ปีกฝัน(Peakfan)

จะเป็นอย่างไร…เมื่อฟาร์ เพื่อนสนิทที่สุดของอันดาตั้งแต่อนุบาล กลับมาเรียนที่โฟลเบลตอนกลางเทอม และดูเหมือนว่าการกลับมาครั้งนี้ของเธอจะไม่ธรรมดาซะด้วยสิ แล้วแพมล่ะ…จะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

Chapter 20 : ชุลมุนสุดซี๊ด

ชื่อตอน : Chapter 20 : ชุลมุนสุดซี๊ด

คำค้น : นิยายวาย,ชายรักชาย,หญิงรักหญิง,โรงเรียน,รักวัยรุ่น,เฮฮา,ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 มี.ค. 2562 21:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 20 : ชุลมุนสุดซี๊ด
แบบอักษร

Chapter 20

ชุลมุนสุดซี๊ด


“เหนื่อยชะมัดเลยยยยยยย” อันดาและออกัสทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหลังใหญ่กลางบ้าน แล้วก็สละร่างซะเดี๋ยวนั้นพร้อมกับกระเป๋าที่กองอยู่รอบๆ

หลังจากค่ายกิจกรรมพัฒนาชุมชนของทุกคนจบสิ้นลง นักเรียนทุกคนก็ทยอยกลับกันในเช้าวันรุ่งขึ้น และไม่ลืมที่จะบอกลาเด็กๆและคนในหมู่บ้านที่มาส่งทุกคนขึ้นรถพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข ทุกคนจึงรู้สึกแช่มชื่นขึ้นอีกแล้วโบกมือลาเพื่อกลับบ้าน

เฟิร์สและโจอัพรูปกิจกรรมต่างๆที่ถ่ายไว้ลงเว็บโรงเรียนแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซล ทำให้รุ่นน้องอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว แถมยังดังไปถึงโรงเรียนข้างๆทั้งหลายแหล่ด้วย ว่าทริปขึ้นเขาของพวกเขานั้นสนุกสนานกันมากแค่ไหน แต่ไม่มีใครเลยที่รู้ว่าสิ่งที่ทุกคนทำลงไปนั้นมันเหนื่อยและทรหดมาก เพราะทุกคนมีแต่รอยยิ้มที่นำกลับมา

อันดาและออกัสไม่มีแรงจะทำอะไรอย่างอื่นแล้ว นอกจากนอนจมอยู่กับโซฟาแล้วมองดูข้าวของที่ไม่ได้เก็บของตัวเอง สองพี่น้องทั้งเมื่อยและอยากนอนเต็มประดา เพราะการเดินทางในวันนี้ทั้งวันมันทำให้พวกเธอล้ามาก แค่จะให้ลากสังขารขึ้นไปนอนบนห้อง…ก็ไม่มีปัญญา ทั้งสองจึงจองโซฟานุ่มๆกันในคืนนี้ แต่ทว่า…

“ออกัส! อันดา! ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย!!!!!” เสียงคุณแม่ของออกัสก็สั่งการมาทันใด ทั้งสองพี่น้องจึงคลานขึ้นไปบนห้องอย่างหมดแรง และออกัสก็คลานตามพี่สาวเข้าห้องของอันดาเพราะอยู่ใกล้กว่าห้องของตัวเอง

“ไอ้กัส!!! ไปนอนห้องตัวเองสิ เหม็นขนาดนี้”

“ฉันรู้ว่ายังไงวันนี้เจ๊ก็ไม่อาบน้ำ ฉันขอนอนด้วย เพราะฉันก็จะไม่อาบเหมือนกัน” ออกัสกระโดดขึ้นเตียงทันทีแล้วม้วนตัวเข้าไปใต้ผ้าห่ม

“ไอ้บ้า! ตัวเหม็นเมื่อไหร่มานอนเตียงฉันตลอด” อันดาทิ้งตัวลงนอนเช่นกัน เพราะเธอก็ไม่ไหวแล้ว

“พรุ่งนี้จะช่วยรื้อเตียงไปซักแล้วกัน”

“งั้นก็ตามนั้นเลย…” แล้วทั้งสองก็หลับไปในราตรีที่แสนจะถวิลหา   

“ตื๊ดๆๆๆๆ” เสียงโทรศัพท์ทำให้อันดาอารมณ์เสียตื่นขึ้นมากลางดึก เธอลุกขึ้นนั่งพร้อมกับผมยุ่งๆ และควานหาโทรศัพท์ของออกัสในความมืดแล้วเตรียมขว้างใส่ตะกร้าผ้า แต่ออกัสที่ตื่นมาเห็นรีบคว้าเอาไว้ซะก่อน

“แหมะ! ทำอย่างกับโทรศัพท์เป็นแค่เศษกระดาษ” ออกัสบ่นแล้วกดรับ ส่วนพี่สาวล้มตัวลงนอนต่อเรียบร้อยแล้ว

“ว่าไง…” อันดานอนฟังน้องคุยโทรศัพท์และหันหลังหนี

“ฮะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” เสียงตกใจของออกัสทำให้อันดาแทบจะตกเตียง และเมื่อเธอหันไปมองน้องชาย เธอก็เห็นออกัสเบิกตากว้างอยู่ด้วยสีหน้าตกใจระคนกังวล

“มีอะไรวะ” อันดารีบลุกขึ้นนั่งอีกครั้งแล้วดัดหลังตัวเองเพื่อคลายความเมื่อย

“ไอ้โจบอกว่ามีคนเห็นไอ้อาร์มแถวๆโรงเรียนซีซี แล้วยังบอกอีกว่าเห็นกลุ่มเด็กแฮฟลากไป” ออกัสบอกพี่สาวแล้วเด้งลงเตียง

“ฮะ!!!!!!! แล้วมันไปทำบ้าอะไรที่นั่นเนี่ย” อันดาตกใจมาก เพราะวันนี้พวกเธอเพิ่งกลับมาจากทริปและทุกคนก็เหนื่อยกันมาก แล้วไอ้อาร์มมันมีปัญญาไปหน้าโรงเรียนซีซีให้มีเรื่องแบบนี้ได้ยังไง เธอนึกว่าทุกคนจะสลบอยู่ที่บ้านกันหมดแล้วซะอีก

“จะไปรู้เหรอ” ออกัสรีบคว้าเสื้อคลุมและสวมทันที อันดาจึงสางผมยาวๆสีดำของเธอแล้วคว้าเสื้ออีกตัวตามออกัส

ไม่นาน เสียงกระโดดลงจากกำแพงก็ดังขึ้น ตามมาด้วยสองพี่น้องตัวออที่แอบออกมาจากบ้านตอนกลางดึก และเมื่อทั้งสองวิ่งมาได้ระยะหนึ่งก็เจอเฟิร์สและโจที่แว๊นมอเตอร์ไซค์มารับ

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ!” ออกัสถามขณะรีบขึ้นซ้อนท้ายโจ

“ไม่มีใครรู้ไรเลย รู้แต่ว่าไอ้อาร์มมันโดนลากไป”

“รีบๆไปดูที่เกิดเหตุก่อนเถอะ เผื่อเจอรุ่นน้องฉันที่มันโทรมาบอก” เด็กหนุ่มหน้าฝรั่งยื่นหมวกกันน็อคให้อันดาใส่ แล้วรถมอเตอร์ไซค์สองคันก็แล่นฉิวไปหน้าโรงเรียนซีซีทันที และพวกเขาก็เห็นเด็กผู้ชายในชุดนักเรียนกำลังยืนถือโทรศัพท์รอพวกเขาอยู่ตรงนั้น

“พี่ๆ ทำไมมาช้าจังเลย” เด็กหนุ่มตัวน้อยทักด้วยความร้อนรน อันดาจึงกระโดดลงจากมอเตอร์ไซค์แล้ววิ่งแจ้นไปหาทันที

“มันเกิดอะไรขึ้น”

“ผมเห็นพี่อาร์มนัดเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งหน้าโรงเรียนซีซีครับ ผมก็เลยจะเข้าไปแซวพี่เขา แต่อยู่ๆเด็กแฮฟกลุ่มหนึ่งก็ตรงเข้ามาหาเรื่อง หลังจากนั้นก็ลากพี่อาร์มไปตรงสนามกีฬานั่น” รุ่นน้องชี้ไปยังสนามกีฬาข้างโรงเรียนซีซี

“เฮ้ย! รีบไปดีกว่าพวกมึง” โจรีบบอกและดึงแขนออกัสไปด้วย

“เดี๋ยวครับพวกพี่ พวกเด็กแฮฟมีเยอะนะครับ พวกพี่สี่คนไม่คิดจะไปตามคนอื่นมาเพิ่มเหรอ” หนุ่มน้อยดูเป็นห่วงมาก เพราะแก๊งโฟลคคือไอดอลของเขา

