เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

63.3 เจ้าเนื้อตัวน้อยพิชิตใจน้องสาวจอมโจร

ชื่อตอน : 63.3 เจ้าเนื้อตัวน้อยพิชิตใจน้องสาวจอมโจร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 76

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2562 12:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
63.3 เจ้าเนื้อตัวน้อยพิชิตใจน้องสาวจอมโจร
แบบอักษร

บรรยากาศกลืนมิเข้าคายมิออก ไดอาเรียเผยอปาก เผยสีหน้าแววตาร้อยแปดในพริบตา นางมิรู้นารีมีจุดประสงค์อะไร แต่การฉวยโอกาสตอนอีกฝ่ายอ่อนแอแล้วทำคะแนนหัวใจนี้มันไม่ดีเลยนะ คุณหนูน้อยมิชอบ กระนั้นในเวลานี้จะให้เดินหนีหรือจับกดอย่างดวงดาวน้อยแนะนำก็ยากทำทั้งสองอย่าง ไดอาเรียกัดฟัน ดวงตากระดิก คิ้วกระตุกดิ้น นางมิใช่คนอ่อนโยนพอปลอบใครด้วย เฮ้อ 

“นี่..” 

“!!” 

นิกุขวัญกระเจิงหวาดกลัวอุ้งมือไดอาเรียประหนึ่งมันคืออสรพิษ คุณหนูน้อยเห็นแล้วเศร้าสลด จะบอกนางชอบแกล้งนิกุ แต่ก็มิเคยแกล้งอีกฝ่ายแรงเท่ากลุ่มชายฉกรรจ์ เฮ้อ แก้ตัวเปล่าๆ หาข้ออ้างชัดๆ ไดอาเรียอนหายใจเฮือก เอาเป็นว่านางทนเห็นสาวน้อยบอบบางแบบนิกุในสภาพเช่นนี้มิได้ เด็กสาวที่ยิ้มแย้มและเข้มแข็งมีพลังใจเสมอ กลับตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาจนมิกล้าสบตา 

.. 

สายลมฝนพัดผ่านแมงไม้และพงไพรสีเขียวขจีสร้างท่วงทำนองแห่งอารมณ์มัวหมอง แสงตะวันเริ่มบอกลาขอบฟ้า ปล่อยดวงจันทร์ทำงานแทนที่ ไดอาเรียยืนนิ่ง ก้มมองนิกุในร่างเปลือยเปล่ามีเสื้อผ้าน้อยชิ้นที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ คุณหนูน้อยลอบมองนารีอีกครั้ง คราวนี้ดวงดาวน้อยชูป้ายเขียนบอก “ปลอบนางๆ” เมื่อครู่นารียอมรับว่าหยิบป้ายผิดอัน ที่จริงนางจะหยิบอันนี้ตั้งแต่แรกแล้วนะ แต่มันหยิบผิด.. Sorry 

“เฮ้อ” 

ตั้งแต่เกิดไดอาเรียไม่เคยปลอบใครเลยนะ แม้กระทั่งพี่ชายนางยังมิเคยปลอบ จะมีก็แต่อีธานปลอบไดอาเรีย 

“ยืนไหวหรือไม่” 

ใจจริงอยากปล่อยทิ้งเหมือนลูกหมาข้างถนน แล้วให้คนของกลุ่มลับจัดการนิกุ แต่ใจลึกๆกลัวหากปล่อยนิกุไว้เพียงลำพักอาจเกิดเรื่องแย่ๆขึ้นก็ได้ ไดอาเรียมิเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ กระนั้นนางเชื่อว่าคงไม่มีใครปล่อยนิกุไว้เพียงลำพักกระมัง น่าสงสารเหลือเกิน 

นางร้องไห้ด้วย 

“..” ไดอาเรียขมวดคิ้ว นึกโกรธพวกคนที่นางเพิ่งยิงทิ้งเมื่อครู่ เมื่อครู่นางไม่น่ายิงพวกมันตายในนัดเดียวเลย น่าจะซัดกระสุนใส่สักร้อยนัด 

แสงตะวันหายลับทิ้งไว้เพียงท้องนภารัตติกาลสีดำและแสงโคมไฟริบหรี่ในสวนอันเงียบสงัด ไดอาเรียพยุงนิกุมานั่งพักในศาลาริมถนน คุณหนูน้อยมิรู้จักพูดอันใดให้นิกุสบายใจ หากลองเอาคำพูดท่านพี่มาใช้จะได้ผลหรือไม่ “ไม่กลัวๆ” ไดอาเรียประคองแขนเจ้าเนื้อนิกุ ฝ่ามือนวลนุ่มลูบหลังเบาๆ เพื่อนสาวตัวสั่นเทิ้มอย่างน่าห่วงประหนึ่งเด็กมีไข้ นิกุก้มหน้าต่ำ อุ้งมือจับชุดนักเรียนที่ขาดเป็นชิ้น พยายามใช้มันปิดบังเรืองร่างอวบหน่อยๆ กระนั้นเศษผ้ามิช่วยปิดสักเท่าไหร่ ไดอาเรียเห็นแล้วหรี่ตาต่ำ จะว่านางรังเกียจที่ต้องแตะตัวนิกุก็ใช่นะ กระนั้นตอนนี้ เฮ้อ 

ลูบๆ ไดอาเรียนั่งลงข้างๆปากพร่ำบอกว่าไม่เป็นไรแล้ว 

“เฮ้อ..” 

