เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 5

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 46.5k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2562 23:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 5
แบบอักษร

 

5 

 

 

 

พีคลืมตาตื่นในช่วงเช้าของวันใหม่ เพราะนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ข้างตัวทำให้พีคลืมตาตื่นขึ้นมาปิด ร่างสูงลุกมานั่งบนเตียงพร้อมกับบิดตัวไล่ความเมื่อยพร้อมกับหันไปมองที่ข้างๆตัวเอง แต่กลับขมวดคิ้วเพราะคนที่คิดว่านอนอยู่ข้างตัวกลับกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่า พีคชักสีหน้าแทบโกรธคิดว่าเพลิงแอบหนีเขาไปตอนหลับ แต่จังหวะที่ลุกจากที่นอนพีคเหลือบไปเห็นร่างของเพลิงนั่งกอดเข่าหน้าฟุบหลับอยู่ที่พื้นมุมห้องใกล้ตู้เสื้อผ้า 

“อวดเก่ง ใครสั่งให้ไปนอนตรงนั้นกัน”  พีคพูดคนเดียวไม่ดังมาก เมื่อคืนเขาสั่งให้เพลิงขึ้นมานอนข้างๆ แต่เพลิงไม่ยอมมานอน บอกกับพีคว่าจะนั่งอยู่ตรงนั้น จะไม่หลับเพราะกลัวพีคทำอะไร แต่พีคก็ลากเพลิงขึ้นมานอนจนได้และเพลิงก็หนีลงไปนั่งที่พื้นจนได้เหมือนกัน พีคคลายปมคิ้วแล้วเดินผ่านเพลิงไปอาบน้ำแต่งตัวในห้องน้ำ พีคใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมา ก็ยังเห็นว่าเพลิงยังนั่งหลับอยู่ เขาจึงปลุกเพลิงให้ตื่น โดยใช้เท้าสะกิด แต่ดูเหมือนจะสะกิดแรงไปหน่อย ร่างของเพลิงเอนล้มไปข้างๆจนหัวเขกเข้ากับตู้เสื้อผ้า 

“โอ๊ะ! ไอ้ท็อป..” 

“กูไม่ใช่ท็อป กูพีค”   พีคตอบหน้านิ่งมือล้วงกระเป๋ากางเกง ส่วนเพลิงตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่คอนโด เพลิงมองหน้าพีคแปปนึงแล้วดันร่างตัวเองให้ลุกยืนเสมอกับพีค 

“กูอยากกลับบ้าน” 

พีคเลิกคิ้ว ไม่คิดว่าลุกขึ้นมาแล้วเพลิงจะพูดเลย พีคเหล่มองเพลิงแปปนึงก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง ไม่ได้ตอบคำถามเพลิง ส่วนเพลิงก็รีบเดินตามเรียกให้พีคตอบคำถามก่อนที่จะออกจากห้อง 

“มึงได้ยินที่กูพูดมั้ย กูอยากกลับบ้าน” เพลิงโวย 

“ไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันซะ กูให้เวลา 15 นาที ถ้าช้ากูจะขึ้นไปปล้ำมึง” 

เพลิงชะงักไม่คิดว่าพีคจะมาไม้นี้ เพลิงหยุดเดินตามแล้วกลับหลังหันหน้าบึ้งเดินกระแทกเท้าเข้าห้องน้ำ พีคหยุดมองเพลิงก่อนจะปิดประตูห้องเดินลงไปข้างล่าง แล้วสั่งให้ลูกน้องทำกับข้าวเผื่อเพลิงไว้ พีคเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าวแล้วนั่งอ่านเอกสารที่ร้านไปพลางๆรอเพลิง 

“เฮีย เมื่อกี้ผมดูเอกสาร เห็นว่าพวกไอ้ฮิวโก้มันจะเข้ามาคุยงานกับนักลงทุนญี่ปุ่นที่ร้าน เฮียจะเปิดห้อง VIP เลยมั้ย” 

“อะไรของมันวะ คราวที่แล้วก็ทำร้านกูยุ่ง มันยังคิดจะมาอีกหรือไง” พีคละสายตาจากเอกสารหันไปคุยกับลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ 

“คราวนี้มันบอกข้อแก้มือ ค่าห้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าตัว” 

“หึหึ มันมาขนาดนี้ก็เปิดให้มันหน่อยแล้วกัน นานๆทีมันจะจ่ายเพิ่ม โทรไปบอกมันนะไอ้ดิว ว่ากูให้เปิดได้ แต่ห้ามมาก่อก่วนที่บาร์ ไม่งั้นกูเอามันตาย” 

“ได้เลยเฮีย เดี๋ยวผมไปโทรบอกมัน ขอตัวครับ” 

