ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 :: หวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 09:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 :: หวง
แบบอักษร

หวง

ผมพามิคนั่งรถเมล์มาขึ้นรถใต้ดินที่จตุจักร ระยะทางจากหอผมมาที่ใต้ดินใช้เวลาเกือบ 30 นาที แต่คนตัวเล็กก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะบ่น เขาสนุกกับกล้องในมือที่ผมมอบหมายให้เขาเป็นคนรับผิดชอบ ระหว่างที่นั่งรถเมล์จนมาต่อรถไฟใต้ดิน มิคมักจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายบรรยากาศรอบข้างเสมอ ส่วนผมก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเขาเช่นกัน

จริงๆอยากได้ทุกมุมทุกอย่างที่เป็นตัวมิคอยากรู้จักอยากเรียนรู้เรื่องที่น้องชอบและไม่ชอบอะไร อย่างเรื่องกล้องและการถ่ายรูปมันก็เป็นสิ่งใหม่ที่ผมเพิ่งจะรู้ในวันนี้เหมือนกัน

Nighteieiพาเด็กมาเที่ยวว่ะ::เยาวราช

พี่มึงพาน้องนั่งรถเมล์เป็นด้วยเหรอวะ

Nighteieiน้ำหน้าอย่างกูทำไมจะพามันขึ้นรถเมล์ไม่เป็น ตอนเรียนมัธยมกูนั่งรถเมล์ประจำอ่ะ

ไม่ใช่งั้นพี่ แค่รู้สึกว่าชีวิตจริงแม่งต้องแบบนี้เฉยๆ แต่ก่อนเห็นเวลาพี่มึงควงคนไหนก็ไม่เห็นจะพานั่งรถเมล์สักที

ก็คนนี้พิเศษไงคะ กรีสสส พี่มึง live อีก อยากดู liveeeeeeee แมวมิคตอนไปเที่ยวต้องน่ารักแน่ๆเลยว่ะ ไม่อยากมโนเองอ่ะ อยากเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว ได้โปรดสนองพวกเราเถอะค่ะ พรีสสสสส

FangFangก็ไม่ใช่ว่าฟางจะนั่งรถเมล์ไม่เป็นนะไนท์ เบื่อเมื่อไหร่ก็กลับมา ยังรอนะ

ได้ข่าวว่าคนรอล่าสุดควงเดือนนิติป่ะวะ

อุ่ยยยยโป๊ะแตกซะงั้น

รดน้ำมนต์กันไหมพวกเธอออออ แถวนี้มีผีว่ะ 5555555555555

เราจะข้ามเม้นผีๆไปเพราะตอนนี้เรือเราไม่ใช่เรือผี เราคือเรือดำน้ำแล้วจ้าาาาา #มองเหยียดไปที่เรือผีทุกลำ อย่าแล่นเข้ามาใกล้นะจ๊ะ นี่เรือดำน้ำจ้า

อิจฉาเรือนี้ เรือเราอดีตเคยผีแค่ไหนทุกวันนี้ก็ยังผีเหมือนเดิม #อยู่ด้วยแรงศรัทธาล้วนๆ

ผมส่ายหัวให้กับเม้นในเฟสแต่ล่ะคนดูพร่ำเพ้อแปลกๆ ส่วนเรื่องฟางผมรู้ว่าเขาอาจจะแค่เม้นแซะแฟนคลับผมเฉยๆ เขาคงไม่ได้รอจริงๆอย่างที่บอกหรอก เพราะเจ้าตัวก็ดีกรีถึงดาวคณะ เธอสามารถหาแฟนหรือคนที่ดีกว่าผมได้อีกเยอะ กับขวัญเองก็เหมือนกัน เธออันเฟรนด์ผมไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เพื่อนในคณะไปกดไลค์รูปเธอแล้วมันเด้งขึ้นหน้า feed หลังจากนั้นพอกดเข้าไปในโปรไฟล์ถึงรู้ขวัญอันเฟรนด์ผมไปแล้ว

ผมโอเคนะ สำหรับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ผมคิดว่ามันเป็นโชคชะตาที่นำพาให้ผมกับมิคมาเจอกัน.....