“ไม่เป็นไรหรอก พวกพี่เอาอยู่ ขอบใจมาก” อันดาตบบ่าขอบใจรุ่นน้องและวิ่งตามเพื่อนๆไปอย่างรวดเร็ว

“ไอ้ธันเตอร์ล่ะ” อันดาถามต่อระหว่างวิ่ง

“ไม่รู้สิ ติดต่อมันไม่ได้”

“งั้นก็ช่างเถอะ” อันดาตะโกนไปด้วย และวิ่งจ้ำอ้าวไปด้วยความเป็นห่วง

ปกติแล้วไอ้อาร์มก็ไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร ถึงมันจะหล่อซะจนหนุ่มๆหลายคนอิจฉาก็เถอะ แต่มันก็นิสัยดี ไม่เคยไประรานใคร แล้วมันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง แถมยังมาเกิดในวันแบบนี้อีก ตอนนี้อันดาแอบกังวลใจเล็กๆเมื่อหันไปมองการวิ่งของเพื่อนแต่ละคนที่แทบจะสละร่าง เธอหวั่นใจไม่น้อย เพราะถ้าไอ้อาร์มมันโดนทำร้ายขึ้นมาจริงๆ ร่างกายของมันจะทนไหวไหม รวมถึงร่างกายของพวกเธอด้วย ที่แทบจะไม่มีแรงแล้ว

“อั๊ก!!!!” เสียงอะไรบางอย่างทำให้อันดาหันขวับ และเหมือนเพื่อนๆทุกคนจะได้ยินเช่นเดียวกัน ขาอันไร้เรี่ยวแรงจึงตามเสียงนั้นไปทันที

“เจ้ไหวไหมเนี่ย” เฟิร์สหันมาประคองอันดาทันทีที่เห็นขาเธอเริ่มอ่อนแรง

“ก็เหนื่อยนิดหน่อย ใครใช้ให้ไอ้อาร์มมันมามีเรื่องในวันที่เหนื่อยแบบนี้ล่ะเนี่ย” อันดาส่ายหน้า แต่ก็ยังคงวิ่งต่อไป

ภาพเด็กนักเรียนโรงเรียนชื่อดังกำลังรุมเด็กหนุ่มตัวสูงหน้าตาดีทำให้ทุกคนตกใจไปตามๆกัน และพุ่งเข้าชนไอ้บ้าพวกนั้นทันที และก็เกิดการตะลุมบอนกันขึ้น อันดาที่เหนื่อยจนแทบจะตายจึงวิ่งเข้าไปหาไอ้อาร์มที่นอนตัวงออยู่ และสำรวจบาดแผลที่เพื่อนได้รับ

“อันดา…” เสียงพูดอ่อยๆดังขึ้น ขณะที่อันดาพยายามประคองเพื่อนลุก

คิ้วหนาๆของอาร์มแตกจนมีเลือดสีแดงๆไหลลงมาตามเสื้อ เด็กหนุ่มหันมาหาอันดาด้วยตาบวมๆของตัวเอง เด็กสาวจึงพยุงร่างนั้นเอาไว้ในอ้อมแขนแล้วหันไปมองรอบๆ เพราะตอนนี้มีแต่เสียงตุ๊บตับดังไปทั่ว อันดาจึงหวั่นใจเพราะดูเหมือนว่าเพื่อนๆของเธอไม่ค่อยมีแรง

ถัดออกไปอีกนิดคือเด็กหนุ่มหน้าขาวคนหนึ่งที่ยืนมองอยู่ และเขาคนนั้นดูเหมือนเป็นหัวหน้าแก๊งห่ามๆที่กำลังก่อเรื่อง เขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วมีเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ เด็กสาวเหมือนพยายามพูดอะไรบางอย่างกับเขาโดยมีลูกน้องล็อคแขนเอาไว้ แต่เด็กหนุ่มหน้าขาวคนนั้นก็เหมือนหูทวนลมแล้วก็มองมายังเหตุการณ์ชุลมุนเบื้องหน้าอย่างสะใจ

“ไอ้อาร์ม นี่เรื่องอะไรกันวะ” อันดารีบถาม เพื่อนของเธอก็ได้แต่มองไปยังเด็กสาวคนนั้นแล้วใบหน้าโกรธก็ผุดขึ้นมา