ดิวเดินออกไปหลังพีคสั่งให้เขาไปโทรคุยกับลูกค้า พีคกลับมาเช็คเอกสารที่ร้านต่อ จนเพลิงเดินลงมาข้างล่างแล้วมานั่งที่โต๊ะอาหารฝั่งตรงข้ามพีค พอดีกับลูกน้องของพีคเอากับข้าวมาไว้ที่โต๊ะ เพลิงนิ้วหน้ามองอาหารบนโต๊ะ แต่ไม่ยักจะเห็นข้าวสวย พีคเก็บเอกสารเข้าที่เมื่อเห็นว่าอาหารเช้าพร้อมแล้ว 

“เป็นไรมึง อาหารไม่น่ากินหรือไง” พีคถามเพราะเห็นเพลิงคิ้วขมวด 

“บ้านมึงไม่มีหม้อหุงข้าวหรือไง ทำไมกูไม่เห็นเด็กมึงเอาข้าวมาให้สักที” เพลิงบ่นอุ๊บ 

“มึงเป็นง้อยหรอห๊ะ ถึงเดินไปตักข้าวเองไม่ได้ ไป ลุกไปตักข้าวเอง แล้วก็ตักมาให้กูด้วย” 

“มึงสิเป็นง้อย อยากแดกก็ตักเอง มันไม่ใช่หน้าที่กู” เพลิงว่าออกมาพร้อมกับลุกเดินไปตักข้าวใส่จาน พีคนั่งมองเพลิงไม่วางตา จนเพลิงเดินกลับมานั่งเหมือนเดิม เตรียมที่จะตักข้าวกิน แต่ก็ถูกพีคขโมยจานข้าวไปต่อหน้าต่อตา เพลิงนั่งเหว๋อเมื่อพีคเอาจานไปแบบไม่ทันตั้งตัว 

“นั่นจานกู เอาคืนมา!” เพลิงว่าเสียงแข็ง 

“ไม่ เพราะนี้ก็จานของกู” พีคบอกหน้าตาย 

“ไอ้พีค! ทำไมมึงหน้าด้านจังวะ นั่นมันจานกู" เพลิงพูดออกมาอย่างไม่ยอม 

“งั้นมึงก็ไปเอาจานใหม่แล้วกัน เพราะจานนี้..กูกิน” พีคพูดพร้อมตักข้าวเข้าปาก เพลิงมองพีคด้วยความโกรธเคือง ก่อนจะลุกเดินกระแทกเท้าไปตักข้าวใหม่ โดยมีพีคแอบยกยิ้มมุมปากอยู่ด้านหลัง เมื่อเพลิงหันกลับมาพีคก็ตีหน้าตายเหมือนเดิม เพลิงหน้าบึ้งเดินกลับมาที่โต๊ะกระแทกจานข้าวประชด ก่อนจะใช้ช้อนตักกับข้าวใส่จานแล้วกิน 

“อะไรวะ ข้าวบ้านกูไม่อร่อยหรือไง ทำหน้าเป็นตูดอยู่ได้” พีคถาม เห็นว่าเพลิงยังทำหน้าบึ้ง 

“เรื่องของกู แล้วการนั่งกินข้าวกับมึงมันก็ไม่ต่างอะไรกับกินข้าวบูดหรอกนะ แค่เห็นหน้า..กูก็กระเดือกไม่ลง” 

“เดี๋ยวกูตบคว้ำ อย่ามาทำปากเก่ง ข้าวมีให้แดกก็แดก อย่ามาหาเรื่องกวนตีนกู” พีคพูดเสียงดุพร้อมยกมือเตรียมตบถ้าเพลิงยังคิดพูดกัดเขา เพลิงหดคอหนีกลัวว่าพีคจะตบลงมาจริงๆ “กินข้าวซะ เดี๋ยวกูพาไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่คอนโดมึง” 

“เมื่อกี้มึงว่าไงนะ” เพลิงวางช้อนถามเอะใจ 

“ก็อย่างที่มึงได้ยินนั้นแหละ รีบกินข้าวจะได้รีบไป” 

“แล้วทำไมกูต้องไปเอาเสื้อกูด้วย มึงคิดจะทำอะไรกันแน่ ไอ้พีค” เพลิงถามเสียงขุ่น เริ่มหวั่นที่พีคจะพาเขาไปเอาเสื้อผ้า 

“กูสั่งให้เก็บก็เก็บ ไม่ต้องสงสัยอะไรมากจะได้มั้ย” พีคตอบเสียงเรียบ 

“แต่นี่มันเรื่องของกู กูมีสิทธิ์ที่จะรู้!” 

