ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตามตืนหัวใจ...3

ชื่อตอน : ตามตืนหัวใจ...3

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2562 22:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตามตืนหัวใจ...3
แบบอักษร

“อย่าคิดที่จะลงมาเชียวนะ” เขาเห็นเธอกำลังจะลงมาจากรถก็เอ่ยปากห้ามไว้ แต่จะมีหรือคนอย่างปานธิดานั้นจะนั่งอยู่นิ่งๆ เมื่อพ้นร่างของอัครินทที่เดินไปอีกฝั่งหนึ่งแล้ว เธอก็รีบเปิดประตูลงมาทันที

“ย๊า!! ปานธิดา!!!” สายตาคมเหลือบมองเห็นปานธิดาเปิดประตูลงมาจากรถ ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะออกวิ่งออกไปทันที อัครินก็ไม่อาจจะรอช้า รีบขึ้นรถแล้วขับตามทันที


“จะขึ้นไม่ขึ้นยัยตัวดี” อัครินขับรถเทียบเข้าที่ข้างทาง เมื่อเห็่นว่าร่างของปานธิดานั้นกำลังเดินอยู่

 สาวเจ้าก็เพียงแต่หันมามองด้วยสายตาเท่านั้น เธอไม่ได้เอ่ยใดๆเลยสักนิด ก่อนที่จะสาวเท้าเดินต่อเรื่อยๆ อัครินก็ไม่วายขับรถชะลอช้าๆตามเธอเช่นกัน

 “รู้นะว่ารวย แต่ขับรถแบบนี้มันเปลืองน้ำมัน เปลืองทรัพยากรโลก” ปานธิดาหันไปแขวะใส่เขา

 “ถ้ารู้ก็รีบขึ้นมา มันเปลืองน้ำมัน แล้วรถมันก็ติดด้วย ไม่เห็นหรอ” เขาเอาสารพัดข้ออ้างมาอ้างเพื่อให้สาวเจ้านั้นขึ้นรถตามความต้องการของตนเอง

 “ถ้าคุณไม่อยู่อย่างนี้รถมันก็ไม่ติดหรอกค่ะ”

 “ถ้าขึ้นมาฉันจะลดเงินที่เธอต้องจ่ายคืนให้” จู่ๆ ก็หากลละเม็ดวิธีที่จะให้ปานธิดานั้นขึ้นเสียให้จนได้ จนคนที่ได้ยินนั้นมีแววตาลุกแววเป็นประกายเพราะเมื่อเทียบแล้วหากจำนวนเงินที่มันลดลงมันก็จะเป็นผลดีต่อเธอ

 “จะขึ้นไม่ขึ้น”

 “......”

 “ปานธิดา!” เพราะหญิงสาวนั้นนิ่งอยู่นาน แถมยังไม่โต้ตอบใดๆกลับมาอีก มันยิ่งทำให้เขาเร่งเร้าเธอ

 “ขึ้นก็ได้!” ว่าแล้วก็เดินปึงปังเข้าไปเปิดประตูแล้วนั่งลงที่เบาะข้างคนขับ โดยมีสายตาของอัครินนั้นมองอยู่ไม่ห่าง

 “คนบ้าอะไร หน้าด้านเป็นที่หนึ่ง” เธออดไม่ได้ที่จะแขวะคนข้างกาย

 “หน้าด้านอายอด เธอไม่เคยได้ยินคำนี้หรือไง” เขาเองก็ตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่ไม่ได้แสดงออกว่าทุกข์ร้อนอะไรเลย

 “เคยได้ยิน แต่มันไม่สมควรจะมาเกิดกับคนที่เคยทำร้ายฉันมาก่อนอย่างคุณ” สายตาของเธอนั้นแปรเปลี่ยนไป ไม่เหมือนกับคราแรกที่อัคิรนจ้องมอง

 “......” เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วเขาเองก็แทบจะพูดอะไรไม่ออกเหมือนกัน เสมือนว่ามันจุกดันอยู่ที่ลำคอเต้มไปหมด อยากจะพูดให้เธอนั้นได้รับฟังแต่ก็ไม่อาจจะเปล่งเสียงใดๆออกมาได้

 “บอกฉันสิคะ มันสมควรที่จะเกิดขึ้นจากคนอย่างคุณหรอคุณริน ตอบฉันมาสิ คุณให้คำตอบฉันได้มั้ย” เธอเองก็อยากรู้ว่าทำไมกัน ทำเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นต้องเป็นเหมือนโดนแกล้งกันแบบนี้ด้วย ทำไมต้องให้เขาทำร้ายเธอจนแทบขาดใจ แล้วสุดท้ายต้องมาทำดีให้กัน เป็นแบบนี้มันสมควรแล้วหรือ...