“เฮ้ย! มาช่วยไอ้อาร์มมันก่อน!!!” อันดาเรียกให้เพื่อนๆช่วย ออกัสจึงวิ่งกลับมาประคองอาร์มลุกขึ้นยืน โดยมีเฟิร์สกับโจคอยกันกลุ่มคนพวกนั้นเอาไว้

“พวกแกหมาหมู่นี่หว่า ตัวๆดิวะ เด็กแฮฟเป็นแบบนี้กันทุกคนหรือยังไง” อันดาตะโกนข้ามหัวโจและเฟิร์สไปหาไอ้หน้าขาวนั่น และรีบดึงเพื่อนๆให้ออกห่างจากกลุ่มคนพวกนั้นเพื่อความปลอดภัย

คนกลุ่มใหญ่หยุดนิ่งแล้วหันไปมองหัวหน้าของตัวเอง ไอ้หน้าขาวจึงเดินออกมาจากกลุ่มแล้วจ้องมองพวกเธอด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย อันดารีบดึงเฟิร์สกับโจมาไว้ด้านหลังของเธอ เพราะอยากให้ทั้งสองช่วยออกัสดูแลอาร์ม และอีกอย่างตอนนี้ถึงเวลาที่เจ้ใหญ่ต้องออกโรงแล้ว แต่เฟิร์สก็มาขวางเธอเอาไว้อีกครั้ง

“อันตรายนะเจ้” เฟิร์สกระซิบแล้วหันไปมองรอบๆ เพราะตอนนี้มีเพียงพวกเธอห้าคนเท่านั้น และมันเทียบไม่ได้เลยกับกลุ่มคนเบื้องหน้านี้ แถมอันดายังเป็นผู้หญิงอีก มันดูอันตรายมากสำหรับเธอ

“มันไม่กล้าต่อยผู้หญิงหรอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง” อันดาจ้องหน้าเพื่อน โจจึงเดินไปช่วยออกัสประคองอาร์ม ส่วนเฟิร์สยังคงอยู่ไม่ห่างจากอันดา

อันดารู้ว่าตอนนี้เพื่อนของเธอเหนื่อยจนแทบจะสละร่าง และขืนกลับไปชุลมุนกันแบบเมื่อสักครู่อีก ต้องมีคนเจ็บตัวเพิ่มขึ้นแน่ และไม่แน่นะเพื่อนๆของเธออาจจะถูกรุมเหมือนอาร์มอีก เธอจึงจ้องหน้าหัวหน้าแก๊งหน้าขาวเบื้องหน้าและพยายามใช้สมองมากกว่ากำลัง เพราะถ้าใช้กำลังตอนนี้ยังไงพวกเธอก็ไม่รอดแน่ และถ้าหวังพึ่งให้ใครมาช่วยก็คงจะยาก

“ตกลงมันเรื่องอะไรกันวะ! อยู่ๆพวกแกก็มาหาเรื่องเพื่อนฉัน มันไม่ดูหมาหมู่ไปหน่อยเหรอ” อันดาพูดและจ้องหน้าหัวหน้าแก๊งหน้าขาวที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ และยังคงมีเด็กสาวที่โดนลูกน้องของมันล็อคแขนเอาไว้ยืนอยู่ข้างๆ

“ยัยนี่ใครวะ” หัวหน้าแก๊งหันไปหาลูกน้องด้วยความฉงนใจ และลูกน้องคนหนึ่งก็กระซิบที่หูของเขา และแล้วรอยยิ้มที่เยาะเย้ยของเขาก็ดูเปลี่ยนไป

“แหมะๆๆ เจ้อันดาที่เขาล่ำลือกันนี่เอง” รอยยิ้มเล็กกระตุกที่ริมฝีปากของเด็กหนุ่ม

“ฉันเป็นใครไม่สำคัญ มันสำคัญตรงที่แกสั่งลูกน้องแกทำร้ายเพื่อนฉันทำไม” อันดาถามหาเหตุผล เพราะตอนนี้ถ้าเธอไม่ใช้เหตุผลเข้าสู้ มีหวังได้ตะลุมบอนกันอีกรอบแน่

