ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 :: แผนการนรพัฒน์ ขั้นที่ 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 :: แผนการนรพัฒน์ ขั้นที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 09:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 :: แผนการนรพัฒน์ ขั้นที่ 2
แบบอักษร

แผนการนรพัฒน์ ขั้นที่ 2

“แล้วไงต่อ” ผมดึงมิคมากอดคอ ก่อนจะพาเขาให้เดินเข้ามาในคณะพร้อมกัน

“ก็ไม่แล้วไงต่อ”

“อะไรของมึงมิค มาบอกชอบคนอื่นแล้วจบแค่นี้เองเหรอวะ” ผมใช้มือข้างที่กอดคอมิคอยู่จิ้มลงไปบนแก้มเขาสองสามที “ใจร้ายโคตร”

“อ่าว แล้วมันต้องมีอะไรมากกว่านี้เหรอครับ”

“ก็แหงล่ะ มึงบอกชอบแล้ว หลังจากนี้มึงก็ต้องจีบกูไง อนาคตเผื่อกูจะยอมเปลี่ยนจากแฟนปลอมๆมาเป็นแฟนจริงๆให้”

“ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ” น้องขมวดคิ้ว เอนตัวหนีหน้าผมที่ขยับเข้ามาใกล้

“ก็ต้องขนาดนี้สิวะ ปกติเราชอบใครเราก็อยากให้เขามาเป็นแฟนจริงๆ...”

“แต่ผม...ยังไม่ได้คิดถึงตรงนั้นเลย เพราะชอบของผมมันก็แค่ชอบ ไม่ได้คิดถึงเรื่องเป็นแฟน เพราะผม...ไม่รู้อนาคต บางทีต่อไปผมอาจจะเลิกชอบพี่ก็ได้....ใครจะ... อื้อออ ไอ้พี่ไนท์ เจ็บนะเว้ย” ผมดึงแก้มแมวมิคจนมันหน้ายู่ แม่งหมั่นไส้ มาบอกชอบผมแต่ไม่อยากเป็นแฟน ตรรกะบ้าอะไรของมันวะ แถมยังมีหน้ามาตบท้ายว่าอนาคตอาจจะเลิกชอบผมอีก

โถ่ไอ้แมว บอกเลยครับว่าโนเวย์คิดจะมาบอกชอบกูง่ายๆแล้วจบไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนี่ยนะ

มึงฝันอยู่เหรอมิค กลับมาโลกแห่งความจริงไหมเพราะนาวนี้นรพัฒน์จะไม่ยอมให้คำพูดใดๆของมึงมาสั่นคลอนรีเรชั่นในเฟสบุ๊คกูแน่ๆ เดี๋ยวกับไปกูขึ้นรีเรชั่นเลยว่าเป็นความสัมพันธ์ที่กำลังถูกจีบ

ไม่ดิ...คนอื่นคิดว่าผมกับน้องเป็นแฟนกันอยู่ควรตั้งว่าไงดีวะ

“พี่ไนท์ ปล่อยได้แล้วไหม ดึงอะไรนักหนาเล่า” น้องตีมือผมที่ยังดึงแก้มเขาอยู่

“ก็ดึงเพื่อให้สติมึงกลับมาอยู่ที่เดิมไง..... อะไรของมึงวะมิค มาบอกชอบคนอื่น แล้วจู่ๆก็มาบอกว่าจะเลิก มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ รับผิดชอบคำพูดตัวเองบ้าง บอกชอบกูแล้วจู่ๆมาพูดว่าจะเลิก คนเราเกิดมาถ้าไม่รับผิดชอบคำพูดตัวเองแล้วจะเกิดขึ้นมาทำไม” กูเล่นใหญ่อีกแล้ว พูดวกวนเหมือนพายเรือในอ่าง ตอนนี้แทบจะดึงแม่น้ำทั้งโลกมาสะกดจิตน้อง

“อะไร...” กูว่าแล้วว่าคนเด๋ออย่างมันจะไปเข้าใจปรัชญาชีวิตที่นรพัฒน์เพิ่งคิดขึ้นมาเมื่อกี้ได้ยังไง

“รับผิดชอบคำพูดตัวเองไง บอกชอบแล้วก็เดินหน้าจีบกูซะ”

“อะไรวะ..จริงๆผมจะทำอะไร..มันก็เรื่องของผมไหมอ่ะ” มิคมันพูดพึมพำกับตัวเอง แต่พอดีหูผมดี ได้ยินไงว่ามันพูดอะไร

“ใช่ไงมิค...เรื่องมึงกับกูล้วนๆ”

“ไม่ใช่ ผมหมายถึงผมคนเดียว”

“ก็ถูกแล้วป่ะ มึงกับกูรวมกันเป็นเรา” พูดพลางชี้นิ้วมาที่ตัวผมแล้วก็จิ้มลงไปที่แก้มมัน  “มึงจะหมายถึงอะไรอีก”

“โว๊ะ เบื่อจะคุยกับพี่แล้ว...พูดไม่รู้เรื่องเหมือนคุยกับคนบ้าบอ”

“ฮ่า ฮ่า แต่กูชอบคุยกับมึงนะ”

“ไอ้ไนท์ พี่เกรทเรียกประชุม” เป็นไอ้กู๊ดที่ตะโกนบอก ผมพยักหน้าบอกเพื่อนก่อนจะดึงมือมิคให้เข้าไปข้างในพร้อมกัน

ตอนที่เดินเข้ามาคนทั้งห้องหันมามองผมกันเกือบหมด คนที่อยู่ที่นี้ส่วนใหญ่จะเป็นเฮดที่รับผิดชอบงานในแต่ล่ะฝ่าย กับพวกขายตั๋วที่ต้องมารับฟังข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งพวกที่ขายตั๋วนี่แหละมีแต่พวกหน้าตาดี ทั้งเดือนคณะ รองเดือน หรือพวกหนุ่มเซ็กซี่ต่างๆ

“ฮิ้วๆๆๆ นรพัฒน์ แจ่มว่ะสาดดด”

“น่ารักใช่เล่น”

“น้องมิค ถ้าไอ้นอมันทิ้งเมื่อไหร่ พี่ยังอยู่ตรงนี้นะครับ”

“หรือถ้าหนูไม่ชอบผู้ชาย พี่สาวคนนี้เต็มใจดูแลหนูนะลูก พร้อมเปย์นะจ๊ะเด็กดี” ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง เพื่อนผู้หญิง ผู้ชาย พากันโห่แซวจนมิคเริ่มทำหน้าไม่ถูก

“พี่ไนท์....”

“มึงไม่ต้องไปสนใจอะไรหรอก พวกมันก็ปากหมาแซวไปทั่วแบบนี้แหละ เดี๋ยวสักพักก็เลิกแซวเอง”

“สาดดดด มีลูบหงลูบหัวด้วยว่ะ อิจฉาจริงๆโว้ยยยย อยากได้แบบนี้บ้าง....มิคครับ มีเพื่อนน่ารักๆแนะนำพี่บ้างไหมครับ”

“ฮิ้ววววววว”

“พอเลย...พวกพี่เลิกแซวได้แล้วไหม ไม่เห็นเหรอว่าน้องมันกลัว” ผมหันไปพูดกับคนในห้อง ซึ่งหลายคนก็ไม่ได้รู้สึกสลดกับคำด่าผมสักนิด โดยเฉพาะพวกรุ่นพี่

“โหหหหห หวงจังเลยนะไอ้นอ”

“เออไง ก็นี่แฟนผม” เสียงครื้นเครงและผิวปากดังมาอีกระลอกใหญ่กว่าจะหยุดได้ก็ตอนที่พี่เกรทเดินเข้ามานั่นแหละ

ได้ยินพี่เกรทแจ้งกับคนในห้องว่าแพลนวันนี้คือจะพยายามขายบัตรให้หมดเร็วที่สุด เพราะพวกเรารู้กันดีว่าไม่อยากให้งานขายบัตรมันยืดเยื้อไปจนถึงวันคอน

“ไอ้ไนท์ทางนี้” ผมลากน้องเดินไปหาพวกไอ้ปลาที่อยู่ตรงมุมหนึ่งของห้อง  มิคยกมือไหว้เพื่อนในกลุ่มผม ไอ้โดมเตรียมจะรับไหว้ด้วยการยื่นมือไปลูบหัวน้อง แต่ขอโทษครับเพื่อน...

“อย่าเยอะ” ด่าพร้อมกับปัดมือไอ้โดมออก มันเบ้ปากใส่แล้วหันไปนินทาผมกับไอ้ต้น  ผมปล่อยให้มันสองคนนินทาไปส่วนตัวเองขยับขึ้นไปนั่งบนโต๊ะเอกสารที่วางอยู่ใกล้ๆ

“มิคมานี่” ผมดึงเด็กน้อยที่ยืนเหลอหลาให้มายืนตรงช่องว่างระหว่างขาตัวเอง

“คนมอง” เขาขืนตัวออก ไม่ยอมขยับเข้ามายืนอย่างที่ผมต้องการ

“แล้วไง...มึงแคร์เหรอ”

“ก็ต้องแคร์หน่อยไหมวะ”

“แคร์ทำไม คนที่มึงควรแคร์คือกูมากกว่ามิค....ไหนบอกว่าชอบกูไงวะ ทำไมมึงต้องแคร์คนอื่น พวกนั้นคือคนที่มึงชอบเหรอ” ดราม่าใส่เลย แกล้งปล่อยมือด้วย ถ้าหันหน้าหนีมันจะดูเหมือนคนตอแหลไปไหมวะ

“......”

“อ่อใช่ มึงจะเลิกชอบกูแล้วนี่....โทษทีว่ะ กูลืมเรื่องนี้ไปเลย...”

มิคมองผมแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขาดีดหน้าผากผมทีนึงก่อนจะขยับมายืนพิงตรงหว่างขาผมตามที่ผมต้องการ มือผมที่วางอยู่บนหน้าตัก น้องยกขึ้นมาพาดบ่าตัวเองแล้วจับมันอยู่อย่างนั้น

“พอใจยัง” มิคพูดพร้อมกระตุกมือข้างที่จับอยู่ ผมยิ้มออกมาแล้วขยับศีรษะวางลงบนบ่าน้องอีกข้าง

“พอใจมาก...” เพื่อนในกลุ่มคนอื่นๆที่ยืนอยู่ใกล้กันแสดงสีหน้าอยากเสือกเรื่องของผมเต็มทน ไอ้โดมนี่แทบจะเอี้ยวหูฟังตอนที่ได้ยินผมพูดเรื่องน้องบอกชอบเมื่อกี้ ส่วนไอ้ปลาเบ้ปากแล้วพูดแบบไม่มีเสียงว่า ตอแหล

แต่ใครจะสนวะ ก็ตอนนี้คนตรงหน้าแม่งขยับไปขยับมาจนผมรู้สึกแปลกๆ

“ยุกยิกไรนักหนาครับคุณ ขยับมากๆระวังจะโดนนะมิค”

“โดนอะไร” ผมเลิกคิ้วสงสัยไม่แน่ใจว่าที่น้องถามเพราะไม่รู้จริงๆหรือแกล้งอำผมเล่น

“ไม่รู้เหรอ” มิคส่ายหน้า “เอางี้...เดี๋ยวคืนนี้ทำให้ดู ดีลไหม”

“ดีลบ้าอะไรล่ะ”

“ก็ดีลเรื่องโดนไง จะได้รู้กันไปเลยว่าโดนอะไร....”

“พอเลยพี่ไนท์ผมเลิกเล่นแล้ว” น้องแกล้งหยิบมือถือออกมาเล่นเกมส์แก้เก้อ ผมไม่ได้พูดเรื่องเมื่อกี้อีกเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าเองก็ไม่อยากให้พูดถึง

“ชอบกลิ่นยาสระผม”

“ว่าจะเปลี่ยนใหม่แล้ว”

“จริงๆชอบกลิ่นน้ำหอมด้วย”

“เปลี่ยน”

“กลิ่นสบู่ก็ชอบ”

“อันนี้ก็จะเปลี่ยนเหมือนกัน”

“ใจร้าย....ทำไมมิคถึงใจร้ายกับคนที่ชอบแบบนี้ล่ะครับ....โอ้ยยย” น้องไม่ได้ด่ากลับแต่ศอกนี่กระทุ้งเต็มเอวกูเลยนะมิค

“ไอ้ไนท์ ได้ยินที่กูเรียกไหมเนี่ย”  พอละสายตาจากมิคก็พบว่าพี่เกรทกับคนทั้งห้องกำลังมองมาที่เราอยู่

“ครับพี่... ได้ยินแล้ว”

“เห็นปลาบอกแฟนมึงเล่นกีต้าร์ได้” ผมเลิกคิ้วแล้วก้มไปมองคนที่อยู่ตรงหน้า

“แฟนเล่นกีต้าร์เป็นเหรอครับ” ผมถามน้อง ส่วนคนที่ถูกถามหน้าเหวอมาก กว่าจะพยักหน้าแล้วครางรับในลำคอได้ก็เกือบนาที

 ไม่อยากเชื่อเลยว่ะ แค่ผมเรียกเขาว่าแฟนแค่นี้ มิคก็เขินจนทำอะไรไม่ถูกแม่งเอ๊ยยยย ทำไมน่ารักขนาดนี้วะ

“สรุปว่าไงไนท์ มิคเล่นกีต้าร์เป็นหรือเปล่า”

“เป็นพี่ ทำไมวะ” ผมถามไอ้พี่เกรทกลับไป

“ก็มีเรื่องอยากให้น้องช่วยนิดหน่อย....” ผมกับมิครอฟังเรื่องอยากให้ช่วยของพี่เกรท แน่นอนผมเชื่อว่ามันไม่ได้นิดหน่อยอย่างที่พี่มันบอกแน่ๆ

“คืองี้นะมิค พี่จะรบกวนมิคให้มาช่วยเล่นกีต้าร์ในงานการกุศลช่วงเปิดงานให้หน่อย สักเพลงสองเพลงก็ได้”

“อ่าวพี่เกรท  ไหนบอกให้ผมเล่นกีต้าร์ไงวะ ทำไมจู่ๆให้มิคเล่นแทนอ่ะ”

“ของมึงกูจะให้เปลี่ยนไปเล่นเบสแทน เพราะมึงเองก็เล่นได้อยู่แล้ว ส่วนน้องที่ขอร้องเพราะคนเขารีเควสมาค่อนข้างเยอะ ไม่รู้จะเป็นการรบกวนมิคเกินไปไหม”  มิคยังเงียบอยู่ เหมือนกำลังคิดว่าจะเอายังไง

“แล้วแต่มึงนะมิค ถ้าไม่อยากเล่นก็ไม่ต้องเล่น ไม่มีใครบังคับมึงได้” ผมบอกน้องที่ยังทำหน้าเครียด

“ช่วยพี่เถอะนะมิค ถ้ามิคไม่ช่วย พี่ก็ไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว” ไอ้พี่เกรททำเสียงดราม่า หน้าตามันดูเศร้าจนน่าสงสาร  นี่ถ้าผมไม่รู้จักมันเป็นการส่วนตัวผมคงเชื่อไปแล้วว่าความเศร้าที่ปรากฏอยู่บนหน้ามันเป็นเรื่องจริง

ใช่ครับ พี่เกรทตอแหล

บอกเลยครับเด็กคณะนี้

วิศวะกรรมศาสตร์ สาขาการแสดงแทบทั้งหมด

“อีกอย่างงานนี้ก็เป็นงานการกุศลด้วย มิคจะใจร้ายกับพวกเราชาวSIตาดำๆจริงๆเหรอครับ” คือไอ้พี่เกรทคนเดียวไม่เท่าไหร่หรอก แต่นี้คนทั้งห้องเหมือนส่งแววตาขอความช่วยเหลือมาหมด พวกรุ่นน้องปีหนึ่งอาจจะไม่เข้าใจ แต่คนอื่นๆที่อยู่ตั้งแต่ปีสองขึ้นไปน่ะเข้าใจแน่ เพราะพวกแม่งคงไม่อยากไปเดินขายตามคณะหรือไปนั่งขายตรงสามแยก

“พวกพี่อย่ากดดันน้องดิวะ”

“ไม่ได้กดดัน เอาที่มิคสบายใจนั่นแหละ พวกพี่ยังไงก็ได้” เสียงมึงไม่ได้กดดันน้องเลยครับพี่ หน้ามึงนี่ออสก้าร์ยิ่งกว่ากูอีก

“ผมช่วยก็ได้”

“ดีมาก... เฮ้ยน้องรับปากแล้ว ปลามึงไปโพสเฟสเลยนะว่ามิคขึ้นคอนเปิดงานด้วย ส่วนทีมไอ้เติมมึงทำคัทเอาท์กับปริ๊นโปสเตอร์ติดทั่วม.ว่ามิคเภสัชมาร่วมขึ้นคอนเปิดงาน กูว่าบัตรขายหมดไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้แน่นอน...ไป!!ลุยเลย” ทันทีที่น้องรับปาก เหมือนงานทุกอย่างเดินเร็วขึ้น ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ออกไปเตรียมงาน พวกขายบัตรคอนก็ออกไปขายโดยได้รับเล่มบัตรกันคนล่ะเล่ม  มีมิคนี่แหละที่พี่เกรทหอบมาให้ทั้งปึกซึ่งมีอยู่ในนั้นเกือบ 5 เล่ม

“เยอะไปไหมพี่”

“มึงกับน้องไง ช่วยกัน”

“เยอะเกิน”

“มึงจะบ่นอะไรเนี่ยไนท์ น้องยังไม่บ่นเลย  ถ้าไม่หมดไม่เป็นไรนะมิค ไม่ต้องซีเรียส” ประโยคแรกพี่มันด่าผม ส่วนประโยคถัดมามันคุยกับน้อง

“ครับ” ไอ้นี่ก็รับปากเขาไปทั่ว ผมส่ายหัว แล้วดันหลังมิคให้เดินออกไปข้างนอก คนมายืนรอซื้อบัตรค่อนข้างเยอะ โต๊ะที่สต๊าฟเตรียมให้ผมกับมิคนั่งมีคนต่อแถวรออยู่ค่อนข้างมาก มิคดูสนุกที่ได้พูดคุยกับคนนั้นคนนี้ ตอนแรกผมก็ช่วยขายอยู่หรอก แต่หลังๆมาเหมือนคนเขาอยากซื้อกับมิคมากกว่า ผมเลยหลบตัวเองออกมานั่งรวมกับโต๊ะไอ้ปลาที่อยู่ด้านหลังโต๊ะขายบัตรอีกที

“หน้าบานเลยนะสัด” ไอ้โดมทักขึ้นตอนที่ผมเดินมาถึงโต๊ะ

 “ก็แหงล่ะน้องชอบกูนี่หว่า”

“กูขอซื้อคำนี้ต่อจากมึงได้ไหมวะนอ แม่งโคตรเกลียด เห็นพูดตั้งแต่ในห้องสโมและ อะไรจะขนาดนั้นนน  บางทีชอบของน้องกับชอบที่มึงมโนอยู่อาจจะคนล่ะความหมายกันหรือเปล่า มึงแน่ใจได้ไง น้องอาจจะโกหกเพื่อให้ตัวเองได้อยู่กับเจ้าเหมี้ยวของเขา” ไอ้ต้นพยายามพูดถึงทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้

“หึ คนอย่างกูถ้าไม่แน่ใจอะไรคงไม่พูดออกมาให้พวกมึงอิจฉาเล่นหรอกครับ”

“มั่นหน้ามาก เมื่อเช้าหมาไหนวะที่อวดครวญว่าตัวเองคิดผิด” ไอ้ปลาด่า “แล้วสรุปคือน้องชอบมึงจริงๆ??”

“แน่นอนสิ เขาสารภาพกับกูเอง”

“น้องชอบมึง...แล้วตัวมึงล่ะไนท์แน่ใจในความรู้สึกตัวเองยัง” ผมพยักหน้าบอกเพื่อนอย่างไม่ลังเล

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นยอมรับได้เต็มปากว่าชอบ

อาจใช่ว่าผมกับน้องเราเจอกันในช่วงระยะเวลาไม่นาน แต่ความรู้สึกที่ค่อยๆเกิดขึ้นในทุกๆวันที่เจอกัน มันมากพอให้ผมมั่นใจว่าต่อจากนี้ไปในอนาคตผมจะรักน้องได้มากกว่าที่เขารู้สึกกับผมด้วยซ้ำ

“ถ้าแน่ใจแล้วก็อย่าลืมเงินพนันพวกกูล่ะ”

“เออไม่ลืมหรอก เดี๋ยวคืนนี้กูโอนเงินพนันให้พวกมึงเรียงตัวเลยทิ้งเลขบัญชีไว้ในไลน์กลุ่มล่ะกัน ส่วนเรื่องเลี้ยงเหล้าร้านพี่เป็ดหลังเสร็จงานขายบัตรค่อยว่ากันอีกที” พอได้ยินแบบนั้นพวกมันแต่ล่ะคนก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ไลน์ส่งห้องกลุ่มทันที

“แล้วเรื่องแดกเหล้าจะชวนน้องไปไหมวะ” ไอ้ต้นถามตรงประเด็นกับความคิดผมพอดี ผมพยักหน้าบอกเพราะงานนี้ขาดมิคไม่ได้

“ทำหน้ากรุ่มกริ่มแบบนี้ เหมือนมีความคิดชั่วๆอยู่ในหัวเลยนะสัด ไหนเล่าดิคิดอะไรอยู่”

“เปล่า”

“เปล่าเหี้ยอะไรล่ะ เล่ามาเลย หน้าเลวแบบนี้คงไม่ได้คิดจะมอมเหล้าน้องหรอกนะมึง”

“หึ” ยิ้มมุมปาก บ่งบอกว่าสิ่งที่ไอ้ต้นพูดเมื่อกี้มันคือสิ่งที่ผมกำลังคิดจริงๆ

“เชี่ยยยย ร้ายกาจ เลว คนอย่างมึงมันร้ายกาจกว่าที่กูคิดไว้อีกนะเนี่ย” ที่ผมอยากมอมเหล้าเขา เพราะผมอยากรู้ว่าถ้ามิคเมาเขาจะเป็นแบบไหน

จะยั่วหรือจะอ้อน...

จะนั่งเฉยๆหรือปีนขึ้นมานั่งบนตัก

นี่ผมแค่คิดเองนะครับ...ภาพหัวยุ่งๆในชุดนักศึกษากับกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวสั้นก็แวบเข้ามาในหัวแทบจะทันที

“ถามจริงเหอะนอ คิดเลวขนาดนี้จะจับน้องกดเหรอวะ”

“กดเชี่ยอะไรล่ะ กูไม่เลวขนาดนั้น” เพราะจริงๆกูเลวกว่านั้นอีก

กดแบบไม่เต็มใจอ่ะกูไม่ทำแน่ แต่วิธีหลอกล่อให้เต็มใจผมมีอยู่ในหัวประมาณร้อยกว่าวิธีเดินหน้าตอแหลมาจนขนาดนี้แล้ว บอกเลยว่างานนี้กูจะไม่ปล่อยคิดดูล่ะกันจนถึงตอนนี้ กูยังไม่ได้จูบน้องแบบดีฟคิสเลยสักครั้ง

พวกมึงเข้าใจคำว่าดีฟคิสใช่ไหมมันไม่ใช่จูบอนุบาลแบบที่เคยทำก่อนหน้านี้นะเว้ย มันมากกว่านั้น

บอกอย่างไม่อายเลยว่าเป้าหมายการมอมเหล้ามิคครั้งนี้คือจูบแบบดูดดื่มและได้แตะริมฝีปากลากลงไปบนผิวเนื้อที่ต่ำกว่าคอบ้าง ซึ่งส่วนนี้คือจุดคุ้มทุนของผม

ส่วนที่เหลือหลังจากนั้น ถ้าน้องจะเชื้อเชิญหรือยั่วผมมันก็เป็นเรื่องของกำไรล่ะกัน

“พอเลยพวกมึง เลิกคิด เลิกมโน เพราะกูไม่อนุญาตให้น้องไป  แมวไม่เคยไปร้านอะไรแบบนั้น ถ้าไปแล้วใครจะดูแล มึงก็รู้ว่าที่แบบนั้นนิดเดียวก็พลาดได้” ไอ้ปลากังวลแบบนี้เพราะประสบการณ์ที่มันไปกับพวกผมคราวก่อน  มันเข้าห้องน้ำอยู่ดีๆ แต่เหมือนได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วย ดีนะที่ตอนนั้นไอ้ปลาตะโกนเรียกให้คนช่วยทัน ไม่งั้นน้องผู้หญิงคนนั้นซวยแน่ๆ

“ไอ้นอไง มันก็อยู่ มันคงไม่ยอมปล่อยให้น้องโดนลากไปง่ายๆหรอก”

“ใช่” ผมรับปากสำทับเพิ่มไปอีก “และที่สำคัญมึงอย่าลืมว่ามิคเป็นผู้ชาย มันไม่ได้อ่อนแอขนาดดูแลตัวเองไม่ได้ ขนาดมึงเป็นผู้หญิงยังดูแลตัวเองเป็น แล้วน้องเป็นผู้ชายนะปลา คิดอะไรก็ให้เกียรติมันหน่อย น้องมันคงไม่ชอบที่มึงมามองน้องเป็นคนอ่อนแอต้องให้คนนั้นคนนี้ปกป้อง” ร่ายยาวเป็นบทสวดเลยกู

เอาจริงๆที่พูดมาก็แถและพยายามพูดให้ไอ้ปลาเห็นด้วยนั่นแหละ

“สรุปว่ามึงจะเอาน้องไปจริงๆ”

“ใช่” เพราะความสุขของกูมันคือที่หนึ่งในทุกๆเรื่องและเรื่องจังไรในหัวก็ไม่แพ้เรื่องอื่นด้วยเหมือนกัน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว