chinain (มัทรินทร์)
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่5 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 31 มี.ค. 2562 18:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่5 (100%)
แบบอักษร

บทที่5 (100%)


ชวัลภา นันทภรและดารวรรณลงจากรถเมล์อย่างอารมณ์เสียเพราะรถคันที่พวกเธอเพิ่งลงมาช่างอัดแน่นยิ่งกว่าปลากระป๋องจนสามสาวต้องยืนโหนรถเมล์บนส้นสูงจนปวดเท้า ยังไม่พอเพราะยังมีผู้ชายตัวอ้วนที่ยืนข้างๆชรักแร้ส่งกลิ่นโชยแสนน่าสะอิดสะเอียนใส่เข้าไปอีก เมื่อถึงป้ายรถเมล์สามสาวก็ไม่รอช้ารีบลงจากรถแล้วข้ามถนนไปห้างสรรพสินค้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทันที


“นี่มันวันบ้าอะไรเนี่ยพวกแก ซวยชะมัดเลยรถก็แน่น อีอ้วนนั่นก็มาชูรักแร้ใส่” ชวัลภาโบกมือไล่กลิ่นที่ยังติดจมูกออกไป

“แกน่ะยังดีนะชวัล ฉันนี่สิถูกอีตาอ้วนเบียดจนล้มเลยเนี่ย” นันทภรว่าพลางนวดข้อเท้าไปด้วย


“ทำไมชีวิตพวกเราต้องรันทดขนาดนี้ด้วยวะเนี่ยพวกแก เมื่อไหร่จะได้ผัวรวยแล้วนั่งรถผัวมาทำงานแบบสวยๆกับเขาบ้างเนี่ย” ดารวรรณบอกอย่างหมดหวัง


“เออพวกแก พูดถึงผัวรวยแล้วฉันอยากจะเห็นหน้านังฝ้ายนัก เมื่อคืนคงจะเสร็จคุณเจสันไปแล้ว และพนันได้เลยว่ายัยนั่นคงหวังพิชิตใจเขาแต่คอยดูเหอะฉันรับรองว่าคุณเจสันต้องเขี่ยมันทิ้งแบบผู้หญิงคนอื่นๆแน่” ชวัลภาหน้าตาระรื่นเมื่อนึกถึงสีหน้าเฉาๆของดาริญญา


“คุณเจสันเขาร้ายขนาดนั้นเลยเหรอแก” นันทภรถามเพื่อนรัก


“เพลย์บอยตัวพ่อเลยแหละแก เขาสลัดผู้หญิงที่ขึ้นเตียงบ่อยเป็นว่าเล่นเลยล่ะ ต่อให้ผู้หญิงพวกนั้นร้องไห้จะเป็นจะตายคุณเจสันเขาก็ไม่สน ฉันได้ยินมาว่าบางรายเนี่ยเขาเอาเงินฟาดหัวด้วยนะแก” ชวัลภาพูด


“โห…ถ้าอย่างนั้นยัยฝ้ายก็” ดารวรรณอ้าปากค้างเมื่อจินตนาการหน้าสวยๆของดาริญญาที่กำลังจะมีน้ำตาในอีกไม่ช้า

“จืดๆอย่างยัยฝ้ายคงไม่พ้นถูกเขี่ยทิ้งจนร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่แล้ว รอสมน้ำหน้ากันได้เลยเถอะ ฮ่าๆๆๆ”


ชวัลภาหัวเราะร่วนกับกลุ่มเพื่อนสาว แต่ไม่ทันไรเสียงหัวเราะก็หายไปเมื่อรถของเจสันแล่นมาจอดด้านหน้าห้างสรรพสินค้า สามสาวเก๊กสวยสุดฤทธิ์แต่แล้วความมั่นอกมั่นใจมั่นหน้ามั่นไปถึงตับไตของพวกเธอก็พังครืนลงหลังจากที่ดาริญญาเปิดประตูรถของเจสันลงมาในท่วงท่าที่สง่างาม


“อีฝ้าย!!!!!”