“เธอก็ถามเพื่อนของเธอสิ ว่ามันทำอะไรใครไว้” เด็กหนุ่มหน้าขาวเดินตรงเข้ามา ส่วนอันดาก็เดินเข้าไปหาเขาเช่นกัน แต่ทว่าเฟิร์สกลับรั้งข้อมืออันดาเอาไว้ เธอจึงหันกลับไปหาเฟิร์สและส่งสายตาบ่งบอกว่าไว้ใจเธอได้

“แล้วเพื่อนของฉันทำอะไรไม่ทราบ”

“ก็มันมายุ่งกับแฟนคนอื่นไงล่ะ มันก็ต้องโดนสั่งสอนบ้างสิ จริงไหม”

“หึๆๆๆๆๆ” เจ้อันหัวเราะออกมาทันที และมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างน่าสมเพช ทำให้หัวหน้าแก๊งที่น่าระรื่นเมื่อสักครู่ย่นคิ้ว

“หัวเราะอะไรไม่ทราบ”

“ก็หัวเราะพวกไม่มีสมองยังไงล่ะ”

“นี่เธอว่าให้ฉันเหรอ!” เด็กหนุ่มพุ่งเข้าหาอันดาทันที แต่โดนเฟิร์สขวางเอาไว้ก่อน

“อย่าให้ใครหาว่าแกเป็นไอ้หน้าตัวเมียทำร้ายผู้หญิงเลย!” เฟิร์สทำตาขวาง ไอ้หน้าขาวจึงถอยห่างจากอันดา และอันดาก็พูดต่อ

“ฉันไม่อยากจะว่าให้แกหรอกนะ แต่ถ้าแกใช้สมองสักนิด แกคงไม่ขาดสติทำร้ายคนอื่นแบบนี้หรอก”

“นี่เธอ!!!!!!!!!” ผู้ชายตรงหน้าเลือดขึ้นหน้าเมื่อโดนผู้หญิงว่าให้ แต่ก็ต้องยั้งมือเอาไว้เพราะอันดาเป็นผู้หญิง อย่างน้อยๆมันก็ไม่อยากถูกเรียกว่าหน้าตัวเมีย

“ขอถามหน่อยเถอะ ทำร้ายไอ้อาร์มเนี่ยสะใจมากใช่ไหม ทั้งๆที่คนผิดไม่ใช่มัน” อันดายังคงพูดต่อ

“เธอหมายความว่าไง”

“ถ้าแกรู้จักฉัน แกก็คงจะรู้ดีว่าฉันเป็นคนยังไง และเพื่อนฉันเป็นคนยังไง ไอ้อาร์ม…” อันดาหันไปมองเพื่อนที่หน้าช้ำแล้วก็โกรธขึ้นมาอีก

“มันเป็นคนดีและไม่ชอบแย่งแฟนชาวบ้าน ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันจะมีความสัมพันธ์หรือไม่มีกับผู้หญิงคนนี้ แต่ฉันรู้จักเพื่อนของฉันดีว่ามันไม่มีทางทำเรื่องแย่ๆแบบนี้แน่ เพราะถ้ามันทำจริง ฉันไม่มีทางออกมาตอนดึกๆเพื่อช่วยมันแน่ ฉันจะยอมให้พวกแกกระทืบมันให้สาสมเลย”    

“แต่เพื่อนของเธอทำ”

“แน่ใจเหรอว่ามันทำ ฉันว่าถามผู้หญิงของแกก่อนไหมว่าบอกกับเพื่อนฉันว่ายังไง บอกว่าตัวเองมีแฟนหรือยัง เพราะถ้าบอกว่ามีแฟนแล้ว ไอ้อาร์มไม่มีทางเป็นมือที่สองที่สามของใครเด็ดขาด” ไอ้หน้าขาวหันขวับไปมองแฟนสาวของตัวเอง และเธอผู้นั้นก็คอแห้งผาก

“ว่าไง มันมายุ่งกับเธอเองหรือว่า…” ผู้ชายเบื้องหน้ามองตาแฟนสาวของตัวเองและก็ฉุนเฉียวขึ้นมาทันที เพราะสายตาของผู้หญิงคนนั้นคือคำตอบของทุกอย่าง

“โถ่โว๊ย!!!!!!!!!” เขาเตะยอดหญ้าจนดินฟุ้งแล้วก็เม้มริมฝีปากด้วยความโกรธแค้น

“ทีนี้ก็รู้คนผิดแล้วใช่ไหม ถ้าแกจะรักผู้หญิงที่ไม่ซื่อสัตย์กับแกคนนี้ต่อก็ตามใจนะ แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้กับเพื่อนของฉัน ฉันจะไม่มีวันให้ไอ้อาร์มกลับไปยุ่งกับหล่อนอีกแน่ เพราะเพื่อนของฉันมันคู่ควรกับผู้หญิงที่มีค่ามากกว่านี้” อันดามองเหยียดไปยังผู้หญิงหลายใจแล้วก็หันกลับมามองไอ้หน้าขาวเบื้องหน้า

“จะจบเรื่องทั้งหมดนี้ได้รึยัง หรือมีอะไรข้องใจอีก” อันดาจ้องมองผู้ชายตรงหน้าเพื่อหาคำตอบ และเขาก็ส่ายหน้าไปมา ตอนนี้เขาคงโกรธแฟนตัวเองจนพูดไม่ออก เขาหันมามองอันดาแว๊บนึงแล้วส่ายหน้าด้วยอารมณ์คุกรุ่น

“หวังว่าจะไม่ต้องเจอกันอีก” อันดารีบเดินกลับไปหาไอ้อาร์มและพาเพื่อนผู้บอบช้ำของเธอกลับ โดยมีหัวหน้าแก๊งหน้าขาวมองตาม ส่วนอันดานะเหรอ รีบถอนหายใจออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเธอคิดว่าตัวเองจะตายไปแล้วซะอีก ถ้าไอ้หมอนั่นเอาไม้ฟาดหน้าเธอ…เธอคงไม่มีทางสู้

“เป็นอะไรไหมเจ้” โจถามเมื่อเห็นเธอทำท่าเหนื่อยอยู่ที่มอเตอร์ไซค์

“นึกว่าจะตายซะแล้ว ฮ่าๆๆๆ” อันดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา และหัวเราะหึๆกับความใจกล้าของตนเอง

“โหยเจ้ ไม่เท่ห์เลยอ่ะ กลับไปเป็นแบบเมื่อกี้สิ!” เฟิร์สส่งสายตาเคืองมาหาทันที เพราะเขาแอบคิดว่าสิ่งที่อันดาทำในวันนี้…มันเท่โคตรๆๆๆๆๆๆ

“ไม่ต้องว่าให้ฉันเลย ฉันเก็กได้ขนาดนั้นก็เกินคาดสำหรับอันดาคนนี้แล้ว” อันดาบ่นแล้วกุมหน้าอกของตัวเองเอาไว้ และเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่ามันเต้นโครมครามแค่ไหน และดูเหมือนการกระทำของอันดาจะทำให้ทุกคนที่มีรอยบอบช้ำตามร่างกายเหยียดยิ้มออกมา

“ไม่ต้องยิ้มเลยไอ้อาร์ม เพราะแกคนเดียวเลย พรุ่งนี้เลี้ยงข้าวฉันเป็นการตอบแทนด้วย” อันดาปรายตาดุแล้วใช้นิ้วจิ้มเข้าที่รอยแตกที่ปากของเพื่อนสุดหล่อทันที

“โอยยยยยย”

“กลับกันได้แล้ว ฉันแทบจะสละร่างแล้วเนี่ย” อันดาบ่นและขึ้นซ้อนท้ายเฟิร์สทันที


55555 ภายในเลข 5 มีน้ำตาซ่อนอยู่

น้ำตาแห่งความขำ

ตอนนี้ไรท์ไม่รู้ว่าจะปลื้มอันดาหรือตลกอันดาดี

นางดูเท่ห์มากๆๆๆ แต่ว่านางก็ตลกอ่ะ

แต่ว่าทั้งหลายทั้งแหล่ เราได้เห็นชาวแก๊งโฟรครักกันมากๆเลยเนอะในบทนี้

ทุกคนในแก๊ง เหมือนจะบ้าๆบวมๆ แต่พอถึงเวลาคับขัน

ก็ออกแรงช่วยกันเต็มที่ งือออ ดีใจ ปลื้มปริ่มแทน

แล้วเรื่องราววุ่นๆของพวกเด็กโฟรคจะเป็นอย่างไรต่อไป

ติดตามต่อตอนหน้าจ้า

^^

ปล.ตอนนี้ที่เพจของไรท์มีโปรโมชั่นงานสัปดาห์หนังสือ

มีหนังสือราคาพิเศษมากมาย เข้าไปส่องได้นะคะ ^^


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น