“แต่สิทธิ์ของมึง มันอยู่ในกำมือกู ถ้ามึงอยากเรียกร้องสิทธิ์ มึงก็หาทางไปจากกูให้ได้สิ แต่คงยากหน่อยนะ..กูเป็นพวกกัดไม่ปล่อย หึหึ” พีคว่าพร้อมหัวเราะในลำคอ 

“สารเลว” เพลิงพึมพำอยู่คนเดียว เบนสายตาไปทางอื่น 

“ด่ากูก็ไม่ได้ช่วยให้มึงรู้สึกดีขึ้นหรอก พอดีหน้ากูหนาพอกับอะไรแบบนี้  รีบกินข้าวได้แล้ว กูขี้เกียจมาเถียงกับมึงแต่เช้า” พีคบอกปัดแล้วก้มไปกินข้าวต่อ 

เพลงถอนหายใจแรงให้อีกฝ่ายได้ยิน ก่อนจะตักข้าวกินอย่างกระแทกระทัน จนพีคต้องเหลือบขึ้นไปมองเพลิงด้วยสายตาดุ แต่เพลิงกินแรงได้แปปเดียว จู่ๆก็นิ่งค่อยเคี้ยวข้าวเหมือนคนกำลังนึกอะไรบางอย่าง ทำให้พีคอดถามไม่ได้อีกครั้ง 

“มึงเป็นบ้าอะไรของมึงอีกเนี่ย! เป็นพวกอารมณ์สองขั้วหรอห๊ะ” พีคอดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ 

“มึงสิอารมณ์สองขั้ว เดี๋ยวกวนตีนเดี๋ยวเหี้ยน่ะ” เพลิงเถียงพีคกลับ 

“กูถาม ไม่ได้ให้มึงเถียง ไอ้เพลิง” พีคพูดเสียงเรียบ แต่ก็แอบดุเพลิงหน่อยๆ 

“เออๆ ก็ได้ กูแค่กำลังคิดเรื่องอาหารบ้านมึงอยู่” เพลิงบ่นเสียงอ้อมแอ้ม จนพีคมองด้วยความสงสัย อาหารบ้านเขามันทำไม เขาก็กินรสชาติแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ลูกน้องคนอื่นกินข้าวฝีมือคนเดียวกันกับพีคก็ไม่เห็นจะบ่นอะไรเลย ว่ายังอร่อยด้วยซ้ำ 

“อาหารที่ไอ้สองทำมันทำไมไม่ทราบ” 

“ไม่ใช่มันไม่อร่อยหรอกนะ แต่กูว่าชูรสมันเยอะไป รสเลยออกเค็มเกือบทุกอย่าง ยิ่งต้มจืดสาหร่ายที่ทำ ชูรสควรใส่ให้น้อยกว่านี้ ไม่งั้นมันจะไปกลบรสชาติจริงๆของมันหมด ส่วนไก่ทอดที่มันเกือบเกรียมควรหมักน้ำมันหอยในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่เยอะเกินไป เพราะถ้าใส่เยอะตัวซอสที่หมักจะทำให้ไก่เกรียมได้ ทางที่ดีใส่กระเทียมแก้รวมกับมะนาวหน่อยก็จะดี..” 

ไม่รู้ว่าเพลิงร่ายยาวออกมาขนาดไหน จะเป็นเพราะความเป็นเด็กคหกรรมเลยเผลอพูดอธิบายเหมือนสอนออกมาอย่างลืมตัว หน้าที่บึ้งอยู่ในตอนแรกก็กลับมาเป็นปกติ พีคที่ต้องหยุดกินไปสักพักเพราะเผลอฟังเรื่องที่เพลิงพูดก็ดันปล่อยเสียงหัวเราะออกมา จนลูกน้องที่อยู่ไม่ไกลพากันมอง บางคนถึงขั้นเดินมาถาม 

“หึหึหึ เฮ้ย! ไอ้สอง มึงมาก็ดีแล้ว นี่ มาฟังไอ้เด็กนี่พูดเร็ว เด็กมันกำลังสอนมึงเรื่องอาหารอยู่ว่ะ” พีคพูดขำออกมาอย่างอารมณ์ดี ต่างจากเพลิงที่หน้าเสียเมื่อเห็นว่าสองมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ 

“คิดจะสอนกูเรื่องอาหารหรือไง” สองว่าอย่างไม่ชอบใจ 

“ป่าว กูก็แค่พูดความจริง อาหารที่มึงทำมันติดเค็มไปหน่อย” เพลิงพูดเสียงเรียบพลางหันไปหาสอง 

“คนที่นี่เขาก็กินรสนี้มาตั้งนานไม่เห็นจะบ่น พอมึงมาก็มีแค่มึงเนี่ย คิดว่าเก่งไม่มาทำอาหารแทนกูเลยล่ะ” 

“เฮ้ยๆ พอเลยไอ้สองอย่าได้คิดหาเรื่องกับมันเชียว มีแค่กูเท่านั้นที่หาเรื่องมันได้ เข้าใจมั้ย” พีคต้องรีบพูดคั่นก่อนที่บรรยากาศโต๊ะอาหารจะแย่ พีคไม่คิดว่าสองจะรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์กับการที่เพลิงติเรื่องอาหาร ส่วนเพลิงอารมณ์ไม่ต่างกันเพราะสองตั้งท่าที่ไม่ดีกับเพลิง 

“แต่เฮีย..” สองพยายามแย้ง แต่พีคดันพูดตัดมาก่อน 

“ส่วนมึง ไอ้เพลิง ถ้ามึงคิดว่าเก่งมึงก็มาทำอาหารแทนไอ้สองซะ แต่งานในร้านมึงต้องทำเหมือนเดิม แต่ถ้าไม่ทำก็อย่าไปกวนตีนไอ้สอง เพราะกูไม่สามารถช่วยมึงได้ ถ้าลูกน้องกูยกพวกมาตีมึง” 

