Hanata.ashi

1 คอมเม้นท์ ร้อยกำลังใจ 1 กดไลค์ ล้านคำขอบคุณ

ตอนที่ 1 จุดสนใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 จุดสนใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 จุดสนใจ
แบบอักษร

​ตอนที่ 1 จุดสนใจ

4 ทุ่มแห่งมังกรไฟ กำลังเดินไปกลางแหล่งช้อปปิ้งชื่อดัง  ร้านอาหารคานิยะ เป็นร้านอาหารกึ่งผับ ที่ทั้ง 4 เห็นหุ้นส่วน บริการสเต็กเลิศรส และไวน์ ชั้นดี  ทั้ง 4 คนเป็นคนรุ่นใหม่ วันนี้เขามาที่ร้านพร้อมกับปรึกษาหารือเกี่ยวกับธุรกิจของพวกเขาด้วย

“ฮามะ ได้ยินว่าบริษัทพ่อแกปีนี้จะบริจาคเครื่องกีฬาแสนชุดหรอ” เทนจิเอ่ยถาม

“อืม ฝ่ายการตลาดตั้งแคมเปญแบบนั้นนะ” ฮามะตอบ

“ฉันว่าปรับแผนนิดหน่อยจะดีกว่าไหม ทำเป็นพวกสร้างอาคารเรียน โรงอาหารให้ชนบท” ซาอิเสนอ

“เป็นโปรเจคเสริมซิ ฉันว่าแบบนี้ดีกว่า” ฮามะแย้งนิดหน่อย

“แต่เราต้องลงพื้นที่ตรวจสอบนะ ไม่อยากให้เงินแล้วไปจัดสรรเอง”เทนจิเสริมอีก

ในขณะที่หัวหน้าแก๊งค์ผู้หล่อเหลา ริวจิ นั่งฟังเงียบๆ

“มีความเห็นไงท่านประธาน” ฮามะเอ่ยแซว

“ส่งคนของเราลงพื้นที่เก็บข้อมูลพร้อมถ่ายรูปแล้วเอามาเสนอก่อนตัดสินใจ” ในขณะที่ริวจิพูด สาวตาเขามองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ได้สนใจในกลุ่มเท่าใดนัก

เขากำลังสนใจในบางสิ่งที่อยู่นอกหน้าต่าง กลุ่มสาวกลุ่มใหญ่ที่กำลังเดินคุยกัน แต่มีใครบางคนในกลุ่มนั้นที่สะดุดตาให้เขามองจนไม่อาจละสายตาลงได้

ร้านตรงข้ามเป็นร้านชาชั้นดีที่ มีขนมอร่อย สาวๆ สวนใหญ่ชอบมานั่งคุยกันที่ร้านแห่งนี้  และสาวกลุ่มนี้ก็มาหยุดอยู่หน้าร้าน เพื่อมองหาโต๊ะว่างที่จะนั่งจับจองพื้นที่

กิริยาหวานๆ แต่ซ่อนไว้ภายใต้การแต่งตัวที่ไม่ได้เซ็กซี่มาก แต่มันดูเซ็กซี่สุดๆ ในสายตาของริวจิไม่น้อย


อิริยาบถต่างๆ  ของเธอทำให้ริวจิไม่อาจจะละสายตาลงได้ ผิวขาวที่ตัดกับชุดสีกรมพาให้ภาพเธอผ่องแม้ต้องกระทบแสงแดงจนทำให้ผิวเธอระเรื่อไปด้วยสีแดงเป็นจ้ำ ๆ  ด้วยอากาศที่ร้อน กลุ่มของเธอนั่งอยู่จุดนั้นเพียงไม่นาน บริกรหนุ่มน่าตาดี เดินมาต้อนรับ ทั้งกลุ่มคุยกับบริกร อย่างสนิทชิดเชื้อ พาให้ริวจิมีความสงสัยอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะเธอ ดูให้ความสนิทกับบริกรคนนั้นอย่างมาก เขาพูดคุยกับเธอพร้อมใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มและบางครั้งก็มีอาการคล้ายหัวเราะ

ยิ่งเขาได้มองเขาก็ยิ่งหลง รอยยิ้ม ของเธอช่างหน้ามองยิ่งนัก เขาตกอยู่ในภวังค์นั้นนานจนอาหารยกมาแล้วสักพัก เพื่อนๆ เห็นเขานิ่งไม่ตักอาหารตรงหน้าทาน จึงร้องเรียก

“ริว ริว” จนเขาสะดุ้งน้อยๆ แล้วหันมามองหน้าเพื่อน

“มึงเรียกกูทำไมวะ” ริวจิหันไปถาม

“สเต็กมึงเย็นหมดแล้วไม่เห็นกินกูก็เรียกซิ” ซาอิตอบ

“เออๆๆ” แล้วเขาก็ตัดชิ้นเนื้อใส่เข้าปาก แต่สายตาก็ยังคงมองไปที่จุดนั้นอย่างเดิม

ความรู้สึกของเขาตอนนั้น อยากรู้จักเธอจัง เธอเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไรและพักอยู่ที่ไหน

แต่จะใช้คนใกล้ตัวก็ไม่อยากให้พวกมันแซว เขาได้แต่นิ่งเงียบ และหาวิธีสืบด้วยตัวเอง

หลังจากที่ทั้งหมดทานอาหารเสร็จ เขาทำทีชวนให้พวกเพื่อนอีก 3 คนเดินผ่านกลุ่มสาวๆ

ความโดดเด่นของเขาก็หาได้พลาดสายตาของเธอคนนั้นไม่ เขาและเธอประสานสายตากันโดยมิได้นัดหมาย เขามองเธอ เธอมองเขา เหมือนมีไฟสปาร์คเข้าหากัน เธอยิ้มให้เขาน้อยๆ เขานึกชอบใจ และคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอคงมีใจให้เขาอยู่บ้าง

ในระหว่างที่กลุ่มของริวเดินไปตามถนนอยู่นั้น ก็มีแก๊งอีกแก๊งที่ทำตัวกร่างกำลังชุดกระชากหญิงสาว

“ช่วยด้วย อู้อี้ๆๆๆ” เธอร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็โดนคนในแก๊งปิดปากเอาไว้

เธอพยายามสะบัดอย่างแรงจนหลุดจากการเกาะกุม เธอวิ่งสุดชีวิตแล้วมาล้มลงตรงหน้าของ 4 หนุ่ม เธอเงยหน้าขึ้น มองเซอิ แล้วร้องขอความช่วยเหลือ

“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย” ร่างกายที่สั่นเทา ทำให้เซอินั่งยองลงแล้วเอ่ยถาม เป็นอะไรหนีอะไรมา

“ช่วยด้วยค่ะ พวกมันมาฉุดฉัน” เธอบอกพร้อมกับหันหน้าไปทางที่วิ่งหนีมา

ทั้ง 4 คนมองหน้ากันแล้วได้ยินเสียงโวยวายมาจากทางที่เธอบอก

“รออยู่นี่” เซอิบอก ริวไปกัน แก 2 คนอยู่เป็นเพื่อนเธอ

เซอิเอ่ยปากบอกแล้วเดินไปกับริว  ผ่านไป 5 นาที ทั้ง 2 เดินกลับมาในสภาพที่ไม่มีรอยอะไรเลย  ยกเว้นแผลมุมปากเล็กน้อยสิวๆ

“สาวน้อยเธอปลอดภัยแล้ว” เซอิ ก้มลงไปกระซิบบอกข้างหูเบาๆ  หญิงสาวที่นั่งก้มหน้าสั่นกลัวในตอนแรกค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเซอิ

“ขะ ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าว แต่ก็ยังคงความหวาดระแวงซึ่งเซอิสังเกตเห็นอยู่

