greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 31 : สามีที่ดี (100%)

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 : สามีที่ดี (100%)

คำค้น : เสี่ยวหลิว, หย่งเหวิน, ภรรยาที่ดี, ภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.3k

ความคิดเห็น : 127

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2562 23:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 : สามีที่ดี (100%)
แบบอักษร


ตอนที่ 31 : สามีที่ดี (100%)



อกเปลือยแนบชิดกับผิวกายอุ่นขยับขึ้นลงเป็นจังหวะหายใจสม่ำเสมอ ความไม่ระวังตัวเปิดโอกาสให้ผู้ที่เฝ้ามองอยู่สำรวจไปถึงไหนต่อไหน

หวังหย่งเหวินกอดกระชับคนในอ้อมแขนแน่น รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าหล่อเหลา เอื้อมไปจับปอยผมทัดข้างใบหูเล็ก เห็นมันเริ่มยาวระแก้มเนียนก็อดจะนึกถึงสีผมเก่าเจ้าตัวไม่ได้ ตอนนั้นสีดำขลับที่เหมือนขนอีกายังคงทำให้เสี่ยวหลิวดูเหมือนมนุษย์มากกว่า ทว่าในเวลานี้ สีบลอนด์ขาวเหลือบฟ้าเมื่อรวมกับใบหน้าและเรือนร่างน่าหลงใหลแล้ว เสี่ยวหลิวราวกับเป็นเทพเซียนที่ยังคงท่องเที่ยวอยู่บนดินแดนมนุษย์ และถ้าไม่เป็นเพราะรอยแดงจากการบีบขย้ำที่เอวขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงช้ำ เขาก็คงจะปักใจเชื่อไปอย่างนั้น

ทั้งสวยงามและบอบบาง

เสี่ยวหลิวคนดี รู้ไหมว่าการทำดีใส่กันแบบนี้กำลังทำให้เฮียได้ใจ ตั้งใจจะไม่เอาเปรียบเรา แต่สุดท้ายก็ห้ามไม่ได้ หวังหย่งเหวินไม่ขอโทษว่าเป็นเพราะภรรยาถึงได้ตัดสินใจลงมือ แต่จะขอโทษสันดานคนชั่วของตนที่ลบเท่าไหร่ก็คงไม่มีวันหาย

สุดท้ายก็ทำให้ดอกบัวน้อยบอบช้ำจนได้

แม้จะผ่านไปหนึ่งคืนแล้ว แต่เหตุการณ์ในห้องน้ำยังคงตราตรึงอยู่ในใจไม่ลืม มันอาจจะยากลำบากเล็กน้อยในการทำครั้งแรก แต่เมื่อคนที่โอบรัดตัวตนของเขาคุ้นชิน ทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปด้วยความสุข การร่วมรักที่ไม่มีการบังคับขืนใจ ต่างฝ่ายต่างร้องขอและได้รับการตอบรับอย่างเต็มที่ บทเรียนจากตำราบทแรกถูกทดสอบด้วยพลังทั้งหมดที่คนตัวเล็กมี แม้อยากจะขอเริ่มบทใหม่ทันทีเห็นจะต้องเป็นคราวต่อไป และแน่นอน...หวังหย่งเหวินแทบรอไม่ไหว

คว้าประคองมือข้างซ้ายเสี่ยวหลิวขึ้นมา ลูบคลึงข้อนิ้วนางปราศจากร่องรอยของการสวมใส่เครื่องประดับ

ว่างเปล่าจากพันธนาการ

นี่เองสินะที่ทำให้ผู้ชายมากมายกล้ามายุ่งกับภรรยาของเขา หวังหย่งเหวินนึกโทษตัวเองที่ทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้


‘แหวนน่ะถอดออกมา’

‘ไม่ครับ’

‘ฉันบอกให้ถอดออกมา! ’

‘แหวนนี้เป็นของหลิวแล้ว เฮียเป็นคนสวมให้หลิวเอง ยังไงหลิวก็ไม่ถอด ! ’


แหวนแต่งงานที่เขาจำใจสวมให้คนตัวเล็ก เพชรเม็ดงามซึ่งประดับอยู่บนวงทองเหลืองเป็นเพชรประจำตระกูลหวังที่สืบทอดมารุ่นต่อรุ่น ในห้องหอที่ตึงเครียด เสี่ยวหลิวกุมมือข้างที่สวมมันไว้แนบอก ไม่ยอมให้หวังหย่งเหวินพรากมันไป

เพราะหลักฐานความสัมพันธ์นี้ช่วยทำให้เสี่ยวหลิวมั่นใจ ว่าเฮียและเขาเป็นของกันและกัน

ชายหนุ่มเห็นมันนอนสะท้อนแสงวาบวับอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ตัดสินใจแอบหยิบมาด้วยตอนที่หนีมาปักกิ่ง ตอนนั้นเขาไม่คิดเลยว่าเสี่ยวหลิวจะทำยังไงเมื่อรู้ว่ามันหายไป คนตัวเล็กจะร้องไห้หนักแค่ไหน แล้วหวังไป๋ลี่แม่เขาจะกล่าวโทษเสี่ยวหลิวไหมที่ไม่รู้จักรักษาให้ดี

เขาก็แค่ทำทุกอย่างตามอำเภอใจ ไม่เคยสนความรู้สึกของเสี่ยวหลิว

คนที่อยู่ในความคิดเริ่มขยับตัว เสี่ยวหลิวลืมตาขึ้นช้า ๆ สะดุ้งยกศีรษะที่นอนหนุนแขนเขาคล้ายกับกำลังงงงวยสถานที่ จำได้ว่าหลังจากเสร็จสมเพราะคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นสมองก็คล้ายถูกกล่อมให้ร่างโอนเอน ไม่นานภาพก็มืดดับไป

ร่างกายสะอาดแถมหอมกลิ่นสบู่อาบน้ำเด็กที่ใช้ประจำ นี่คงจะเป็นเฮียที่ช่วยอาบให้อีกครั้ง เสี่ยวหลิวสบตาหวังหย่งเหวินที่นอนมองอยู่ ความทรงจำไหลบ่าเข้ามาฉากต่อฉาก ทั้งภาพและเสียงแจ่มชัด ยามเสหน้าหลบกลับพบนิ้วมือที่แปะพลาสเตอร์อย่างปรานีตบรรจง

ไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากหยักโน้มมาประทับจูบอรุณสวัสดิ์ สัมผัสนุ่มนวลต่างกับเมื่อคืนลิบลับ

“ตื่นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง”

“เป็นยังไง...หมายถึงยังไงเหรอครับ” เสี่ยวหลิวอึกอัก จะถามว่าตอนนี้เขาเป็นยังไงน่ะเหรอ หรือว่าเซ็กส์ระหว่างเขากับเฮียน่ะเป็นยังไงบ้าง? จะแบบไหนเขาก็คิดคำตอบไม่ทัน

“ตอนที่เฮียปล่อยเราให้ยืน จู่ ๆ เราก็สลบไป เหนื่อยใช่ไหม ขอโทษด้วยนะ... ถ้ายังเพลียอยู่จะหลับต่อก็ได้ แต่ว่าลุกไปทานอะไรกันก่อนแล้วจะได้ทานยาแก้ปวด เฮียให้ซิ่นเฉิงซื้อมาให้แล้ว”

คนตัวเล็กนิ่วหน้าเมื่อยันตัวขึ้น ความเจ็บและเสียดในส่วนบอบช้ำเล่นงานให้ทิ้งตัวลงบนแผ่นอกกว้างเช่นเดิม มัวแต่สำรวจร่างกายตนเองซึ่งเต็มไปด้วยรอยหลากหลายประเภท ทั้งบีบขย้ำทั้งดูดกัด ไม่ได้ฟังความเอาใจใส่ของเฮีย

หวังหย่งเหวินมองจุดที่เสี่ยวหลิวใช้มือลูบคลำ อ้อยอิ่งตามแผ่นอกที่เต็มไปด้วยรอยรักและยอดอกที่ถูกดูดเม้มจนบวมแดง ชายหนุ่มน้ำลายสอ รับรู้ถึงรสชาติหวานที่ยังติดอยู่ ณ ปลายลิ้น

ภายใต้ใบหน้าปกติ เสี่ยวหลิวคงคาดไม่ถึงว่าสามีจะนึกคิดเหมือนไอ้โรคจิตตลอดเวลา

ท้องนิ้วโป้งแตะจุดอ่อนไหวที่ขยับหนี ความปรารถนาของหวังหย่งเหวินถูกกลบด้วยความรู้สึกผิด

“เจ็บสินะ เฮียขอโทษ”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวก็หาย” เสี่ยวหลิวตอบเสียงเบา ได้พักร่างกายสักหนึ่งอาทิตย์น่าจะกลับมาปกติ เสี่ยวหลิวมองเฮียที่ยังคงเปลือยกายไม่ต่างกัน พยายามไม่ให้ถูกดึงดูดจนมองต่ำกว่าลำคอ “แล้ววันนี้ไม่ไปทำงานเหรอครับ”

“เฮียลาสามวัน จะอยู่ดูแลคนเจ็บ” หวังหย่งเหวินให้ซิ่นเฉิงไปเอาเอกสารที่โรงแรมมาแล้ว นอกเหนือจากนั้นก็มอบงานให้ผู้ช่วยหลี่จัดการแทน ผู้ช่วยหลี่เป็นคนมีความสามารถรับเงินเดือนหลักแสน เจ้าตัวย่อมบริหารงานไม่ต่างจากเขามากนัก หวังหย่งเหวินไม่ลืมกำชับหากมีเหตุเร่งด่วนก็ให้รีบโทรมา แล้วเขาจะออกไปทันที

เสี่ยวหลิวไม่ปฏิเสธว่าเขาดีใจที่เฮียให้ความสำคัญ กระนั้นรู้ดีว่าตัวเองก็ไม่ได้สำคัญไปกว่างานคนตรงหน้า “ไม่จำเป็นเลยครับ หลิวไม่ได้ลำบากอะไร ตอนนี้ก็หายเจ็บแล้วด้วย” เขาไม่อยากเป็นภาระ แผลจากคัตเตอร์ตื้นสามวันก็หาย

“หายเจ็บที่ไหน ลุกจากเตียงเองยังไม่ไหวเลย” หวังหย่งเหวินถอนหายใจมองร่างกายที่เหนื่อยล้าตรงหน้า เสี่ยวหลิวชะงัก เข้าใจว่าเฮียไม่ได้หมายถึงมือ

อาการต่าง ๆ พร้อมใจกันตอกย้ำเมื่อลองขยับตัวพิงหัวเตียงอีกรอบ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเจ็บจริง ๆ ขึ้นมาแล้วสิ

“แต่ว่าเฮียงานเยอะ”

“ไม่เยอะ”

“หลิวไม่อยากรบกวนเฮีย เป็นภรรยาไม่ควรทำสามีเสียหน้าที่-”

“ไม่ต้องพูดแล้ว เฮียบอกว่าลาก็จะไม่กลับคำ เสี่ยวหลิวเข้าใจใช่ไหมว่าความน่าเชื่อถือเฮียจะเป็นยังไง ตอนเช้าบอกไม่ไป ตอนกลางวันบอกจะไป ตารางผู้ช่วยหลี่คงต้องจัดใหม่อีกรอบ แล้วถ้าเราเกิดอุบัติเหตุตอนอยู่คนเดียวเฮียก็ต้องหยุดงานกลับมาตงเฉิงอีก เพราะฉะนั้นแบบนี้ดีแล้ว”

หวังหย่งเหวินไม่ได้ตั้งใจจะใช้น้ำเสียงดุดัน เห็นใบหน้าภรรยาเจื่อนลงก็รู้ว่าทำพลาด มือสองข้างวางลงบนไหล่เสี่ยวหลิว

“เข้าใจว่าเราเป็นห่วงเรื่องงานของเฮีย แต่เฮียก็เป็นห่วงเราเหมือนกันเสี่ยวหลิว ให้เฮียได้ทำหน้าที่สามีที่ดีบ้างเถอะนะ” เสี่ยวหลิวเสียสละเพื่อเขามามากพอแล้ว และถ้าคนอย่างหวังหย่งเหวินไม่คิดจะสำนึกเสียบ้าง แม้แต่คำว่ามนุษย์ก็คงไม่คู่ควรอีกต่อไป

เสี่ยวหลิวจำยอมพยักหน้าช้า ๆ รู้กันอยู่ว่าถ้าเฮียยืนกรานคงห้ามอะไรไม่ได้ ได้ยินเฮียพูดเบา ๆ ว่าเด็กดี ก่อนจะพยุงเขาให้นั่งพิงหัวเตียงด้วยกัน อาการสั่นทำให้อีกฝ่ายยิ่งกังวล

“ถ้าคราวหน้าไม่ไหวก็บอกกัน อย่าฝืน” หวังหย่งเหวินกล่าวต่อ “หรือไม่งั้นก็ขอให้เบาแรงหน่อย”

ถูกดึงเข้าสู่หัวข้อบสนทนาถัดไป เสี่ยวหลิวเม้มริมฝีปาก ทั้งที่บาดเจ็บแต่ก็สู้จนเกินกำลังเพราะใครล่ะ ก็เพราะใครมายั่วเขาให้อยาก ถ้าหวังหย่งเหวินว่าเขาเป็นเด็กไม่ดี อีกฝ่ายก็เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ดีเหมือนกัน ปลุกปั่นอารมณ์จนเขาควบคุมไม่ได้ ใครมันจะมีกะจิตกะใจขอให้หยุดตอนกำลังรู้สึกดีฮะ

“ก็หลิวไม่เคยทำท่านั้น” เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน “เฮียก็ไม่ค่อย ๆ สอนหลิว” รีบใช้ท่ายากตั้งแต่ครั้งแรก คิดว่าเขาเป็นอัจฉริยะรึยังไง

หวังหย่งเหวินแตะหลังมือที่แก้มสีเรื่อของภรรยา

“เฮียคิดว่าถ้าเราอ่านตำรามาแล้ว ท่ากระเรียนชมจันทร์คงไม่ยากอะไร”

สิ้นประโยคเสี่ยวหลิวพลันตัวแข็งทื่อ

เมื่อกี้เฮียว่าอะไรนะ?

ตำรา กระเรียนชมจันทร์

คนตัวเล็กกลืนน้ำลาย เอ่ยถามอย่างยากลำบาก

“เฮีย...รู้? ”

รู้ว่าเขาอ่านตำรากามสูตรตระกูลหวังใช่ไหม เสี่ยวหลิวขอให้เฮียปฏิเสธ

“อืม เฮียรู้” ก้มสบตาคนที่ทำท่าจะร้องไห้ “ไม่ต้องอาย เราเก่งมาก” อยากให้หลิวมั่นใจ ที่ทำในห้องน้ำน่ะมันสุดยอดมากจริง ๆ ก่อนหน้านี้ที่โซฟาก็ร้อนแรงสุด ๆ ถ้าเขาอายุมากกว่านี้ คงจะหัวใจวายตายไปนานแล้ว

เสี่ยวหลิวแทบอยากให้เตียงสูบตัวเองลงไปเสียเดี๋ยวนี้ จมูกเล็กแดงระเรื่อ เขาตั้งใจจะปิดบังมันไว้ตลอดชีวิต ลูกคุณหนูผู้ดีอย่างเขายอมทำแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าอยากจะให้สามีรู้ที่มาที่ไป อยากให้เฮียพอใจแค่สิ่งที่เขาปฏิบัติออกมาเท่านั้น

แต่ตอนนี้พอรู้ว่าเขาอ่านตำราน่าอาย เสี่ยวหลิวก็เหมือนไม่มีหน้าให้รักษาอีกแล้ว

“เฮียรู้ได้ยังไง”

หวังหย่งเหวินเห็นภรรยาตาแดง รีบดึงเข้ามากอด เอ่ยถามไม่เข้าใจ หลิวจะร้องทำไม

“เฮียรู้ได้ยังไง”

แต่เมื่อถูกถามซ้ำ สามีจึงเล่าออกไป “เราลืมแท็บเลตไว้ตอนที่ย้ายออกไปจากโรงแรม” เพราะหาทางติดต่อไม่ได้เลยลองเอาเบาะแสหนึ่งเดียวมาชาร์จแบตฯ คาดว่าจะเจออะไรบ้าง อยากรู้ว่าช่วงที่ผ่านมาภรรยาเป็นยังไง เขาค้นไปเรื่อย ๆ เจอข้อความที่ภรรยาคุยกับแม่สามี จากนั้นก็เป็นตำรากามสูตรที่ถูกแสกนมาในรูปแบบ .pdf

หวังหย่งเหวินเคยนึกสงสัยว่าอะไรที่ทำให้ฟู่เสี่ยวหลิวเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเคยหงุดหงิดใจเมื่อสันนิษฐานว่าคนตัวเล็กเคยไปฝึกการยั่วยวนกับผู้ชายอื่น พอเห็นหลักฐานพวกนี้แล้วก็โล่งอก บวกกับด่าตัวเองที่คิดอะไรทุเรศ หวังหย่งเหวินควรจะเป็นคนที่รู้จักเสี่ยวหลิวดีสิ เขาต้องรู้ตั้งแต่แรกว่าเสี่ยวหลิวไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง เมื่อหายโง่แล้ว หวังหย่งเหวินรู้ทันทีว่ากลับไทยไปคราวนี้จะต้องซื้อโสมจีนพันปีไปตอบแทนม๊า

เสี่ยวหลิวยังมีข้อสงสัย “แต่หลิวล็อครหัสไว้นะ”

หวังหย่งเหวินเฉลย “ตอนแรกก็ไม่รู้รหัสหรอก มั่วจนเครื่องเกือบล็อค แต่พอเห็นรูปหน้าจอที่เราตั้ง เฮียเลยเดาว่ารหัสคือวันเดือนปี”

รูป... แม้จะผ่านไปหลายเดือน แต่เสี่ยวหลิวยังจำได้ดีว่ารูปที่ตัวเองตั้งไว้คืออะไร มันคือรูปคู่วันแต่งงานของพวกเขา สามีภรรยาที่ยืนเคียงข้างกันบนเวที

ไม่เคยคาดหวังว่าจะใส่ใจ เฮียเหวิน คนที่แม้ช่างภาพจะขอให้ยิ้มจากใจก็ทำไม่ได้ คนที่ชาตินี้ยังไงก็ไม่มีวี่แววว่าอยากจะแต่งด้วยกันกลับจดจำได้ เสี่ยวหลิวรู้สึกตื้นตันขึ้นมา