ถุ้ย!!โคตรละคร

ทั้งๆที่เรื่องจริงคือกูเป็นคนดึงน้องเข้ามาเองดึงเขาเข้ามา แล้วสุดท้ายก็ติดบ่วง จนถึงตอนนี้ก็ยังหาทางออกจากบ่วงนี้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

“พี่ไนท์ เหมือนเจ้าเหมี้ยวที่ห้องเลยอ่ะ” น้องยื่นกล้องมาให้ผมดู รูปที่เขาถ่ายคือแมวสีส้มคาดขาวมันกำลังนั่งเลียอุ้งเท้าอยู่บนหลังคา มิคน่าจะถ่ายระหว่างที่เรานั่งรถเมล์มาด้วยกัน

“ก็คงพันธุ์เดียวกันมั้ง”

“ผมชอบแมวพันธุ์นี้”

“กูก็ชอบ” ผมยิ้มแล้วมองหน้ามิคที่เงยขึ้นสบตาผมพอดี

“ชอบผม??” มิคเล่นมุขเหมือนผมแล้วยักคิ้วกวนตีนให้

“เปล่า....ชอบแมว น่ารักดีนะ ไหนเอามาดูหน่อยมีรูปอื่นที่น่ารักกว่านี้ไหม” ผมแกล้งก้มลงไปมองกล้องในมือน้อง ทำท่าจะเอื้อมไปจับกล้องแต่มิคยกกล้องหนีมือผม “ไมทำหน้างั้นวะ มีอะไรหรือเปล่า”

ผมถามคนที่ยังหน้าหงิกอยู่ด้วยสายตาล้อๆ มิคถอนหายใจออกมาอย่างแรง บ่นพึมพำไรสักอย่าง

“พี่ไนท์แม่ง....กวนตีนว่ะ...”

“อะไรนะ ไม่ได้ยินเลย” พอเอียงหูไปใกล้น้องมากๆ มิคมันเลยป้องหูผมแล้วตะโกนออกมาเสียงโคตรดัง

“กวนตีน!!!!” พูดเสียงดังมากจนคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามหันมามอง ดีนะที่ขบวนรถไฟรอบนี้ไม่ค่อยมีคน ฝั่งที่ผมนั่งมีแค่ผมกับมิคส่วนฝั่งตรงข้ามก็มีอยู่2-3 คนเท่านั้น มิคทำหน้าเหลอหลาก่อนจะแกล้งก้มหน้ามองกล้องในมือต่อ หูน้องแดงมาก ไม่รู้ว่าโกรธหรืออายกันแน่

แต่ถ้าให้เดาคงจะทั้งโกรธและอายผสมๆกันไป

“ฮ่า ฮ่า” ผมหัวเราะออกมาเพราะท่าทางน้องแม่งโคตรตลก

“เงียบเลย เลิกหัวเราะ”

“ทำไมอ่ะ ขอเหตุผล” ผมเลิกคิ้วถามคนที่ยังมีอาการไม่พอใจ น้องมองหน้าผมเสร็จก็ถอนหายใจออกมาแรงๆ

“ผมเกลียดเสียงหัวเราะพี่ไนท์ไง” พูดเสร็จก็หันไปสนใจกล้องในมือต่อ

“จริงไหม ให้โอกาสพูดอีกรอบ” ผมก้มหน้าไปหามิคจนระยะห่างของหน้าผมกับเขาเหลือไม่กี่เซนต์  มิคไม่พูดอะไรแต่ดันหน้าผมให้ขยับหนีออกจากหน้าเขา

“พี่ไนท์” ส่วนผมก็ใช้หน้าตัวเองนั่นแหละดันมือเขากลับมา

“ว่าไงครับคุณมีอะไรจะบอกผมใหม่ไหม” พูดเสียงอู้อี้เพราะมิคเปลี่ยนมือที่ดันหน้าขึ้นมาปิดปากผมแทน “มิค”

มือน้องยังปิดปากอยู่สุดท้ายเลยแลบลิ้นออกมาเลียฝ่ามือมิคแม่งเลย

“อี๋ พี่ไนท์...น้ำลายอ่ะ” น้องพูดด้วยน้ำเสียงรังเกียจ เขาดึงมือตัวเองออกพร้อมกับเอามือนั้นมาเช็ดที่เสื้อผม