 “ฉะ...ฉัน ขะ...ขอโทษ”

 “จะไปไหนก็รีบไปเถอะค่ะ” เธอไม่อาจจะรับฟังคำขอโทษจากเขาได้เลย จึงรีบบอกให้ชายหนุ่มนั้นทำในสิ่งที่ตนต้องการเสีย...



 ส่วนอีกคนที่หนีใจตัวเองมา ในตอนนี้ก็กำลังยืนอยู่ที่หน้าบ้านเพียงรัก สถานที่ที่เธอนั้นจากมาแถมยังเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตเธออีกด้วย หากไม่ใช่เพราะที่นี่ ก็คงจะไม่มีเธอจนถึงทุกวันนี้ แต่ทว่าการที่เธอจะมาถึงที่นี่ได้หัวใจนั้นมันก็นึกห่วงคนที่นอนซมด้วยพิษไข้อยู่ แต่ทว่าแม้จะห่วงเท่าใดแต่เธอต้องแข้งใจเข้าไว้ ที่เขาเป็นแบบนั้นก็เพราะตัวเขาเองทั้งนั้น...

 “สวัสดีพงษ์” เธอยืนรออยู่สักพักหนึ่ง ชายหนุ่มหน้าตาคุ้นก็เดินมาหาเธอตามเสียงที่โทรหาไปเมื่อไม่นาน

 “คิดไว้แล้วว่าต้องมา ยินดีต้อนรับสู่บ้านเพียงรักอีกครั้งนะ” พงศกรที่เดินมาหาหญิงสาวหลังจากที่เธอนั้นได้โทไปหาเขาเมื่อไม่นาน

 “เราเข้าไปข้างในกันเถอะ เขมอยากเจอทุกคนในจะขาดแล้ว” จากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าบ้านไป

 พอเดินเข้ามาข้างในก็จะพบเห็นเด็กเล็กเด็กน้อยนั้นอยู่ร่วมกันเต็มไปหมด แต่ด้วยพื้นที่บ้านนั้นไม่ได้กว้างใหญ่อะไรมากมายทุกอย่างจึงถูกจำกัดและแบ่งแยกไว้อย่างพอดีและลงตัว ยามเมื่อสาวเท้าเข้ามาข้างในความทรงจำเก่ามันก็หวนคำนึงอีกครั้ง อยู่ดีๆน้ำใสๆมันก็ไหลคลอหน่วงอยู่ที่ดวงตาของเธอ “เขมคิดถึงที่นี่จังเลยพงษ์” เธอหันไปบอกกับพงศกร

 “ที่นี่ก็คิดถึงเขมเหมือนกันนะ เราเข้าไปหาแม่คุณกันเถอะ”

 “จ๊ะ” ว่าแล้วก็เดินตามกันไป

 “แม่คุณสวัสดีค่ะ” เธอนั้นแสนจะคิดถึงแม่คุณคนนี้นัก คนที่ให้โอกาสเธอนั้นได้มีชีวิตอยู่ต่อ ได้อยู่มองโลกใบใหญ่ใบนี้

 “เขม มาได้ไงลูก แม่กำลังคิดถึงเราเลย” เห็นคนที่รักอีกหนึ่งคนก็รีบเอ่ยบอกความดีใจที่ได้เจอหน้าเด็กสาวในวันวานแต่ในยามนี้หญิงสาวนั้นโตจนกลายเป็นสาวสะพรั่งเสียแล้ว เวลามันชั่งล่วงเลยมาเร็วเสียเหลือเกิน

 “เขมก็คิดถึงแม่คุณค่ะ” เธอเดินเข้าไปโอบกอดแม่คุณ บุคคลที่มีบุญคุณต่อเธอมากโข

 “ป่ะ ป่ะ เราเข้าข้างในกันดีกว่า แม่มีเรื่องยากจะคุยกับเราเยอะแยะเลย”

 “ได้ค่ะ” ว่าแล้วทั้งสามคนก็พุดคุยเรื่องสัพเพเหระสารพัดเรื่อง หยิบยกมาเล่าก็คงจะไม่หมดเพราะมันเยอะมากจริงๆ

 เพราะไม่ได้พบกันนานนัก จึงมีเรื่องราวหลายอย่างที่จะต้องพูดกันจนไม่รู้ว่ามันจะหมดหรือเปล่า แต่ทว่าในยามที่เขมมิกานั่งลงที่เก้าอี้ภายในห้องทำงานของแม่คุณแล้ว ประตูบานหนาก็เปิดออก ปรากฏร่างของผู้หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาพร้อมทั้งในมือยังถือถาดใส่น้ำ ดวงตาหวานจ้องมองแทบไม่กระพริบ เมื่อเธอจำได้ดีว่าคนๆนี้คือมารดาของตน รูปที่แม่บุญธรรมนำมาให้ดูมันชัดเจนเจนจัดว่าต้องเป็นคนนี้แน่ๆ จู่ๆน้ำตามันก็ไหลริน ยามที่เธอพบคนที่ใจนั้นโหยหามาทั้งชีวิต

 “เป็นอะไรหรือเปล่าลูก” คนที่เข้ามาใหม่สงสัยว่าสาวเจ้าคนนี้ทำไมอยู่ๆถึงน้ำตาไหลได้

 “อ้อ ปะ...เปล่าค่ะ หนูแค่คิดถึงแม่” พูดไปน้ำเสียงมันก็สั่นไหวไปยากที่จะควบคุม

 “....น้าก็คิดถึงลูกน้าเหมือนกัน ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง” มองใบหน้าหญิงสาวรุ่นลูกมือนั้นก็วางแก้วน้ำในถาดลงที่โต๊ะ เศร้าใจทุกครั้งที่เอ่ยคำว่าคิดถึง ในวันนั้นเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะทอดทิ้งเด็กสาวตัวน้อยสักนิดแต่ฐานะในตอนนั้นมันแสนจะยากเย็นแสนเข็ญนัก หากบุตรสาวอยู่กับตนก็ไม่รู้ว่าจะได้พบเจออนาคตที่ดีหรือเปล่า...

 “ไม่ต้องแค่พูดคำว่าคิดถึงแล้วนะ นิภา หญิงสาวตรงหน้านี้คือลูกสาวเธอ” เป็นแม่คุณที่เฉลยความคับแน่นในอกของคนทั้งสอง คนที่ได้ยินอย่างนิภาก็แทบไม่อยากจะเชื่อ เมื่อผู้หญิงตรงหน้าคือลูกสาวของเธอ คือลูกที่เธอทอดทิ้งไป จู่ๆน้ำตามันก็ไหล ทุกวันเฝ้าฝันถึงใบหน้าเด็กน้อยตัวเล็กตลอดมา แม้จะคิดถึงก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เพียงเฝ้าภาวนาในใจว่าสักวันขอให้ได้เจอสุดรักสุดดวงใจ...

 “มะ...แม่คะ” น้ำเสียงสั่นๆของเขมมิกาเอ่ยออกไป เรียกคนที่เธอคิดถึงแทบขาดใจรอนๆ มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสมือของมารดา สัมผัสอันแผ่วเบาที่ส่งต่อไป ทำให้มือของนิภานั้นบีบรัดมือของสาวเจ้าแน่น ทั้งสองโอบกอดกันด้วยความคิดถึง แม่คุณเองที่นั่งอยู่ก็น้ำตารื่นเช่นกัน

 “แม่คิดถึงหนูนะลูก คิดถึงมากๆ ขอโทษที่ทิ้งหนูไป แม่ขอโทษ” น้ำเสียงสั่นเทาเอ่ยบอก

 “หลังจากนี้ไม่ต้องไปไหนแล้วนะคะ อยู่ด้วยกันกับหนูนะ”

 “ได้ลูก ได้ แม่จะไม่ทิ้งหนูไปไหนแล้ว”

 ความโหยหาที่ถูกบรรเทาด้วยแรงรักที่มากกว่า ต่อจากนี้มันจะไม่มีคำว่าจากลาสำหรับเธอและมารดา เธอไม่เคยคิดโกรธที่แม่เลือกที่จะทิ้งเธอไป เชื่อว่าทุกคนต้องมีเหตุผลเป็นของตนเอง ต่อจากนี้เธอจะรักและดูแลแม่คนนี้ให้ดีที่สุด ไม่แพ้ไปกว่าคนที่มีบุญคุณล้นเหลือต่อเธอเฉกเช่นมารดาบุญธรรมที่เอก็รักไม่แพ้ไปกว่าแม่แท้ๆ

มาเเล้วจ้าา

ไรท์หายไปนานใช่มั้ย เก๋าขอโทษนะตัวเอง

พอดีติดธุระ เเล้วไรท์ก็เเวบๆวัมเข้าไปโผล่ในงานหนังสือด้วย พอไปแล้วเเทบไม่อยากจะกลับบ้านเลยล่ะค่ะ

ในใจคิดว่าถ้าเขาให้ปูเสื่อนอนได้ก้น่าจะนอนเเล้ว ตอนนี้เปรียบเสมือนงานหนังสือคือบ้าน

​ปล.ตอนหน้าจะเป็นตอนของคู่เอกแล้วนะคะ มาดูกันว่าใจของเขมจะนิ่งและเย็นชาได้มากแค่ไหน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น