เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 4

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 43k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2562 22:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 4
แบบอักษร

 

4 

“เฮ้ยเพลิง มึงกลับบ้านยังไงวะ” แจ็คถามขณะหยิบเป้สะพายหลังเดินมาสมทบกับเพลิงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ 

“กูขับรถมาน่ะ แล้วมึงล่ะ” 

“ขับมอไซค์มา ตอนแรกกูว่าจะชวนมึงกลับด้วยซะหน่อย เห็นว่าดึกแล้ว แต่ที่ไหนได้..บ้านรวยมีรถขับ” แจ็คพูดแซว เพลิงเองก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก 

“กูก็ไม่ได้รวยอย่างที่มึงคิดหรอก แค่กูตกกะได้พลอยโจรเฉยๆ” เพลิงตอบเรื่องจริง แต่ทำให้คนฟังที่ไม่รู้เรื่องชีวิตเพลิงมาก่อนขมวดคิ้วงง  แต่ก็ไม่ได้ถามมาก 

พวกเขาทั้งคู่เดินออกมาถึงหน้าร้าน เพลิงกับแจ็คบอกลากันก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน เพลิงเห็นว่าแจ็คขับมอไซค์ออกไปแล้วหลังจากเพลิงยืนส่งเพื่อนตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าไปในลานจอดรถ แต่ระหว่างทางกลับมีสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่กำลังยืนพิงรถของเพลิง พร้อมส่งยิ้มกวนมาให้ 

“ไง จะกลับแล้วหรอ เลิกงานแล้วสนใจไปดื่มต่อกับกูมั้ย” 

// 

ห่า ตายยากฉิบหาย 

//เพลิงสบทในใจ 

เพลิงเมินคนตรงหน้าแล้วเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ ก่อนเปิดประตูเข้าไปสตาร์ทเครื่องไล่พีคที่ยืนพิงรถอยู่ พีคกอดอกยืนหัวเราะในลำคอ แล้วยอมเดินถอยออกมาให้เพลิงขับรถออกไป แต่ทว่าออกตัวได้นิดเดียวเพลิงต้องหยุดรถแล้วรีบลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถตัวเอง 

“เหี้ยอะไรเนี่ย!” 

เสียงตะโกนลั่นกับมือที่ทึ้งหัวของเพลิงอย่างตกใจ ทำให้พีคหัวเราะขึ้น เพลิงมองขวางไปทางพีค ก่อนจะเดินชี้หน้าถามด้วยอารมณ์หัวเสียสุดๆ 

“มึงทำอะไรกับยางรถกู!” 

“กูไม่ได้ทำอะไรนิ เดินมาก็เป็นแบบนี้แล้ว” พีคพูดหน้าตาย แต่ปากยังคงยกยิ้มอยู่เหมือนเดิม 

“ถ้าไม่ใช่มึงแล้วจะเป็นใคร กูไม่เคยสร้างศัตรูที่ไหนนอกจากมึง” เพลิงว่าเสียงแข็ง 

“อ้าวหรอ แหม กูนึกว่ามึงชอบสร้างศัตรูซะอีก ไม่คิดไม่ฝันเลยนะเนี่ยว่ากูจะเป็นศัตรูคนเดียวของมึง น้ำตาแทบไหลแหนะ” พีคพูดขำพร้อมกับทำหน้าเหมือนคนร้องไห้ดีใจ 

“เลิกกวนตีนกูแล้วยอมรับมาว่ามึงเป็นคนทำ! ไม่มีใครในนี้กล้าเจาะยางรถคนอื่นหมดสี่ข้างเพื่อป่วนคนอื่นเล่นหรอกนะ ถ้าไม่ใช่คนแบบมึง” 

“เลิกชี้หน้ากูได้แล้ว กูอายุมากกว่ามึงนะ” 

พีคปัดมือเพลิงทิ้งแต่ยังจับไว้ไม่ปล่อย ก่อนจะดึงกระชากเพลิงเข้ามาที่ตัว เพลิงแอบเหว๋อนิดนึงเมื่อโดนทำอะไรปุปปับ แต่ยังพอจับไต๋ได้เลยใช้มืออีกข้างดันอกแกร่งไม่ให้เข้าประชิดกับพีคมากเกินไป เพลิงมองพีคตาแข็งหวังเอาเรื่องถ้าพีคยังไม่ปล่อย แต่พีคกลับหัวเราะออกมาในลำคอ 

“เอาจริงรถมึงกูไม่ได้เป็นคนทำหรอกนะ เพราะกูคงไม่ว่างลงมาทำอะไรแบบนี้” พีคบอกเพลิง 

“ถ้าไม่ใช่มึงทำ แล้วจะเป็นใครได้” เพลิงถามเสียงแข็ง ยังคงจ้องหน้าพีคเหมือนเดิม 

“ไม่รู้สิ กูไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ออ! แต่กูพอจะรู้ตัวต้นคิดนะว่าเป็นใคร มึงอยากรู้มั้ย” พีคยิ้มบอกเพลิงกวนๆ แต่ก็ทำให้เพลิงคลายปมคิ้วได้บ้าง แม้จะยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ก็ตาม 

“ใคร?” 

“ก็กูไง กูเป็นคนสั่งให้ลูกน้องกูลงไปเจาะยางรถมึง แต่กูไม่รู้นะว่าใครเป็นคนทำบ้าง เพราะกูให้ไอ้ผู้จัดการบอกพวกมันอีกที” 

“ไอ้เหี้ยพีค!” 

เหมือนกาน้ำเดือดได้ที่ เพลิงรีบเหวี่ยงหมัดใส่หน้าพีคทั้งที่แขนอีกข้างยังถูกพีคเกาะกุม พีคขยับหลบหมัดเพลิงนิดหน่อยก่อนจะให้มืออีกข้างคว้าข้อมือของเพลิง ทำให้ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในท่าที่มือไขว้สลับกันคนละข้าง เพลิงดิ้นหนี แต่พีคกลับบีบมือแรงขึ้นพร้อมกับโน้มหน้าเข้าไปใกล้หน้าเพลิงโดยหน้ายังถูกแต่งด้วยรอยยิ้มที่กวนตีนเหมือนเดิม 

“เอางี้ กูจะซ่อมรถให้มึงฟรีๆเอามั้ย เพราะรู้สึกเหมือนลูกน้องกูจะแอบแกะบู๊ชหูโช๊คล่างไป และมันก็ดึกมากแล้วด้วย ต่อให้มึงโทรเรียกร้านมา ร้านซ่อมคงไม่แหกขี้ตาตื่นมาซ่อมรถให้มึงหรอกนะ” 

“ทำไมมึงเหี้ยขนาดนี้วะ!” 

“กูรู้ตัวดี ไม่ต้องชมเยอะ  แล้วเอาไง จะไปกับกูมั้ย” 

“ไม่ ให้ตายกูก็ไม่ไปกับมึง  แท็กซี่มี กูกลับเองได้ ..แล้วมึงก็ปล่อยมือกูได้แล้วสัด จะจับไปทำบ้าอะไร!” 

เพลิงขยับแขนให้พีคปล่อยมือออก พีคยอมปล่อยง่ายๆแล้วยืนมองเพลิงที่หน้าบึ้งตึงเดินกระแทกเท้าออกไปจากลานจอดรถ ส่วนเพลิงก็เดินออกมาริมถนนแล้วตรงยาวไปยังป้ายรถเมล์ เพลิงไม่คิดว่าพีคจะกล้าเล่นกับเขาแบบนี้ สภาพเพลิงตอนนี้เหมือนเริ่มถูกพีครุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวขึ้นเรื่อยๆ และคงมากกว่านี้แน่ๆถ้าแก้มยังไม่ยอมฟื้น 