“เออ กูไม่พูดก็ได้” เพลิงว่า 

“ดี แดกเสร็จแล้วก็ไปรอที่รถ ส่วนไอ้สอง มึงจะไปทำอะไรก็ทำ ขอบใจเรื่องข้าว” 

“ครับเฮีย” 

สองพูดจบแล้วเดินออกไป ปล่อยให้พีคกับเพลิงนั่งอยู่ที่โต๊ะสองคน เพลิงวางช้อนที่กินข้าวแล้วลุกออกไปข้างนอก พีคเองก็เดินตาม ทั้งคู่ขึ้นรถแล้วขับออกไป 

พีคใช้เวลาขับรถออกจากบ้านมาได้สักพักก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขายกยิ้มเอื้อมมือไปเปิดเครื่องเสียงโดยเพลิงนั่งหันหน้าหนีมองออกไปทางกระจกไม่สนใจว่าพีคกำลังทำอะไร คิดว่าเครื่องเสียงน่าจะเล่นแล้วพีคกลับมาขับรถตามปกติ ผิวปากอารมณ์ดี 

/ 

Ahh~ darling.. ,Plesase touch me...umm.. ahhh...Oh fuck!... 

/ 

เพลิงหน้าขึ้นสีหันไปมองพีคอย่างตกใจ ส่วนพีคทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ผิวปากขับรถสบายใจเฉิ่บ เพลิงรีบยื่นมือไปปิดเครื่องเสียงทันทีก่อนที่เนื้อเรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้ พีคเหล่มองเพลิงทำหน้าสงสัยราวกับไม่รู้ว่าเพลิงปิดเสียงทำไม ทั้งที่ลึกๆแล้วพีคจงใจปั่นคนข้างๆ 

“อ่าว มึงมาปิดเพลงกูทำไม กูกำลังฟังอยู่” พีคถามทำหน้าสงสัย 

“เพลงเหี้ยไรล่ะ! นี่มึงจงใจแกล้งกูใช่มั้ยไอ้พีค!” เพลิงโวยวาย รู้สึกโกรธอายที่พีคพยายามแกล้งเขา 

“ใส่ร้าย เห็นกูเป็นคนยังไงกัน กูฟังเพลงแบบนี้เป็นเรื่องปกติ" พีคยังคงตอบหน้าตาย 

“เพลงหน้ามึงอ่ะ นี่มัน AV Drama CD สัด และมึงเป็นคนแบบนี้ไง กูถึงหาความสบายใจไม่ได้เลยสักวินาที” เพลิงว่ายาว แต่พีคกลับยิ้มเยาะออกมากอย่างสนุก 

“อะไร มึงทำตัวมึงเองทั้งนั้นจะมาโทษกูไม่ได้นะ อีกอย่าง..กูเห็นรถมันเงียบ เลยหาอะไรแก้เงียบมาฟังเท่านั้น จะให้มาถามมึงกูก็ไม่รู้ว่ามึงจะฟังอะไร เห็นแต่ทำหน้าเป็นตูดตลอดทาง” พีคบ่นบ้าง แต่ไม่ได้ว่าหรือขึ้นเสียงอะไร เพราะกำลังยิ้มสนุกที่พยายามปั่นคนข้างๆ ที่ไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าไปจากเดิมเลย 

“มึงจะเปิดเพลงก็เปิด! ไม่ต้องเสือกเปิด AV กูไม่ฟัง!” เพลิงว่าสะบัดหน้าหนีกลับไปมองนอกรถต่อ 

“กูเปิดเพลงอะไรมึงจะฟังใช่มั้ย” พีคถามเพลิงให้แน่ใจ 

“เออ” เพลิงตอบห้วนอย่างไม่ใส่ใจ ขอแค่ไม่เปิดอะไรแบบเมื่อกี้ก็พอ 

พีคยกยิ้ม ก่อนจะถอดแผ่น AV ก่อนหน้าออก แล้วเปลี่ยนแผ่นที่ติดรถใส่เข้าไปแทน พีคกดเปลี่ยนเพลงไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้เพลงที่ต้องการ เมื่อได้แล้ว พีคกลับไปขับรถต่อก่อนที่เนื้อเพลงจะขึ้น ซึ่งแค่ดนตรีเริ่มแรกก็ทำให้ใครอีกคนเลิกคิ้วข้างนึงขึ้นมาอย่างสงสัย ก่อนจะหน้าแทบทิ่มลงไปเมื่อได้ยินเสียงที่ไม่ได้มาจากแผ่นเพลง 

“โอ้..นั้นมันบักแตงโม โอ้..นั้นมันบักส้มโอ โอ้..นี้คงเป็นบักพร้าวนัมหอมมม... โอ้..จักมานูนอองตองแท้ โอ้..คือตาามัน.ยกร่องง..แท้หนอ.. ป๊าดดดดดด..เหลือจายย..” (บักแตงโม) 

