พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ติดอยู่ในใจ (40%)...กาเเฟรสหวาน+ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร???

ชื่อตอน : ติดอยู่ในใจ (40%)...กาเเฟรสหวาน+ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร???

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.5k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2562 19:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ติดอยู่ในใจ (40%)...กาเเฟรสหวาน+ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร???
แบบอักษร


ตายล่ะ!

เธอเผลอดื่มของใครเข้าไป!  

มันเป็นของใครกันล่ะเนี่ย! เธอเมาขี้ตาจนเผลอถือวิสาสะไปคว้าแก้วของใครมาดื่มอย่างไม่ดูหน้าดูหลัง แต่จำได้ว่าครั้งสุดท้ายเธอก็วางแก้วกาแฟของตัวเองไว้ตรงตำแหน่งนี้นี่นา          

คิริมาทำหน้ายุ่ง ออกอาการกระวนกระวายใจ เพราะเกรงว่าเจ้าของชามะนาวที่เธอเพิ่งเผลอจิบไปจะลุกขึ้นมาโวยวาย แต่เหมือนอยู่ๆ ก็แว่วได้ยินเสียงหัวเราะใกล้ๆ รังสีอำมหิตแปลกๆ ที่แผ่มาถึงแผ่นหลังบอบบางทำให้เธอหันขวับไปยังเบื้องหลัง แล้วทันใดนั้นก็ต้องนิ่งค้าง เมื่อเห็นพงษ์สวัสดิ์กำลังนั่งคุยกับสาวสวยคนหนึ่งอย่างออกรส เขาไม่ได้สนใจเธอ ไม่ได้ปรายตามาทางเธอเสียด้วยซ้ำ         

เขามากับผู้หญิงคนอื่นแล้วไง มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเสียหน่อย แต่ทำไมหัวใจเธอต้องวูบโหวงแปลกๆ ด้วยเล่า  

บ้าไปแล้ว!      

คิริมาดึงสายตาออกจากภาพตรงหน้า หมุนตัวกลับมาพร้อมเม้มปากนิดๆ แล้วตั้งท่าจะลุกขึ้น หากแต่กลับต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงข้อความเฟสบุ๊คดังขึ้น

พอก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ก็ต้องเม้มปากเข้าหากัน พงษ์สวัสดิ์ส่งข้อความมา ตั้งแต่คืนนั้นรู้สึกเหมือนว่าเขาจะมีความสุขกับการส่งข้อความมาก่อกวนเธอ         

‘กาแฟคุณมันขม ผมลองชิมแล้วไม่อร่อย ก็เลยสั่งชามะนาวให้ จะได้สดชื่น’   

ถ้อยคำที่ถูกส่งมาจากคนที่กำลังนั่งคุยกับสาวสวยทำให้คิริมาอ้าปากค้าง นี่เขากล้าดียังไงมายุ่งกับลาเต้สุดโปรดของเธอ ถึงแม้มันจะเย็นแล้วแต่มันก็เป็นของเธอ    

‘แล้วคุณมายุ่งอะไรกับเรื่องของฉัน’

ไวเท่าความคิดคิริมาพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยความไม่พอใจ ทว่านอกจากจะไม่สะทกสะท้านแล้วพ่อคนช่างก่อกวนยังส่งสติ๊กเกอร์หน้าตาบ๊องแบ๊วแต่กวนเข้าไส้มาให้ด้วย  

‘ก็ไม่ได้อยากยุ่งนักหรอกป้า แต่อยู่ๆ ก็ได้แถมฟรี เห็นคุณหนีงานมาแอบงีบอยู่ที่นี่พอดีก็เลยเอาให้’ 

เหตุผลของอีกฝ่ายทำให้เธอเม้มปาก ว่าจะกดปิดเสียงมือถือตัดรำคาญอยู่แล้ว หากคำว่า ‘แถมฟรี’ ไม่ทำให้เธอรู้สึกฉุนกึกขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน           

‘ฉันมีเงิน!’     

‘ผมรู้ว่าคุณรวยเจ้านาย แต่อยากให้…มีอะไรไหม’

เอากับเขาสิ ไอ้คนบ้าเอ๊ย!

