรียงราย ในใจฝันอยากจะเป็นของตัวเองสักห้อง พอหันมองมาทางขวา ก็เห็นรีสอร์ทมากมายเรียงรายกัน ก้อยตัดสินใจเดินเล่นมาทางนี้ และที่สุดเขตหาดก่อนจะถึงแนวเขาที่ยื่นออกมาในทะเล ก้อยก็มองเห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ตระการตา ก้อยเดินเข้าไปหาเหมือนต้องมนต์ หลงเสน่ห์คฤหาสน์หลังงามเข้าเต็มเปา


สระว่ายน้ำริมหาดสะอาดตา แนวทิวไม้งามให้ร่มเงา คฤหาสน์สีขาวตัดกับท้องฟ้าสีสดใส ขณะที่ด้านล่างก็ตัดกับสีเขียวของสนามหญ้า ก้อยไม่รู้ว่าเป็นคฤหาสน์ของใคร แต่มันช่างสวยถูกใจจนก้อยฝันว่าตัวเองไปอยู่ในคฤหาสน์หลังนั้น ทุกวันคงมีแต่ความสุข ได้เล่นน้ำทะเลบ้าง น้ำสระบ้าง มีคนรับใช้คอยบริการ ไม่ต้องทำงานที่โดนเจ้านายกดขี่ทุกวันอีกแล้ว


ทันใดนั้นก้อยก็นึกออก คุณคาร่าดาราสาวเคยบอก ว่าคฤหาสน์หลังนี้เป็นของคุณโทนี่ ก้อยอดทึ่งในความร่ำรวยมหาศาลไม่ได้ ทำไมคุณโทนี่รวยล้นฟ้า แต่หันกลับมาที่ตัวเองกลับมีชีวิตที่ขัดสน แม้ไม่ถึงกับอดมื้อกินมื้อแต่ก็ไม่สบาย ต้องดิ้นรนไปวันๆกับงานที่แทบไม่เห็นอนาคต

“คิดไรอยู่เหรอครับคุณก้อย” เสียงผู้ชายทักทำเอาก้อยสะดุ้งตกใจ ก้อยหันกลับไปเห็นใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้นอีกแล้ว

“คุณโทนี่...เอ่อ...ไม่ได้คิดไรคะ..คือก้อยมาเดินเล่น” ก้อยยังคงประหม่าเมื่ออยู่ใกล้ ไม่กล้าสบตา

“ดีที่แดดไม่ร้อนนะครับ” โทนี่บอก ก้อยพยักหน้าส่งยิ้ม

“ค่ะ..เอ่อคุณโทนี่ไม่ทำงานเหรอคะ” ก้อยถาม

“ทำครับ ผมแวะมาดูแลรีสอร์ทนิดหน่อย เห็นคุณก้อยก็เลยตามมา” โทนี่บอก ก้อยส่งยิ้มแล้วเริ่มออกเดินกลับมาที่รีสอร์ท

“บ้านคุณโทนี่ใช่มั้ยคะ” ก้อยถาม หันหลังกลับไปมองคฤหาสน์

“ครับ...สนใจไปดูข้างในมั้ย” โทนี่ถาม

“เอ่อ...ไม่ดีกว่าค่ะ เอ่อ...เดี๋ยวปอหาไม่เจอ” ก้อยบอก

“อ๋อครับ....จริงๆก็ไม่ใช่บ้านผมหรอกครับ บ้านพ่อแม่ผมต่างหาก แต่ท่านทิ้งเป็นมรดกไว้ให้ผม” โทนี่บอก

“มรดก...เอ่อ..หมายถึงท่านไม่อยู่แล้วเหรอคะ” ก้อยถาม

“ใช่ครับ..ท่านทั้งคู่เสียชีวิตเพราะโรคร้ายในเวลาไล่เลี่ยกัน ผมเลยต้องสืบทอดกิจการทั้งหมด” โทนี่บอก

“อ๋อ..ค่ะ...งานหนักสิคะแบบนี้” ก้อยถาม

“ไม่เลยครับ งานสบายมากกว่า พ่อแม่สร้างมาให้หมดแล้ว” โทนี่บอก

“แต่ถึงสร้างมา ถ้าบริหารไม่เก่ง ก็เจ๊งได้นะคะ” ก้อยหันมายิ้ม แต่พอโทนี่ยิ้มกลับก้อยก็ต้องหลบตาอีก

“คุณคาร่าไม่มาด้วยเหรอคะ” ก้อยถาม

“วันนี้เค้าทำงานครับ เค้าเป็นพรีเซนเตอร์ให้คอนโดผม ควบตำแหน่งพนักงานขาย แต่เค้าไม่ได้ขายหรอก แค่ไปนั่งให้คนมาซื้อคอนโดผมเห็นเท่านั้นเอง” โทนี่บอก

“โห...งานสบายนะคะ อยากได้งานแบบนั้นบ้างจัง” ก้อยบอก

“อย่างคุณก้อยก็ทำงานแบบนั้นได้นะครับ คุณก้อยสวย...น่ารัก...หุ่นดี” โทนี่สำรวจเรือนร่างทำก้อยยิ่งอายไปใหญ่