“ขอโทษด้วยนะที่ใช้โดยไม่บอก” หวังหย่งเหวินรู้ว่ามันเป็นการละเมิดพื้นที่ส่วนบุคคล เขาไม่มีข้อแก้ตัว ก้มมองเสี่ยวหลิวส่ายใบหน้าที่ซุกอยู่กับไหล่ตน หวังหย่งเหวินพลาดแล้ว ตั้งใจจะไม่ทำให้อีกฝ่ายร้องไห้เพราะตัวเองอีก แต่ตอนนี้เสี่ยวหลิวกลับเสียใจเพราะเขา เขามันใช้ไม่ได้ เสี่ยวหลิวตื่นมาก็ต้องฟังคำขอโทษไปสองครั้ง

“อย่างนี้ก็คือรู้มาตลอดสินะครับ”

ตั้งแต่หาเขาเจอก็รู้มาตลอด กระนั้นกลับไม่พูดอะไร ปล่อยให้เขายั่วไปกี่ครั้ง ในใจตอนที่ฟังเขาพูดจาลามกก็คงจะยิ้มหัวเราะอยู่สินะ

ไม่รู้จะปลอบคนคิดมากด้วยวิธีไหน หวังหย่งเหวินกล่าวสิ่งที่น่าจะทำให้เสี่ยวหลิวคลายความเขินอายได้

“หลิวไม่ได้อ่านคนเดียวหรอก เฮียเองก็อ่านตำราเหมือนกัน ม๊าให้เฮียอ่านตั้งแต่สิบแปด เฮียยังไม่อายเลย”

เสี่ยวหลิวเงยหน้าประหลาดใจ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทว่าพอนึกย้อนไปถึงทักษะที่อีกฝ่ายใช้เล้าโลมจนเขาหลอมละลายหลายต่อหลายครั้งแล้วก็...

ไม่น่าล่ะ เฮียถึงเชี่ยวชาญนัก

แต่สิบแปดไม่ถือว่าเด็กเกินไปสำหรับเรื่องพวกนี้เหรอ?

“ม๊าเองก็บังคับให้เราอ่านใช่ไหม เราคงไม่เต็มใจ” บ่งบอกเลยว่าเข้าข้างเมียมากกว่าแม่

จะว่างั้นก็มีส่วนถูก แต่อันที่จริงแล้ว “ไม่ใช่หรอกครับ...ตอนที่เฮียหนีหลิวมาปักกิ่ง ม๊าเห็นหลิวเสียใจเลยให้คำแนะนำ บอกว่าถ้าหลิวอยากมัดใจเฮียทำให้เฮียรักเฮียหลง ก็ต้องศึกษาเอาวิชาในตำราไปใช้”

ชายหนุ่มจรดจมูกลงที่กลุ่มผมนุ่มลื่น หลิวพยายามเพื่อเฮียขนาดนี้เลยเหรอ หวังหย่งเหวินนึกเอ็นดูภรรยาผู้ซึ่งยอมทำทุกวิธีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งความรัก

“ถึงเราไม่ได้อ่านตำรา เฮียก็รักเรา” ชีวิตนี้เขามั่นใจว่ายังไงก็คงไปไหนไม่รอด หัวใจของเขามันเป็นของเสี่ยวหลิวโดยสมบูรณ์

“จริงเหรอครับ”

กระนั้นความรักที่เคยสับสนทิศทางทำให้คำพูดสวยหรูไม่มีน้ำหนักมากพอ เสี่ยวหลิวผู้ไม่คุ้นชินซุกร่างเปลือยเปล่าเข้ากับสามี แนบชิดจนรู้สึกถึงผิวอุ่นที่สัมผัสกัน หลาย ๆ อย่างทำให้เสี่ยวหลิวกลายเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่าย ก็เพราะเฮียเหวินเคยบอกว่าไม่ชอบเขาที่เป็นคนหัวอ่อน เขาถึงต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองขนาดนี้

“อือ ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยวหลิวแบบไหนเฮียก็รัก ไม่ต้องทำเพื่อเฮียหรอก เราเป็นตัวของตัวเองน่ะดีที่สุดแล้ว” จะเป็นเสี่ยวหลิวที่เรียบร้อยหรือร้อนแรงก็ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนใจอีกต่อไป

“ตอนนี้หลิวก็ไม่ได้ทำเพื่อเฮียสักหน่อย หลิวแค่ไม่อยากแพ้”

เสี่ยวหลิวแนบแก้มลงกับไหล่กว้าง ตอบเสียงอู้อี้ ไม่อยากเป็นฝ่ายที่ต้องร้องขอตามความต้องการ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจกลับมาใช้ตำรา

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มบาง หัวเราะในลำคอกับคำพูดที่ไม่คุ้นชินเช่นกัน แม้ในอกจะเจ็บปวดแต่ก็ดีแล้วล่ะที่ได้รู้สึก หวังหย่งเหวินจะเก็บมันไว้เพื่อเตือนใจตัวเองเสมอ ว่าครั้งนึงตนเคยได้รับความรักจากเสี่ยวหลิวมากแค่ไหน



เวลาสามวันแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่กลับรู้สึกยาวนานสำหรับทั้งสองที่เพิ่งเริ่มกลับมาพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกันใหม่ หวังหย่งเหวินช่างแสนดีเป็นสามีผู้เอาอกเอาใจ ดูแลภรรยาชนิดที่แทบไม่ให้อีกฝ่ายได้หยิบจับอะไรเอง หลิวอยากทานอันนี้ใช่ไหม เดี๋ยวเฮียป้อนให้ หลิวจะเข้าห้องน้ำใช่ไหม เดี๋ยวเฮียพาไป หลิวหนาวรึเปล่า เดี๋ยวเฮียหรี่แอร์ลง หลิวครับ ยังเจ็บอยู่สินะ มานี่มา เฮียจะทายาให้เอง...

