email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ดื้อ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 31 มี.ค. 2562 14:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดื้อ
แบบอักษร

ฉันเดินเลี่ยงเข้ามาในบ้าน ก่อนจะกดรับโทรศัพท์เต้ที่โทรเข้ามาเป็นรอบที่สอง

**“อืม” ฉันทักเขาสั้นๆ

(ทำอะไรอยู่ครับ) แต่เต้ทักกลับมาเสียงใส

“กำลังกินข้าวหน่ะ”

(อ่อ แล้วเป็นไงบ้าง มีอะไรไหม ทำไมเสียงอิงเศร้าๆ) เก่งจริงนะพ่อคุณแค่พูดไม่กี่คำก็รู้แล้วว่าฉันเสียงเศร้า

“เปล่าหรอก”

(แน่นะ พวกนั้นไม่ได้ทำอะไรอิงใช่ไหม)

“อืม ไม่ได้ทำ” ไม่มีใครทำอะไรฉันหรอกนอกจากเขา

(แล้วนี่มีแอลกอฮอล์รึเปล่า) คำถามของเต้ทำให้ฉันเม้มปากเข้าหากัน ฉันขัดคำสั่งเขา แต่ฉันก็ดูแลตัวเองได้นิ

“มี พวกผู้ชายดื่มหน่ะ” ฉันตอบตามตรง แต่ฉันจะไม่บอกหรอกนะว่าฉันดื่ม

(งั้นอิงขึ้นห้องเลย แล้วล็อกห้องด้วย) ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินคำสั่งของเต้

“ไม่มีอะไรหรอก เพื่อนกันทั้งนั้น”

(เต้แต่ไม่ไว้ใจ)

“มันไม่มีอะไรหรอกเต้ พวกนั้นไว้ใจได้”

(อยู่กับมันแค่วันเดียวก็ไว้ใจมันแล้วเหรอ)

ฉันเผลอพูดใส่อารมณ์เข้าไป เขาเลยใส่กลับมา ฉันเม้มปากเป็นเส้นตรง

“อยู่ด้วยกันเกือบทุกวันก็ใช่ว่าจะเชื่อใจได้”

(หมายความว่ายังไง)

“ยัยเชอเรียกไปกินข้าวต่อแล้ว แค่นี้ก่อนนะ” ฉันกดวางสายทันที กำโทรศัพท์ในมือแน่น

แต่วางไปยังไม่ถึงนาทีเต้ก็โทรเข้ามาอีก ฉันมองเบอร์ที่โชว์หราอยู่หน้าจอ ตัดสินใจไม่รับ ไม่อยากทะเลาะกับเขา ฉันกลัวว่าตัวเองจะใส่อารมณ์กับเขามากเกินไป

อิง : ค่อยคุยกันนะ

ฉันส่งข้อความไปบอกเขา

เต้ : อิง เป็นอะไร เต้ไม่เอาแบบนี้นะ รับโทรศัพท์เต้เดี๋ยวนี้ไม่งั้นเต้จะไปหา

ฉันมองข้อความของเด็กเอาแต่ใจ และฉันก็รู้ด้วยว่าเขาจะทำจริง จากตอนแรกโทรแบบธรรมดากลายเป็นโทรไลน์มาแทน

อิง : อย่าดื้อ อิงต้องทำงาน เต้ก็เหมือนกัน กลับไปค่อยคุยกัน

ฉันยังไม่อยากเห็นหน้าเขาตอนนี้และไม่อยากให้เขาเห็นหน้าฉันด้วย น้องมันเก่งจะตาย แค่นี้ก็คงรู้แล้วว่าฉันไม่ปกติ

ฉันเดินกลับมาที่โต๊ะ ปิดเสียงปิดสั่น ไม่สนใจมันอีก

“เป็นไงบ้างวะ” พอนั่งลงยัยเชอเอมก็ถามทันที

ฉันยักไหล่ให้มัน ฉันไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงมากไป

พวกมันพยักหน้า หลังจากนั้นก็ไม่มีใครถามอะไรฉันอีก เราพากันดื่มกินไปเรื่อยๆ จากทีแรกฉันว่าจะกินเบียร์แค่กระป๋องเดียวกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“ไหนบอกแค่กระป๋องเดียว” แทนถามฉันอย่างล้อเลียน

“งก”

“เปล่า แค่กลัวจะมีใครมาอาละวาดเอา” ขมวดคิ้วให้กับคำพูดของเขา

“ใคร”

“ไม่รู้สิ” แทนบ่ายเบี่ยงแล้วยกเบียร์ขึ้นดื่ม จนกระทั่งเที่ยงคืน พวกเราถึงแยกย้ายกันเข้าห้องนอน ฉันเองก็รู้สึกมึนๆ เหมือนกัน ดื่มไปเยอะเลยนิ

ฉันนอนกับยัยเชอเอม ยัยเก้านอนกับเมษา ฉันทิ้งตัวลงบนเตียงโดยไม่อาบน้ำ

“แกไม่อาบน้ำเหรอ” ยัยเชอเอมถาม ฉันส่ายหัวให้มันแล้วหลับตา

“งั้นฉันไปอาบนะ” ฉันพยักหน้าให้มัน แล้วก็หลับไป

เช้าวันต่อมา

ร่างบางค่อยๆ ขยับตัวไปมาใต้ผ้าห่มสีขาว เสียงน้ำทะเลกระทบฝั่งดังลอดผ่านเข้ามาในห้อง มือเล็กค่อยๆ นวดคลึงขมับทั้งสองข้าง ค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมองเพดานห้อง

“เชอกี่โมงแล้วอ่ะ” ฉันเอ่ยถามเพื่อนร่วมห้อง แต่ก็ได้ความเงียบกลับมา เสียงน้ำไหล่ในห้องน้ำบอกได้ว่ามีคนอยู่ในนั้น ยัยเชอเอมคงอาบน้ำอยู่

ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง แล้วต้องตาโต

“ที่นี่ที่ไหน” ก้มมองสำรวจตัวเอง ฉันไม่ได้อยู่ในชุดเดิม แถมข้างในยังไม่ได้ใส่อะไร ใคร ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หัวใจเต้นระทึก

ฉันคิดทบทวนเรื่องเมื่อคืน จำได้ว่าเข้าห้องกับยัยเชอเอมมาแล้วหลับไป

ฉันหันไปมองทางประตูห้องน้ำที่มีคนเปิดออกมา

“เต้”

“ไง” เขาเอ่ยทักเสียงเรียบ ทั้งตัวมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอวสอบ ฉันกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ รู้สึกกระหายน้ำขึ้นมาทันที

“มาอยู่นี่ได้ไง แล้ว....ทำไมอิงถึงมาอยู่ที่นี่” ฉันตั้งคำถามกับเขา เต้เลิกคิ้วมองฉัน เดินเข้ามาหา ฉันก็ขยับหนี รู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ

“ทำไมทำท่ากลัวแฟนขนาดนั้นล่ะครับ” ฉันกะพริบตาปริบๆ มองเขา

“มาอยู่นี่ได้ไง” ฉันถามคำถามเดิม

“มีคนดื้อ ไม่เชื่อฟัง แถมยังเป็นอะไรก็ไม่รู้” แสดงว่าเขามาหาฉันจริงๆ หลังจากส่งข้อความนั้นมา เขามันบ้า แล้วนี่ไปพาฉันออกมาจากห้องได้ยังไง ยัยเชอเอมก็ไม่ว่าอะไรรึไง ยัยบ้านั้นเป็นเพื่อนฉันรึเปล่า

“ใครกันแน่ที่ดื้อ” เขานั่นแหละไม่ฟังอะไรเลย ฉันบอกว่ากลับไปค่อยคุยกันก็ไม่ฟัง

“ดื้อแต่ก็ไม่เคยผิดคำพูด ใครรับปากว่าจะไม่ดื่ม” เขาว่าเสียงเขียว ฉันกลืนน้ำลายคงคอ

ฉันหันหน้าหนี เขากล้าพูดได้ยังไงว่าไม่เคยผิดคำพูด

“มีอะไรทำไมไม่ถาม เต้เคยบอกอิงแล้วใช่ไหมว่ามีอะไรให้ถาม” ฉันเม้มปากเป็นเส้นตรง กลายเป็นว่าตอนนี้เขาเป็นสอนฉันซะเอง แล้วเขารู้แล้วเหรอว่าฉันงอนเรื่องอะไร

ฉันเงียบไม่พูดอะไรอีก เป็นฉันเองสินิที่ผิดที่ไม่ถามเขา

สัมผัสเย็นชื่นจากด้านหลังทำให้ฉันเกร็งไปทั้งตัว พยายามดึงมือเขาที่กอดรัดเอวออก แต่มันก็เหนียวเกินไป

“มันไม่มีอะไรเลยครับ ไอ้ตุลมันเป็นคนพาเข้ามา เต้เผลอแค่แป๊บเดียวเขาก็มาวุ่นวายกับคอมเต้แล้ว แล้วเต้ก็บอกให้ไอ้ตุลพาเขากลับไปตอนนั้นเลย ไม่เชื่อถามเพื่อนเต้ก็ได้ พวกมันอยู่ด้วยทุกคน” ฉันฟังเขาเงียบๆ เขารู้แล้วงั้นเหรอ

“ใครบอก” ฉันถามกลับไปสั้น

“พี่เชอครับ” เพื่อนฉันนี่ดีจริงๆ เลย

“เต้บอกแล้วว่ายังไงเต้ก็ไม่มีวันหักหลังอิง รักขนาดนี้ หวงขนาดนี้ยังไม่เชื่อใจกันอีกเหรอครับ” เขาถามเหมือนน้อยใจ ฉันเม้มปากเข้าหากัน หัวใจเต้นโครมคราม

“สันดานผู้ชาย ไว้ใจได้เหรอ”

“เฮ้อ” แต่ถอนหายใจหนักๆ ข้างหนูฉัน

“เต้รู้ว่าอิงเคยโดนอะไรมา ถึงเต้จะไม่ใช่คนดี แต่เต้ก็จะไม่ทำให้คนที่รักเสียใจ” ฉันเบ้ปากให้กับคำพูดสวยหรูของเขา

“เลี่ยน”

“อือ หวานหน่อยก็ว่าเลี่ยน” เขากอดรัดฉันแน่นขึ้น แถมปากเย็นชื่นยังซุกไซร้แถวซอกคอ จนฉันหดตัวเกร็ง

“ปล่อยเลย อิงจะกลับไปทำงาน” ฉันหดคอหนีเบี่ยงตัวหลบแต่ก็ไม่พ้น

“ยังเช้าอยู่เลยยังไม่มีใครตื่นหรอก เต้บอกพี่เชอแล้วว่าสักสิบโมงจะพาไปส่ง”

ฉันเหลือบมองนาฬิกาตรงหัวเตียง พึ่งจะเจ็ดโมง ทำไมฉันต้องตื่นเช้าขนาดนี้ด้วยเนี่ย

“เต้” ฉันร้องเสียงหลงเมื่อเขาผลักฉันลงนอนแล้วขึ้นคร่อม ร่างแกร่งที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวหน้าท้องเป็นลอนพองาม ทำให้ใจฉันเต้นโครมคราม

“เต้เคยพูดว่าไง” ฉันเม้มปากแน่น หลบสายตาเขา

“ถ้าอิงขัดคำสั่ง จะโดนลงโทษ”

“แต่อิงดูแลตัวเองได้ แล้วมันเป็นเพราะใครล่ะ” ฉันพูดเสียงอ่อย ฉันรู้ว่าเขาโกรธฉันเรื่องกินเบียร์ แต่เพราะเขานั่นแหละทำให้ฉันอยากดื่ม

เต้เลิกคิ้ว ตอนนี้ร่างทั้งร่างของเขาทิ้งตัวลงมาทาบทับฉัน หน้าเราอยู่ใกล้กันแค่คืบ ลมหายใจเป่ารดซึ่งกันและกัน

“งั้นเปลี่ยนจากการลงโทษ เป็นง้อแทนแล้วกัน เต้ผิดเองที่ทำให้อิงไม่สบายใจ”

ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ทำไมเปลี่ยนไวจัง แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไร ริมฝีปากอมชมพูของเขาก็ทาบทับลงมาที่ปากฉัน สอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาในโพรงปากโดยไม่รออะไรเลย ลิ้นเขาตวัดเกาะเกี่ยวลิ้นฉันไปมาอย่างชำนาญ กลายเป็นว่าฉันคิดอะไรไม่ออก โต้ตอบอะไรไม่ได้ ได้แต่ยอมจำนนให้เขาทำตามอำเภอใจ**

ความคิดเห็น