กระจ่างดาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ลูกสามแล้วนะครับ...100%

ชื่อตอน : ลูกสามแล้วนะครับ...100%

คำค้น : Jackjae, BNyoung, MarkBam, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2562 17:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลูกสามแล้วนะครับ...100%
แบบอักษร

ลูกสามแล้วนะครับ...100%


“อีกแล้วเหรอครับ? จะไม่กลับบ้านเป็นอาทิตย์เลยเหรอครับ อย่างนี้หมวยต้องคิดถึงเฮียแย่เลย…”

“พูดอย่างนี้ฆ่าเฮียให้ตายเลยดีกว่า”

“กลับดึกก็ได้นะครับ หมวยรอได้นะ”

ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูสดขยับขึ้นลงขณะกำลังจัดปกคอเสื้อพร้อมกับความเรียบร้อยของเสื้อผ้าให้กับคุณสามีที่นับวันก็ยิ่งหล่อ ยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้น ผิดกับตัวยองแจเองที่นับวันก็ยิ่งอวบ ยิ่งอ้วน ร่างกายก็เริ่มเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเรื่อยๆจะเดินไปไหนมาไหนทีก็ต้องระวังตัวมากขึ้น ต้องอยู่ในสายตาของคนในบ้านตลอดเวลา ด้วยหน้าท้องที่โตมากทำให้เวลาเดินก็เริ่มเดินอย่างเคยไม่ได้อาการปวดหลังก็เริ่มเข้ามาทักทายคุณแม่แฝดมากขึ้นทุกวันตอนนี้อายุครรภ์ก็ได้ประมาณสิบแปดสัปดาห์แล้ว แต่สกุลหวังก็ยังไม่สามารถรู้ได้ว่าหลานๆนั้นเพศอะไรกันบ้าง

โดยปกติหมอจะนัดตรวจอยู่ที่ห้าครั้งแต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณพ่อคุณแม่อยากตรวจบ่อยมากแค่ไหนด้วยเหมือนกันเพราะว่าการเข้าตรวจแต่ละครั้งก็ต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งเลย แต่นี่นับตั้งแต่ที่ยองแจรู้ว่าตัวเองท้องก็รู้สึกว่าเดินเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะเป็นถึงสะใภ้คนโปรดและสะใภ้ใหญ่ของสกุลหวังเชียว แต่เจ้าเด็กแฝดก็รู้สึกว่าจะเล่นตัวกันเหลือเกินไม่ยอมให้เห็นเพศกันได้ง่ายๆ ไม่ต้องคิดเลยว่าหากเจ้าแฝดเติบโตขึ้นมาคงกลายเป็นเด็กที่แสบพอตัวเลยทีเดียว

“อย่าทำตัวน่ารักแบบนี้ได้เดี๋ยวเฮียไม่อยากไปทำงานจะทำยังไงล่ะ”

“…งั้นตั้งใจทำงานนะครับ รีบทำงานให้เสร็จ รีบกลับมาหาลูกกับหมวยนะ”

วงแขนเล็กสวมกอดสามีตัวเองเต็มรักหน้าท้องที่ขยายใหญ่ขึ้นเพราะเป็นครรภ์แฝด แถมยังเป็นถึงแฝดสามทำให้ช่องว่างระหว่างทั้งสองคนเริ่มมากขึ้น แจ็คสันดันร่างอวบของยองแจออกก่อนจะเป็นฝ่ายสวมกอดอีกคนจากทางด้านหลังแทน วงแขนหนาๆกับแรงกระชับเบาๆที่หน้าท้องที่เริ่มขยายและนูนใหญ่เรียกน้ำตาให้รื้นที่ขอบตาแต่ก็พยายามไม่ให้น้ำตามันไหลออกมา เพราะเรื่องปรับปรุงสาขาใหญ่กับการขยายสาขาในภาคพื้นยุโรป  และวงการธุรกิจเครื่องดื่มที่ประดังประเดเข้ามาทำให้ประธานฝ่ายบริหารอย่างแจ็คสันต้องลงไปดูแลด้วยตัวเอง ดีไม่ดีอาจต้องเดินทางไปยุโรปด้วยเพียงแต่ว่าตอนนี้ต้องจัดการในภาคพื้นเอเชียให้จบไปซะก่อน แต่ก่อนจะจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จยองแจคงได้ลืมหน้าสามีตัวเองไปซะก่อนเพราะนี่ก็เป็นครั้งที่สามแล้วในรอบเดือนกว่าๆเกือบสองเดือนที่แจ็คสันต้องไปทำงานนอกบ้านนานๆ ถึงจะอยากไปหาบ้างให้หายคิดถึงแต่เค้าก็ไม่อยากไปหาที่ทำงานเพราะสามีเค้าคงไม่มีสมาธิทำงานเพราะมัวแต่ต้องมาคอยดูแลเค้า

“พูดอย่างนี้เฮียไม่อยากไปไหนแล้วนะ เอาเป็นว่าถ้าจัดการธุระเสร็จเร็วจะรีบกลับมานอนกอดเมีย นอนกอดคุณแม่ นอนกอดเจ้าแฝด ตกลงไหมครับ”

“…อืม คิดไปคิดมาทำงานให้เสร็จทีเดียวดีกว่าครับ ถ้าดึกเกินก็ไม่อยากให้กลับ เช้ามาก็ต้องรีบไปทำงานอีก เวลาพักก็น้อย ขับรถกลางคืนก็ไม่ปลอดภัย...ไม่ต้องกลับนั่นแหละครับดีแล้ว”

จุ๊ฟ~

ริมฝีปากหนาจรดลงกลางหน้าผากใสของภรรยาที่เดินดุ๊กๆพาร่างอวบๆหายเข้าไปในห้องครัวก่อนจะกลับมาพร้อมกล่องขนมที่คุ้นตาเพียงแต่ว่าขนมในกล่องมักจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็ตามแต่ใจคนทำนั่นแหละ แจ็คสันชอบขนมที่ยองแจทำให้ทุกอย่าง ทำครั้งหนึ่งก็ทำครั้งละมากๆ เผื่อแผ่ไปถึงพวกเฮียบีและรวมไปถึงเลขาฯของแจ็คสันอีก แต่ถึงจะชอบกินมากแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้อยากให้ต้องเข้าครัวทำอาหารแต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะสั่งห้ามยังไงก็ไม่เคยห้ามคุณแม่แฝดจอมดื้อได้สักที

“เป็นแครกเกอร์ช็อคโกแลตกับสตรอเบอรี่ครับแล้วก็หมวยให้เอานมจืดไปไว้ที่รถแล้ว กินแครกเกอร์ก่อนอาหารสักสี่ห้าชิ้นกับนมอุ่นๆสักแก้วแล้วค่อยทานข้าวนะครับ”

“เฮียชอบแครกเกอร์ของเมียที่สุดแล้ว รู้ไหมว่าเฮียบีกับมาร์คก็แอบมาขโมยขนมที่หมวยทำบ่อยๆ...แต่ลดๆบ้างก็ได้นะ เดินไปเดินมา เป็นห่วงนะครับ”

“ครับ ว่าแต่เฮียบีกับเฮียมาร์คสบายดีนะครับ”

“อืม แต่รายแรกตอนนี้เริ่มเหมือนคนบ้าขึ้นไปทุกทีพอรู้ว่าได้ลูกผู้หญิงจากที่หวงแค่เมียก็หวงลูกเพิ่มขึ้นไปอีก ต่างจากมาร์คที่ได้ลูกผู้ชายตอนนี้เห่อลูกมากแล้วก็ติดเมียมากด้วย…แต่สรุปก็คือติดเมียด้วยกันทั้งคู่”

คิกๆๆๆ

“หัวเราะอะไรหื้ม?”

“ขำดีนะครับ”

“ขำอะไรครับคุณแม่”

“แล้วเฮียแจ็คล่ะครับสมมุติว่าเจ้าแฝดกลายเป็นแฝดหญิงหมด แล้วจะทำยังไงล่ะครับทีนี้?”