“โหหห มิครังเกียจน้ำลายกูเหรอ”

“เออดิ มันสกปรกอ่ะ”

“แล้วเมื่อคืนแมวไหนมันดูดปากกูวะ”

“.......” น้องเงียบเขางับปากตัวเองสนิท เหมือนรู้ตัวว่าถ้าพูดอะไรออกมามันจะเข้าทางผมแน่นอน ผมยิ้มออกมาแล้วขยี้หัวแมวไปที น้องยอมให้ผมลูบหัวจนพอใจก่อนจะเอนตัวมาพิงที่ไหล่ผม เราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันอีก มีเพียงเสียงประกาศตามสายว่าถึงสถานีไหนแล้วเท่านั้น

ผมชอบความรู้สึกนี้นะ มันเหมือนเราเป็นตัวของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องมาคอยเฟคให้ดูดีเวลาอยู่ด้วยกัน แต่ก่อนเวลาไปไหนมาไหนกับคนที่ผมคุยๆอยู่ ผมจะต้องสวมบทบาทสุภาพบุรุษเสมอ ทั้งคอยตามใจและคอยทำนั่นทำนี่ให้ ผมไม่เคยพาพวกเขาไปลำบาก ไม่เคยแม้แต่จะพาผู้หญิงพวกนั้นนั่งรถเมล์ด้วยซ้ำ

แต่กับมิคมันต่างออกไป อาจเพราะเขาเป็นผู้ชายก็ได้มั้ง หลายๆอย่างที่ไม่เคยคุยกับผู้หญิงสามารถคุยกับเขาได้อย่างเปิดอก ทั้งเรื่องกิน เกมส์ หรือแม้แต่ฟุตบอลที่ถึงแม้ว่าผมกับน้องจะเชียร์คนล่ะทีมก็เถอะ แต่มันก็สนุกและเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

เสียงไลน์ดังขึ้นขัดจังหวะ ผมหยิบมือถือออกมาดูถึงรู้ว่าคนที่ไลน์มาเป็นกลุ่มเพื่อนสมัยมัธยม

Bommie **คนดีคนนี้กำลังจะตายเพราะโปรเจ็ค ::** *แคบหน้าจอสเตตัสล่าสุด*มึงมาเยาวราช??

Nighteiei **::** เออกำลังไปตอนนี้อยู่ใต้ดิน

**หมาก ปริญไม่ใช่กูนะไม่ต้องมาทักผิดอีก ::** ถ้าจะมาใกล้ขนาดนี้ก็แวะมาหาพวกกูด้วยสิครับ

Nighteiei **::** กูไม่รู้จะมีเวลาแวะไปไหม

**เจ๋งเองจ้า ::** หยิ่งเหรอสัดเป็นเดือนแล้วหยิ่งเหรอ เอาน้องมาให้กูดูหน้าดิ๊อยากสัมผัสความน่ารักใกล้ๆ

**หมาก ปริญไม่ใช่กูนะไม่ต้องมาทักผิดอีก ::** อ่านแล้วทำเงียบครับ สรุปมึงจะมาไหมไม่มากูบุกยันถิ่น แบล็คเมล์ยันมหาลัยนะครับนรพัฒน์

Nighteiei **::** ไม่รู้ว่าน้องจะไปหรือเปล่านี่ดิ

**เจ๋งเองจ้า ::** ข้ออ้างครับต้องขอโทษด้วยที่ฟังไม่ขึ้นยังไงรีบมาเลย ฝากซื้อกะเพราไก่ไข่ดาวมาด้วย 5 กล่อง

Nighteiei **::** เออๆเดี๋ยวกูแวะไป

สุดท้ายก็ต้องรับปากพวกมันอยู่ดี ไม่ใช่ว่ารังเกียจเพื่อนตัวเองหรอกครับ แต่เพื่อนผมที่เรียนมัธยมกลุ่มนี้เรียกว่าชิงหมาเกิด แถมเลเวลการแซวโคตรของโคตรนรก เอาดีๆมึงเห็นกูแบบนี้ พวกเหี้ยนี้เป็นหนักกว่ากูไง พวกมันสามคนเลือกเรียนสถาปัตย์เพราะมีพ่อแม่ทำธุรกิจด้านนี้ แต่เหตุผลหลักๆที่เลือกเรียนมหาลัยนี้เพราะให้เหตุผลว่ารอบท่าพระจันทร์บรรยากาศดีทั้งร้านเหล้าและที่นั่งชิว พวกมันเคยคิดจะลากผมมาเรียนด้วยแต่คณะที่ผมเลือกต้องไปเรียนวิทยาเขตนครปฐม แน่นอนว่าผมไม่ไป สุดท้ายผมเลยปีกวิเวกมาเรียนที่มหาลัยแถบปริมณฑลอยู่คนเดียว

ถามว่าพวกมันรู้เรื่องมิคได้ไง ก็รู้จากกูนี่แหละ มันรู้ตั้งแต่ที่เริ่มเสือกในสเตตัสแรกที่ลงเกี่ยวกับน้องยันสเตตัสสุดท้ายที่เพิ่งลงล่าสุด ปากพูดตลอดว่าอยากเจอมิคเพราะเป็นเรื่องผิดปกติมากที่น้ำหน้าอย่างผมจะสนใจผู้ชาย ที่ผ่านมาผมบ่ายเบี่ยงมาตลอด จนวันนี้ดันลืมว่าเยาวราชแม่งไม่ได้อยู่ไกลจากท่าพระจันทร์เลย สุดท้ายที่บ่ายเบี่ยงมาโดนจับไต๋ด้วยเรื่องง่ายๆซะงั้น

“เป็นไรอ่ะ” เสียงจากคนข้างตัวถามผมพร้อมกับไหล่ที่กระทบลงบนไหล่ผมเบาๆสองสามที ผมเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมาเห็นมิค กำลังเอียงคอมองผมอยู่ “คิ้วขมวด”

มิคพูดพลางเอานิ้วจิ้มตรงหว่างคิ้วผม

“เพื่อนม.ปลายกูอ่ะดิ...มันนัดกูให้ไปหา แล้วก็...ให้พามึงไปด้วย”

“โห ไม่อยากไปอ่ะ”

“ปฏิเสธไม่ได้ไงกูรับปากพวกแม่งไปแล้ว นี่คิดอยู่ว่าจะไม่ไปเยาวราชแล้วจะนั่งแท็กซี่ไปท่าพระจันทร์เลย” น้องถอนหายใจออกมาแรงๆ ผมเองก็ไม่อยากให้น้องไปเจอกับพวกห่านั่นหรอก แต่ทำไงได้วะ “ช่วงนี้แถวนั้นมีงานพิธีด้วย วาดรูปตามกำแพง มึงไม่อยากไปดูเขาวาดภาพหรือถ่ายรูปพวกนั้นเหรอวะ จริงๆเพื่อนๆกูตอนนี้ก็กำลังทำโปรเจคอยู่ เป็นโมเดลบ้านที่ต้องส่งอาจารย์ เด็กเภสัชอย่างมึงโอกาสน้อยนะเว้ยที่จะได้เห็นอะไรที่มันแตกต่างจากวงจรชีวิตตัวเองแบบนี้ ไม่อยากไปดูเหรอ”

ยอมรับครับว่าแถรอบนี้ยาวมากที่พูดไปทั้งหมดจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าวกวนไปถึงลุ่มแม่น้ำไนล์ไหม แถมยังไม่รู้เลยว่าจะสะกดจิตแมวตรงหน้าได้แค่ไหน

“มองหน้าแบบนี้หมายความว่าไง...ไปเปล่า”

“เอออ ไปก็ได้”

“เด็กดี”

“ผมก็เป็นเด็กดีมาตลอด”

“จริงดิ ไม่เคยรู้ ที่ผ่านมารู้จักแต่มิคเด็กดื้อ”

“ผมไม่ได้ดื้อ”

“เออกูเชื่อ”

“เชื่อดิก็ผมพูดจริง” มิคขยับเอาศีรษะโขกเข้าที่บ่าผมเบาๆ เสียงประกาศจากรถไฟใต้ดินบอกว่าเรามาถึงสถานีปลายทางแล้ว

