Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 61 เผิงกวนอิงโกรธแล้ว

ชื่อตอน : บทที่ 61 เผิงกวนอิงโกรธแล้ว

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 277

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2562 19:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 61 เผิงกวนอิงโกรธแล้ว
แบบอักษร

        ในที่สุดจูไฉ่หงก็ไม่ได้โทรหาเผิงกวนอิง ถังซันประสานมือคารวะขอร้องเธอรัวๆ     

        "อย่าเพิ่งเลย อาหง ช่วงนี้ไป๋เหล่าซืออ่อนไหวมาก เขาระแวงเผิงเหล่าซือตั้งแต่ตอนที่จูเหล่าซือเข้าโรงพยาบาลแล้ว... ขอร้องล่ะ.... ขอร้องล่ะ แค่เรื่องไป๋เทียนจ้าว เขาก็โมโหจะแย่แล้ว ขืนมีเผิงเหล่าซือโผล่เข้ามาอีก เขาปรอทแตกแน่ๆ เธอไม่รู้หรอกว่าเวลาเขา...... เฮ้อ เอาเป็นว่า พี่ขอร้อง นะ..."    จูไฉ่หงจำต้องเปลี่ยนใจ เก็บโทรศัพท์    

        "ถึงฉันจะไม่โทรไป เดี๋ยวเขาก็รู้อยู่ดี..." 

        ใช่ เผิงกวนอิงมักจะรู้เรื่องของจูอี้หลงเสมอ จูไฉ่หงคิดว่าน่าจะเป็นจูเหล่าซือเองที่บอกเขา เวลามีเรื่องอะไรที่จูเหล่าซือคิดไม่ตก แก้ไม่ได้ เขาก็มักจะโทรศัพท์หาเผิงกวนอิงเสมอ พี่หลินแอบเรียกเผิงเหล่าซือลับหลังว่า โดรา ก็ โดราเอม่อนไง พอโนบิตะเรียก โดราเอม่อนก็จะโผล่มาทันทีเหมือนเนรมิตพร้อมค้อปเต้อร์ไม้ไผ่และกระเป๋าสี่มิติ

        เป็นจางฟงที่โทรหาเผิงกวนอิง หลังจากเขาส่งไป๋อวี่เข้าห้องพัก เขาเองก็กลับเข้าห้องที่เขาพักกับพี่เหลียงคนขับรถ พอเห็นว่าพี่เหลียงยังไม่ขึ้นมา จางฟงก็หยิบโทรศัพท์มาโทรหาเผิงกวนอิง     

        ที่จริงเขาอยากจะโทรหาตั้งแต่เมื่อวาน แต่ตัวเขาเองก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เลยได้แต่โทรบอกเลขาหลี่เรื่องไป๋อวี่บาดเจ็บเท่านั้น    

        "เผิงเกอ" จางฟงเอ่ยทักเมื่อเผิงกวนอิงรับโทรศัพท์    

        "โชคดี... พี่เพิ่งลงเครื่องเมื่อกี้นี้เอง มีอะไรหรือเปล่า..."    

        "ไป๋เหล่าซือไปเจอจูเหล่าซือมาน่ะ" จางฟงรายงาน เผิงกวนอิงเงียบไปชั่วอึดใจ    

        "เมื่อไหร่" เขาถาม    

        "เมื่อวานแล้ว ตอนกลางวัน... ผมขอโทษ ที่ไม่ได้รีบโทรมา ผมยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาไปเจอจูเหล่าซือ ... คือพวกเรานั่งกินข้าวเที่ยงกันที่ร้านอาหารใต้ถุนโรงแรม ไป๋เหล่าซือขึ้นไปกินบนห้องในโรงแรม ... เราก็มักจะทำอย่างนี้เป็นปกติอยู่แล้วอ่ะพี่..." จางฟงอธิบายยืดยาว     

        "แล้ว?"     

        "พี่ซันโทรมาเรียกให้เราเอารถไปรับเขาทางด้านข้าง ที่เป็นบันไดทางลงฉุกเฉิน เท้าเขาพลิก ต้องเอาไปโรงพยาบาล" เผิงกวนอิงยังนิ่งเงียบ ฟังจางฟงเล่าอยู่    

        "ผมพอจะปะติดปะต่อได้ทีหลัง ว่าเขานัดจูเหล่าซือไว้ คงกะจะกินข้าวพูดคุยกันมั้ง แต่ผลออกมาว่าไป๋อวี่ตกบันได ดูเหมือนก่อนหน้านั้นเขาจะทำร้ายจูเหล่าซือด้วย" จางฟงหยุดพูด รอฟังว่าเผิงกวนอิงจะว่ายังไง แต่กลับมีแต่ความเงียบอยู่อึดใจใหญ่ ก่อนเผิงกวนอิงจะเอ่ยขอบใจแล้ววางหูไป    


        เผิงกวนอิงต่อสู้กับความรู้สึกอยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาจูอี้หลง ในที่สุดเขาก็เก็บโทรศัพท์ยัดลงกระเป๋าใบเล็กที่เขาสะพายไว้ ถ้ามีเรื่องคับใจแก้ไขไม่ได้จริงๆ จูอี้หลงก็จะโทรศัพท์หาเขาเอง เขาคิดว่าเรื่องระหว่างจูอี้หลงกับไป๋อวี่ เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ เขาไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยก่อน จนกว่าจูอี้หลงจะยอมให้เขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

        "มีคนโทรศัพท์มารายงานนายเรื่องของจูเหล่าซืออีกล่ะสิ พี่เตือนนายแล้วนะ อย่าไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่นจนเสียงานของตัวเอง คราวก่อนที่นายเที่ยวได้ไปวิ่งโร่ ตอนที่จูเหล่าซือเข้าโรงพยาบาล เราต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับงานถ่ายแบบนิตยสารไปตั้งเท่าไร ยังดีว่าเขาไม่ถึงกับคัดชื่อนายออก เอาคนอื่นมาถ่ายแทน เขาแค่ขยับตารางการถ่ายแบบออกไป แล้วให้เราจ่ายค่าเสียหายเท่านั้น" ผู้จัดการร่างบางแต่พลังงานเหลือเฟือของเผิงกวนอิงรีบดักทางไว้ก่อนเมื่อเห็นเขาทำหน้าคิดหนักหลังจากรับโทรศัพท์    

        "พอเถอะ ผมรู้ว่าผมทำอะไรอยู่ จูเหล่าซือเป็นเพื่อนสนิทของผม เขาเข้าโรงพยาบาล จะไม่ให้ผมใส่ใจได้ยังไง" เผิงกวนอิงแสดงสีหน้าไม่พอใจ    

        "ไปเยี่ยมก็ส่วนไปเยี่ยม แต่นี่นายเล่นไปเฝ้าเขาอยู่เป็นวันๆ นายเป็นญาติเขาหรือยังไง เขาก็มีพ่อแม่มีน้องชายอยู่ไม่ใช่เหรอ"     

        ที่ผู้จัดการพูดมามันถูกต้องทุกอย่าง เผิงกวนอิงถอนหายใจ แต่เขาก็ทิ้งจูเหมยลี่ไม่ได้ เจ้านั่นมีนิสัยถือดีแบบเงียบๆ ไม่หลังชนฝาเจียนตายจริงๆ ก็ไม่มีวันร้องหาความช่วยเหลือจากใครแน่ๆ     

        นับแต่คบกันมา แทบจะไม่มีสักครั้งที่จูอี้หลงเอ่ยปากก่อน เป็นเขาที่สังเกตเห็นว่ามังกรตัวนี้กำลังจะทนไม่ไหว แล้วเขาจึงรีบก้าวเข้าไป ยื่นมือเข้าช่วยประคับประคอง     

        จูอี้หลงเป็นคนประเภทดื้อเงียบ เห็นเขาอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างนั้น แต่หากเขาไม่เห็นด้วย เขาก็จะพูดคุยชี้แจงเอาจนได้หรืออย่างน้อยก็พบกันครึ่งทาง แต่ก็มีหลายครั้งที่อีกฝ่ายหนึ่งสามารถใช้เหตุใช้ผลพูดจนเขาเห็นด้วยจนได้ และมีอยู่น้อยครั้งที่เขาจะไม่ได้ดั่งใจหรือตกลงกันไม่ได้ หากเป็นอย่างนั้น จูอี้หลงก็จะดื้อเงียบ แล้วยังคงทำตามที่ตัวเองคิดอยู่ดี จะมีก็แต่เผิงกวนอิงกระมังที่พอจะข่มเขามังกรตัวนี้ลงให้มันยอมทำในเรื่องที่มันไม่อยากทำได้ แต่เขาก็ไม่เคยข่มเหงน้ำใจให้เพื่อนต้องทำอะไรที่ฝืนต่อมโนธรรมตัวเองเลย 


        ตอนที่เผิงกวนอิงสังเกตเห็นว่าไป๋อวี่ได้ค่อยๆเข้ามามีอิทธิพลต่อความคิดของจูอี้หลง เขาเองก็เริ่มไม่พอใจนัก เห็นจูอี้หลงยอมโอนอ่อนผ่อนตามไป๋อวี่อยู่หลายครั้ง ถึงแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อย แต่ก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด เหมือนความสำคัญของตนเองในสายตาของเพื่อนนั้นลดลง     

        ต่อเมื่อถ่ายทำและบันทึกเสียงเจิ้นหุนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเห็นจูอี้หลงกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เขาโล่งใจ ...ที่แท้ ก็เป็นจ้าวอวิ๋นหลานสินะ ที่นายใส่ใจ ไม่ใช่ไป๋อวี่    

        แต่เผิงกวนอิงก็โล่งใจอยู่ไม่ได้นาน เมื่อไป๋อวี่เริ่มคืบคลานเข้ามาสู่วงจรชีวิตของจูอี้หลง เขาไม่ได้รังเกียจนักแสดงรุ่นน้องผู้มากความสามารถรายนี้เลย แต่มันอาจจะเป็นความสังหรณ์ที่เกิดขี้นลึกๆ ที่ไหนซักที่ในตัวเขา ที่บอกว่า ไป๋อวี่อันตรายสำหรับจูอี้หลง     

        เผิงกวนอิงมองเห็นเหมือนไฟเหลืองที่เตือนให้หยุด จูอี้หลงเองก็ดูเหมือนจะเห็นเหมือนกัน เขาถึงได้หยุด แล้วยังใส่เกียร์ถอยหลัง ถอยปราดออกมา แต่ไป๋อวี่ก็ไม่ยอมหยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขาฝ่าไฟเหลืองตามมา ตอนนี้ เขายอมฝ่าแม้ไฟแเดง ดูแล้ว เขาคงยอมฝ่าทุกด่าน ไม่ว่าจะป้ายห้ามเลี้ยวห้ามผ่านห้ามเข้าเขตทหารอันตรายไฟฟ้าแรงสูงหน้าผา 

        ไป๋อวี่คงไม่ถอยแล้ว... ต่อให้เป็นเหว เขาก็คงจะสไลด์ตัวลงไปเหมือนเห็นมันเป็นแค่สไลเดอร์

        เรื่องส่วนตัวมากๆอย่างเรื่องของไป๋อวี่นี่ ที่ผ่านๆมา เผิงกวนอิงคิดว่าปล่อยให้จูอี้หลงจัดการเรื่องของเขาเองจะดีกว่า .... แต่นี่อะไร ถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันอย่างนั้นเหรอ ... เขาไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างจูอี้หลงจะยอมให้ไป๋อวี่ทำร้ายเขาได้ง่ายๆ อย่างน้อยก็น่าจะเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย.... เผิงกวนอิงจึงหักห้ามใจตนเองไว้ ว่าอย่ายุ่งเลยจะดีกว่า...    

        เขาอดทนอยู่ได้สองสามวัน แล้วก็มีเจ้าคลิปหลุดนั่น... ไป๋อวี่กับแฟนสาว... น่าหัวร่อ เผิงกวนอิงหัวเราะจริงๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสมเพช  แต่เขาก็ยังอดทนได้อยู่ ...ถ้าจูอี้หลงทนได้ .... คนนอกอย่างเขาจะว่าอะไรได้

        แต่ความอดทนของเผิงกวนอิงทลายลง เมื่อเขาเห็นรูปที่แฟนคลับพยายามซูมพยายามขยาย เมื่อมองเห็นร่องรอยคล้ายแผลบริเวณเหนือข้อมือของจูอี้หลง หลายคนว่าจูอี้หลงมีอาการแพ้เป็นผื่น บางคนว่าเขาเป็นลมพิษ บางคนว่าเขาบาดเจ็บจากการถ่ายทำ    

        รอยผื่นรอยแผลจากอาการแพ้หรืออาการลมพิษของจูอี้หลง เขาเคยเห็นมาแล้ว สองมือนี้เคยช่วยใส่ยาทายามาก็หลายครั้ง .... แต่นี้มัน... เห็นชัดๆว่าเป็นรอยแผลติดเชื้อจนอักเสบที่เริ่มสมานตัวไปบ้างแล้ว ....     

        เผิงกวนอิงโกรธแล้ว....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}