เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 2

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 48.7k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 01:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 2
แบบอักษร




  ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหนและนานเท่าไร เพราะรู้สึกตัวอีกทีก็รู้แล้วว่านี่ไม่ใช่ตอนกลางคืน แสดงว่านี่คือเช้าวันใหม่ เพลิงเริ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่งหลังจากที่นอนมองอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่สักพัก ในจังหวะที่ขยับตัวเพลิงกลับรู้สึกเจ็บช่องทางหลังบวกกับร่างกายที่ถูกกระทืบก่อนหน้านี้ทำตัวตัวสั่นล้มพับลงไปอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็พยายามดันตัวเองให้ขึ้นมานั่งพิงกำแพงได้สำเร็จ 

“เฮอ..นี่กูยังไม่ตายอีกหรอวะ แล้วแม่ง ทำไมยังไม่แก้มัดหลังมือกูสักที” 

   เพลิงขยับแขนไปมาอย่างหงุดหงิด แต่ก็ล้าพอที่จะทำให้หยุดนิ่งได้ภายในไม่กี่วินาที ก่อนจะนั่งนิ่งๆแล้วพยายามใช้สมองคิดหาทางหลุดไปจากที่นี่ให้ได้ แต่อย่างแรกเลย คือเขาต้องหาทางแก้มัดไอ้เชือกบ้านี่ให้หลุดจากมือของเขาก่อน 


แกร่ก 


   เสียงประตูเปิดเข้ามาทำให้เพลิงเหลือบสายตาไปมองผู้เข้ามาใหม่ที่ไม่ใช่พีค ก่อนจะเอะใจเมื่อคนที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกน้องของพีคถือจานข้าวกับน้ำเข้ามา 

“อ่ะ นี่ของมึง” 

“ไม่ได้ตั้งใจให้กูทรมารตายหรือไง ทำไมถึงได้เอาข้าวมาให้กู” พีคถามพลางมองจานข้าวที่ถูกวางไว้ตรงหน้า 

“เฮียคงไม่ให้มึงตายง่ายๆหรอก เขายังอยากเล่นอะไรกับมึงอีกเยอะ” 

“เมื่อวานยังไม่สมใจอีกหรือไง” เพลิงพูดเสียงแข็งเมื่อเห็นว่าเจ้านายของพวกมันไม่มีท่าทีจะปล่อยเขา แต่คนตรงหน้ากับยิ้มเยาะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะทำท่าลุกเดินออกไป จนทำให้เพลิงรีบห้ามเอาไว้ “มึงจะไปไหน?” 

“ก็ไปทำงานต่อน่ะสิ ส่วนมึงก็แดกๆข้าวไป ก่อนที่เฮียกูจะกลับมา” 

“แล้วมึงจะให้กูกินยังไง มือกูถูกมัดอยู่” 

“มึงก็หาทางกินเองสิ กูไม่ใช่เบ๊มึงที่ต้องมาป้อนข้าวมึงนะ” 

“งั้นมึงก็ช่วยแก้มัดที่มือกูก่อนออกไป เพราะอยู่อย่างนี้กูไม่ได้กินข้าวแน่ๆ และถ้าเจ้านายมึงรู้ว่ากูไม่ได้กินอะไรเพราะมึง คนที่ซวยที่สุดก็คือมึง” เพลิงพูดยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ตอนนี้ในหัวเขามีแผนบางอย่างพอที่จะทำให้ตัวเองหลุดออกจากที่นี่ได้ 

“แล้วทำไมกูต้องแก้มัดมึงด้วย เดี๋ยวมึงก็หนีไปหรอก” 

“แล้วมึงคิดว่ากูมีแรงพอจะหนีมั้ยล่ะ มึงก็รู้ว่าเมื่อคืนเฮียมึงทำอะไรไว้” 

  แม้จะแอบอายอยู่บ้าง แต่วินาทีนี้เขาต้องหยิบทุกอย่างที่สามารถทำให้คนตรงหน้าเชื่อและยอมปล่อยเขาออกจากเชือกนี้ได้ ลูกน้องของพีคมีท่าทีลังเลสลับกับมองเพลิงที่นั่งพิงกำแพงหายใจเหนื่อยๆอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะพ้นลมหายใจยอมเดินกลับไปแก้เชือกให้เพลิง 

“อย่าให้รู้ว่าหลังปล่อยมึงไปแล้วเสือกหาเรื่องหนีตอนพวกกูเผลอนะ เอา! เสร็จ จะแดกก็รีบแดก กูต้องไปเฝ้าคนหน้า...” 


สวบ! 


“อ้าก!..อุ๊ป!” 

     ไม่รอให้พูดจบ เมื่อมือหลุดจากพันธนาการเพลิงก็รีบใช้มือคว้าส้อมปักเข้ากลางคอ จนคนเผลอร้องลั่น แต่ก็ได้แปปเดียวเมื่อเพลิงหยิบร้องเท้าที่ถอดไว้ก่อนหน้าจับยัดเข้าปากศัตรูเพื่อกันเสียงร้อง แล้วใช้แรงที่รวบรวมขึ้นมาทั้งหมดจับอีกฝ่ายกดพร้อมเอาเชือกที่มัดตัวเองในตอนแรกมัดอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว 

“อืออ อื๊อออ!” 

