เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 3

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 44.5k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 01:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 3
แบบอักษร

3




“ฮ่า..ฮ่า..”      

  เวลาผ่านไปเกือบ 7 นาที เพลิงพาร่างตัวเองลงนั่งที่โซฟาตัวเดิมพร้อมล้มตัวลงฟุบกับโซฟา ความร้อนรุ่มในอกทำให้เพลิงกำคอเสื้อตัวเองหายใจหอบอย่างไม่สู้ดี เม็ดเหงื่อแตกพลั่ก ผิวเริ่มเปลี่ยนสีเป็นแดงก่ำ ใจสั่นเต้นระรัวราวกลับจะหลุดออกมา รวมถึงแก่นกายที่ตื่นตัวขึ้นเพราะฤทธิ์ยาที่เพลิงกินไปตอนแรก

 “แม่งเอ๊ย..กูเสียท่าให้มันจนได้”          เพลิงสบทเสียงหอบออกมา  พยายามข่มอารมณ์ที่กำลังตื่นตัวของตัวเองเอาไว้ แต่เวลายิ่งผ่านไป ความอยากและปลดปล่อยก็ยิ่งทวีคูณ จนเพลิงแทบจะเป็นบ้า ตอนนี้ความนิ่งของเขาไม่สามารถช่วยอะไรได้แล้ว มือไม้เริ่มปัดเริ่มเขวี้ยงสิ่งของที่อยู่รอบตัว เพลิงอยากจะใช้มือลงไปช่วยตัวเอง แต่ก็อายเกินกว่าจะทำอย่างนั้น จึงหันไปลงกับสิ่งของแทน


 แกร่ก         


  เสียงเปิดประตูเข้ามาของพีค เป็นจังหวะเดียวกับที่เพลิงเขวี้ยงหมอนไปทางนั้นพอดี ทำให้คนที่พึ่งเข้ามาตกใจแล้วเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมองเพลิงที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยสภาพร่างกายที่มีความต้องการมากที่สุด

 “นี่ถ้ากูไม่เข้า กูว่าห้องกูได้เละกว่านี้แน่ๆ” พีคยกยิ้มพลางมองเพลิงสลับกับพื้นห้อง แต่เขาไม่ได้โกรธหรือว่าเพลิงแต่อย่างใด เพราะคิดไว้แล้วอาจมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

 “ปล่อยกู..ไป..” เสียงแผ่วของเพลิงเบาจนพีคแทบจะไม่ได้ยิน แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าเพลิงหมายถึงอะไร

 “ก็ปล่อยแล้วไง แต่มึงเสือกไม่ไปเอง โทษกูไม่ได้นะ” 

“ปล่อยเหี้ยอะไร..มึงเล่นวิธีสกปรก อึ่ก..มึงล็อคประตู” 

 “อ้าว กูล็อคหรอ ไม่รู้เลยนะเนี่ย” พีคพูดยิ้มกวนประสาทให้กับคนตรงหน้าอย่างจงใจ 

 “สัด!” 

“ไม่ต้องชมขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวมึงมีเวลาชมกูอีกเยอะ หึหึ” พีคพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหาเพลิงที่พยายามขยับหนีเอาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งๆที่ร่างกายกำลังสั่นเทาเพราะฤทธิ์ยา พีครีบจับขาเพลิงกระชากตัวให้เข้าหาเขา ทำให้เพลิงเอนหลังล้มลงแนบกับโซฟาอย่างแรงพร้อมสายตาที่มองพีคอย่างหวาดกลัว และมือที่พยายามดันร่างพีคที่โน้มตัวขึ้นคร่อมเขา

 “ปล่อย!” เพลิงพูดพร้อมดิ้นหนี 

 “อยู่นิ่งๆสิวะ หรือมึงชอบแบบรุนแรง กูจะได้จัดให้” พีคพูดเสียงเข้ม พร้อมกับมือที่ปลดเข็มขัดและกางเกงของเพลิงออก จนเพลิงรับรู้ได้ถึงความโล่งแจ้งที่ช่วงล่างของเขา เสียงรูดซิบกางเกงของพีคเหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางอก เพลิงรีบหลบสายตาหนีเมื่อพีคจับแท่งร้อนออกมาก่อนจะขยับรูดให้มันตื่นตัว แต่เพลิงก็ยังดื้อด้านพยายามขยับหนีออกมาเรื่อยๆ จนพีครู้สึกหงุดหงิดรีบคว้ามือทั้งสองข้างจับขึงไว้เหนือหัวของเพลิง

 “มึงหนีกูไปไหนไม่ได้หรอกไอ้เพลิง เลิกดิ้นแล้วหยุดให้กูเอาได้แล้ว”

 “ไม่!” 

“แต่กูจะเอา!”        

   เพลิงหน้าซีดสายหน้าปฎิเสธอย่างหวาดกลัว พลางขบฟันแน่นหลับตาปี๋ เมื่อแท่งร้อนของพีคได้จ่อถูอยู่แถวช่องทางรัก ก่อนจะค่อยใส่เข้าไปที่ละนิดแต่ก็เข้าไปเพียงแค่ส่วนหัวเท่านั้น เพราะเพลิงปฎิเสธทางเข้าอย่างชัดเจน 

 “ขนาดโดนยาไป มึงยังอึดปฎิเสธกูได้เหมือนเดิมเลยนะ” พีคพูดเสียงขุ่น ก่อนจะใช้วิธีเดิมโดยการโน้มตัวลงไปจูบเพลิงให้ผ่อนคลาย แต่ดูเหมือนเพลิงจะนิ่งยอมให้พีคแทรกลิ้นเข้าไปจนเขาแปลกใจ ซึ่งมันก็ดี แต่ดูเหมือนจะคิดผิดไปหน่อย เมื่อเพลิงใช้ฟันกัดปากพีคจนเกิดเลือด พีครีบเด้งตัวออกมาพร้อมมองเพลิงที่ยกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ และนั่นก็ทำให้พีคโมโหก่อนจะเงื้อมือตบด้วยหลังมือจนเพลิงหน้าหันปากแตกเช่นกัน


 ผัวะ!


 “อึ่ก!” 

“คิดจะลองดีกับกูหรอไอ้เพลิง!! ได้ ถ้ามึงชอบความรุนแรงกูจะจัดให้!” 

พีคไม่รอให้เพลิงพูดอะไรต่อ เขารีบจับแท่งร้อนกระแทกตัวเข้าไปอย่างรุนแรง โดยไม่สนใจว่าเพลิงจะเจ็บทางด้านหลังแค่ไหน และเพราะช่องทางรักของเพลิงไม่ได้ถูกปรับเหมือนคราวที่พีคเคยทำไว้ตอนจับเพลิงมาใหม่ๆ ทำให้ทางด้านหลังกลับฉีกขาดออกมา เพลิงเบ๊หน้าร้องลั่นออกมาอย่างเจ็บปวด น้ำตาที่สะสมไว้ไหลอาบออกมาโดยไม่รู้ตัว

 “อ้ากกก!!! เอามันออกไป!”       

   พีคไม่สนใจ แต่กลับค่อยๆขยับสะโพกรัว จนเพลิงรู้สึกจุกและวูบวาบในท้อง ใจเริ่มร้อนรุ่มและเสียวซ่านยามที่พีคกระแทกแท่งร้อนเข้ามา เพลิงยังเหมือนเดิมคือกัดปากกลั้นเสียงตัวเองไว้ แต่ดูเหมือนรอบนี้จะต่างไป เพราะฤทธิ์ยาและความต้องการที่สูง เพลิงค่อยๆเผลอปากออกมาบวกกับพีคที่จับขาทั้งสองข้างแยกออกจากกัน ส่วนมือที่โดนขึงไว้ตอนแรกถูกปล่อยเป็นอิสระ 

“อ๊ะ..อ๊ะ..อื้มมม..” เสียงครางของเพลิงดังขึ้น ทำให้พีคแสยะยิ้มมองอย่างผู้ชนะ

 “หึหึ ในที่สุดมึงก็ยอมร้องออกมา ไม่เสียแรงที่กูเอายานี้ให้มึงกิน” พีคยิ้มร้ายมองเพลิงด้วยสายตาโลมเลีย เขาตั้งใจใช้ยาปลุกเซ็กส์กับเพลิงตั้งแต่แรก เพราะตั้งแต่มีเซ็กส์กับเพลิงตอนนั้น เพลิงดื้อและอึดพอที่จะไม่ทำให้ตัวเองร้องออกมาเลย จนเขารู้สึกหงุดหงิดและโมโหที่เพลิงปฎิเสธความต้องการของเขา 

“ฮึ่ก..พอที..อึ่ก..กูเจ็บ..” เพลิงพูดออกมาเสียงสั่น มองพีคด้วยสายตาอ้อนวอน หวังให้อีกคนพอกับความสนุกของตัวเอง 


สวบ สวบ สวบ 


      พีคไม่สนใจยังคงกระแทกตัวเข้าออกช่องทางหลัง จนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อออกมาเป็นจังหวะ พร้อมกับโน้มตัวลงมาดูดเม้มผิวขาวๆตามซอกคอของเพลิง โดยที่มือค่อยๆแกะกระดุมของเพลิงออกทีละเม็ด ก่อนจะเลียไล่ผิวลงมาดูดเม้มยอดออกที่ชูตั้งทั้งสองข้าง จนเพลิงเผลอแอ่นตัวตามด้วยความเสียวซ่านในอก 

“อ๊าา..อื้มม..ยะ..อย่าเลียตรงนั้น” 

 “หืมม..” พีคครางออกมาไม่พอใจ เมื่อเพลิงใช้มือดันหัวเขาออก 

“อ๊ะ..อ๊ะ..ไอ้พีค..เบา..”

 “อะไร เบาไปงั้นหรอ” 

“ไม่...” เพลิงหน้าเหว๋อ เมื่อพีคแปลอีกความหมายพร้อมยิ้มร้ายอย่างเจ้าเล่ห์ เพลิงไม่ได้ต้องการให้พีคกระแทกแรงขึ้น แต่อยากให้เบาลงเพราะช่องทางรักที่ถูกเสียดสีอยู่นี้มันรู้สึกเจ็บจนร่างแทบพัง 


   พับ พับ พับ


 พีคกระแทกสะโพกแรงขึ้นกว่าเดิม จนเพลิงเลื่อนมือขึ้นไปจับขอบโซฟาแล้วหันหน้าหนี ตอนนี้เพลิงเริ่มสับสนแล้วว่าตัวเองรู้สึกดีหรือว่าแย่กันแน่ที่พีคเล่นบทรักที่รุนแรงขนาดนี้ และดูเหมือนว่าเพลิงใกล้เสร็จเต็มที พีคจึงรีบเร่งสะโพกถี่ก่อนจะกระแทกเน้นลงไปเมื่อใกล้ถึงจุดสุดยอด 

“อืมม..ตอดดีฉิบหาย” 

 “อื๊มม..อ๊ะ..” เพลิงครางเสียงสั่นพร้อมกับปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาจนเลอะหน้าท้องขาว ส่วนพีคเมื่อเห็นว่าเพลิงเสร็จไปแล้ว เขาจึงกระแทกเน้นสะโพกอีกสองสามทีก่อนจะเสร็จตามบ้าง

 “อืมมม..ฮ่า..” เพียงแหบพร่าเน้นสะโพกกดเข้าไปก่อนจะกระตุกเกร็งแทงร้อนที่ปล่อยน้ำสีขาวขุ่นเข้าไปทางช่องทางรักของเพลิงจนเกิดความอุ่นวาบขึ้นมา พีคเสยผมที่ปลกหน้าขึ้นก่อนจะถอดแท่งร้อนออกจากช่องทางรักของเพลิง แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาทำความสะอาดแท่งร้อนของตัวเอง โดยปล่อยให้เพลิงนอนตาลอยหายใจหอบอย่างหมดแรงพร้อมกับน้ำขาวขุ่นที่ไหลย้อนออกมาพร้อมน้ำสีแดงที่เจือผสมกับน้ำรักของเขา

 “กูจะปล่อยมึงไว้ในนี้ก่อนแล้วกัน กูต้องไปทำงานของกูต่อ ส่วนมึง ลุกขึ้นมาจัดการตัวเองเสร็จเมื่อไร มึงจะอยู่ฝึกงานข้างล่างต่อหรือจะกลับบ้านก่อนก็ได้กูไม่ว่าหรอกนะ แต่อย่าลืมว่าพรุ่งนี้มึงต้องกลับมาทำงานปกติ เข้าใจมั้ย”          พีคพูดเสียงเรียบขณะขยับกางเกงแล้วแต่งตัวกลับเป็นปกติ โดยสายตาเหลือบไปมองเพลิงที่นอนนิ่งเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่พีคพูดด้วยซ้ำ

  “หึ ทำเป็นผู้หญิงโดนเปิดซิ่งไปได้ ตอนแรกยังทำเก่งอยู่เลยไม่ใช่หรือไง” 

“ไปตายซะไอ้เหี้ย!” เพลิงพูดออกมาแค่นั้นโดยตัวยังนอนราบอยู่บนโซฟา พีคหัวเราะที่เพลิงยังปากเก่งมีแรงด่าเขาอยู่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้เพลิงหมดสภาพอยู่ในนั้นคนเดียว  


******************************************* 


คอนโด..


ปัง!!

 “เฮือก!”     

  ท็อปกับหนิงสะดุ้งเฮือก เมื่อคนที่เข้ามาใหม่เดินปิดประตูดังปัง จนสองคนที่ดูทีวีกินขนมอยู่ถึงกับวางหอขนมแล้วหันไปมองเพลิงอย่างสงสัย ท็อปเห็นว่าเพื่อนอารมณ์ไม่ดีจึงรีบเดินเข้าไปหาเพลิงที่กำลังเดินเข้าห้องของตัวเอง 

 “เฮ้ยๆๆ ไอ้เพลิงมึงเป็นอะไรของมึงวะ แล้วทำไมมึงกลับมาก่อนร้านมึงเลิกงาน เอ๊ะ หรือมึงโดด” ท็อปถามขึ้นด้วยความสงสัยและเริ่มเป็นห่วงเมื่อเพลิงหันหน้ามาเขาพร้อมโชว์แผลบนปากและรอยช้ำบนหน้า 

“เชี้ย..มึงไปฟัดกับหมาที่ไหนมาวะ” 

“หมาบ้าที่ร้าน แล้วกูต้องรีบอาบน้ำก่อนที่เชื้อบ้าจะมาติดกู ถอย” เพลิงสั่งให้ท็อปถอยแล้วรีบตรงไปหยิบเสื้อกับผ้าเช็ดตัวในห้อง ก่อนจะเดินกลับออกมาแล้วตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไปด้วยสีหน้าเครียด


  ปัง!


 “อย่าปิดประตูแรงสิวะไอ้เพลิง” ท็อปพูดเตือน แม้รู้ว่าเพลิงจะไม่ฟังก็ตาม ส่วนหนิงที่นั่งอยู่ข้างๆหันมาถามแฟนตัวเองอย่างสงสัย

"ท็อป ชั้นว่าไอ้เพลิงมันเดินแปลกๆว่ะ"



ซ่าาาา   


 เพลิงเข้ามาอาบน้ำล้างคราบที่เปราะเปื้อนอยู่ตามตัวออกอย่างรังเกียจ โดยเฉพาะช่องทางหลังที่เพลิงไม่สามารถทำความสะอาดได้ตอนอยู่ที่บาร์ หลังจากที่พีคปล่อยเพลิงให้เป็นอิสระ เพลิงใช้เวลาจัดการกับตัวเองอยู่เป็นชั่วโมงในห้องนั้น โดยที่ไม่มีใครเข้ามาเลยแม้แต่พีค เพลิงใช้เวลาสักพักในนั้นเพื่อปรับตัวพยายามเดินไม่ให้เจ็บช่องทางรักให้มากที่สุด ก่อนจะพาร่างตัวเองขับรถกลับมาที่นี่        

 เพลิงปล่อยให้น้ำจากฝักบัวไหลอาบร่างกายไปเรื่อยๆ โดยสมองยังนึกภาพที่ถูกพีคกดราวกับวีดีโอที่ถูกฉายซ้ำ เพลิงขบกรามกำหมัดแน่นอย่างแค้นเคือง มันมากเกินไปด้วยซ้ำสำหรับเรื่องที่พีคทำกับเขาในวันนี้ ทั้งๆที่คิดว่าเรื่องทุกอย่างได้จบแล้ว แต่เพลิงกลับคิดผิด พีคดูแค้นฝังหุ่นไม่ยอมปล่อยให้เขาหนีไปไหนได้ ตราบใดที่แก้มยังไม่ฟื้น


 ปึก!     


 เพลิงทุบกำแพงโมโห ก่อนจะค่อยๆทรุดลงนั่งอย่างหมดแรง เพลิงไม่เคยรู้สึกอ่อนแอขนาดนี้มาก่อน สิ่งที่อัดอั้นเริ่มไหลผ่านแก้มและกลืนไปกับน้ำ น้ำตาที่แทบไม่เคยไหล วันนี้กลับหมดความอดทนแสดงสิ่งที่อ่อนแอที่สุดออกมา เพลิงกอดเข่าร้องไห้อยู่ในห้องน้ำคนเดียว โดยพยายามเก็บสะอื้นไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกไป กลัวว่าถ้าเพื่อนได้ยินคงเป็นห่วงเขา เหมือนกับวันนั้นที่เพลิงหนีกลับคอนโดมาได้ ด้วยสภาพบางตาย 

“ฮึ่ก..อึ่ก..ทำไมชีวิตกูถึงต้องเจออะไรแบบนี้ด้วย..” 

เพลิงสะอื้นออกมาอย่างหดหู่ และใช้เวลาในคืนนี้ทั้งหมดร้องไห้ทิ้งความอ่อนแอนี้เอาไว้ เพื่อเริ่มวันใหม่ที่ต้องเผชิญหน้าพีคในวันพรุ่งนี้


****************************



“ไงพระเพลิง เมื่อวานเป็นไงบ้าง เชฟได้ว่าอะไรมั้ย” ธีพูดทักทายขึ้น       

  ขึ้นวันใหม่เพลิงกลับเข้ามาทำงานปกติ และเป็นการเริ่มงานครัววันแรกที่ไม่ใช่ฝึกงานแบบเมื่อวาน เมื่อเช้าเพลิงลุกจากที่นอนด้วยอาการปวดสะโพกและเจ็บเสียดช่องทางรักมาก แต่เพราะว่าบาร์ที่เพลิงทำงานเริ่มงานบ่ายสาม เพลิงจึงใช้เวลาว่างขยับวอร์มร่างกายเพื่อให้สามารถเดินได้ปกติ แต่ก็มีบางช่วงที่คนโดนตัวแต่ละครั้งมักทำให้เพลิงเบ๊หน้าด้วยความเจ็บ       

   เพลิงที่อยู่ในชุดพ่อครัวแบบทันสมัย หันไปมองธีที่เดินเข้าครัวเอาออเดอร์มาให้ด้วยความระแวง เพราะเมื่อวานธีเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่พาเขาเข้ามาที่นี่ก่อนเจอผู้จัดการ แต่เพราะคำทักทายเมื่อกี้ ทำให้เพลิงเริ่มสับสนแล้วว่าธีจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อวานหรือเปล่า 

 “เออใช่ เมื่อวานพระเพลิงกลับบ้านไปก่อนใช่มั้ย ตอนเลิกงานพี่ไม่เห็นเราเลย”          ธีพูดถามก่อนเพลิงชะงักไปนิดนึง เพลิงลอบถอนหายใจทันทีและพอจะเดาอะไรได้บ้างแล้วว่าเมธีไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง เป็นแค่พนักงานเสิร์ฟธรรมดาเท่านั้น

 “เมื่อวานผมแค่คุยงานเฉยๆครับ วันนี้พึ่งได้ลงงานจริง” เพลิงตอบ 

ธียิ้มพยักหน้ารับเมื่อรู้ว่าเพลิงพึ่งได้ทำงานวันนี้  

“งั้นหรอ ดีๆ เนี่ย..ถ้าเลิกงานแล้วยังไม่กลับบ้าน ไปเที่ยวต่อกับพวกพี่ได้นะ ปกติพนักงานร้านเราพอเลิกงานแล้วชอบพากันไปสังสรรค์ข้างนอก ถ้าเพลิงอยากไปบอกพี่ได้เลยนะ” ธีแนะเพลิงอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินออกไปเสิร์ฟอาหารต่อ  เพลิงเองก็ดึงออเดอร์ถัดไปส่งให้หัวหน้าเชฟจัดแจงงาน ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารต่ออย่างตั้งใจ  

         เวลาในครัวล่วงเลยนานพอสมควร ในที่สุดเวลาพักก็มาถึง เชฟใหญ่จัดเวลาให้พ่อครัวที่มีตำแหน่งน้อยกว่าไปพักรวมทั้งเพลิงด้วย ก่อนจะสลับกลับเข้าครัวอีกทีใน 15 นาที เพลิงดึงผ้ากันเปื้อนไปแขวนบนกำแพง แล้วเดินออกมาหลังร้าน เพลิงมองพวกรุ่นพี่บางคนจับกลุ่มสูบบุหรี่คลายเครียด เพลิงเองก็อยากจะไปสูบสมทบกับพวกนั่น บ้าง แต่ก็เลิกคิดไปเพราะเพลิงเองพึ่งจะเลิกบุหรี่ได้ไม่นานนี้  เขาเคยโดนแก้มดุเรื่องบุหรี่มาก่อน จึงพยายามเลิกบุหรี่เพื่อคนที่รัก แต่หลังจากพึ่งเลิกได้ แก้มก็ดันไปมีคนอื่นซะก่อน 

 “นี่ นายชื่อพระเพลิงใช่ป่ะ”          เสียงเรียกของใครบางคน ทำให้เพลิงหันไปมอง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อคนที่ใส่ชุดเชฟฝึกงานเหมือนเขาเดินเข้ามานั่งข้างๆ  

“ใช่ นายเป็นใคร” เพลิงถาม

 “ฉันแจ็ค เป็นเด็กฝึกงานเหมือนนายนั่นแหละ แล้วฉันก็รู้มาว่าที่นี่มีเด็กฝึกงานแค่สองคน”    

       เพลิงเหล่มองเพื่อนใหม่ที่กำลังยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี เพลิงดูว่าแจ็คไม่ได้มีท่าทีเลวร้ายอะไร เลยคลายหน้าให้สบายขึ้น ก่อนจะหันไปคุยเรื่องการเรียกแทนตัว ยังไงก็มีเด็กฝึกงานแค่สองคน สนิทกันไว้ถือเป็นเรื่องที่ดีกว่า

 “เอาจริงเรียกกูมึงก็ได้ กูไม่ถือหรอก รู้สึกสบายด้วยซ้ำที่ไม่ต้องใช้ถอยคำที่ดูเหมือนเกรงใจ” เพลิงว่า และแจ็คเองก็ดูจะเห็นด้วย 

“ดีๆ กูนึกว่าจะต้องใช้นายแกอะไรแบบนี้ตลอดสองเดือนซะแล้ว ที่นี่ก็มีแต่คนอายุเยอะ สนิทยาก” แจ็คบ่น ซึ่งเพลิงก็เห็นด้วย        

  และดูเหมือนเพื่อนใหม่จะคุยถูกคอ เพลิงกับแจ็คใช้เวลาคุยกันอยู่นานและผ่อนคลาย ก่อนเวลาพักจะหมดแล้วพวกเพลิงต้องรีบเข้าไปสลับตัวกับพวกเชฟใหญ่เพื่อให้คนอายุเยอะได้พักบ้าง เพลิงเดินกำลังไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกเอวเหมือนเดิม แต่เชฟใหญ่เรียกก่อนจะเอาถาดที่มีอาหารส่วนนึงให้เขา 

“พระเพลิง ชั้นฝากแกเอากับข้าวไปให้นายหน่อย พอดีฉันต้องรีบจัดการหม้อนี้ก่อนจะพัก คงไม่ลำบากเราใช่มั้ย”          

 เพลิงชะงักเมื่อเชฟสั่งให้เขาเอาอาหารไปเสิร์ฟให้กับใครบางคน เพลิงอุตาส่าอยู่แต่ในครัวไม่โผล่ออกไปข้างหน้าเลยสักนิด แม้ว่าจะอยากเห็นบรรยากาศร้านและบาร์เทนเดอร์โชว์ลีลาชงเครื่องเดิมก็เถอะ แต่เพราะมีพีคคอยคุมร้านอยู่ เพลิงเลยไม่อยากที่จะเจอ

 “ว่าไง เราช่วยไปเสิร์ฟให้ชั้นได้มั้ย” 

“แล้วทำไมเชฟไม่ให้พนักงานเสิร์ฟไปเสิร์ฟครับ ผมมาทำงานครัวนะ”        

  กลายเป็นเชฟใหญ่ที่ชะงัก แต่ก็ปรับสีหน้าปกติได้เร็วพอ ก่อนจะบอกเพลิงอีกครั้ง 

“พวกเด็กเสิร์ฟก็ยุ่งๆกันอยู่แล้ว คงไม่ว่างมาช่วยหรอก”

 “ผมว่าเชฟเสิร์ฟเองดีกว่าครับ ผมมือใหม่ คงลำบากถ้าต้องถือถาดเดินยาวขึ้นบันไดไปข้างบน ผมกลัวว่าอาหารจะหกก่อนไปถึงมือคนกินแน่” เพลิงว่า 

ที่จริงมันไม่เป็นปัญหาเลยที่เพลิงจะช่วย แต่เพราะเป็นห้องที่เขาไม่อยากเหยียบเข้าไป เพลิงจึงหาวิธีไม่ให้ตัวเองต้องทำงานนี้ 

“แต่..” 

“เฮ้ย! ไอ้กร หม้อไหม้แล้ว มึงมัวทำอะไรอยู่ห๊ะ” เสียงหัวหน้าเชฟตะโกนเรียกเชฟใหญ่ที่เป็นรองหัวหน้าครัวให้มาดูหม้อที่กำลังเดือดจัดเพราะไฟแรง ทำให้พื้นก้นหม้อเกิดกลิ่นไหม้อ่อนๆขึ้นมา เชฟใหญ่หันไปอย่างเลิกลักสลับกับมองเพลิงที่ไม่มีท่าทีจะยอมไปเสิร์ฟอาหารให้เลย แต่เพลิงกลับยิ้มขึ้นมาก่อนจะพูดกับเชฟอย่างมั่นใจ

 “เชฟใหญ่ครับ ผมว่าเชฟไปเสิร์ฟอาหารให้นายเถอะ ส่วนเรื่องซุปในหม้อ ผมจัดการเอง”         ไม่ใช่ทั้งเชฟใหญ่คนเดียวที่มองเพลิงอึ้ง เพราะเชฟคนอื่นรวมถึงหัวหน้าเชฟก็หันมามองเพลิงที่เป็นเด็กฝึกงาน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำสุดของห้องครัว 

“เฮ้ยๆ เราจะบ้าหรือไง หม้อนี้ชั้นคุมนะ ชั้นแก้รสเองได้” กรพูด

 “ผมเองก็แก้รสเป็นครับ แล้วก็รู้ด้วยว่าในหม้อนั่นใส่อะไร ขาดอะไร และต้องใส่อะไรเพิ่ม” เพลิงยิ้มมองคนตรงหน้าอย่างมั่นใจ แต่ไม่ใช่กับอีกคนที่เหมือนเด็กตรงหน้ากำลังข้ามหัวเขาอยู่ กรมองหน้าเพลิงนิ่งและพยายามสั่งให้เพลิงเอาถาดนี้ไปเสิร์ฟให้ได้ แต่เสียงหัวเชฟกับหัวเราะลั่นออกมา ก่อนที่ทุกคนจะหันไปมอง 

“แก้สูตรงั้นหรอ ฮาๆๆ ไอ้เด็กนี้มันบ้าชะมัด นี่เอ็งคิดจะแก้สูตรงั้นหรอ ไอ้หนู เอ็งรู้มั้ยว่าสูตรนี้เขาใช้กันมากี่ปี” หัวหน้าเชฟถามเพลิงอย่างท้าทายโดยสายตาแพรวพราวนึกสนุก

 “ก็น่าจะนานพอตัวครับและผมก็รู้มาด้วยว่าซุปที่ทำอยู่เนี่ย ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไร”          หัวหน้าเชฟเลิกคิ้วขึ้น ไม่ใช่เพราะโกรธหรือดูถูก แต่เพราะมันไม่ค่อยนิยมจริงๆทั้งๆที่วัตถุดิบก็แพงแสนแพง หัวเชฟยกยิ้มขึ้นมองหน้าเพลิง ก่อนจะชี้ไปที่หม้อที่กำลังเดือด 

“งั้นเอ็งพิสูจน์ให้ฉันดูหน่อยซิ ว่าเอ็งสามารถแก้รสลบกลิ่นไหม้และทำให้คนติดปากได้หรือไม่ ถ้าแกทำได้ แกจะได้เลื่อนขั้นมาทำงานหลัก แต่ถ้าไม่ เชิญแกออกจากครัวได้เลย”        

    กลายเป็นการแข่งมาสเตอร์เชฟไปเมื่อไรก็ไม่รู้ เมื่อเชฟท้าทายเพลิงพร้อมข้อแลกเปลี่ยนที่สามารถทำเพลิงติดเอฟจากการฝึกงานได้เลย ทุกคนต่างพากันมองเพลิงอย่างเป็นห่วง บางคนถึงขั้นบอกให้เพลิงขอโทษเชฟแล้วเลิกทำงานนี้ซะ แต่มีหรือที่เพลิงจะถอย ในเมื่อโอกาสมาถึงซะขนาดนี้แล้ว เขาก็ต้องแสดงให้ดูว่าเขาสามารถทำงานเป็นเชฟจริงๆได้ 

“ผมรับคำท้า ผมจะแสดงให้ดูว่าเด็กอย่างผม..ก็สามารถทำอาหารเป็น



ก๊อก ก๊อก  


เสียงเคาะประตูทำให้คนที่กำลังนัวเนียกับผู้หญิงที่เก้าอี้ทำงานเหลือบไปมอง ก่อนจะบอกคนที่อยู่อีกด้านของประตูเข้ามา 

“เข้ามา” พีคตะโกนบอก พลางยกยิ้มเมื่อคิดว่าใครบางคนที่เขาต้องการจะแกล้งกำลังเดินชักสีหน้าถือถาดอาหารเข้ามา แต่ก็หุบยิ้มลงมองอีกฝ่ายนิ่ง เมื่อรู้ว่าไม่ใช่เพลิง แต่เป็นกรนั่นเองที่เข้ามา

 “ขออนุญาตครับเฮีย ผมเอาอาหารมาเสิร์ฟ” กรพูดพร้อมเดินเข้ามาวางอาหาร โดยที่บนตัวพีคมีผู้หญิงนั่งอยู่บนตัก 

“แล้วไอ้เพลิงล่ะ” พีคถามอย่างสงสัย เพราะเขาจำได้ว่าให้กรสั่งเพลิงขึ้นเอาอาหารมาให้เขา 

“คือหัวหน้าเค้าสั่งให้เพลิงทำอาหารให้ครับ ผมเลยเอามาให้เอง”        

 พีคทำเสียงจิ๊จ๊ะในปาก นึกหงุดหงิดที่เพลิงไม่ยอมขึ้นมาหาเขา แม้จะเดาได้ว่าเพลิงคงปฎิเสธและพยายามหนีหน้าเขาอยู่ แต่ไม่คิดว่าหัวหน้าเชฟจะเป็นคนเรียกเพลิงให้ช่วยทำอาหารให้ 

หญิงสาวที่นั่งอยู่บนตักมองพีคอย่างยั่วยวน พร้อมเอามือลูบหน้าถามพีคด้วยน้ำเสียงออดอ้อน 

“พีคคะ เพลิงนี่ใครหรอ ทำไมถึงต้องทำหน้าหงุดหงิดด้วย” หญิงสาวถามเสียงกระเง้ากระงอด ทำให้พีคหันไปมอง แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรแต่มือยังคงลูบบั้นท้ายงอนของหญิงสาวอยู่อย่างนั้น


 ก๊อก ก๊อก        


เสียงเคาะประตูดังอีกรอบ โดยที่กรยังอยู่ในห้อง พีคขมวดคิ้วมองประตู ก่อนจะเรียกให้เข้ามาอีกคน ลูกน้องของพีคที่ทำหน้าที่เฝ้าคนในบาร์วิ่งหน้าตาตื่นมาหาพีค ทำให้พีคมองลูกน้องตัวเองอย่างสงสัย 

“เป็นอะไรวะไอ้โต้ง” พีคถาม

 “ฮะ..เฮีย เฮีย!”  

“อะไร” 

“ซุปญี่ปุ่น”       

  พีคขมวดคิ้วขึ้นงงกว่าเดิม เมื่อโต้งหยุดพูดไป ถึงพีคจะเปิดร้านเป็นบาร์ แต่เขาผสมร้านอาหารเข้าไปด้วย อาหารที่ร้านเขามีจึงมีหลากหลายสไตล์เพราะที่นี่ชอบมีคนต่างชาติเข้ามาบ่อย แต่ไอ้ซุปญี่ปุ่นที่โต้งว่า ทำให้เขางง 

 “ซุปตั้งเยอะแยะ แล้วกูจะรู้มั้ยวะว่าซุปอะไร” พีคถามลูกน้องเสียงเข้มปนหงุดหงิด

 “เดี๋ยวสิเฮีย ผมกำลังนึกอยู่ ..อ่อใช่ ซุปงุงิ งาราชิ!”

 “ซุริ นะงะชิต่างหาก” กรหันไปแก้ให้ แต่ก็ทำให้พีคยังไม่หายสงสัยอยู่ดี 

“แล้วมันทำไม” พีคถาม 

 “ก็ตอนนี้อ่ะดิ คนสั่งเต็มร้าน วัตถุดิบแทบไม่เหลือ” 

“อะไรนะ!”          

 ไม่ใช่พีคที่ตกใจ แต่เป็นกรเองที่ตกใจ เขาทำซุปนี้มาเป็นปี แต่ไม่ยักจะมีใครสั่ง แทบนับคนได้เลยด้วยซ้ำ แต่พอมาวันนี้ ทำไมจู่ๆถึงได้… 

     พีคเหลือบมองกรที่ดูตกใจ ก่อนจะหันไปถามลูกน้อง เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนทำซุปที่ไม่ค่อยมีคนสั่ง “ใครเป็นคนทำซุป” 

 “จะใครซะอีกล่ะเฮีย ก็ไอ้เพลิงไงล่ะ โจทย์เฮียอ่ะ”         

  วินาทีนั้นพีครีบดันตัวผู้หญิงออก แล้วลุกขึ้นเดินลงไปข้างล่างทันที โดยมีโต้งกับกรเดินตามไปติดๆ ไม่รู้ว่าทำไมพีคถึงต้องรีบเร่งฝีเท้าลงไป ทั้งๆที่เขาแทบจะไม่สนใจงานในครัวเลย แต่คงเพราะมีชื่อของคนคนนึงที่กำลังทำให้อาหารร้านเขาได้รับความนิยม เขาเลยยอมลงไปดูด้วยตาตัวเอง   


            // น้ำหน้าอย่างไอ้เพลิงเนี่ยนะ ที่มากู้อาหารร้านกู//

             แทบไม่เชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ เมื่อมองไปรอบๆโต๊ะลูกค้า พีคก็เห็นชามแบบเดียวกันอยู่เต็มโต๊ะไปหมด พีคเดินผ่านโต๊ะแต่ละตัวอย่างสำรวจ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในครัวร้านที่อยู่ด้านหลังบาร์ พีคมองหาร่างสูงของเพลิงที่อยู่ในครัว ก่อนจะไปสะดุดกับร่างของเพลิงที่วันนี้ใส่ชุดพ่อครัวที่ดูแปลกตาออกไป กำลังก้มหน้าก้มตาทำอาหารอยู่ข้างในอย่างตั้งอกตั้งใจ จนทำให้พีคเผลอมองอย่างลืมตัว


      //นี่มันยิ้มอยู่หรือไงวะ// 

*********************************

มองเขาขนาดนั้นระวังโดนเด็กตกไม่รู้ตัวนะจ๊ะ 

ขออภัยที่ลงช้านะคะ 

อย่าพึ่งเบื่อกันนะพวกเธออออ 

ติได้ตามสบายเลยจ้าาาา

#เจ้าชิบะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น