“…รู้แล้วเหรอ? ผู้หญิงหมดจริงดิ”

ฮ่าๆๆๆๆ

วงแขนแกร่งดันคนตัวเล็กออกห่างจากอกก่อนจะทำหน้าเหลอหลาเมื่อพูดถึงแฝดหญิง ใบหน้าหล่อเหลาดูเข้มขึ้นมาทันตาเห็นจนยองแจต้องรีบแก้ข่าวโดยด่วน ก่อนที่แจ็คสันจะกลายร่างสวมบทเป็นคุณพ่อขี้หวงขึ้นมา

“เปล่าครับ แค่ถามเฉยๆ ไปทำงานเถอะครับเดี๋ยวสายนะ”

วงแขนของภรรยาตัวน้อยควงเข้ากับวงแขนหนาของผู้เป็นสามีก่อนจะพาไปหยุดตรงลานจอดรถหน้าบ้าน ก่อนจะขึ้นรถไปทำงานแจ็คสันก็ไม่ลืมจะขโมยหอมแก้มยุ้ยๆของภรรยาตัวเองไปข้างละทีต่อหน้าต่อตาคนงานในบ้านที่มายืนรอส่งเหมือนกันนั่นแหละแต่ก่อนที่ฝ่ามือหนักๆจะประทับเข้าที่แผ่นอกกว้างอย่างเคยแจ็คสันก็อาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานใส่เกียร์หมาพุ่งขึ้นรถทันที

“ทำไมไม่บอกตาแจ็คไปล่ะว่ายูคนัดตรวจเพศหลานอีกทีวันนี้แถมมีโอกาสที่จะรู้เพศแบบแน่ชัดด้วยไม่อย่างนั้นวันนี้อีตาลูกชายบ้างานของม๊าคงไม่ไปทำงานแน่ๆ”

“นั่นสิครับม๊า ถ้าเฮียแจ็ครู้เฮียคงไม่ไปทำงานแน่ๆ”

“แล้วทำไมไม่บอกล่ะยองแจ ตาแจ็คคงดีใจตายเลย”

“ผมไม่อยากให้เสียงานครับม๊า ผมไปตรวจแล้วค่อยคอลบอกเฮียแจ็คก็ได้”

คุณนายหวังลูบหัวลูกสะใภ้ของตัวเองพลางทำสีหน้าชื่นชม ตอนเธอท้องเธอน้อยใจสามีตัวเองแทบตายที่เอาแต่บ้างาน ทำงานหามรุ่งหามค่ำถึงแม้จะกลับมาดูแลบ้างแต่เพราะเป็นช่วงที่กำลังทำรากฐานของครอบครัวให้มั่นคงเพราะเพิ่งเริ่มเจาะตลาดธุรกิจเครื่องดื่มสังสรรค์ทำให้มีเวลาน้อยมากสำหรับครอบครัวจนเธอคลอดและแจ็คสันเริ่มโตสามีของเธอก็ต้องเดินหน้าเจาะตลาดยุโรปเหมือนอย่างที่แจ็คสันกำลังทำอยู่ตอนนี้ เธอภูมิใจที่มีลูกสะใภ้เป็นคนที่มีเหตุผลและยอมรับฟังคนรอบข้างเสมอ แถมยังเป็นเด็กแข็งแกร่งแต่ไม่แข็งกร้าวเธอรู้ว่ามันเหงาแค่ไหนช่วงที่สามีไม่อยู่ข้างๆ

“เหงาไหมลูก? ไปเดินเล่นที่ห้างไหม”

“ไม่เอาหรอกครับ เดี๋ยวเฮียรู้ก็ได้ร้องตามกลับบ้านอย่างคราวก่อนอีก”

ยองแจพูดติดตลกเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แจ็คสันต้องไปค้างที่ทำงาน ครั้งแรกที่แจ็คสันต้องไปค้างที่ทำงานเป็นอาทิตย์ๆคุณนายหวังก็ชวนไปเดินเล่นแก้เซ็ง แก้เบื่อที่ห้างแบบนี้ พอคนที่กำลังทำงานอยู่ในสำนักงานใหญ่รู้เข้าก็งอแงไม่เป็นอันทำงาน ร้องจะกลับบ้านลูกเดียวนั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงไปเดินเล่นที่ห้างไม่ได้

“เดี๋ยวผมไปดูจื่อฟ่านก่อนนะครับ”

“เอาสิ ตอนนี้คงเล่นอยู่สวนหลังบ้านล่ะมั้งนะ ยังไงวันนี้ม๊าไปโรงพยาบาลกับยองแจด้วยดีกว่า”

“ได้สิครับ”

ยองแจยิ้มหวานพลางพยักหน้าเล็กน้อยคุณนายหวังอดจะลูบหัวอีกคนอีกครั้งไม่ได้ระหว่างเดินก็คอยประคองไม่ให้ก้าวพลาดถึงจะแค่สี่เดือนแต่เพราะเป็นแฝดสามเลยใหญ่กว่าปกติและเธอก็สัมผัสได้ว่าลูกสะใภ้ของเธอคงเริ่มปวดเมื่อยร่างกายขึ้นบ้างแล้วแต่ถึงอย่างนั้นเมื่อมีเวลาว่างจากการทำอาหารและขนมที่เป็นของทานเล่นให้ลูกชายตัวดีของเธอเมื่อไหร่ กิจกรรมยามว่างของยองแจก็คือมานั่งเล่นกับจื่อฟ่านที่จะคอยชวนยองแจทำนู่นนี่นั่นให้บรรเทาความเบื่อได้อยู่เสมอ

“วันนี้ไปโรงพยาบาลกับพี่หมวยไหมครับ ไปดูน้องๆกัน”

“จริงเหรอคะ วันนี้หนูจะได้เห็นน้องๆในนี้เหรอคะ”

นิ้วเล็กๆละความสนใจจากส้อมพรวนดินขนาดเหมาะมือพลางชี้มายังหน้าท้องนูนๆที่ปกคลุมไปด้วยเสื้อยืดสีสดใสตัวใหญ่ ใบหน้าดีใจที่ปิดไม่อยู่ทำให้ยองแจอดใจไม่หมั่นเขี้ยวหลานสาวตัวน้อยไม่ได้ สุดท้ายพอใกล้ถึงเวลานัดยองแจเลยมีเพื่อนตัวน้อยมาร่วมให้กำลังใจเพิ่มอีกหนึ่งคน

“เฮียยูคคะ หนูอยากเห็นน้องค่ะ ไหนน้องเหรอคะ”

“นี่ครับๆ ตื่นเต้นกว่ายองแจอีกนะเนี่ย”

“ที่ไหนล่ะ เราตื่นเต้นจนมือเย็นไปหมดแล้วเนี่ย”

“เสียดายที่เฮียแจ็คไม่ได้มาด้วยเนอะ อัลตร้าซาวด์สี่มิติ วันนี้เห็นหมดเลย พร้อมรึยังครับคุณแม่แฝด”

“โอ๊ย!! ตายูค พูดมากอยู่นั่นแหละรู้ไหมว่าคนรอหัวใจจะวาย ตอนตรวจก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวไม่ยอมบอก”

คุณหมอหนุ่มหน้างอเล็กน้อยเมื่อโดนคุณนายหวังดุแต่เค้าก็ยอมรับที่คุณนายหวังพูดมาไม่ได้มีอะไรผิดไปสักนิดเดียว เสียดายก็ตรงที่แจ็คสันไม่ได้มาด้วยเนี่ยแหละเห็นบอกว่าติดงานแล้วก็สงสัยว่าเมียคงไม่ได้บอกเพราะทุกครั้งที่มาตรวจแจ็คสันก็มาด้วยทุกครั้ง

“คนนี้ผู้ชายครับ ผมว่าได้เฮียมาเต็มๆเลย”

ปลายปากกาชี้ไปยังภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏบนหน้าจอแสดงให้เห็นทารกที่อยู่ในจอ ถ้าจะให้เห็นภาพคงเรียกว่านอนอ้าอล่างฉ่างไม่ได้เกรงใจตัวเล็กที่อยู่ข้างๆกันเลย ที่บอกว่าได้แจ็คสันก็คงจะเป็นจมูกที่เริ่มเห็นเป็นเค้าเป็นล่างขึ้นมาบ้างนั่นแหละ

“หลานชาย ฉันได้หลานชายเหรอเนี่ยตายูค?”

มุมปากหยักของยองแจยกยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของแม่สามีที่ถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ลุ้นกับเพศของหลานคนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ

“ชายสองเลยครับคุณนายหวัง ส่วนเจ้าแฝดตัวน้อยที่สุดนี่...ขี้อาย กว่าจะให้เห็นเพศได้ลำบากสุดแล้วครับ...”

“โอ๊ย!! บอกทีเดียวได้ไหม ฉันหัวใจจะวาย...”

“ผู้หญิงครับ”

---30%---

**---ต่อ---

“ตาหนูกับยัยหนูน่าเกลียดน่าชังมากๆเลยค่ะคุณ ค่ะ ฉันกำลังจะกลับงั้นเอาไว้เราค่อยคุยกันที่บ้านนะคะ”

นิ้วเรียวกดวางสายจากคนเป็นสามีก่อนจะหันมาหายองแจที่นั่งอยู่ข้างๆที่กำลังนั่งลูบหน้าท้องตัวเองด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เมื่อรู้เพศของเด็กแฝดทั้งสามแถมสุขภาพของทารกในครรภ์ก็ยังสมบูรณ์แข็งแรงดีไม่ต่างจากแม่ของเจ้าแฝดเท่าไหร่เพราะนอกจากสุขภาพกายดี สุขภาพจิตก็ยังดีอีกต่างหาก

“ผมแวะซื้อของได้ไหมครับม๊า ผมอยากซื้อหนังสือทำอาหารกับขนมครับ ผมชักจะหมดมุกกับเรื่องอาหารที่จะทำให้เฮียแล้ว”

“ได้สิ อยากได้อะไรก็ให้คุณพ่อบ้านลงไปซื้อให้ก็แล้วกันนะ”

“ผมอยากลงไปเดินเองนิครับม๊า นะครับ”

ท่าทางอ้อนๆของลูกสะใภ้ทำให้คุณนายหวังใจอ่อนยอมให้อีกคนแต่โดยดี แต่ก็มีข้อแม้ว่าต้องให้ตัวเองตามลงไปเป็นเพื่อนไม่ยอมให้เดินคนเดียวเด็ดขาดเพราะถึงแม้ว่าเป็นห้างของตัวเองแต่ก็คงไม่มีใครดูแลลูกสะใภ้ของเธอได้ดีไปกว่าแม่สามีอย่างเธอแน่นอน