การปรนนิบัติอย่างดีทำให้อาการเจ็บและรอยบนผิวเนียนดีขึ้นอย่างรวดเร็ว เสี่ยวหลิวไม่รู้สึกว่าช่วงล่างปวดระบมอีกแล้ว บาดแผลที่มือคงรอยไว้แต่ไม่รู้สึกเจ็บ ร่างกายกำลังฟื้นตัวไปพร้อม ๆ กับหัวใจที่เคยบอบช้ำ

มีแต่ดีขึ้น และดียิ่งขึ้นไปอีก

หัวหน้าหลี่ส่งอีเมลมาหาหวังหย่งเหวินบ่อยครั้ง ในข้อความยาวเหยียดรายงานผลแต่ละวันมีการเอ่ยเตือนให้เขาเตรียมใจ หลังจากพรุ่งนี้จะต้องรับมือกับภาระงานที่ตามมาอีกมากมาย อย่างการประชุมที่ต้องเลื่อนไปรอการตัดสินใจของผู้บริหาร เขาไม่อยู่ทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักล้าช้าไปหลายวัน

แต่หวังหย่งเหวินก็ยอมเพื่อภรรยา เพราะสำหรับตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะสำคัญกว่าหวังเสี่ยวหลิวอีกแล้ว

โอ้ ! เจ้าลูกชายมันเพิ่งจะคิดได้ หวังไป๋ลี่คงจะกล่าวประชดประชันถ้าล่วงรู้ความคิดเขาในเวลานี้

ความกดดันถูกผ่อนคลายเมื่อหันไปมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ใกล้กัน เห็นเสี่ยวหลิวที่ทำสีหน้าจริงจังกับเลคเชอร์อาจารย์ฝรั่งในหน้าจอ วันนี้คนตัวเล็กยังคงสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวติดกระดุมถึงคอ ปกปิดรอยที่เจ้าตัวบอกว่าน่าอาย ก่อนหน้านี้ก็ตำหนิเขาเสียยกใหญ่ หาว่าเขาทำเกินเลยไปมาก

เวลาเสี่ยวหลิวโวยวายน่ะน่ารัก นึกถึงภาพลูกแมวที่ปกติเป็นมิตรสิ แต่บทจะโมโหก็ไม่แพ้เสือตัวใหญ่ เขาชอบที่เสี่ยวหลิวเริ่มจะแสดงความเอาแต่ใจ มันทำให้รู้สึกว่าระยะห่างทั้งสองกำลังลดน้อยลง

“เฮีย หลิวไม่อยากดื่มแล้ว”

อย่างในเวลานี้ที่เสี่ยวหลิวไม่ชอบที่สุด คนที่นั่งพิงตัวเขาเบือนหน้าหนีแก้วใบใหญ่

กลิ่นยาสมุนไพรในนั้นลอยอบอวลชวนคลื่นไส้ เสี่ยวหลิวสงสัยนักว่าเฮียไปเฟ้นหายาจีนพวกนี้มาจากไหน ถึงจะบอกว่าดื่มแล้วร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น เสี่ยวหลิวก็คิดว่าปล่อยให้มันหายตามธรรมชาติดีกว่า

“ดื่มให้หมด” หวังหย่งเหวินใช้น้ำเสียงเข้มงวด ยายังเหลืออีกตั้งครึ่งแก้ว

“มันไม่อร่อย”

“แต่มีประโยชน์” หวานเป็นลมขมเป็นยาเคยได้ยินไหม เขาเองก็ไม่ได้อยากบังคับภรรยา แต่เพราะมันดีจึงอยากให้บำรุง ชายหนุ่มจอแก้วไปที่ปากเล็กอีกครั้ง

“เฮียครับ ไม่เอาแล้ว นะครับ”

พอดื้อไม่ได้ก็ใช้ลูกอ้อนเอนซบคนที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง ถูไถใบหน้ากับอกกว้าง ออดอ้อนเสียงหวานราวกับลูกแมวน้อย

หวังหย่งเหวินใจแทบเหลวเป็นน้ำ ใจมันสั่นไม่เหมือนความตั้งใจแรกเริ่ม “อย่างอแงสิ หลิวอายุเท่าไหร่แล้ว เพื่อตัวเราเอง อย่าให้เฮียต้องบังคับเลย” 

โคตรจะสวนทางกับสิ่งที่คิดในใจ หวังหย่งเหวินอยากบอกเหลือเกิน ไม่ต้องดื่มมันแล้วไอ้น้ำนี่ มาดื่มน้ำเฮียดีกว่า

เสี่ยวหลิวเม้มริมฝีปากช้อนตามองอย่างน่าสงสาร แต่ไหนแต่ไรหวังหย่งเหวินมักจะแพ้ลูกอ้อนนี้ หรือเพราะพอเขาโตขึ้นไม่ใช่เด็กอย่างที่เฮียว่า ก็เลยไม่ได้น่าเอ็นดูอีกต่อไป ?

“ไม่ได้เหรอ”

อย่าทำน้ำเสียงแบบนั้น

ตอนนั้นเองที่คนตัวเล็กยืดตัวขึ้นจับใบหน้าสามีให้โน้มลงมาใกล้ เป็นจุมพิตก่อนอย่างไร้เดียงสา ผลคือแก้วที่อยู๋ในมือใหญ่ถูกกำจนแทบร้าวเป็นผุยผง


“หลิว...”


“นะครับ”


แล้วคิดว่าคนอย่างเขาจะทนไหวเหรอ ?

แน่นอน อยากแค่ไหนก็ต้องทน

หวังหย่งเหวินขืนตัวออกจากกายนิ่ม เพราะรู้ดีว่าเสี่ยวหลิวเป็นยังไง คนตัวเล็กยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ถ้าได้จูบแล้วคิดว่าหวังหย่งเหวินจะหยุดอยู่แค่นั้น ? หึ มารร้ายไม่ใช่ตำแหน่งของเขาหรือไง สุดท้ายคงจบลงที่เสี่ยวหลิวต้องพักฟื้นยาวอีกหลายวัน

“เฮียจะอ่านเอกสาร ถ้าหลิวไม่อยากดื่มก็วางไว้” จับมือเสี่ยวหลิวขึ้นมาถือแก้วแทน จากนั้นก็โน้มตัวไปหยิบกระดาษปึกหนึ่งขึ้นมาสงบจิตสงบใจ

เฮียที่ไม่สนใจแถมย้ายตัวเขาลงมานั่งข้าง ๆ แทนทำเสี่ยวหลิวสิ้นหวัง สุดท้ายก็ต้องยกขึ้นดื่มจนหมด 

เด็กหนุ่มคิดบ่นในใจ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ดูเหมือนว่าตนจะไม่สามารถชนะเฮียเหวินได้สักที 

อ้อ ยกเว้นก็แต่สมรภูมิรบชื่อว่า 'เตียง' ที่น่าจะพอมีความหวังอยู่บ้าง



วันที่สี่มาถึงเร็วจนน่าใจหาย หวังหย่งเหวินไม่สามารถหยุดการเข้าโรงแรมที่เฉาหยางได้อีกแล้ว ช่วงเวลาแสนหวานกลับมาเปล่าเปลี่ยว เมื่อที่นอนข้างกายปราศจากร่างของสามีตั้งแต่เช้ามืด ไออุ่นที่หาได้จากการอิงแอบตอนกลางวันไม่มีอีกต่อไป มีแต่เสี่ยวหลิวกับบรรยากาศที่แสร้งว่าปกติ

ยังไม่ทันลืมตาสามีก็ออกไปทำงานแล้ว จะเจอหน้ากันอีกครั้งก็ในตอนเย็นหรือดึกดื่นค่ำคืน บางวันแม้แต่ตอนที่คาดหวังจะได้นอนพร้อมกัน เฮียกลับนั่งคุยโทรศัพท์กับลูกน้องต่อ วุ่นวายกับโน้ตบุ๊คตรงหน้า เดี๋ยวหยิบกระดาษมาเทียบเดี๋ยวถอนหายใจ เสี่ยวหลิวนอนรอบนเตียง รอแล้วรอเล่าเฮียเหวินก็ไม่เข้ามาสักที ผล็อยหลับไปจากนั้นสะดุ้งตื่นกลางดึกในอ้อมกอดคนที่เข้ามานอนด้วยกันตอนไหนก็ไม่ทราบ

ไม่ใช่ความผิดของเฮียเลยสักนิด เสี่ยวหลิวรับรู้ความตั้งใจที่จะเริ่มต้นใหม่ของอีกฝ่าย เขาก็แค่รู้สึกหงุดหงิดตัวเอง ที่ใจมันรักแต่ก็ยังปากแข็งวางท่าไม่เข้าเรื่อง 

‘กลับไปกับเฮียนะ ไปอยู่ที่เฉาหยางด้วยกัน’

ก็รอว่าเมื่อไหร่เฮียจะเอ่ยถามเขาอีกสักที อยากตอบตกลงจะแย่อยู่แล้ว 

ถือเป็นอีกหนึ่งคืนที่หลิวต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะอ้อมกอดเฮีย เขาพลิกตัวหันมามองหวังหย่งเหวินซึ่งนอนหายใจสม่ำเสมอ ยกมือสัมผัสแก้มอีกฝ่ายแผ่วเบาท่ามกลางความมืด

เสี่ยวหลิวกระซิบเรียก “เฮียเหวิน”

ปราศจากการตอบกลับนอกจากลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอ

คราวนี้ลองเบียดกายเข้าหา ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่รู้สึกตัวสักนิด นอนนิ่งเป็นท่อนไม้ให้น่าน้อยใจ

เสี่ยวหลิวถอนหายใจ เขาลดมือลงแล้วพลิกตัวหนีวงแขนแสนอบอุ่น ซุกใบหน้าเข้ากับผ้าห่มที่คลุมขึ้นมาถึงลำคอ เสี่ยวหลิวรีบบอกตัวเองให้ข่มตาลงก่อนความรู้สึกที่กักเก็บไว้จะปะทุขึ้นมาให้อับอาย

แม้กายมันเรียกร้องหาสัมผัสจากคนที่นอนบนเตียงเดียวกันทุกค่ำคืน แต่เห็นเฮียเหนื่อยแบบนี้ หลิวก็ไม่อยากกวน

หวังหย่งเหวินคงไม่รู้หรอก ว่าจากเหตุการณ์วันนั้น ที่ห้องน้ำในตู้กระจกแสนคับแคบ มันได้ทำให้เด็กหนุ่มผู้ที่ไม่เคยลิ้มรสชาติของการถูกรักมาก่อน...ปรารถนาจะได้ลิ้มลองอีกสักหน

เสี่ยวหลิวไม่รู้ว่าตัวเองกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ กายแข็งแรงของเฮียในชุดสูทเริ่มที่จะทำให้หน้าเขาร้อนผ่าว เสี่ยวหลิวหักห้ามสายตาตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ เมื่อตอนที่อีกฝ่ายถอดเสื้อผ้าอยู่ข้างเตียง ชายหนุ่มคงคิดว่าเขานอนไปแล้ว แต่อันที่จริงเขาน่ะกำลังแอบมอบจากมุมที่เฮียมองไม่เห็นต่างหาก

ความจริงแล้วไม่ได้มีแต่หวังหย่งเหวินหรอกที่ในหัวมักจะคิดเรื่องลามก เสี่ยวหลิวเองก็เช่นกัน

ทุกครั้งที่อาบน้ำคนเดียว เหมือนกับการทรมานตัวเองอย่างหนึ่ง เสี่ยวหลิวมักจะเหม่อลอยนึกย้อนถึงการหลอมรวมแสนแนบชิด ความร้อนแรงแสนตราตรึง และความสุขสมที่ทำให้ต้องหลั่งน้ำตา ตอนที่ลูบไล้เรือนร่างตัวเอง ในหัวเอาแต่จินตนาการถึงมือใหญ่ของสามีที่หยอกล้อกับยอดอก แก่นกายอ่อนเยาว์โดนรูดรั้งชักพาให้ และความแข็งขืนใหญ่โตที่แทรกเข้ามาในช่องทางด้านหลังอย่างเอาแต่ใจ

ท่อนลำสีเข้มใหญ่โตที่นิ้วทั้งสี่ของเสี่ยวหลิวไม่สามารถมอบความสุขได้เท่า แม้จะช่วยตัวเองจนเสร็จก็รู้สึกว่ามันยังไม่พอ ความยาวที่สอดลึกเข้าไปต่างกันลิบลับ ยังไงก็แทนกันไม่ได้

ให้ตายสิ...หลิวอยากทำแบบนั้นกับเฮียอีกจัง



ตัวสั่นสะท้านเมื่อลมหนาวจากเครื่องปรับอากาศตกกระทบผิวเปลือย เสี่ยวหลิวเผยอริมฝีปากรับสัมผัสแสนคุ้นเคยที่จู่โจมไม่ทันให้ตั้งตัว

“อืม”

แม้จะยังไม่ได้ลืมตา แต่คนที่กำลังคร่อมทับบนเตียงอยู่คือเฮียเหวินอย่างไม่ต้องสงสัย เสี่ยวหลิวจูบตอบ ส่งลิ้นเล็กไปเกี่ยวรัดอย่างกระหาย จิตใจที่เฝ้ารอมาตลอดหลายวันเบิกบานพร้อมกับแอ่นแผ่นหลังปล่อยให้ชายหนุ่มเอ็นดูยอดอกตามใจชอบ

เฮียเหวินดูจะใจร้อน อีกฝ่ายไม่รีรอที่จะส่งความใหญ่โตดันแทรกเข้ามาในคราวเดียว ร่างเล็กบิดเร้าครางลั่น ถูกทำให้เคลื่อนไหวตามจังหวะที่กระแทกกระทั้นไม่ออมแรง สะโพกลอยขึ้นจากการถูกยก มือจิกผ้าปูที่นอนแน่นเรียกชื่อสามีไม่หยุด

“เฮียเหวิน อา เฮียเหวิน”

“เสี่ยวหลิว” เสียงกระซิบเรียกใกล้ใบหูพร้อมกับถูกดูดที่ลำคอสร้างความปั่นปวนไปหมด

“ครับ อ๊ะ- เฮีย เดี๋ยว อ๊า ! ”


“เรากำลังฝันอยู่ไม่ใช่เหรอ”


เสี่ยวหลิวซึ่งขดตัวอยู่ในผ้าห่มผืนใหญ่สะดุ้งตื่นกลางความมืด ดวงตาเบิกโพลงรีบยันตัวขึ้นมองซ้ายขวา พบว่าทั้งห้องที่มืดสนิทมีเพียงตน นาฬิกาดิจิตอลบอกเวลาห้าทุ่มกว่า

เมื่อกี้นี้เป็นแค่ความฝัน ไม่มีเฮียเหวินที่แอบเข้ามากลางดึก และเสื้อผ้าของเขายังอยู่ครบถ้วน เขาหอบหายใจถี่เมื่อรับรู้ว่าช่องทางด้านหลังยังคงไขว่คว้าหาบางอย่างมาเติมเต็ม ความชื้นแฉะภายใต้กางเกงนอนขาสั้นพาให้มือเรียวต้องเลื่อนลงไปสัมผัส

เสี่ยวหลิวน้ำตาคลอเมื่อไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ที่เกิดขึ้นมากลางดึก เขาถอดกางเกงออกแล้วคุกเข่ากับฟูกนอน แนบใบหน้ากับผ้าปู บั้นท้ายยกสูงกระหายนิ้วทั้งสองทันทีที่แทรกเข้าไป

“อะ อึก...” พยายามจินตนาการว่าเป็นของที่อยู่ในความฝันอย่างที่มักทำตอนสามีไม่อยู่ห้อง แต่เหมือนกับว่าคราวนี้ร่างกายมันรู้ทัน แม้จะเพิ่มจำนวนนิ้วไปถึงสี่ กระแทกส่งสุดความสามารถก็ยังไม่ปลดปล่อยเสียที ตรงกันข้ามกลับทำให้ทรมานยิ่งกว่าเดิม

ความเจ็บหน่วงที่ท้องน้อยลามไปยังกลางกาย เสี่ยวหลิวกระสับกระส่ายมองหาสิ่งของในห้อง แต่ก็ไม่พบอะไรที่จะมาช่วยเขาในเวลานี้ได้เลย ตอนนั้นเองที่สายตาเลื่อนมาหยุดอยู่ช่องใต้ประตู แสงไฟภายนอกลอดผ่านเข้ามาบ่งบอกว่าใครบางคนกลับมาแล้ว เสี่ยวหลิวไม่คิดจะหยิบกางเกงมาสวม เขารู้ว่าตนเองต้องทำอะไร

ประตูแง้มเปิดออกช้า ๆ  คนที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตั้งนานแล้วยังคงนั่งหันหลังทำงานให้อย่างทุกที เสี่ยวหลิวไม่ส่งเสียง ค่อย ๆ ก้าวเท้าไปหา

ยิ่งระยะทางหดสั้นลงใจยิ่งเต้นแรง ถึงจะน่าอายแต่ก็ต้องหาทางหยุดไอ้อาการนี้เสียที เพราะเขาทรมานกับมันมาอาทิตย์กว่าแล้ว เด็กหนุ่มคิดหาประโยคที่จะทำให้เฮียไม่ตกใจเมื่อเขาเอ่ยปากร้องขอ

น่าผิดหวังที่เมื่อเดินมาถึงแต่กลับพบสามีกำลังนั่งกอดอกหลับตาอยู่ หวังหย่งเหวินนอนหลับทั้งที่ยังไม่ได้ปิดโน้ตบุ๊ค เหมือนกับว่าพักสายตาแล้วห้ามตัวเองไม่ได้เสียอย่างนั้น

จะปลุกดีไหมหรือยังไงดี เสี่ยวหลิวกัดริมฝีปากเครียดเมื่อคิดว่าเฮียคงจะเหนื่อยล้าเหมือนอย่างทุกวัน ถ้าปลุกขึ้นอาจจะโดนโมโหที่รบกวนเวลานอนอันน้อยนิดก็ได้ แต่จะให้ตัวเองค้างคาอยู่แบบนี้ก็ไม่ไหว


แล้ว...ถ้าเกิดว่าเขาให้เฮียช่วยโดยที่เฮียไม่ต้องตื่นล่ะ ?


สมองแสนชาญฉลาดคิดหาทางออกรวดเร็ว เสี่ยวหลิวก้าวขาอันสั่นเทาเข้าใกล้หวังหย่งเหวินมากกว่าเดิม เขาโยนศีลธรรมอันดีงามทิ้งพร้อมกับวางมือลงบนแผ่นอกกว้าง

แอบทำตอนไม่รู้สึกตัว เฮียไม่รู้ก็ว่าอะไรเขาไม่ได้ หลิวไม่มีทางเลือกเฮียต้องเข้าใจนะ นึกขออนุญาตในใจแล้วลากไล้ลงมาที่หน้าท้องแข็งแรง ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสัมผัสเข้ากับแก่นกายที่ยังคงหลับใหลนิ่งสงบ

ขนาดใหญ่โตผ่านเนื้อผ้าบางทำเอากลืนน้ำลายเหนียวลงคอ จะใส่เข้าไปได้ก็ต้องทำให้มันเร้าร่อนเสียก่อน เสี่ยวหลิวเลียริมฝีปากขยับมือลูบคลำอย่างหวาดระแวง มีหยุดชะงักบ้างเมื่อใบหน้าหล่อเหลาขยับคล้ายรำคาญ

ใช้เวลาไม่นานมันก็เริ่มจะคึกคัก เสี่ยวหลิวนั่งคุกเข่าตรงหว่างขาหวังหย่งเหวิน รีบดึงกางเกงผ้าลงมาค้างไว้ที่บั้นทายแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ปลดปล่อยแก่นกายร้อนผ่าวให้ออกมาทักทาย

คล้ายกับเด็กที่แอบย่องลงมาดื่มน้ำอัดลมในครัวกลางดึก หลงลืมไปเสียแล้วว่าคนตรงหน้าอาจจะตื่นขึ้นมาจับได้ทุกเมื่อ เสี่ยวหลิวยื่นมือทั้งสองไปกอบกุมสิ่งล่อตาล่อใจไว้ ก่อนจะค่อย ๆ เริ่มตวัดเลียที่ส่วนหัวหยักแดงเข้ม ปากเล็กห่อดูดขณะที่ตาเหลือบมองสามีเป็นระยะ

หวังหย่งเหวินขมวดคิ้วคล้ายคนฝันร้ายแต่ไม่ยักรู้สึกตัว ส่งเสียงครางอืออึงเหมือนโดนผีอำ ก็ยิ่งทำให้คนตัวเล็กได้ใจครอบครองด้วยโพรงปากอุ่น

สร้างเสียงหยาบโลนด้วยการดูดเลียอมยิ้มราวกับคนอดอยากไม่มีอะไรตกถึงท้องมานาน เด็กหนุ่มขยับโยกศีรษะปลุกเร้ามันจนมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ  เมื่อคิดว่ามันพร้อมที่จะช่วยเขาแล้ว เสี่ยวหลิวจึงก้าวขาขึ้นไปคร่อมหน้าตักกึ่งเปลือยตรงหน้าไว้

ใจเย็น ๆ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย เสี่ยวหลิวสูดลมหายใจใช้มือนึงเกาะบ่าหวังหย่งเหวิน อีกมือจับแก่นกายใหญ่ไว้ให้ตั้งตรง ค่อย ๆ ขยับบั้นท้ายถูไถกับส่วนปลายเลื่อมเป็นมัน ช่องทางขมิบอ้าเปียกแฉะเพราะน้ำของสามี

ริมฝีปากเล็กถูกกัดแน่นสกัดกั้นเสียงครางไว้ ใบหน้าหวานสะบัดเพราะอารมณ์ที่แล่นพล่านไปทั่วกาย เขาค่อย ๆ กดตัวลงไปหาสิ่งที่จะช่วยปลอบประโลมได้ช้า ๆ  ความรีบร้อนทำเอาลืมความเจ็บที่ยังไม่คุ้นชิน

รู้สึกดีมาก

เอี้ยวหลังก้มมองสิ่งที่ค่อย ๆ หายไปในตัวเองทีละนิด จากองศานี้ทำให้ช่องทางที่เตรียมพร้อมมาก่อนโอบรัดตัวตนของหวังหย่งเหวินได้มากกว่าเดิม เสี่ยวหลิวไม่รอช้าขยับกายอย่างรีบร้อน ลองยกตัวขึ้นแล้วกดลงไป ผลที่ได้คือความเสียวซ่านที่แทบปลดปล่อยออกมาในคราวเดียว

ในตอนที่กำลังกระทำสิ่งที่ไม่สมควร เสี่ยวหลิวค่อย ๆ หันมาหาสามี แต่แล้วกลับต้องตัวแข็งทื่อหน้าซีดปากสั่น เมื่อพบว่าหวังหย่งเหวินที่ควรจะนอนหลับอยู่กำลังลืมตาจ้องเขาเขม็ง

ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีเรื่อหอบหายใจอยู่ไม่ต่างกัน ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อย ๆ ขยับปากเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มพร่า 



“ทำอะไร”









-------------------------------------

(100%)

ครบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ววว วันนี้ได้อัพก่อนตีสี่ 55555555555555 ขอบคุณทุกคนที่ส่งแรงใจมาเชียร์นะคะ ดีใจมาก ๆ เลย งานเยอะมาช้าแต่มาชัววร์ ตอนนี้ไม่รู้จะพิมพ์อะไรเหมือนกัน สำหรับคนที่เล่นทวิตแล้วโหวตโพลไปคงจะคาดเดาได้ว่าตอนหน้าจะเกิดอะไรขึ้น 55555 อาจจะมีคนบอกว่าอีกแล้วเหรอ มาถี่ไปหน่อยไหม ก็ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าค่ะTT เพราะจริง ๆ นิยายเรื่องนี้เคยถูกจัดให้เป็นสายกาม 555555555 ดังนั้นสำหรับตอนนี้ถ้าอ่านแล้วมีความเห็นยังไง อย่าลืมส่งฟีดแบคเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ จะเม้นท์จะติดแทคก็ได้ แต่ถ้าได้สองอย่างเลยก็สุดยอดค่า5555 เราตามอ่านของทุกคนจริง ๆๆ  








--------------------------------------

ขออภัยที่มาอัพช้านะคะ TTTT เลื่อนตลอดไม่เคยมาตรงเวลาเลย ตอนนี้เราขอลงแค่ 50% ก่อนนะคะ เนื่องจากเราต้องรีไรท์ทั้งฉากหลังจากนี้เพราะมีการปรับเปลี่ยนให้เรื่องมันสมูทขึ้นค่ะ คิดว่าอีกสามตอนน่าจะจบแล้ว (ถ้าเราไม่มีไอเดียอะไรที่อย่างเล่ามากๆ ๆ ๆ จริงๆ) เรามีการบ้านกับธุระตลอดอาทิตย์เลยค่ะ แต่ยังไงจะรีบมาอัพต่อนะคะ ขอบคุณที่ยังรอกันเสมอ รักนักอ่านทุกคนมาก ๆ ค่ะ ถ้าอ่านแล้วมีความเห็นยังไง อย่าลืมส่งฟีดแบคเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ <3

ความคิดเห็น