มืดแปดด้าน.. ไดอาเรียอยากกุมขมับ ข้ากำลังทำอะไรเนี่ย คุณหนูน้อยเบือนหน้าหนี มิรู้จะรับมือนิกุอย่างไร อันดับแรกส่งเพื่อนสาวกลับบ้านก่อนดีกว่า ตอนนี้มืดแล้วด้วย “บ้านเจ้าอยู่เขตตะวันออกใช่หรือไม่ ข้าจะให้คนไปส่ง” “ไม่!!” ไดอาเรียลุกและโดนนิกุดึงแขนห้ามมิให้ไปไหน เพื่อนสาวเบิกตากว้าง หน้าซีดราวขนหมีขาว นางกลัว.. นางมิอยากให้คุณพ่อคุณแม่รู้เรื่องวันนี้ หากกลับบ้านตอนนี้.. 

นิกุใช้สองมือรั้งไดอาเรียมิยอมปล่อย คุณหนูน้อยตกใจ เข้าใจว่านิกุคิดอะไร 

“เจ้ามิอยากบอกพ่อแม่หรือ” 

“ไม่.. ขอร้องอย่าบอกพวกท่าน.. ข ขอร้อง” 

สาวน้อยอวบอิ่มขอร้องอ้อนวอนคุณหนูน้อยทั้งน้ำตาไหลอาบแก้ม สีหน้านางทำให้ไดอาเรียตกใจ 

คุณหนูน้อยพลั่งกำหมัด.. 

“..” 

นิกุสะอื้น ทรงผมหยิกยุ่ง ไดอาเรียปิดตาครู่หนึ่ง นางครุ่นคิดหาทางออกที่ดีที่สุด หากนางเป็นคนเจอเรื่องเช่นนี้ ปานนี้ไดอาเรียฟ้องท่านพี่สุดหล่อ บอกให้สั่งคนไปฆ่าล้างตระกูลพวกที่เล่นงานไดอาเรียแล้ว แต่นิกุมิใช่ เพื่อนสาวมิใช่คนโหดร้าย นางเป็นดีที่ช่วยให้โลกนี้ดูสว่างไสว คนดีๆที่มักโดนทำร้ายจากรอบด้าน เฮ้อ “เจ้านี่จัดการยากชะมัด” 

ไดอาเรียพึมพำ บ่นให้นิกุอย่างชิงชัง เพื่อนสาวสะดุ้งเสียงเย็นชาไร้ความอ่อนโยนใดๆ จู่ๆให้รู้สึกเจ็บใจสาหัส ข ข้า.. 

“เฮ้อ..” 

ไดอาเรียถอนหายใจใส่นิกุปานเพื่อนสาวเป็นภาระนางอย่างยิ่ง คุณหนูน้อยเข้าใจว่านิกุคงรู้สึกผิดมากที่สร้างภาระให้ไดอาเรีย เอาจริงๆนางมิมีสิทธิ์ขอร้องหรือต่อรองใดๆกับคุณหนูน้อย กระนั้นน่าแปลกที่ไดอาเรียยอมนิกุ คุณหนูน้อยไม่อยากเสียเวลา นางอยากรีบกลับบ้าน ไปกินข้าวกับพี่ชายแล้ว 

ปล่อยให้นั่งซึมในสวนตอนกลางคืนก็ใช่เรื่อง ไดอาเรียลากนิกุออกจากสวน หน้าสวนมีรถสีดำทะมึนเปิดประตูรออยู่ นิกุมิรู้ไดอาเรียจะพานางไปที่ไหน กระนั้นนางหยุดเดินมิได้เพราะคุณหนูน้อยจับมือนางและบังคับจูงขึ้นรถ พ่อบ้านปิดประตูเมื่อสองสาวน้อยนั่งเบาะหลังเรียบร้อย ครั้นหลังจากนั้นนิกุก็รู้ว่าไดอาเรียพาตนมาที่บ้านคุณหนูน้อย 

คฤหาสน์กลางป่าที่นิกุรู้สึกหวาดๆว่ามันคือบ้านชนชั้นสูง 

“โจนาสช่วยเตรียมห้องพักให้นางที” 

“รับทราบขอรับ” 

“รอก่อน” ขณะไดอาเรียทิ้งนิกุไว้ในรถย่างไร้เยื่อใย นารีที่แอบซุ่มๆตั้งแต่ตอนต้นก็ปรากฏกายขึ้นและลากไดอาเรียไปประชุมหลบหลังกำแพง “ห้ามทิ้งนางเข้าใจหรือไม่” นารียกนิ้วสั่งไดอาเรีย นางที่ว่าหมายถึงนิกุ ไดอาเรียหน้าเหวอพลันโมโห “แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร” คุณหนูน้อยมิรู้จะจัดการเพื่อนสาวด้วยวิธีใด นิกุบอกไม่อยากกลับบ้าน ไดอาเรียก็พานางมาพักที่คฤหาสน์แล้ว คิดว่าพรุ่งนี้ค่อยปล่อยเพื่อนสาว 

“ช่างโง่เขลานัก” 

นารีหยิบพัดกระดาษพลันสะบัดฟาดใส่แก้มไดอาเรีย ผัวะ 

“งือออ” คุณหนูน้อยพยายามอดกลั้นไม่ตะโกนใส่ดวงดาวน้อย นางแก้มป่อง 

“เจ้ามิใช่คนเลวร้ายใช่ไหมไดอาเรีย ข้ารู้ในตัวเจ้ายังมีความดีหลงเหลือ” นารีพูดเสียงขรึมฟังเหมือนอีธานแปดส่วน ไดอาเรียโดนคำพูดนารีกระแทงใจอีกครั้ง กระนั้นนางมิรู้ควรทำอย่างไร ต่อให้ไดอาเรียอยากช่วย.. 

