banoffypie

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

☾ 5 : แพนตี้สีแดงร้อนแรงดั่งไฟเยอร์

ชื่อตอน : ☾ 5 : แพนตี้สีแดงร้อนแรงดั่งไฟเยอร์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 506

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 20:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
☾ 5 : แพนตี้สีแดงร้อนแรงดั่งไฟเยอร์
แบบอักษร

☾ 5 : แพนตี้สีแดงร้อนแรงดั่งไฟเยอร์

อยากได้ก็มาถอดไปสิ

“ได้หรือครับ”

“อือ พูดจริงๆ คิดว่าฉันล้อเล่นหรือไง” ดวงตากลมสีน้ำตาลเข้มหรี่มอง ฝ่ามือของเขาเลื่อนไปยังแผงอกแน่นหนั่นของอีกฝ่าย “มัวรออะไรอยู่ล่ะ?”

“ผม ผม ผมไม่กล้า” ภาคินนิ่งอึ้ง ก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้ “ผมนอนดีกว่า” ชมจันทร์มองเด็กหนุ่มที่หันหลังนอนก้นโด่งใส่ เขาเบิกตาโพลง ตกใจกับปฏิกิริยาอีกฝ่าย

เดี๋ยวนะ นายกล้าปฏิเสธฉันได้ไง*!*

เขาทิ้งตัวลงด้านหลัง สอดมือเรียวที่เอวสอบของเด็กหนุ่ม ริมฝีปากจิ้มลิ้มคลอเคลียอยู่แถวใบหูของภาคินที่กำลังหลับตาปี๋ ชมจันทร์แอบถลึงตาใส่.. เห็นเขาเป็นผีหรือไง ไอ้เด็กคนนี้!

“คิน.. เราไม่เคยนอนเตียงเดียวกันเลยนะ ไหนนายบอกว่าเราเป็นแฟนกันไง”

“ก็ใช่ พี่เป็นแฟนผม..” เขาหมุนตัวกลับไปประจันหน้ากับคนตัวเล็กที่กำลังนอนพลิกตัวหันมาหาเขา เขานึกเกลียดเสื้อที่อีกฝ่ายใส่ตอนนี้เหลือเกิน มันหลวมเสียจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน ทั้งยอดอกสีอ่อนเรื่อยลงไปยังหน้าท้องเรียบเนียน.. ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นลามทั่วทั้งใบหน้า เขาเม้มปากแน่น “เพราะพี่เป็นแฟนผม ผมถึงต้องทะนุถนอม”

“ไม่ใช่ว่าทำไม่เป็นหรือไง?”

“ก็..ด้วย” เขาตอบอึกอัก ไม่กล้ามองคนตัวเล็กที่กำลังยิ้มหวานให้ เขาต้องฝันไปแน่ๆ ชมจันทร์ไม่มีทางหยอกเย้าเขาด้วยสายตาและน้ำเสียงเชิญชวนแบบนี้เด็ดขาด

“สอนให้เอาไหม?”

“พี่จะสอนผม?” ภาคินถามเสียงดัง เขานึกว่าตัวเองหูฝาดเสียอีก “จริงหรือครับ?” เขาตื่นตะลึงไปเล็กน้อย เขาเองไม่ใช่ว่าไม่รู้เรื่องซะเมื่อไหร่ แค่ไม่เคยมีสัมพันธ์ทางกายกับใคร เลยไม่มีความมั่นใจโดยเฉพาะอีกฝ่ายเป็นคนที่เขาแอบชอบมานานแล้ว

“ใช่ พูดจริง สอนฟรีไม่คิดเงิน” เขายกยิ้ม เอื้อมมือแตะลากไล้ไปตามแผงอกหนั่นแน่น แม้จะมีเสื้อยืดขวางกั้นแต่เขาก็รับรู้ได้ถึงอุณหภูมิร้อนผ่าวตามผิวที่ถูกสัมผัส ภาคินเลิ่กลั่กก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย เขาเขินจนตัวแทบระเบิดอยู่แล้ว คนตัวเล็กลุกขึ้นถอดเสื้อยืดออก เขามุดตัวเข้าในผ้านวม

“ผมต้องทำยังไงบ้าง”

“เปิดใจ” ชมจันทร์มีเพียงแพนตี้ตัวเล็กติดตัวอยู่เท่านั้น ภาคินเบือนหน้าไปทางอื่นด้วยท่าทางกระอั่กกระอ่วน เขายกมือไม้ขึ้นเหนือหัว ไม่รู้จะวางตรงไหนดี จนคนตัวเล็กหัวเราะคิกคัก “นึกว่าจะแน่ที่แท้ก็ไก่อ่อน”

“ใช่ ผมมันไก่อ่อน แต่เป็นกับคนที่ชอบเท่านั้นแหละ” เขาพูด มองสบตาคนตัวเล็ก

“....”