“ที่จริงนะม๊าว่าท้องของยองแจก็เริ่มโตแล้วนะ ไม่ต้องทำอาหารให้ตาแจ็คแล้วก็ได้นะ ม๊าเป็นห่วง”

คุณนายหวังพูดขณะที่กำลังเดินเลือกหนังสือทำอาหารกับลูกสะใภ้ของตัวเองในร้านหนังสือที่อยู่ชั้นใต้ดินของห้าง นิ้วมือที่เริ่มอวบไล่ไปตามชั้นหนังสือหมวดหมู่ที่เกี่ยวกับอาหารทั้งคาวหวาน

“ผมอยากทำครับ ให้ผมได้ทำอะไรเพื่อเฮียบ้างเถอะครับ...แพ้ท้องแทนผมมาตั้งสี่เดือนแล้ว ยังไม่มีวี่แววจะลดลงเลย”

“เห้อ~ ม๊าคงห้ามอะไรหนูไม่ได้สินะ เด็กดื้อเอ้ย~”

มือเรียวที่เริ่มหย่อนคล้อยไปตามกาลเวลาลูบศรีษะคุณแม่แฝดตัวน้อยที่เดินอยู่ข้างๆเธอ นับว่าลูกชายของเธอเลือกคนได้ถูกต้องเพราะตั้งแต่ก่อนแต่งเข้าบ้านสกุลหวัง ยองแจก็ปฏิบัติตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ดีและที่สำคัญหน้าที่ของภรรยาที่ดีก็ทำได้ไม่ขาดตกบกพร่อง หน้าที่ของน้าต่อจื่อฟ่านและนาบีก็เรียกว่าไม่ต้องให้เป็นห่วง

“แล้วไม่คิดจะบอกลูกชายม๊าหน่อยเหรอ เรื่องเจ้าแฝดน่ะ...ตาแจ็คคงดีใจตายเลยถ้ารู้ว่ายองแจให้ทั้งตาหนูแล้วก็ยัยหนู ม๊าว่ารายนั้นต้องกลายเป็นพ่อที่หวงลูกมากแน่ๆ”

“...ให้เฮียเขาทำงานก่อนเถอะครับ เรายังมีเวลาคุยกันอีกเยอะ...บอกไปตอนนี้งานจะไม่เดินเอาซะเปล่าๆ ผมถึงไม่ได้บอกไงครับว่าวันนี้จะมาดูเพศเจ้าแฝด”

ยองแจโปรยยิ้มหวานให้แม่สามีอย่างคุณนายหวังที่เดินประกบอยู่ข้างๆเขาตลอด นอกจากยองแจจะมีสามีที่ดีแล้ว ยองแจก็ยังมีพ่อและแม่สามีที่ดีมากๆอีก มากซะจนบางทียองแจก็ลืมไปว่าชีวิตคนเรามันมีทั้งความสุขและความทุกข์ปนกันไป

“หนังสือตกแต่งบ้านเหรอครับม๊า ห้องนี้น่ารักดีนะครับ”

นิ้วอวบชี้ไปยังภาพที่ดูคล้ายว่าจะเป็นห้องของเด็กที่มีการตกแต่งให้อยู่ในโทนเย็นสบายตา มีรั้วกั้นกว้างประมาณหนึ่งถ้าตามที่ยองแจเห็นผ่านตามาก็มีไว้ให้พ่อแม่ลูกอ่อนเข้าไปอยู่กับลูกอาจจะเป็นช่วงที่เด็กกำลังหัดเดินหรือยังเป็นทารกอยู่ก็สามารถใช้ได้ ทั้งห้องประดับตกแต่งเป็นรูปตุ๊กตาน่ารักมากมาย

“ใช่ไหมล่ะ ม๊าว่าจะทำห้องให้เจ้าแฝด แล้วก็จะต่อเติมบ้านตรงส่วนด้านหลังด้วยเอาไว้ให้เจ้าแฝดเป็นห้องของเล่นหรืออาจทำด้านบนบ้านเลยก็ได้”

“ม๊าครับ ผมรู้นะครับว่าม๊าเอ็นดูเจ้าแฝดแต่ว่ามันไม่เปลืองเหรอครับ ใช้ห้องผมกับเฮียเอาไว้เลี้ยงเจ้าแฝดก็ได้ครับ”

“ไม่ได้ๆ หลานตระกูลหวังตั้งสามคนจะให้อยู่ห้องแคบๆอย่างนั้นได้ยังไง เรื่องนี้ยองแจห้ามขัดใจม๊าเด็ดขาด รู้ไหม~”

แก้มอวบๆของคุณแม่แฝดถูกคุณนายหวังหยิกเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยวหลายครั้งที่เธออยากทำอะไรๆเพื่อลูกสะใภ้บ้างแต่หลายครั้งก็โดนลูกสะใภ้เบรกตลอดแต่เหตุผลที่อีกฝ่ายยกมาก็ทำให้เธอได้แต่อุทานในใจหลายครั้งว่าทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงได้น่ารักขนาดนี้

ใบหน้าหวานยิ้มสดใสขณะที่กำลังคุยอะไรไปเรื่อยเปื่อยฉับพลันก็มีอะไรบางอย่างมาสะกิดให้คุณแม่แฝดมองออกไปด้านนอกร้านและจุดโฟกัสของคุณแม่แฝดก็ทำให้คุณนายหวังที่เดินมาด้วยถึงกับกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วงหลังจากที่ปรับให้ปลายทางของโฟกัสเป็นสิ่งสิ่งเดียวกับอีกคน

“ไม่ต้องห่วงนะยองแจเดี๋ยวม๊าจะจัดการให้เอง”

หมับ!!

มืออวบเอื้อมไปจับแขนคุณนายหวังที่เตรียมจะเดินออกจากร้านไปด้วยท่าทีที่เกรี้ยวกราด คุณนายหวังหันกลับมามองคุณแม่ที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ถึงแม้ว่าสายตาจะยังจับจ้องไปยังคนสองคนที่อยู่ห่างออกไปก็ตาม

“...ไม่ต้องหรอกครับม๊า”

“ยองแจ เรื่องนี้ม๊าต้องเคลียร์ เราอย่ามาห้ามม๊านะ”

คุณนายหวังเอ่ยเสียงดุ หลายเรื่องเธออาจตามใจลูกสะใภ้คนนี้ได้แต่หากเป็นเรื่องแบบนี้จะให้เธออยู่เฉยคงไม่เป็นเรื่องดีแน่ๆ ลูกชายของเธอยังไงวันนี้เธอก็ต้องได้เคลียร์เรื่องนี้ มันคงไม่ดีแน่หากปล่อยเอาไว้

“ผมเชื่อใจเฮียครับ ผมเชื่อใจเขาครับม๊า”

คุณนายหวังมองดูลูกสะใภ้ของตัวเองด้วยความเป็นห่วง ขนาดเธอเองยังรู้สึกหงุดหงิดและโมโหมากๆที่เห็นลูกชายตัวเองเดินอยู่กับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่ลูกสะใภ้ของเธออย่างยองแจ แล้วยองแจล่ะจะรู้สึกยังไง

“งั้นเรากลับบ้านกันก่อนเถอะนะ”

คุณนายหวังประคองร่างตุ้ยนุ้ยของลูกสะใภ้เธอเดินออกจากร้านปล่อยให้หน้าที่จ่ายเงินเป็นของพ่อบ้านฟงที่ยืนรออยู่ด้านหน้าร้าน ชายหญิงสองคนที่อยู่อีกฝั่งของห้างไม่รู้เลยว่ามีสายตาของใครหลายคนกำลังจับจ้องอยู่

คฤหาสน์ตระกูลหวัง

ระหว่างทางกลับบ้านรถทั้งคันดูเหมือนจะตกอยู่ในสภาวะไร้เสียง ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นหรือเอ่ยคำพูดใดๆแม้กระทั่งคุณนายหวังเองที่ก็ได้แต่นั่งอยู่ข้างๆคอยมองดูลูกสะใภ้ของตัวเองนั่งเหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง จนกระทั่งถึงบ้านแล้วก็ยังไม่รู้ตัวจนคุณนายหวังต้องเรียก คนท้องคนไส้ไม่ควรได้มาเห็นหรือว่ารับรู้อะไรแบบนี้เลย

“ยองแจ...ถ้าไม่ไหวก็พูดกับม๊าได้นะลูก”

“ผมไม่เป็นอะไรครับม๊า ผมไปทำกับข้าวก่อนนะครับ”

คุณแม่แฝดพูดแล้วยิ้มน้อยๆก่อนจะปลีกตัวเดินไปทางห้องครัว ถึงปากจะบอกว่าไม่เป็นอะไรแต่สีหน้าขาวซีดของยองแจก็ทำให้คุณนายหวังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

“พี่หมวยไม่สบายรึเปล่าคะ หนูเป็นห่วงพี่หมวยจัง”

“นั่นสิ...หนูไปเล่นกับพี่จีอึนก่อนนะเดี๋ยวย่ามา”

คุณนายหวังส่งต่อหลานสาวตัวน้อยให้พี่เลี้ยงของเด็กตัวเล็กก่อนจะเดินตามลูกสะใภ้ตัวเองที่เดินหายเข้ามาด้านในครัว ภาพที่เห็นคือคุณแม่แฝดที่นั่งกุมศรีษะอยู่บนเก้าอี้กลางห้องครัว ใบหน้าขาวซีดที่เริ่มไม่มีสีเลือดของคุณแม่แฝดแค่นี้คุณนายหวังก็จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวรีบเดินปรี่เข้าไปหาทันที

“ยองแจ ไหวไหมลูก ไปนอนพักก่อนไหม”

“ผมไหวครับม๊า แค่หน้ามืดนิดหน่อยครับ...”

ร่างของคุณแม่แฝดทำท่าจะลุกขึ้นแต่ก็ต้องค่อยๆย่อตัวนั่งลงกับเก้าอี้อีกครั้งเมื่ออยู่อาการหน้ามืดที่เข้ามาเล่นงานก่อนนี้กลับย้อนมาเล่นงานอีกครั้งและคราวนี้ดูเหมือนจะอาการหนักกว่าเก่าอีกซะด้วย

“ม๊าว่าเราไปโรงพยาบาลกันดีกว่านะ คุณคะ!”

“ม๊าครับ ม๊า...ผม ฮึก~ผมอยากพักครับ...”

“งั้น งั้นเดี๋ยวม๊าพาขึ้นไปบนห้องนะ”

น้ำตาของคุณแม่แฝดทำให้คุณนายหวังอดเป็นห่วงไม่ได้ ถึงแม้ว่าอยากจะพาไปโรงพยาบาลแค่ไหนแต่ก็อยากให้อีกคนสบายใจมากกว่า ดีที่คุณชายหวังเข้ามาทันเวลาเลยได้ช่วยประคองร่างของลูกสะใภ้ด้วย ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าสามคนจะขึ้นมาถึงด้านบนห้องพัก คุณนายหวังประคองร่างตุ้ยนุ้ยของคุณแม่ให้ค่อยๆนอนลงกับหมอนก่อนจะดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมเหนือหน้าอกเล็กน้อย มือเรียวลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของคนที่นอนหลับตาอยู่แต่ถึงแม้ว่าจะถูกอีกคนทำให้เข้าใจว่าหลับไปแล้วแต่น้ำตาที่ไหลออกมาอยู่เป็นระยะๆก็ทำให้คุณนายหวังอดรู้สึกหดหู่ใจ

“ผมเชื่อใจเฮียนะครับ...ฮึก~ แต่ร่างกายของผมมันไม่ฟังเลย”

“...อย่าคิดมากนะลูก ยังไงม๊าก็อยากให้เราเป็นห่วงเจ้าแฝดก่อน อย่าเครียดไปเลยนะ ม๊าเห็นหนูเป็นแบบนี้ม๊าก็ใจคอไม่ดี”

“ผมขอโทษครับม๊า ป๊า...”

“นอนพักก่อน แล้วเรื่องที่เราเจอวันนี้ค่อยว่ากัน”

หยดน้ำตาสีใสไหลลงมาอย่างต่อเนื่องก่อนที่ร่างของคุณแม่จะนิ่งไปแทนที่ด้วยลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอจนคุณนายหวังเริ่มมั่นใจแล้วว่าอีกคนหลับสนิทและสีหน้าเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นบ้างแล้วจึงได้ออกมานอกห้องพร้อมกับคนเป็นสามีที่ยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกจนกระทั่งคนเป็นภรรยาเล่าถึงวีรกรรมของลูกชายตัวดีที่ไปเจอในวันนี้

“มันเป็นบ้าอะไรถึงได้ทำแบบนั้น เมียท้องไส้อยู่กับบ้านทั้งคน...”

คุณชายหวังพูดพร้อมกับขมวดคิ้วยุ่งเมื่อคิดไปถึงเรื่องที่ภรรยาเพิ่งเล่าให้ฟัง ก่อนหน้านั้นก็บอกว่ารักเมียจะเป็นจะตายแค่ไม่เท่าไหร่ก็ออกลายเพลย์บอยเหมือนเดิมสงสารก็แต่ลูกสะใภ้อย่างยองแจเนี่ยแหละ

“จะทำอะไรคะ”

“จะโทรไปด่ามันน่ะสิ ผมเคยสอนให้มันทำแบบนี้รึไง แต่งงานแล้วนะคุณไม่สงสารหนูยองแจบ้างรึไง”

คุณนายหวังถามคนเป็นสามีที่เตรียมคว้าโทรศัพท์เครื่องบางขึ้นมา ไม่ต้องเดาเลยว่าปลายสายที่อีกคนจะโทรหาเป็นใคร

“...ตอนแรกฉันก็คิดเหมือนคุณนะคะ แต่รู้อะไรไหม ยองแจบอกว่าเขาเชื่อใจลูกชายเรา...”

“...หมายความว่า?”

“เราจะไม่ลองเชื่อใจลูกชายเราเหมือนอย่างที่ยองแจเชื่อใจในตัวตาแจ็คบ้างเหรอคะ?”

คำพูดของคนเป็นภรรยาทำให้คุณชายหวังเริ่มฉุกคิด บางทีเรื่องมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด สิ่งที่เห็นอาจไม่แน่เสมอไปว่าจะหมายความตามที่เห็น

“ฉันก็ห่วงหนูยองแจไม่น้อยไปกว่าคุณหรอกนะคะ แต่ว่ารอให้ตาแจ็คกลับมาเคลียร์กันเองดีกว่า มันอาจจะดีกว่าที่เราจะเข้าไปยุ่งเรื่องของลูกนะคะ”

“แล้วถ้าเกิดว่ามันเป็นอย่างที่เห็นล่ะ ถ้าตาแจ็คมัน...”

“ฉันเนี่ยแหละจะเป็นคนลากคอมันกดลงชักโครกเอง เบ่งมันออกมาไม่ได้ให้มันมาทำแบบนี้สักหน่อย”

“...คุณนี่น่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย”

คุณชายหวังถอยหนีภรรยาของตัวเองที่ตอนนี้กำลังหักนิ้วดังเป๊าะๆ เล่นเอาหวาดเสียวแทนลูกชายตัวเองแทนซะแล้ว ดีที่เขาไม่เคยมีประวัติด่างพร่อยทำให้เขายังมีชีวิตยืนยาวอยู่มาจนถึงตอนนี้

“ฉันไปทำอาหารเตรียมไว้ให้ยองแจก่อนดีกว่า กลับมายังไม่ทันได้กินอะไรเลย”

คุณนายหวังพูดบอกกับสามีก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว

ตกเย็น

“ม๊าครับ...”

“ตื่นแล้วเหรอ? หิวไหม กินอะไรหน่อยนะลูก กลับมายังไม่ทันได้กินข้าวเลยนะ”

คุณนายหวังที่นั่งอยู่ภายในห้องเอ่ยขึ้นหลังเห็นคนที่นอนอยู่ขยับตัวก่อนจะค่อยๆชันตัวลุกขึ้นแม้จะไม่ยากลำบากนักแต่ถ้าสำหรับสรีระที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับให้ตั้งครรภ์แถมยังต้องรองรับทารกในครรภ์ถึงสามคน สำหรับผู้หญิงอย่างคุณนายหวังก็คิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ลำบากน่าดูสำหรับยองแจ

“ผมไม่หิวครับม๊า”

“ไม่หิวก็ต้องกินนะลูก เด็กๆก็คงจะหิวกันแล้ว ไม่คิดมากนะ”

“...ที่จริงผมได้กลิ่นแปลกๆ มันค่อนข้างจะ อุ่บ!”

ร่างของคุณแม่พลุนพลันลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะค่อยๆเดินไปทางห้องน้ำตามมาด้วยเสียงอาเจียนระลอกใหญ่ สร้างความสงสัยให้แก่คุณนายหวังเป็นอย่างมากมันน่าจะเป็นอาการแพ้ท้องแต่เพราะปกติอาการนี้มันจะเกิดขึ้นกับลูกชายของเธอซะเป็นส่วนใหญ่หรือเรียกได้ว่าทั้งหมดเลยก็น่าจะว่าได้ แต่นี่ก็ใกล้ย่างเข้าเดือนที่ห้าเข้าเต็มทีอาการแพ้ท้องก็ไม่น่ามีแล้ว แต่ตอนนี้สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นมันก็กำลังเกิดกับคนที่โก่งคออาเจียนแทบเป็นแทบตายอยู่ในห้องน้ำทั้งๆที่มันไม่ได้มีอะไรออกมาเลย

“เป็นยังไงบ้างดีขึ้นไหม ดื่มน้ำสักหน่อยก่อนนะ”

คุณนายหวังประคองร่างของคุณแม่ให้นั่งลงกับเตียงก่อนจะส่งแก้วน้ำให้อีกคนรับเอาไว้ดื่มเพื่อว่าอาจจะรู้สึกดีขึ้น เพราะคุณแม่ตัวน้อยบอกว่าอาการแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองบวกกับการให้คนโทรไปหาลูกชายแล้วถามว่าช่วงนี้ยังมีอาการแพ้ท้องแทนอยู่รึเปล่าก็ได้รับการยืนยันมาแล้วว่าเริ่มไม่มีอาการมาประมาณวันหนึ่งได้เพราะว่าลืมกินขนมแต่ดันไม่มีอาการวิงเวียนหรือว่าเหม็นกลิ่นอาหารเหมือนอย่างเคย

