goryaa กอหญ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บาดแผลที่รอการรักษา

ชื่อตอน : บาดแผลที่รอการรักษา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 623

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2562 13:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บาดแผลที่รอการรักษา
แบบอักษร

แพรรัมภาตั้งแต่ที่งานสวดอภิธรรมจนถึงวันเผาแพรรัมภาที่จ้องมองไปปล่องควันที่เลยขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมๆกับหยาดน้ำตาที่มันไหลมาเป็นสาย

“ป๊าคะ ป๊าอยู่บนโน่นฝากความคิดถึงไปให้แม่ด้วยนะคะป๊าถ้าเจอแม่แล้วป๊าอย่าทำให้แม่มีน้ำตาอีกนะคะสักวันเราคงได้เจอกันนะคะป๊า แม่คะมารับป๊าด้วยนะ”

ลูอิสที่เขาเห็นแพรรัมภาพูดพร้อมกับมีหยาดน้ำตา เขาไม่รู้จะปลอบโยนยังไงเรื่องนี้อารมณ์นี้เขาเข้าใจดีว่่ามันเศร้าแค่ไหนเมื่อคนที่เราต้องจากไป แต่เขาขอให้เธอเข้มแข็งในทุกๆ วันหลังจากนี้ต่อไป

“ที่รักถึงเวลาต้องกลับไปโรงพยาบาลแล้วนะ กลับกันเถอะครับ”

ลูอิสที่เข็นรถเข็นเพื่อพาแพรรัมภากลับโรงพยาบาลตามคำสั่งของแพทย์เพราะนี้เขาขออนุญาตหมอออกมาได้ในแต่ละวันไม่นานมาก

มาร์ตินและกั้งที่เดินมาส่งทั้งคู่ขึ้นรถเพื่อนกลับไปรักษาตัวต่อ

“บีมเสร็จจากงานนี้แล้ว บีมต้องดูแลตัวเองดีๆ นะเชื่อฟังคุณหมอ ชีวิตคนเรามันต้องเดินไปต่อเสียใจได้แต่อย่านานพี่เชื่อว่าพ่อน้องบีมท่านก็อยากจะบีมเช่นนี้”

กังสดาลที่นั่งคุยกับแพรรัมภา เธอรู้สึกสงสารในโชคชะตาของน้องสาวที่เธอรักเหมือนน้องแท้ๆ เธอกังวลอยู่ภายในใจว่าหากผลการวินิจฉัยพรุ่งนี้ออกมาแย่เธอก็อยากให้บีมสู้และผ่านมันไปให้ได้

“ขอบคุณนะคะ พี่กั้ง คุณมาร์ตินที่ช่วยดูแลทุกอย่างแทนบีมหากไม่มีพี่สองคนก็คงจะแย่เหมือนกัน”

มาร์ตินพยักหน้าให้กับลูอิสและแพรรัมภาพร้อมทั้งตบไปบนบ่าของเพื่อนให้สู้ๆ

เจมส์และดาวที่ตอนนี้ทั้งสองกำลังคิดวันดรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นหากผลที่หมอบอกชี้ชัดไปในทางที่เลวร้ายเขาภาวนาขอให้คุณแพรรัมภามีสติและสู้เขาเชื้อว่าคุณลูอิสต้องหาทางช่วยทุกวิถีทางในการที่จะรักษาคนที่ตัวเองรัก

ลูอิสที่พาแพรรัมภากลับมายังโรงพยาบาลตามที่ได้นัดกับนายแพทย์ไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะทำการทดสอบการรับรู้ของแพรรัมภา

“ที่รักเหนื่อยไหม ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้างที่รัก”

“ไม่คะไม่เหนื่อย บีมยังไม่ได้ทำอะไรเลยมีแต่คุณที่ดูแลบีมทุกอย่าง คุณคะคุณทำงานบ้างก็ได้นะบีมโอเคเดี๋ยวหมอก็คงให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว”

“ผมทำอยู่ทุกวันครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องนั่นผมรู้ว่าผมต้องทำงานผมมีคุณและต้องดูแลคุณต่อจากพ่อคุณไม่งั้นคุณพ่อคุณคงจะฟื้นขึ้นมาหักคอผมแน่ๆ หากทำให้คุณต้องลำบาก”

“คุณบีมถามจริงๆ นะคะคุณได้คุยกับป๊าไหมก่อนที่ท่านจะเสีย”

ลูอิสจับมือแพรรัมภามาวางไว้บนฝ่ามือ พร้อมกับยกขึ้นมาจุมพิต

“คุยครับ ท่านได้ฝากคุณไว้กับผมให้ผมช่วยดูแลคุณท่านเป็นห่วงคุณมาก และที่สำคัญพ่อของคุณพูดอะไรกับผมรู้ไหมคำสุดท้าย มันเหมือนท่านยกคุณให้กับผมเรียบร้อยแล้ว”

“อะไรคะ สิ่งที่ท่านได้บอกคุณ”

“พ่อของคุณเขาขอโทษผม ซึ่งจริงๆ แล้ว ตัวผมเองที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษท่านแต่ท่านกลับเป็นท่านเองที่พูดคำนั่นออกมา พ่อคุณจับมือผมไว้ครังสุดท้ายและผมสัญญากับท่านแล้วว่าผมจะเป็นคนที่ดูแลคุณต่อจากท่านเอง คุณต้องเข้มแข็งอย่าท้อนะครับ”

“คะ บีมจะสู้ไปพร้อมกับคุณ เออ แล้วพรุ่งนี้หมอนัดเช็คร่างกายกี่โมงคะ”

“น่าจะช่วงเช้านะแหละครับ ตอนนี้คุณก็นอนพักเอาแรงได้แล้วอย่าเสียใจ อย่าร้องไห้ท่านยังอยู่ตรงนี้ อยู่ในใจของคุณเสมอไม่ได้หายไปไหน”

“คะ ขอบคุณนะคะที่ดูแลและอยู่เคียงข้างบีมเสมอ”

เช้าวันถัดมาที่ทุกคนต่างมารอเพื่อลุ้นไปกับผลการทดสอบร่างกายของแพรรัมภา โดยเฉพาะลูอิสที่ดูเหมือนจะกังวลมากกว่าคนอื่นๆ

บีมที่ทำการทดสอบแล้วภายในใจเธอเริ่มรับรู้ได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับร่างกายเธอ

“คุณหมอคะ บอกกับดิฉันมาตรงๆ เถอะคะว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับดิฉัน”

“คุณแพรรัมภาครับ คุณพร้อมที่จะรับฟังผลใช่ไหมครับ”

“คะ ดิฉันพร้อมมันเป็นอย่างที่ดิฉันสงสัยอยู่ใช่ไหมคะ”

“ครับ การที่คุณถูกกระทบกระเทือนกระดูกไขสันสันหลังช่วงที่คุณถูกยิงมันส่งผลให้คุณเป็นอัมพาตช่วงล่างครับ”

แพรรัมภาที่ได้ฟังเธอรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว จู่ๆน้ำตามันก็ไหลลงมาเธอควรจะทำยังไงหากเธอไม่สามารถเดินได้

“คุณแพรรัมภาครับ อาการที่คุณเป็นตอนนี้มันมีโอกาสที่คุณจะกลับมาเดินได้อีกครั้งเพียงแต่คุณต้องอดทนกายภาพบำบัดตามที่หมอนัด หมอเชื่อว่ามันจะดีขึ้นเรื่อยๆ”

“คุณหมอคะ คำว่าดีขึ้นเรื่อยๆ มันจะใช้เวลานานไหมคะ”

“อันนี้หมอไม่สามารถระบุได้ แต่มันคงจะไม่ใช่เร็ววันแน่นอนครับ”

แพรรัมภาที่ตอนนี้เธอควรจะทำเช่นไร หากเธอไม่สามารถเดินได้และอีกคน

จนกระทั่งพยาบาลได้เข็นรถเข็นออกมาจากห้องที่ได้รับการทดสอบร่างกายพร้อมกับคุณหมอที่เดินตามหลัง

“ที่รักเป็นอย่างไรบ้าง คุณโอเคไหม”

ลูอิสที่มองใบหน้าของคนรักที่ตอนนี้นิ่ง และเขาพอจะรับรู้ได้แล้วว่าผลมันเป็นเช่นไร

ทุกคนที่มายืนรอลุ้นผล ต่างเห็นใบหน้าของคนที่อยู่บนรถเข็นต่างพากัน พะวงว่าตัวแพรรัมภาจะรับได้ไหม

“ผลการทดสอบระบุชี้ชัดแล้วว่า คุณแพรรัมภาได้รับผลกระทบกระเทือนบริเวณไขกรดูกสันหลังซึ่งส่งผลให้เธอต้องเป็นอัมพาตชั่วคราว จากนี้ไปผมอยากจะให้ญาติดูแลและให้เธอหัดกายภาพบำบัดตามที่หมอได้แนะนำไว้ ซึ่งเธออาจจะกลับมาเดินได้หากเธอได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง”

แพรรัมภาที่นิ่งจิตใจด้านในตอนนี้ของเธอกำลังสับสน ว่าเธอควรจะทำเช่นไรหากเธอไม่สามารถกลับมาเดินได้

“ขอบคุณครับคุณหมอ ยังไงผมก็ขอบคุณหมอมากนะครับที่คอยแนะนำผมตลอดในทุกเรื่อง ผมจะช่วยดูแลและจะให้เธอได้รับการรักษาอย่างดีจนเธอกลับมาเดินได้อีกครั้งครับผม”

นายแพทย์เดินไปตบบ่า ผู้ชายต่างชาติคนนี้ที่เขาดูยังไงเขาเชื่อว่าผู้ชายคนนี้สามารถทำเรื่องที่พูดได้แน่นอนแต่สภาวะทางอารมณ์ของผู้ป่วยตอนนี้คงต้องให้เวลารักษา

“ญาติผู้ป่วยครับผมอยากจะฝากอีกเรื่อง เรื่องของสภาพทางอารมณ์และจิตใจของผู้ป่วยคุณควรจะตระหนักด้วยนะครับผู้ป่วยทุกรายมักจะมีอาการของคนเป็นโรคซึมเศร้าเข้ามาร่วมด้วยผมอยากจะให้คุณพยายามดูแลเธอในด้านจิตใจด้วยนะครับ”

ลูอิสก้มลงไปมองคนบนรถเข็นที่ไม่พูดหรือมีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมาเลยตั้งแต่พยาบาลเข็นเธอออกมา

“ครับ ผมจะดูแลและผมจะคอยขอคำปรึกษาจากคุณหมอนะครับ”

ลูอิสและทุกคนได้เข็นแพรรัมภากลับมาที่ห้องพัก ซึ่งตลอดระยะทางที่มา ดาวที่สังเกตเพื่อนตลอดเวลาเธอรู้สึกกังวลและสงสารในโชคชะตาของเพื่อนที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้

ลูอิสที่เข็นแพรรัมภาเข้ามาภายในห้องและได้จัดการอุ้มเธอไปวางไว้บนเตียงคนไข้

“ที่รัก ที่รักพูดอะไรกับผมหน่อยได้ไหมครับอย่าเงียบแบบนี้”

ดาวที่เดินเข้าไปหาเพื่อน ดาวที่ตอนนี้ทนไม่ไหวแล้วเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ เธอได้กอดเพื่อนซึ่งแพรรัมภาก็หันมากอดเธอด้วยเช่นกัน

“บีมแกโอเคไหม แกบอกฉันหน่อยฉันรู้ว่าว่าแกตอนนี้รู้สึกไม่โอเคแต่แกอย่าคิดมาก หมอเขาก็บอกแกแล้วว่าแกต้องอดทน แกอยากจะพักไม่ใช่เหรอนี่ไงแกได้พักแล้วแกก็เอาเวลานี้ไปฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาให้ได้สิ อย่าพึ่งท้อฉันจะอยู่ข้างๆ แกนะเว้ย”

แพรรัมภาที่ได้ยินเพื่อนพูดเธอถึงกับปล่อยโฮ ตอนนี้มันมีอะไรมากมายในจิตใจของเธอเต็มไปหมดทั้งสิ่งที่มันได้เกิดขึ้นแล้ว ธุรกิจของพ่อที่ยังมีอีกหลายชีวิตที่ต้องให้เธอดูแล ผลการสอบสวนเส้นทางการเงินของพ่อเธอ จนตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะแก้ตรงส่วนไหนก่อนดี

ลูอิส และทุกคนที่อยู่ภายในห้องเห็นต่างรู้สึกสงสารบาดแผลทางกายไม่เท่าไหร่ทุกคนเชื่อว่าสักวันเธอจะต้องการมาเดินได้อีกครั้ง หากสภาพจิตใจของแพรรัมภาแข็งแกร่งมากกว่านี้ มาร์ตินและกังสดาลเรียกให้ลูอิสเดินออกไปคุยข้างนอกห้อง

“นายจะทำยังไงต่อไป หลังจากนี้ลูอิส”

“ฉันอาจจะต้องย้ายมาอยู่ที่ไทยก่อนช่วงนี้ จนกว่าบีมจะค่อยยังชั่ว ช่วงนี้ฉันคงจะต้องพาบีมมาหัดทำกายภาพตามที่หมอได้บอก เรื่องนั้นฉันไม่ห่วงแต่ฉันห่วงเรื่องจิตใจของเธอมากกว่า ฉันกลัวว่าเธอจะคิดมากทำอะไรที่ไม่สมควรทำ”

“อือ ฉันก็คิดเช่นนั่นแกต้องใจเย็นๆ มากน่ะ อย่าหงุดหงิดอย่าใช้อารมณ์ ฉันสงสารคุณบีมเขาจริงๆ แล้วเรื่องพ่อของเธออีกที่ไม่รู้ว่าตำรวจจะจัดการเช่นไรกับเส้นทางการเงิน นายคงจะต้องรับบทหนักหน่อยนะ มีอะไรให้ฉันช่วยบอกได้ส่วนทางโน้น ฉันจะช่วยเข้าไปเช็คบริษัทให้นายเป็นระยะๆ น่ะ อย่าห่วงยังไงนายก็คือคนในครอบครัวของฉันมีอะไรก็บอกฉันได้”

ลูอิสที่ไม่รู้จะพูดอะไรได้ นอกจากกอดเพื่อนรักที่เป็นครอบครัวของเขา โชคดีที่เขามีมัน ส่วนมาร์ตินตบบ่าให้กำลังใจเพื่อนกังสดาลเห็นภาพนี้แล้วเข้าใจในมิตรภาพของคนทั้งคู่ช่างเป็นเพื่อนแท้จริงอยู่เคียงข้างกันตลอดเวลา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น