candy on

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนจบ :: มีเธอ มีฉัน มีเรา มีกัน...ตลอดไป

ชื่อตอน : ตอนจบ :: มีเธอ มีฉัน มีเรา มีกัน...ตลอดไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 13:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนจบ :: มีเธอ มีฉัน มีเรา มีกัน...ตลอดไป
แบบอักษร

มีเธอ มีฉัน มีเรา มีกัน...ตลอดไป

ผมเดินออกมาข้างนอกระเบียง ไม่ลืมที่จะติดบุหรี่มาด้วย ฝนโปรยปรายไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ละอองฝนไม่ได้สาดเข้ามาตรงที่ผมกับน้องนั่งอยู่

บุหรี่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางเสียงฝน ควันสีขาวถูกปล่อยออกมาปะปนกับความมืด มันค่อยๆหายไปเหมือนกับความรู้สึกผมที่ตอนแรกมันเข้มข้นและชัดเจนแต่ไม่นานมันก็หายไป

“ผอมลงหรือเปล่า” ผมเปิดบทสนทนากับน้องที่นั่งอยู่ข้างๆมีเพียงโต๊ะที่กั้นระหว่างเรา

“ไม่รู้เหมือนกัน ผมไม่ได้ชั่งน้ำหนักเลย”

“...........”

“พี่ไนท์...ดูดบุหรี่มันช่วยให้คลายเครียดได้จริงเหรอ” น้องหันมาถามผม เขามองตรงมาที่บุหรี่ยี่ห้อดังในมือ

“ก็ช่วยได้ในระดับนึงมั้ง”

“อยากลองว่ะ...ได้ไหม”

“เดี๋ยวก็สำลัก...” ผมบอกเขาแต่ก็ยังยื่นบุหรี่ไปให้ น้องสูดมันเข้าปอด

“แค่ก แค่ก”

“กูบอกแล้ว”

“ฮ่า ฮ่า แต่มันก็สมองโล่งจริงๆนั่นแหละ” น้องย่นจมูกแล้วเงยหน้าพิงเก้าอี้ บุหรี่ในมือถูกดูดเข้าปอดอีกครั้ง ควันขาวถูกพ่นออกมาพร้อมเสียงเป่าปาก เราทั้งคู่ต่างคนต่างเงียบจมอยู่กับความคิดตัวเอง บรรยากาศรอบข้างมันดูอึดอัดแต่ก็อบอุ่นมากที่สุดในรอบหลายวันที่ผ่านมา

พี่ไนท์....”

“..........” ผมหันมาหาคนข้างๆ เขายังเงยหน้ามองเพดานอยู่ ตรงหางตามีน้ำใสๆที่ใกล้จะไหลออกมาเต็มที แต่น้องก็เลือกที่จะสูดหายใจเข้าปอดแล้วถอนมันออกมาเต็มแรง

“ผมขอโทษนะ...ขอโทษกับสิ่งที่ผ่านมา...ขอโทษที่ผมมองข้ามความรู้สึกพี่...ขอโทษจริงๆว่ะ” น้องหันมามองผมน้ำตาเขาร่วงเผาะลงตรงนั้น มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาตัวเองแล้วขยับลุกขึ้นนั่งดีๆ สายตาน้องมองตรงไปยังสายฝนที่ตกมาไม่หยุด “ผม...ไม่ได้หวังให้พี่ยกโทษให้ผมหรอก...ผมก็แค่อยากบอกพี่ว่าผม...รู้สึกผิดแล้วจริงๆ”

“.........”

“ผมคิดถึงพี่ว่ะพี่ไนท์...คิดถึงจริงๆนะ.”น้ำเสียงที่น้องเปล่งออกมายอมรับว่ามันอ่อนแรงเหลือเกิน

จริงๆผมก็ไม่ต่างจากเขานักหรอก ผมคิดถึงเขา คิดถึงสัมผัส รสจูบ คิดถึงทุกๆอย่างที่เป็นเขา

ช่วงเวลาที่ยากลำบากของผมคือการอยู่ไปวันๆโดยที่ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของผมกับน้องจะจบลงที่ตรงไหน มันโคตรแย่เลย

“ช่วงที่ผ่านมา... กูพยายามคิดทบทวนเรื่องของเรา ความสัมพันธ์ของเราว่ามันจะสามารถเดินต่อไปได้ตลอดรอดฝั่งไหม....กูรู้ว่าส่วนหนึ่งกูเองก็เป็นคนผิด...แต่ตอนนี้สิ่งที่กูยังไม่สามารถเอามันออกไปจากหัวได้คือ...กูไม่แน่ใจว่ามันจะเกิดปัญหาเดิมๆซ้ำขึ้นมาอีกหรือเปล่า...”

“..............”

“กูเหนื่อยว่ะมิค”

“.......”

“เหนื่อยจนไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง...แล้วมึงล่ะ...มึงคิดว่าไงคิดว่าเรายังจำเป็นที่จะเดินต่อไปด้วยกันอีกไหมวะ” น้องเงียบอยู่นาน เขาเงยหน้ามองเพดานอีกครั้ง ขี้บุหรี่ในมือร่วงใส่มือเขาแต่เจ้าตัวก็ไม่คิดที่จะปัดมันออก

“มัน..ไม่มีโอกาสสำหรับผมแล้วจริงๆใช่ไหมวะพี่ไนท์....” น้ำเสียงน้องสั่นเต็มที เขากัดริมฝีปากล่างตัวเองแน่นแล้วพยักหน้ากับตัวเองช้าๆ เหมือนพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่ผมบอก

“...............”

“โอเค...ผม..เข้าใจแล้วพี่..ถึงมันจะยากที่จะยอมรับ...แต่ผมก็เข้าใจมันแหละ..ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะพี่ไนท์...ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิต...ขอบคุณที่ทำให้คนที่แอบชอบอย่างผมได้มีโอกาสเป็นแฟนพี่...ขอบคุณ..ที่สร้างความสุข...ที่ดูแลผม...ตามใจผม...” น้องยกมือขึ้นปิดดวงตาตัวเองไม่ให้ผมมองเห็นน้ำตาที่กำลังไหล ไม่มีเสียงสะอื้นไห้ มีแค่อาการเม้มปากที่แสดงออกมาให้ผมเห็นเท่านั้น“ขอบคุณจริงๆครับ”

“...........”

“เดี๋ยวผมขออยู่ตรงนี้สักพักก่อนนะพี่ไนท์...ถ้าผมโอเคแล้วผมจะรีบออกไป...”  น้องบอกผมแค่นั้นความรู้สึกเขาคงไม่ต่างจากผมสักเท่าไหร่ ผมเห็นเขาเจ็บไม่ใช่ว่าผมไม่เจ็บนะครับ

“มิค” ผมเรียกชื่อน้องอีกครั้ง

“อืม”

“เจ็บไหม...”

“ฮึก...มาก...มากเลยว่ะพี่”

“ใช่ไหม มันเจ็บมาก...และมันก็แย่มากๆที่โดนพูดแบบนั้น...ตอนที่มึงพูดกับกูคืนนั้นพูดเหมือนให้ห่างกันความรู้สึกกูก็ไม่ต่างจากมึงตอนนี้หรอกมิค”ผมลุกขึ้นลากเก้าอีกมานั่งตรงหน้าเขา มิคยังใช้มือเล็กปิดดวงตาตัวเองอยู่ น้ำตาเขายังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลในตอนนี้

“ผม...ขอโทษ”

“กูยอมรับคำขอโทษของมึง...ในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็แล้วแต่...และกูเองก็ขอโทษในส่วนที่กูเคยทำกับมึงด้วย...” ผมดึงมือน้องมาจับแนบมันลงกับแก้มตัวเอง

“เรายังไม่เลิกกันใช่ไหม”

“ใครเลิก...”

“......”

“ใครพูดว่าเลิกงั้นเหรอ...กูแค่พูดว่าเรายังจำเป็นที่จะเดินต่อไปด้วยกันอีกไหม...แบบนี้ตั้งหาก” ผมมองหน้าน้องที่พยักหน้าแรงๆ ดึงเขามากอดแน่น ศีรษะเขาวางลงบนลาดไหล่ เพื่อนๆผมที่ยืนแอบฟังอยู่ตรงกระจกยกนิ้วโป้งขึ้นแล้วชี้นิ้วไปทางประตู บอกเป็นสัญญากับผมว่าเขาจะกลับกันแล้ว

“ต่อไปถ้ามีอะไรเราจะคุยกันใช่ไหมมิค” น้องพยักหน้ากับบ่าผม “เราจะไม่ทำให้คนอีกคนไม่สบายใจ....ใช่ป่ะ”

น้องพยักหน้าอีกรอบ

ผมกอดน้องอยู่อย่างนั้นจนน้องโอเคขึ้นถึงปล่อยเขา

“โอเคยัง” น้องพยักหน้า “ขี้แงเอ๊ย” ผมขยี้หัวน้องเต็มแรง มิคย่นจมูกใส่ผมแล้วยกมือเช็ดคราบน้ำตาตัวเอง

“อื้อ ยอมรับ...”

“ง่ายๆแบนนี้เลย...” เขาพยักหน้ารัว ความรักแม่งก็แบบนี้มีสุข ทุกข์ ผมกับน้องเราผิดด้วยกันทั้งคู่ น้องผิดที่เอาแต่ใจ ผมผิดที่อารมณ์ร้อนและไม่ฟังเขา

เรื่องนี้ไม่มีใครถูกที่สุดและก็ไม่มีใครผิดที่สุดเหมือนกัน

ผมเบื่อแล้วเรื่องความถูกต้อง ผมไม่อยากเอาสิ่งเหล่านั้นมาตัดสินความรักของผมว่ะ

เพราะสำหรับผม...รักก็คือรัก

พี่ไนท์....”

“หืม??”

“ถ้าวันนึงเราทะเลาะกันอีก เราอย่าหันหลังให้กันแบบนี้เลยนะ”

“เรียนรู้แล้วใช่ไหมว่าที่มันคาราคาซังแบบนี้เพราะอะไร” น้องพยักหน้า

“ผมขอโทษนะพี่ไนท์”

“อืมกูก็ขอโทษเหมือนกัน..”

“พี่ไนท์....”

“ว่า...”

“ผม...”

“ว่าไงมีอะไรจะสารภาพอีก” มือหนาลูบหัวน้องเบาๆ เจ้าตัวเองตามสัมผัสผม

“ผมหิวข้าวอ่ะ”

“อะไรนะ??”

“ผมหิวนิดหน่อย..”

“ได้ข่าวว่าเพิ่งกินสปาเก็ตตี้ที่กูเพิ่งทำไป”

“กินไปจานเดียวเอง...”

“ว่าไงนะ”

“จานเดียว...”

“อะไรนะกี่จานนะไม่ได้ยิน..”

“จานเดียวโว้ยยย จานเดียวววว” น้องดีดหน้าผากผมแล้วลุกขึ้นยืน เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วหันมาหาผมอีกครั้ง “พวกพี่ต้นไปไหนกันแล้วอ่ะ”

“คงกลับแล้วแหละ...”

“อ่าวคิดว่าจะอยู่ดูบอล...”

“มันคงไม่อยากอยู่ดูมึงง้อกูอ่ะ...” จู่ๆความคิดชั่วๆก็แว่บเข้ามาในหัว ผมยิ้มมุมปากแล้วหันหน้าหนีน้องที่กำลังส่งสายตาจับผิด อย่าหาว่าผมเอาผลประโยชน์เรื่องที่น้องง้อมาใช้เลย...เอาเป็นว่าน้ำขึ้นให้รีบตักจะดีกว่า

“หมายความว่าไง”

“ก็มึงยังง้อกูไม่จบ กูยังไม่หายงอนนะเว้ย...”

“พูดแบบนี้อยากให้ผมง้อแบบไหน” น้องเอียงคอถาม ผมยักไหล่ทำเหมือนไม่รู้ว่าวิธีง้อที่ดีที่สุดคืออะไร “ขอคิดก่อนได้ไหมว่าจะง้อแบบไหน”

“กูว่าเรื่องแบบนี้มันไม่เห็นจำเป็นต้องคิดเยอะเลย” พูดเสร็จก็เดินเข้าไปในห้องนอน ผมมองนาฬิกาที่ติดอยู่ข้างฝาบอกเวลาว่าตอนนี้เกือบ 2 ทุ่มแล้ว เสียงกุกกักด้านนอกบอกว่าน้องกำลังจะเดินตามผมเข้ามาในห้อง

“เหมี้ยวไม่ต้องตามเข้ามาเลย ออกไปนะ” น้องยังวุ่นวายกับแมวที่ไม่ยอมออกจากห้องนอน คอไอ้เหมี้ยวพาดอยู่ตรงประตูมันเอียงคอมองหน้าลูกพี่มันแล้วทำท่าจะผลักเข้ามาในห้อง เหมือนมันรู้ว่าคืนนี้ลูกพี่มันจะโดนอะไร “เหมี้ยวบอกว่าอย่าเข้ามาไง”

มิคใช้ขาดันไอ้เหมี้ยวให้ออกไปจากห้องอยู่พักใหญ่เหมี้ยวมันถึงยอมออกไปจริงๆ

“เหมี้ยวมันดื้อ” น้องเดินมานั่งข้างๆผมแล้วบ่นไอ้เหมี้ยวให้ฟัง

“เหมือนมึงเลย”

“ผมดื้อเหรอ...”

“มากๆ” พูดพร้อมกับกดจูบลงไปที่ริมฝีปากน้องบางเบา “คิดถึง...”

“ผมก็เหมือนพี่แหละ...”

“เลียนแบบว่ะ” น้องย่นจมูกจนผมอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปกัดจมูกเขาเบาๆ เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกับผมที่ขยับริมฝีปากกลับมาที่ปากน้องเหมือนเดิม ผมเริ่มดูดดึงที่ริมฝีปากล่าง ลิ้นร้อนสอดเข้าไปในโพรงปากควานหาความหวานอีกครั้ง ความคิดถึงที่บอกออกไปเป็นคำพูดยังอธิบายได้ไม่ดีเท่ากับการแสดงออกทางกายให้น้องเห็น ผมขยับตัวน้องให้นอนราบไปบนที่นอน เริ่มจูบลงตามเส้นชีพจรแต่ล่ะจุด ขบเม้มลงบนผิวเนื้อแล้วลากปลายจมูกไปตามผิวกายอย่างสะเปะสะปะ

อ๊ะเสียงครางดึงขึ้นเพราะขาผมที่เผลอขยับไปโดนส่วนกลางลำตัวของน้อง มิคตัวสั่นแต่ก็ยังฝืนให้ผมจูบไล่ตามซอกคอเหมือนเดิม ผมมองอาการเกร็งของเขาแล้วก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะแกล้งทำเป็นลุกนั่งแล้วขยี้หัวตัวเองเต็มแรง แสดงให้น้องเห็นว่าตัวเองกำลังสับสน

“กูว่าเราพอแค่นี้ก่อนก็ได้นะ ถ้ามึงไม่พร้อมผลัดไปก่อนก็ได้ เพราะแค่นี้สำหรับกูก็ง้อเต็มที่แล้วแหละ...” น้องลุกขึ้นนั่งแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ความอุ่นตรงข้างแก้มรับรู้ว่าเขาขยับเอาคางมาวางไว้บ่นบ่าผม

“ผมอยากง้อมากกว่านี้...”

“แต่มึงแสดงออกว่าโคตรกลัวเหอะ”

“มันก็ต้องมีบ้างไหมอ่ะ ครั้งแรกนะเว้ยพี่ไนท์ ผมโอเคทำได้...จริงๆนะ”

“จริงเหรอ...รู้สึกผิดจัง...”

“หน้าพี่เหมือนคนรู้สึกผิดมากเลยยยยยยย”

“เหรอวะ แสดงออกขนาดนั้นเชียว...” ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวคนที่ยังเอาคางวางไว้บนไหล่“บอกก่อนเลยนะถ้ารับปากจะทำแล้วกูไม่ปล่อยง่ายๆหรอก”

“ผมเตรียมใจมาสักพักแล้วแหละ แต่มันเกิดเรื่องแบบนี้ก่อนเลยไม่ได้บอกพี่ แต่บางทีผมก็อดคิดไม่ได้ว่าสมมติเรารักกันแค่นอนจับมือกันเฉยๆไม่ได้เหรอ”

“มิคครับ น้องเป็นผู้ชายเหมือนพี่น้องก็รู้ว่าการนอนจับมือเฉยๆมันไม่มีทางเป็นไปได้ คนเรารักกันก็อยากจะกอด อยากจะ make love อยากสัมผัสเขาไปทุกๆส่วน น้องรู้ใช่ไหมกับสิ่งที่พี่จะบอก”

“น้องรู้...” ผมหันหน้าหนีน้องที่พูดคำเมื่อกี้ออกมา สภาพตัวเองตอนนี้กำลังกั้นยิ้มไม่ให้หน้าบานไปกว่านี้ แม่งเอ๊ย คำว่าน้องรู้ลั่นอยู่ในหัวหมุนวนซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุดเลยว่ะ

“ถ้างั้นให้ตัดสินใจอีกครั้ง แน่ใจนะว่าจะทำ”

“อืมแน่ใจ ว่าแต่พี่มีถุงยางใช่เปล่า” ผมตาลุกวาวกับท่าทางของมิคไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเป็นคนพูดคำนี้ออกมาก่อน

“อะไร”

“เปล่า ก็แค่รู้สึกดีที่จะได้เริ่มทำอะไรด้วยกัน” ผมยักไหล่แล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ไม่ใช่แค่ถุงยางแต่มันมีเจลหล่อลื่นที่ผมซื้อมาไว้ตั้งนานแล้วด้วย

“พี่ไนท์!!!”

“อย่ามองหน้ากูแบบนั้นเอาเป็นว่ากูศึกษาเรื่องนี้มาดีเพราะถ้าไม่มีตัวช่วยมึงคงเจ็บน่าดู...” มิคหน้าแดงจนติดขึ้นไปยันหู ผมยิ้มแล้วเดินมาจูบลงที่ปากเขา นานเกือบนาทีกว่าริมฝีปากเราจะผละออกจากกัน ผมเริ่มลากริมฝีปากไซร้ไปตามซอกคอและกกหู น้องเอียงคอหนีสัมผัสพร้อมกับยกมือขึ้นห้ามผมไม่ให้ทำอะไรมากไปกว่านี้

“ไหนบอกพร้อมแล้ว กูไม่ยอมหรอกนะครับแฟน” ถ้าผมบอกว่าไม่ยอม มันก็คือไม่ยอม มิคหัวเราะในลำคอแล้วหอมแก้มผมมาหนึ่งทีก่อนจะลุกขึ้นยืน “อะไรวะ...”

“คือ..ขอผมไปเตรียมตัวแล้วก็...เตรียมใจในห้องน้ำแป๊บนึงก่อน...ได้ไหม”

“เอางั้นเหรอ” น้องพยักหน้ารัวๆให้ผม “ถ้างั้นกูให้เวลาไม่เกิน 10 นาทีนะครับ ถ้าเกินกว่านั้นกูมีกุญแจสำรองและถ้ากูเปิดเข้าไปแล้วมึงคงไม่ได้ออกมาจากห้องน้ำง่ายๆ แต่ว่า...จริงๆทำในห้องน้ำก็น่าจะได้ความรู้สึกอีกแบบป่ะวะ ลองไหม”

“พอเลยยย ครั้งแรกเด้อ ขอแบบนุ่มนวลหน่อยไม่ได้เหรอวะนาย”

“ฮ่า ฮ่า รู้แล้ว ไปได้แล้วไป”

ผมปล่อยให้มิคเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำอยู่พักใหญ่ น้องเดินออกมาแล้วมานั่งลงบนเตียงข้างๆผม

“เหมือนเรากำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เลยว่ะ”

“แหงดิ เรื่องนี้มันยิ่งใหญ่มาก”

“พี่...ยังมีอารมณ์อยู่ไหมอ่ะ จะผลัดไปก่อนหรือเปล่า”

“ผลัดเผลิดอะไรครับแมว บอกเลยว่านาทีนี้ไม่มีผลัดวันประกันพรุ่งอีกต่อไปกับมึงกูสร้างอารมณ์ได้ตลอดแหละมิค มาเลย อย่าลีลา” ผมดึงน้องให้นอนราบลงบนเตียงอีกครั้ง จูบครั้งนี้มั่นใจเลยว่าหวานกว่าครั้งไหนๆที่เคยจูบ ซึ่งมันไม่ใช่แค่ความหวานที่ผมมอบให้น้อง มันเต็มไปด้วยความร้อนแรงและดุดันด้วย เสื้อผ้าน้องถูกถอดออกทีล่ะชิ้น ผมไม่รีบร้อนอะไรเพราะอยากให้ครั้งแรกของเราเต็มไปด้วยความประทับใจ มิคตัวสั่นมากตอนที่ผมถอดกางเกงเขา ผมขยับกดจูบลงไปที่ต้นขาด้านในแล้วจูบซับขึ้นไปเรื่อยๆ

เสียงครางของน้องดังสลับกับเสียงจูบที่ปลอบประโลมไปทั่วร่าง

หยาดน้ำตาผสมรวมกับเหงื่อที่ไหลทั้งๆที่อยู่ในห้องเย็นฉ่ำ

และสุดท้ายทุกอย่างก็สงบลง มันจบลงด้วยการจูบซับที่ริมฝีปากครั้งแล้วครั้งเล่า น้องผล็อยหลับลงไปด้วยความเหนื่อย ไม่ต่างจากผมที่กระชับกอดเขาแล้วหลับตามกันไป

ผมรักคนในอ้อมกอดนี่จังเลยครับ รักในแบบที่ผมไม่เคยรักใครมาก่อน  ผมไม่รู้ว่าความรักมันเทียบกันได้ไหม แต่กับคนนี้สำหรับผมมันมากที่สุดเท่าที่หัวใจจะสัมผัสได้จริงๆ

การตื่นขึ้นมากลางดึกไม่ใช่เรื่องปกติที่ผมเป็น

ผมหยิบมือถือขึ้นมาเช็คเวลามันบอกว่าเลยเที่ยงคืนมาแค่ 10 นาทีกว่าเท่านั้น แน่นอนว่าช่วงเวลานี้คนที่นอนอยู่ข้างกายก็คงยังไม่ตื่น เขานอนหลับไหลอยู่ในท่าคว่ำหน้า คุดคู้อยู่กับผ้าห่มและไหล่ พอเห็นแบบนี้ก็รีบหันไปเปิดไฟที่หัวเตียงแล้วเข้าแอพลิเคชั่นกล้องถ่ายรูปเพื่อถ่ายภาพน้องเก็บไว้ ผมยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มแต่งรูปโดยการเบลอภาพน้องจนมองไม่ชัด ผมไม่ได้แท็กน้องแค่อัพลงไอจีแล้วลิงค์ลงเฟสเท่านั้น

Nighteiei คนนี้...พี่รัก *แนบรูปที่แต่งเมื่อกี้”

กรี๊ดดดดด เขินนนนน พยายามส่องทะลุความเบลอสุดอะไรสุด

นี่เห็นชัดแค่ไรผมกับกกหูเองโว้ยยย อิจอีพี่ว่ะ แผ่นหลังน้องต้องขาวเนียนแน่ๆ

แงงง น่ารักทำไมน่ารักแบบนี้ ข่าวลือเรื่องเลิกนี่มันมั่วสุดๆ เขาง้อกันแล้วแก

Porparof Yสักทีนะมึง

Dome paka dumจุดพลุฉลองงงงง

TonTonฮิ้ววววววว กูว่าต้องมีได้กัน =.**,=

พี่ต้นนนนน รู้อะไรมาไหนเล่าาา

ไอ้ต้นเปิดประเด็นจนคอมเม้นพุ่งทะลุไปหลายร้อย ผมไล่อ่านคอมเม้นที่แต่ล่ะคนมาคอมเม้นให้ เอาจริงๆเรื่องของผมกับมิคมันจะไม่มาถึงจุดนี้ได้เลยถ้าไม่มีพวกเขาที่เรียกตัวเองว่าเรือผี ผมกับน้องรู้จักกันได้ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะแท็กในทวิตน้องที่เริ่มก่อน แต่ที่มันสามารถเป็นจริงขึ้นมาได้เพราะพวกเขาช่วยกันกระพือให้เรื่องราวเล่านี้มันเข้ามาในความสนใจผม

Nighteieiขอบคุณทุกคนมากๆนะครับที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ขอบคุณที่คอยขับเคลื่อนและยินดีในรักของเรา กูไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆว่ะ นอกจากคำว่าขอบคุณ ชอบคุณจริงๆ

อุ่ยเขินนน อีพี่บอกชอบว่ะ

Nighteiei **ขอบคุณว่ะ กูพิมพ์ผิดเพราะชอบกูให้แค่คนๆเดียว

จย้าาาา หมั่นมากกกกกบอกเลย

พวกเราก็ขอบคุณพี่มึงที่แบ่งปันเรื่องราวความรักของพี่มาให้เราฟิน เราดีใจที่ได้เชียร์ให้พวกพี่รักกัน

ผมอ่านคอมเม้นอยู่พักนึงก็ขยับลงนอนบนเตียงอีกรอบ ดึงเอวคนที่หลับอยู่อีกฟากของเตียงมากอดแล้วกดจูบลงไปที่หลังคอเขา

“รักมิคนะครับ”

คำบอกรักที่ผมพูดออกไป ผมไม่ได้หวังว่าจะได้อะไรตอบกลับมาตอนนี้ เพราะรู้ดีว่าคนตัวเล็กเหนื่อยแค่ไหนกับกิจกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่การที่น้องเริ่มขยับตัวหลังจากที่ผมบอกรักก็ทำเอาผมรู้สึกเขินขึ้นมาเสียดื้อๆ น้องหันกลับมาซุกเข้าที่อกผมก่อนจะเงยหน้างอๆขึ้นมามอง

“บอกตอนผมหลับแบบนี้ได้ไง”

“ทำไมวะ”

“ไม่แฟร์....”

“หึ พี่รักมิค...” กดจูบหนักแน่นที่หน้าผาก

“ผมเองก็รักพี่เหมือนกัน...”

ผมไม่รู้หรอกครับว่าความรักของผมกับน้องมันจะยืนยงไปตลอดไหม คำสัญญาที่บอกว่าจะรักตลอดไปผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่า คำว่ารักของผมโฟกัสที่ปัจจุบัน โฟกัสว่าตอนนี้ผมรักเขามากที่สุด

อุปสรรคที่ผ่านเข้ามาผมเชื่อว่ามันจะสอนให้เราทั้งคู่ก้าวข้ามผ่านในทุกๆเรื่องต่อจากนี้

เพราะไม่ว่าสิ่งที่เข้ามามันจะแย่แค่ไหน ผมมั่นใจว่าจะจับมือเขาไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่ผมจะทำ...

- - - - - - - - - - - - - 

จบแล้ว

ถ้าชอบหรือสนุกกับนิยายที่ออนแต่งฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจด้วยนะ


ปล. นิยายเรื่องนี้มีเล่มขาย ตอนพิเศษในเล่มเยอะเหมือนเดิม

เพิ่มเติมก็ยังฟินไม่แพ้เรื่องไหน เอ็นซงเอ็นซีอก็อยู่ในนั้นแหละ อิอิ


ตอนนี้ในเว็บสนพ. ได้ทำการรีปริ๊นนิยายเรื่อง my shipper เรียบร้อยแล้ววว สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บ sense book นายอินทร์ งานหนังสือ และ ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปได้เลยยยย


https://www.naiin.com/publisher/005113?a=042270

ความคิดเห็น