“ยังไงก็ต้องกินอะไรสักหน่อยนะ ม๊าให้คนไปทำซุปเตรียมเอาไว้แล้ว กินแล้วจะได้นอนพักนะ”

“ขอบคุณนะครับ”

หลังจากทานซุปได้ไม่กี่คำอาการแบบเดิมก็เริ่มกลับมาจนไม่สามารถกินต่อได้คุณนายหวังจึงให้นอนพักและอีกคนก็นอนหลับไปในเวลาไม่นาน ที่พึ่งเดียวตอนนี้ที่คุณนายหวังพอจะนึกขึ้นได้ก็มีแต่คิมยูคยอมที่เป็นหมอและเป็นคนรู้จักใกล้ชิดเท่านั้น

“คงเพราะเกิดความเครียดกะทันหันร่างกายจึงเกิดอาการแปรปรวนแค่อย่าให้เครียดเกินไปก็ไม่น่าเป็นห่วงแล้วครับ”

“ขอบใจมากนะที่มาดูยองแจให้”

“แล้วทำไมอยู่ดีๆถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้ล่ะครับ ถ้าจะแพ้ทำไมไม่แพ้ตั้งแต่ทีแรกทั้งที่ถ้าเป็นปกติตอนนี้ก็ไม่น่าจะแพ้ท้องแล้วนะครับ จินยองและแบมแบมก็หายแพ้ไปแล้ว”

“หึ!ไปถามไอ้ลูกชายตัวดีของม๊าดีกว่าว่ามันไปทำอะไรเอาไว้”

คำพูดคำจาที่ดูไม่ค่อยจะสบอารมณ์เวลาพูดถึงแจ็คสันทำให้คุณหมอหนุ่มเกิดเอะใจว่าอะไรกันที่ทำให้คุณนายหวังฉุนเฉียวขนาดนี้แถมมันยังเกี่ยวไปถึงอาการของคนที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงนี่อีกด้วย

“...ผมอยากกลับบ้าน”

---50%---

---ต่อ---

คุณแม่แฝดพูดขึ้นกับคุณนายหวังหลังจากตื่นนอนในช่วงหัวค่ำที่จริงการตอนในเวลานี้ไม่ดีนักแต่สำหรับร่างกายที่สมควรได้รับการพักผ่อนมันก็เป็นเรื่องยกเว้น

Rrrrr Rrrrr Rrrrr

“รับสายหน่อยสิลูก เผื่อพี่เขามีอะไรอยากจะพูดด้วยนะ”

คุณนายหวังพูดขึ้นขณะที่เหลือบไปเห็นสายเรียกเข้าเป็นสายจากลูกชายตัวดีของตัวเอง มือเรียวยกมือถือเครื่องบางขึ้นมาดูก่อนจะกดรับสายเพราะคิดไปถึงว่าหากเขาไม่รับคนที่โทรมาคงไม่เป็นอันทำงานเพราะปกติโทรมายังไงเขาก็รับตลอด

“ครับ”

(“หมวย ทำอะไรอยู่กับครับ คิดถึงจัง”)

“...เพิ่งตื่นนอนครับ”

(“หื้ม? ปกติไม่นอนตอนนี้นิ เป็นอะไรรึเปล่าครับ เจ้าแฝดดื้อเหรอ”)

“นิดหน่อยครับ วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมครับ กินข้าวรึยัง”

มืออุ่นๆของคุณนายหวังลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของลูกสะใภ้ตัวเอง ถ้าเป็นเธอไปเจอสามีของเธอเดินเล่นกับผู้หญิงอื่นตอนเธอท้องเธอคงไม่มาพูดดีด้วยแบบนี้แน่ และเธอก็สัมผัสได้ว่าคำพูดที่เปล่งออกไปมันไม่มีมาจากอารมณ์ที่ต้องการประชดประชันเลยแม้แต่น้อย

(“เหนื่อยครับ เหนื่อยมากๆเลย แต่แค่ได้ยินเสียงหมวยเฮียก็หายเหนื่อยแล้ว ถ้าได้คอลกับเจ้าแฝดเฮียคงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย”)

“วันนี้ไม่คอลได้ไหมครับ ผมเพิ่งตื่นยังไม่ได้ล้างหน้าเลย”

(“โอเค ไม่คอลก็ไม่คอลนะ...หมวยครับ จำซูฮวาได้ไหม”)

“ค ครับ”

น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อปลายสายพูดถึงผู้หญิงคนที่เขาเคยเจอที่ร้านกาแฟคนนั้นและก็เป็นคนที่ยองแจเห็นเดินกับสามีของเขาในวันนี้

(“วันนี้เฮียไปเดินเล่นกับเขามา เขาเพิ่งรู้เรื่องที่เฮียกับหมวยแต่งงานกัน”)

“...ครับ”

(“เขากับสามีของเขาฝากแสดงความยินดีกับเราสองคนด้วย แล้วก็เรื่องที่เขาเคยทำร้ายยองแจ ซูฮวาเขาก็ฝากมาขอโทษด้วย”)

“ส สามีเหรอครับ?”

(“อืมใช่ ตั้งแต่เขาท้องเขาก็บอกว่าการที่เป็นแม่คนมันทำให้เขาคิดได้ว่าเขาก็เคยทำนิสัยไม่ดีกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว ตอนนี้เขาเลยมาขอโทษ แต่เขาบอกว่าคงไม่ไปขอโทษหมวยด้วยตัวเองเพราะว่าละอายใจ”)

“ท้อง? ท้องด้วยเหรอครับ...เอ่อ ฝากเฮียบอกเขาหน่อยได้ไหมครับว่าผมไม่ได้โกรธอะไรเขาแล้ว”

คุณแม่แฝดถึงกับมองคุณนายหวังที่นั่งอยู่ด้วยกันบนเตียง น้ำตาที่ก่อนหน้าจะรับสายที่เอ่อขึ้นมาเริ่มเหือดหายไปเมื่อเริ่มปะติดปะต่ออะไรๆเริ่มเข้าใจมากขึ้น อีกฝ่ายชวนคุยนั่นนี่นิดหน่อยก่อนจะขอตัวไปเซ็นเอกสารต่อแล้ววางสายไป

“ม๊าครับ...”

“ไม่เป็นนะยองแจ ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว...ม๊ารู้ว่าหนูเชื่อใจแต่มันก็แอบเสียใจไม่ได้ ใช่ไหม”

คุณแม่แฝดพยักหน้าน้อยๆใบหน้าที่เริ่มซับสีจางๆทำให้คุณนายหวังเริ่มวางใจในอาการแพ้ท้องของลูกสะใภ้มากขึ้น แต่คุณแม่แฝดก็ยังทานข้าวได้น้อยกว่าเดิมอยู่ดีแต่อาการคลื่นไส้อาเจียนก็น้อยลงคุณนายหวังจึงวางใจและปล่อยให้อีกคนพักผ่อนตามลำพังได้

แกร่ก!!

ประตูบานใหญ่เปิดแง้มก่อนจะค่อยๆปิดลงเบาๆเพื่อป้องไม่ได้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงตื่นขึ้นมา เป็นแจ็คสันที่อดใจไม่ไหวขอกลับมานอนที่บ้านเพียงเพราะวันนี้เขารู้สึกว่าเหมือนมีบางอย่างรบกวนใจเขาแปลกๆ ร่างหนาเดินไปนั่งลงบนพื้นข้างๆเตียงทางฝั่งที่คุณแม่แฝดกำลังนอนอยู่

“คิดถึงจัง”

เสียงทุ้มต่ำบ่นกับตัวเองเบาๆยามที่หยิกแก้มอวบของคุณแม่ อีกคนเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพราะมีคนมากวนเวลานอน มือหนาเลิกผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นก่อนที่ร่างหนาจะแทรกตัวลงนอนตะแคงซ้อนด้านหลังแขนแกร่งก็ตวัดโอบอีกคนเบาๆกลิ่นหอมอ่อนๆของคุณแม่ในอ้อมกอดทำให้คุณพ่อแฝดอดจะกดจมูกโด่งเป็นสันของตัวเองลงที่ซอกคอขาวของคุณแม่ไม่ได้ ยิ่งอยู่ใกล้ๆก็ยิ่งรู้สึกว่าคนในอ้อมกอดของตัวเองนั้นยิ่งหอมขึ้นเรื่อยๆจนเริ่มจะห้ามใจไม่ไหวแต่คนที่อยู่ในอ้อมกอดกลับไม่ได้รับรู้ถึงการมาของอีกคนแม้แต่น้อยยังหลับอุตุไม่รู้เรื่องผิดกับแจ็คสันที่กำลังจะมึนเมาเพราะความหอมของเมียตัวเอง มือหนาลูบหน้าท้องกลมผ่านเสื้อนอนตัวบางหวังว่าจะได้ทักทายกับเจ้าแฝดที่ยังคงนอนไม่รู้เรื่อง

“เฮียเหรอครับ”

“เฮียกวนเหรอ ขอโทษนะครับ”

“ทำไมไม่นอนค้างที่ทำงานครับ”

“คิดถึงเมีย”

จมูกโด่งฝังลงบนไหล่ลาดของเมียตัวเองอีกรอบพลางกระชับแขนกอดเมียเอาไว้แน่น ตัดสินใจถูกที่อาบน้ำก่อนออกจากที่ทำงานเพราะพอกลับมาถึงที่บ้านเขาก็สามารถมานอนกอดเมียตัวเองได้ทันที

“คิดถึงเจ้าแฝดด้วย พรุ่งนี้ไปหายูคยอมกันอยากรู้เพศเด็กๆแล้ว”

“รู้แล้วครับ”

“ได้ไงอ่ะ”

“...วันนี้หมวยไปตรวจกับม๊ามาครับ มีตาหนูสองคนแล้วก็...มียัยหนูอีกคนหนึ่งครับ”

ร่างกลมยุ้ยของคุณแม่ค่อยๆตะแคงข้างหันมาหาสามีที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลังกลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งสองกำลังนอนหันหน้าเข้าหากัน พอได้ยินคำแทนเจ้าตัวเล็กทั้งสามแจ็คสันก็ถึงกับตาโตอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก กว่าจะกลั่นคำพูดออกมาได้ก็ทำเอาเมียตัวน้อยยิ้มแก้มปริ

“เฮีย...เฮียจะมีทั้งอาหมวยแล้วก็อาตี๋เลยเหรอ จริงเหรอ?”

คุณแม่แฝดพยักหน้าน้อยๆก่อนที่มือหนาจะประคองคอของคุณแม่ให้นอนลงบนแขนของตัวเองก่อนจะกดจูบที่หน้าผากเบาๆ คิดไม่ผิดจริงๆที่กลับบ้านวันนี้และที่คิดไม่ผิดอีกอย่างคือ...

“เฮียแจ็ค...”

“มีอะไรครับ?”

“วันนี้หลังจากกลับจากโรงพยาบาลหมวยชวนม๊าไปซื้อหนังสือทำอาหารกับขนมที่ห้างครับ...”

“ไม่อยากให้ทำอาหารแล้วอ่ะ...”

“...”

“...เจอเฮียกับซูฮวาใช่ไหม”

“ขอโทษที่หมวยคิดมากนะครับ ผมเผลอไปงี่เง่ากับม๊าด้วย”

ใบหน้าหวานสลดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะค่อยๆมุดเข้าอกสามีด้วยท่าทางขี้อ้อนที่เป็นความยูนิคเฉพาะตัว ใครจะโกรธลงอ่ะถามจริง อย่างน้อยก็มีแจ็คสันคนหนึ่งแหละที่โกรธไม่ลง

“หึงเฮียเหรอ”

“...ไม่ได้หึงสักหน่อย เขาเรียกว่าหวงครับ”

“โอ๋ๆ ลูกสามแล้วนะครับ ไม่นอกลู่นอกทางแล้ว รักเมียคนเดียว จริงๆนะ”

“ผมก็รักเฮียคนเดียวนะครับ”

ริมฝีปากหนากดเข้ากับกลีบปากบางของคุณแม่แฝดเบาๆก่อนจะกระชับอีกคนเข้าหาแต่ก็ไม่ได้แน่นมากเพราะยังไงก็ต้องเว้นช่องว่างให้ท้องกลมๆของเมียด้วย

จุ๊ฟ~~~

“กู๊ดไนท์นะครับที่รัก”

“กู๊ดไนท์ครับ รักเฮียนะ”

“กู๊ดไนท์นะเจ้าตัวเล็ก”

เช้าวันต่อมา

“ใครอนุญาตให้แกย้ายออฟฟิศตามใจชอบเนี่ยตาแจ็ค”

ยองแจที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาหน้าบ้านเมื่อเห็นว่าเช้าวันนี้มีรถวิ่งเข้าออกมากกว่าปกติ คุณนายหวังที่ยืนอยู่ข้างๆลูกชายที่กำลังทำสีหน้าปวดตับก็ทำให้ยองแจเพิ่มความสงสัยเข้าไปกันใหญ่

“มีอะไรกันเหรอครับม๊า”

“ลูกชายตัวดีของม๊าน่ะสิย้ายออฟฟิศมาที่บ้านเฉย”

“ม๊าครับ ลูกชายอยากอยู่กับเมียนิครับ ไม่ได้เหรอ”

“ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ได้ เห็นใจคนติดเมียย่ะถึงอนุโลมให้หรอกนะ”

“ขอบคุณครับม๊า”

ฟอด~

“เฮียย้ายที่ทำงานจริงอ่ะ”

“แน่นอน ประชุมก็วิดิโอคอลเอาเป็นประธานซะอย่าง สบาย ชิวๆ”

“ครับ ท่านประธาน หิวยังครับ”

“หิวเมียจะแย่อยู่แล้วครับ”

เพลี๊ยะ!!!

แจ็คสันได้แต่ลูบแขนตัวเองปอยๆพลางทำหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเผื่อเมียจะเปลี่ยนใจจากที่ชอบฟาดเอาๆเป็นจูบเอาๆแทน แต่ก็นั่นแหละทันทีที่ฟาดเสร็จก็เดินหายเข้าไปในบ้านแล้วไม่รอสามีซะด้วย เก่งจริงเมียใคร

“เมียรอสามีก่อนคร้าบ~~”

---60%---

“ถ้ามีเอกสารสำคัญก็ฝากเลขาฯผมมาก็ได้นะครับ ผมคงไม่เข้าออฟฟิศพักใหญ่…งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว วันนี้เลิกประชุมแค่นี้นะครับ”

มือหนากดปิดวิดิโอคอลก่อนจะบิดขี้เกียจสองสามทีภาพที่อยู่ข้างหน้าทำให้คนที่เหน็ดเหนื่อยจากการนั่งประชุมนานๆถึงกับคลี่ยิ้มบางออกมา ภาพคุณแม่แฝดที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟาภายในห้องทำงานอดจะทำให้คุณพ่อแฝดเกิดอยากแกล้งขึ้นมาไม่ได้

“อื้อ~~”

ร่างของคุณแม่ขยับตัวนิดๆพลางส่งเสียงดังในลำคอยามที่แจ็คสันฝังจมูกโด่งๆลงกับซอกคอที่ทั้งขาว ทั้งหอม ยิ่งอายุครรภ์มากขึ้นเท่าไหร่กลิ่นตัวของคุณแม่ก็ยิ่งหอมมากขึ้นเท่านั้น จนบางครั้งกลิ่นหอมๆเฉพาะตัวนี้ของคุณแม่แฝดก็ทำเอาแจ็คสันเกือบแย่ไปหลายที

“เฮีย อย่าแกล้ง~~”

ฝ่ามืออวบดันใบหน้าคมที่คลอเคลียอยู่ใกล้ๆหน้าอกตัวเองออกก่อนจะลืมตาตื่นเมื่อไม่สามารถทนคนขี้แกล้งนี้ได้นานๆ แจ็คสันที่กวนอีกคนจนพอใจก็หยุดการกระทำก่อนจะนั่งขัดสมาธิลงข้างโซฟาที่เมียตัวเองยึดเอาเป็นที่นอนชั่วคราว ข้างๆก็ยังไม่วายมีกล่องขนมเคลือบช็อคโกแลตที่พักหลังๆรู้สึกว่าจะติดมากเกินไปแล้ว

“ทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องครับอุตส่าห์ทำไว้ให้”

“นอนฟังเฮียประชุมแล้วเพลินดีครับ”

“เพลินจนหลับไปเลย ไปนอนต่อในห้องนะ…”

แขนอวบๆของภรรยาตวัดโอบรอบคอคุณสามีอย่างรู้งาน มือก็หยิบฉวยกล่องขนมสีแดงฉูดฉาดติดมือมาด้วย ภาพของคุณแม่แฝดที่ถือกล่องขนมเหมือนเด็กๆยิ่งทำให้แจ็คสันนึกเอ็นดูเมียตัวเองมากกว่าเดิม พักหลังโดนสปอยจนเคยตัว คนที่สปอยก็เหมือนจะเคยตัวไม่มากไม่น้อยไปกว่ากัน

“เหนื่อยไหมครับเฮีย”

“ไม่เหนื่อยเลย ยิ่งได้อยู่กับเมียยิ่งไม่เหนื่อย”

“หนักไหมครับ ตัวหมวยหนักไหม”

“หนักครับ แต่ก็จะอุ้ม…”

ริมฝีปากหนากดจูบหนักๆลงไปบนกลีบปากของเมียตัวเองเน้นๆ ยิ่งอายุครรภ์มากท้องแฝดก็เริ่มใหญ่ไม่ต้องพูดถึงสภาพร่างกายของคุณแม่แฝดที่นับวันก็ยิ่งต้องแบกรับน้ำหนักของเด็กๆมากขึ้นทุกที อาการปวดตามหลัง ตามข้อก็เริ่มมีประปราย แจ็คสันก็ช่วยเท่าที่ตัวเองจะช่วยได้ ยังมีหลายอย่างที่มักจะแปรผันตรงกับอายุครรภ์ตัวอย่างเช่น...

“...หมวยรักเฮียจัง”

“อ้อนแบบนี้จะขออะไรครับ”

“...ขอเฮีย เฮียครับ แจอยาก...”