คุณหนูน้อยแก้มแดง ยอมเอ่ยปากเสียงน้อยใจ “ข้ามิรู้จะทำอย่างไรนิ” 

นารีฟังเสียงลูกศิษย์งอนแล้วให้ใจอ่อนยวบ “นางกลัวมาก เจ้าอยู่ข้างๆนาง” 

สำหรับช่วงเวลาเลวร้ายเช่นนี้ หากไม่มีใครอยู่ข้างๆแล้ว อาจทำให้นิกุเสียสติหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย ปกติคงต้องมีเพื่อนคอยปลอบ หรือพ่อแม่คอยดูแล แต่ยามนี้นิคุไม่มีทั้งสองอย่าง นางต้องรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงลำพักซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หากหัวใจนิกุเข็มแข็งกว่านี้อาจไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ไดอาเรียก็เห็นแล้ว ขนาดคนพุงกลมๆอย่างนิกุเจอเรื่องเช่นนี้ นางยังขวัญเสีย ร้องไห้ตลอดไม่หยุดซะที 

ปล่อยไว้ไม่รู้นิกุคิดจะทำอะไร บางทีอาจฆ่าตัวตายก็ได้ 

“ขะ ฆ่าตัวตายเลยหรือ” 

“ใช่” 

นารีพูดด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มนั้นแลงดงามและแฝงด้วยความจริงอย่างมิอาจปฏิเสธ ไดอาเรียคลื่นไส้ทันทีเมื่อเห็นดวงดาวน้อยพูดเรื่องแบบนี้เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาและเรื่องง่ายๆ “..” คุณหนูน้อยกำหมัด ดวงดาวน้อยเห็นแล้วพลันหุบยิ้มและส่ายหน้าอย่างระอา “ข้าแนะนำเจ้าเพียงเท่านี้ ที่เหลือเจ้าคิดเอาเองเถอะ” 

หวังว่าไดอาเรียคงไม่ปล่อยให้นิกุคิดสั้นเช่นนั้นกระมัง 

“..” 

ไดอาเรียยืนนิ่งสักพัก กระทั่งนางถอนหายใจอีกรอบแล้วเดินกลับไปที่รถ ในนั้นนิกุยังหวาดผวา นั่งหลบมุม “ลงมาสิ จะอยู่ในนั้นอีกนานไหม” น้ำเสียงทะมึนระคนโกรธสามส่วน เหมือนเสียงออกคำสั่งมากกว่าเชิญลง นิกุตกใจสะดุ้ง นางมิกล้าปฏิเสธคำสั่งเสียงเย็นชาปานวาจาปักษาน้ำแข็ง พยายามลงรถอย่างทุลักทุเล ท่าทีเหมือนคนขาอ่อนไม่มีแรง เห็นแล้วไดอาเรียยิ่งอยากเอาปืนยิงหัวไอ้พวกบ้านั้นอีกรอบ 

คุณหนูน้อยช่วยพยุงเพื่อนสาวลงรถสำเร็จ “คุณหนูไดอาเรีย เตรียมห้องสำหรับแขกเรียบร้อยแล้วขอรับ” 

“ขอบคุณโจนาส แต่ไม่ต้องแล้ว” 

ไดอาเรียจูงนิกุกลับห้องนอนนาง ขณะเดินผ่านพ่อบ้าน “โจนาสท่านพี่กลับมายังหรือ” 

“ท่านอีธานยังมิกลับขอรับ ท่านบอกวันนี้กลับดึก” 

“อือ เข้าใจแล้ว” 

แหงะ วันนี้ท่านพี่ติดงานอีกแล้ว ไดอาเรียเศร้า คุณหนูน้อยอยากทานข้าวกับพี่ชาย!! แต่วันนี้คงหมดสิทธิ์แล้ว 

คฤหาสน์ยามกลางคืนมีแสงไฟตะเกียงส่องสว่าง เมรัยออกจากห้องหลังกินเรไรเรียบร้อย หมอผีน้อยบิดเอวงอแขน นางเดินไปห้องครัวหวังหาอะไรกินเติบท้อง บังเอิญเห็นไดอาเรียจูงมือนิกุเข้าห้องนอน “!!” เสาอากาศบนศีรษะกระตุกเมื่อได้รับสัญญาณสาวน้อย!! เมรัยรีบวิ่งจากระเบียงอีกฟากหมายบุกห้องนอนไดอาเรียทันทีทันใด กระนั้นก่อนใกล้เส้นชัยกลับโดนนารีกระชากขาเสียก่อน 

โครม 

หมอผีน้อยเสียหลักล้มหัวฟาดพื้นดังตูม หน้าแหก “หยุดข้าทำไม” 

“อย่ายุ่ง จะไปไหนก็ไปไกลๆ” 

นารีขมวดคิ้ว งานนี้หากมีเมรัยก่อกวนมีหวังเรือล่มแน่ “นั่นใครอะ” “เพื่อนไดอาเรีย ตอนนี้ห้ามรบกวนพวกนาง” “..น่าสนใจ” เมรัยลุกพลางเท้าคางเหมือนนักสำรวจ เซมองนารีและหันมองประตูห้องที่ใกล้แค่เอื้อม “ข้าจะแอบดู” “ข้าบอกห้าม!!” นารีหน้าดำทะมึนอย่างยากจะเห็น เมรัยสะดุ้งตื่น หมอผีน้อยกลืนน้ำลาย ยอมลามืออย่างโดยดี “บู้” 

ไม่รู้มีเรื่องอะไร แต่ถ้าทำให้นารีโกรธเช่นนี้ เมรัยขอไมยุ่งละกัน เอาไว้ค่อยเผือกวันหลังก็ได้ 

“..” 