อึ้ง.. อึ้งกับมันสุดๆ เพลิงหันมามองพีคอึ้งแทบสำลักน้ำลายตัวเอง ในความพยายามเอื้อนเสียงร้องเพลงของพีค พีคยังคงร้องเพลงต่อเรื่อยๆมีแอบแวบหันมายักคิ้วเล่นหูเล่นตาใส่ เพลิงมองพีคอึ้งทำตัวไม่ถูก ก่อนจะตั้งสติรีบปิดเพลงก่อนที่ประสาทจะเสียมากกว่านี้ 

“เฮ้ย! มึงมาปิดเพลงกูทำไม” พีคถามตกใจ แม้จะแสร้งตกใจเล่นก็ตาม 

“มึงเปิดเพลงบ้าอะไรของมึงห๊ะ กููฟังไม่รู้เรื่อง” เพลิงว่าออกมาเสียไม่ได้ 

“เฮ้ย! นี่มึงไม่รู้จักหรอ เพลงออกจะดัง นางเอกเอ็มวีอย่างแจ่ม” พีคยกนิ้วโป้งอธิบายถึงความแจ่มของเพลง 

“กูไม่เคยฟัง แล้วกูก็ไม่ได้อยากฟังมึงร้องด้วย อุบาท มึงช่วยเปลี่ยนเพลงให้มันดีกว่านี้ได้มั้ย” เพลิงว่าออกมาจริงจัง จนพีคหรี่ตามองนิดๆ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ 

“ก็ได้ กูจะเปิดเพลงที่ดูอินเตอร์ๆจนมึงต้องร้องว้าว และถ้ารอบนี้กูเปิดแล้วมึงปิดเพลงกูอีก กูตบคว้ำแน่” พีคขู่เพลิงกลับและยอมเปลี่ยนเครื่องเสียงเป็นวิทยุแทน เพลิงเห็นว่าพีคเปลี่ยนคลื่นเป็นช่องที่ดูคุ้นตา เพลิงแอบโล่งแล้วหันกลับไปมองนอกรถเหมือนเดิม แต่หารู้ไม่ว่าพีคไม่ได้เปิดวิทยุช่องนั้น แต่เป็นอีกช่องนึง 

/ 

I’m a barbie girl, in the barbie world  Life in plastic, it’s fantastic! 

you can brush my hair, undress me everywhere 

Imagination, life is your creation 

Come on Barbie, let’s go party!     (Ah-ah-ah-yeah) 

/ 

เพลิงอ้าปากพะงาบมองพีคอึ้งกว่าเดิม ตอนแรกเพลิงคิดว่าพีคจะเปิดเพลงอินเตอร์อย่างพวกชาร์ลี พุท แต่ไม่ใช่ พีคไม่ได้เปิดเพลงที่ฟังแล้วเหมาะกับคนยุคนี้ แต่พีคเล่นไปเปิดเพลง Barbie girl ของ  Aqua ที่มันเป็นเพลงเก่าและผู้หญิงจ๋า ถ้าดูรวมๆแล้วเป็นเพลงที่เปิดเพื่อความกวนตีนโดยเฉพาะ 

“ไอ้พีค!” 

“ไง ว้าวเลยสิมึง ถ้าปิดกูตบอ่ะ ฟังไป อย่าบ่น” พีคว่าเสียงดุ ทำให้เพลิงสะบัดหน้าหนีขบกรามแน่น พยายามสงบสติอารมณ์ทนฟังเพลงที่พีคเปิด โดยมีพีคนั่งขำอย่างไม่ปิดบังอยู่ข้างๆ เพลิงได้แต่คิดถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งให้รถชนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย 

และวินาทีชีวิตสิ้นสุดลง พีคขับรถมาถึงโรงแรมปล่อยให้เพลิงขึ้นคอนโดไปเก็บเสื้อผ้า ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเก็บมาทำไม เพลิงเดินเข้าห้องด้วยสีหน้าเครียดและหงุดหงิดปิดไม่มิด เพลิงเดินเปิดประตูเข้าห้องนอนของตัวเองแล้วหยิบเสื้อผ้าและของจำเป็นใส่กระเป๋า ดูเหมือนเสียงตะกุกตะกักของเพลิงทำให้ใครบางคนที่หลับอยู่ในห้องตื่นขึ้นมา แล้วเดินไปหาเพลิงที่อยู่ในห้อง 

“ไงยะ เมื่อคืนไปไหนมาไม่กลับห้อง” หนิงยืนพิงประตูกอดอกอยู่ที่ประตู 

“ชั้นจะกลับมาตอนไหนก็เรื่องของชั้น ว่าแต่แกเถอะ ทำไมไม่กลับไปนอนบ้าน” เพลิงตอบกลับหนิง 

“ก็แกปล่อยผัวชั้นให้อยู่คนเดียว ชั้นมาอยู่เป็นเพื่อนผัวมันผิดตรงไหน” หนิงบอกออกมา แม้จะเป็นข้ออ้างก็ตาม 