“ไม่ต้องกลัว” น้ำเสียงที่นุ่ม หวานเสนาะหู บาดใจหญิงสาวยิ่งนัก

“เธอชื่ออะไร” เซอิเอ่ยถาม

“ชะ ชื่อ พลอยค่ะ”  หญิงสาวตัวเล็กเอ่ยบอก

“เธอไม่ใช่คนญี่ปุ่น?” เซอิถามต่อ

“ฉันคนไทยค่ะ” พลอยเอ่ยตอบ แล้วเล่าต่อไปว่า “ฉันมาเที่ยวค่ะ แต่หลงกับเพื่อน ระหว่างที่เดินก็เจอกลุ่มนั้น กำลังจะวิ่งหนีพวกมันก็เข้ามาฉุดกระฉากฉัน แล้วก็เป็นอย่างที่พวกคุณเห็น”  พลอยเล่าให้เซอิฟัง

“แล้วคุณชื่ออะไร” พลอยเอ่ยถามกลับ

“ผมชื่อเซอิ  ไอ้นี่ ริวจิ นี่ฮามะ แล้วไอ้นี่ เทนจิ” เซอิ แนะนำ ทุกคนให้พลอยได้รู้จัก

พลอยหญิงสาวตัวเล็ก สูงเพียง 168 ซม. ปากนิด จมูกหน่อย เป็นที่ถูกใจของเซอิยิ่งนัก

“ออกตัวแรงขนาดนี้สงสัยจะถูกใจ” ฮามะหันไปกระซิบกับเทนจิเบาๆ

“พลอยพักอยู่ทีไหนเดี๋ยวผมไปส่ง” เซอิออกตัวแรง

“เอ่อ.....คือ เอ่อ” พลอยได้แต่ เอ่อ...............”จำไม่ได้ค่ะ พลอยเพิ่งมาถึงญี่ปุ่นได้แค่ 3 ชั่วโมงเอง” หญิงสาวตอบแล้วก้มหน้างุดๆ บอกเซอิออกไป

เซอิมองอากัปกิริยาของสาวสวยตรงหน้า แล้วนึกพอใจ

“ไม่เป็นไร เอาโทรศัพท์มาใช่ไหมเปลี่ยนซิมหรือยัง” เซอิถาม

“ยังค่ะ ที่มาเดินก็เพื่อจะหาซื้อซิมเปลี่ยนนี่หละค่ะแล้วก็พัดหลงกับเพื่อน”

ย่านชิบูย่า ขึ้นชื่อเรื่องความหนาแน่นประชากรอยู่แล้วไม่แปลกที่จะพัดหลงกันสำหรับมือใหม่อย่างเธอ

“เอางี้ เราไปเดินหาซื้อซิมกัน” แล้วเซอิก็หันไปหาเพื่อนๆ

“พวกมึงกลับไปก่อนก็ได้ เจอกันคืนนี้ที่เดิม” แล้วทั้งหมดก็แยกย้าย เซอิก็ไปกับสาวสวย

กลับมาทางด้านริวจิบ้าง นับตั้งแต่เห็นหญิงสาวที่ร้านกาแฟตรงข้ามร้านสเต็กของเขา มันก็ทำให้ไม่สามารถลืมใบหน้าสวยงามลงไปได้เลย เขาโทรให้ลูกน้องเข้าไปเลียบเคียงถามเจ้าของร้านกาแฟถึงหญิงสาวในเดรสสีน้ำเงินลายจุด ได้รับคำตอบเพียงว่า เป็นน้องสาวของเพื่อน แต่ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ไม่ขอตอบ

ถึงริวจะขัดใจบ้าง แต่ก็ทำได้แค่เก็บเงียบ ริวจิคิดในใจ เธอเป็นใคร จะรู้ตัวไหมว่า เวลาที่เธอนั่งสลับขาไปมาเธอไม่เคยระวังตัวเอาเสียเลย ที่สำคัญกระโปรงสวยของเธอมันเผยให้เห็นขาขาว ๆ ทีละน้อยๆ ในขณะที่หญิงสาวนั่งคุยกับเพื่อนอย่างออกอรรถรส ถ้ามีวาสนาต่อกันคงจะได้พบกันอีกครั้ง

 2 อาทิตย์หลังจากนั้นมา ริวจิทำงานทุกวันแทบไม่ได้ขยับกาย แต่ใบหน้าสวย ๆ ก็ยังคงประทับอยู่ในใจ วันนี้เขาต้องไปโรงพยาบาลเพื่อไปรับยาให้แม่ เป็นยาปกติที่กินทุกเดือน ด้วยวัยชรา ลุงหมอไปตรวจร่างกายเรียบร้อยหมดแล้วเพื่อความสะดวกแต่เรื่องรับยาคงต้องไปรับที่โรงพยาบาล

เขาเดินเข้าประตูด้านโถงหน้าของโรงพยาบาล กำลังจะเดินไปติดต่อประชาสัมพันธ์เพื่อรับใบสั่งยาที่ลุงหมอฝากไว้ให้

“สวัสดี ริกะจัง” ริวจิทัก

“สวัสดีค่ะคุณริว นี่ค่ะอาจารย์หมอฝากใบยาไว้ให้แล้ว” ริกะจังส่งเอกสารให้

“ขอบคุณครับ” ในขณะที่ริวกำลังหันหลังเพื่อเดินไปช่องการเงิน ปรากฏร่างหญิงสาวที่เขาเฝ้ารอใฝ่ฝันหาตลอด 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาอยู่ตรงหน้ากับกลุ่มเพื่อนหมอด้วยกัน ความโดดเด่นของเธอ ทำให้ริวจำได้แม่นยำ ครั้นจะเดินไปทักก็กระไร ไม่รู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ

เขาหมุนตัวกลับทันที

“ริกะครับ เธอคนนั้นชื่ออะไรแล้วทำแผนกไหนหรอ” ริวชี้ไปที่หญิงสาว

ริกะยิ้มให้บางๆ แล้วเอ่ยว่า

“คุณหมอมิยูกิ คุณหมอประจำอยู่แผนกสูตินรีเวชค่ะ” ริกะตอบ

“อ่อ หมอเด็กซินะ” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ มิน่าไม่น่าเชื่อหญิงสาวที่ดูร่าเริง เซ็กซี่นิดๆในสายตาเขา แต่ก็ไม่ค่อยจะระวังตัวเวลานั่ง จะเป็นหมอเด็กอยู่ที่นี่

“ขอบคุณครับริกะ” แล้วริวก็เดินไปจัดการธุระจนเรียบร้อย  ไหนๆ ก็เสร็จเรื่องแล้ว แอบไปดูคุณหมอคนสวยหน่อยดีกว่า ว่าแล้วริวก็เดินขึ้นลิฟท์ไปยังแผนกสูติฯ ภาพที่ริวเห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้คุณหมอคนสวยกำลังเล่านิทานให้เด็กๆ ฟังอยู่ที่โถงของหวอด วันนี้เป็นวันพิเศษที่ช่วงบ่ายคุณหมอสาวมีคลาสในการเล่านิทานให้ผู้ป่วยเด็กฟัง ริวจิยืนหลบมุมฟังนิทานของหมอสาวด้วยรอยยิ้ม ท่าทางประกอบการเล่าให้เด็กๆ ฟัง ทำให้ริวจิมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดู  ความสดใส ร่าเริงและรักเด็ก เป็นอีกครั้งที่เขาไม่อาจละสายตาจากจุดนั้นไปได้เลย จนเมื่อเขาได้ยินเสียงตบมือของเหล่าพยาบาลและเด็ก ๆ ที่ดังขึ้น พร้อมกับภาพตรงหน้าที่เด็ก ๆ พากันฮ้อมล้อมคุณหมอคนสวยไว้ ทำให้เขามองอย่างเพลินตา จนสันทนาการตรงนั้นจบลง

ชีวิตประจำวันของคุณหมอคนสวยไม่มีอะไรมากมาย วันจันทร์ เข้าเวรตรวจคนไข้ผู้ป่วยนอก  ส่วนวันอื่นๆ ก็จะลงตรวจคนไข้ผู้ป่วยใน จากรายงานที่เขาได้รับ ทุกครั้งที่หมอคนสวยออกตรวจเด็ก ๆ เขามักจะมีของเล่นหรือลูกอมให้กับเด็กเสมอ  รอยยิ้ม เสียงหัวเราะของเด็กๆ ภาพถ่ายที่เขาเห็นอยู่เบื้องหน้าทำให้ลืมไม่ลงกันเลยทีเดียว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น