สามสาวโพล่งขึ้นพร้อมกันไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็น ดาริญญานี่เนี่ยนะมาทำงานพร้อมเจสัน มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ยปกติแล้วเจสันไม่ยอมให้ผู้หญิงหน้าไหนขึ้นรถด้วยซ้ำไป


ก่อนที่สามสาวจะกรีดร้องออกมาตรงนั้น อนิตาเพื่อนสนิทของดาริญญาที่แอบฟังมาสักพักก็เดินเข้ามาเยาะเย้ยทีมแรดปริญญา


“โอ๊ะๆ ทีมแรดปริญญานี่นา ขอบคุณพวกแกด้วยนะที่ทำให้เพื่อนฉันได้ผัวรวยน่ะ”


อนิตาเดินผ่านไปทิ้งให้สามสาวอ้าปากค้าง ยิ่งไปกว่านั้นสามสาวต้องแทบคลั่งยิ่งกว่าเดินเมื่อเจสันให้พนักงานขับรถไปจอดให้ ส่วนเขาก็ลงมาเดินเข้าไปในห้างพร้อมๆกับดาริญญา


“กรี๊ด!!! อีฝ้าย อีผีร้าย!!!”



**************************************************



เจสันเดินเข้าไปในลิฟต์อย่างหัวเสียเขารีบกดปิดลิฟต์ไม่ให้คนอื่นขึ้นไปพร้อมกันด้วยซ้ำ อยากจะบ้าเหลือเกินที่เขาต้องอ่อนข้อให้ดาริญญา เมื่อเช้าโดนหล่อนลากเข้าไปในห้องน้ำไม่พอ ระหว่างทางที่ขับรถดาริญญายังเอาแต่บ่นร้อนทั้งที่เขาเปิดแอร์รถจนหนาวเหน็บ มิหนำซ้ำยัยตัวร้ายยังถอดสูทตัวนอกจนเหลือแค่เกาะอกตัวน้อยด้านในเพียงอย่างเดียว ไอ้คนมองอย่างเขานี่สิแทบบ้าที่ต้องคุมอารมณ์ไม่ให้กระเจิงระหว่างทาง แถมก่อนจะลงจากรถดาริญญายังไม่รู้ไปแอบขโมยกระเป๋าสตางค์เขาไปตอนไหนอีกต่างหาก เธอบอกเขาว่าต้องเดินเข้าห้างไปพร้อมกันถึงจะคืนกระเป๋าสตางค์ให้ แล้วเขาก็ต้องทำตามอย่างไม่มีข้อแม้


"เจ็บใจนัก ยัยผู้หญิงร้ายกาจ"


ปึก!


เจสันทุบผนังลิฟต์อย่างโมโหแรงจากกำปั้นที่ส่งไปทำให้ผนังลิฟต์สั่นสะเทือน ความหวั่นวิตกแล่นเข้ามาจับใจหวังว่าเขาคงไม่ติดลิฟต์นะ และเหมือนพระเจ้ายังอยู่ข้างเขาเมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นที่เขาทำงานอยู่พอดี เจสันรีบก้าวออกจากลิฟต์อย่างไม่สบอารมณ์ ยิ่งนึกหน้ากวนๆกับปากที่คมยิ่งกว่ากรรไกรของดาริญญาแล้วก็ยิ่งโมโห


“คอยดูเหอะ อย่าให้เจอครั้งหน้าเดี๋ยวจะสั่งสอนให้ซ่าส์ไม่ออกเลย”


เจสันเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงตรงไปยังห้องทำงาน ปากก็บ่นถึงดาริญญาไม่ยอมหยุด ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าต่อว่าเขาอย่างเธอสักคน เจอของแข็งเข้าไปเขาถึงกับเสียเหลี่ยม


“นึกว่าสวยนักรึไง ชอบยั่วอยู่ได้แล้วกูจะไปนึกถึงเขาทำไมวะเนี่ย”


เจสันก็ไม่เข้าใจตัวเองพยายามไล่ความคิดที่มีแต่ดาริญญาออกไป เขาตรงไปยังห้องทำงานแต่อาการหุนหันพันแล่นที่เกิดขึ้นตกอยู่ในสายตาของเลขาหน้าห้องตลอดเวลา


“ไปกินยาถ่ายแล้วอึไม่ยอมหยุดหรือไงพี่ถึงได้บ่นเป็นหมีกินผึ้งขนาดนั้นน่ะ”


ลูคัส เลขาส่วนตัวของเจสันกล่าวทักทาย เพราะลูคัส ทอม เป็นน้องชายแท้ๆของเจสันเขาถึงได้กล้าทักทายผู้เป็นเจ้านายด้วยวาจาทีเล่นทีจริง ลูคัสเพิ่งเรียนจบมาไม่ถึงปีอายุอานามก็ยี่สิบสาม แม้ว่าพ่ออยากให้เขาลองมาเป็นผู้ช่วยผู้บริหารแต่เขาคิดว่าเด็กจบใหม่อย่างเขายังต้องการประสบการณ์อีกมากก็เลยเข้ามาเป็นเลขาของเจสันไปก่อน


การเข้ามาเป็นเลขานั้นลูคัสมีสองเป้าหมาย หนึ่งคือเพื่อศึกษาข้อมูลการบริหารจากเจสัน และสองเพื่อป้องกันไม่ให้เจสันลากเลขาไปทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงแบบสมัยก่อน


“นั่นปากเหรอนั่นที่พูดน่ะ” เจสันหันมาดีดหน้าผากน้องชายตัวเองไปหนึ่งที ทั้งที่ปกติแล้วเขากับน้องก็พูดจาเล่นๆกันแบบนี้ทุกวัน แต่คราวนี้เขากลับรู้สึกไม่อยากให้ใครพูดจาไม่ดีใส่เลยสักคน หรือเป็นเพราะอิทธิพลจากเหตุการณ์เมื่อเช้ากันนะ

“โธ่พี่ ทำซีเรียสไปได้ทีคราวก่อนผมทักพี่ว่าเล่นฟิตเนสมากระวังตัวใหญ่เหมือนสมเสร็จพี่ยังไม่โกรธผมเลย”

“แต่คราวนี้ฉันโกรธแล้วเว้ย ไอ้น้องปากเสีย!”


เจสันปึงปังเดินเข้าห้องทำงานไปทิ้งให้ลูคัสยืนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของพี่ชายตัวเอง


“หัวฟัดหัวเหวี่ยงมาแบบนี้คงมีแค่เรื่องเดียว ผู้หญิงตามตื๊อ”


น้องชายผู้บริหารลูบคางอย่างพอใจขอให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนดีกุลสตรีศรีสยามมาสอยพี่ชายเขาลงจากคานทีเถิด ถ้าเจสันแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาไปได้ผู้หญิงในประเทศคงปลอดภัยขึ้นเป็นอีกเท่าตัว


แม้จะเข้ามาในห้องทำงานและพยายามจดจ่อกับแฟ้มตรงหน้าแต่เจสันกลับไม่มีสมาธิทำงานเลยแม้แต่น้อย ในหัวเขามีแต่ใบหน้าร้ายกาจของดาริญญาลอยวนเต็มห้วงความคิดไปหมดทำให้ผู้บริหารหนุ่มต้องปิดแฟ้มตรงหน้าลง


“ยัยผีบ้านั่นทำให้เราหัวเสียได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ”


ยิ่งพยายามลืมภาพหน้าอกขาวๆกับเขียวขางามๆก็เข้ามากวนใจเขาไม่หยุดหย่อน ไม่ได้การล่ะเขาต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้หญิงคนนี้เสียที แต่ก่อนจะจัดการข้าศึกก็ต้องรู้ข้อมูลของตัวการเสียก่อน ไม่รอช้าเจสันรีบต่อสายตรงไปยังแผนกบุคคลประจำออฟฟิศติวเตอร์ทันที


[สวัสดีค่ะคุณเจสัน]

“ลินดาเหรอ คุณช่วยเอาแฟ้มประวัติติวเตอร์ทั้งหมดมาให้ผมตอนนี้เลยได้ไหม”

[ดะ…ได้ค่ะ ว่าแต่คุณจะสันจะเอาไปทำไมเหรอคะ]



พนักงานสาวถามอย่างแปลกใจ ปกติเจสันใส่ใจพนักงานซะที่ไหนกันเล่า ถ้าไม่สวยจนคิดลากขึ้นเตียงเขาไม่เก็บมาสนใจให้รกสมองหรอก


“นั่นไม่ใช่เรื่องของเธอ เอามาให้ฉันด่วนไม่งั้นตัดเงินเดือน!”

[ว๊าย ตัดเงินเดือนเลยเหรอคะ ได้ค่ะๆเดี๋ยวลินดาเอาไปให้รอสักครู่นะคะ อย่าตัดเงินเดือนเลยนะคะปกติก็ไม่มีจะกินอยู่แล้ว]


เจสันไม่รอพนักงานสาวช่างพูดสาธยายจนจบเขาวางหูทันที สิ่งที่เขาสนใจตอนนี้ไม่ใช่ชีวประวัติของลินดา แต่เป็นข้อมูลทั้งหมดของดาริญญา



******************************************************************



“ยัยฝ้าย! เม้าท์มาเดี๋ยวนี้ว่าหล่อนไปทำยังไงกันคุณเจสันถึงได้มาส่งที่ทำงานยะ” อนิตาชิงถามทันทีที่เข้ามาถึงออฟฟิศ เธอเล็งแล้วว่าไม่มีคนก็เลยไม่รีรอถามสิ่งที่อยากรู้ออกไป


“ฉันใช้กำลังบังคับเขาน่ะสิ” ดาริญญาพูดพลางก็ชูกำปั้นอย่างมีเป้าหมายจนคนฟังตีความไปไหนต่อไหน


“อีฝ้าย…นี่หล่อนอย่าบอกนะว่าหล่อนขืนใจคุณเจสันน่ะ ร้ายกาจว่ะข่มขืนเพลย์บอยเลยนะเว้ย”

“เดี๋ยวแก นี่คิดไปถึงไหนแล้วเนี่ย อีตานั่นต่างหากที่ขืนใจฉันไม่สิก็ไม่เชิงขืนใจหรอก เอาเป็นว่า…..”



แล้วดาริญญาก็เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้อนิตาฟังรวมไปถึงเมื่อเช้านี้ที่เจสันดูถูกเธอก็ด้วยจนเธอต้องลากเขาไปมัดในห้องน้ำ อนิตาฟังแล้วเบิกตาโตไม่อยากเชื่อว่าชะนีตัวน้อยที่สูงแค่หนึ่งร้อยหกสิบสองเซนต์อย่างเพื่อนเธอจะโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้


“แกโคตรแซ่บว่ะยัยฝ้าย ฉันล่ะคารวะแกเลยแล้วแบบนี้คุณเจสันเขาไม่โวยแย่เหรอ เพลย์บอยที่เอาแต่ข่มเหงผู้หญิงกลับต้องมาถูกลูกน้องตัวเองรังแกน่ะ”


ดาริญญาเบะปากเมื่อได้ยินอนิตาพูดแบบนั้น


“โวยแล้วไงฉันไม่แคร์ อยากดูถูกฉันก่อนฉันไม่ยอม”


“โห…แล้วนี่แกจะเอาไงต่อเนี่ยยัยฝ้าย เรื่องที่จะจับเขาทำสะ…สามีน่ะในเมื่อแกรู้แล้วว่าเขาร้ายกาจซะขนาดนั้น”


ดาริญญาลอบยิ้มอย่างมีเลศนัย แน่นอนว่าดาริญญาก็เป็นเหมือนผู้หญิงทั่วไปที่อยากได้สามีดีๆรักเดียวใจเดียว แต่ตอนนี้คำว่าหนี้ที่พ่อแม่เธอก่อมันค้ำคอจนทำให้หญิงสาวคิดจะปลดหนี้มากกว่าการมีความรัก ดังนั้นเจสันนี่แหละที่จะมาช่วยเธอปลดหนี้ ส่วนชีวิตหลังแต่งงานถ้าปลดหนี้สำเร็จแล้วหากเขานอกใจไปมีกิ๊กล่ะก็เธอก็จะใช้เหตุผลนี้ในการหย่าซะเลย ดีซะอีกจะได้หมดหนี้แถมยังหลุดพ้นจากซาตานร้ายอย่างเขา ดังนั้นดาริญญาจึงตอบอนิตาไปแบบมั่นใจว่า


“เรื่องนั้น ฉันไม่มีทางล้มเลิกแน่นอน”


อนิตาอ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนเธอมันบ้าบิ่นได้ถึงขนาดนี้ และจังหวะที่ทั้งสองกำลังนั่งคิดบางอย่างอยู่นั้นเอง ลินดา หัวหน้าแผนกบุคคลก็เดินถือแฟ้มสีหน้าวิตกเข้ามา ดาริญญาเห็นเข้าอดเป็นห่วงเพื่อนร่วมงานแสนดีไม่ได้


“เป็นอะไรหรือเปล่าคะพี่ลิน หน้าตาดูไม่ค่อยโอเคเลย”


ลินดามองสองสาวอย่างครุ่นคิดก่อนจะตอบกลับไป


“ก็คุณเจสันนี่สิ เขาให้พี่เอาแฟ้มประวัติพนักงานนี่ไปให้ด่วน แถมขู่จะหักเงินเดือนพี่อีกแล้วพอดีวันนี้พี่ปวดเมนส์แถมยังท้องเสียอีกต่างหาก นี่กะจะไปเข้าห้องน้ำก่อนแต่กลัวว่าคุณเจสันจะรอนานแล้วหงุดหงิด”


ได้ยินแบบนี้ก็เข้าทางดาริญญาเลย หญิงสาวจึงรีบตอบ


“ถ้าอย่างนั้นให้ฝ้ายเอาแฟ้มไปให้คุณเจสันแทนไหมคะ พี่ลินจะได้ไปเข้าห้องน้ำแบบสบายใจไม่ต้องกลัวถูกตัดเงินเดือน”


“ดะ…ได้เหรอฝ้าย” ลินดาเริ่มมีรอยยิ้ม

“ได้สิคะ”

“ถ้าอย่างนั้นพี่ฝากด้วยนะ ไปเข้าห้องน้ำล่ะข้าศึกประชิดป้อมแล้ว!!”



ดาริญญามองแฟ้มในมือ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าที่เจสันต้องการประวัติพนักงานก็เพื่อจะสืบหาข้อมูลของเธอ แล้วทำไมเธอจะต้องให้เขาได้ข้อมูลไปด้วยล่ะ คิดได้ดังนั้นหญิงสาวตรงไปหยิบใบสมัครพนักงานมาหนึ่งใบก่อนจะกรอกข้อมูลมั่วๆไปด้วยความเร็วแสง ท้ายสุดเธอไม่ลืมแกะรูปถ่ายที่ติดบนใบสมัครจริงมาติดบนใบสมัครปลอมๆ


“ฉันไม่มีทางให้คนอย่างนายเล่นงานฉันได้หรอก เจสัน”



หญิงสาวแสยะยิ้มอย่างพอใจก่อนจะรีบตรงไปยังห้องทำงานของผู้เป็นเจ้านาย ให้มันรู้ไปสิว่าผู้ชายที่เก่งแต่เรื่องบนเตียงหรือจะสู้ผู้หญิงที่ฉลาดเป็นกรดอย่างเธอ



******************************************************************************************


ตอนหน้าจะเกิดอะไรขึ้นน๊าถ้าเจสันเห็นว่าคนที่นำแฟ้มไปให้คือดาริญญาจอมแสบ

รอติดตามต่อพรุ่งนี้เย็นๆนะคะ ไร้ท์จะอัพช่วงนี้แหละประมาณหนึ่งทุ่มค่ะ

ถ้าเจอแจ้งเตือนตอนใหม่เวลาอื่นคือการรีอัพเพื่อดันนิยายเท่านั้นจ้า

แจ้งไว้ก่อนจะได้ไม่เสียอารมณ์ หุหุหุ




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น