นารีไล่ตัวป่วนไปไกลๆเรียบร้อยก็เตรียมกล้องแอบถ่าย.. หึหึ 

-- 

ด้านในห้องนอนไดอาเรีย นิกุเพิ่งเคยเข้าคุณหนูน้อยครั้งแรก ในห้องกว้างใหญ่กว่าห้องนอนนิกุแปดเท่า มีเครื่องเรือนตกแต่งมากมายล้วนเป็นสิ่งที่ไดอาเรียชื่นชอบ ผนังสีครีมแลเรียบง่ายมีระดับ เพดานไม้สีน้ำตาล และพรมรองเท้านุ่มนิ่มเหยียบสบายเท้า โต๊ะเตี้ยใช้สำหรับรับแขก ชั้นวางหนังสือหายากร้อยพันเล่ม และตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เก็บรองเท้าและชุดชั้นใน ลักษณะห้องสมเป็นเด็กผลการเรียนดีติดอันดับสามของชั้นปี ดูโต๊ะเขียนหนังสือมีสมุดโน้ตวางเรียงราย และแก้วใส่ดินสอ ปากกา ในห้องมีภาพวาดพู่กันเขียนบอกเจตจำนงแรงกล้าด้วย “รักพี่ชาย 

.. 

นิกุกลืนน้ำลาย ลายมือพู่กันนั้นช่างหนักแน่นและมีพลังมหาศาล 

เปิดไฟให้ห้องสว่างพลางร้องเรียกเรไรเข้ามาปรนนิบัติ ปักษาน้อยอ้าปากหาวและก้าวเข้ามาในห้อง สภาพเรไรงัวเงียคล้ายคนเพิ่งตื่น นางตบๆเอวและตบแก้ม หน้าที่สาวใช้ให้เรไรจัดการโดยมีนารีค่อยสนับสนุน ไดอาเรียบอกให้เรไรเอานิกุไปอาบน้ำ บอกนารีให้เตรียมสำรับข้าวเย็น คืนนี้ไดอาเรียจะกินข้าวเย็นกับนิกุที่ห้อง มิคิดกินข้าวร่วมโต๊ะกับลีโอน่า นางปีศาจที่ล่อลวงพี่ชาย 

ไดอาเรียไม่รู้ความจริง ตอนนี้ลีโอน่ากำลังกวนประสาทอีธานที่ห้องทำงาน 

“ขอบคุณพี่เรไร” 

“จะเล่นก็เล่นกันเบาๆนะ” 

“ม ไม่ใช่อย่างที่พี่คิดนะเจ้าคะ!!” 

สำหรับสามสาวน้อย เรไรเป็นคนคนเดียวที่ไดอาเรียเรียกคำนำหน้าว่า พี่ เนื่องจากเรไรดูเหมือนคนปกติที่สุดในกลุ่มและให้อารมณ์เหมือนสาวใช้คนก่อน สุขุมเยือกเย็นและมีอายุ มีความเป็นผู้ใหญ่ธรรมดาๆ แตกต่างจากเมรัยและนารีที่ทั้งสองเป็นผู้อาวุโสเช่นกัน แต่ให้ภาพลักษณะชวนพิศวงเกินกว่าไดอาเรียจะกล้าเรียกว่าพี่ คนหนึ่งเป็นอาจารย์นิสัยชั่วร้าย อีกคนเป็นแค่คนบ้าสติมิสมประกอบ แถมยังซ่าท้าตีอากาศอีกต่างหาก 

คนที่ไดอาเรียให้เกียรติและมองด้วยสายตาเป็นมิตรคือเรไรเท่านั้น จะว่าทั้งสองเหมือนพี่สาวน้องสาวก็ได้ 

เรไรมีน้องสาวหนึ่งคน เลยรู้วิธีรับมือไดอาเรียอย่างดี 

รับมือแบบพี่สาวปกติ ไม่ใช่แบบนารีที่..อือ น่ากลัวนิดๆ 

ตอนนี้ปักษาน้อยอาบน้ำ ล้างกาย ถูสบู่ สระผม และชำระล้างความเน่าของนิกุเรียบร้อย เปลี่ยนให้สาวน้อยอวบอ้วนกลายเป็นหมูป่าน้อยกลิ่นตัวหอมกรุ่น สีหน้าดูดีขึ้นสิบเท่า นางแลมีออร่าความน่ารักมากกว่ายามปกติแปดเท่านั้น ยิ่งตอนนี้นางสวมชุดนอนเนื้อบางสีชมพูและกำลังเอียงอายบิดเอว แก้มแดงระเรื่อปานผลลูกท้อ นิกุเพิ่งเคยใช้ชีวิตหรูหราเป็นครั้งแรก ที่บ้านนางมีอ่างอาบน้ำร้อน แต่ไม่ใหญ่และกว้างเหมือนห้องน้ำบ้านไดอาเรีย ทุกอย่างที่นี้ดูโออ่า สูงส่ง มีระดับอย่างที่นิกุมิรู้เลยว่าคู่ควรใช้ของในบ้านไดอาเรียหรือไม่ แต่ละอย่างมีมูลค่าสูงยิ่ง แค่สบู่ก้อนหนึ่งก็มีค่าและราคาค่างวดสูงกว่าบ้านนิกุแล้ว 

สบู่ชั้นเลิศผสมแร่พิเศษที่มีเพียงสิบก้อนในเมืองแห่งความลับ แพงกว่าทองคำเสียอีก 

กลิ่นมันหอมอย่างยิ่ง ใช้แล้วผิวนเนียนนุ่มลูบลื่น สัมผัสชวนฝัน ดีเลิศจนนิกุแอบแสดงพฤติกรรมคนชนชั้นล่าง ยกรักแร้และดมๆ พยายามสัมผัสกลิ่นที่ไม่รู้ชาติจะได้กลิ่นอีกหรือไม่ 

นางทำตัวเหมือนพวกบ้านนอกดีนะ ไดอาเรียมองแล้วแอบสะพรึง 

ของใช้ในบ้านข้าแปลกขนาดนั้นเลยหรือ ไดอาเรียสงสัย 

คุณหนูน้อยคงไม่รู้ว่าคนที่มีฐานะต่างกันราวฟ้ากับเหว กลิ้งมาเจอกันแล้วมันจะเป็นอย่างไร 

นิกุนี่เหมือนก้าวสู่โลกใบใหม่ อะไรๆช่างดูแปลกตาและสูงเกินกว่านางเอื้อมมือถึง 

“ป ปืนหรือ” 

“หืม” 

บนโต๊ะประกอบอาวุธมีอุปกรณ์และวัสดุสำหรับประกอบปืนวางระเกะระกะ ไดอาเรียอ้าปากค้าง ไม่ใช่เพราะนิกุเห็นของอันตราย แต่เพราะนางลืมเก็บโต๊ะเสียสนิท งานนี้มีหวังโดนนารีฟาดก้นแน่ ตายๆ 

“พี่เร..” กำลังจะเรียกปักษาน้อยมาเก็บกวาดให้ก่อน แต่คิดว่าตอนนี้ดวงดาวน้อยคงรู้แล้ว ต่อให้เก็บกวาดก็ไม่รอด คุณหนูน้อยถอนหายใจยอมรับชะตากรรมในอนาคต ก้นลายแน่ 

“เป็นอะไรรึ” 

“.. อ อือ” นิกุส่ายหน้าระรัว ใจผวาหนักกว่าเดิม นางเป็นชาวเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ก็จริง แต่นางมิถูกกับอาวุธอันตรายพวกนี้ ยิ่งไม่กล้าเข้าใกล้คนที่พกปืนด้วย กฎเมืองแห่งความลับเด็ดขาดมาก กระนั้นนิกุรู้ในเมืองการยิงปะทะบ่อยๆ มันน่ากลัวสำหรับนางที่เป็นสาวน้อยตัวเล็กๆ กระนั้นพอเห็นไดอาเรียพกของแบบนี้ และยังชื่นชอบมันอีกด้วย.. มันเลยรู้สึก.. 

กลัวนิด.. 

นิกุหลับตาและเบือนหน้าหนีมิกล้ามองอาวุธปืน ไดอาเรียเห็นท่าทางขี้ขลาดปานหมูป่ากลัวกระต่ายแล้ว คุณหนูน้อยส่ายหน้า เอาเถอะ ใช่ว่าเด็กผู้หญิงอย่างพวกนางจะพกอาวุธได้ง่ายๆละนะ กลัวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก 

ไดอาเรียเห็นนิกุสงบอารมณ์ไม่ตัวสั่นแล้ว นางให้วางใจเปาะหนึ่ง เห็นเพื่อนสาวเดินเหมือนคนปกติก็โอเค 

“คือว่า ข้าอยากแจ้งข่าวให้ผู้ปกครอง” 

เมื่อสงบอารมณ์เรียบร้อย นิกุคิดถึงเรื่องคุณพ่อคุณแม่ กลัวพวกท่านกังวลเมื่อลูกสาวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ก็เลย.. 

“ข้าส่งคนไปแจ้งแล้ว” ไดอาเรียเก็บทำความสะอาดโต๊ะพลางพูดกับนิกุเสียงเฉยชา ครั้นถึงเวลารับประทานมื้อเย็น 

พวกนางนั่งร่วมโต๊ะและรับประทานมื้อเย็นแสนเลิศหรู นิกุมองอาหารบนโต๊ะด้วยสายตาประกายระยิบระยับ กลิ่นหอมน้ำชา สีเม็ดข้าวขาวสะอาดน่าทาน ไอควันร้อนลอยละล่อง เห็นแล้วท้องร้องทันที “/////” “?” นิกุรีบยกแขนกุมท้องทันทีเมื่อแสดงพฤติกรรมมิสมมารยาทสตรี นางอยากบอกให้ท้องหยุดร้อง แต่ไม่ไหว เห็นมื้อเย็นชวนทานแล้ว มัน.. 

“เจ้ามิกินหรือ” 

“..!!” 

ไดอาเรียกลัวอาหารบนโต๊ะ นิกุอาจมิชอบ กระนั้นพอนางทักด้วยสายตาเย็นชาแกมบีบคั้น เพื่อนสาวพลันลงมือตักข้าวทานทันที และทันใดนั้น ไดอาเรียก็ได้เห็นสิ่งที่ตลอดชชีวิตทีผ่านมานางไม่เคยเห็น 

สีหน้าเวลาสาวอ้วนทานของอร่อย พวงแก้มสองข้างพองโต และรอยยิ้มที่ส่งไปถึงดวงตาหยียิ้มละมุนละม่อม แลมีพลังมองแล้ว 

////// 

“…” ไดอาเรียพลั่งผงะ เผลอมองนิกุยิ้มและลงมือทานข้าวอย่างเอร็ดอร่อย สีหน้านางดูดีมาก ทำเอาภาพลักษณ์แย่ๆที่ไดอาเรียเคยคิดเกี่ยวกับนิกุสลายเป็นผุยผงเลยเมื่อเห็นสีหน้าตอนเพื่อนสาวมีความสุขเช่นนี้ มองเห็นรู้สึก.. น่ารัก 

“..” คุณหนูน้อยตกใจความคิดตนเอง เมื่อครู่นางคิดว่านิกุน่ารักรึ!!! บ้าน่า คุณหนูน้อยตกตะลึงหนัก กระนั้นสีหน้าเรียบเฉยคล้ายมิคิดอะไร นางรีบลงมือทานข้าว พยายามไม่มองนิกุเพราะกลัวเผลอมองจนเคลิ้ม ข้าไม่มีทางชอบเด็ดขาด… ไม่มีทางๆ 

“อย่อย” 

“..” 

นิกุได้ทานข้าวใส่ท้องแล้วความรู้สึกแย่ๆก่อนหน้านี้หายหมดสิ้นไม่มีเหลือ ตอนนี้นางมีความสุขยิ่งนัก รสชาติข้าวบนโต๊ะนี้ถูกอกถูกใจนาง เป็นข้าวที่อร่อยที่สุดเท่าที่นางเคยกินเลย ออร่าตะวันสาดส่องบาดตาไดอาเรีย พอที!!นั้นแค่มื้อเย็นธรรมดาของบ้านข้านะ หยุดทำหน้าเช่นนั้นซะที!! 

ไม่ไหว ไดอาเรียรู้สึกกลายเป็นตัวประหลาดทันที.. ท ทำไมต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ด้วย 

กระทั่งสองสาวน้อยรับประทานมื้อเย็นเรียบร้อย ปกติไดอาเรียจะอ่านหนังสือศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ หรือไม่ก็ทำความสะอาดปืนเตรียมไว้ใช้ในอนาคต แต่วันนี้มันไม่ปกติ นิกุนั่งในห้องนอนนาง และมันน่าอึดอัดมาก สภาพจิตใจนิกุดีขึ้นแล้ว แค่เพราะกินของอร่อย นางดูเป็นคนเปลี่ยนอารมณ์เร็วดีนะ ไดอาเรียคิด กระนั้นก็ดีแล้ว เพราะหากนิกุยังซึม ไดอาเรียไม่รู้เช่นกันจะปลอบอย่างไร 

นิกุนั่งพับเพรียบเรียบร้อยในห้องนอน นางกลอกตามองสำรวจห้องประหนึ่งเข้าห้องแฟนครั้งแรก ไดอาเรียอยากนั่งอ่านหนังสือแต่ไม่มีสมาธิเลย โดนนิกุจ้องๆเช่นนี้ 

มันเขินรู้ไหม!! หากเป็นคนอื่นมอง ไดอาเรียเอาปืนแทงตาแตกไปแล้ว แต่นี่.. เฮ้อ 

“ปิดไฟนอน!!” 

นอนมันตั้งแต่ตอนนี้แหละ ไดอาเรียปิดหนังสือสั่งนิกุขึ้นเตียง คุณหนูน้อยดับไฟทั่วห้องและกระโดดขึ้นเตียง ตุบ บอกนิกุขยับไปนอนอีกฝั่ง เพื่อนสาวอวบตกใจเสียงแข็งกร้าวฟังดุร้ายปานแม่เสือขาว นางยอมทำตามโดยดี ขยับบั้นท้ายอวบอิ่มไปนอนไกลเกือบตกเตียง “ไกลเกิน!” ไดอาเรียไม่ได้บอกให้นอนชิดขอบขนาดนั้นเสียหน่อย นี่นางโง่หรือโง่หา!! 

“ข ขอโทษ” 

ก็เพราะกลัวเสียงไดอาเรียนั้นแหละ นิกุตัวสั่นระริก นางพยายามนอนให้ท่าเรียบร้อยเพราะกลัวนอนดิ้นเอาขาไปเหยียบหน้าไดอาเรียตอนเผลอ กาลเวลาเริ่มไหล เข็มนาฬิกาเคลื่อนส่าย ดวงจันทร์พลอยลอยสูงตระหง่านฟ้าแห่งดวงดาว นารีตั้งกล้อง เมรัยนั่งเล่นบนหลังคา เรไรฝึกดาบ ณ ลานกว้าง แคทเธอรีนทดลองผสมวัตถุดิบ ลีโอน่านอนอ่านหนังสือนิยาย ข้างๆนางมีอีธานนั่งเขียนงานบนโต๊ะ ค่ำคืนอันเงียบงันมีเสียงดนตรีและเสียงปืนดังเป็นท่วงทำนองแห่งนคร อาจไม่มีใครรู้ หรือมีคนเห็น 

ณ เมืองใต้นครนั้น วิญญาณร้ายกระโดดโลดแล่น ยามนี้มันก็ยังขยันหาพลังชีวิตเรื่อยไป 

พายุฝนใกล้มาเยือน กระนั้นในคืนนี้ฟ้ายังปลอดโปร่งมีที่ให้แสงเดือนส่องสว่าง 

เตียงนอนไดอาเรียขนาดใหญ่พอรองรับผู้ใหญ่สามสี่คน คุณหนูน้อยนอนมิหลับ มันไม่ใช่เวลานอนนาง ไดอาเรียมิอยากพลิกตัวเพราะกลัวทำนิกุตื่น กระนั้นเรื่องนี้ดูไร้ความหมาย เพราะนิกุยังนอนมิหลับ เพื่อนสาวนอนอีกฟาก นางตัวสั่น.. 

เพราะนอนเตียงเดียวกัน ไดอาเรียจึงรู้ 

“..” 

ยังไม่หายกลัวอีกหรือ.. ไดอาเรียแหงนหน้ามองเพดาน ห้องมืดไม่สนิทเพราะมีแสงเดือนส่องทะลุบานกระจกใส แสงนั้นสว่างพอให้มองเห็นอะไรๆชัดเจน นิกุนอนห่มผ้า ยกผ้าปิดตั้งแต่ส่วนคางจรดปลายเท้า เรือนร่างสัดส่วนวงโค้งปรากฏเด่นชัด นางขดตัวนอนพยายามไม่ส่งเสียงสะอื้นกวนใจไดอาเรีย เพื่อนสาวท่าทางอดกลั้นไว้สุดแรงเพื่อมิให้เสียงร้องไห้ของตนดังรบกวนคนข้างหมอน 

จะอดทนถึงเมื่อไหร่.. คุณหนูน้อยอยากบอกว่าต่อให้นิกุพยายามควบคุมตนเองอย่างไร แรงสั่นก็มิลดลงหรอก 

น่าหงุดหงิดยิ่งนัก ทำไมข้าต้องมาเจออะไรเช่นนี้ด้วย หากวันนี้ไม่เดินกลับบ้านเพราะนารีบอก หากไม่เจอนิกุ หากไม่.. 

หากไม่เจอนิกุ นางคง.. 

“เฮ้อ..” 

โลกความจริงมันโหดร้ายเกินไปหรือเปล่า ไดอาเรียรู้ว่าเมืองแห่งความลับ บ้านเกิดของนางมิใช่สถานที่สวยงามและน่าอยู่นัก ต่อมีอัญมณี แร่ เพชรพลอย ทองคำ หรือเงินตรามากมายมาศาลจนขึ้นชื่อว่าเป็นมหาอำนาจทักเทียมกับสองแคว้นรอบด้าน กระนั้นที่เมืองนี้มีเงามืดและการเข่นฆ่าตลอดช่วงเวลาด้วยมันคือประเพณี วิถีชีวิต และสิ่งที่มิอาจตัดขาดจากชีวิตชาวบ้าน ลูกหลานไม่ว่าชนชั้นล่างหรือชนชั้นสูงต้องเรียนรู้กฎแห่งชีวิตตั้งแต่ลืมตาดูโลก ทุกคนต้องสู้เป็น!! คนอ่อนแอในเมืองนี้มีสิทธิ์มีชีวิต แต่ไม่มีสิทธิ์กลายเป็นผู้ทรงอำนาจ 

ต้องกล้าหันปืนใส่คนอื่น เพราะมิเช่นนั้นคนที่โดนยิงอาจเป็นตัวเราเอง 

สำหรับคนที่ชินแล้วย่อมสบาย แต่ถ้าเป็นแบบพวกนิกุ 

เฮ้อ คงมีแต่ตกเป็นเหยื่อเท่านั้น 

ไดอาเรียสงสารคนพวกนี้นะ แต่ว่านางไม่ใจดีช่วยเหลือทุกคนหรอก นางไม่อ่อนโยนเหมือนพี่ชาย.. 

“ไม่ต้องกลัวๆ” 

ไดอาเรียขยับกายประชิดนิกุใต้ผ้าห่ม นางเอาแขนออกจากผ้าห่มและลดฝ่ามือตบๆก้นนิกุเบาๆเหมือนอย่างที่คุณแม่ไดอาเรียชอบทำเวลาที่ลูกสาวนอนมิหลับ สมัยก่อนตอนที่อีธานมีภารกิจกับคุณพ่อ ไดอาเรียต้องนอนกับคุณแม่ บางคืนคุณหนูน้อยนอนไม่หลับเพราะไม่ได้กอดพี่ชาย คุณแม่เลยต้องปลอบประโลมด้วยท่านชอบลูบ และตบก้นไดอาเรียเบาๆ มันรู้สึกดีและสบาย 

รู้สึกเหมือนว่านางไม่ได้นอนไม่หลับคนเดียว คุณแม่ก็โดนกวนจนนอนไม่หลับด้วย 

แปะ แปะ แปะ 

“หลับน้า” 

ฝ่ามือไดอาเรียมองดูเล็กจิ๋วทันทีเมื่อวางกระทบก้นขนาดใหญ่ สัมผัสส่วนโค้งกลมๆเหมือนก้นทารก นุ่มนวลและมีไออุ่น 

“กระซิก..กระซิก” 

นิกุตกใจสัมผัสชวนเคลิ้มบริเวณท่อนล่าง ปกติเวลานางมิหลับก็ได้คุณแม่ช่วยตบเช่นนี้ กระนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้นิกุมิกล้ากลับบ้าน ไม่กล้าบอกคนที่บ้านว่าเกิดเรื่องขึ้นกับนาง พวกท่านเป็นคนดีและห่วงใยลูกสาว รักนิกุมาก หากรู้เรืองที่ลูกสาวเกือบโดนข่มขื่น พวกท่านต้องใจสลายแน่ ไม่มีพ่อแม่คนใดรับได้หรอกเรื่องที่ลูกสาวโดนกระทำเหมือนเหยื่อ ยิ่งครอบครัวนิกุมิมีอำนาจพอสู้กับอีกฝ่าย 

วันนี้ไม่ได้ไดอาเรียช่วยไหวทัน นิกุคง.. 

เพื่อนสาวตัวสั่นกึกๆแต่พอโดนไดอาเรียตีก้นปลอบก็เริ่มหยุดสั่น ไดอาเรียคิดว่านิกุคงชอบกระมัง ก็ดี 

แปะ แปะ 

นิกุมิกล้าเผชิญหน้าไดอาเรีย คุณหนูน้อยคงมิรู้ยามนี้เพื่อนสาวตัวอวบอิ่มเขินตัวแดงเพียงใด แดงมิใช่แค่แก้มแต่เป็นทั่วร่างเลยที่แดงเป็นผลท้อ ให้คนอายุเท่ากันมาตบๆแบบนี้ ไม่เขินหน้าไหม้คงไม่ใช่แล้วกระมัง “..อย่ากลัวๆพวกนั้นไม่กล้ามากวนเจ้าแล้ว” พวกมันลงหลุมไปหมดแล้ว ไดอาเรียอยากบอกเช่นนั้น แต่กลัวนิกุกลัวอีก เลยเลือกพูดอ้อมๆอย่างนุ่มนวลมีแววเล้าโลม นอนกับนิกุเนี่ย ไดอาเรียเหมือนอ่อนโยนขึ้นสามเท่า 

ปกติคงพูดร้ายๆจนนิกุสะอื้น แต่คืนนี้..แต่ละคำพูดฟังลื่นหู นิกุฟังแล้วชอบ 

แปะ แปะ 

ฝ่ามือไดอาเรียที่คิดว่าต้องตีแรงมากๆแน่ แต่พอโดนตีจริงๆแล้วกลับแผ่วเบาและเปี่ยมด้วยความอบอุ่น นิกุมองไดอาเรียเหมือนคุณหนูน่ากลัวๆมาตลอด นางมิเคยรู้เลยว่าไดอาเรียแท้จริงใจดีมากเพียงนี้ สัมผัสฝ่ามือนางทำให้บริเวณที่โดนตบร้อนผ่าว 

“ขอบคุณนะเจ้าคะ” 

นิกุพูดเสียงเบาหวิว กระนั้นไดอาเรียได้ยินชัด คุณหนูน้อยสมควรดีใจนะ แต่ยามนี้อารมณ์นางแบบ.. 

“อือๆ รีบนอนเถอะ” 

อะไรก็ช่างมันเถอะ รีบนอนได้แล้ว ข้าง่วงแล้วเนี่ย ขืนเจ้ายังมิหลับอีก ข้าจะหลับแล้วเนี่ย!! 

คนตีก้นจะนิทราเต็มแก่ แต่คนโดนตียังเบิกตากว้าง เขินไม่หาย 

กระทั่งไดอาเรียหลับและวางมือแนบก้นอวบๆของนิกุ ไม่นานเพื่อนสาวก็พลอยหลับไปด้วยในที่สุด… 

เพราะคืนนี้มีไดอาเรียหลับเคียงข้าง นิกุจึงไม่หลับฝันร้าย..นางหลับอย่างสงบจนรุ่งเช้ามาเยือน 

ณ คฤหาสน์ตระกุลอีธาน ยามเช้าตรู่ 

แสงแดดส่องลอดกระจกและช่องไม้ กระทบเปลืองตาไดอาเรีย คุณหนูน้อยเป็นโรคกลัวแดดยามเช้า หากนางโดนแสงแทงตาเมื่อไหร่เป็นต้องตื่นจากความฝัน เมื่อครู่นางฝันแปลกๆ ฝันว่านางกำลังนอนซบอกท่านพี่ดีๆท่านพี่ก็กลายร่างเป็นหมูป่าตัวโต ตอนแรกไดอาเรียอยากหันหน้าหนี แต่พอได้กอดซบเจ้าหมูป่าตัวนั้น นางกลับรู้สึกว่าขนมันนุ่มนิ่มและผิวมันอุ่นมากๆ แอบอิงแล้วสบายเลยตัดสินใจกอดมันไม่ปล่อย นุ่มนิ่มๆ 

“งือๆ” 

ไดอาเรียไม่อยากตื่นจากฝันหวาน แต่ต้องตื่นแล้วพบว่าความจริงมันชวนเหวอมาก 

“///////” 

ท ทำไมนางมาซุกตรง.. ไดอาเรียรู้สึกหนักเหมือนโดนหมูป่าทับทั้งร่าง คุณหนูน้อยไม่ใช่คนนอนดิ้น แต่คนที่นอนดิ้นกลับเป็นนิกุซะงั้น เพื่อนสาวเมื่อคืนยังนอนดีๆมิใช่หรือ ทำไมตื่นเช้ามาท่าพลิกหัวพลิกหางเช่นนี้ ตอนนี้ศีรษะนิกุไปซุกอยู่ตรงระหว่างขาไดอาเรีย แล้วส่วนท่อนล่างเจ้าเนื้อวัยเยาว์มาอ้าแหกเต็มหน้า เกือบยัดอัดจมูกคุณหนูน้อย เนื่องด้วยเมื่อคืนนารีหาชุดชั้นในที่เหมาะกับขนาดก้นนิกุมิเจอ ดวงดาวน้อยเลยบอกเป็นสาวๆก็นอนทั้งที่ไม่ใส่ชุดชั้นในก็ได้ 

สภาพตอนนี้มันเลย.. โป๊ 

นิกุหลับฝันหวานยังมิตื่น กระนั้นไดอาเรียตื่นแล้วมาเจอก้นยัยหมูป่าตัวน้อยที่แน่นอนไดอาเรียคิดเชื่อมโยงไปยังความฝันของนาง คุณหนูน้อยหน้าร้อนผ่าว แก้มแดงระเรื่อปานเนื้อแตงโม 

“..” 

ไดอาเรียออกแรงปลุกนิกุ อยากให้อีกฝ่ายตื่นเสียที รีบๆลุก ทว่าปานสวรรค์แกล้งคุณหนูน้อย เพราะพอนิกุตื่นแล้วนางกลับเปลี่ยนท่า ลุกขึ้นนั่งอย่างสะลึมสะลือ จังหวะชวนคิกลึกนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก เพราะพอนิกุลุกนั่งแล้ว ไดอาเรียพลันโดนบั้นท้ายเพื่อนสาวยัดใส่ทันที ตำแหน่งมันพอดิบพอดีจนอยากหัวร่อ คุณหนูน้อยผวา ไม่ทันเตรียมใจก็โดนอัดเต็มคำ 

“งือๆ หืม” 

นิกุขยี้ขนตา อ้าปากหาว นางลืมเรื่องสำคัญไปเสียสนิทว่าตอนนี้นางนอนกับใคร .. 

แปะๆๆๆๆๆ 

“อ๊ะ.!!!!!!!!!!!!!!!” 

ก่อนไดอาเรียขาดใจตายเพราะกลิ่นหอมชวนเมาตั้งแต่เช้า นิกุช่วยปลดปล่อยได้ทันท่วงที เช้านี้นับเป็นเช้าที่สดใสมาก 

กลิ่นสบู่ที่นิกุใช้ยังติดตรึงในจมูกไดอาเรียมิหาย.. 

“ยัยบ้า!!!” 

“ขอโทษเจ้าค่ะ!!” 

ความอับอายนี้ถ้านิกุเอาไปเล่าให้ใครฟัง ไดอาเรียขอสัญญาจะใช้ปืนยิงนางเละเป็นโจ๊กแน่!! คุณหนูน้อย บุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลอีธานโดนเจ้าเนื้อนั่งทับ โอ๊ย พระเจ้า รู้ถึงไหนอายถึงนั้น 

ครั้นโดนไดอาเรียระเบิดใส่จนนิกุตัวหดเป็นหนูน้อย ทั้งสองก็เดินทางไปโรงเรียนอาริน ไปด้วยกัน 

-- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น