“เอ่อ..ม..ไม่ได้หรอกค่ะ...ก้อยไม่ใช่ดารา...ก้อยไม่ได้หน้าตาดีขนาดนั้น” ก้อยถ่อมตัว

“คุณก้อยทำงานอะไรครับ”

“ทำงานบริษัทค่ะ ที่เดียวกับปอ ก้อยเป็นพนักงานต้อนรับ ส่วนปอก็เป็นช่างซ่อมบำรุง” ก้อยบอก

“เงินเดือนดีมั้ยครับ” โทนี่ถาม

“ก็..อายจังเลยค่ะ  คนละแปดพันนิดๆเอง ดีหรือไม่ดีคะ” ก้อยบอก แต่โทนี่แปลกใจ

“เงินแค่นั้นใช้ทั้งเดือน แล้วพอเหรอครับ” โทนี่ถามกลับ

“ก็ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ก็พอค่ะ แต่ต้องไม่เจ็บไม่ไข้ ไม่สิ้นเปลืองเรื่องเสื้อผ้าเครื่องใช้ ก็อาจจะเหลือไว้ซักเดือนละ....สองร้อย อิอิ” ก้อยพูดให้ขำ แต่ในใจมันเจ็บช้ำอยู่พอสมควร

“ยังมีอารมณ์ขันอีกนะครับ เงินแปดพันสองคนหมื่นหก ผมทานอาหารมื้อเดียวก็หมดแล้วครับ” โทนี่พูดไม่ทันได้คิด

“ใช่ค่ะ ก็ไม่ได้รวยแบบคุณโทนี่นะคะ จะได้ทานอาหารมื้อละหมื่นหก” ก้อยทำหน้าไม่พอใจ โทนี่รู้ว่าพลาดไปแล้ว

“ขอโทษครับ ผมไม่ได้มีเจตนาดูถูก อืมม..ทำงานที่เดียวกันก็เลยเป็นเป็นแฟนกัน แต่งงานกันใช่มั้ยครับ” โทนี่ถามเปลี่ยนประเด็น

“เราเป็นแฟนกันตั้งแต่เรียนแล้วค่ะ เราเรียนปวส.ที่เดียวกันแต่ต่างสาขา พอจบมาก็ได้ทำงานที่เดียวกันอีก” ก้อยเล่า

“บุพเพสันนิวาสนะครับ คงรักกันมากแน่เลย เฮ้ออออ...” พูดเสร็จโทนี่ก็ถอนหายใจจนก้อยสงสัย

“ถอนหายใจ...มีไรคะ” ก้อยถาม

“อ๋อ..ปล่าวครับ ผมแค่อิจฉา เพราะผมยังไม่มีคู่” โทนี่บอก

“อ้าว..แล้วคุณคาร่าล่ะคะ” ก้อยถาม

“เราเป็นแค่เจ้านายลูกน้องครับ ยังไม่ถึงขั้นเป็นแฟน หรือจะแต่งงาน” โทนี่บอก

“อ๋อค่ะ...คบกันไปก่อน ดูใจกันใช่มั้ยคะ มีเวลาดูใจนานๆ” ก้อยบอก

“เหมือนคู่คุณก้อยใช่มั้ยครับ” โทนี่ถาม

“เอ่อ..เราก็ไม่ได้ดูใจกันนานหรอกค่ะ คือเรา...เราไม่เคยมีแฟนกันมาก่อน พอถูกใจกันตอนนั้นก็เป็นแฟนกันเลย อิอิ” ก้อยขำ

“เป็นประมาณรักแรกและรักเดียวสินะครับ ดีจังเลย” โทนี่บอก

“ก็ไม่ดีมากหรอกค่ะ เราขาดประสบการณ์ บางทีก็ทะเลาะกันบ้างเหมือนกัน” ก้อยบอก

“แต่ผมว่าไม่หรอกครับ ผมดูออกว่าคุณทั้งสองรักกันมาก” โทนี่บอก ตอนนี้ทั้งคู่เดินมาถึงรีสอร์ทพอดี

“คุณก้อยครับ ผมมีข้อเสนอ ตอนนี้ที่คอนโดเปิดใหม่ของผมกำลังขาดพนักงานต้อนรับ คอนโดที่ก่อสร้างใหม่ก็ขาดโฟร์แมนติดตามงาน คุณก้อยสามีสนใจมั้ย ผมจะรับเข้าทำงาน” โทนี่ถาม

“ไม่ได้หรอกค่ะ มันไกลจากบ้านที่เราเช่าอยู่” ก้อยบอก

“ไม่เกี่ยวนี่ครับ ก็แค่บ้านเช่า ถ้าทำงานกับผมก็มาอยู่ที่นี่ ผมมีบ้านพนักงานให้ แต่คุณก้อยกับสามีเป็นคนพิเศษของผม ผมจะให้ไปอยู่บ้านรับรองของผม” โทนี่บอก