“งั้นชั้นคิดค่าห้องแกเพิ่มคงไม่ว่าไรเนอะ” เพลิงหันไปตอบกลับหนิงยิ้มๆ แต่แฝงด้วยทีเล่นทีจริงจนหนิงถอนหายใจหรี่ตามองเพลิงไม่ค่อยชอบใจนัก 

“ชั้นล่ะเกลียดแกจริงๆ นี่ถ้าไม่เห็นเป็นเพื่อนแก้มกับท็อป ชั้นจะไม่มีวันดีกับแกแน่ๆอ่ะ” 

“อ้อหรอ ปกติชั้นก็เห็นแกทำท่าจะบีบคอชั้นอยู่ทุกวันต่อให้คบกับสองคนนี้อยู่ก็เถอะนะ” เพลิงพูดขำ บางทีเพลิงกับหนิงไม่ได้เกลียดกันขนาดนั้น เพราะหนิงเป็นเพื่อนสนิทแก้มและท็อปที่ตอนนี้คบกันอยู่ และเพราะตอนที่เพลิงคบแก้มใหม่ๆ ก็มีหนิงคอยขวางคอยแซะตลอดเพราะเป็นโรคหวงเพื่อน จนทุกวันนี้เจอหน้าทีไรชอบกัดกันเล่นแบบนี้ทุกที 

“เออแก เมื่อวานชั้นไปเยี่ยมแก้มมา แกรู้มั้ยว่าตอนนี้แก้มมันยังไม่ฟื้น” จู่ๆหนิงก็เปลี่ยนเรื่องคุย เพลิงชะงักนิ่งไปแปปนึง 

“อ่า ก็รู็..” เพลิงตอบเสียงแผ่ว ซึ่งหนิงก็พอจับความรู้สึกของเพลิงได้ 

“ไอ้เพลิง ชั้นไม่รู้หรอกนะว่าแกจะกลัวที่จะเจอแก้มขนาดไหน แต่นี้ก็ผ่านมาสองเดือนแล้ว ชั้นว่าแกน่าจะ..” 

“ชั้นไปไม่ได้หรอก” เพลิงพูดแทรกขึ้นมา หนิงนิ่งไปแต่ก็คุยกับเพลิงต่อ 

“กลัวเจอพี่กราฟหรอไง ทั้งๆที่แกโทรบอกเค้าเองนะ” หนิงถามกลับ 

“ใช่ แต่แก้มคงอยากให้ไอ้กราฟอยู่ข้างๆมากกว่าชั้น..ที่ไม่ใช่แม้แต่เพื่อน..” เพลิงเริ่มโทษตัวเอง จนหนิงต้องรีบขัดขึ้นมา 

“ไอ้เพลิง ชั้นว่าแกคิดมาก แก้มเคยบอกหรือไงว่าแกกับมันเลิกคบคือเลิกเป็นเพื่อนไปด้วย ทั้งๆที่แกดีกับมันขนาดนั้น” หนิงบอกเพลิงจริงจัง 

“แต่วันนั้นชั้นพาแก้มหนี..จะข่มขืนด้วย” เพลิงว่าเสียงแผ่ว ใจเริ่มอ่อนแอเมื่อนึกถึงคืนวันนั้น 

“งั้นแกจะไปเจอมันตอนไหน ตอนมันฟื้นหรือไง มันคงฟื้นมาง่ายๆหรอก เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองเลยนะและแกก็เป็นคนทำให้เกิดผลข้างเคียง..คือการที่ไอ้แก้มไม่ยอมฟื้น” หนิงพูดตำหนิเพลิงอย่างจริงจัง หวังอยากให้เพลิงกลับไปหาแก้มบ้าง  เพลิงเม้มปากแน่น ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสู้หนิงที่ยืนอยู่  ลึกๆแล้วเพลิงอยากไปหาแก้ม แต่ตอนนี้เพลิงติดอยู่กับพีค การที่จะไปเจอแก้มคงเป็นเรื่องลำบากถ้าพีครู้ 

“หนิง ตอนนี้ฉันยังไปไม่ได้ มีใครบางคนอยากให้ฉัน...” 

ครืนน ครืนน 

เสียงโทรศัพท์เพลิงดัง ทำให้การสนทนาหยุดลงแต่โดยดี เพลิงล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ที่สั่นเรียกอยู่ออกมาดู เบอร์โทรที่ปรากฎตรงหน้าทำให้เพลิงย่นคิ้วมองอย่างสงสัย เพราะเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย เพลิงกดรับยกโทรศัพท์แนบหู 

“ฮัลโหล” 

[ มึงจะเก็บกระเป๋าอีกนานมั้ยห๊ะ ไอ้เพลิง!] 

เสียงคุยปลายสายกระแทกเสียงเข้ามา เพลิงรีบยกหูออก ก่อนจะมองเบอร์บนหน้าจออึ้ง ไม่คิดว่าพีคจะรู้เบอร์ของเขาได้ ทั้งๆที่ไม่เคยให้หรือถามมาก่อน.. 

// 

ใบรายงานตัวขอฝึกงาน 

// 

เพลิงแทบจะร้องตะโกนออกมาดังๆ นี่มันก็เหมือนกับว่าเขาให้ข้อมูลพีคไปง่ายๆเลยงั้นสิ นี่พีคไม่คิดจะปล่อยให้เขามีชีวิตส่วนตัวบ้างเลยหรือไง 

[ไอ้เพลิง มึงได้ยินที่กูพูดมั้ย ] 

“เออๆได้ยิน แล้วมึงเป็นเหี้ยไรวะ ทำไมต้องมาใส่อารมณ์กับกูด้วย กูเก็บอีกนิดเดียวเดี๋ยวก็ลงแล้ว” เพลิงตอบพีคอย่างไม่สบอารมณ์ 

[กูให้เวลา 10 นาที ช้า กูจะขึ้นไปลากมึง] 

พีคตัดบทจบก่อนจะตัดสายทิ้งปล่อยให้เพลิงยืนถอนหายใจเหนื่อยหน่ายอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า หนิงมองเพลิงอย่างสงสัย ถามเพลิงกลับเพราะเห็นดูท่าไม่ค่อยดี 

“เป็นไรวะแก” หนิงถามนึกเป็นห่วง 

“เปล่า เดี๋ยวชั้นไปและ ฝากบอกไอ้ท็อปด้วยว่าช่วงนี้ยังไม่กลับ ชั้นมีธุระที่บ้านเพื่อน ส่วนแก อย่าได้ทำห้องรกเชียว ไม่งั้นชั้นเก็บเงินจริงๆด้วย” เพลิงแอบขู่หนิงไม่จริงจังมาก 

“ขี้งกจริงๆนะแกเนี่ย เออ จะไปไหนก็ไป ดีเหมือนกัน ชั้นจะสวีทกับผัวให้สุดไปเลย” หนิงพูดขำ ซึ่งเพลิงก็ยิ้มตาม ก่อนจะเดินสวนออกจากห้องนอน แต่ถูกหนิงพูดดักไว้ก่อน 

“เดี๋ยวแก” 

“อะไร” เพลิงหันไปถาม 

“แกมีอะไรปิดบังพวกชั้นอยู่หรือเปล่า” 

คำถามของหนิงทำเพลิงสะอึกสายตากระตุกวูบไปนิดนึง เพลิงแอบนึกไม่ชอบจุดนี้ของหนิงตรงที่เหมือนหนิงจะมีเซ้นต์จับผิดบางอย่างดี จนคนถูกจับผิดแอบกลัว เพลิงปรับสีหน้าปกติ ตอบหนิงกลับไม่มีอะไร 

“แล้วทำไมชั้นต้องมีด้วย อีกอย่าง ถ้าเซ้นต์แกดีก็คิดเอาเองละกัน ไปล่ะ” เพลิงแตะไหล่หนิงพลางยักคิ้วกวนไปทีนึง ก่อนจะเดินริ้วออกมาจากห้องแล้วลงลิฟท์เดินออกจากคอนโดไปที่รถของพีค พีคยืนสูบบุหรี่อยู่ไม่ไกล หันมามองเพลิงที่ยืนถือกระเป๋าอยู่ข้างรถ 

“ช้า” พีคพูดหรี่ตามองเพลิงอย่างคาดโทษ 

“ช้าเหี้ยไร กูไปเก็บของนะ ไม่ได้แวะเอาบางอย่างแล้วรีบลงมาน่ะ” เพลิงว่ากลับ พีคดับบุหรี่ลงบนที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนจะเดินเปิดประตูขึ้นรถ เพลิงเองก็รีบเอากระเป๋าไว้ด้านหลังแล้วกลับไปนั่งข้างหน้าที่เดิม 

พีคเห็นว่าเพลิงเข้ามานั่งเรียบร้อยจึงขับรถออกจากคอนโดทันที เพื่อมุ่งหน้าไปที่ร้าน เพลิงนั่งมองพีคอยู่สักพักขณะที่พีคกำลังขับรถ คนถูกมองเริ่มสงสัยและอึดอัด เพราะเพลิงกำลังนั่งย่นคิ้วจ้องหน้าเขาเหมือนมีอะไรอยากจะพูด 

“มองหน้ากูขนาดนี้ ไม่จับกูปล้ำเลยล่ะ” พีคถามติดตลก 

“มึงจะบอกกูได้ยังว่าให้กูเก็บเสื้อมาทำไม จะพากูไปไหน” เพลิงถามนิ่ง ตายังคงจ้องพีคอยู่ 

“คิดว่ากูจะพามึงไปไหน ขายตัว?” พีคเลิกคิ้วยิ้มตอบคนข้างๆด้วยน้ำเสียงที่กวน 

“อย่ามากวนตีน กูไม่ตลกกับมึงด้วย” เพลิงว่าเสียงแข็ง ทำเอาพีคหมดอารมณ์ยั่วเหมือนกัน 

“ก็เอามึงไปอยู่กับกูที่บ้านไง มึงจะได้อยู่ในสายตากูตลอด ไม่คิดทำแผนชั่วสร้างความเดือดร้อนให้ใคร” พีคหันไปจ้องเพลิงกลับ พอดีกับช่วงไฟแดงพอดี 

“แผนชั่ว? คนที่คิดแผนชั่วน่ะมันมึงต่างหาก กูไม่ใช่คนคิดที่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนเหมือนมึง ไอ้พีค” 

“งั้นใครกันล่ะ ที่ทำให้น้องกูยังไม่ฟื้น ถ้าไม่ใช่มึง” พีคตอบกลับเพลิงเสียงเข้ม มองเพลิงด้วยสายตาดุดัน เพลิงที่ถูกจี้ปมหน้าเริ่มเจือนทันที ความอวดเก่งในตอนแรกเริ่มถดถอย 

“มึงก็รู้..ว่ากูยังแค้นมึงอยู่ ต่อให้กูจะแสดงออกอีกอย่างก็ตาม แต่ตราบใดที่น้องกูยังไม่ฟื้น มึงก็ไม่มีสิทธิ์หนีกูไปไหนได้ มึงยังต้องทนรับกรรมเป็นที่ระบายของกูต่อไป” น้ำเสียงพีคเริ่มจริงจังและน่ากลัวขึ้น เพลิงกัดฟันกรอด มองพีคด้วยสายตาขุ่นมัว 

“แต่ที่มึงทำ มันไม่เกินไปหน่อยหรือไง มึงได้แก้แค้น ได้สิ่งที่มึงต้องการ ได้แม้กระทั่งอิสระและร่างกายของกู แล้วนี่มึงยังจะกักขังกูที่บ้านมึงอีกหรอ กูไม่ใช่สัตว์นะเว้ย อย่าทำเหมือนกูทำผิดมากได้มั้ยวะ!” เพลิงว่าออกมาอย่างเหลืออด 

“มึงมันยิ่งกว่าสัตว์อีกไอ้เพลิง แล้วความผิดมึงก็เหี้ยพอที่จะทำให้กูเหี้ยกลับได้ ถ้ามึงไม่โง่แกว่งเท้าหาเสี้ยน กูคงไม่ทำแบบนี้ เพราะกูก็ไม่ได้พิศวาสผู้ชายแบบมึง!” พีคขึ้นเสียงกลับ รู้สึกอารมณ์จะปะทุขึ้นเรื่อยๆ 

“แล้วใครสั่งให้มึงเอากับกูล่ะ กูไม่ใช่เกย์! ถ้าไม่ชอบ มึงก็เลิกทำกูเหมือนผู้หญิงสักที ไอ้เหี้ย!” 

ทั้งพีคและเพลิงเริ่มใช้น้ำเสียงและอารมณ์รุนแรงขึ้น พีคตวัดสายตามองเพลิงแข็ง ส่วนเพลิงก็จ้องพีคกลับไม่ยอม เพราะเขาก็อึดอัดมามากพอแล้วเหมือนกัน 

“สักวัน กูจะหนีจากมึงให้ได้ อย่าคิดว่ามึงจะหยุดกูได้นะ” เพลิงพูดเสียงแข็งจริงจัง จนพีคเลือดขึ้นหน้ากระชากแขนเพลิงเข้ามาใกล้ตัวเอง จ้องเพลิงด้วยความดุดัน โกรธแค้น 

“คิดว่าจะหนีกูพ้นหรอห๊ะ! ทำเรื่องชั่วๆไว้ มึงก็สมควรได้รับ และต่อให้มึงพยายามหนีกู มึงก็หนีกูไม่พ้น เพราะตัวเวรตัวกรรมของมึง คือกู! เข้าใจมั้ย ไอ้เพลิง!!” พีคตวาดลั่นรถผลักแขนเพลิงจนร่างปลิวไปกระแทกประตูรถ เพลิงกัดปากแน่นด้วยความเจ็บและโกรธพีค มีเพียงสายตาที่มองอย่างอาฆาต ส่วนพีคเห็นว่าไฟเขียวก็รีบขับรถออกไปอย่างเร็ว ด้วยอารมณ์ที่เดือดดาด ก่อนจะพูดบางอย่างกับเพลิงโดยสายตายังจ้องถนน 

“ถึงร้านเมื่อไร มึงโดนดีแน่!” 

*********************************** 

ลงช้าไปหลายวันเลย หวังว่าจะไม่เบื่อกันนะคะ (แอบกลัว) 

ติดงานนิดนึงค่ะ พยายามแต่งให้จบสลับกันไป 

ตอนนี้เป็นช่วงผู้ชายเมนมาไม่ปกติ เดี๋ยวกวนเดี๋ยวร้าย55555 

ฝากเป็นกำลังใจด้วยนะคะ 

ผิดพลาดตรงไหนบอกกันได้นะ 

#เจ้าชิบะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น