“...เฮียกลัวทำแรง”

“ไม่หรอก นะ...แจต้องการเฮียมากๆเลย นะครับ ตรงนี้ก็ได้”

แขนอวบโอบรอบคอหนาของสามีพลางช้อนตามองเบาๆ ตากลมๆกระพริบเล็กน้อยแต่ทำเอาคุณพ่อแฝดถึงกับไปไม่ถูก จะรู้หรือเปล่าว่าที่ปฏิเสธไปนี่มันขัดกับความต้องการของตัวเองมากแค่ไหน

“ทำไมขี้ยั่วจังครับเมีย...”

“อื้อ~ ไม่ได้ยั่วสักหน่อย”

“...พักผ่อนนะครับคนดีของเฮีย”

แจ็คสันค่อยๆประคองร่างกลมของคุณแม่แฝดให้นอนราบลงไปกับเตียงคิงไซส์หนานุ่ม กลีบปากหนากดจูบลงกลางหน้าปากใสของภรรยาก่อนจะค่อยๆนั่งลงกับที่ว่างข้างๆ มือหนาลูบเกลี่ยแก้มกลมใสเหมือนอย่างเคย

“จำไก่ตุ๋นโสมที่เราเคยกินด้วยกันได้ไหมครับ หมวยอยากกินจัง”

“อยากกินเหรอครับ อืม...ไม่ยากๆ นอนรอไปก่อนตื่นมาได้กินเลย โอเคไหม”

ใบหน้าหวานพยักหน้ารับอย่างอารมณ์ดี ขณะที่อายุครรภ์เข้าเดือนที่หกเศษๆ สภาพร่างกายก็เริ่มสมบูรณ์มากขึ้น สามารถรับประทานอาหารได้มากขึ้นและคุณพ่อแฝดก็ไม่ได้มีอาการแพ้ท้องแทนแล้วแต่กลับมีอาการติดเมียแทนซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันเป็นผลข้างเคียงมาจากอาการแพ้ท้องหรือว่าเป็นที่ตัวคุณพ่อเองกันแน่

“ยองแจ ทำไมเดินลงมาคนเดียวแล้วแจ็คสันไปไหน?”

“นั่นน่ะสิครับม๊า บอกว่าจะไปซื้อไก่ตุ๋นโสมให้ตั้งแต่บ่ายแล้วนี่ก็จะมื้อเย็นแล้วไปไหนก็...”

“ม๊าๆๆๆๆ มานี่ก่อนเร็วมาชิมไก่ตุ๋นโสมฝีมือผม เดี๋ยวนะม๊าผมพาเมียไปนั่งก่อน”

“เมื่อกี้บอกว่าไก่ตุ๋นโสมฝีมือเฮีย...นี่เฮียไม่ได้ไปซื้อ แต่ไปลงมือทำเองเนี่ยนะครับ”

เสียงหวานๆซักไซ้สามีที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนสีฟ้าอ่อน เหงื่อเม็ดโตที่ผุดตามกรอบหน้าตัดกับรอยยิ้มของคุณพ่อแฝดที่กำลังประคองร่างตุ้ยนุ้ยของภรรยาเดินไปนั่งที่ห้องนั่งเล่น ฝ่ายที่โดนถามได้แต่ยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไรก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อคุณแม่แฝดใช้ปลายแขนเสื้อตัวเองเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมาเพราะความร้อนในห้องครัวเป็นเหตุหลังจากนั้นก็วิ่งหายเข้าไปในห้องครัวอีกครั้งก่อนจะกลับมาพร้อมกับชามใบใหญ่

“มาแล้วครับไก่ตุ๋นโสมฝีมือพ่อแฝด”

“หู้ว~~ทำเองจริงๆเหรอครับเนี่ย น่ากินจัง”

แค่คำชมสั้นๆคุณพ่อแฝดก็ยิ้มร่าเดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆทันที คุณนายหวังก็คอยแอบลุ้นอยู่ห่างๆแต่หลังจากที่เธอได้ชิมฝีมือของลูกชายตัวเองแล้วก็ดีใจด้วยที่ไก่ตุ๋นโสมจะเป็นอาหารอีกหนึ่งอย่างที่ลูกชายของเธอทำเป็นและทำได้อร่อยด้วย ภาพที่สองคนผลัดกันป้อนเนื้อไก่ชิ้นพอดีคำสลับกับซดน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมทำให้คุณนายหวังอดนึกปลาบปลื้มไม่ได้อีกไม่นานทั้งสองคนก็จะได้มีเด็กแฝดอีกสามคนมาเป็นสิ่งที่เติมเต็มและทำให้ครอบครัวเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์

“ที่จริงที่บอกว่าอยากกิน คืออยากให้ไปซื้อที่ร้านที่เราเคยกินนะครับ ไม่คิดว่าเฮียจะทำให้เอง”

“วันหลังเฮียทำให้กินอีกก็ได้นะ หลังจากงมมาเกือบครึ่งวันก็เหมือนจะชำนาญไปแล้ว”

คุณพ่อแฝดพูดติดตลกขณะกำลังประคองคุณแม่แฝดเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอน หลังจากกินข้าวมือเย็นเสร็จก็นั่งคุยเล่นกันเพลินจนเกือบสี่ทุ่มคุณนายหวังก็ไล่ให้ลูกชายพาลูกสะใภ้แสนรักขึ้นไปพักผ่อน

“มานั่งนี่ก่อนเร็วเข้า”

“นั่นอะไร จะทำอะไรครับเฮีย”

คุณแม่แฝดเอ่ยถามถึงอ่างขนาดพอเหมาะใบหนึ่งตั้งอยู่ข้างๆเตียงกับสามีที่รีบเดินปรี่เข้ามาหาตัวเองทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ อีกคนไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ประคองร่างของคุณแม่ไปนั่งลงบนเตียงก่อนที่จะค่อยๆประคองเท้าของคุณแม่แฝดลงแช่ในอ่างที่มีน้ำอุ่นผสมเกลือรองรับอยู่ มือหนาค่อยๆนวดคลึงเท้าที่เริ่มบวมของอีกคนอย่างตั้งใจจนไม่ทันได้เห็นหยดน้ำตาของคุณแม่แฝดที่เอ่อล้นขอบตาออกมา

“ดูสิเท้าเริ่มบวมแล้ว สบายไหมครับ”

“ครับ ขอบคุณนะครับเฮีย...ขอบคุณที่ดูแลหมวย ขอบคุณที่ความเอาใจใส่ของเฮียไม่เคยลดน้อยลงเลย ถึงแม้ว่าหมวยจะไม่สามารถทำอะไรให้เฮียได้เลยก็ตาม...”

แจ็คสันหยัดตัวขึ้นให้ยองแจได้กอดตัวเองหลวมๆเพราะหน้าท้องที่ค้ำทำให้ยองแจไม่สามารถโน้มตัวลงไปกอดแจ็คสันได้ถนัด ประโยคนั้นแจ็คสันเข้าใจดีว่ายองแจหมายถึงอะไรเพียงแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ การมีเซ็กส์อาจเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคู่ก็จริงแต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด หากวันหนึ่งยองแจไม่สามารถทำเรื่องอย่างว่าได้แจ็คสันก็มั่นใจว่าชีวิตคู่ของเขาทั้งสองคนจะสามารถเดินต่อไปได้...เพราะมันเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตคู่

“เฮียรักหมวยนะครับ หมวยไม่ต้องทำอะไรหรือว่าอยากทำอะไรเพื่อเฮียเลย แค่เป็นเมีย เป็นแม่ของลูกเฮียแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว...ไม่คิดมากเดี๋ยวเด็กๆจะพลอยงอแงไปด้วย เข้าใจไหมครับ”

“ขอบคุณนะครับ ขอบคุณจริงๆ”

แจ็คสันกอดตอบอีกคนเบาๆก่อนจะค่อยๆผละออกแล้วจัดแจงเช็ดน้ำที่เปียกเท้าของยองแจออกแล้วจัดแจงประคองร่างกลมให้ค่อยๆนอนลงไปกับเตียงถึงจะได้ไปจัดการธุระของตัวเองก่อนจะกลับมานอนลงข้างๆ เมียตัวเองหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย คุณแม่ก็หลับนอนไปซะแล้ว

“แค่นี้ก็พอแล้วครับ ไม่ต้องทำอะไรมากเลย แค่เป็น ชเว ยองแจ คนนี้เฮียก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว”

มือหนาประคองศรีษะทุยของคุณแม่ให้พาดลงกับต้นแขนหนาของตัวเองพลางกระชับกอดร่างของคนที่หลับอยู่หลวมๆ มือหนาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าหวานทัดขึ้น กลิ่นหอมของคุณแม่ยังช่วยแจ็คสันได้ดีเพียงแค่ได้นอนกอดเขาก็นอนหลับฝันดีแล้ว

กลางดึก

“ฮึก...อึก! เฮีย เฮีย จ แจ็ค...”

เสียงเรียกของคนที่นอนอยู่ข้างๆปลุกให้แจ็คสันที่นอนหลับสนิทตื่นจากภวังค์ แสงจากโคมไฟที่สาดเข้ามาทำให้เห็นใบหน้าของคุณแม่ที่บิดเบี้ยวพร้อมกับคราบน้ำตาที่หางตาทั้งสองข้าง มือทั้งสองกุมท้องที่นูนออกมาพลางลูบไปมาเบาๆ ใบหน้าหวานส่ายไปมาจนอีกฝ่ายเริ่มใจไม่ค่อยดี

“หมวย เป็นอะไรครับ หมวย...บอกเฮียหน่อยเร็ว ให้ตามหมอไหม...”

“ม ไม่ต้อง...ฮึก...ไม่ต้องครับ”

“แล้วทำไมต้องกุมท้องแบบนั้น ปวดท้องเหรอ...ไปหาหมอดีกว่า เดี๋ยวเฮียโทรหายูคก่อน...”

“ล ลูกดิ้นครับ เฮีย...ไม่ต้องโทร”

แจ็คสันที่ตารีตาเหลือกควานหาโทรศัพท์ยกใหญ่ถึงกับหยุดชะงักก่อนจะหันไปมองคุณแม่แฝดที่กำลังลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ถึงแม้จะยังมีอาการเหมือนกับว่าปวดท้องอย่างหนักแต่ก็น้อยลงเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้

“ว ว่าไงนะ เมื่อกี้ว่าอะไรนะหมวย...ลูกดิ้นเหรอ ลูกดิ้นแล้วเหรอ?”

ใบหน้าหวานพยักหน้ารับค่อยๆและเริ่มเป่าลมออกจากปากช้าๆเป็นจังหวะสม่ำเสมอและมือก็ยังคอยลูบวนอยู่อย่างนั้น คุณพ่อแฝดจับมือของคุณแม่แฝดเอาไว้ข้างหนึ่งก่อนที่มือหนาจะค่อยๆแตะลงตรงหน้าท้องของอีกคนเบาๆ มือหนาสั่นระริกยามที่ได้สัมผัสถึงแม้ว่าจะเป็นการสัมผัสผ่านเสื้อนอนก็ตามที ความรู้สึกปลื้มปริ่มเอ่อขึ้นมาตรงหน้าอกหนาจนแจ็คสันต้องลูบหน้าอกตัวเองเบาๆ ใจเต้นระรัวเหมือนมีคนนับพันไปรัวกลองอยู่ในนั้น

“รู้สึกไหมครับ”

ใบหน้าคมเข้มของแจ็คสันส่ายไปมาเบาๆแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มและความตื่นเต้นจางหายไปได้ จนสักพักที่ยองแจเริ่มรู้สึกว่าเจ้าตัวน้อยทั้งหลายคงหยุดการทักทายไปเพราะอาการปวดหน่วงๆในท้องไม่มีแล้วแต่สิ่งที่หลงเหลือคือความตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก

“ขอโทษที่ปลุกนะครับ”

“เจ็บไหมครับ”

“เจ็บครับ เป็นครั้งแรกที่หมวยรู้สึกแบบนี้ เจ็บ...แต่มันตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก เป็นเหมือนกันไหมครับ”

“ไม่รู้ พูดไม่ถูก...รู้แต่ว่าอยากเจอเจ้าแฝดเร็วๆ อยากเห็นพวกเขาแล้ว อยากให้เขาดิ้นอีก...แต่ หมวยจะเจ็บ”

“ไม่ครับ เจ็บได้ครับหมวยไม่เป็นไร ลูกดิ้นน่ะดีแล้วครับ แสดงว่าพวกเขาแข็งแรง”

“เดี๋ยวเฮียจะคอยกล่อมเด็กๆให้หมวยจะได้นอนสบายๆนะครับ”

ริมฝีปากหนากดจูบเข้ากับกลีบปากอวบอิ่มของคุณแม่แฝดสองสามครั้งติดๆกันก่อนจะค่อยๆเขยิบตัวลงไปนอนให้ใบหน้าคมอยู่เสมอกับหน้าท้องของคุณแม่แฝด มือหนาก็ยังคงลูบวนอยู่ตรงหน้าท้องไม่หยุดจวบจนทั้งสองผลอยหลับไป

เช้าวันต่อมา

“อะไรนะ แบมแบมคลอดก่อนกำหนดเหรอ...”

ประโยคที่หลุดออกมาจากคนที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารอยู่ข้างๆทำให้ยองแจถึงกับละความสนใจจากอาหารเช้าแล้วหันไปให้ความสนใจกับหัวข้อที่เพิ่งได้ยินทันที

“ปลอดภัยก็ดีแล้ว เดี๋ยวเข้าไปเยี่ยมจะพายองแจไปด้วย อืม...”

“แบมแบมคลอดแล้วเหรอครับ แต่ปลอดภัยดีทั้งแบม ทั้งหลาน ใช่ไหมครับ”

“ปลอดภัยดีทั้งแม่ ทั้งลูกเลยแต่หลานคงต้องให้พักอยู่ในตู้อบไปก่อนเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกาย...ไม่ต้องเครียดครับ บอกแล้วไงว่าปลอดภัยดี ที่จริงมาร์คบอกว่าแบมก็ใกล้เก้าเดือนแล้วนี่แหละแต่ว่าแค่คลอดก่อนกำหนดเยอะมากไปหน่อยก็แค่นั้นเอง”

ใบหน้าหวานพยักหน้ารับคำของอีกฝ่ายแต่ก็ยังไม่วายอดเป็นเพื่อนรักไม่ได้อยู่ดีหลังจากทานข้าวเช้าเสร็จก็คะยั้นคะยอให้รีบพาไปโรงพยาบาลทันทีและแจ็คสันก็มีหน้าที่แค่ทำตามเท่านั้น

“พี่จินยอง...แบมแบมเป็นยังไงบ้างครับ”

“คลอดแล้วแหละตอนนี้ก็กำลังจะส่งไปห้องพักฟื้นอยู่ พี่ก็มารอรับแบมแบมเนี่ยแหละเดี๋ยวก็คงออกมาแล้วแหละ...”

จินยองบอกเล่าให้คนที่มาใหม่ฟัง ที่จริงตอนนี้ตัวของจินยองเองก็ไม่ควรออกไปไหนมาไหนเหมือนกันเพราะไม่ถึงสองสามอาทิตย์ก็ใกล้คลอดแล้ว

“แบมแบมออกมาแล้ว ไปยองแจเราตามไปกันดีกว่า...อ โอ๊ย!”

“พี่จินยองเป็นอะไรครับ”

ใบหน้าหวานของยองแจแสดงอาการแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ๆจินยองที่กำลังจะเดินคู่กันมาก็หยุดชะงักก่อนจะค่อยๆทรุดนั่งลงกับเก้าอี้หน้าห้องคลอดที่มีไว้สำหรับให้ญาตินั่งรอด้านนอก เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามกรอบหน้าหวานของจินยองและเพียงแค่นั้นสามีของจินยองอย่างเจบีก็แทบจะพุ่งเข้ามาหาภรรยาของตัวเองในทันที

“จิน! ยองแจ จินยองเป็นอะไร จินครับ จิน”

“บี๋ บ บี๋ เค้าปวดท้อง ฮือ~ ปวดท้อง มาก ปวด มันปวดมากเลย ฮือ~”

มือเรียวของจินยองกำต้นแขนของสามีแน่นพลางร้องไห้ออกมา ร่างของคุณแม่นั่งพิงไปกับพนักพิงด้านหลังพร้อมทั้งเหงื่อที่เริ่มผุดออกมาไม่หยุด ใบหน้าหวานส่ายไปมาไม่ยอมหยุดสลับกับร้องไห้เป็นพักๆ มือของจินยองจับมือของยองแจเอาไว้แน่นโดยที่ยองแจเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

“เฮีย เฮียบี หรือว่าจินยองจะคลอด...”

ก็คงเป็นคำพูดจากคนที่มีประสบการณ์เท่านั้นแหละที่พอจะทำให้อะไรๆมันเริ่มกระจ่างขึ้นได้บ้าง

“หมอ!!!!!!!!”

******---100%---

******Talk

**100% ไม่จ้อจี้จ้า

**ขอพื้นที่ขายของหน่อยค่า

**#รักสุดท้ายจจ แท็กนี้ยังไม่ปิดนะจ้ะสามารถไม่เล่น ไปพูดคุยกับไรท์ได้ ไปกระทุ้งหน่อยก็ได้ แบบว่าเหงา...

******อีกเรื่องที่สำคัญพอกัน เปิดเล่มจ้า!!!

****ตอนพิเศษ...ฮันนีมูนของเหล่าคุณพ่อคุณแม่ ครบ 3 คู่ (ในเล่ม)

******รายละเอียดเล่ม

**- ขนาด A5 ไสกาว

- จำนวนหน้าแบบไม่เป็นทางการ 600 หน้า

- แฟนอาร์ต 2 รูป

- สเปเชี่ยลการ์ด 2 ใบ

- ที่คั่น 2 หรือ 3 ใบ

- ราคา 350-430 บ. รวมส่ง (ราคาไม่เป็นทางการ)

**จะมีการแก้ไขเนื้อหาเพื่อให้เหมาะสมในการทำรูปเล่มและแก้ไขฉาก...เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านมากยิ่งขึ้น

**สปอยแค่นี้ไปก่อน

**มีใครสนใจมั้ยอ่ะ อยากได้สัก 12 เล่มอ่ะ ขั้นต่ำโรงพิมพ์เลย ไม่ขอมากจริงๆนะเนี่ย พลีสสสส แต่ถ้ามากกว่านี้ก็ดีนะ อิอิ

กระจ่างดาว********************************************

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น