หลังจากนั้นผมถึงพามิคมาขึ้นแท๊กซี่ตรงทางออก เราใช้เวลาเกือบ 45 นาทีในการนั่งรถมาที่ท่าพระจันทร์ แวะกินข้าวแถวนั้นพร้อมกับซื้ออาหารตามสั่งไปให้พวกไอ้บอม

บรรยากาศมหาลัยที่พวกไอ้บอมอยู่เป็นอะไรที่แตกต่างกับมหาลัยผมค่อนข้างมาก ที่ๆผมอยู่มีแต่ทุ่งกับลานกว้าง ต้นไม้มีน้อยเมื่อเทียบกับที่นี้

มิคดูจะชอบกับบรรยากาศรอบตัว เห็นได้จากการยกกล้องขึ้นถ่ายตลอด กลิ่นอายของศิลปะที่ฝังรากลึกมามากกว่า 70 ปี ทำให้ผมซึมซับกับบรรยากาศของมันได้ไม่ยาก

“เจ๋งกูถึงแล้วนะ”

(ลานคณะป่ะ เดี๋ยวกูลงไป แล้วนี่มึงไปดูรูปตามกำแพงม.กูยัง)

“ยังว่ะ ว่าจะแวะเอาข้าวมาให้พวกมึงก่อน”

(เออๆ รออยู่นั่นแหละ เดี๋ยวกูลงไปเอา) ผมวางโทรศัพท์พร้อมกับหันมาหาคนที่ยังก้มๆเงยๆอยู่กับพื้น

“ทำไร”

“ถ่ายแมว”

“อีกและ”

“น่ารักอ่ะพี่ไนท์” แมวที่มิคกำลังลูบอยู่เป็นแมวลักษณะที่ไม่ได้น่ารักสำหรับผม มันตัวสีดำสนิท แววตาสีเหลืองกับตัวอ้วนๆที่คาดว่าน่าจะเป็นขวัญใจของเด็กคณะนี้ อ้วนขนาดนี้เรียกว่าหมูยังได้เลยเหอะ “พี่ไนท์ถ่ายรูปให้ผมหน่อย”

มิคยื่นมือถือตัวเองส่งมาให้ ผมกดถ่ายไปอยู่สองสามรูปก็เหมือนนึกขึ้นได้ว่ามิคไม่ได้เล่นโซเชียล แปลกที่คนไม่เล่นโซเชียลแบบเขากลับชอบถ่ายรูป

ทวิตเตอร์ที่ไอ้ปลาเคยให้ก็ดูเหมือนจะหยุดอัพไปนานแล้ว จริงๆผมอยากให้เขาเล่นเฟสนะเพราะรูปที่มิคถ่ายมามีแต่สวยๆทั้งนั้น

“มึงเล่นเฟสบุ๊คไหมมิค ตอบกูมาจริงๆนะห้ามโกหก”

“เคยเล่นนานแล้ว สมัยมัธยมอ่ะ แต่พอเข้ามหาลัยมาก็เลิกเล่น ไม่ได้โหลดแอพด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าแอคที่เล่นอยู่มันปิดไปหรือยัง ทำไมอ่ะพี่ไนท์” น้องพูดพร้อมกับอุ้มแมวมานั่งข้างๆผม น้องแม่งติดแมวเกินไปว่ะ เห็นตัวไหนนอนอยู่ก็จะอุ้มมาเล่นเอื้อมมือไปหยอก อย่างตัวนี้ไม่รู้ว่ามันฉีดยาหรือยังก็ไม่รู้

“อยากให้มึงเล่นเฟสน่ะ รูปถ่ายมาสวยๆไม่คิดจะเอามาโชว์คนอื่นเหรอ”

“ใครจะมาดู”

“เยอะแยะ” ผมโหลดแอพเสร็จก็ให้น้องล็อคอินเข้าเฟส ภาพโปรไฟล์มิคเป็นรูปตัวเองใส่เสื้อสีดำกำลังอุ้มแมวอยู่ ผมยิ้มให้กับรูปนั้นไม่นานก็กลับมาหน้าบึ้งเพราะสเตตัสอื่นๆของมิค

จริงๆน้องไม่ค่อยอัพสเตตัสอะไร ส่วนใหญ่จะเน้นแชร์เรื่องของกินมากกว่า แต่ที่เหมือนจะครองพื้นที่ในเฟสมิคไปเต็มๆเลยก็เห็นจะเป็นผู้หญิงที่ชื่อทราย เธอแท็กมาเยอะกว่ารูปที่มิคอัพเองซะอีก

“ทำหน้า”

“ก็ดูเฟสมึงดิ มีแต่ผู้หญิงคนนี้ เยอะไปไหมวะ ไอ้เชี่ยนนไรนี่อีก เพื่อนกันจำเป็นต้องถ่ายรูปเอาหน้าใกล้กันขนาดนี้เลยเหรอ ถามจริงตอนมัธยมมึงไม่คบคนอื่นบ้างรึไง ทำไมมีกันแค่นี้” บอกเลยว่าโคตรพาล เห็นรูปแนบชิดกับน้องมากหน่อยก็เหวี่ยงแทบจะขว้างมือถือทิ้งเสียตอนนี้ กับแฟนคนเก่าผมยังไม่อัพรูปนอนตักลงขนาดนี้เลย นี่อะไร น่ารำคาญโคตร

น้องชะโงกหน้ามาดูหน้าเฟสตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผมอย่างขำๆ

“ไม่ขำเหอะ”

“ก็แค่แท็กเอง...”

“แต่ก็ไม่คิดว่าเฟสมึงจะเต็มไปด้วยความทรงจำกับแฟนเก่าขนาดนี้”

“แล้วจะให้ทำไงอ่ะ พี่อยากให้ผมกลับมาเล่นเฟสเองนะ”

ผมไม่ได้ตอบน้องกำลังใช้ความคิดอยู่ว่าจะทำยังไง ถ้านั่งลบเฉพาะแท็กกว่าจะลบเสร็จไม่ชาติหน้าเลยเหรอวะ แม่งมีเป็นร้อยรูปขนาดนี้

“เดี๋ยวกูสมัครให้มึงใหม่ดีกว่าว่ะ ส่วนอันนี้เลิกเล่นไปเลย ห้ามเข้าอีก”

“เอางั้นเหรอ”

“เออเอาแบบนี้แหละ เดี๋ยวกลับไปกูจะยกเลิกบัญชีนี้ด้วย”

“ฮ่า ฮ่า แล้วแต่พี่เลย ผมยังไงก็ได้”

“เออแล้วแต่กู กูก็จะทำตามกูนี่แหละ ไม่แคร์ใครทั้งนั้น” ผมใช้น้ำเสียงโทนดุพร้อมกับเอื้อมมือไปขยี้หัวน้องเต็มแรง ไม่ชอบที่ตัวเองออกอาการมากมายขนาดนี้เลยว่ะ รู้เลยว่าความรู้สึกที่มีต่อน้องมันมากแค่ไหนก็ตอนที่เห็นรูปน้องแนบชิดกับคนอื่นแบบนี้

“พี่ไนท์...หัวยุ่ง”

“หมั่นไส้”

“อะไรวะ งอแงเหรอ”

“เอออออ”

“คิดมากน่าไนท์  ไม่มีอะไรหรอก” น้องเอื้อมมือมาหยิกแก้มผมไปมา มือแม่งก็เป็นมือที่ลูบหัวแมวเมื่อกี้ หน้ากูจะสิวขึ้นไหมเนี่ย

“เป็นแฟนเหรอมาเรียกไนท์เฉยๆอ่ะ”

“อ่าว แล้วนี่เราไม่ใช่แฟนกันหรอกเหรอ” พูดด้วยท่าทางกวนตีนแต่ใบหน้าที่แดงกร่ำก็ยังแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่น้องพูดมาเมื่อกี้เขาเขินพอสมควร

“เหรอวะ สรุปเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหม กลับไปคืนนี้อยากทำหน้าที่แฟนจังเลยว่ะ...ได้เปล่า” พูดพร้อมกับแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก แล้วหยุดค้างการกัดปากตัวเองไว้ มิคยู่หน้าแล้วผลักหัวผมเต็มแรง

“หื่นเกิน”

“เดี๋ยวก็รู้ว่าใครหื่นกว่า”

“ผมยังไม่พร้อมหรอกนะพี่ไนท์”

“ก็ไม่ได้บังคับเหอะ แค่จะบอกว่าเตรียมความพร้อมแต่เนิ่นๆมันก็ดี...ลองไหม”

“พอออออ เลิกกกก ยังไม่ทำอะไรทั้งนั้นอ่ะ” น้องขยับตัวหนีหน้าผมที่ขยับเข้ามาใกล้ 

“ฮิ้ววววววว มาถึงก็หวานจนคณะกูไม่ต้องใช้น้ำตาลเลยนะครับ” แต่ก่อนที่ผมจะทำอะไรมากกว่านั้นเสียงผิวปากแม่งก็ดังมาแต่ไกล ไอ้บอมคนแรกที่เอ่ยปากแซวผมกับน้อง

“อิจฉาจริงโว้ยยย น่ารักกว่าที่จินตนาการไว้อีก น้องมิคใช่ไหม นี่พี่เจ๋งเอง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับผม” ไอ้เจ๋งเดินมาทักแล้วยื่นมือจะเช็คแฮนด์น้อง แต่เป็นผมเองที่ปัดมือมันทิ้ง

“เยอะไปแล้วสัด”

“ฮ่า ฮ่า ก็แค่อยากจับดูว่านิ่มหรือเปล่า”

“จับง่ามตีนกูไปก่อนไหม”

“โหดร้ายยยยยที่สุด” น้ำเสียงตอแหลกว่าหน้ามันอีก

“หวงขนาดนี้ไม่ใส่โซ่คล้องคอไว้ที่บ้านวะ” ไอ้หมากเดินมาสมทบทีหลัง ยิ้มกรุ่มกริ่มของมันทำน้องไปไม่เป็น แต่สุดท้ายมิคก็ยกมือไหว้พวกมันสามคนแล้วยิ้มออกมา

“เชี่ยยยยยย น่ารักสัด”

“ของกูครับ เลิกเพ้อ ขอร้อง” พวกมันหัวเราะขำแล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาทำท่าจะดูด แต่พอหันมาเห็นมิคมันเลยถามน้องเหมือนขออนุญาต มิคพยักหน้าแล้วโบกมือบอกพวกนั้นว่าไม่มีปัญหาอะไร

“เดี๋ยววันนี้พาไปร้านแจ่มจันทร์ ตรงถนนพระอาทิตย์ บรรยากาศดีมากมึง อาหารอร่อย มีขาหมูเยอรมันที่เรคคอมเม้นสุด มิคกินได้ป่ะ”

“ได้ครับ”

“ไม่ใช่แค่ได้นะ คนนี้แดกเยอะด้วย”

“พี่ไนท์ทท ผมไม่ได้กินเยอะขนาดนั้นไหม”

“เหรออออออออ” ผมจิ้มนิ้วลงไปที่แก้มน้องเบาๆ ส่วนคนที่โดนแซวก็หันมาทำท่าจะงับนิ้วผม พวกไอ้เจ๋งไม่ได้เอ่ยปากแซวแค่ทำหน้าหมั่นไส้แล้วโบกมือไล่ผมให้ออกไปจากคณะมันเร็วๆได้ยินเสียงมันตะโกนบอกว่าให้เจอกันประมาณ 6 โมง ซึ่งผมมีเวลาเดินดูภาพรอบกำแพงอีกประมาณ  2 ชั่วโมง แดด 4 โมงแม่งไม่ใช่เรื่องขำเลยว่ะ

“เปลี่ยนใจไหม เห็นแดดแล้วเหนื่อย”

“พี่ไนท์จะนั่งรออยู่นี่ก็ได้นะ”

“เรื่องไรล่ะ” ผมยู่หน้าแล้วดึงข้อมือน้องมาจับข้างหนึ่ง ไขว้มือเขาไว้ด้านหลัง ก่อนจะดันมิคให้เดินไปข้างหน้าด้วยกัน

 เสียงหัวเราะของคนน้องดังขึ้นจนน่าหมั่นไส้

แต่จะทำไงได้ครับ ทุกวันนี้ความรู้สึกหวงน้องมันเพิ่มขึ้นจนไม่รู้จะหาจุดสิ้นสุดของความรู้สึกนี้ได้ที่ตรงไหนเหมือนกัน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว