Mari-p
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep.28 : สอนงาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2562 00:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.28 : สอนงาน
แบบอักษร

ผมจัดการเรื่องที่ถูกห้าง T กล่าวหา พอดูกล้องวงจรปิด เค้าก็เห็นอยู่ว่าเราถูกกลั่นแกล้ง จากเรื่องที่ควรจะตักเตือนเฉยๆดันเป็นเรื่องใหญ่ ที่จริงแค่วางของเกะกะ ตักเตือนธรรมดาก็พอแล้ว แต่คนมันจะหาเรื่องอะนะ ยังไงมันก็หาเรื่อง

พอกลับมาถึงบริษัท งานออกแบบมากมายถูกส่งเข้ามาเยอะจนดูแทบไม่ไหว ผมให้มิลินจัดการปริ๊นซ์ งานออกแบบทั้งหมดใส่กระดาษแล้วเอามาให้ผมที่ห้องประชุม ห้องที่จะมีโต๊ะใหญ่มากพอ จะวางงานทั้งหมดได้

เฮ้อออออ ไม่ถูกใจ นี่ก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ใช่แนวของ Ulzzz คนไหนที่ใกล้เคียงแล้วพอคิดไว้แล้วว่าจะปรับจูลกันได้ ผมก็แยกไว้ ถึงมันจะมีแค่ไม่กี่คน แต่มันยังไม่ใช่ในแบบที่ผมต้องการ ผมเลยเก็บแบบที่คัดไว้เอาไว้ก่อน แล้วไปจัดการเรื่องอื่นต่อ ช่วงนี้ผมไม่มีเวลาให้ได้หายใจเลย


ผมใช้เวลาน้อยนิดที่มีโทรหา ยัยลูกแมว เพราะผมไม่ได้โทรหาเธอมา 3 วันแล้ว ไม่รู้เลยเธอเป็นยังไง สบายดีไหม ทำอะไรอยู่

[ Jaokha Calling...... ]**

สายสนทนา

[ หายไปเลยนะ ]

“ คิดถึงจัง “

[ ทำไมเสียงเป็นแบบนั้นอะ หนักเลยหรอ ]

“ ช่วงนี้กำลังมีปัญหาเรื่องดีไซน์เนอร์อะ ตอนนี้เปิดระบแบบจากนักศึกษาจบใหม่ จากคนทางบ้าน ที่มีความสามารถ ไหนจะปัญหารอบตัวอีก แค่เหนื่อย แค่อยากได้ยินเสียเธอ “

[ ไหวไหม ให้ฉันไปหาดีไหม ]

“ ไม่เป็นไร ฉันเก็บเธอไว้ในเซฟโซนแบบนี้ดีแล้ว ฉันต้องวางแล้ว ดูแลตัวเองดีๆนะ “

[ จะไม่พูดว่าพยายามเข้านะหรอก เพราะฉันเชื่อว่านายผ่านได้ ]

“ อื้ม “

จบการสนทนา


ผมโดนเค้าไล่บี้อยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ แบบนี้แม่งไม่ใช่ผมเลย จะสู้ยังไงในเมื่อตัวการยังใช้การชักใย ด้วยอำนาจที่ตัวเองมีล้นมือ จะสาวเข้าไปถึงตัวฝั่งนู้นยากมาก แต่เค้าจะถึงเรามันกลับง่ายนิดเดียว

Rrrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrrr [ หรั่ง Calling..... ]**

เอาเบอร์ตัวเองโทรมางั้นหรอ

สายสนทนา

“ ไง กลับมาแล้วดิ “

[ เออ เป็นไงบ้าง ]

“ ก็ดี ก็ยังโอเค “

[ เหี้ย เสียงมึงแม่งไม่โอเคเลย หนักเลยหรอ ]

“ ถามเหมือนเมียกูเลย “

[ เออเสียงมึงมันเหี้ยมากอะ เมียกูฝากมาบอกว่า จะชนะทางธุรกิจอะ ไม่ได้หรอก เค้าวางแผนตีกรอบมึงไว้ทุกทางแล้ว ]

“ เออกูรู้ กูคิดจะเล่นนอกเกมส์ตั้งแต่แรก แต่ก็นะ รอเคลียร์ปัญหาที่นี่จบ แล้วจะหาแผนใหม่ มึงเสือกเอาตัวประกันกูเป็นเมียแล้วนิ ยอมใจมึงเลย “

[ บอกเลย โคตรเด็ด ได้แบบนี้กูหลงตายเลย มึงมาร้านกู แล้วค่อยมาคุยกัน ว่าจะเอายังไงต่อ ]

“ เออ แล้วค่อยเจอกัน “

จบการสนทนา

เพราะมึงนี่แหละ แผนกูเลยพัง เฮ้ออออ แต่จะว่ามันก็ไม่ได้ หรั่งมันไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล มันคงจะคิดดีแล้ว ถ้ามันไม่ได้คิดอะไร จะฟันแล้วทิ้งก็ได้ แต่มันเลือกที่จะรับผิดชอบ แสดงว่าเธอโอเค แต่โอเคงั้นหรอ ผมนึกภาพไม่ออกเลย เอาเถอะ ไปเจอวันนี้ก็รู้เอง

หวังว่าวันนี้คงไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ผมอีกนะ ผมเจอเรื่องเซอร์ไพรส์มามากพอละ


พอเลิกงาน ผมตรงมาที่ร้านของไอ้หรั่ง วันนี้มันไม่เปิดร้านแฮะ ผมเดินเข้ามาในร้านเห็นไอ้หรั่ง กำลังขนข้าวของมากมาย โดยมีพนักงานชายในร้าน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

“ อะไรของมึงเนี่ย ของอะไรเยอะแยะวะ”

“กูแค่สงเคราะห์ เด็กหนีออกจากบ้านอะ ของลิซ่า” หรั่งชี้ไปที่กล่องพัสดุทั้งหมด

ห๊ะ ไวจัง ย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยหรอ เดี๋ยวๆผมตามไม่ทัน ผมทำหน้างงๆ กับเพื่อนสนิท ที่กินเร็ว เคลมเร็ว ไวยิ่งกว่าประกันรถชั้น 1

“ อย่ามาทำหน้างง ช่วยกูขนของเลย”

“เรียกกูมาใช้งานหรอเนี่ย”

เอาจริงๆ ผมตามความสัมพันธ์ของสองคนนี้ไม่ทัน ครั้งล่าสุดที่ผมเจอเธอ คือเธอพยายามจะเข้าหาผม แต่ทำไมถึงมาตกลงปลงใจย้ายมาอยู่กับไอ้หรั่งได้วะ ผมรู้สึกว่าตัวเองพลาดอะไรไปเยอะเลย

หรั่งถือกล่องใบใหญ่ เดินเข้ามาในห้อง มีผู้หญิงสาวสวยกำลังจัดของที่ยกขึ้นมา

“ วางไว้เลย อย่าให้ของฉันพังนะยะ “

“พูดไม่่น่ารัก ระวังจะไม่ได้นอนนะคะ”

“หรั่งงงงง!!!!” เธอหันหน้ามา พร้อมกับตกใจผมที่ช่วยถือของขึ้นมา

กูควรจะทำตัวยังไงวะ แบบเมื่อไม่กี่วันมานี้ กูเพิ่งวางยาเค้า แต่วันนี้เค้ามาอยู่ตรงนี้ ในฐานะเมียเพื่อนสนิท เอาเข้าไป ทำตัวไม่เป็นกันเลยทีเดียว

“ หรั่ง ฉันหากล่องเสื้อผ้าไม่เจอ มันอยู่ไหน“

“ทิ้งไปแล้ว”

“ แกจะบ้าหรอ เสื้อผ้าฉันตัวละตั้งหลายพัน เป็นหมื่นก็มี แกเอาไปทิ้งได้ยังไงงงงงง !!!!!” ลิซ่าแผดเสียงดัง แหลมปี๊ดดดด

“ใครเรียกเสื้อผ้า เค้าเรียกเศษผ้า เอาไปบริจาคยังสงสารคนได้รับเลย ชุดห่าไร ไม่ปิดห่าอะไรเลย”

“แล้วฉันจะใส่อะไร”

“ใส่เสื้อผ้าฉันไง แมนดี”

“ไอ้ทุเรศ” แล้วลิซ่าก็ตบลงที่ไหล่หรั่งอย่างแรง

“เอ่อ กูไปรอข้างล่างดีไหม กูไม่อยากอยู่เป็น กขค” ผมไม่ต้องรอคำตอบอะ เนรเทศตัวเองออกมาทันที

สรุปมึงจะคุยธุระกับกูไหมเนี่ย!!!!! ทำไมผมถึงรู้สึกเป็นส่วนเกินวะ


ผมเดินลงมานั่งลงที่โซฟาข้างล่าง แล้วไม่นานไอ้หรั่งก็ตามลงมา อะจ้า ดูมีความสุขสุดๆ แม้จะโดนเค้าด่า ให้ตายเถอะ

“เป็นเอามากนะมึง หุบยิ้มบ้าง” ผมแซวเอาคนที่ยิ้มให้หุบ

“เห็นแบบนี้ น่ารักกว่าที่มึงคิดนะ ถึงจากปากจัด ปากไม่ตรงกับใจ แต่จริงๆเป็นคนดีกว่าที่คิด”

อะ ช่วงอวยเมียก็มา

“จริงจังหรอ”

“เออ กูบอกไม่ถูกวะ มึงจะไม่รู้จักเค้าเลย ถ้ามึงไม่อยู่ใกล้เค้าจริงๆ ที่เค้าต้องเข้าหามึง เพราะอยากให้พ่อเห็นความสำคัญอะ ยัยนั่นถูกพ่อใช้แบบสินค้าแลกเปลี่ยนอะ แต่หวยดันมาลงที่มึงไง บวกกับโดนมึงหักหน้า แล้วมาโดนยังเจ้าข๋าหักหน้าอีก เลยคิดว่าเป็นมึงก็โอเค ได้ช่วยพ่อ ได้แก้แค้น ได้แฟนที่ใครๆก็อิจฉา”

แบบนี้เองหรอ ผมจะไว้ใจเธอได้ไหม ผมจะกล้าเล่าเรื่องทุกอย่างให้เพื่อนสนิทผมฟังได้ไหม ถ้างั้นยั้งปากไว้สักนิดก็แล้วกัน ดูท่าทีของเธอไปก่อน ผมยิ้มให้เพื่อนสนิท

“จะเอายังไงต่อ มึงยังไว้ใจกูได้นะ กูเนี่ยหักได้แต่ไม่ยอมงอ”

“เออ กูรู้ ตอนนี้กูยังถูกบีบจากรอบข้าง เหมือนถูกศัตรูที่ล้อมเมืองไว้ จะสู้ได้กูต้องมีพวกก่อน กูต้องจัดการทุกอย่างที่เละเทะนี่ให้ได้ก่อน ปัญหาที่กูเจอตอนนี้ ทำให้กูรู้ว่าคนที่กูมีแม่งไร้ประสิทธิภาพมากแค่ไหน มันเป็นตัวกูเองที่ต้องทำทุกอย่างหมดเลย งานในกูก็ต้องรับ ข้างนอกก็โดนกระแทก”

คนในบริษัทหลายสิบ ใช้งานจริงได้เพียงหยิบมือ

“อย่างน้อย มีคนจัดการภายใน กูจะได้จัดการเรื่องอื่นได้บ้าง”

“จะจัดการพ่อฉัน นายมีอะไรไปสู้” เสียงผู้หญิงที่เดินมาข้างหลังทำเอาให้ผมต้องหันไปมอง

ลิซ่าเดินมานั่งข้างๆหรั่ง ก่อนจะนั่งไขว่ห้างกอดอก ท่าเดียวกับผมเป๊ะ

“เตรียมรับได้เลย พ่อฉันจะไม่หยุด วันที่นายจะล้มเค้าจะมาพร้อมแอปเปิ้ลอาบยาพิษ เพื่อมอบทางรอดให้บริษัทของนาย แล้วนายจะตกเป็นของพ่อฉันจนต้องขายวิญญาณเลย”

“ฝันไปเถอะหน่า”

“พ่อฉันจะไป ร้าน The Lord ทุกวันเสาร์ พ่อชอบผู้หญิงอยู่คนนึง ชื่ออะไรไม่รู้จำไม่ได้ แต่เบอร์ L88 พ่อเคยเสนอให้เลิกทำงานนี้หลายครั้ง เคยเสนอจะเลี้ยงดูอย่างดี จำได้ว่าลูกน้องของพ่อบอก เธอเป็นคนเดียวที่ไม่ยอมทำไซด์ไลน์ แต่ที่ยอมพ่อ เพราะพ่อขืนใจเธอทุกครั้ง มันเลยเป็นเหตุผลที่ทำไมเธอไม่ยอมให้พ่อฉันเลี้ยง แต่เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่พ่อฉันยอมหาเวลาไปเจอมากกว่าลูกของตัวเอง”

“บอกฉันแบบนี้ไม่กลัวพ่อโกรธหรอ”

“ก็ถือว่าชดใช้ให้ที่ทำให้เลิกกับแฟนละกัน”

หมายถึงเจ้าข๋าอะหรอ แสดงว่าเธอไม่รู้สินะ ว่าผมไม่ได้เลิกกันจริงๆ

“มีอย่างอื่นอีกไหม”

“ไม่มีอะ พ่อฉันอยู่แต่กับงาน ฉันยังต้องรู้จักกับพ่อตัวเองผ่านลูกน้องของพ่อเลย พ่อจะเจอฉันแค่ตอนอยากใช้งาน หรือให้ช่วยทำอะไรเท่านั้น”

สายตาเศร้าๆของเธอทำเอาผมรู้สึกสงสารเธอจัง

“ตอนแรกฉันจะส่งพ่อฉันเข้าประกวดพ่อยอดแย่ ตอนนี้ให้พ่อเธอยืนหนึ่งเลย” ผมยิ้มบางๆให้เธอ

“ก็ไม่ได้แย่นัก มันก็มีเงินให้ใช้ไม่ขาดมือ ฉันใช้เงินได้อย่างเจ้าหญิงเลย แม้จะไม่อยากได้ก็ตาม”

พอเข้าใจแล้วทำไมหรั่งมันถึงพาเธอมาอยู่ที่นี่ พอเข้าใจว่าทำไมหรั่งมันถึงอยากรับผิดชอบ ผมอาจจะอคติกับเธอมากเกินไป เรื่องของพ่อเธอ ทำเอาป๊าผมเป็นคนดีไปเลย

“กูกลับก่อนดีกว่า ไว้กูมาใหม่ อยากอยู่เงียบๆใช้หัวนิดหน่อย”


ผมกลับมาถึงบ้าน ก็เจอบ้านเปิดไฟอยู่ เลยเดาได้ว่าป๊าม้าคงจะกลับมาจากเที่ยวแล้ว ไวจัง เรื่องที่บริษัทยังไม่คืบหน้าเลย จะเอาหน้าที่ไหนไปเจอละเนี่ย

ผมเดินเข้ามาในบ้าน เห็นป๊านั่งอยู่คนเดียวที่โซฟา รอผมจริงๆสินะ

“ นั่งสิ”

“ครับ” ผมนั่งลงที่โซฟาตัวสั้น ที่ไม่ไกลจากที่ป๊านั่งเท่าไหร่

“ ที่บริษัทเป็นไง”

“ก็เรื่อยๆ ไม่มีอะไรดี และไม่มีอะไรแย่ครับ”

“ดึงเงินจากบัญชีส่วนตัวไปจ่ายค่าผ้าตั้ง 7แสน ยังบอกไม่มีอะไรแย่หรอ” ป๊าผมขึ้นเสียงดัง เลยทำให้ผมต้องก้มหน้ารับความผิด

ป๊าถอนหายใจยาวๆออกมา เราต่างเงียบไม่มีใครพูด ที่ไม่พูดเพราะไม่รู้จะเริ่มตรงไหน

”ได้บทเรียนอะไรจากมันบ้าง”

“ผมผิดที่วางแผนไม่รอบคอบเองครับ”

“แค่นั้นเองหรอ แกได้แค่นี้จริงๆหรอ แกนั่งเก้าอี้กผู้บริหารมา 1 ปี แกได้แค่นี้เองหรอ” ป๊าเสียงดังขึ้นอีกครั้ง

“ ป๊าาาา มันมีแต่คนที่ใช้งานไม่ได้” จนผมทนไม่ได้ต้องเสียงดังตาม

“อคติ มันบังตาแกหมดแล้ว ทุกคนมันใช้ไม่ได้หมดแหละ เพราะแกมันทนงตัวไง เพราะแกอยู่จุดสูงสุดมาตลอด แกเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐาน แกเองนั่นแหละที่ใช้งานไม่ได้”

ผมอึ้ง!!! นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดว่าผมเป็นคนที่ใช้งานไม่ได้

“แกคิดว่าหมากที่ฉันวางไว้ เพื่อให้แกเดินต่อมันคืออะไร แกปล่อยให้ดีไซน์เนอร์ดิสเครดิตเรา แกปล่อยให้ศัตรูมาทำให้เครดิตเรามีปัญหา เพราะอะไร เพราะแกมันเห็นแต่ตัวเองไง ไอ้เสือ แกคิดว่าแกเก่ง แก่คนเดียวทำได้ทุกอย่าง บริษัทนึงจะมีแกที่ทำงานไม่ได้ แกจะมาเป็นฝ่ายผลิตเองไม่ได้ จะมาเป็นเซลล์เองไม่ได้ แกจะมาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองไม่ได้ มีแต่คนโง่เท่านั้น ที่เอาแม่ทัพเข้าไปแลกกับเบี้ย”

ผมอึ้งอีกครั้ง ป๊าไม่เคยโมโหผมขนาดนี้เลย ผมได้แต่เงียบ รอฟังที่ป๊าด่า

“ฉันรอ รอวันที่แกจะขอความช่วยเหลือ รอวันที่แกจะเอ่ยปากให้คนอื่นเข้ามาช่วย แต่แกก็ยังทนงตัว ความฉลาดกำลังทำแกตาย”

“ ขอโทษครับ”

“ชัยชนะเล็กๆที่ผ่านมาของแก มันทำเอาแกหลงระเริง คิดว่าแกแน่กว่าคนอื่น แกคิดว่าการบริหารคืออะไร ตอบ!! “

“คือการยืมมือคนอื่น เพื่อทำให้งานสำเร็จครับ”

“แล้วตอนนี้แกกำลังทำอะไรอยู่ อยากจะเป็นแค่เบี้ย หรือเป็นแม่ทัพ ไม่มีแม่ทัพที่ไหน วิ่งทำงานทุกอย่างในกองทัพคนเดียว รู้ไว้!!!”

“ครับ”

ผมก้มหน้าลงรับความผิด

“ผมควรทำยังไงดีครับ”

ป๊าผมยิ้มบางๆออกมา

“แกไม่ผิดหรอก แกทำงานบริหารแค่ปีเดียว ประสบการณ์จะสอนให้แกเก่ง จะหลอมเหล็กกล้าต้องใช้ไฟ จะสร้างคนต้องใช้ประสบการณ์ แกเก่งจริง ฉลาดกว่าใครจริง มากกว่าฉันในตอนอายุเท่าแกแน่นอน แต่ที่แกไม่มีคือการมองคนให้ขาด มองให้เห็นข้อดี แล้วใช้คนให้เป็น แกคิดว่าไอ้คนไม่ได้เรื่องอย่างธีระ ฉันเอามานั่งตำแหน่งผู้จัดการการตลาดทำไม”

ป๊าก็รู้ว่าเค้าไม่ได้เรื่อง แล้วให้มานั่งตำแหน่งผู้จัดการทำไม ผมส่ายหน้าเบาๆเป็นคำตอบให้คนเป็นพ่อ

“เพราะมัน สอพอเก่งกว่าใคร การเจรจา การพบปะลูกค้า สกิลมันเป็นเลิศ มันทำได้ทุกวิถีทางที่จะทำให้งานมันสำเร็จ ต่อไปการเจรจาทุกอย่างให้มันทำ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล มายด์ ยัยนี่ดูแลภาพรวมของบริษัท หาคนที่เหมาะกับงาน ต่อไปหาดีไซน์เนอร์ให้มายด์ทำ ถ้าอาของแกไม่มั่นใจ หรืออยากได้ความคิดเห็น เดี๋ยวก็จะเอามาถามแกเอง ใช้คนให้เป็นเสือ แล้วต้องเด็ดขาดกว่านี้ บริษัทนี้ไม่ได้มีแกคนเดียว”

“แล้วเรื่องริชาร์ดละป๊า”

“ไปคิดเอา วันนี้ฉันมาสอนงานบริหาร เรื่องอื่นไปลองทำดู ไม่ได้ค่อยมาถาม”

“ครับ”

สุดท้ายก็จบด้วยประโยคยอดฮิตของป๊า ลองทำดู ไม่ได้ค่อยมาถาม แล้วถ้าผมทำพลาดอีกหล่ะ


ป๊าลุกขึ้นยืน แล้วหันมาพูดของผม

“ อ่อ!!!...เสือ ฉันจะบอกว่า ฉันก็เป็นหมากตัวนึงของแก “

image


ซีเรียสเกินไปไหมคะ

บอกตรงๆ ตอนไรท์แต่งไรท์รู้สึกชอบตอนนี้มาก

เพราะ มันไม่เหมือนนิยายเรื่องอื่น ที่พระเอกเก่งทำได้ทุกอย่าง

มันไม่ใช่การเอาชนะศัตรูแบบไม่สมเหตุสมผล

หรือถ้าซีเรียสไป บอกนะคะ ตอนหน้าๆจะได้ลดความซีเรียสลง

ความคิดเห็น