น้ำคำประชดประชันกึ่งท้าทายทำให้คิริมาแทบจะหันขวับไปตะโกนใส่หน้าเขาว่าอย่ามายุ่งกับเธอ แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอทำเพียงปิดเสียงมือถือ ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง เดินไปยังเคาน์เตอร์ จ่ายเงินค่าชามะนาวที่เขายัดเยียดให้ แล้วสั่งกาแฟแก้วใหม่ จากนั้นก็กลับมายังเก้าอี้ของตน    

ไม่นานเด็กในร้านก็เดินมาแจ้งพงษ์สวัสดิ์ว่าคูปองฟรีของเขายังใช้ได้เพราะสิทธิ์ถูกคืนให้ ซึ่งในวินาทีนั้นคนที่กำลังก้มลงหยิบเสื้อสูทรู้สึกเหมือนโดนจ้องจนร้อนไปทั้งตัว พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสายตาคาดโทษ แต่นอกจากจะทำท่าเย็นชาใส่แล้วเธอยังเชิดหน้าลากเก้าอี้จากไปอย่างหน้าตาเฉย คิริมาไม่ได้จะออกไปจากร้านแต่อย่างใดเพราะยังดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟไม่สาแก่ใจ เพียงแค่จะไปให้พ้นๆ หน้าเขาเท่านั้น              

จากนั้นเธอก็ได้ที่สิงสถิตใหม่เป็นซอกหลืบในสุดของร้าน แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ยกมือขึ้นบีบขมับ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่นานก็หันไปรับกาแฟแก้วใหม่จากเด็กในร้านซึ่งเอามาเสิร์ฟให้ถึงที่ขณะพึมพำขอบคุณ ก่อนจะจิบละเลียดรสชาติพร้อมหลับตาพริ้ม          

อา! คาเฟอีนทำให้เธอรู้สึกดีเป็นบ้า

หลังจากได้ดื่มกาแฟหอมกรุ่นรสชาติละมุนลิ้นอาการมึนๆ อึนๆ ก็เริ่มบรรเทาเบาบางลง คิริมาเดินไปหาเลือกการ์ตูนตาหวานแถวๆ ชั้นหนังสือที่อยู่ใกล้ๆ บ่ายนี้เธอเอื่อยเฉื่อยได้เพราะไม่มีงานอะไรแล้ว      

ร่างเพรียวบางเดินเลือกหาหนังสือการ์ตูนไปเรื่อยๆ ด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อยผ่อนคลาย กระทั่งมาเจอการ์ตูนหมึกจีนของอาจารย์ดังที่เธอเคยเช่ามาอ่านในสมัยเรียนมหา’ลัย ทว่าครั้นจะหยิบมาจากชั้นมันกลับถูกใครบางคนที่อยู่อีกฟากดึงรั้งเอาไว้ ทั้งคู่ยื้อแย่งกันสองสามทีก่อนที่คิริมาจะตัดสินใจมองลอดช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือไปดูหน้าคนที่แย่งการ์ตูนกับตัวเอง แล้วก็แทบจะผงะเมื่อเห็นว่าเป็นพงษ์สวัสดิ์ที่กำลังก้มลงมองเธออยู่ คิริมาปล่อยหนังสือที่จับอยู่คนละฝั่งกับเขาทันควัน จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่พูดไม่จา                     

เธอย้ายมาหาหนังสือเล่มใหม่ในโซนห่างออกมาด้วยสภาพหัวใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะรู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองทุกอากัปกิริยาจนชักจะทำตัวไม่ถูก คิริมาเดินมองหาการ์ตูนตาหวานไปเรื่อยๆ จนย้อนกลับมาหยุดลงที่โซนใกล้ๆ กับเก้าอี้ของตน แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อมีใครอีกคนมายืนซ้อนหลัง

กลิ่นกายหอมสะอาดสะอ้านแบบนี้ ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นพงษ์สวัสดิ์      

หนักกว่านั้นคือเขาเอื้อมมือมาจับหนังสือเล่มเดียวกับเธอโดยจงใจวางมืออุ่นประกบบนมือเรียว แถมยังพ่นลมหายใจผ่าวระอุราดรดแถวๆ ต้นคอระหง         

ฟอด!!!

คนมึนไม่พูดพร่ำทำเพลงแต่เอียงหน้าเข้าหอมซีกแก้มเนียนใสฟอดใหญ่ ทำเอาร่างบางสะดุ้งเฮือก นัยน์ตากลมโตเบิกโพลง ยกมือข้างที่ว่างกุมแก้มร้อนจี๋        

“เมื่อกี้…ค่าชามะนาวของผมที่คุณจิบไป”  

แค่เผลอจิบไปนิดเดียวเนี่ยนะ?  

ข้ออ้างฟังไม่ขึ้นหากไม่ใช่ในเวลาที่เขามายืนหายใจรดต้นคออยู่แบบนี้ล่ะก็ เธอจะกระแทกเสียงด่าทอกลับไปบ้าง แต่ตอนนี้คิริมากลับแทบคุมสติไม่อยู่ และเธอก็จะไม่ต่อความยาวสาวความยืดเรื่องชามะนาวเจ้าปัญหากับจอมก่อกวนเป็นอันขาด เพราะรังแต่จะทำให้เรื่องมันยืดเยื้อ เผลอๆ ผู้หญิงคนนั้นอาจจะมาเห็นว่าเขาอยู่กับเธอ        

“คุณตามฉันมาทำไม” ปากอิ่มขยับถามขณะยืนตัวเกร็ง    

“หลงตัวเองไปป่ะ ผมมาดื่มกาแฟกับสาว ไม่ได้ตามคุณมาเสียหน่อย”

เขารวนกลับด้วยการจงใจตีความหมายว่าเธอกล่าวหาว่าเขาตามมาถึงร้าน ทั้งที่จริงๆ แล้วคิริมาหมายความว่าเขาตามเธอมาหลังจากที่เธอย้ายที่นั่ง   

“แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่ไปนั่งกับผู้หญิงของคุณโน่น” หลังจากดึงมือออกจากมือกระด้าง เธอก็เอ่ยเสียงแข็งๆ พร้อมท่าทางเชิดๆ ทำให้คนที่ยืนซ้อนหลังอยู่กระตุกมุมปากหยักยิ้ม     

“ก็ไม่ได้อยากมายืนเบียดคุณแบบนี้นักหรอก” ปากบอกว่าไม่แต่ร่างใหญ่กลับขยับเข้าหาจนแผงอกกว้างชิดแผ่นหลังบอบบาง ทำเอาเธอสะดุ้งน้อยๆ แล้วเอ่ยต่อ   

“แต่ที่ต้องมาเพราะสงสัยว่าคุณรู้จักกับไอ้เวรนี่หรือเปล่า ผมเห็นมันตามคุณมาตั้งแต่คุณเดินออกจากโรง’บาล” ขาดคำเขาก็ยื่นมือถือที่มีรูปของชายหน้าเหี้ยมคนหนึ่งให้เธอดู คราวนี้คิริมาถึงกับตัวแข็งทื่อ เธอเบลอจนลืมระวังตัวไปเลย และถ้าเขาไม่มาบอกเธอคงโดนเล่นงานทีเผลอเป็นแน่          

“ไม่ ฉันไม่เคยรู้จักเขามาก่อน”   

“งั้นก็ระวังตัวด้วยล่ะ มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ”

คนที่รู้ว่าเธอกำลังถูกปองร้ายเอ่ยอย่างหนักแน่นเจืออาทร ขณะเอื้อมมือมากุมมือเรียว แล้วบีบเบาๆ ทำเอาคิริมาอุ่นซ่าน จากนั้นเขาก็ส่งรูปของบุคคลต้องสงสัยมาให้เธอทางข้อความเฟส          

“อืม…ขอบใจนะ กลับไปหาแฟนคุณเถอะ” 

“ผมไม่มีแฟน มีแต่เมีย”

พงษ์สวัสดิ์ปฏิเสธอย่างหนักแน่น เกยคางลงบนลาดไหล่อ่อนช้อยทำเอาเธอหายใจสะดุด แล้วก็ต้องสะดุ้งน้อยๆ เมื่อเขาเอียงหน้ายื่นริมฝีปากผ่าวระอุมาพรมจูบข้างแก้มนวลหลายต่อหลายครั้ง กิริยาคล้ายหยอกเอินแกมออดอ้อนจนเธอใจสั่น และคงจะรู้สึกดีกว่านั้นหากไม่คิดว่าคนที่เขาหมายถึงเมียคือผู้หญิงที่มากับเขา         

“งั้นก็รีบไปหาเธอซะ”

“ไล่ผัวจัง” ไม่พูดเหมือนตัดพ้อเฉยๆ พ่อเจ้าประคุณยังไซ้ซอกคอหอมกรุ่นเบาๆ อย่างออดอ้อนได้อีก ทำเอาขนอ่อนเธอลุกเกรียว หัวใจเต้นกระหน่ำ แข้งขาแทบอ่อนเปลี้ย แต่ยังแข็งใจเอ่ยตอบโต้      

“ก็คุณมากับเขา แล้วจะมายุ่งกับฉันทำไม”     

“หึงหรือไงที่เห็นผมมากับผู้หญิงคนอื่น ถึงได้ย้ายมานั่งซะไกลเชียว” นอกจากจะไม่ไปแล้วเสียงทุ้มต่ำยังกระซิบข้างหูทำให้คิริมาเชิดหน้าคอแข็ง แล้วสวนกลับทันควัน        

“ไม่ได้หึง ไม่คิดจะหึง อย่าหลงตัวเองนักเลย” ขาดคำเธอก็ต้องเม้มปากเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ กลั้วลำคอหนา ไอ้คนโรคจิต! ได้ไล่ต้อนเธอแล้วมีความสุขนักหรือไง    

“คงไม่เท่าที่คุณหลงผมหรอกมั้ง ไม่งั้นคงไม่ลากเก้าอี้หนีมานั่งไกลขนาดนี้” เขาว่าพลางหมุนคนที่กำลังยืนตัวเกร็งให้หันมาหา ใบหน้ากวนๆ นั่นน่าหมั่นไส้ชะมัด       

“ไม่ได้หนี  แค่รำคาญ อย่าเข้าใจผิด”  

คิริมาเชิดหน้าย้อนกลับเสียงแข็งๆ ครั้นจะพยายามหาทางหลุดพ้นไปจากการคุกคามมือแกร่งทั้งสองข้างก็เท้าเข้ากับชั้นหนังสือกักร่างบางเอาไว้     

“แน่ใจ” ใบหน้าหล่อออร่าเปื้อนยิ้มกวนๆ ตาคมจ้องลึก  

ครั้นเห็นเธอหลบตาวูบก็กระตุกมุมปากขึ้น แล้วโน้มหน้าลงมาหาพร้อมลมหายใจอ่อนๆ ทำเอาคิริมาประหม่าและใจเต้นโครมคราม ทว่าก่อนที่เขาจะทำอะไรอย่างเอาแต่ใจก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน       

“พี่พงษ์คะ พี่ธีมาแล้วนะคะ”   

น้ำเสียงหวานหูทำให้คิริมาเกือบเม้มปาก ส่วนเจ้าของชื่อก็แทบหลุดสบถออกมาเมื่อมีคนมาขัดจังหวะ เขายกหน้าห่าง แล้วเค้นเสียงตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์           

“เออ! เดี๋ยวพี่ไป”

“นี่ปล่อยฉันนะ ผู้หญิงเขามาเรียกแล้วก็ไปสิ” คิริมากระซิบบอก ขณะดิ้นอึกอักให้หลุดพ้นจากกรอบของแขนแกร่งที่กักเธอไว้จนหลังแนบกับชั้นหนังสือ          

“ไม่อยากรู้เหรอว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

“ทำไมฉันต้องอยากรู้ เราไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย”

คิริมาเชิดหน้าสวนกลับอย่างฉะฉาน ทว่าชั่วเสี้ยวนาทีกลับต้องตัวแข็งทื่อ นัยน์ตากลมโตเบิกโพลง เมื่อปากหยักโฉบลงมาบดขยี้ปากอิ่มแบบหน่วงหนักระคนดุดันอย่างต้องการลงโทษ จอมตะกละจูบเอาๆ โดยไม่สะทกสะท้านกับแรงผลักดันของสาวเจ้า แถมยังบดเคล้าริมฝีปากสีกุหลาบอย่างจาบจ้วงเอาแต่ใจ จนหนำใจถึงได้ยอมถอนปากออกไปในสภาพที่คนตัวเล็กหอบฮักหน้าแดงก่ำชวนมอง            

“กาแฟเมื่อกี้รสชาติดีนะ ‘หวาน’ ใช้ได้” เจ้าของใบหน้าเปื้อนยิ้มกวนๆ ก้มลงมามองวนที่ปากเจ่อ พลางยกนิ้วโป้งขึ้นลูบปากตัวเอง แล้วเอ่ยอีกประโยค   

“หวานกว่าชามะนาวแก้วนั้นอีก”     

“แก้วไหน?”