“ช่วยอยู่ตรงนี้สักพักนะ เพราะเดี๋ยวกูออกไปจากที่นี่ได้แล้ว พวกเพื่อนมึงคงแห่เข้ามาช่วยเอง อ่อ แล้วก็...ส้อมนี่กูของคืนนะ มันยังช่วยกูได้อีกเยอะในตอนนี้ 


ฟึ่บ! 


“อื๊ออออออ!” 

     เพลิงดึงส้อมออกมาจากคออีกฝ่ายที่ร้องลั่นออกมาอย่างเจ็บปวด ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปแม้ร่างกายและช่องทางรักจะเจ็บปวดสักแค่ไหน แต่เพลิงก็ไม่ยอมให้ตัวเองต้องมาตายอยู่ที่นี่ จึงใช้แรงที่มีอยู่ตอนนี้ค่อยๆพาร่างของตัวเองออกไป แต่ก่อนจะออกจากห้องนี้ เพลิงแง้มประตูใช้สายตาสำรวจรอบๆอย่างระวัง เมื่อเห็นว่าไม่ค่อยมีใครใส่ใจกับห้องที่เพลิงอยู่เท่าไร เพลิงจึงค่อยๆย่องออกมาอย่างช้าๆ แล้วเดินแอบออกมาอย่างระวัง และเมื่อเริ่มเดินใกล้ถึงทางออก เพลิงกลับหยุดตัวลงแล้วรีบหลบหลังลังไม้ที่ใหญ่พอจะบังร่างของเพลิงได้ จะไม่ให้เขารีบแอบตอนนี้ได้ไง ก็ทางออกมันมีคนคุ้นตากำลังเดินเข้ามาข้างในน่ะสิ 

“เฮีย ไปเยี่ยมคุณแก้มมาเป็นไงบ้าง” หนึ่งในลูกน้องวิ่งไปถามอย่างอยากรู้ 


        //ไอ้เวรนี่มันเป็นพี่ของแก้มจริงๆหรอวะ// เพลิงคิดเมื่อได้ยินชื่อของแก้ม 


“ยังไม่ฟื้น แล้วมันเป็นไง ตื่นหรือยัง” 

    เพลิงรีบเอามือปิดปากเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังถามถึงตนอยู่ พร้อมเขยิบขึ้นไปมองว่าพีคกำลังทำอะไรอยู่ และตรงทางเข้าพอจะมีช่องโหว่พอให้เขาวิ่งออกไปได้มั้ย เมื่อหันกลับไปมองพีคอีกทีก็เห็นพีคและลูกน้องเดินตรงไปยังห้องที่เขามา เพลิงใช้จังหวะที่ไม่มีใครสนใจทางออก รีบใช้แรงเร่งฝีเท้าออกไปข้างนอกให้ไวที่สุด และเมื่อกำลังจะก้าวพ้นออกจากประตูทางออก ก็มีเสียงเรียกไล่หลังจนเพลิงเผลอหันไป เพลิงเบิกตากว้างเมื่อเห็นลูกน้องนับสิบกำลังวิ่งตรงมาหา รวมทั้งพีคที่ยืนจ้องเขม็งมาที่เขา 


            //ฉิบหาย!!//

“ไอ้หน้าอ่อน มึงจะหนีไปไหน!” 

“รีบวิ่งตามให้ทันเร็ว มันยังเจ็บตัวอยู่ ไม่มีแรงวิ่งขนาดนั้นหรอก!” 

        ลูกน้องของพีคพากันเร่งเพื่อนให้รีบตามจับเพลิงที่ก้าวพ้นออกจากประตูไปแล้ว เพลิงที่ได้ยินลูกน้องของพีคพูดเรื่องแรงวิ่งของตัวเอง เขากลับยิ้มออกมา ถึงแม้เขาจะเจ็บตัวจนแทบจะไม่มีแรงก็เถอะ แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับนักกีฬากรีฑาอย่างเขา ที่ขาถูกฝึกวิ่งมาอย่างดี เพลิงจึงเร่งฝีเท้าและสับขาก้าวยาวๆจนทิ้งห่างบรรดาลูกน้องของพีคไปไกล จึงทำให้พวกที่ตามหลังพากันสบทกันเป็นแถว 

“เชี้ย! แม่งวิ่งไวจังวะ” 

“มันวิ่งไปได้ไม่ไกลหรอก เชื่อกู” 

“ไม่ต้อง!”

กึก 


      เสียงเข้มคำรามทำให้ลูกหน้าที่กำลังวิ่งอยู่หยุด จนทำให้เพลิงวิ่งนำโด่งไปไกล พวกลูกน้องหันมามองนายตัวเองก่อนจะเสียวสันหลังวาบเมื่อพีคกำลังยืนแสยะยิ้มจ้องไปยังเพลิงอย่างน่ากลัว ก่อนเขาจะตวัดมองลูกน้องของตัวเองโดยปรับสีหน้าเล็กน้อย 

“เฮีย ไม่ตามไปจะดีหรอ ไหนบอกว่าจะขังมันจนกว่าคุณแก้มจะฟื้นไง” ลูกน้องถาม 

“พวกมึงไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก พอดีกูได้ข้อมูลดีๆของมันมา” พีคพูดเสียงเรียบ แต่ลูกน้องคนอื่นกลับมองตามอย่างงงๆ 

“อะไรล่ะเฮีย?” 

“อีกสองเดือน มันจะต้องกลับมาหากูแน่นอน”  


            //รอบนี้กูต่อให้มึงหนีไปก่อน แต่หลังจากนี้มึงหนีจากกูไม่พ้นแน่ ไอ้เพลิง//




ทัก ทัก ทัก  


เสียงฝีเท้าวิ่งสลับกับเสียงลมหายใจที่เหนื่อยหอบของเพลิงเรียกให้คนที่อยู่ระแวกนั้นต่างพากันมองอย่างสงสัย เพราะเพลิงมีสภาพสะบักสะบอมอย่างมาก เพลิงใช้แรงทั้งหมดวิ่งมาไกลพอสมควร แม้ระหว่างทางจะวิ่งล้มหรือกึ่งวิ่งกึ่งเดินบ้าง แต่เพราะตอนนี้ไม่มีใครตามเพลิงมาแล้ว เพลิงจึงค่อยๆเดินแล้วมองหารถกลับบ้าน ต่อให้ไม่รู้เลยก็ตามว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน 

“จิส์.. เจ็บสะโพกฉิบ” เพลิงพูดพร้อมเบ๊หน้า เมื่อตัวเองเริ่มรู้สึกถึงร่างกายที่เจ็บปวดตามตัวโดยเฉพาะช่วงสะโพกที่โดนพีครุกล้ำไปเมื่อคืน เพลิงนึกแค้นและเกลียดตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้ อยากจะวิ่งให้รถชนให้รู้แล้วรู้รอด แต่ความรักตัวกลัวตายก็มีมากอยู่ จึงทำได้แค่กำหมัดแน่นแล้วถอนหายใจแรงออกมา 

“เฮ้ออ! ทำไมกูต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยวะ” 

“เอ่อ..พ่อหนุ่ม เป็นอะไรหรือเปล่า?”  

   เพลิงสะดุ้งขึ้นมาอย่างตกใจ เมื่อมีมือมาแตะบ่าด้านหลัง เพลิงรีบหันไปดูก่อนจะพบว่ามีลุงและป้าประมาณสองสามคนเดินมาคุยกับเขา เพลิงลอบถอนหายใจรู้สึกโล่ง เพราะคนพวกนี้ไม่ใช่พวกเดียวกับพวกที่หนีมา 

“นี่พ่อหนุ่มเป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรให้พวกลุงช่วยมั้ย” 

“เอ่อ..คือ..” ยังไม่ทันที่เพลิงจะพูด บรรดาลุงๆป้าๆก็แห่เข้ามาถามอย่างเป็นห่วง 

“ตายแล้วหนู สภาพเราสะบักสะบอมขนาดนี้ หนูไปโดนใครทำร้ายมาหรือเปล่าลูก” 

“ดูซิ รองเท้าก็ไม่ได้ใส่ แถมเสื้อก็ขาดลุ่ย แผลที่หน้านั่นอีก” 

“พ่อหนุ่ม ใครทำร้ายอะไรเราหรือเปล่า” 

  คนแก่ถามด้วยความเป็นห่วงจนเพลิงรู้สึกขอบคุณ แต่ส่วนลึกข้างในบางอย่างกลับสั่งไม่ให้เขาบอก อาจเป็นเพราะเขาเองก็ทำผิดเหมือนกัน ผิดจนคนเป็นพี่ชายของแก้มไม่ให้อภัยถึงขั้นตามแก้แค้นแทนน้องสาวเขาที่หลัง บางทีอาจจะเป็นเวรกรรมที่เพลิงหนีออกมาแทนที่จะรับผิดซึ่งๆหน้าก็ได้ เพลิงลอบสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะปรับสีหน้าให้ดี แล้วกล่าวขอบคุณคนที่เข้ามาเป็นห่วงเขา 

“ผมไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ แล้วก็..พวกคุณลุงพอจะรู้มั้ยครับว่าทางกลับxxx อยู่ทางไหน”  

  แม้จะเป็นห่วงเด็กหนุ่มตรงหน้า แต่เพราะเพลิงไม่ยอมบอกอะไรออกมา ทำให้บรรดาคนแก่ยอมเปลี่ยนเรื่องแล้วอาสาไปส่งเพลิงแถวป้ายรถเมล์ ก่อนจะให้เงินค่ารถกลับบ้าน เพลิงรู้สึกขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะขึ้นรถกลับบ้านด้วยร่างกายไม่สู้ดี แต่เขารอดออกมาได้ นั่นจึงทำให้เพลิงรู้สึกโล่งใจสุดๆแล้ว 


  //อย่าได้เจอกันอีกเลย ไอ้เหี้ยพีค//



********************************************* 


สองเดือนต่อมา... 


“ไอ้เพลิง เรื่องฝึกงานน่ะ มึงเอาที่ไหนนะ”  

    รูมเมทที่อยู่กับเพลิงถามขึ้นขณะเดินถือนมมานั่งบนโซฟาด้วยกันกับเพลิงที่กำลังเล่นเกมอยูู่ 

“บาร์corine(คอริน)” เพลิงพูดขณะที่ยังจดจ่ออยู่กับเกมบนจอทีวี 

“คอรินนี่แถวไหน ไกลมั้ย” เพื่อนเพลิงยังคงถามต่อ 

“ถ้านั่งบีทีเอสไปก็สักห้าป้าย ต่อรถอีก 15 นาที” 

“หรอๆ แล้วเลิกกี่โมง” 


       **///winner! ///** 


   เพลิงวางจอยลงแล้วหันไปมองหน้าเพื่อนนิ่งอย่างรู้ทัน ส่วนเพื่อนเพลิงเหมือนรู้ก็รีบหลบสายตายิ้มแห้ง ก่อนจะถูกเพลิงเอาจอยเกมเขกหัวเข้าให้จนร้องออกมา 

“โอ้ย มันเจ็บมั้ยเนี่ย หัวกูปูดขึ้นมาจะว่าไง” เพื่อนเพลิงบ่นอุ๊ป พร้อมกับเอามือลูบหัวตัวเองไปมา 

“น้อยไปสิ นี่มึงคิดจะเอาแฟนมึงมานอนนี่ใช่มั้ยไอ้ท็อป กูบอกกี่ครั้งแล้วไงถ้ายังพามาทำห้องรกกูไม่ให้มา” เพลิงว่าเสียงดุ เพราะเขายังจำได้ว่าแฟนคนล่าสุดของเพื่อนนิสัยไม่ค่อยน่าคบเท่าไร 

“เอาหน่าา กูก็บอกหนิงแล้วว่าถ้าจะมาให้ทำตัวดีๆอย่าทำห้องรก เดี๋ยวมึงจะว่าเอา” 

“ห้ามเข้าห้องกูด้วย” 

“อันนั้นก็บอก น้าาา นะ พระเพลิงคนแมน ให้กูพาแฟนมาที่ห้องเถอะ กูสัญญาเลยว่าจะไม่ให้ทำห้องรกและยุ่งวุ่นวายกับของมึงอีก กูสัญญาเลยว่าหนิงจะเป็นเด็กดี” 

 เขารู้สึกหมั่นไส้กับการที่ท็อปทำตาวิ้งค์ๆและออดอ้อนใส่เขา เพราะผู้ชายที่ผิวแทนตัวสูงอย่างมันดันมีโหมดคิตตี้เยอะจนไม่คิดว่านี่คือหนุ่มใต้ที่หน้าคมผิวเข้ม เพลิงถอนหายใจกับความแบ๊วไม่ขึ้นของเพื่อน แต่ก็อดใจอ่อนไม่ได้สำหรับความอุบาทนี้ 

“มึงรีบกลับไปเป็นหน้าเดิมเดี๋ยวนี้ ห่า อุบาทลูกตา” 

“ใช่ซี๊ กูไม่ได้หล่อขาวใสแบบมึงนี่ เชอะ” ท็อปพูดออกมาอย่างงอนๆ แม้จะแค่แกล้งเล่นก็เถอะ 

“เหอะ แค่นี่ทำงอน เออๆ จะพามาก็มา แต่ถ้าทำห้องเละกูจะเก็บเงินตามชิ้นที่มันรกเลย” 

“ห่า ทำไมงก ไม่น่ารักเลย” ท็อปดัดเสียงงอน จนทำให้เพลิงหยิบจอยทำท่าจะตีอีกรอบ แต่ท็อปก็ไวพอที่จะหลบทันแม้ว่าเพลิงจะตีลงมาไม่แรงเลยก็ตาม ก่อนจะถามต่ออีกเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องเขา “ไอ้เพลิง” 

“ว่า” เพลิงหันกลับมาเล่นเกมต่อ แต่ก็ยังตอบท็อป 

“ทำไมมึงไปทำงานที่บาร์วะ กูนึกว่ามึงจะไปทำพวกร้านอาหารไรงี้” 

“ก็มีคนส่งเมลเข้ามา บอกว่าอยากได้ตัวกูไปช่วยทำอาหารที่บาร์เพราะมีคนลาออก กูลองค้นข้อมูลก็เห็นว่าร้านนี้ดังอยู่พอตัว กูเลยไป”   

   ใช่แล้ว ตลอดช่วงที่เรียนปี 3 ในมหาลัยของเพลิงเขามีบังคับลงวิชาฝึกงานช่วงซัมเมอร์ปี3 ก่อนเปิดปี 4 ซึ่งเพลิงก็มีฝีมือพอตัวจนอาจารย์บางคนยังอยากได้ตัวไปช่วยร้านอาหารของเขา แต่เพราะตัวเลือกเยอะบวกกับมีเรื่องเครียดเข้ามา ทำให้เพลิงไม่ได้สนใจจนที่ฝึกงานที่เคยเปิดรับสมัครเต็ม แต่ก็ยังโชคดีที่จู่ๆดันมีอีเมลส่งมาหาหลังวันที่เพลิงหนีออกมาจากพีคได้ไม่กี่วัน และเพราะต้องรีบส่งเอกสารฝึกงานก่อนสอบปลายภาค เพลิงจึงรับที่นั่นมาโดยไม่ได้คิดอะไร 

“ฝึกพรุ่งนี้แล้วนี่” ท็อปพูด 

“อ่าฮะ” 

“งั้นก็โชคดีนะเพื่อน เพราะของกูฝึกปี 4 อิอิ”  

“อิอิพ่อง”  

“ทำไมหยาบคาย รับไม่ได้”  

    ท็อปพูดพร้อมทำหน้าเบะปากร้องไห้ แม้จะแค่กวนตามประสาเพื่อน แต่ก็ทำให้เพลิงยิ้มขำออกมาได้ ก่อนจะชวนท็อปเล่นเกมต่ออีกยาว ก่อนที่เวลาที่เหลือของเพลิงจะไปใช้เวลากับการฝึกงานอีกตลอดสองเดือน 


***************************************** 

วันต่อมา... 


“สวัสดีครับ ผมพระเพลิง นพวงศ์ จากมหาวิทยาลัยxxx ครับ” 

  เพลิงเดินเข้าไปทักทายพนักงานดูแลบาร์ที่กำลังยืนคุยงานก่อนร้านเปิด เมื่อเห็นว่าเพลิงทักพนักงานคนนึงจึงเลิกคุยกับอีกคนแล้วหันมามองเพลิงที่อยู่ในชุดนักศึกษา พนักงานคนนี้มีท่าทีงงเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วเหมือนจะพึ่งนึกอะไรได้ 

“อ๋อออ น้องฝึกงานนี่เอง โทษทีๆพี่ลืมไปว่าร้านเรารับเด็กฝึกงานด้วย” 

   เพลิงมองคนตรงหน้าอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากเมื่อเห็นว่าพนักงานตรงหน้าดูเป็นมิตรกว่าที่คิด เพราะเมื่อเขาหัวเราะให้ตัวเองเสร็จ เขาก็หันมายิ้มให้เพลิงก่อนจะพาเพลิงเข้าไปข้างใน 

“พี่ชื่อเมธีนะ เรียกพี่ว่าธีก็ได้ พี่เป็นพนักงานเสิร์ฟของที่นี่น่ะ ป่ะ เดี๋ยวพี่พาไปพบผู้จัดการ ..เฮ้ยไอ้ตั้ม เดี๋ยวกูมาคุยต่อ ฝากมึงดูงานไปก่อน” 

    เพลิงเดินตามธีเข้าไปข้างใน ก่อนจะสำรวจรอบๆ ร้านที่เพลิงเข้ามาภายในดูแต่งสวยและน่าดึงดูด สไตล์ร้านมีความเด็นเป็นสไตล์ชัดเจน บวกกับแสงสีที่ดูยังไงลูกค้าเข้ามาก็ต้องอินแน่ๆ โดยเฉพาะแถวโต๊ะบาร์ที่ดูน่าดึงดูดเป็นพิเศษ 

“ไง สนใจเครื่องดื่มตรงบาร์หรือไง” 

     เพลิงสะดุ้งเมื่อจู่ๆธีทักเขาขึ้นมาขณะที่สายตาของเพลิงจ้องไปที่โต๊ะบาร์และชั้นวางเครื่องดื่มด้านหลัง 

“ก็สนอยู่ครับ มันสวยดี” เพลิงตอบตามความเป็นจริง พลางนึกภาพตัวเองที่ไปทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ตรงนั้น 

“ฮะๆ ใครๆก็พูดแบบนี้ ยิ่งตอนร้านเปิดแล้วมีบาร์เทนเดอร์แสดงลีลาชงเครื่องดื่มให้ดูนะ โครตสุดยอด” ธีพูดพร้อมยกนิ้วโป้ง นั่นยิ่งทำให้เพลิงสนใจขึ้นไปใหญ่ แต่ก็ต้องหยุดความสนใจเมื่อผู้จัดการร้านเดินเข้ามา 

“อ่า พี่ดลมาพอดีเลย ผมกำลังพาน้องพระเพลิงไปหาอยู่พอดี พระเพลิง นี่พี่ณดล เป็นผู้จัดการร้านนี้” 

“สวัสดีครับ” เพลิงยกมือไหว้คนอายุเยอะกว่า  

“หวัดดีครับ เดี๋ยวพระเพลิงมากับพี่เลยนะ เดี๋ยวจะพาไปคุยงานก่อน ก่อนจะเริ่มให้ทำงานจริง” 

   เพลิงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินตามณดลเข้าไปข้างในซึ่งมีบันไดขึ้นชั้นสองที่ดูแล้วคงจะเป็นห้องส่วนตัวอย่างวีไอพี หรือไม่ก็ห้องออฟฟิตของเจ้าของร้าน ระหว่างเดินเพลิงก็เริ่มสำรวจรอบๆเหมือนเดิมและตามณดลขึ้นบันไดไป เพลิงพึ่งรู้สึกว่าร้านนี้กว้างมากเมื่อมองจากบันไดลงมา ก่อนจะเลิกมองแล้วเดินเข้าห้องไปที่ด้านในเป็นห้องออฟฟิตอย่างที่คิด 

“เดี๋ยวรอพี่อยู่ในห้องนี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่มา พี่ลืมไปว่าพี่ต้องไปเอาเอกสารที่ห้องข้างล่างก่อน” 

“โอเคครับ” 

   เพลิงพยักหน้ารับอีกทีขณะเดินเข้าไปกลางห้อง ณดลเองเมื่อเห็นว่าเพลิงไม่ได้มีท่าทีสนใจตนเองจึงปิดประตูเดินออกไปข้างนอก ปล่อยให้เพลิงรออยู่ข้างในคนเดียว โดยไม่รู้เลยว่าห้องที่ตัวเองอยู่เป็นห้องใคร  เพลิงก็ดูจะเป็นคนที่ซนอยู่พอตัว เมื่อเห็นว่าห้องนี้ไม่มีใครอยู่ เพลิงจึงเดินสำรวจรอบๆห้องออฟฟิตอย่างอยากรู้ แม้มือไม้จะไม่ได้สัมผัสอะไรก็ตาม เพราะก็มีความเกรงใจอยู่บ้างที่จะไม่แตะต้องของของใคร 

   เวลาผ่านไปนานพอสมควรหลังจากเพลิงกลับมานั่งโซฟาที่มีอยู่ในห้องทำงาน เขาไม่รู้ว่าณดลแค่ไปเอาเอกสารหรือมีธุระอย่างอื่นอีก เพราะตอนนี้เกือบ 20 นาทีแล้วที่เขายังไม่เห็นใครเข้ามาเลย จนแอบคิดว่าณดลแอบลืมเพลิงไว้ที่ห้องนี้หรือเปล่า และคิดว่าถ้ายังไม่มีใครมาอีก 5 นาทีเขาคงลุกออกไปหาแล้ว 


กึก 


   ดูท่าจะไม่ต้องลุกไปหาแล้ว เพราะเหมือนว่ามีใครบางคนกำลังเปิดประตูเข้ามา เพลิงลุกเตรียมจะไปคุยกับณดล แต่ก็ต้องหยุดชะงักพร้อมกับตาที่เบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อคนที่เข้ามากลับเป็นคนที่คุ้นหน้าและไม่อยากเจอที่สุดในโลก ร่างทั้งร่างของเพลิงแข็งราวกับหิน สีหน้าสดใสในตอนแรกเปลี่ยนสีขบฟันแน่นอย่างโกรธเคืองทันที แต่ไม่ใช่กับอีกคน ที่ยิ้มร้ายราวกับดีใจที่ได้เจอกับเพลิงอีก 

“ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะ พระ-เพลิง” เสียงเข้มที่เน้นทุกคำโดยเฉพาะชื่อเพลิง ยิ่งทวีความชัดเจนว่าคนคนนี้คือคนคนเดียวกันกับไอ้เวรนั่น 

“ไอ้เหี้ยพีค!!” 

“ไม่ต้องตะโกนขนาดนั้นก็ได้ กูรู้ว่ามึงคิดถึงกู” วาจากวนโทสะยิ่งทำให้เพลิงโมโห 

“คิดถึงเหี้ยไร! มึงเป็นใครวะ! ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้” 

“จุจุจุ อย่าหยาบคายกับเจ้านายสิมึง  นี่กูใจดีถึงขั้นลงมาสอนงานมึงเองเลยนะ”  

“เจ้านาย?” 

   เพลิงหยุดชะงักอีกรอบ เมื่อคนที่ไม่อยากเจอหน้าดันพูดเรื่องที่ตัวเองเป็นเจ้านายของเพลิง และเพราะอาการนิ่งไปของเพลิง ทำให้พีคยกยิ้มขึ้น ก่อนจะเดินเข้าหาเพลิงที่ยืนนิ่งอยู่ใกล้ๆโซฟา 

“นั่นมึงจะทำอะไร อย่าเข้ามานะ!” 

“หึหึ” 

 เพลิงรีบก้าวถอยหลังหนีพีคที่เดินตรงเข้ามาอย่างหวาดหวั่น ก่อนที่ภาพวันวานจะแล่นกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง ตลอดเวลาสองเดือนที่ผ่านมา เพลิงต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะลืมเรื่องในคืนนั้นได้ และบางครั้งก็แอบผวาที่เพื่อนผู้ชายของเขาเข้ามาโดนตัว นี่เขาพึ่งจะลืมเรื่องพวกนั้นได้ แล้วทำไมเขาต้องกลับมาเจอไอ้เวรนี่อีกด้วย 


ปึก 


“อ๊ะ” 


พรึ่บ! 

   เพราะเอาแต่ถอยหนีพีค จนทำให้ลืมไปเลยว่าด้านหลังมีโซฟากั้นทางไว้อยู่ จึงทำให้เพลิงสะดุดขาโซฟาล้มลงไปนั่งอยู่บนนั้น เพลิงตกใจที่ตัวเองพลาดท่าและรีบลุกจากโซฟาทันที แต่ก็ช้าไปเมื่อใครอีกคนมาถึงตัวของเพลิงก่อน พีคใช้มือกดไหล่เพลิงลงไปนั่งที่เดิม พร้อมใช้แขนอีกข้างยันโซฟาอีกด้านเอาไว้ไม่ให้เพลิงหนี แต่เพลิงก็ฤทธิ์เยอะพอกัน เพราะพยายามดันร่างสูงของพีคที่คร่อมปิดทางเพลิงอยู่ 

“ปล่อยกู!” เพลิงตะโกนลั่นอย่างเหลืออด 

“ปล่อย? นี่ กูพึ่งจะเจอมึงเองนะ อยู่ให้กูหายอยากก่อนสิ” พีคขยับหน้าเข้ามาใกล้เพลิง จนทำให้ลมหายใจของพีครดอยู่แถวปลายจมูกของเพลิง 

“อยากเหี้ยอะไร ปล่อยกูเดี๋ยวนี้ กูจะกลับ” เพลิงพูดเสียงเข้ม พร้อมจ้องหน้าพีคอย่างเอาเรื่อง 

“มึงจะรีบหนีกลับทำไม มึงยังไม่ทันเริ่มฝึกงานเลยด้วยซ้ำ” 

“ถ้ามีคนแบบมึงมาดูแลเรื่องฝึกงาน กูไม่ฝึกให้เสียเวลาหรอก กูรังเกียจ!” 

“งั้นมึงก็ติดเอฟวิชานี้แล้วกัน ถ้ามึงอยากไปจากที่นี่”  

   เหมือนคำขู่ของพีคจะได้ผล เมื่อเพลิงนิ่งเงียบไป ใช่ว่าพีคจะไม่รู้เลยว่าเพลิงเป็นคนตั้งใจเรียนขนาดไหน โดยเฉพาะวิชาปฎิบัติ ตลอดเวลาที่ผ่านมาพีคใช้ให้คนคอยสืบเรื่องของเพลิงอยู่ตลอด เพื่อหาวิธีไม่ให้เพลิงหนีจากเขาไปไหนได้ และบังเอิญที่ช่วงนั้นเพลิงยังหาที่ฝึกงานไม่ได้ เขาจึงใช้โอกาสนี้ดึงตัวเพลิงเข้ามาเพื่อให้อยู่ในกำมือของเขา และก็เหมือนปลาติดเบ็ดที่ตอนนี้เพลิงไม่สามารถปฎิเสธการลาออกจากการฝึกงานได้ 

“เหี้ย ทำไมกูต้องมาเจอมึงด้วยวะ” เพลิงกัดฟันพูด ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเกลียดตัวเองอีกครั้ง 

“หึ มึงหนีกูไม่พ้นหรอกไอ้เพลิง เพราะมึงยังชดใช้ในสิ่งที่มึงทำไม่่หมด” พีคพูดเสียงต่ำแต่แฝงไปด้วยอารมณ์ที่ขุ่นเคือง เพลิงรู้ได้ชัดเลยว่าตอนนี้พีคยังคงแค้นเขาที่เคยทำไม่ดีกับแก้มไว้ 

“ชดใช้เหี้ยไร กูกับมึงจบกันไปตั้งแต่วันนั้นแล้วไง! มึงจะมาแค้นเคืองอะไรกับกูนักหนาวะ ไอ้เหี้ย!” 


หมั่บ! 


“อึ่ก!” 

   มือแกร่งบีบกรามเพลิงแน่นจนเพลิงรู้สึกเจ็บ อารมณ์ขุ่นมัวเข้ามาเมื่อนึกถึงภาพน้องสาวของตัวเองที่ยังนอนเป็นผักอยู่ในโรงพยาบาล ถ้าน้องสาวเขาฟื้นไปตั้งแต่สองเดือนก่อนพีคคงไม่มายุ่งวุ่นวายกับเพลิงแน่ แต่เพราะมันผ่านมาสองเดือนแล้ว ่น้องสาวเขายังไม่ฟื้นสักที พีคจึงโกรธมากที่เพลิงยังลอยหน้าลอยตาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอยู่แบบนี้ 

“จบงั้นหรอ มึงว่าจบแล้วงั้นหรอ..” 

“อึ่ก! ไอ้พีค ปล่อย กูเจ็บ” เพลิงพยายามแกะมือพีคที่ยังคงบีบกรามของเขา และดูเหมือนยิ่งแกะพีคจะยิ่งบีบแรงขึ้น

“มึงรู้มั้ยทำไมกูถึงยังปล่อยมึงไม่ได้ ก็เพราะมึงไง..เพราะมึง น้องกูถึงยังไม่ฟื้นอยู่แบบนี้!” 

“..แก้ม แก้มยังไม่ฟื้นงั้นหรอ” เพลิงตกใจเมื่อรู้ว่าแก้มยังไม่ฟื้น 

“หึ แก้มหรอ อย่ามาสะเออะเรียกชื่อน้องกู กูไม่อนุญาติให้มึงเรียก” 

“ตอนนี้แก้มอยู่ไหน มึงบอกกูมาว่าแก้มอยู่ไหน” 

    ดูเหมือนเพลิงจะไม่ได้สนใจคำพูดของพีคสักนิด เพราะเพลิงเปลี่ยนท่าทีไปเมื่อมีแก้มเข้ามาเอี่ยว เพลิงยื่นมือไปจับคอเสื้อพีค พร้อมกับพยายามถามถึงแก้มอย่างเป็นห่วงทั้งๆที่พีคกำลังอยู่ในอารมณ์ที่โมโห และดูเหมือนเพลิงจะไปเพิ่มอารมณ์ให้พีค ทำให้พีคลุกขึ้นพร้อมกระชากแขนเพลิงให้ลุกขึ้นตามอย่างแรง 

“โอ๊ย! ทำอะไรวะ” เพลิงร้องออกมาอย่างงงๆ 

“กูจะทำสิ่งที่มึงกลัวที่สุดไงล่ะ!” 

   เพลิงเบิกตากว้างรับรู้ว่าพีคกำลังหมายถึงอะไร เพลิงจึงใช้แรงของตัวเองรีบสลัดแขนพีคออก ตอนนี้แขนเขาเป็นอิสระ ไม่โดนมัดมือเหมือนคราวที่แล้ว ทำให้เพลิงสามารถหลุดออกมาจากพีคก่อนจะรีบวิ่งไปที่ประตู แต่ทว่าประตูทางเข้ากลับถูกล็อคไว้ เพลิงหน้าเสียทันทีเมื่อเห็นว่าตัวเองหนีจากพีคไม่ได้ 

“อย่าเข้ามานะ! กูสู้นะเว้ย!” 

“กูรู้ว่ามึงสู้เป็น ไม่งั้นลูกน้องกูคงไม่โดนมึงเล่นงานหนักขนาดนั้นหรอก”  

    พีคย้ำเรื่องที่เพลิงทำร้ายลูกน้องของเขาแล้วหนีออกมา พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เพลิงเห็นท่าไม่ได้จึงตั้งการ์ดเหวี่ยงหมัดไปต่อยพีค แต่ดูทักษะของพีคจะสูงกว่าเพลิงอยู่มาก เพราะเมื่อเพลิงเหวี่ยงหมัดออกไป พีคหลบแล้วคว้าแขนของเพลิงไว้ได้ ก่อนจะจับแขนเพลิงพลิกไขว้หลังแล้วดันติดประตู 

“ทักษะมึงใช้ได้นะ แต่สู้กูไม่ได้ว่ะ” พีคพูด

“ปล่อย!” 

“กูปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่กูเอามึงเสร็จแล้วนะ” 

 เสียงกระซิบข้างหูทำให้เพลิงรู้สึกหวาดหวั่นและกลัวพีคขึ้นมา ตอนนี้ร่างกายของเพลิงถูกพีคจับล็อคทุกส่วน เหลือเพียงแขนอีกข้างที่พยายามดันตัวจากประตูออกมา แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดีเมื่อพีคกดแขนที่ถูกล็อคไว้อีกข้าง ทำให้ช่วงหัวไหล่รู้สึกเจ็บ 

“อ่ะ.ไอ้พีค กูขอร้องล่ะ..ปล่อยกูไปเถอะนะ กูขอโทษ” เพลิงร้องออกมาเสียไม่ได้ 

“กูบอกแล้วไงว่ากูปล่อยแน่” 

“แต่กูไม่ต้องการให้มึงปล่อยแบบนี้ กูขอร้องล่ะ ปล่อยกูไปเถอะ”  

“พูดมากจังวะ มานี่!” 

   พีคเหมือนจะกินน้ำอะไรบางอย่างเข้าไปในปาก ก่อนจะจับหน้าเพลิงให้หันมาหาตัวเองแล้วประกบปากลงไป เพลิงปฎิเสธรอยบดขยี้ที่กำลังประทับลงมา ทำให้พีคหงุดหงิดแล้วใช้มือที่ว่างกดเข้าไปบีบจมูกเพลิงไว้ เพลิงที่ถูกปิดทางเดินหายใจเริ่มหายใจไม่ออก จึงเผยอปากออกมาอย่างลืมตัว ซึ่งนั่นทำให้พีคส่งน้ำที่อมเอาไว้ในปาก ใส่เข้าปากเพลิงจนกลืนลงคอหมดนั่่น พีคเห็นว่าเพลิงกินน้ำที่ตัวเองส่งให้หมดแล้วจึงถอนริมฝีปากออกแล้วมองหน้าที่เหนื่อยหอบของเพลิงอย่างเจ้าเล่ห์ ส่วนเพลิงเองก็ยืนหายใจหอบพร้อมรีบโกยอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็ว

“อ่ะ กูปล่อยมึงแล้ว อยากทำอะไรก็ทำ” พีคยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะปล่อยเพลิงหลุดจากพันธนาการ 

“มึงเอาอะไรให้กูแดก!!” เพลิงตะโกนลั่น 

“หึหึ วิตามินชูกำลังมั้ง นี่กูเป็นห่วงมึงมากเลยนะ ถึงได้ยอมให้กินวิตามินก่อนทำงานน่ะ เอาล่ะ เดี๋ยวกูไปข้างนอกก่อนแปปนึง อีกสักพักคงกลับมา หวังว่ามึงคงจะพร้อม..สำหรับเรียนรู้การฝึกงานนะ คุณพระ...” 

“ไอ้เหี้ย!!” 

“ขอบคุณที่ชม กูไปล่ะ”  

  พีคยิ้มกวนประสาทก่อนจะใช้กุญแจปลดล็อคประตูออกไป ทิ้งเพลิงที่ตะโกนด่าไล่หลังถูกขังอยู่ในห้อง พีคกระตุกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดีีจากที่ตอนแรกยังหงุดหงิดอยู่ เพราะเขารู้สึกว่าการที่ได้เพลิงเข้ามา มันรู้สึกคลายเครียดได้อย่างแปลกประหลาด ทั้งๆที่เป็นแค่เด็กผู้ชายแท้ๆ


"ไอ้เหี้ยพีค! ไอ้ส้นตีน! ขอให้มึงตกบันไดตาย ไอ้สัด!"

************************************************

เขียนยาวไปมั้ย ไม่หรอกมั้ง5555

จะสงสารนางเพลิงดีมั้ยเนี่ย ที่ไปฝึกงานอยู่ดีๆได้ผัว

ฝากเป็นกำลังใจด้วยนะคะ ติชมกันได้ตามสบายเลยย

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น