เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 1

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 58.8k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 01:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 1
แบบอักษร




“ขออนุญาติครับเชฟ ผมเอาอาหารมาเสิร์ฟครับ” 

   เสียงเรียกทักของเพลิง เรียกให้คนที่นั่งเช็คคะแนนอยู่บนโต๊ะในคาบวิชาทำอาหารต้องเงยหน้าขึ้น คนเป็นเชฟยิ้มให้ลูกศิษย์อย่างเป็นมิตร ก่อนจะผายมือเชิญให้เพลิงพรีเซ้นต์อาหารให้เขาฟัง 

“เชิญครับคุณพระเพลิง วันนี้คุณทำอะไรมาส่งผมล่ะ” 

      เพลิงยิ้มรับ ก่อนจะเสิร์ฟอาหารวางบนโต๊ะและตอบกลับคนเป็นอาจารย์อย่างมั่นใจ  

“Beef Bourguignon ครับ” 

“หืม? ทำไมวันนี้คุณทำอาหารมาง่ายจัง ผมว่าคุณน่าจะทำที่มันดีกว่านี้นะ” เชฟเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย บอกกับคนเป็นลูกศิษย์ว่าเพลิงทำได้ดีกว่านี้ เพลิงเองก็รู้ดีเรื่องฝีมือที่เป็นเลิศของตัวเอง แต่ช่วงนี้เขาคงจะมีเรื่องโฟกัสผิดจุดไปหน่อย ทำให้การทำอาหารวันนี้ดูธรรมดาสำหรับเขาและเชฟ แต่มันก็ไม่ได้ธรรมดามากถึงขั้นที่จะยอมลดคะแนนตัวเองหรอกนะ 

“ผมว่าเชฟลองชิมก่อนเถอะครับ ยิ่งร้อนๆ เนื้อของมันจะยิ่งนุ่มอร่อย”  

     เชฟเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ กลับหยิบมีดและส้อมมาตัดชิ้นเนื้อที่เพียงมีดกดลงไปก็สามารถรับรู้ได้ถึงความนุ่มและกลิ่นซอสที่หอมหวาน เพียงแค่คำแรกที่กินเข้าไป สีหน้าและท่าทางของเชฟก็สร้างความพึงพอใจให้เพลิงได้แล้วว่ารอบนี้เขาก็ทำสำเร็จอีกตามเคย ก่อนเพลิงจะเริ่มอธิบายเคล็ดลับของส่วนผสมที่ใส่ลงไป 

“จานนี้ผมใส่น้ำผึ้งลงไปครับ ผมใช้น้ำผึ้งหมักกับเนื้อก่อนจะลงตุ๋นสัก1-2 นาที แล้วใส่มันปรุงต่อตอนมันกำลังเดือดได้ที่ครับ ผมคิดว่าโปรตีสของน้ำผึ้งจะไปสลายโปรตีนในเนื้อให้มันนุ่ม ผมเลยหยิบมันมาเป็นส่วนผสมตัวช่วย”  

“คุณนี่ทำให้ผมแปลกใจเหมือนเดิมเลยนะ ขอบคุณสำหรับอาหารครับ คุณผ่านแล้ว กลับบ้านได้” 

     เพลิงยิ้มรับ แล้วเดินกลับไปจัดการโต๊ะและอุปกรณ์ครัว ก่อนจะเดินกลับไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดนักศึกษาปกติแล้วเดินออกมาจากตึกคณะ 

    นี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์หลังเกิดอุบัติเหตุรุนแรงในวันนั้น วันนั้นเพลิงพาแก้มไปส่งโรงพยาบาลถึงมือหมอและเฝ้ารอแก้มจนหมอออกมา แก้มอาการหนักมากและต้องพักในไอซียู เพลิงรู้สึกผิดและเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด เขาอยากจะดูแลให้มากกว่านี้ แต่ก็กลัวความผิดของตัวเองเกินกว่าจะสู้หน้าแก้มได้ เขาจึงใช้โทรศัพท์ของแก้มโทรหากราฟคนที่เป็นแฟนแก้มคนล่าสุด ก่อนจะรีบเดินออกไปจากโรงพยาบาลเพื่อไม่ให้กราฟมาเจอเขา และหลังจากวันนั้นเพลิงก็ไม่เคยโพล่หน้ามาเยี่ยมแก้มอีกเลย  

“เชี้ย กูทำแบบนี้ถูกมั้ยวะ?” 

     เพลิงเดินพึมพำคิดอยู่คนเดียวระหว่างทางในมอ สีหน้าไม่ได้แสดงความเครียดออกมามากนัก เขายังตีหน้านิ่งปกติเหมือนกับทุกที แต่เพราะเป็นคนหล่อคนนึง การแสดงสีหน้าอะไรออกมา ผู้หญิงที่เห็นแต่ละครั้งก็พาแอบมองและกรี๊ดเบาๆเมื่อยามได้เห็นหน้าเพลิง เพลิงไม่ได้มีตำแหน่งอย่างพวกเดือนมหาลัยที่คนส่วนใหญ่มักจะกรี๊ดมากกว่า แต่เพราะเพลิงเป็นนักกีฬา ทำให้ใครต่อใครต่างก็รู้จักไม่แพ้คนพวกนั้น  

    เพลิงไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างมากนัก เพราะกำลังใช้ความคิดที่ตีกันยุ่งอยู่ในหัว เขาใช้เวลาคิดนานพอสมควร จนไม่รู้ว่าตัวเองเดินออกจากมอมาตั้งแต่เมื่อไร เพราะรถเขาก็จอดอยู่ด้านใน เพลิงคิดว่าตัวเองคงอาการหนักแล้ว เลยสลัดความคิดและรีบหันหลังกลับเพื่อจะไปเอารถในมอ แต่ในจังหวะที่หันกลับไป ตัวก็ไปกระแทกกับใครบางคนเข้าอย่างจัง 


ปึ่ก! 


“โอ๊ย” เพลิงร้องตกใจ 

“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ คุณเป็นไรหรือเปล่า” อีกฝ่ายรีบถามกลับ 

“ไม่ ขอตัว” เพลิงรีบตอบปัด เตรียมที่จะเดินหนีอีกฝ่ายเพื่อกลับไปที่มอ แต่ว่า... 


หมั่บ 


“เดี๋ยวก่อนครับ” 

“เฮ้ย อะไรของคุณเนี่ย” 

      เพลิงรีบหันมาอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆคนที่ชนเมื่อกี้ดันมาคว้าแขนเขาเอาไว้ เพลิงสลัดมือที่เกาะกุมแขนเอาไว้หวังจะเป็นอิสระ แต่ว่าคนตรงหน้ากลับแรงเยอะกว่า เพราะสลัดเท่าไรก็ไม่หลุดสักที 

“มึงคงเป็นพระเพลิงสินะ” 

 เสียงเรียกชื่อพร้อมกับการเรียกที่เปลี่ยนออกไป ทำให้เพลิงสะอึกหยุดชะงัก พลางมองคนตรงหน้าไม่ไว้วางใจ แล้วพยายามดึงแขนให้หลุดพ้นออกมาให้ได้ 

“มึงรู้จักชื่อกูได้ไง” เพลิงถามอย่างหัวเสีย 

“ไม่เห็นจะยาก ก็จากแฟนน้องสาวกูไงล่ะ” 

“น้องสาว? น้องสาวเหี้ยอะไรมึง” เพลิงเริ่มหน้าเสียพลางพูดเสียงเครียด ภาวนาไม่ให้เป็นอย่างที่เขาคิด 

“หึ จะใครซะอีกล่ะ ก็แก้มไง ..น้องสาวกูที่ถูกมึงลักพาตัวไปน่ะ!” 

     เสียงเข้มพร้อมแววตาวาวโรจน์ รีบให้เพลิงกระชากแขนออกอย่างสุดแรง ก่อนจะรีบหันหลังหนี แต่ดูเหมือนจะช้าไปเพราะพี่ชายของแก้มคว้าแขนเพลิงให้หัน ก่อนจะใช้หมัดลุ้นๆอัดเข้าท้อง จนเพลิงถึงกับทรุดลงไปนั่งพร้อมน้ำตาที่ปริ่มออกมาด้วยความเจ็บ 

“แค่ก! มึงจะทำเหี้ยไร...อุ๊ป!” 

     ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกมือหน้าเอาผ้าเช็ดหน้าเข้ามาโปะหน้าอย่างจัง ก่อนที่ร่างของเพลิงจะอ่อนแรงและหลับลงไป คนข้างตัวเห็นว่าเพลิงสลบไปแล้ว เขาจึงโทรให้ลูกน้องที่จอดรถอยู่ไม่ไกลมารับ ก่อนจะแบกร่างเพลิงขึ้นรถ แล้วพาไปยังสถานที่ของตน 

“ออกรถ” 

“ครับเฮีย” 

.............................................. 



“อึ่ก..”  

 ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไรกว่าคนที่ถูกมัดกับเก้าอี้จะตื่นขึ้น เพลิงสะลืมสะลือเล็กน้อยด้วยความเพลียจากฤทธิ์ยาสลบ ก่อนจะปรับสายตาให้มองได้ชัดขึ้น และเมื่อเริ่มมีสติเพลิงทำท่าจะลุกอย่างลืมตัว ก่อนจะตกใจแล้วรีบก้มไปดูตัวเองที่ตัวถูกผูกติดกับเก้าอี้เอาไว้ แม้แต่ข้อมือก็ถูกมัดไว้ด้านหลัง เพลิงเงยหน้าหันไปมองรอบๆอย่างตื่นกลัวเพราะที่ๆเขาอยู่ตอนนี้เหมือนกับโกดังเก่าๆที่ไม่ค่อยมีคนได้ใช้  

     เพลิงพยายามขยับตัวไปมาหวังจะหลุดจากพันธนาการ แม้ตัวที่สีกับเชือกและเก้าอี้จะทำให้เขาเริ่มเจ็บก็ตาม  

“ตื่นแล้วสินะ”  

    เสียงทุ่มต่ำของใครบางคนเรียกให้เพลิงสะดุ้งแล้วหันไปหาผู้มาใหม่ทันที เมื่อเขาเริ่มเดินเข้ามาเรื่อยๆ สีหน้าเพลิงก็วาวโรจน์ขึ้นมาทันที เพราะเขาจำหน้าได้ว่าไอ้หมอนี่เป็นใคร 

“มึงจับกูมาทำไม!?” เพลิงตะโกนถามเสียงเข้ม แต่คนฟังกลับแสยะยิ้มขึ้นมา 

“หึ แล้วคิดว่ากูจับมึงมาทำไมล่ะ” เจ้าของเสียงเดินเข้ามาหาเพลิงใกล้ตัว ก่อนจะตบแก้มเบาๆพลางยิ้มเยาะอย่างร้ายๆออกมา “มึงจำเรื่องที่กูพูดก่อนหน้านี้ไม่ได้หรือไง หรือต้องให้กูทวนความจำมึงอีกที” 

   ไม่ต้องทวนใหม่ให้รู้เรื่องอีกรอบ เมื่อเพลิงพอจะจำได้แล้วว่าตัวเองโดนจับมาทำไม เพลิงสีหน้าซีดเผือดทันทีเมื่อนึกได้ ใช่ เรื่องน้องสาวของคนๆนี้ ไอ้หมอนี่คงจะเข้ามาจัดการเขาแทนน้องสาวแน่ๆ 

“มึงจะทำอะไรกู!” เพลิงถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น 

“แล้วมึงทำอะไรไว้กับน้องกูล่ะ! ..เฮ้ย! ไปแก้เชือกมันออกมาเดี๋ยวนี้!”  

     เขาหันไปตะโกนบอกลูกน้องเสียงเข้ม จนลูกน้องที่อยู่ใกล้ตัวพากันไปแก้มัดที่ตัวเพลิงออก เหลือไว้แค่เชือกมัดข้อมือเท่านั้นที่ยังถูกมัดไขว้หลังเอาไว้  ลูกน้องสองคนดึงตัวเพลิงให้ลุกขึ้นก่อนจะดันร่างลงไปกับพื้นตรงหน้าเจ้านายของตน 


ปึ่ก! 


     เพลิงสีหน้าเบี้ยวเมื่อถูกพลักล้มลงไปกระแทกกับพื้น ก่อนจะยันตัวขึ้นมานั่งชันเขาแล้วมองต่ำลงอย่างไม่กล้าสบตาคนคนนั้น แต่เพราะเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมมอง ทำให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเพลิงกลับเหวี่ยงเท้าเตะเข้าที่หน้าอย่างรุนแรง จนร่างของเพลิงหงายหลังล้มลงไปกับพื้น  


พลั่ก! 


     เสียงเตะของคนตรงหน้าหนักและดังพอที่คนได้ยินจะตกใจ แต่บรรดาลูกน้องของเขาพอจะรู้อยู่แล้วว่าเวลาเจ้านายเขาโกรธมักจะเป็นยังไง เสียงกระทืบดังตุบตับพร้อมหมัดที่กระชากผมของคนที่พื้นขึ้นมาต่อยไม่ยั้ง ลูกน้องที่อยู่มองก่อนหน้านี้เริ่มปรับสีหน้าเหยเกพร้อมกับบางคนที่เริ่มหันหนี ร่างสูงและขาวของเพลิงที่ถูกกระทืบอยู่ตอนนี้ถูกอาบไปด้วยเลือดที่ปากแตกกับคิ้วแตก ทำให้สภาพไม่น่าดูเท่าไรสำหรับมือใหม่ที่เข้ามาทำงานกับเจ้านายของพวกเขา แต่คนที่อยู่ก่อนกลับดูนิ่งราวกับเป็นเรื่องปกติ และดูเหมือนเจ้านายพวกเขาจะเหนื่อยกับการกระทืบคนตรงหน้า ทำให้ทุกอย่างหยุดลง เหลือเพียงร่างของเพลิงที่นอนหมดสภาพอย่างสาหัส 

“หึ! อย่าคิดว่ากูจะจบแค่นี้นะไอ้เพลิง เพราะล็อตที่สองกำลังจะตามมา” 

“อึ่ก! แค่ก.. มึงกะเอากูให้ตายเลยใช่มั้ย!” เพลิงพูดพร้อมถมเลือดออกจากปาก 

“กูไม่กล้าพอที่จะทำคนตายแบบมึงหรอกนะ แต่กูจะกระทืบจนกว่าไอซียูจะช่วยมึงไม่ได้ หึ จะตายไม่ตาย  มันก็ขึ้นอยู่กับมึง”  

“ไอ้เหี้ย! โอ๊ย!” 

  เพลิงด่าก่อนจะร้องลั่นเมื่อคนตรงหน้าก้มลงมากระชากเส้นผมให้เขาเงยหน้าขึ้นมา เพลิงจ้องกลับสายตาที่ดุดันของคนตรงหน้าอย่างโกรธเคือง ก่อนจะถุยน้ำลายปนเลือดใส่คนตรงหน้า จนฝ่ามือหน้าๆของอีกคนตบเข้าหน้าเพลิงจนล้มลงไปอีกรอบ 


ผัวะ! 


“กวนส้นตีนนะไอ้สัด อยากโดนกระทืบอีกรอบเร็วๆใช่มั้ย ได้ เดี๋ยวกูจัดให้!” 

  เขาจับกระชากคอเสื้อเพลิงขึ้นมาจนกระดุมขาดออกจากกัน ทำให้ผิวเนียนที่อยู่ใต้ร่มผ้าของชุดนักศึกษาเผยออกมาอย่างเห็นได้ชัด คนที่เตรียมจะตบเพลิงอีกรอบเหลือบไปมองเนื้อในพลางนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนจะแสยะยิ้มจนทำให้เพลิงมีอาการหวั่นขึ้นมา 

“ผิวมึงใช่ได้นี่”  

“มองเหี้ยอะไรสัด ยิ้มเหี้ยอะไร!” 

“ปากยังดีอยู่นะมึงเนี่ย ดี งั้นไปช่วยร้องต่อในห้องด้านในหน่อยแล้วกัน” 

   ไม่รู้ว่าเพลิงตีความหมายผิดไปหรือเปล่า แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะนึกสนุกร้ายอะไรขึ้นมา เพราะเขาสั่งให้คนเอาถังน้ำเทสาดใส่เขาก่อนจะลากไปที่ห้องแปลกๆเหมือนกับห้องออฟฟิศเก่า เพลิงมีท่าทีขัดขืนเล็กน้อยเพราะด้วยแรงตอนนี้ยังช้ำจากการโดนกระทืบอยู่ ตัวเพลิงเริ่มใจสั่นรู้สึกไม่ดีเมื่อเข้ามาด้านใน พลางหันไปมองอีกคนที่เดินตามเข้ามา ก่อนคนคนนั้นจะสั่งให้ลูกน้องออกไปจากห้องนี้ให้หมด เหลือเพียงเพลิงกับเขาเท่านั้น 

“เป็นเหี้ยอะไร คิดว่ากูจะเปลี่ยนใจฆ่ามึงหมกห้องนี้หรอวะ” 

“มึงพากูมาที่นี่ทำไม!” 

“ไม่เอาหน่า กูอุตส่าใจดีไม่กระทืบมึงแล้วนะเนี่ย เห็นหน้ามึงช้ำซะขนาดนั้น กูเห็นล่ะสงสาร” 

  เพลิงไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคิดจะทำอะไร เพราะจู่ๆเขาก็เปลี่ยนอารมณ์จากตอนแรก แถมยังพูดด้วยน้ำเสียงดูสนุก แต่เพลิงกลับไม่สนุกด้วยเพราะมือยังถูกมัดอยู่ แถมร่างกายยังบอบช้ำบวกกับเริ่มแสบแผลที่ถูกน้ำสาดใส่ และเพลิงต้องผงะอย่างตกใจ เมื่อคนตรงหน้าถอดเสื้อออกก่อนจะปาลงพื้น เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าไอ้เรื่องสนุกของคนตรงหน้าคืออะไร แต่เพลิงใช้แรงที่มีทั้งหมดรีบก้าววิ่งออกไปให้พ้นจากในนี้ เขาไม่คิดว่าการที่เขาอยู่ต่อจะเป็นเรื่องที่ดีแน่ๆ 


หมั่บ 


        ช้าไป เพราะมือแกร่งของอีกคนคว้าแขนเพลิงไว้ได้ก่อนที่จะถึงประตู 


“จะหนีไปไหน มานี่!” 

“โอ๊ย!” 

    แรงเหวี่ยงของอีกฝ่าย ทำให้ร่างของเพลิงปลิวล้มคว้ำตัวไปยังโต๊ะทำงานเก่าๆ แต่ดูเหมือนจะพึ่งมีการทำสะอาดออกไปเมื่อไม่นานมานี้ เพลิงทำท่าจะพลิกตัวกลับไป แต่กลับถูกอีกคนจับหัวกดลงไปแนบกับโต๊ะเสียก่อน  

“ปล่อยกู! ปล่อยกูเดี๋ยวนี้!” 

“อย่าดิ้นสิวะ เดี๋ยวมึงก็เจ็บแผลหรอก” เขาตอบเสียงเรียบ 

“กูไม่สน ปล่อยกูไปเดี๋ยวนี้! ไอ้เหี้ย! อ๊ะ..อึ่ก มึงจับเหี้ยอะไรของมึงห๊ะ” 

     เพลิงเริ่มหน้าเสียบวกกับเสียงที่เริ่มสั่น เมื่ออีกคนใช้มือเข้าไปจับกลางกายที่ซ่อนอยู่ภายในร่มผ้า พร้อมกับบีบเค้นไปมา จนทำให้เพลิงรีบกันฟันแน่นเมื่อตัวเองเกิดความร้อนรุ่มในอก และยิ่งทำให้เพลิงตกใจเข้าไปอีก เมื่อมือที่บีบเค้นเลื่อนมาปลดตะขอกางเกงพร้อมกับชั้นในให้หลุดลงมากองที่ข้อเท้า เพลิงรับรู้ถึงความโล่งจากชั้นล่าง และรู้สึกเสียวสันหลังเมื่อเริ่มรับรู้ได้แล้วว่าตัวเองกำลังจะโดนทำอะไร 

“ไม่เอา!!” เพลิงตะโกนลั่น แต่ไม่ใช่กับเขาที่เห็นปฎิกิริยาของเพลิงกลับรู้สึกยิ่งชอบใจ 

“แต่กูจะเอา ผิวดีขนาดนี้กล้าคิดจะไปเป็นรุกคนอื่นนะมึง” เขาพูดพลางใช้สายตาโลมเลียสำรวจผิวสวยของเพลิง 

“แต่กูไม่ใช่เกย์! มึงจะเกย์มึงก็ไปเอากับเกย์สิวะ ให้กระทืบกูยังดีกว่าที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้!” 

“กูก็ไม่ใช่เกย์ แต่ตัวมึงเสือกน่าเอา เพราะงั้น มึงจะโทษกูไม่ได้หรอกนะ โทษตัวมึงเองนู่น” 

“น่าเอาเหี้ยไร! อ๊ะ..อ่ะ ไอ้เหี้ย..ปล่อย..” 

     เสียงเพลิงเริ่มกระเส่าและตัวสั่นเทา เมื่อนิ้วของอีกคนเริ่มแหย่เข้าไปในช่องทางหลังของเพลิงพร้อมใช้เท้าเตะขาทั้งสองข้างให้แยกออกเพื่อที่เขาจะได้ใส่แท่งร้อนของตัวเองได้สะดวก เมื่อคิดว่าใช้นิ้วทำให้อีกฝ่ายเริ่มเปิดช่องทางได้แล้ว เขาจึงใช้แท่งร้อนที่ขยับรูดเองก่อนหน้านี้จ่อเข้าไปทางช่องทางหลังเตรียมดันเข้าไปข้างใน เพลิงพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายก็กดหัวเพลิงแน่นอย่างอารมณ์เสีย 

“ปล่อย ฮึ่ก..ขอร้องล่ะ อย่าทำอะไรกูเลย” เพลิงร้องห้ามออกมาเสียไม่ได้ เขาไม่ใช่เกย์และเขาก็กลัวสิ่งที่อีกคนกำลังทำกับเขา 

“หึ ไม่ต้องกลัวหรอก เพราะต่อให้มึงร้องอ้อนวอนออกมาขนาดไหน มึงก็ต้องรับสิ่งที่กูกำลังมอบให้มึงอยู่ดี”   

“ไม่ กูไม่เอา!” 

“เสียใจด้วย แต่กูจะเอาว่ะ” 

    เพลิงกัดฟันแน่นเมื่อเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังเข้ามา ตอนนี้เขาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรอีกแล้ว นอกจากยอมรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น 


ฟุบ


“โอ๊ยยยย! เจ็บ! อ๊ะ..” 

“ซี๊ดด แน่นดีนี่หว่า” 

       อีกฝ่ายใช้แท่งร้อนดันเข้าไป เพียงแค่ส่วนหัวเริ่มเข้าไปก็รับรู้ได้ถึงช่องทางหลังที่กำลังตอดรัดร่างกายของเขาจนเผลอที่จะครางออกมาอย่างเสียไม่ได้ แต่เพราะเพลิงเกร็งและไม่ยอมให้เขาเข้าไปจนสุด ทำให้เขาต้องกระชากผมเพลิงให้เงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะกดริมฝีปากของตัวเองเข้าไปหาอีกฝ่าย เพลิงพยายามหลีกหนี แต่ลิ้นร้อนๆที่แทรกเข้ามาทำให้เพลิงไม่สามารถหลุดไปได้ ลิ้นร้อนๆตวัดไปมาราวกับดูดกลืนร่างคนตรงหน้าจนเพลิงเริ่มเคลิ้มและคลายตัวออกมาอย่างเสียไม่ได้ เมื่อเห็นว่าเพลิงมีทางทีที่อ่อนลง เขาจึงรีบกระแทกตัวเข้าไป ทำให้เพลิงหลุดร้องลั่นออกมาอย่างเจ็บปวด 

“อ้ากกก! เจ็บบ!” 

“หึ เจ็บสิดี แล้วก็จำเอาใส่กระโหลกไว้ด้วยล่ะ ว่าคนที่มอบการเป็นผัวให้มึงคนนี้ มันชื่อ’ พีค ‘” 

   พีคพูดกระซิบเข้าข้างหูเพลิง ก่อนจะขยับสะโพกแรงโดยไม่สนอีกฝ่ายว่าจะเป็นยังไง เพลิงนิ่งกัดริมฝีปากแน่นอย่างโกรธแค้น ต่อให้อีกฝ่ายกระแทกเขาเจ็บขนาดไหน แต่วินาทีนี้เขาไม่มีอารมณ์ร่วมหรืออะไรทั้งนั้น 

"กัดปากทำเหี้ยไร ร้องออกมาซะ" พีคพูดเสียงเข้มสั่งให้เพลิงคลายปากที่กัดอยู่ออก

"อึ่ก.." 

     ความรู้สึกหงุดหงิดแล่นเข้ามาในหัว เมื่อเพลิงไม่ยอมคลายปากตัวเองออก แต่ยังคงกัดเอาไว้ มันยิ่งทำให้ปากที่แตกเป็นแผลเลือดไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน พีคปลายต่ออย่างหงุดหงิด ก่อนจะยื่นมือไปบีบกลามเพลิงแน่น หวังว่าอีกฝ่ายจะเจ็บแล้วยอมคลายปากออกมา แต่เพลิงก็ยังเหมือนเดิม เขากลัวเสียงของตัวเองจะเล็ดลอดออกไปราวกับว่าตัวเองยอมรับสิ่งที่พีคกำลังมอบให้อยู่ ซึ่งเขารับไม่ได้ ตอนนี้เพลิงก็เกลียดตัวเองพอทนแล้ว ถ้าร้องออกไปเขาคงคิดสั้นจนทำอะไรเกินตัวแน่ๆ

"ถ้ามึงไม่ร้อง งั้นกูก็จะเอามึงจนกว่าจะร้องนั้นแหละ" พีคพูดขู่

"อึ่ก! กู..ไม่..ร้อง.." พีคพูดกัดฟันแน่นพร้อมกับมองตาขวางใส่พีคอย่างโกรธแค้น แต่พีคกลับแสยะยิ้มออกมาเมื่อคนตรงหน้ากำลังอวดดีกับเขาอยู่

"หึ ดี กูจะบอกไว้เลยนะว่ากูอึดกว่าที่มึงคิด กูจะคอยดูเลยว่ามึงจะทนได้สักเท่าไหร่"

"นี่..มึง.."

"ยันหว่างกูก็ทำได้นะ"

        แม้จะไม่รู้ว่าพูดขู่หรือพูดจริง แต่ดูเหมือนค่ำคืนนี้คนอย่างพีคคงเอาต่ออีกยาวแน่ๆ และเพลิงก็แน่วแน่พอที่จะยึดมั่นตัวเองเอาไว้ ระหว่างที่ตัวเองถูกกระทำเพลิงคิดแต่ภาวนาขอให้เรื่องทุกอย่างมันจบให้เร็วที่สุดสักที ต่อให้ไม่รู้เลยว่าบทรักข้างหน้าจะทำให้ตัวเองนอนล้มพับลงไปขณะที่มีอะไรกันกับพีคอยู่

*******************************************************

หูยยย เพลิงไม่ได้เลือดออกนะ นางแค่กินลาบเลือด (โดนถีบ)

ฝากเป็นกำลังใจด้วยนะคะ ติชมกันได้

#เจ้าชิบะ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น