“รอกระต่ายใจอ่อน”

“อืม ใจอ่อนแล้ว”

“จริงหรือครับ พี่พูดจริงๆหรือ?” เขาหันไปพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าปกติ คนตัวเล็กหรี่ตามองก่อนก่อนจะเบือนหน้าหนี เสียงตอบรับแผ่วเบาทำเอาเขาที่รอฟังอยู่ ใจเต้นโครมครามเหมือนจะระเบิด

“อือ”

“จริงๆนะ”

“จะให้พูดหลายรอบทำไมเนี่ย ก็บอกใจอ่อนแล้ว!” เขาตีไหล่อีกฝ่ายไม่แรงนัก เพราะมันเขี้ยวเหลือเกิน ยังไม่ทันจะได้ชักมือกลับเด็กหนุ่มตัวโตก็รวบเขาขึ้นอุ้ม “เห้ย คินปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ”

“ผมกลับห้องแล้วดีกว่า อยู่ห้องคนอื่นแบบนี้ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่”

“โอ๊ย ไอ้เด็กบ้า”

“ใส่เสื้อก่อนนะครับ” เขาวางคนตัวเล็กลงก่อนจะคว้าเสื้อยืดสวมให้อีกฝ่าย “แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย เมื่อกี๊ผมไม่รู้จะมองตรงไหนดี”

“ไม่กล้ามอง?”

เขิน..

“ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างนายจะเขินเป็นด้วย” เขาบอก คนตัวโตรีบโบกมือเป็นพัลวัน

“ผมก็คนนะครับ เจอคนที่ชอบอยู่ต่อหน้าแบบนี้ เขินไปหมดแล้ว”

“เลิกพูดมาก จะกลับห้องไหม”

“กลับครับ” เขาเห็นอีกฝ่ายยิ้มแป้นก็อยากจะทุบสักที ยังไม่ทันได้เก็บของอะไรตัวเขาก็ถูกอุ้มจนปลิววืดอีกรอบ “ผมอุ้มเอง เดี๋ยวพี่หายไปไหนอีก”

“ไม่หายไปไหนแล้วจริงๆ” จู่ๆก็ถูกอุ้มอยู่ในอ้อมกอดของใครสักคน ลมหายใจพัดแผ่วอยู่ไม่ไกลกัน ผิวกายเสียดสีจนอุณหภูมิเริ่มร้อนรุ่ม ต่างคนต่างมองหน้ากันก่อนจะเบือนหน้าไปคนละทาง

“ให้ผมอุ้มเถอะ”

“ตามใจ!” ชมจันทร์ไม่อยากต่อล้อต่อเถียง เขาเม้มปากแน่นเสมองตามทางไปเรื่อยเปื่อย ภาคินใช้เส้นทางบันไดหนีไฟอุ้มคนตัวเล็กลงมาอีกชั้น เพิ่งสังเกตว่าช่วงลำคอขาวระหงเรียบเนียนน่าก้มลงไปงับฝากรอยชะมัด กระต่ายดุรีบดิ้นลงจากอ้อมกอดเมื่อถึงหน้าห้อง ล้วงกุญแจขึ้นเปิดประตูห้องก่อนจะผลักประตูเข้าไป เด็กหนุ่มตามเข้าไปก่อนจะเอื้อมเปิดสวิตช์ไฟ

“ไม่ต้องเปิด”

“ทำไมล่ะครับ”

“อยู่เฉยๆเหอะน่า..” ชมจันทร์โอบรอบลำคอของอีกฝ่ายโน้มลงมาให้ริมฝีปากแนบชิด เด็กหนุ่มตัวแข็งทื่อ มือไม้เก้กังและหุบปากแน่นสนิท คนตัวเล็กหรี่ตามอง ก่อนจะคว้าข้อมืออีกฝ่ายมาที่เตียง “จูบไม่เป็นหรือไง”

“ก็แค่จูบ” ภาคินอึกอัก เรื่องจูบเขาไม่เคยจูบกับใครหรอก แต่เคยดูหนังดูละครมันก็ไม่น่ายาก เมื่อกี๊เขาแค่ตั้งตัวไม่ทันต่างหากล่ะ! ดวงตากลมสีน้ำตาลจ้องมองเขาในความมืด มีเพียงแสงจันทร์ที่ตกกระทบเข้ามาในห้อง ผ้าม่านพัดพลิ้วเหมือนภาพตรงหน้าเป็นภาพลวงตา บางทีเขาอาจกำลังจะฝันอยู่ก็ได้

เป็นฝันที่ดีซะด้วย*!*

“มาจูบกัน”

“อะ อืม”

“เปิดปาก”

“...” ภาคินอ้าปากกว้าง.. ให้อารมณ์เหมือนอ้าปากให้คุณหมอตรวจสุขภาพฟันมากกว่า ชมจันทร์ชะงักก่อนจะจับปลายคางของอีกฝ่ายเอาไว้

“แลบลิ้นออกมา”

“...” เขาเห็นภาคินแลบลิ้นออกมาจนสุด 

“นายจูบไม่เป็นหรือยังไง” ชมจันทร์ชักฉุน ไอ้ท่าทางเก้กังของหมอนี่มันขัดใจเขาชะมัด เรื่องที่บอกว่าไม่เคยเขาก็พอทำใจเชื่อได้บ้าง แต่ไม่เคยจูบกับใครเลย ภาคินทำเขาอึ้งจริงๆ! “เดี๋ยวสอน..”

ยังไม่ทันได้อ้าปากโต้ตอบ ริมฝีปากนุ่มนิ่มรสชาติหวานปะแล่มเหมือนเยลลี่ก็แตะเข้าริมฝีปากเขา ลิ้นเล็กแตะไล้ไปตามริมฝีปากล่าง คนตัวเล็กขบเม้มเล็กน้อยดูดดึงเบาๆที่ริมฝีปากเขา..

เชี่ย.. โคตรนิ่ม

“พอทำได้หรือยัง”

“พะ พอได้”

“งั้นมาลองของจริงอีกรอบ” ชมจันทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงใส สองมือขาวรวบลำคอของอีกฝ่าย ภาคินถือโอกาสโอบเอวคอดลูบไล้ไปตามผิวเนียนนุ่ม เผลอบีบก้อนกลมอวบจนคนตัวเล็กครางเครือในลำคอ ภาคินส่งลิ้นอุ่นร้อนเข้าไปเกี่ยวกระกวัดในโพรงปากของอีกฝ่าย เขารู้สึกได้ว่าแรงบดจูบเพิ่มมากขึ้น สองมือขาวคว้าจับที่ปลายคางเพื่อให้เขาหันได้ถนัด “พอได้หรือยัง”

“คะ..ครับ” เด็กหนุ่มมองริมฝีปากจิ้มลิ้มฉ่ำวาวไปด้วยน้ำสีใสและบวมช้ำเล็กน้อยช่างดูเซ็กซี่จนเขาใจสั่นสะท้าน ชมจันทร์ถอดเสื้อยืดออกจากตัวก่อนจะโยนทิ้ง ยอดอกสีสวยแข็งเกร็งชูชัน เขาคว้าจับมือของภาคินขึ้นทาบกับแผ่นอก ช้อนดวงตากลมจ้องมอง

“เล่นกับมันสิ..”

“...” เด็กหนุ่มอึกอักก่อนจะใช้หัวแม่มือเขี่ยยอดอกแผ่วเบา จุดอ่อนไหวตรงแผ่นอกของอีกฝ่ายนุ่มนิ่มน่าก้มลงไปขบเม้มเหลือเกิน เสียงครางหวานดังขึ้นผะแผ่ว “เจ็บไหมครับ?”

“ไม่..ไม่เจ็บหรอกน่า”

“แล้วแบบนี้ล่ะครับ” เขาเพิ่มแรงบีบมากขึ้น ก่อนจะโยกตัวลงไปงับจุดสีอ่อน ดูดเม้มจนคนตัวเล็กคว้ากลุ่มผมเขาไว้แน่น เสียงหอบหายใจดังอยู่ข้างหู

“อื้อ! คิน..เบาหน่อย”

“พี่ชานม”

“อื้อ คิน..” ยิ่งได้ยินเสียงอีกฝ่ายครวญครางเป็นชื่อเขา เหมือนมีไฟลุกโชนขึ้นในใจ ภาคินผลักอีกฝ่ายล้มลงนอนราบไปกับเตียง เสียงดูดดึงจากริมฝีปากยังคงดังไม่หยุด เขาเริ่มจะหยุดไม่ได้แล้ว.. “พอก่อน จะกินเลยหรือไง”

“พี่ชานมน่ากินจริงๆนี่ครับ” เขาตอบ ก่อนจะหยุดตามคำบอกของคนตัวเล็ก ชมจันทร์แดงเผือดไปทั้งตัว ดวงตากลมฉ่ำน้ำช้อนมองเขาอย่างขัดเคือง เรียวขายาววางพาดตรงหน้า ภาคินใช้นิ้วชี้สอดเข้าที่แพนตี้ตัวบางก่อนจะเกี่ยวมันออก ผ้าผืนสีแดงบางจ๋อยกำลังถูกรูดออกจากเรียวขายาวทำเอาเขาปั่นป่วนร้อนรุ่ม กลิ่นกายหอมหวานแทรกผ่านประสาทสัมผัสเขาจนมึนเบลอไปหมด  

“คิน..” เสียงอ่อนหวานทำเขาใจอ่อนยวบ “มันยังทำไม่ได้นะ เราต้องเตรียมพร้อมก่อน”

“ยังไง..”

“ใช้นิ้วแบบนี้” เจ้าของประโยคชูนิ้วชี้ขึ้นให้เขามอง ก่อนจะแหวกก้นอวบนุ่มนิ่ม “ใช้นิ้วเตรียมพร้อม” ชมจันทร์เอื้อมไปหยิบเจลหล่อลื่นก่อนจะเทลงบนฝ่ามือ นิ้วเกลี่ยไล้จนมันชุมฉ่ำ เด็กหนุ่มมองภาพตรงหน้าด้วยใจเต้นตึกตัก

“ผมขอลองทำได้ไหม”

“จะลองหรือ อื้อ เอาสิ” ชมจันทร์ยิ้มยั่ว สองขาเพรียวยาวอ้ากว้างมากขึ้น เผยให้เห็นช่องทางที่กำลังหุบอ้าตามจังหวะหายใจ ภาคินส่งนิ้วชี้เข้าไปเชื่องช้ามันทั้งอุ่นนุ่มแทบยังตอดรัดนิ้วเขาจนแน่นไปหมด ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ามันเป็นอย่างอื่นที่ใหญ่กว่านี้.. จะถูกบีบรัดขนาดไหน

“พี่เจ็บไหม?”

“ไม่เจ็บ”

“ผมจะทำเบาๆ” เขาก้มลงจูบรุ่นพี่ที่กำลังนอนหลับตาพริ้ม ในขณะที่นิ้วมือก็ยังคงทำหน้าที่ของมัน สายตาเหลือบไปเห็นของเล่นของเจ้าตัวที่วางเอาไว้ มันเป็นพวงหางขนปุยสีน้ำตาลเหมือนหางจิ้งจอก แต่เขาชอบอันที่เป็นหางกลมเหมือนหางกระต่ายมากกว่า มันติดกับแท่งยาวดูคล้ายเหมือนของเล่นที่เขาเคยเห็นผ่านเว็บไซต์..

Sex Toy

“อื้อ คิน!” ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกเมื่อนิ้วมือถูกดึงออกไปและเปลี่ยนเป็นอะไรบางอย่างที่มีขนาดใหญ่กว่า ภาคินกำลังเอาของเล่นของเขามาเล่น “เดี๋ยวฉันทำเอง!” เขารีบคว้าจับข้อมือของเด็กหนุ่มก่อนจะค่อยๆขยับของเล่นเข้าออกด้วยตนเอง จนกระทั่งมันเข้าไปจนสุด หางกลมสีขาวดูน่ารักเหมือนหางกระต่ายชะมัด “อ๊ะ อื้อ คิน..”

เรียกชื่อเขาทำไม บอกว่าอย่าเรียก..

อย่าเรียกสิครับ*!*

“พี่ชานม” คนตัวเล็กโก้งโค้งชันเข่าก่อนจะส่ายก้นไปมาเป็นปีศาจกระต่ายจอมยั่ว ยิ่งเห็นภาพตรงหน้าเขาก็ยิ่งกำหมัดแน่น แทบจะอดทนตัวเองไม่อยู่.. ให้ตายเถอะ!

“คิน..” เขากลืนน้ำลายลงอึกใหญ่ ก่อนจะตอบกลับไป

“ครับ”

นายจะมองอย่างเดียวใช่ไหม

“....” ภาคินมองใบหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีแดงระเรื่อยั่วเย้า ราวกับเป็นปีศาจที่กำลังล่อลวงเขาให้ตกหลุมพราง.. “ไม่!” เขาตวัดคนตัวเล็กให้นอนราบ สายตามองประสานกันในความมืด กลิ่นหอมหวานจากกลิ่นกายอีกฝ่ายกำลังทำให้เขาลุ่มหลง..

ไม่อยากเป็นของฉันหรือ..

“พี่พูดเองนะ!” เขาคลอเคลียอยู่แถวซอกคอขาว ใช้ลิ้นอุ่นร้อนแตะไล้ตามเนื้อนุ่ม คนตัวเล็กสั่นระริกไปทั้งตัวเมื่อถูกอีกฝ่ายลูบไล้ไปทั่วร่าง เด็กหนุ่มบดกรามแน่น เขาไล่ลงยังหน้าท้องขาวผ่อง ขบเม้มจนเป็นรอยกุหลาบแดงจ้ำไปทั่ว ยิ่งอีกฝ่ายผิวขาวมากเท่าไหร่ รอยก็ยิ่งเด่นชัดมากเท่านั้น

“อื้อ คิน ” สองขาวตวัดไขว้เข้าที่กลางแผ่นหลังกว้างของเด็กหนุ่ม ระยะห่างของลมหายใจมันใกล้จนเขาใจสั่น แก่นกายปวดร้าวจนแทบระเบิดออกมาอยู่แล้ว เขารีบปลดกางเกงก่อนที่มันจะ..

“อึก..”

“อย่าบอกนะว่า” ชมจันทร์หรี่ตามอง เขาลุกขึ้นนั่งใช้ฝ่าเท้าขาวแตะไล้ไปตามแก่นกายที่โป่งพองอยู่ในกางเกงวอร์ม “นายเสร็จแล้วใช่ไหม?”

“ผมขอโทษ” เขาแทบเอามือปิดหน้า อยากจะวิ่งออกไปนอกห้องให้มันรู้แล้วรู้รอด! อับอายขายขี้หน้าเขาไหม!

“ไม่เป็นไร อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” คนตัวเล็กก้มลงใช้ลิ้นอุ่นร้อนแตะต้องส่วนอ่อนไหวของเขาเชื่องช้า ก่อนจะครอบครองเข้าไปจนหมด เสียงรูดรั้งผสมปนเปกับเสียงหอบหายใจดังห้องไปทั่วห้อง กลิ่นเฉพาะตัวของการร่วมรักลอยวนอยู่ในอากาศ

“พี่ชานม” เขาพูดเสียงแหบพร่า ก่อนจะดันคนตัวเล็กให้นอนราบไปกับเตียง พรมจูบไปทั่วใบหน้าขาวจัด “พี่น่ารักที่สุดเลย”

“ไม่หลงคารมนายหรอกน่ะ!”

“ไม่ต้องหลงผมก็ได้ ผมยอมหลงพี่แค่คนเดียว” น้ำเสียงแผ่วเบาแต่อีกฝ่ายกลับได้ยินอย่างชัดเจน แม้จะอยากพูดออกไปว่าเขาเองไม่ได้รังเกียจเด็กหนุ่ม แต่ปากเจ้ากรรมมันดันไม่ยอมพูดออกไป

“อือ” เขาตอบ ก่อนที่คนตัวโตจะป้อนจูบอ่อนหวานมาให้ ทุกสัมผัสที่กำลังตีตราจองไปทั่วร่างเขาในขณะนี้ มันช่างอ่อนหวาน อ่อนโยนอย่างที่ภาคินบอกว่าจะทะนุถนอมเขาจริงๆ

“ผมจะยอมเป็นของพี่คนเดียว” เขาพูดติดตลก กลบเกลื่อนความรู้สึกวูบไหวในใจ แต่แววตาไม่เคยปิดบังได้เลย เขานึกหึงหวงอีกฝ่ายแทบบ้า เมื่อคิดว่ามีใครเคยทำแบบนี้กับอีกฝ่าย

“อื้อ รู้แล้ว” ชมจันทร์มองสบกับดวงตาคมคร้าม “อย่าทำหน้าหงอยสิ!”

“หน้าผมดูออกเลยหรือครับ”

“เป็นอะไร”

“ผมโคตรหึงพี่เลย”

“หึง?”

“ไม่อยากนึกตอนที่พี่ทำแบบนี้กับคนอื่น อืม ผมรู้ว่าผมมันเด็ก” เขาบ่นอุบ แต่ก็ยังคงจูบไล่ไปตามร่างกายขาวจัดของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล เสียงครางเครือยังคงดังเป็นระรอก จนกระทั่งคนตัวเล็กลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง

“หึงฉันกับคนอื่นเนี่ยนะ”

“อืม” คนตัวโตหน้ามุ่ยก่อนจะสวมกอดเขา “ผมชอบพี่นะ”

“อือ รู้แล้ว ใครเขาพูดคำว่าชอบพร่ำเพรื่อกัน”

“มัมบอกว่าถ้าชอบใครก็ให้บอกเขา ผมก็เลยอกหักตลอด”

“นายจีบคนอื่นไม่เป็นล่ะสิ”

“อือ แต่ผมตั้งใจจีบพี่ชานมที่สุดเลยนะ”

“ฉันควรดีใจใช่ปะ”

“แต่ผมดีใจนะ..” เขายิ้มหยอกเย้าคนตัวเล็กที่เริ่มขมวดคิ้ว “ดีใจที่ได้เป็นของพี่..” ชมจันทร์เบือนหน้าไม่ยอมมองภาคินที่กำลังส่งยิ้มหวานให้ อยากดีใจก็ดีใจไปคนเดียวสิ..

“มะ ไม่เห็นดีใจเลย!”

“พี่ชานมน่ารักอีกแล้ว~”

“อย่ามาบอกว่าน่ารักนะ”

“เวลาพี่เขินชอบพูดติดอ่าง” ภาคินพูดกลั้วหัวเราะพลางเกลี่ยแก้มขาวก่อนจะจุมพิตลงแผ่วเบา “รู้ไหมว่าการทำให้คนปากแข็งพูดตรงกับสิ่งที่ตัวเองคิดต้องทำยังไง”

“ทะ ทำยังไง?” คนตัวเล็กเลิกคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะสะดุ้งเฮือก “อื้อ!” นิ้วอุ่นร้อนแทรกเข้าไปที่ช่องทางรักของเขาเชื่องช้า ภาคินพยายามนุ่มนวลอย่างที่สุด เมื่อกี้ก็แค่เรื่องผิดพลาดทางเทคนิค รอบนี้เขาจะต้องทำให้ชมจันทร์มีความสุขให้ได้!

“พี่ชานม..รู้สึกดีไหมครับ”

“อื้อ ลึกอีกหน่อย”

“พอไหมครับ”

“อือ ไม่เอานิ้วแล้ว” คนตัวเล็กยู่หน้า ช้อนดวงตากลมมองเขา น้ำเสียงแหบพร่าช่างเซ็กซี่จนทำร้ายหัวใจดวงน้อยให้ย่อยยับเสียจริง “จะเอาของคิน..”

ของเขาใช่ไหม

ได้..พี่ได้*!*

“แล้วอย่ามาร้องนะ” เขาทำเสียงเข้ม แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะเสียงใส ไม่กลัวเขาหน่อยหรือไง*!*

“ดุจังเลยนะ” ชมจันทร์ยิ้มหวาน ส่งนิ้วเข้าไปในริมฝีปากจิ้มลิ้มทั้งดูดเลียจนเขาเองนั่นแหละที่จะไม่ไหว..

แผ่นดินไหว.. แต่เขาไม่ไหวแล้วโว๊ย*!*

มือเรียวขาวเอื้อมมาสัมผัสแก่นกายที่กำลังชูชันก่อนจะส่งเสียงครางหวานให้เขา ภาคินรู้สึกเหมือนความอดทนที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตกำลังพังทลาย เขากดท่อนร้อนเข้าสู่ช่องทางคับแคบเชื่องช้า บดสะโพกแกร่งทาบทับก่อนจะบดเบียดตัวตนเข้าไปจนสุดทาง เขาได้ยินเสียงหอบหายใจของอีกฝ่ายอยู่ข้างหู

“พี่ชานม”

“อื้อ ช้าหน่อย ตะบี้ตะบันอยู่นั่นแหละ!” คนตัวเล็กทุบเข้าไปที่ไหล่ของอีกฝ่าย เพราะว่าภาคินใส่แรงมากเกินไปน่ะสิ!

“แบบนี้ใช่ไหม” ภาคินทดลองอีกรอบ นี่เขาตั้งใจสุดฝีมือแล้วนะ!

“ช้าไป!”

“งั้นพี่มานี่!” เขาจับคนตัวเล็กขึ้นนั่งอยู่บนตัวเขา ชมจันทร์ใช้ฝ่ามือดันช่วงหน้าท้องเขาเอาไว้ ใบหน้าเหยเก เสียงแหบพร่าดังลอดออกมาจากริมฝีปากบวมเป่ง

“ท่านี้มันจุก”

“ไหนพี่ชานมคนเก่งไปไหนแล้ว” เขายกยิ้ม มองคนตัวเล็กที่กำลังตาลุกวาว เขาเริ่มจับทางได้แล้ว ว่าอีกฝ่ายจะต้องไม่ยอมแน่ถ้าหากเขาพูดจาแบบนี้

“ไม่คิดว่ามันจะใหญ่ขนาดนี้นี่!” ชมจันทร์งอแง เขารู้สึกคับแน่นไปหมด เวลาขยับทีความรู้สึกก็แล่นปราดไปทั่วร่าง เขา.. เขารับไม่ไหวจริงๆ

“พี่ไม่ขยับ ผมจะขยับนะ” ภาคินขยับสะโพกจากข้างล่างก่อนที่คนตัวเล็กจะเอนร่างเข้ามากอดเขา “ว่าไงครับ”

“ฮื่อ.. คิน”

“ผมให้พี่ขยับได้ตามใจชอบเลยนะ”

“ก็ได้!” คนตัวเล็กเชิ่ดหน้าก่อนจะเริ่มขยับขึ้นลง ส่วนอ่อนไหวของอีกฝ่ายกระเด้งกระดอนไปมาอยู่ตรงหน้า ภาคินสอดมือรองที่ต้นคอมมองวิวตรงหน้าด้วยสายตาวิบวับ.. “อย่ามองนะ!” คนตัวเล็กไม่เคยรู้สึกอายขนาดนี้มาก่อน สานตาร้อนแรงของภาคินมันยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาลุกโชน

“ให้ผมมองทั้งหมดเถอะนะครับพี่ชานม” เด็กหนุ่มป้อนคำหวานก่อนจะเอื้อมมือเกลี่ยแก้มขาวที่เริ่มชื้นเหงื่อของอีกฝ่าย “ผมเป็นของพี่แล้วนะ..”

“ฮื่อ..คิน” คนตัวเล็กบิดเร่าไปทั้วตัว เสียงครางในลำคอดังลั่นห้อง ภาคินมองภาพตรงหน้าก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น

“ผมไม่ยอมให้พี่ไปทำแบบนี้กับคนอื่นแน่!” เด็กหนุ่มคำรามก้อง ขมวดคิ้วแน่น “ผมเป็นเด็กขี้หึงนะ!”

“เด็กอ๊องเอ๊ย” เขาหัวเราะ ก่อนจะเขกมะเหงกใส่หน้าผากขาวเนียนของอีกฝ่ายไปหนึ่งที “ดูแลดีๆก็แล้วกัน เพราะกระต่ายตัวนี้.. มันดื้ออย่าบอกใคร!”

“หึ!”

“คิน!” ชมจันทร์หวีดร้องเมื่อถูกพลิกตัวกลบมาอยู่ด้านล่าง สองขาเรียวขาวตวัดไขว้เข้าที่กลางหลังของเด็กหนุ่ม เขาไม่ได้ต้องการที่จะใกล้ชิดแต่กำลังจะออกแรงให้หยุด! มันแรงไปแล้วนะ!

“ผมรู้ว่าพี่ชอบ”

“อื้อ เด็กบ้า!” ชมจันทร์ตัวสั่นตัวคลอนไปหมด ดวงตาเริ่มพร่ามัวเมื่อความอ่อนเพลียเริ่มครอบงำ “คินเบาหน่อย”

“พี่ก็น่ารักให้น้อยหน่อยได้ไหม?”

“ไม่ได้โว๊ย อ๊า!”

“งั้นผมก็ลดไม่ได้หรอก!” ภาคินหยอกคนตัวเล็กก่อนจะคลอเคลียซอกคอขาวที่เขาชอบแอบมอง พรมจูบไล่ไปตามแผงอกขาวจัดที่กำลังแอ่นรับความเสียวซ่าน เขาก็ยิ่งหยุดไม่ได้..

“อึก.. คิน” สองแขนปัดป่ายก่อนจะกอดรัดเด็กหนุ่ม ความสุขแล่นปราดไปทั่วร่างก่อนที่คนตัวเล็กจะกระตุกเฮือก “อื้อ พอแล้ว”

“ครับ พอแล้ว” เขาจูบซับแก้มคนตัวเล็กก่อนจะโจนจ้วง ส่งแรงที่มีทั้งหมดใส่อีกฝ่าย เขาชอบขบเม้มริมฝีปากของชมจันทร์จนเห่อบวมแดง ยิ่งมันบวมเป่งมากเท่าไหร่เขายิ่งมองว่ามันเหมือนลูกเชอร์รี่น่ารักมากเท่านั้น “นอนนะ”

“อือ..” ยังไม่ทันได้จูบตอบ คนตัวเล็กก็ผล็อยหลับอยู่ในอ้อมกอด เขามองสภาพของคนตัวเล็กที่เต็มไปด้วยร่องรอยของเขา ยิ่งรอยช้ำสีกุหลาบที่เต็มไปทั่วแผงอกและต้นขาด้านใน.. แค่เขาเห็นภาพวาบหวิวตรงหน้า อารมณ์ที่ดับไปเมื่อครู่ดันตื่นขึ้นมาอีกจนได้

“เดี๋ยวผมเช็ดตัวให้นะ” เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน รีบหาผ้าสะอาดมาชุบน้ำเพื่อช่วยทำความสะอาด โดยเฉพาะช่องทางที่ขึ้นสีแดงช้ำเพราะเขาเผลอทำรุนแรงเกินไป..

เวรเอ๊ย.. ทำไมไม่รู้จักยั้งแรงบ้างวะ*!*

 เขาใช้ผ้าขาวสะอาดบรรจงเช็ดไปตามร่างกายของรุ่นพี่ พยายามไม่มองเต็มตาเพราะกลัวจะอดใจไหว ขนาดชมจันทร์สลบคาเตียงไปแล้วแต่เขาก็ยังคิดไม่ซื่ออยู่ได้.. ยิ่งได้เท่าไหร่ก็ไม่เคยพอสินะ

เขาเกลี่ยไล้แก้มขาวและทัดเส้นผมสีชมพูของเจ้าตัวจนเห็นใบหูขาวสะอาด เขามองอยู่สักพักก่อนที่จะปล่อยมือแล้วรีบหาเสื้อผ้ามาใส่ให้คนตัวเล็กโดยด่วน ฉายาปีศาจกระต่ายช่างยั่วไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ

คนอะไรมันจะน่า.. ขนาดนี้*!*

ชมจันทร์ลืมตามองเพดานห้องสีขาว เขาเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกก่อนจะพลิกตัวเข้าหาผ้าห่มอุ่น ดวงตากลมมองผ้าห่มตัวโตที่กำลังนอนกอดรัดเขาไว้แน่น ภาคินกำลังนอนหลับสนิทและผ่อนลมหายใจสม่ำเสมอ ท่อนบนไม่ใส่เสื้อติดตัว ทำให้เห็นผิวขาวจัดที่เต็มไปด้วยรอยเล็บ รอยข่วน คงไม่ต้องบอกว่าฝีมือใคร.. ชายหนุ่มรู้สึกอายเมื่อนึกถึงฉากน่าอายเมื่อคืน

เขาทำลงไปแล้ว..

“พี่ตื่นแล้วหรือครับ” เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่ง เขาส่งยิ้มให้คนตัวเล็กตรงหน้า มองใบหน้าที่กำลังยังตื่นไม่เต็มตาของคนตัวเล็ก ไม่ว่ามองยังไงก็ไม่มีเบื่อ โดยเฉพาะจมูกจิ้มลิ้มที่เชิดรั้นของชมจันทร์ น่างับเล่นให้หายมันเขี้ยวสักที

“อะ อืม”

“พี่จะกินอะไรไหม เอาเหมือนเดิมนะ” เขาพูดเสร็จสรรพก็เดินตัวปลิวไปจัดการอาหารเช้าให้ ชมจันทร์มองเด็กหนุ่มก่อนจะหมุนตัวคว้าผ้าขนหนูเข้าไปในห้องน้ำ คนตัวเล็กเพิ่งได้สังเกตว่าตัวเองอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวยาว ไม่ได้รู้สึกอัดอัดอย่างที่คิด ยกแขนตัวเองขึ้นดมถึงได้รู้ว่าภาคินคงจะช่วยทำความสะอาดตอนที่เขากำลังหลับ

“...”

“ไม่สบายหรือเปล่าครับหน้าแดงๆ” เด็กหนุ่มเอ่ยทัก เขาถือจานที่มีไส้กรอกควันหอมฉุยเอามาวางไว้ตรงโต๊ะอาหาร คนตัวเล็กส่ายหัวดิก

“ไม่นะ ไม่ได้เป็นอะไร”

“แต่งตัวเรียบร้อยแล้วมากินนะครับ”

“ขอบใจนะ” ชมจันทร์ส่งยิ้มให้ก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำ ทำเอาเด็กหนุ่มที่กำลังยืนอยู่อ้าปากค้างไปในทันที.. เขายกมือเกาต้นคอแก้เก้อ เห็นอีกฝ่ายยิ้มให้เขาก็รู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก..

ชมจันทร์แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเตรียมพร้อมจะไปเรียนคาบเช้าที่ตึกคณะ เขาตั้งใจว่าจะรีบกินอาหารแล้วไปเรียนพร้อมกับภาคิน.. แต่ภาคินกลับไม่อยู่ซะแล้ว

‘ผมไปเรียนก่อนนะครับ’

คนตัวเล็กอ่านกระดาษยับยู่ยี่ที่สอดเอาไว้ใต้แก้วน้ำเปล่า เขาอ่านทวนก่อนจะปามันลงทิ้งถังขยะ แววตาไม่บอกว่ากำลังคิดอะไรอยู่..

บรรยากาศใต้ตึกเรียนรวมในช่วงเช้าคึกคักเหมือนอย่างทุกวัน กรฤตลงจากรถมอตอร์ไซค์ที่จอดเข้าไว้ข้างอาคารเรียนก่อนจะเดินมายังจุดนัดพบที่เพื่อนสนิทนัดเขาไว้ทุกเช้า เด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำลังนั่งเท้าคางอยู่โต๊ะม้านั่ง หน้าตาบอกบุญไม่รับจนเขานึกสงสัย กรฤตนั่งลงด้านข้างก่อนจะเอ่ยทัก

“ทำไมวันนี้มาเช้าจังวะ”

“กูก็มาเช้าอยู่แล้วปะ” ภาคินหันไปตอบหน้าตาไม่สบอารมณ์ ในหัวเขายังนึกถึงคนตัวเล็กที่เพิ่งเจอเมื่อเช้า ชมจันทร์น่ารักและเป็นคนมีเสน่ห์จริงๆ

“พี่ชานมอะ”

“เขาก็ไปเรียนสิวะ”

“เอ้า เห็นมึงหนีบพี่เขามาด้วยทุกเช้า ตัวติดกันไม่ใช่หรือไง” กรฤตกระเซ้าแหย่ ก่อนจะมองซ้ายมองขวา ป้องมือกระซิบที่ข้างหู “เมื่อคืนเป็นไงบ้างวะ”

“ก็ไม่มีอะไร”

“สรุปเจอพี่ชานมใช่ปะ”

“เจอสิวะ” เขาหันไปมองหน้าเพื่อนที่กำลังแลบลิ้นปลิ้นตา ทำหน้าตาล้อเลียนเขาอยู่ไม่ห่าง “แล้วมึงอะ ไอ้เม่นไม่ด่ามึงตายห่าเลยหรือไง”

“มันไม่รู้ว่ากูทำ โคตรขำอะ แต่กูก็สงสารมันอะ ไข้ขึ้นเลยว่ะ ไม่สบายซะงั้น” พูดถึงเรื่องเมื่อคืน กว่าเขาจะพาแฟนกลับห้องได้โคตรทุลักทุเล ชยังกูรอาบน้ำขัดตัวอยู่เป็นชั่วโมงไม่ยอมออกมาจากห้องน้ำ จนเขาต้องเข้าไปนั่งเฝ้า

“ดูแลแฟนมึงดีๆแล้วกัน”

“เออ แล้วทำไมมึงหน้าบูดเป็นตูดลิงแบบนี้อะ กูคิดว่ามึงจะลาเรียนวันนี้ซะอีก” เขาเห็นเพื่อนทำหน้าตาไม่สบอารมณ็ยิ่งจี้ถาม คนอย่างภาคินเดี๋ยวก็ต้องหลุดปากเล่าให้เขาฟังอยู่แล้ว ก็ต้องเป็นเขาที่ทำหน้าที่ช่วยปลอบใจและคิดแผนสุดบันเทิงให้เพื่อนรักน่ะสิ

“ไม่อะ ไม่ลา ลาทำไม กูเป็นเด็กเรียน มึงไม่รู้หรือ”

“ถุ้ย อมขี้มาบ้วนใส่หน้ากูเลยดีกว่าพูดแบบนี้” กรฤตถลึงตาก่อนจะรีบกระเถิบถอยห่าง เขาหรี่ตา ชี้นิ้วไปทางเพื่อนสนิท “มึงบอกมา โดนพี่ชานมด่ามาหรือวะ”

“ไม่ได้ด่า”

“เอ้า แล้วมึงอารมณ์ไม่ดีทำไม”

“ก็กู.. มีปัญหานิดหน่อยอะ” ภาคินถอนหายใจ ก่อนจะเบือนหน้าหันมามองเพื่อนที่กำลังตั้งอกตั้งใจรอฟัง พวกเขานั่งเล่นเรื่อยเปื่อยไม่สนใจเวลาเข้าเรียนด้วยซ้ำ 

“ทำไมวะ”

“มึงอย่าเอาไปบอกใครนะ..”

“เออ ไม่บอกๆ”

“คือกูอะ..”

ชมจันทร์มองนาฬิกาแขวนผนังห้องที่บอกเวลาสี่ทุ่มครึ่งก่อนจะหันไปมองประตูห้องที่ปิดสนิท ไม่ยักมีเสียงร่าเริงของเด็กหนุ่มที่ชอบเข้ามาป้วนเปี้ยนเขาเหมือนทุกที ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูไลน์ ก็ไม่มีแม้แต่ข้อความที่ภาคินมักจะส่งมารายงานเขาเป็นประจำ ช่วงนี้เจ้าตัวบอกว่าต้องเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องและรับงานพิเศษร้องเพลงที่คลับแถวมหาวิทยาลัย เขาไม่ได้ว่าอะไรนอกจากบอกอีกฝ่ายให้ดูแลตัวเองดีๆ

‘วันนี้ผมไปกินเลี้ยงกับเพื่อนในรุ่นนะครับ’

รูปที่อีกฝ่ายส่งมากำลังชนแก้วกับเพื่อนอยู่ในงานเลี้ยงที่จัดในคลับที่ภาคินไปรับจ็อบร้องเพลง เด็กหนุ่มกำลังถือไมค์โครโฟนพร้อมแก้วน้ำสีอำพัน จะว่าไปเขาก็ไม่เห็นหน้าของภาคินมาหลายวันแล้ว.. นับดูพรุ่งนี้ก็ครบหนึ่งอาทิตย์พอดี ตั้งแต่ที่มีอะไรครั้งนั้น เด็กหนุ่มก็ตีตัวออกห่าง เขาอาจจะคิดไปเองแต่การหาเรื่องออกไปอยู่ข้างนอกแล้วกลับมาในห้องตอนที่เขาหลับไปแล้ว จะให้เขาคิดอะไรได้.. คนตัวเล็กทบทวนเรื่องราวก่อนจะขมวดคิ้วแน่น

คิดจะฟันแล้วทิ้งใช่ไหม ได้*!*

TBC

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}