“นี่มันคิดจะอัพเลเวลความเลวของมันหรือไงวะ” เพลิงนั่งพึมพำอยู่คนเดียวระหว่างรอรถเมล์ แต่ดูเหมือนว่ามันดึกเกินไป เลยไม่ค่อยมีรถเมล์หรือรถตู้ผ่าน ส่วนแท็กซี่พอจะโบกก็ชอบปิดไฟว่างหนี ไม่ก็บอกว่าส่งรถ ส่งบ้าอะไรไปรับผู้โดยสารต่างชาติที่โบกรถอยู่ไม่ไกลป้าย เพลิงไม่อยากจะคิดหรอกนะ แต่หลังจากที่เขาทำแก้มเข้าโรงพยาบาล เกือบทุกอย่างรอบตัวเขาจะบัดซบขึ้นทุกที โดยเฉพาะพีค ที่มาราวกับเป็นตัวมารคอยมาทำให้ชีวิตเขาบัดซบมากกว่าเดิม ...แล้วนี่รถเมล์จะไม่ยอมมาให้เลยใช่มั้ย 

ปี๊น ปี๊น 

“พี่ไปส่งมั้ยจ๊ะน้องสาววว!” 

เสียงยียวนกวนตีนอย่างน่ารำคาญ เพลิงไม่ต้องเดาเลยว่าเป็นใคร ร่างสูงเสื้อแขนยาวสีดำเปิดกระจกโบกไม้โบกมือเรียกให้เพลิงหันไปมอง  เพลิงเหลือบมองด้วยหางตาถอนหายใจแรงออกมาอย่างเซ็งๆ 

“ยิ่งกว่าเห็บหมาอีกมั้งเนี่ย” เพลิงพึมพำโดยยังนั่งเมินพีคอยู่ที่เดิม 

“ไอ้เพลิง กูเรียกไม่ได้ยินหรือไง” พีคตะโกนถาม 

เงียบ.. พีคหุบยิ้มมองเพลิงนิ่ง เมื่อเพลิงนั่งเงียบแล้วหันหน้าหนีเขาไปมองรถด้านหลังที่กำลังผ่านไปแทน พีคไม่ได้โกรธเพลิงแต่อย่างใด แต่พีคกลับเดินเปิดประตูเดินอ้อมไปที่ป้ายรถเมล์แล้วคว้าข้อมือเพลิงขึ้นมา เพลิงดึงข้อมือหนี แต่พีคแรงเยอะกว่ามาก ทำให้ทั้งคู่เหมือนกำลังยื้อกันไปมา 

“ปล่อย” เพลิงพูดเสียงแข็ง พยายามแกะมือของพีค 

“ขึ้นรถ ก่อนที่รถเมล์จะมาจอด” 

“แล้วทำไมกูต้องขึ้นไปกับมึงด้วย กูบอกแล้วไงว่ากูกลับเองได้” 

“15 นาที” 

“อะไร 15 นาที” เพลิงขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย ไม่เข้าใจว่าพีคสื่อถึงอะไร 

“กูเห็นมึงนั่งมา 15 นาที และมันนานพอที่กูจะพามึงขึ้นรถได้แล้ว” พีคพูด 

เพลิงตกใจ เมื่อรู้ว่าพีคจับตาดูเขาตลอดการรอรถที่ผ่านมา  เพลิงไม่คิดว่าพีคจะกล้าตามเขาเหมือนพวกโรคจิต แต่ถ้าดูดีๆ คนอย่างพีคไม่มีทางปล่อยเขาง่ายขนาดนี้ ถ้าไม่คิดอะไรไว้ในหัวหรือสำเร็จความต้องการของตัวเอง เพลิงหน้าเสียที่รู้ว่าตัวเองดันเผลอเข้าไปในแผนของพีค...เขาน่าจะรู้ตัวเร็วกว่านี้ 

“มึงเป็นเหี้ยอะไรกับกูมากมั้ยวะ ทำไมจะต้องตามกูทุกฝีก้าวด้วย นี่กูยังอยู่ในอำนาจมึงไม่พอหรือไง” เพลิงหัวเสียที่แม้แต่เวลาเลิกงาน พีคก็ยังตอแยเขาไม่เลิก 

“ก็ถ้ากูไม่จับตาดูมึงเอาไว้ เดี๋ยวมึงได้หนีออกไปหน้าด้านๆอย่างที่ทำไว้กับน้องกูไง” พีคพูดเสียงเรียบ แต่มือกลับบีบแขนเพลิงแน่น บวกกับสายตาที่ขุ่นมัวยามที่พูดถึงน้องสาว 

“กูไม่ได้หนี...” 

“ไม่ได้หนีแล้วมึงทิ้งน้องกูทำเหี้ยอะไร ทำไมตอนนั้นมึงถึงไม่อยู่รับผิดชอบน้องกู!” 

เหมือนมีดที่ปักเข้ากลางอกแรงๆ สิ่งที่พีคพูดเป็นเรื่องจริงทั้งหมด จริงซะเขาไม่กล้าเถียงเลย เพลิงก้มหน้าเม้มปากหลบสายตาพีค ความหวาดหวั่นค่อยก่อขึ้นในอก ตอนนั้นเพลิงผิดจริงๆ ผิดมาก กลัวความผิดตัวเองจนไม่สามารถสู้หน้าใครได้ โดยเฉพาะแก้ม แต่เหมือนจะหนีได้ไม่ได้นาน เจ้ากรรมนายเวรก็ตามติดเร็วเกินไปจนน่ากลัว 

ปี๊นนน 

เสียงรถเมล์บีบแตรไล่เมื่อพีคจอดรถขวางป้ายรถเมล์เอาไว้ เพลิงมองสลับรถเมล์กับพีคที่ยังมีอารมณ์ขุ่นมัวจากเรื่องแก้ม พีคถอนหายใจแรงอย่างหงุดหงิด ก่อนจะดึงร่างเพลิงไปที่รถ 

“ไปคุยกันในรถ” 

“แต่กู...” 

“กูบอกให้ขึ้นรถ!” 

“โอ๊ย! จะผลักกูทำไมเนี่ย” เพลิงว่าพีคที่เปิดประตูฝั่งข้างคนขับดันร่างเพลิงเข้าไปนั่งอย่างแรง ก่อนจะเดินอ้อมกลับไปนั่งที่แล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว   เพลิงได้แต่นั่งนิ่งตลอดทางที่พีคขับ เพลิงชักไม่แน่ใจว่าพีคเป็นคนอารมณ์ไหนกันแน่ เพราะบางทีก็กวนตีน บางทีก็ร้าย ซึ่งมันเดายากที่เพลิงจะปรับอารมณ์ให้ทัน 

ความเงียบเข้าปกคุมจนได้ยินเสียงแอร์ พีคยังคงขับไปเรื่อยๆ ไม่ยอมคุยกับเพลิง ทั้งๆทีบอกจะคุยด้วยแท้ๆ เพลิงหันหน้ามองออกกระจกดูวิวที่ผ่านตา แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อพีคพูดขึ้นมา 

“วันนั่นมึงตั้งใจจะทำอะไร” 

เพลิงเหลือบไปมองพีคที่พูดกับเขาเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะลอบถอนหายใจตอบพีคกลับ 

“กูกำลังพาแก้ม..หนี” 

“หนีอะไร” พีคเริ่มถามเสียงแข็ง 

“หนีจากไอ้กราฟ แฟนของแก้ม” 

พีคมองเพลิงด้วยหางตาทันที เมื่อเพลิงได้เอ่ยชื่อของเพื่อนสนิทออกมา พีคพอจะรู้ว่ากราฟกับเพลิงรู้จักกัน เพราะวันนั้นที่ไปโรงพยาบาล กราฟเป็นคนบอกว่าใครเป็นคนทำน้องสาวเป็นแบบนี้ 

“มึงรู้ใช่มั้ย ว่าไอ้กราฟกับแก้มเป็นแฟนกัน” 

“รู้..” 

“รู้แล้วทำไมมึงถึงหน้าด้านไปแย่งแฟนเพื่อนกูห๊ะ!” พีคตวาดลั่น เขาโมโหที่เพลิงเลวถึงขั้นแยกระหว่างน้องกับเพื่อนเขาให้ออกจากกัน พีคไม่รู้ว่าเพลิงเป็นเพื่อนที่แอบรักแก้มถึงขั้นพยายามแย่งแก้มออกมา หรือว่าเป็นคนรู้จักของกราฟที่พยายามแก้แค้นเพื่อนเขากันแน่ 

“ตอบกูมาไอ้เพลิง มึงทำแบบนั้นทำไม!” พีคถามต่ออย่างไม่ลดน้ำเสียง 

“ก็เพราะกูก็ถูกแย่งมาเหมือนกันไง!” 

พีคชะงักเมื่อได้ยินสิ่งที่เพลิงพูด เพลิงไม่ได้แสดงน้ำเสียงเศร้าเสียใจอะไรออกมา แต่แววตาที่หันมามองพีคกลับถ่ายทอดความรู้สึกเศร้าราวกับคนอกหัก 

“..กูกับแก้มเคยคบกันมาก่อน ก่อนที่ไอ้กราฟจะมาเจอแก้มด้วยซ้ำ” 

ผิดคาดจากสิ่งที่พีคคิด เพลิงไม่ใช่ทั้งเพื่อนแก้มหรือคนรู้จักของกราฟ แต่เป็นแฟนของน้องสาวที่พีคไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแก้มจะเคยมีแฟนคนอื่นมาก่อนนอกจากกราฟ 

“หึหึ มึงก็เลยแค้นเพื่อนกูกับแก้ม ถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันเลยใช่มั้ย” 

“มันเป็นอุบัติเหตุ” เพลิงว่ากลับ 

“อุบัติเหตุเหี้ยไรน้องกูถึงได้นอนหมดสภาพแบบนี้ และถ้ามันเป็นอุบัติเหตุจริง มึงจะหนีทำเหี้ยอะไร! แม่ง กูต้องใช้เวลาตั้งอาทิตย์ เพื่อตามดูคนอย่างมึง กูพยายามใจเย็นเพื่อไม่ให้กระทืบมึงที่อยู่ตรงหน้า หวังว่ามึงจะไปเยี่ยมน้องกูและรับผิดชอบสักครั้ง แต่มึงกลับใช้ชีวิตลอยหน้าลอยตา คนอย่างมึงสมควรแล้วที่จะโดนเอาคืนจากกู” 

พีคว่าออกมายาวเหยียด เพลิงได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาตลอดที่พีคพูด ในใจเพลิงแอบบตกใจที่พีคเจอตัวเขาเร็วและยังให้โอกาสเพลิงกลับไปเยี่ยมแก้ม แต่เพลิงกลับพลาดที่กลัวจนเรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้ 

// สมน้ำหน้า // 

เพลิงว่าตัวเองในใจ 

พีคมองเพลิงที่ก้มหน้านิ่ง เหมือนกับคนที่ไม่มีคำพูดมาเถียง พีคชักสีหน้ามองเพลิงด้วยอารมณ์โกรธ ก่อนจะหันหน้ามองถนนขับรถต่อ เพราะต่อให้ทะเลาะกับเพลิงตอนนี้เขาต้องไม่มีสมาธิขับรถแน่ๆ พีคใส่อารมณ์ลงไปกับคันเร่งทำให้รถแรงกว่าปกติ เพลิงที่ก้มหน้าเหลือบสายตามองนอกกระจกก่อนจะเบิกตากว้างสลับกับหันไปมองพีค เมื่อถนนรอบตัวเริ่มไม่ใช่ทางตัวเพลิงคุ้นเคย 

“นี่มึงจะพากูไปไหน!” เพลิงถามพีคอย่างหวาดหวั่น 

“หุบปากแล้วอยู่เฉยๆซะ กูจะพามึงไปไหน เดี๋ยวก็รู้เอง” 

“แต่นี่มันไม่ใช่ถนนทางไปคอนโดกู” เพลิงเถียง 

“แล้วใครบอกว่าจะพามึงกลับบ้าน” พีคตอบโดยที่สายตายังจับจ้องพื้นถนนข้างหน้า 

“มึงเป็นบ้าอะไรของมึงห๊ะ จะพากูไปไหน!” 

“กูจะพามึงไปไหนก็เรื่องของกู เพราะคนที่จะกำหนดชีวิตมึง..มีแค่กูเท่านั้น” 

***************************************************** 

“ลงไป” 

“.......” 

“ไอ้เพลิง!” 

“เออ!รู้แล้ว แม่ง จะขึ้นเสียงทำไมวะ” 

เพลิงเดินหน้าบึ้งลงจากรถท่ามกลางลูกน้องของพีคที่พากันออกมาหาเจ้านายของตัวเอง แต่กลับชะงักเมื่อเห็นเพลิงเดินออกมา พีคปิดประตูรถเดินตามสมทบเพลิงที่หน้าบ้าน ก่อนจะเริ่มยกยิ้มอารมณ์ดีเมื่อเพลิงมีท่าทีช็อคไม่แพ้กันกับลูกน้องของเขา 

“ฮะ..เฮียพีค นี่มันอะไรกันอ่ะ ทำไมไอ้หมอนี่มันมาอยู่ที่นี่ได้ แถมยังอยู่ในชุดกุ๊กอีก” ลูกน้องพีคถามขึ้น เพราะเขาจำหน้าเพลิงได้เมื่อสองเดือนก่อน 

“พึ่งลากมาจากที่ทำงาน เป็นไง คิดถึงมันบ้างมั้ย” พีคพูดขำพร้อมพาดแขนไปโอบไหล่เพลิงแน่น 

“ปล่อย” เพลิงเบี่ยงตัวออกมาซึ่งพีคก็ยอม 

“แค่นี้ทำหวง กูจับมาหมดแล้วตัวมึงน่ะ” 

เพลิงหน้าขึ้นสีด้วยความเขินอาย เพราะพีคเล่นพูดเรื่องอย่างว่าต่อหน้าพวกลูกน้อง แต่ก็แอบมีลูกน้องบางคนที่ยังงงกับสิ่งที่พีคพูด เพราะมีบางคนที่พีคไม่ได้ให้ไปด้วยตอนไปล่าตัวเพลิงมา แต่กลับบางส่วนที่มาก พวกนั้นรู้ดีว่าพีคกำลังพูดอะไรกลับยิ้มขำ หัวเราะออกมาด้วยสายตาล้อเลียนและบางส่วนที่ดูถูก 

“ช่วยเลิกกวนตีนกูสักวิได้มั้ย แล้วมึงพากูมาที่บ้านมึงทำไม” เพลิงถามเสียงแข็ง เพราะไม่เข้าใจ 

“ปากดีเหมือนเดิมแล้วสินะ หึหึ” พีคว่าพลางหัวเราะในลำคอ 

“ปากจะเป็นยังไงมันเรื่องของกู ตกลงพากูมาทำไม” 

“พอดีช่วงนี้กูเบื่อๆน่ะนะ เลยอยากหาอะไรมาเล่นแก้ขัดที่บ้านสักหน่อย” 

เพลิงมองหน้าพีคอึ้ง ก่อนจะกัดฟันกรอดส่งสายตาพร้อมฆ่าคนตรงหน้า ใครจะคิดล่ะว่าตัวเองจะถูกพามาเป็นของเล่นแก้เบื่อของไอ้ชั่วที่มันข่มขืนเขา พีคเหล่มองเพลิงด้วยความสนุก ก่อนจะจับคอเสื้อด้านหลังดึงลากให้เดินตามเขาเข้ามาในบ้าน เพลิงร้องดิ้นโวยวายโดยมีสายตาของลูกน้องมองตามด้วยความสงสัย พีคลากเพลิงขึ้นมาข้างบนในห้องตัวเองก่อนจะปิดประตูล็อคไม่ให้ใครเข้ามา 

“ไอ้พีค มึงคิดจะทำบ้าอะไรวะ!” เพลิงถามอย่างหวาดกลัว เพราะพีคเดินถอดเสื้อออกไปเรื่อยๆเหลือไว้เพียงบ็อกเซอร์ที่เตรียมจะถอดเป็นชิ้นสุดท้ายเมื่อพีคยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เพลิงหันหน้าหนีด้วยความเขินอายยืนเกร็งอยู่กลางห้อง 

“อายห่าอะไร หรือว่าเขิน หื้ม? หุ่นกูดีไม่ต้องชมหรอก” 

พูดเองชงเองเอาซะคนหลบหน้าหนีพ้นลมออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายโครตเซ็ง ความอายตอนแรกละลายหายไปแทบจะทันที  พีคยืนหัวเราะในลำคอหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป โชคดีที่พีคไม่ได้ถอดบ็อกเซอร์ ไม่งั้นเพลิงได้กลับมาอายอีกรอบแน่ เมื่อเห็นว่าพีคเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว เพลิงค่อยๆเดินมานั่งที่ปลายเตียงมองนู่นมองนี่สลับกันไปอย่างไม่มีอะไรทำ พลางนึกสังเกตรูปร่างพีคที่เห็นเมื่อกี้ เพราะพีคใส่เสื้อยืดแขนยาวตลอดที่เพลิงเจอหน้า ทำให้ไม่รู้ว่าพีคมีรอยสักที่แขน ซึ่งนั่นทำให้พีคดูเถื่อนและเท่อย่างบอกไม่ถูก 

// เท่?? // 

เพลิงรีบสะบัดหน้าทันทีเมื่อแอบไปคิดว่าพีคเท่ เพราะคนอย่างพีคนิสัยเลวเกินกว่าที่คนอย่างเพลิงจะต้องชม เพลิงขจัดความคิดนั้นทิ้งแล้วรีบล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นแก้ว่าง เพราะถ้าเพลิงแอบหนีตอนนี้ คงโดนลูกน้องพีคดักแน่ๆ 

“เฮ้ยไอ้เพลิง มึงจะนั่งบื๊ออีกนานมั้ยวะ ไปอาบน้ำ” 

เพลิงสะดุ้งโทรศัพท์ในมือแทบร่วง ไม่รู้ว่าพีคอาบน้ำเสร็จตอนไหน เมื่อหันไปก็พบว่าพีคใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว พีคเดินเข้ามาใกล้เพลิงที่เตียงพร้อมดึงแขนเพลิงให้ลุกไปที่หน้าห้องน้ำ 

“กูไม่มีชุดนอนนะเว้ยไอ้พีค” เพลิงยื้อตัวเองแข่งกับแรงพีคที่พยายามดันตัวเพลิงเข้าไปห้องน้ำ 

“ชุดนอนมึงใส่ของกูไปก่อน ส่วนเสื้อมึงกูจะได้เอาไปให้เด็กไปซัก” 

“ไม่! กูไม่อาบ!” เพลิงเถียง 

“มึงจะเน่านอนกับกูหรือไงวะ ไปอาบ” พีคว่า 

“ไม่ๆๆ! เพราะมึงคิดจะทำเรื่องไม่ดีกับกูไง กูถึงไม่อาบ ถ้าเกิดมึงวางแผนอะไรขึ้นมา คนซวยคือกู” 

เพลิงสายหน้าปฎิเสธทันควัน ซึ่งมันดูตลกแปลกตาสำหรับพีคไปมาก เพราะปกติเพลิงมักจะปากเก่งค่อยด่าพีคอยู่เสมอ ต่อให้ถูกกดอยู่ก็เถอะ แต่สภาพเพลิงตอนนี้เหมือนหมาที่กลัวการอาบน้ำ ทั้งๆที่ดื้อและตัวมอมแมมไปด้วยเหงื่อ แต่จะมอมแมมหมดสภาพก็ไม่แปลก เพราะการทำครัวที่อยู่หน้าเตาตลอดทำให้ไอร้อนจากเตาแก๊สทำให้พ่อครัวแต่ละคนมีเหงื่อออกเยอะกว่าปกติ 

“กูไม่ได้มีอารมณ์มานั่งเอาผู้ชายทุกวันหรอกนะ ที่กูให้มึงอาบเพราะมึงเหงื่อออก มันจะเหม็นเตียงกู แล้วมือน่ะ เลิกยันขอบประตูแข่งกับแรงกูได้แล้ว ไป..เข้าไป!” 

“กูไม่เข้า ไม่..ไอ้พีค..ว๊ากกก!” 

พีคแกะมือเพลิงจากขอบประตูแล้วผลักเพลิงเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะรีบปิดประตูดึงลูกบิดเอาไว้ไม่ให้เพลิงหมุนเปิดออกมา เพลิงทุบประตูตะโกนด่าพีครัว แต่พีคกลับยืนขำเหมือนโรคจิตที่แกล้งเพลิงได้สำเร็จในวันนี้ 

 

ปัง ปัง ปัง! 

 

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะไอ้เวรพีค! ไอ้เหี้ย! กูบอกให้เปิด!” เพลิงตะโกนด่าออกมาโดยมือยังคงทุบและดึงประตูเรื่อยๆ 

“กูจะเปิดก็ต่อเมื่อมึงอาบน้ำเสร็จแล้ว เลิกดื้อแล้วไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้” พีคบ่นไม่จริงจังนัก 

“ไม่อาบ! มึงจะทำไม่ดีกับกู” 

“ว้อย! กูบอกแล้วไงว่ากูไม่มีอารมณ์ มึงแค่อาบน้ำแล้วมานอนกับกูมันจะตายหรือไง รีบอาบได้แล้ว กูง่วง กูจะนอน เข้าใจมั้ย!” 

เหมือนหมาบ้าในห้องน้ำจะยอมหยุดโดยดี พีคยืนฟังเสียงเพลิงในห้องน้ำสักพัก ก่อนจะได้ยินเสียงฝักบัว พีคเห็นว่าเพลิงยอมอาบน้ำจึงเดินกลับมาที่เตียง พีคหยิบรีโมทเปิดทีวีดูแก้ว่างระหว่างรอเพลิง ก่อนจะแอบหัวเราะในลำคอเมื่อนึกสภาพเพลิงที่เหมือนหมากำลังกลัวการถูกอาบน้ำ 

“นี่มันหมาดื้อชัดๆ ว่างๆต้องจับฉีดยาหน่อยซะแล้ว หึหึ” 

**************************************************** 

แต่งเอง มึนเอง ให้ตายสิคนคนนี้! 

อย่าพึ่งงงกับการแต่งของไรท์เด้อออ 

ไรท์อาจจะลงช้าไปสักวันสองวัน 

ขอให้รู้ไว้ติดงานอยู่นะคะ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะ 

#เจ้าชิบะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น