พริ้วพลิ้ว.
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

หนึ่งเม้นต์ หนึ่งแรงผลักดัน

Chapter1 ไม่ใช่เธอ..แต่เป็นเขา

ชื่อตอน : Chapter1 ไม่ใช่เธอ..แต่เป็นเขา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.6k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2562 20:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter1 ไม่ใช่เธอ..แต่เป็นเขา
แบบอักษร








               ชะตาลิควิด / ตอนที่1











'ข่าวถัดมาค่ะคุณกิตติคะ เซรุ่มฝังเซลล์มดลูกในร่างกายท่านชายที่เคยเป็นกระแสดังไปทั่วโลกในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้เข้าไทยแล้วเรียบร้อยค่ะ และจากการให้สัมภาษณ์ของดร.เอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นผู้วิจัยและคิดค้นเจ้าตัวเซรุ่มนี้เขาบอกเอาไว้ค่ะ ว่า..มีเคสตัวอย่างที่คนได้รับเซรุ่มซึ่งเป็นผู้ชายเนี้ย ตั้งครรภ์และคลอดออกมาปลอดภัยทั้งแม่และเด็กแล้ว แหม..คุณกิตติคะ ต้องใช้คำว่ามหัศจรรย์แล้วล่ะค่ะสำหรับวงการการแพทย์สมัยนี้' 




เสียงเจือแจ้วจากผู้ประกาศข่าวช่องดังยังคงพูดต่อไปในขณะที่คนอยู่หน้าโทรทัศน์ไม่ได้ให้ความสนใจมันเลยแม้แต่น้อย ในห้องทำงานขนาดกำลังพอดีของประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของห้องที่ร่างกายท่อนบนนั้นไร้อาภรณ์ใดๆกำลังดันพื้น..ออกกำลังกายยามว่างอยู่




ซึ่งยามว่างที่ว่านั้นหาไม่ได้ง่ายๆเอาซะด้วย




"เข้ามา" ธีรธร.. หรือซีอีโอของบริษัทตอบรับเสียงเคาะประตูทั้งๆที่ร่างกายก็ยังขยับขึ้นลงอย่างแข็งแรง เขาไม่ได้มีทีท่าจะลุกขึ้นมาหาเสื้อผ้าใส่เพื่อให้เกียรติคนมาใหม่เลยด้วยซ้ำ




แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่จำเป็นนักหรอก เมื่อคนที่เดินแทรกประตูบานสูงเข้ามาคือเลขาคนสนิทของเขาเอง ปัญญาใช้นิ้วกลางดันแว่นทรงเรียบให้กลับเข้าที่ด้วยท่าทางสุขุม ก่อนจะกล่าวกับผู้เป็นนาย




"คุณธีร์ครับ คุณมีประชุมในอีกครึ่งชั่วโมง" คำบอกกล่าวจากร่างสูงโปร่งในชุดสูทที่เรียบร้อยหาที่ติไม่ได้ทำเอาคนเป็นเจ้านายหัวเราะหึในลำคอ ก่อนที่คนตัวหนาจะกดร่างตัวเองลงพื้นครบรอบที่หนึ่งร้อยพอดี ถึงค่อยๆลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากมือพลางเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาพาดบ่า




"เห็นฉันเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบขนาดนั้นเลยหรือไงปัญปัญ" เจ้านายว่าอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินผิวปากเข้าห้องน้ำส่วนตัวไป ฝ่ายเลขาได้แต่มองตามจนลับสายตา แล้วเจ้าตัวก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า จัดสูทอย่างดีให้ผู้เป็นนายอย่างที่เคยทำ 
















#ชะตาลิควิด
















รถยนต์คันสีดำเงาวับเคลื่อนเข้ามาในตัวคฤหาสน์ประจำตระกูลศักดาธีรโภคิน ผู้เป็นนายที่นั่งด้านหลังเปิดประตูรถและก้าวลงมาอย่างสง่าราวกับว่าจะลงมาเดินพรมแดง มือข้างหนึ่งปิดประตูรถด้วยความเบามือ ส่วนอีกข้างกำลังแบกเอกสารและแฟ้มงานต่างๆ




สองขาสูงยาวในกางเกงสูทเดินผ่านประตูมาด้วยความคล่องแคล่ว แล้วธีร์ก็ต้องขมวดคิ้วแปลกใจ ตอนที่พาร่างของตัวเองมาถึงห้องโถงใหญ่ก็พบทุกคนในบ้านนั่งอยู่กันพร้อมหน้า หันมองมาทางนี้ราวกับกำลังรอกันอยู่




"รอผมอยู่หรือเปล่าครับ"




"มาเลยไอ้ธีร์ มาๆๆ คุณแม่บอกว่ามีเรื่องจะพูด แต่รอแกกลับมาก่อน" ทัดดาว หรือธีรนาฏ หรือพี่สาวแท้ๆของธีร์ว่าขึ้นอย่างร้อนรน พลันร่างเพรียวๆก็ผุดลุกขึ้น ก่อนจะเข้ามาลากแขนน้องชายให้เดินไปนั่งลงข้างๆกัน




"เอาล่ะ ทุกคนมากันครบแล้วล่ะหยาด ไหน.. มีเรื่องอะไร" ชญานนท์ ซีอีโอคนก่อนหน้าธีร์ว่านิ่งๆพลางพับหนังสือพิมพ์ลงแล้ววางไว้บนตัก บรรยากาศในโถงกว้างเงียบลงโดยพลัน แบบที่บรรดาสาวใช้ไม่กล้าเดินเข้ามาเฉียด




หยาดทิพย์กวาดสายตามองทุกคนที่เข้าร่วมการประชุมภายในครอบครัวครั้งนี้ก่อนจะหยุดลงที่ลูกชายคนเก่ง ทำเอาธีรธรไม่กล้าแม้แต่จะขยับกาย สายตาจริงจังของคนเป็นแม่เรียกให้คนอื่นๆหันมองธีร์ด้วยความฉงน หยาดทิพย์ผุดรอยยิ้มขึ้นมาอย่างช้าๆ




"แม่เจอคู่ของลูกแล้วธีร์" เนื้อเสียงที่ปกติจะนุ่มนวลหากแต่วันนี้กลับดังก้องโถงใหญ่แบบไม่ทราบสาเหตุ และมันยังคงก้องอยู่ในหัวของประธานบริษัทอย่างธีรธรจนสมาธิหลุดไปสักพัก แต่เพราะเสียงของคุณย่าที่พูดต่อถึงเรียกสติคืนมาได้




"ใช่แล้วล่ะ ตามหากันมาเกือบปี ในที่สุดก็เจอ" แสงดาว คุณย่าของธีร์ว่าขึ้นด้วยท่าทีโล่งอกเต็มทน บรรยากาศรอบข้างเริ่มกลับสู่โหมดปกติอีกครั้งเมื่อทุกคนนั่งเงียบกันมานาน




"จริงเหรอคะคุณแม่ สวยไหมคะ"




"ดีจังเลยนะดาว เธอทำงานอะไร อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ"




"เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมเพิ่งบอกกันละหยาด"




รอบข้างฮือฮาขึ้นมาทันที แม้แต่สาวใช้ที่แอบฟังอยู่ไกลๆก็มีเสียงซุบซิบเล็ดลอดมาจนถึงตรงที่นั่งอยู่ จะมีก็แต่เจ้าของเรื่องนี้อย่างธีร์นั่นแหละที่นั่งนิ่งเป็นเป่าสาก เนื่องจากสมองตอนนี้ไม่สามารถสั่งการอะไรได้แล้ว เขานั่งนิ่งและรอฟังคนอื่นๆถกคำถามใส่คุณแม่และคุณย่าของตัวเอง 




และเมื่อสมองเริ่มกลับมาทำงานได้อย่างปกติ ตาคู่ดุวกกลับไปจ้องหน้าหวานหยดของผู้เป็นแม่เพื่อยืนยันคำตอบ หยาดทิพย์ทำเพียงแค่ยิ้มส่งมาให้ ก่อนจะผายมือออกไปเพื่อบอกทุกคนให้เงียบ




"เอาล่ะๆ หยาดจะบอกว่าหยาดเจอคู่ของธีร์แล้วจริงๆ ถามว่าสวยไหม หยาดกล้าบอกเลยว่าหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ไม่ได้สะสวยอะไร น้องอายุน้อยกว่าธีร์นิดหน่อย แล้วตอนนี้ทำงานเป็นครูสอนศิลปะเด็กประถมให้กับโรงเรียนรัฐบาลอยู่"




ทุกคนได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยช้าๆ การที่หยาดทิพย์บอกว่า น้อง เป็นครูสอนศิลปะให้กับเด็กๆคงยืนยันได้ในระดับหนึ่งว่าอุปนิสัยคงน่ารัก อ่อนโยน และอ่อนหวาน หน้าตาไม่ได้สะสวยหากแต่จิ้มลิ้มนั่นก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่




ธีร์เริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว




"เอ่อ.. แล้วที่สำคัญ.. น้องไม่ใช่เธอ แต่เป็นเขา"




ประโยคถัดมาทำเอาทั้งโถงเงียบไปอีกครั้ง ทว่าความเงียบครั้งนี้มันคืบคลานมาพร้อมกับแรงกดดัน บรรยากาศน่าอึดอัดทำเอาคนรอบข้างหายใจไม่เต็มปอด ธีรธรหันขวับไปมองมารดาอย่างเสียไม่ได้ รอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาเมื่อครู่จางหายลงไปในพริบตา




"แม่จะบอกว่า?" ลูกชายคนเดียวของหยาดทิพย์เว้นช่วงไว้ให้ตอบพร้อมกับเลิกคิ้วเพื่อเร่งเร้า ท่าทีที่ประธานบริษัททำเมื่อไหร่ พนักงานก็กลัวหัวหดกันไปเป็นแทบๆ




"จ้ะ คู่ของลูก..เป็นเด็กผู้ชาย"




ป๊าบ!!




เสียงตบโต๊ะดังขึ้นพร้อมๆกันจนเกิดเป็นเสียงที่ดังสนั่นลั่นไปทั่วทั้้งบ้าน ทัดดาวที่กำลังนั่งระดมสมองกับสามีถึงกับสะดุ้งตัวโยน เมื่อคุณปู่และคุณพ่อลุกขึ้นยืนพร้อมๆกัน




"ล้อกันเล่นเหรอหยาดทิพย์!" เสียงกัมปนาถของผู้เป็นใหญ่แห่งศักดาธีรโภคินตวาดลั่น ขนาดสาวแกร่งอย่างหยาดยังตกใจจนตัวสั่น




"ใจเย็นๆก่อนนะคะคุณปู่ นะคะ เดี๋ยวข้าวเจ้าตื่นเอา" ทัดดาวถลาเข้าไปรั้งแขนชมธารเอาไว้ยามเมื่อเห็นผู้เป็นแม่ตัวสั่นงันงกด้วยความผวา ปากก็อ้างชื่อลูกสาวตนเองเผื่อว่าคุณทวดจะยังพอเห็นใจเจ้าหนูน้อยที่หลับเพลินอยู่บนห้อง




"เจ้าธีร์มันเป็นถึงประธานบริษัท มันมีหน้ามีตาในสังคม แล้วคุณจะให้มันแต่งกับผู้ชายด้วยกันเนี้ยนะหยาด คุณบ้าไปแล้วเหรอ" ยามเมื่อคุณปู่อ่อนกำลังลง คุณพ่อที่ดูเหมือนจะอยู่ฝ่ายค้านด้วยก็เริ่มเอ่ยขึ้นเสียงดัง




ธีรธรกำหมัดแน่น เขาอารมณ์เสียไม่แพ้พวกคุณปู่ที่ยืนหน้าดำหน้าแดงอยู่ตรงนั้น ทว่าเขาใจเย็นพอที่จะจัดการกับอารมณ์ร้อนได้ถึงแม้จะยากอยู่พอสมควร สายตาดุดันตวัดไปมองผู้เป็นแม่อีกครั้ง ใบหน้าคมกริบยังคงเรียบตึง ไม่แสดงอาการใดๆ เนื่องจากโดนแย่งพูดไปหมดแล้ว




ธีร์ต้องการเพียงคำยืนยันจากปากผู้เป็นแม่ เพราะตั้งแต่เกิดมา ธีร์ก็เป็นผู้ชายปกติ เป็นผู้ชายธรรมดาที่มองแค่ผู้หญิง ไม่เคยเหลียวมองตัวผู้เลยแม้สักครั้ง




และตอนนี้ ธีร์ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นธรรมดา ธีร์เป็นถึงประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อย่าง ศักดากรุ๊ป ธีร์เป็นนักธุรกิจหนุ่มที่มีหน้ามีตาในสังคมอย่างที่คุณปู่และคุณพ่อพูดเอาไว้




แล้วอยู่ๆ.. จะให้ไปตบแต่งกับตัวผู้ด้วยกันอย่างนั้นเหรอ




คุณแม่บ้าไปแล้ว




"ธีร์ ถึงน้องจะเป็นเด็กผู้ชาย แต่จากที่แม่กับคุณย่าเฝ้าดูแล้ว น้องเป็นเด็กน่ารัก นิสัยดี แล้วที่สำคัญน้องเป็นคู่ของลูกจริงๆ แม่ให้คนเช็คให้แล้ว จริงๆนะลูก" หยาดทิพย์เริ่มอ้อนวอนเมื่อเห็นลูกรักไม่มีท่าทีโอนอ่อนลงเลยแม้แต่น้อย




"มันต้องมีอะไรผิดพลาด ในประวัติวงศ์ตระกูลเราไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน"




เสียงของคุณพ่อว่าขัดขึ้นมา ทว่าธีรธรเลิกให้ความสนใจไปแล้วทั้งฝ่ายเสนอและฝ่ายค้าน สองมือแข็งแกร่งอย่างคนทำงานหนักรวบแฟ้มงานขึ้นมาถือไว้ดังเดิม ก่อนจะลุกขึ้นและทำท่าจะเดินขึ้นบันไดไป หากแต่เท้าทั้งสองข้างก็ชะงักลงก่อนเมื่อหยาดทิพย์พูดประโยคสุดท้ายออกมา




"อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเองแหละลูก นะตาธีร์" ธีรธรทำเพียงแค่หยุดฟัง ก่อนจะหลับตาลงแล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออก ราวกับว่าเขากำลังจะทิ้งเรื่องนี้ไว้ให้จบลงแค่ตรงนี้ ก่อนจะต้องขึ้นไปมีสมาธิกับกองงานเหมือนอย่างเคย




รักเหรอ? กับผู้ชายน่ะเหรอ?




"ไม่มีวันซะหรอก"















#ชะตาลิควิด










แหมมมม!!! คุณธีรธรขาาา.. พูดออกมาเต็มปากเต็มคำซะขนาดนั้นแล้วว่าจะไม่ไปรักน้อง​เขา พวกเรามานั่งดูคนกลืนน้ำลายตัวเองกันดีกว่า อิ๊ๆๆ​


เป็นยังไงกันบ้างคะกับตอนที่หนึ่ง ตอนนี้สั้นๆแต่ได้ใจความรึเปล่าอันนี้ไม่รู้ 5555 เอาเป็นว่าติดขัดตรงไหนติได้เลยเน้อ แล้วถ้าชอบก็คอมเม้นต์บอกให้เป็นกำลังใจกับคนเขียนตัวเล็กๆคนนี้ด้วยค่ะ เจอกันใหม่ตอนหน้านะทุกโคนนน



หนึ่งเม้นต์ หนึ่งแรงผลักดัน

อัพครั้งแรก : 1 เมษายน 2562



FB : พลิ้ว - fiction

TW : @prew_fiction

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}