“ก็แก้วที่ผมสั่งให้คุณไง ผมชิมก่อนนิดหน่อย” เขาเอ่ยหน้าตายพร้อมขยิบตาให้ แต่คนฟังกลับแทบอ้าปากค้างกับความไร้มารยาทของคนมึนได้โล่ ดื่มแล้วยังเอามาให้เธอเนี่ยนะ  

“ทีหลังถ้าอยากดื่มเองก็ไม่ต้องอุตส่าห์เอามาให้ฉันหรอก ฉันมีปัญญาซื้อกิน” เธอเอ่ยเสียงแข็งๆ นัยน์ตาดุวับที่กรุ่นไปด้วยความเคืองขุ่นทำให้คิ้วหนาที่พาดอยู่เหนือดวงตาร้ายๆ เลิกขึ้น    

“คุณจะไปซีเรียสทำไม ผมแค่ชิมก่อนนิดหน่อย อย่างมากก็แค่เหมือนเราสองคน ‘จูบกัน’ ผ่านแก้ว” เขาไหวไหล่แล้วเอ่ยด้วยท่าทางอารมณ์ดีจนน่าหมั่นไส้ แต่ทำให้เธอหน้าเห่อร้อน              

“จูบแบบไหนฉันก็ไม่อยากจูบกับผู้ชายอย่างคุณทั้งนั้น”

“งั้นผมจะทำให้คุณเปลี่ยนใจ…”

ไม่ทันจะขาดคำมือกระด้างก็เคลื่อนมาทาบลงตรงพวงแก้มสุกปลั่ง แล้วทันใดนั้นปากหยักก็ประทับลงบนปากอิ่ม เธอทำตาโตด้วยความตระหนก ก่อนจะดิ้นอึกอัก พยายามเม้มปากเอาไว้ ส่วนมือก็ฟาดสะเปะสะปะไปที่แผ่นอกกำยำและไหล่กว้าง ทว่าคนหนังหนากลับไม่สะทกสะท้าน มิหนำซ้ำยังมอบจูบดุดัน เร่าร้อน และลึกซึ้ง จนคิริมาแทบยืนไม่อยู่ สมองเหมือนตายดับในวินาทีที่ปลายลิ้นสากแทรกเข้าสู่โพรงปากหวานล้ำ          

เขาดูดปากอิ่มบ้างขบเม้มเป็นเชิงหยอกเอิน โดยไม่สนใจอาการดิ้นรนขัดขืนแต่อย่างใด ยิ่งเธอพยศเขาก็ยิ่งป้อนจูบยั่วเย้าเร้าอารมณ์ จนหนำใจถึงได้ยอมถอนปากออก จากนั้นแทนที่จะผละห่างไปจมูกซุกซนดันไซ้ซอกคอขาวระหง แล้ววกขึ้นมาฝังลงตรงซีกแก้มนวลปลั่งอย่างมันเขี้ยว            

ฟอด!!!   

“ทีหลังถ้าหึงก็เดินเข้าไปบอกผู้หญิงที่มากับผมตรงๆ เลยสิ ว่าคุณเป็นเมียผม แต่จะบอกอะไรให้นะ…ผมไม่เอาเมียเพื่อนมาเป็นเมียตัวเองหรอก คุณสบายใจได้”      

หลังจากปล่อยให้เธอได้หายใจหายคอ พงษ์สวัสดิ์ก็ก้มลงกระซิบเบาๆ แล้วหลิ่วตาให้ ก่อนจะเดินผิวปากจากไปท่ามกลางการอ้าปากค้างเติ่งของคิริมา    

คนบ้า! แล้วเขาจะมาบอกเธอทำไมกันเล่า

ถึงแม้จะก่นด่าคนมึนในใจไปอย่างนั้นทว่าใบหน้างามกลับแดงซ่าน แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นคือใจของเธอชื้นขึ้น และรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ก่อนที่โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงจะสั่น ครั้นเห็นว่าเลขาโทรมาก็รีบกดรับสาย อีกฝ่ายโทรมารายงานว่าคนไข้พิเศษของเธอหายไปจากห้องผู้ป่วย พอได้ยินดังนั้นคิริมาก็รีบผลุนผลันออกไปจากร้านกาแฟด้วยท่าทางเร่งรีบ ท่ามกลางสายตาคู่หนึ่งที่มองตามอย่างสนใจ             

หลังจากกวาดตามองไปรอบๆ จนแน่ใจว่าไม่มีใครดักซุ่มประทุษร้าย เจ้าของร่างบางก็ก้าวยาวๆ ไปข้างหน้า หากไม่ติดว่าใส่ส้นสูงอยู่เธอคงวิ่งด้วยความร้อนใจ ครั้นจะถอดก็เกรงใจอากาศร้อนเปรี้ยงเพราะคงทำให้เท้าของเธอพองเป็นแน่ เดินห่างจากร้านกาแฟพอสมควรก็รู้สึกว่ามีฝีเท้าคู่หนึ่งก้าวตามหลังมาด้วยความชิล ดูเอื่อยเฉื่อยจนไม่น่าจะใช่ผู้ร้ายอีกทั้งคิดว่าพวกมันคงไม่กล้าตามเธอมาเพราะเข้าสู่เขตโรงพยาบาลแล้ว กำลังจะเลิกสนใจคนที่เดินตามหลังมาอยู่แล้ว หากน้ำเสียงกวนประสาทจะไม่ส่งมายั่วแหย่เสียก่อน                         

“นี่คุณจะรีบไปไหนเล่า  รอกันบ้างสิ!”  

“อย่ามายุ่งกับฉัน!”

ท่านรองผู้อำนวยการสาวสวนกลับเสียงแข็งๆ โดยไม่ได้หันกลับไปมองหน้าอีกฝ่าย เพราะไม่บอกก็รู้ว่าเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพงษ์สวัสดิ์ ส่วนขาก็ยังคงก้าวไปข้างหน้าไม่ลดละ ซึ่งน้ำคำบาดหูฝังใจที่เธอชอบเอ่ยขับไล่เมื่อสมัยมัธยมนั้นก็ทำให้เขาแทบหลุดสบถออกมา ขบกรามแน่น แล้วสาวเท้าตามร่างบางไป           

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่โถงของโรงพยาบาลคิริมาก็รีบเดินลิ่วไปยังลิฟต์ ขณะโทรหาเลขาสาวด้วยความร้อนใจ พอเข้ามาในลิฟต์ได้เธอก็รีบกดปิด เรียกเสียงสบถจากคนที่ก้าวตามมาไม่ทัน เขาจำต้องยืนรอลิฟต์ด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ แล้วทันใดนั้นคนที่วิ่งทะเล่อทะล่าออกมาจากลิฟต์อีกตัวก็ทำให้พงษ์สวัสดิ์นิ่งค้างเหมือนถูกสาป          

ผู้หญิงที่เดินแกมวิ่งผ่านหน้าเขาไป!  

ผู้หญิงคนนั้นทำให้หัวใจของเขาเหมือนจะหยุดเต้น ลมหายใจเหมือนถูกสูบออกไปจากร่าง โลกเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ และสมองเหมือนตายดับ ลืมแม้กระทั่งว่าตัวเองตั้งใจจะตามคิริมาไป...


โอ๊ยยยยย อิป๋าคนมึน กวนและหยอดเมียได้ทุกสถานการณ์ หาโอกาสเอาเปรียบหนูครีมตลอดๆ แถมยังทำเป็นควงสาวมากินกาแฟอีกนะเออ ที่ไหนได้คนฟอร์มจัดห่วงเมียจ้า ว่าแต่!!! ว่าแต่!!! ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร??? ผู้หญิงที่ทำให้ป๋าตะลึง ผู้หญิงที่ทำให้ป๋าลืมแม้กระทั่งหนูครีม เอิ๊กกกกกๆๆ เอาเป็นว่าไปลุ้นจนตัวโก่งในตอนหน้าจ้า เอ้า…ใครรออยู่ ใครอยากอ่านต่อ เม้นท์มาแสดงตัวอย่างด่วนๆ จ้า กรุณาอย่าทำตัวเป็นนักอ่านเงาเด้อจ้า หนึ่งเม้นท์เท่ากับหนึ่งกำลังใจจ้า ^^

###ปล.หายหน้าไปหลายวันเพราะเร่งรีไรท์งานจ้า (จะเอาเข้าโรงพิมพ์ก่อนสงกรานต์นะคะ) และที่ไม่ได้มาลงให้เมื่อวานเพราะว่าเป็นไข้หนักจ้า แพ้อากาศเรื้อรัง ที่สุดก็กลายมาเป็นไข้จนได้ และอาจจะลามไปถึงขั้นเป็นไข้ติดเชื้อตามเสต็ปของโรค SLE แต่ก็พยายามรักษาตัวอยู่จ้า ถ้าเป็นไข้ใส่สงกรานต์คงต้องนอนอยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหนแน่นอนจ้า^^

***อ่านแล้วเป็นยังไงบ้างเม้นท์มาบอกกันบ้างเด้อจ้า***



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น