“บ้านรับรอง...ในคฤหาสน์นั่นเหรอคะ” ก้อยถาม

“ใช่ครับ แล้วไม่ถามเงินเดือนเหรอครับ” โทนี่ถามกลับ

“เอ่อ..เราคงไม่พร้อมค่ะ เราอยากทำงานที่เดิม เลยไม่อยากถาม” ก้อยบอก

“ไม่ลองถามคุณปอก่อนเหรอครับ” โทนี่รุกต่อ

“ก็...เดี๋ยวถามดูก็ได้ค่ะ ก้อยไปก่อนนะคะ” ก้อยบอก ก่อนจะออกเดินเข้าที่พัก

“บอกคุณปอว่าสตาร์ทคนละสองหมื่นต่อเดือนนะครับ ไม่รวมโอที” โทนี่พูดตามหลัง ทำเอาก้อยหูผึ่ง แต่กลัวเสียฟอร์ม เลยแค่หันมาตอบรับ

“ค่ะๆ” ก้อยตอบก่อนเดินกลับไป ในใจตื่นเต้นเมื่อได้ยินยอดเงินเดือน


ก้อยไม่รู้ว่าปอจะคิดยังไงเพราะยังไม่ได้บอก แต่ก้อยกลัวการเริ่มงานใหม่ แม้รายได้จะดี แต่ชีวิตความเป็นอยู่จะเป็นยังไงยังไม่กล้าคาดเดา ยิ่งต้องเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์หลังนั้น ก้อยไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไง


จนได้เวลาหนึ่งทุ่มที่นัดไว้ ก้อยไม่มีชุดใส่ที่ดูดีนอกจากชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาสั้น ส่วนปอนั้นก็ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา


พอเข้ามาในห้องอาหาร ก็เจอกับโทนี่ ที่แต่งตัวดีด้วยสูทราคาแพง ทำเอาทั้งก้อยและปอรู้สึกเกรงใจ

“ขอโทษด้วยนะครับ เราแต่งตัวมาไม่เหมาะเท่าไหร่” ปอบอก

“ไม่เป็นไรครับ นักท่องเที่ยวก็แต่งตัวแบบนี้ทั้งนั้นแหละ เชิญนั่งครับ ว่าแต่ห้องสบายมั้ยครับ ไม่สะดวกตรงไหนบ้าง” โทนี่ถาม ก่อนที่จะพากันนั่ง พนักงานก็เริ่มเสิร์ฟอาหาร

“ไม่สะดวกตรงที่มันดีเกินไปนั่นแหละครับ ฮ่าๆๆ” ปอบอก ก่อนจะหัวเราะ ทำเอาก้อยต้องกระทุ้งสีข้าง

“เสียมารยาท” ก้อยกระซิบต่อว่า

“เดี๋ยวทานไวน์กันนะครับ” โทนี่บอกก่อนเรียกพนักงานมาเสิร์ฟไวน์

“รู้ใจผมเลยครับ วันนี้บ่นอยากอยู่พอดี” ปอบอก จนก้อยต้องกระทุ้งสีข้างอีกครั้ง


ปอกับโทนี่เริ่มดื่มไวน์ ขณะที่ก้อยเริ่มทานอาหาร โทนี่หันมองก้อยเป็นระยะ ก่อนจะเอ่ยปากถาม

“คุณก้อยบอกคุณปอยังครับเรื่องข้อเสนอ” โทนี่หันไปถาม ปอทำหน้าสงสัย แต่ก้อยได้แต่จ้องหน้าโทนี่

“ข้อเสนอไรครับ ผมยังไม่รู้เลย” ปอบอกหันมองทำหน้างงๆ

“ข้อเสนอทำงานครับ พอดีผมขาดพนักงานต้อนรับ กับโฟร์แมนคุมงานก่อสร้าง เลยจะให้คุณก้อยไปถามคุณปอว่าสนใจมั้ย รายได้เบื้องต้นเดือนละสองหมื่นต่อคน มีที่อยู่ให้ฟรี มีสวัสดิการครับ” โทนี่บอก ทำเอาปอตื่นเต้น

“โฟร์แมนคุมงานก่อสร้างนี่บทบาทแค่ไหนครับ” ปอถาม

“ก็ไปดูงานแทนผม คุมให้งานไปตามแผน แล้วก็ติดตามทวงถามกรณีล่าช้าครับ” โทนี่บอก

“งั้นตกลงครับ ผมรับทำงาน เริ่มวันไหนดีครับ” ปอตกลงทันที ไม่นึกว่าจะง่ายขนาดนี้


ปอหันมายิ้มกับก้อย แต่ก้อยไม่ได้ยิ้มตอบ ก้อยยังไม่แน่ใจแต่ปอกลับรีบรับไว้ รายได้สองหมื่นคูณสองมันยั่วใจปอมาก จนตอบตกลงโดยไม่ได้คิดให้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะมีผลกระทบต่ออนาคตของทั้งสองคนเพียงใด.......


จบตอนที่ 4

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว