Black Letter

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 4

คำค้น : ทำนายทายทัก...ให้รักกับมาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.6k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2558 07:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4
แบบอักษร

  “ลงมาจากรถได้แล้ว!”

  “โอ๊ยยย! มันเจ็บนะ!!”

  ทันทีที่รถมาจอดในคฤหาสน์หลังงามชนาเทพก็จับข้อมือของพิมแล้วลากลงมาจากรถทันทีโดยมีสายตาของเหล่าบอดี้การ์ดนับสิบคู่จ้องมองมาด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีอะไร นิชที่พยายามดิ้นก็ถูกธราเทพหิ้วด้วยแขนข้างเดียวของเขา

  ปล่อยผมนะ!”

  “อยู่เฉยๆ

  นิชเองก็เริ่มออกแรงขัดขืนธรามากกว่าเมื่อหลายนาทีก่อนเพราะทำใจที่จะไม่กลัวพวกนี้ได้นิดหน่อยแล้ว เขาเองก็อยากจะสู้เพื่อปกป้องตัวเองได้เหมือนกันนะ ธราเองก็ยังนึกชื่นชมอยู่ในใจว่านิชเองก็เป็นคนเข้มแข็งเหมือนกัน ใช้เวลาเพียงสั้นๆ เพื่อทำใจได้อย่างรวดเร็ว

  “ตามมานี่

  “ไม่ไป! ไม่ตาม! เข้าใจมั้ย!!”

  “ไม่เข้าใจโว้ยยย!”

  “โอ๊ย! เจ็บ!!”

  ไอ้บ้าเอ้ย! บีบแขนมาได้ แรงก็ไม่ใช่น้อยๆ ป่านนี้ข้อมือของเขาต้องแดงมากแน่ๆ ยิ่งขัดขืนไอ้หมอนี่ก็ยิ่งลากเขาแบบถูลู่ถูกังจนเจ็บระบมไปหมด อยากจะฆ่าให้ตายนัก

  ถึงแล้ว

  “ปล่อย! ฉันบอกให้ปล่อยไงวะ!!”

  “ปล่อยผมนะ ผมจะลง!”

  “หยุดดิ้นได้แล้ว

  สองพี่น้องที่ลากร่างบางสองคนเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่ปรินทรและปาณชัยกำลังนั่งคุยกันอยู่ เสียงเล็กๆ ที่โวยวายเรียกความสนใจให้กับทั้งสองได้เป็นอย่างดี เขาแทบอยากจะพุ่งหลาวไปบีบคอเหมือนให้ตายคามือ

  พิม

  “นิช

  “คุณปรินทร!”

  “คุณปาณชัย!”

  ทันทีที่ทั้งสองคนเห็นคนที่เคยช่วยตนไว้ก็รีบสะบัดตัวเองให้หลุดจากพันธนาการจากทั้งสองคนที่จับเขามาแล้วรีบวิ่งเข้าไปหลบหลังปรินทรและปาณชัย ส่วนสองพี่น้องก็ได้แต่งงงวย เพราะไม่รู้ว่าสี่คนนี้รู้จักกันมาก่อนหน้านี้

  เจ็บตรงไหนหรือเปล่า

  “ไม่ฮะ

  ปาณชัยหันไปถามคนที่หลบอยู่ข้างหลังตนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นิชสบตาเข้ากับดวงตาคมแล้วส่ายหน้า ปาณชัยดึงนิชให้มายืนข้างๆ พร้อมกับลูบไหล่เบาๆ เป็นการปลอบ ทำให้นิชอุ่นใจแล้วซบหน้าเข้ากับอกแกร่งๆ นั่น

  “พิม แล้วเธอล่ะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า

  “ที่ข้อมือครับ

  ปรินทรจับข้อมือของพิมยกขึ้นมาดูก็พบเข้ากับรอยแดงเป็นรอยนิ้วมือตามแขนพิน เขาเดินตรงเข้าไปหาชนาเทพก่อนจะโบกหัวคนที่กำลังงงหน้าแทบคว่ำ

  ฉันให้แกพาพิมและนิชมาหาพวกฉันเพราะมีเรื่องอยากคุยด้วย ไม่ใช่ให้แกทำเหมือนลักพาตัวเขามาแล้วทำรุนแรงแบบนี้

  “ก็ใครจะไปรู้วะแม่ง! แกบอกให้ฉันพามา ไอ้เราก็คิดว่า...

  “เงียบแล้วหุบปากไปเลย! มันไม่ใช่อย่างที่แกคิด

  ว่าจบปรินทรก็เดินตรงไปหาพิม ส่วนสองพี่น้องที่ไขความกระจ่างแล้วก็ไปหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวสองตัว

  คุณปรินทรให้พวกเขาพาพวกเรามาเหรอครับ

  ผมมองไปทางเขาที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าด้วยใจที่หวั่นๆ ผมกลัวเหลือเกินว่าเขาจะเป็นเหมือนมาเฟียคนอื่นๆ

  ขอโทษทีนะ ฉันแค่อยากจะคุยกับพวกเธอเรื่องพวกมาเฟียที่ไล่จับพวกเธออยู่ก็เท่านั้น เพราะช่วงนี้ไอ้ปาณมันได้ยินคนวงในพูดกันเรื่องพวกเธอสองคนก็เลยเป็นห่วงเด็กอย่างพวกเธอขึ้นมาอีกเหตุผลก็อยากครอบครองด้วยนั่นแหละ แต่ต้องใจเย็นๆ ไว้ก่อน พิมจะได้ไว้วางใจเขา

  “ครับ ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็ไม่โกรธ

  ผมตอบเขาไปแบบนั้นเพราะเขามีเหตุผลมากพอที่จะทำให้ผมไม่โกรธ ซ้ำยังรู้สึกขอบคุณที่เขายังอุตส่าห์นึกถึงพวกเราถึงเราจะเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าก็ตาม เป็นคนอื่นคงไม่มาสนใจพวกเราแบบนี้หรอก

  แล้วก็ต้องขอโทษแทนพวกนั้นด้วย เจ้าพวกนั้นมันเข้าใจผิดคิดว่าให้ฉันไปลักพาตัวพวกนายมาให้ฉันน่ะ

  “ครับ ไม่เป็นไร ถ้ามันเป็นความเข้าใจผิด

  ผมพยักหน่อย่างเข้าใจเพราะไม่อยากจะให้เรื่องมันวุ่นวาย

  เอาล่ะ นั่งก่อนสิ

  ผมกับนิชหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาตัวยาว โดยเรียงจากคุณปรินทรนั่งตรงมุมซ้าย ตามด้วยผม นิช และคุณปาณชัย

  แล้วตกลงว่ามีอะไรเหรอครับผมเริ่มเปิดประเด็น

  เข้าเรื่องเลยล่ะกัน รู้มั้ยว่าตอนนี้เรื่องของพวกเธอกำลังเป็นที่รู้จักในวงมาเฟีย พวกนั้นต้องการพวกนายสองคนมาก และอีกไม่นานก็คงจะส่งคนไปบุกบ้านพวกนายแน่

  “อะไรกัน

  ทำไมเรื่องจะต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ เขาไปทำอะไรให้ไอ้พวกนั้นกัน ทำไมจะต้องตามจองล้างจองผลาญกันด้วย อยากได้เมียทำไมไม่หาเอาตามซ่องวะ!

  “แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีล่ะฮะ

  นิชหันไปถามปาณชัย เขาทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะสบตาเข้ากับปรินทรส่งซิกกันทางสายตา

  บางทีฉันว่าเราควรจะส่งคนไปเฝ้าระวังคุ้มกันบ้านของพิมและนิชดีมั้ยปาณชัยแสร้งออกความเห็น

  “อ่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะได้ช่วยทัน ว่าแต่ที่บ้านพวกเธอสองคนรู้เรื่องนี้หรือเปล่า

  “พ่อกับแม่ผมรู้เรื่องทุกอย่างครับ ผมไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบังพ่อแม่อยู่แล้ว

  “ส่วนผม...ผมว่าถึงผมไม่บอกพ่อกับแม่ก็คงรู้เรื่องอยู่แล้วล่ะฮะ เพราะพ่อแม่พิมกับพ่อแม่ผมสนิทกัน

  ผมพยักหน้าเห็นด้วย ต่อให้นิชไม่บอกก็ต้องมีใครสักคนไปบอกพ่อแม่ของนิชอยู่แล้ว ไม่คุณแม่ก็คุณพ่อนี่แหละ จะเป็นใครไปไม่ได้หรอก

  ก็ดี เพราะบางทีมันอาจจะมีการประทะกัน เวลาได้ยินเสียงปืนพ่อกับแม่พวกเธอจะได้ไม่ต้องตกใจ

  “มันร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ

  ผมไม่คิดเลยว่าเรื่องราวมันจะร้ายแรงขนาดนี้ ถ้าขืนกับต้องเล่นกันด้วยปืนแบบนี้มันคงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว

  อื้ม ก็ครั้งที่แล้วฉันก็ช่วยพวกเธอจากไอ้เสี่ยเฉียงด้วย ถ้าครั้งนี้ฉันช่วยพวกเธอยังไงมันก็ต้องมีการปะทะกันบ้าง ถึงความจริงเราจะเป็นอริกันอยู่แล้วก็เถอะ

  พิมมีสีหน้าเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆ ที่เขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่าถ้าเจอกันอีกเขาจะต้องตอบแทนบุญคุณแท้ๆ แต่มาเจอกันอีกทีกลับกลายเป็นมาสร้างความลำบากให้พวกเขาซะนี่

  ความจริงคุณไม่จำเป็นต้องช่วยพวกเราก็ได้ ผมไม่อยากทำให้พวกคุณลำบาก

  “พวกเราไม่ได้ลำบากอะไรเลย จริงมั้ยไอ้ปาณปรินทรขอความเห็น

  “อืม

  “แต่พวกเราไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกับพวกคุณเลยนะฮะ ทำไมถึงช่วยพวกเราล่ะนิชเริ่มออกปากถามบ้างเพราะอดที่จะสงสัยไม่ได้

  ไม่ได้ข้องเกี่ยวกันอย่างงั้นเหรอ ผิดแล้ว...เรื่องนี้มันเกี่ยวเต็มๆ เลยล่ะ ก็พวกเขามีสิทธิ์ที่จะครอบครองดอกไม้สองดอกนี้นี่ เรื่องอะไรจะให้แก๊งอื่นคาบตัดหน้าไปกันล่ะ!

  “ก็เพราะพวกเราเห็นว่าพวกเธอเป็นเด็กดียังไงล่ะ

  ปาณชัยตอบแล้วจ้องมองไปยังดวงตาใสของนิชที่ไม่ได้หลบสายตาตนไปไหน ทำเอาคนตัวเล็กหน้าร้อนฉ่ารีบก้มหน้าหนีทันที เห็นท่าทีแบบนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะชมว่าน่ารัก

  เธอรู้มั้ยว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาใครเป็นคนช่วยพวกเธอไว้ปรินทรเริ่มตั้งคำถามกับพิม พิมเองก็เริ่มที่จะเอะใจแล้วว่าเขารู้เรื่องนี้ได้ยังไง ถ้าไม่ใช่...

  อย่าบอกนะว่าเป็นพวกคุณ

  “ใช่แล้ว

  ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาคอยช่วยเหลือเรามาตลอดเลยเหรอ ทำไมเราถึงไม่รู้ตัวเลย ผู้ชายคนนี้ถึงจะเป็นพวกมาเฟีย แต่ก็ไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายอะไรเลย เป็นคนดีเกินไปแล้ว

  (ต้องยกความดีความชอบให้กับกันต์ที่ทำให้พิมน้อยของเราเริ่มชื่นชมปรินทร 555+: จากคนเขียน)

  ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยจนถึงตอนนี้ พวกคุณทำให้พวกเรามากเกินไปจนไม่รู้ว่าจะตอบแทนยังไงแล้ว

  “ไม่เป็นไร ฉันแค่อยากช่วยพวกเธอเพราะฉันเองก็ไม่ชอบไอ้เสี่ยเฉียงเขียงหมูนั่นนักหรอก พอเห็นพวกเธอลำบากแล้วก็อดที่จะช่วยไม่ได้น่ะ แล้วนี่พวกมาเฟียกลุ่มอื่นรู้จักบ้านของพวกเธอกันหรือเปล่าเขาก็ถามไปอย่างนั้นแหละ เจ้าพวกนั้นไม่มีทางหาบ้านของพิมเจอหรอกเพราะกันต์เป็นคนสั่งพวกลูกน้องให้สกัดการสะกดรอยของเจ้าพวกนั้นตลอด มันคงจะยากหน่อยที่จะหาบ้านของพิมเจอ แต่ก็ชะล้าใจไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งพิมมาอยู่ใกล้เขาโดยเร็วก็จะยิ่งเป็นการดีต่อตัวพิมเอง

  ไม่ครับ พ่อของผมจะใช้เส้นทางการกลับบ้านที่ต่างกันทุกวัน ถ้ารู้ตัวว่าถูกสะกดรอยตามทันก็จะเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่นทันที

  ชายคนนั้นคงจะเป็นคนที่ฉลาดพอดู ถึงว่าลูกชายทำไมเรียนดี ได้เชื้อมาจากพ่อนี่เอง ทั้งเก่งทั้งฉลาด

  เข้าใจแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงต้องมีสักวันที่พวกมันจะต้องเจอที่อยู่ของพวกเธอแน่ ฉันแนะนำให้เธอแล้วก็ครอบครัวมาอยู่ในความดูแลของฉันดีกว่านะพิม

  “คุณหมายถึง?”

  “ให้ครอบครัวเธอมาอยู่บ้านหลังนี้น่ะ

  “อะไรนะครับ!” ผมตกใจมากจริงๆ ไม่คิดว่าเขาจะทำถึงขนาดนี้เพียงเพราะต้องการช่วยพวกเรา นี่มันมากเกินไป ผมว่าผม...

  “พิม

  “ครับ

  ปรินทรทำสีหน้าจริงจัง ไม่มีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้า สายตาที่ส่งมามีแต่ความเป็นห่วงจนพิมเองยังสัมผัสได้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ล้อเล่น เขาต้องการให้ครอบครัวของพิมมาอยู่ในความดูแลของเขาจริงๆ พอถูกเรียกชื่อด้วยน้ำสียงแบบนั้น พิมก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรอีก ได้แต่ตอบรับชื่อที่ถูกเรียก

  ขอร้องล่ะฟังฉันให้ดี ที่ฉันช่วยก็เพราะว่าอยากช่วย พวกเธอสองคนไม่ได้สร้างความยากลำบากมาให้ฉัน แต่เป็นเพราะไม่อยากให้พวกเธอไปตกอยู่น้ำมือเลวๆ ของคนพวกนั้น ตอนนี้คนพวกนั้นไม่รู้ที่อยู่บ้านพวกเธอก็จริง แต่ถ้าเกิดพวกมันรู้ขึ้นมาพวกเธอไม่กลัวว่าครอบครัวของพวกเธอจะตกอยู่ในอันตรายบ้างเหรอพอได้ฟังพิมก็นิ่งเงียบไป

  มันก็จริงอย่างที่ปรินทรพูด เขาเองก็ไม่อยากให้ครอบครัวของเขาต้องมาเจออันตรายไปด้วย งั้นแบบนี้เขาจะต้องมาอยู่ในความดูแลของปรินทรจริงๆ เหรอ

  “นิชว่าที่คุณปรินทรพูดมันก็ถูกนะพิม นิชเองก็ไม่อยากให้พ่อกับแม่มาเจอเรื่องแบบนี้เลย

  “นั่นสินะ คุณปรินทรครับ ผมเข้าใจแล้ว ยังไงก็ต้องฝากตัวด้วยนะครับ แล้วถ้ามีอะไรที่ผมพอจะทำให้ได้เพื่อเป็นการตอบแทนผมก็จะทำให้

  แน่นอน เขายินดีรับฝากอยู่แล้ว แล้วก็ไม่มีคืนด้วย หึหึ

  เธออยากจะตอบแทนอะไรฉันก็ทำไปเถอะ ฉันไม่ได้บังคับอยู่แล้ว เอาเป็นว่าเธอโทรไปบอกพ่อของเธอดีกว่าว่าฉันจะเข้าไปคุยด้วย ให้พ่อกับแม่ของนิชไปรอที่บ้านเธอด้วยก็แล้วกันนะพิม จะได้คุยทีเดียว

  “เอ่อ โทรศัพท์ของผมทิ้งเอาไว้ที่โรงเรียนกับกระเป๋านักเรียนตอนถูกพามาน่ะครับ

  “งั้นใช้โทรศัพท์บ้านฉันแทนก็ได้ ตามมาสิ

  “อ่ะ...ครับ

  ปรินทรจูงมือของพิมออกจากห้องนั่งเล่นไปโดยที่ไม่ได้ชวนนิชไปด้วยพิมเองก็หันกลับไปมองบ้าง แต่เห็นว่าปาณชัยกำลังชวนนิชคุยอยู่ก็เลยไม่ห่วงเท่าไหร่นัก เลยเดินตามแรงดึงของปรินทรไปโดยไม่ได้ใส่ใจอะไร

  ไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้านดีมั้ย เดี๋ยวฉันพาไป

  “อ่า...จะดีเหรอฮะ

  “ดีสิ

  “งั้นก็รบกวนด้วยนะฮะ

  นิชดีใจลุกขึ้นอย่างลืมตัวแต่ปาณชัยก็ไม่ได้ว่าอะไร เขากลับเอ็นดูนิชมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

  ไปสิ

  ปาณชัยใช้มือแตะหลังบางของนิชให้เดินไปพร้อมกับเขา หลังจากที่สี่คนออกไปแล้วก็เหลือทิ้งไว้เพียงสองพี่น้องที่ถูกลืม ทั้งๆ ที่ทั้งสองคนนั่งอยู่ด้วยตลอดแท้ๆ แต่ก็ไม่มีใครชวนพวกเขาคุยสักคน

  นี่พี่จู่ๆ ธราเทพก็เอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เงียบไปนาน

  “อะไร

  “เรื่องนี้พวกเราเป็นตัวประกอบเหรอ

  “คงงั้นมั้ง แต่ไม่เป็นไร ไว้ถ้าคนเขียนไม่ยอมเขียนเรื่องของพวกเราให้เป็นพระเอกเล่มต่อไป แล้วค่อยบุกไปบ้านคนเขียนที่หลังก็ยังไม่สาย หึหึ

 

  (โอ๊ยยย! เขียนแน่นอนจ้า!! ขู่กันซะขนาดนี้ไม่เขียนคงไม่ได้แล้ว!!! T^T)

 

**************************************

ไม่มีไรมาก แค่อยากบอกว่ารักคนอ่านทุกคนที่เข้ามา ตอนที่สี่แล้วนะ หวังว่าจะถูกใจใครหลายๆ คน

ปล.อย่าลืมเม้นด้วยนะจ้ะ

ไรท์จะได้เอาไปเป็นแนวทางในการแต่งบทต่อๆ ไปให้ดียิ่งๆ ขึ้น

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}