ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 :: live สด ในห้อง นอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 :: live สด ในห้อง นอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.2k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 09:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 :: live สด ในห้อง นอ
แบบอักษร

live สด ในห้อง นอ

“อ่าว จะกลับแล้วเหรอ” ผมเดินออกมาจากห้องนอน เห็นเด็กมิคกำลังเก็บกระเป๋าอยู่ น้องพยักหน้า ปากคว่ำนิดหน่อยเหมือนยังอาลัยอาวรณ์ในแมวกับกระรอกที่นอนอยู่บนโซฟา

“ผมอยากกลับไปอ่านหนังสือ”

“อ่านที่นี้ไม่มีสมาธิเหรอวะ กูไม่กวนหรอกนะ ถ้าพรุ่งนี้มึงจะมากูยกห้องรับแขกให้เลย” ไอ้มิคเม้มปาก สีหน้าดูลังเลอย่างเห็นได้ชัด มันกำลังจะเอ่ยปากพูดว่าเกรงใจผมแน่ๆ แต่หยุดก่อนครับไอ้แม้ว ฟังกูครับ “ไม่ต้องเกรงใจห่าไรทั้งนั้นอ่ะ และวันนี้มึงก็นอนนี้ไปเลยล่ะกัน”

“เฮ้ยไม่เอาดิพี่ไนท์ ผมยังไม่ได้บอกพ่อกับแม่เลย”

“เดี๋ยวกูบอกให้เอาเบอร์มา” ผมขยับตัวนั่งลงข้างไอ้แมว มันนั่งขัดสมาธิหันหลังพิงโซฟาอยู่ที่พื้น ส่วนผมพอนั่งได้ที่ก็หันไปวางไอโฟนเป็นแนวตั้งกับโซฟาอย่างมีจุดประสงค์“จะให้ดีๆไหม”

“ไม่” น้องเอามือถือซ่อนไว้ด้านหลังแล้วหันหน้าหนี ผมรู้ว่ามิคมันไม่กล้าสบตาผม ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมบ่อยครั้งเวลาที่เผลอสบตากัน จะเป็นมันทุกครั้งที่หลบตาก่อน

“แมว เอามือถือมาให้กู” ผมขยับเข้าไปใกล้น้อง คร่อมมันไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ไม่ลืมที่จะส่งสายตากดดันให้มันส่งมือถือมาให้ผม“จะให้กูดีๆหรือจะให้ด้วยน้ำตา”

จากที่มิคนั่งขัดสมาธิอยู่ก็เปลี่ยนมายกเข่าทั้งสองข้างขึ้นดันผมเพื่อไม่ให้เอนตัวเข้าไปใกล้ตัวเองได้มากกว่านี้น้องกัดปากตัวเองแน่นมาก ระยะใกล้ขนาดนี้ผมบอกตรงๆว่าได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวน้องด้วย

“มิค” เผลอขยับริมฝีปากเข้าใกล้ใบหูจนได้ ผมขบติ่งหูเขาเบาๆแล้วเรียกชื่อเจ้าตัวซ้ำไปซ้ำมา มือข้างที่คร่อมตัวน้องอยู่ขยับลงมาที่บ่าและเลื่อนลงมาที่เอว ผมลูบและถูเบาๆราวกับกระตุ้นอะไรบางอย่าง “โอ้ยย กล้าหยิกแก้มกูเหรอไอ้มิค”

“ก็พี่ขี้แกล้งว่ะ” มิคมุดแขนผมแล้วเดินไปตรงเคาเตอร์ฝั่งครัว

“ผมขี้แกล้งเหรอครับ” ไม่ได้พูดกับไอ้แมวมิคที่ยืนขู่ฟ่อๆตรงโซนครัวหรอก แต่ผมหันไปพูดกับมือถือที่วางตั้งอยู่ตรงโซฟาตั้งหาก

ใช่ครับ...ผมเริ่ม live แล้ว

“พี่ไนท์ นี่มึง live สดอีกแล้วเหรอวะ อะไรอีกเนี่ยยยยยยย”

“โหหหหห ทุกคนดูดิวะ แมวมิคของพวกมึงพูดมึงกับกูด้วย ไหนบอกว่าน่ารักน่าเอ็นดูไง นี่ปีนเกรียวกับกูชัดๆ” ผมเดินไปหยิบมือถือแล้วเริ่มต้นอ่านคอมเม้น อดยิ้มกับความปกป้องของแต่ล่ะคนไม่ได้

แหมมมมมม อิน้องไนท์คะ มิคก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนไหม น้องจะพูดกูมึง หรือมึงกู มันก็สิทธิ์ของน้องงงง พูดแบบนี้ก็น่ารักอยู่ดีอ่ะ เอ็นดูเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเปลี่ยนทีม #บ่าวผู้เปลี่ยนทีมจากทีมอิน้องไนท์มาเป็นทีมแมวมิค#ลำไยอิน้องไนท์ เปลี่ยนทีมวันนึง

น้องจะพูดอะไรก็ได้ จะมึงกูหรือจะด่าพี่มึงว่าไอ้เชี่ย หรือ ไอ้สัด นี่ก็มองว่าน้องน่ารักอ่ะ ทีมมิคมานานแล้วและจะมั่นคงต่อมิคตลอดกาลนานเทอญ

“อะไรของพวกมึงเนี่ยกูผู้ถูกกระทำไหม ไม่เห็นมีใครเข้าข้างกูสักคน” ผมเบ้ปากแต่ก็ยังอ่านคอมเม้นเรื่อยๆ

ก็พี่มึงนิสัยเสีย แกล้งน้องงงงง แมวมิคลูกกกกก วิ่งหนีกลับบ้านไปเลยยยย

แม่งเอ๊ยยยมุมที่พี่มึงวางกล้อง นี่เห็นแค่ไรผม ซอกคอกับหูน้องมิคไหม มึงทำไมไม่ถ่ายด้านหน้า เอาวางไว้ตรงโต๊ะก็ได้ กูอยากเห็นหน้าน้องตอนโดนกัดติ่งหูววววววว ฮืออออออ เห็นแต่หูแดงๆรำไร อยากเห็นหน้าโว้ยยยย

เกลียดดดดดด พี่มึงขี้แกล้ง ท่าทางแบบนี้แสดงว่ายังไม่ได้น้องป่ะวะ วร้ายยยยย นก

หลังจากนั้น นกก็เต็มคอมเม้น

“อะไรของพวกมึงนกเหี้ยอะไรล่ะ คนอย่างกูบอกเลยครับไม่เคยนก ถามน้องมึงดู” ผมเปลี่ยนสลับกล้องจากหน้าเป็นหลัง แมวมิคในกล้องยังทำหน้าขมวดคิ้วอยู่ เขาเหมือนคนที่กำลังคิดว่าจะไปทางไหนดีที่จะหลบกล้องพ้น แต่ไม่ทันแล้วแหละมิคไม่ว่ามึงจะหลบใต้โต๊ะหรือในห้องน้ำกูก็จะตามไปถ่ายแม่งให้หมด

“มัวยืนทำหน้าแมวอยู่ทำไมล่ะ สรุปเอาไงจะกลับเหรอ” น้องยังพยักหน้า

“ถ้างั้นอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนดิแล้วค่อยกลับ เดี๋ยววันนี้กูทำของอร่อยให้กิน” มิคยังทำหน้าลังเลว่าจะเอาแบบไหน สุดท้ายผมก็เลยตัดสินใจให้เขาเอง “ไม่ต้องคิดแล้วแมว อยู่กินด้วยกันก่อนนี่แหละ เดี๋ยวขับรถไปดึกๆจะหิวกลางทาง โอเคนะ”

“เอาแบบนั้นก็ได้…แต่พี่หยุด live ก่อนไม่ได้เหรอวะ”

“เฮ้ย น้องบอกให้กูหยุด live” ผมสลับกล้องหน้าแล้วถามไอ้พวกที่กำลังดูอยู่หลายหมื่น

เรื่องนี้กูเข้าข้างพี่มึงว่ะ อย่าหยุดนะได้โปรดดดด มึงจะเอาอะไรบอกกูมา พร้อมเปย์

ห้ามหยุดนะพี่มึงงงงง กูรอดูแมวมิคทำกับข้าววววววว

อย่าหยุดไลฟ์นะโว้ยยยยย กูย้ายกับมาอยู่ทีมมึงแล้วเนี่ย #ทีมไนท์คนเดิมแล้วจย้า ไม่เปลี่ยนทีมแล้ว สาบาน นิ้วไขว้หลัง

“คนเขาไม่ให้กูหยุด live ว่ะ กูมันเป็นพวกประชาธิปไตยด้วยดิ” ผมเดินมาหาไอ้มิคที่กำลังทำหน้างออยู่ เอื้อมมือไปขยี้หัวมันอีกรอบ แม่งจะทำหน้าตลกไปถึงไหนวะ “ยืนนิ่งอยู่นั่นไปหยิบของในตู้มา”

ผมพูดพร้อมกับเดินไปหยิบเขียง มีด มาวางไว้ที่เคาเตอร์ น้องถอนหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะเดินไปหยิบของสดในตู้พร้อมกับผักต่างๆที่ผมซื้อมาตั้งแต่เมื่อวาน

“ทอดหมูกับต้มยำไหม” ผมถามน้องมัน เพราะวัตถุดิบที่มีตรงหน้าก็ทำได้แค่เท่านี้

“เดี๋ยวผมหมักหมู”

“โอเคเดี๋ยวกูเตรียมเครื่องต้มยำให้ โทษทีนะพวกมึงกูขออนุญาตเอามือถือวางไว้ตรงนี้นะ น่าจะเห็นแหละ” ผมหยิบกล่องพลาสติกที่ใส่ผลไม้ไว้เต็มกล่องมาเป็นที่วางโทรศัพท์ แมวมิคมองมือถือนั้นตาไม่กระพริบ

“หยุดความฝันที่จะปิด live กูเลยนะครับ”

“ฮืออ เจ็บ พี่เคาะหัวผมทำไม ผมยังไม่ได้คิดจะทำอะไรเลย เจ็บนะเว้ย” เสียงไอ้มิคยังโวยวายไม่หยุด มันทำราวกับว่าที่ผมดีดนิ้วที่หน้าผากมันไปเมื่อกี้ มันรุนแรงมากจนกระทบกระเทือนไปถึงสมอง

“ร้องเสียงโอเว่อร์ตลอด กูไม่ได้ดีดแรงขนาดนั้นไหม”

“แรง ดูดิ ขึ้นเป็นรอยเลย” น้องขยับยื่นหน้ามาที่โทรศัพท์ก่อนจะจับที่รอยแดงตรงหน้าผากตัวเอง

“ก็ผิวมึงขาวขนาดนี้ โดนแตะนิดแตะหน่อยก็แดงเป็นจ้ำแล้วป่ะ” น้องไม่ได้พูดอะไร แค่จ้องไปยังกล้องเหมือนส่องกระจก เขาถูตรงหน้าผากหลายทีคงคิดว่าการถูแบบนั้นจะทำให้รอยแดงจางลงได้

“ยิ่งถูมันยิ่งแดงไหมมิค” ผมว่ามันอีกรอบ ส่วนแมวมิคทำได้แค่ยู่ปากไม่ได้ตอบอะไรผม เขายังมองหน้าจอ live อยู่ คิดว่าน่าจะอ่านคอมเม้นที่กำลังเลื่อนขึ้นเรื่อยๆ

“ผมอยากปิด live ได้หรือเปล่า”

“ไม่ได้ดิ” เป็นผมที่ตอบ “กูประชาธิปไตยฟังเสียงส่วนมาก ก่อนหน้านี้โหวตไปแล้วไง ที่มึงบอกให้หยุด live กูซาวน์เสียงส่วนใหญ่แล้ว เขาก็บอกให้ live ต่อ มึงแค่คนเสียงเดียวจะมาใช้อำนาจเผด็จการไม่ได้นะโว้ยยยย บ้านเมืองมีขื่อมีแป”

“อะไรวะ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

“ไม่รู้เรื่องอะไร สัญญากันไว้แล้วทั้งนั้น นี่กูบอกกับเขาแล้วนะว่าจะ live จนกว่าจะทำอาหารเสร็จ ไม่เชื่ออ่านคอมเม้นดิ” ผมไม่ได้สัญยิงสัญญาว่าจะหยุด live หลังจากทำอาหารเสร็จหรอก แต่มั่นใจว่าทั้งทีมผมและทีมมิคจะร่วมด้วยช่วยกันโกหกแน่นอน และก็เป็นอย่างที่ผมคิดทุกคนต่างตอบกลับมาว่าใช่สัญญา

หึ พวกมึงแต่ล่ะคนนี่มันตอแหล ร้ายกาจกว่ากูอีกนะครับบพวกเรือผี

น้องยังก้มหน้าก้มตาอ่านคอมเม้นต่อ เขาเหมือนกำลังสนุกที่ได้อ่านอะไรพวกนี้

โหหหหหน้องมิคผิวเป็นจ้ำง่ายเหรอลูก แถมนี่คิดว่าน่าจะหายยากด้วยใช่ไหมคะ เพราะที่คอยังมีรอยช้ำอยู่นิดๆ

หวีดดดด ความคิดเรื่องผิวจ้ำ ช้ำเป็นห้อเลือด นี่ว่าจะไม่พูดเรื่องนี้แล้วนะ มาให้หวนคิดถึงซอกคอน้องไปอีก

น้องต้องอ่านข้อความเดียวกับที่ผมอ่านแน่ๆ เพราะแม่งจากที่แค่หน้าผากแดงตอนนี้แก้มก็แดงไปด้วย มันเอามือลูบๆคอตรงที่ผมเคยดูด ก่อนจะขยับมาเตรียมหมักหมูเงียบๆ ผมเองก็แอบกลืนน้ำลายตอนที่น้องลูบคอเหมือนกัน ความคิดตอนที่ได้แตะริมฝีปากลงบนคอวันนั้นมันยังอยู่ในความคิดและมีแว่บเข้ามาในหัวเป็นระยะๆ

“ไอ้มิคมึงจะเบลอไปและ  หั่นหมูก่อนแล้วค่อยหมักไหม มานี่เดี๋ยวกูทำเองมึงไปโขลกพริกกระเทียมเตรียมทำต้มยำนู่นไป” ผมไล่มิคไปเอาครกมาเตรียมโขลกพริกกระเทียม ส่วนตัวเองก็เริ่มลงมือหั่นหมูสามชั้น ที่ห้องผมมีเครื่องทำอาหารครบหมดเพราะจริงๆแล้วผมชอบทำอาหาร แต่ช่วงหลังมาไม่ค่อยได้ทำหรอกครับ งานเยอะและยุ่งมาก ไหนจะงานค่ายอาสาอีกเยอะแยะ ครัวตรงนี้เลยร้างมาหลายเดือนแล้ว เพิ่งจะมาเริ่มทำก็ตอนที่มิคมานี่แหละครับ ไม่ใช่ว่าน้องทำอาหารเป็นหรอกนะ ออกจะก่อกวนเสียมากกว่าด้วย แต่พอได้ช่วยกันมันก็สนุก จนสุดท้ายการทำอาหารก็ถูกแพลนเข้ามาในตารางชีวิต วันไหนที่น้องมาและผมว่างวันนั้นผมก็จะทำอาหารกินกับเขา นี่ขนาดรู้จักกันแค่ 1 อาทิตย์นะครับ ดูเหมือนตารางชีวิตผมจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นมานิดนึงแล้วว่ะ....แต่มันก็คงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นล่ะมั้ง

#ทีมแช่งให้พริกเข้าตา

ผมเหลือบไปมองคอมเม้นแป๊บนึงแล้วขำออกมา นี่พวกมึงจะไม่ให้กูทำมาหาแดกอะไรหน่อยเหรอ จะเก็บแต่โมเม้นอย่างเดียวเลยรึยังไง

“โอ้ยยยย พริกเข้าตา” เชี่ยยยย พริกเข้าตาน้องมันจริงๆ ผมหันไปส่งสายดุๆกับกล้อง

“นี่ถามจริงพวกมึงเผาพริกเผาเกลือแช่งน้องใช่ไหม” ผมพูดเสร็จก็รีบวางมีดแล้วเดินไปล้างมือ ก่อนจะลากมิคมาตรงอ่างล้างจาน ตรงจุดที่ผมอยู่เป็นจุดที่กล้องถ่ายไม่เห็น แต่คิดว่าคงได้ยินเสียงที่ผมพูดกับน้องอยู่ “เอามือขยี้ตาทำไมล่ะ เดี๋ยวมันก็ยิ่งแสบ”

“พี่ไนท์ แสบตา”

“เออกูรู้แล้ว”

“ฮือออ แสบว่ะพี่”

“ก็กูบอกแล้วไหมว่าอย่าขยี้ หลับตาไว้ แล้วเอามือมานี่เดี๋ยวล้างมือก่อน” ผมดึงมือมิคมาล้างพริกออกก่อน พอล้างเสร็จก็เอาผ้ามาเช็ดมือให้เขา เพราะถ้าล้างตาทั้งๆที่มือเปื้อนพริกมันก็จะยิ่งแสบเข้าไปใหญ่

“เอ้ามือสะอาดแล้ว ก้มตัวลงมา” ผมกดบ่ามิคให้ก้มหน้าลงมาตรงก๊อกน้ำ น้องล้างพริกที่ตาอยู่หลายรอบ จนคิดว่าน่าจะหายแสบแล้วเลยเดินเข้าไปเอาผ้าเช็ดหน้าในห้องให้น้อง ตอนที่เดินเข้ามาในห้องผมสังเกตเห็นว่าอากาศด้านนอกมันเริ่มขมุกขมัว ราวกับว่าจะมีพายุฝนห่าใหญ่

“หึ” อดยิ้มมุมปากไม่ได้เพราะแผนที่จะให้ไอ้มิคนอนที่นี้ยังอยู่ในหัว พอเห็นว่าฝนใกล้จะตกมันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าอะไรๆก็ดูจะเข้าข้างความหมั่นไส้ของผมจริงๆ

ก็อย่างที่บอกความหมั่นไส้ล้วนๆ

“อ่ะ ผ้าเช็ดหน้า”

“อื้อ” น้องหยิบมันไปเช็ดหน้ากับคอและแขน ตาน้องแดงมาก เห็นแล้วก็สงสาร

“ตัวเปียกขนาดนี้เลยเหรอวะ ถามจริงนี่ล้างหน้าหรืออาบน้ำ”

“โทษๆทำห้องพี่เลอะน้ำหมดเลย เดี๋ยวผมเช็ดให้” มิคกำลังจะเดินไปหยิบไม้ถูพื้นแต่เป็นผมที่ดึงมือน้องและจับให้อยู่นิ่งๆก่อน

“อยู่เฉยๆ ขอดูตาหน่อย มันแดงไปหรือเปล่าวะ เม็ดพริกยังอยู่ในตาไหม”

“ไม่น่าอยู่แล้วนะเพราะเหมือนผมจะเริ่มหายแสบแล้ว”

“อย่าดื้อน่ามิค อยู่เฉยๆ” ผมดุแล้วใช้มือทั้งสองข้างจับที่แก้มน้อง สายตามันดูหวาดๆ ตอนที่สบตาผม

“จะหลบตากูทำไมเนี่ยมิค มองตาเดี๋ยวนี้”

“ก็พี่ไนท์น่ากลัว ใครจะไปกล้าจ้องตาวะ”

“กูไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นป่ะ” ผมด่าพลางจ้องเข้าไปในตาคนตรงหน้า ไม่มีพริกหรืออะไรหลงเหลืออยู่ มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเติมเต็มทีล่ะนิด

“หมดแล้วใช่ไหมล่ะ ผมบอกแล้วว่ามันไม่มี”

“กูยังไม่ได้พูดอะไรเลย มึงแม่งเตี้ยว่ะ มองแบบนี้ไม่เห็น ขึ้นไปนั่งบนซิงค์ล้างจานดิ๊”

“พี่ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ไหมวะ ผมว่ามัน...แปลกๆ”

“ชู่...” ผมพูดเสียงเบาก่อนจะขยับริมฝีปากไปตรงหูน้อง “กู live อยู่มึงจะมาพูดแปลกๆอะไรล่ะเดี๋ยวคนอื่นก็จับได้ไหม” ผมไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรอุ้มแมวมิคขึ้นไปนั่งบนอ่าง ก่อนจะสอดตัวเองเข้ามายืนอยู่ตรงกลางระหว่างขา

“พี่ไนท์”

“มึงนี่มันน่ารำคาญว่ะมิค เงียบๆไปเลยเดี๋ยวดูให้ว่าพริกหมดยัง” เอาดีๆก็แค่อยากแกล้ง เห็นมันทำหน้าเหมือนรังเกียจไม่อยากโดนตัวผมไง หมั่นไส้แค่จับนิดจับหน่อยก็แสดงสีหน้าลำบากใจตลอด

ผมดึงขาน้องลากให้ขยับมาใกล้ตัวเอง

“เหวออออ จะตก”

“เอาขากอดเอวกูเหมือนที่ทำบ่อยๆก็ได้ ไม่มีใครรู้หรอก”

“ผม!!!.....”

“ชู่.....” ผมยกนิ้วขึ้นทาบริมฝีปากตัวเอง เตือนและบอกน้องอีกครั้งว่าพูดมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว

“ผมไม่เคยทำแบบนั้นกับพี่สักหน่อย ไอ้พี่บ้าเอ๊ย!!!” น้องลดเสียงตัวเองให้ได้ยินแค่ผมคนเดียว มือสองข้างทุบบ่าผมหลายครั้ง ก่อนจะนั่งเกร็งนิ่งๆตอนที่ผมดึงขาเขาเข้ามาใกล้ตัวผมอีก

“พี่ไนท์อ่ะ”

“แค่ดูพริกในตาไหมยังไม่ได้ทำอะไรเลยมิค” ผมยิ้มมุมปากแล้วจับแก้มน้องให้ก้มลงมา อดไม่ได้ที่จะใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆตรงแก้ม ยิ่งตอนที่ขึ้นสีแดงมันยิ่งรู้สึกว่า.....ช่างเถอะผมว่ามันชักจะแปลกๆเกินไปแล้ว

“...............”

“อืมม ไม่มีแล้วจริงๆ ลงมาได้แล้ว” ผมพูดพลางเดินมาตรงที่ผมหั่นหมู ส่วนน้องก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งๆ แล้วเดินมาหยุดตรงที่ผมยืนอยู่เหมือนกัน

“ให้ผมช่วยทำอะไรต่อไหม”

“ไม่ต้องอ่ะ มึงเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดไป ตัวเปียกเหมือนลูกหมาตกน้ำเลย”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมก็กลับบ้านแล้ว”

“จะไม่เป็นไรได้ไงวะ อย่าให้ดุได้ไหมมิคไปอาบน้ำ เสื้อผ้าในตู้ก็เลือกเอาเลย” น้องหน้าหงอยเหลือสองนิ้ว เขาอมลมในแก้มจนป่องก่อนจะเดินเหงาๆเข้าห้องนอนไป

“แมวของพวกมึงนี่ดื้อชะมัด”

อิพี่มึงงงงงงงงงงงงง อย่าดุน้อง วงวารว่ะหน้าหงอยเลย โดนดุขนาดนี้

นั่นดิตะกี้เห็นแล้วใจอ่อนยวบเลยยยยย

เมื่อกี้หลังฉากเกิดอะไร ได้ยินแต่เสียงแต่ภาพมโนในหัวนี่ชัดมาก เหมือนแมวมิคจะพูดว่าน้ำเลอะเต็มไปหมด >////<รู้ว่าฉันมันคนบาป อย่าโกรธฉันเลยนะทุกคน

ได้ยินแต่ขึ้นไปนั่งบนซิงค์ กูว่ามันต้องมีท่ายากแน่ๆ ฮือออออ คืนบาปห้องนังนออออ

แม่งได้ยินแต่เสียงเองนะพวกมึงทำไมมโนไปหลายฉากขนาดนั้นกันวะ รวมกูด้วยอีกคน

น้ำเลอะห้องพี่หมดเลย อิเหี้ยยยยกูหยุดคิดเรื่องนี้ไม่ได้

เอาขากอดกูเหมือนที่ทำบ่อยๆก็ได้ไม่มีใครรู้หรอก น้องไม่รู้ แต่กูรู้กูได้ยิน พี่มึงเลวมากกก ฮือออ ภาพในหัวที่นั่งบนซิงค์ล้างจานแล้วเอาขาเกาะเอวคืออัลไลลลลลลล

Porpar of Y โอ้ยยยยยยกูเกลียดความตอแหลของคนแถวนี้โว้ยยยยยย

Dome paka dum กูด้วย กูยกมืออีกคนนนนนนนนน นังหน้าด้านนนนนนน

บางทีก็รู้สึกเกลียดเพื่อนตัวเอง

“นี่พวกมึง” จู่ๆผมก็เลิกหั่นหมูแล้วหันมามองกล้องที่กำลัง live จริงจัง “ช่วงนี้น้องแม่งไม่ยอมนอนที่ห้องกับกูเลย”

จริงๆไม่เคยนอน แต่กูตอแหลไง เพราะงั้นอย่างที่บอกไป เดอะ โชว์ มัส โก ออนนนนนน

“แถมขับรถมาเองด้วย” หน้าด้านมาจนขนาดนี้แล้วก็หน้าด้านต่อครับ ผมไม่สนใจเสียงนกเสียงกาของไอ้ปลาไอ้โดมหรือแม้แต่ไอ้ต้นที่เข้ามาด่าผมว่าตอแหลประมาณสี่ห้าบรรทัด เพราะคนอื่นๆที่เม้นมันช่วยดันข้อความพวกเพื่อนๆผมให้หายไปจากหน้าจอ

“ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าวีคหน้าน้องมีเทสย่อย แต่ว่า....” ผมตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จต่อหน้าคนดูนับหมื่น มีหลายข้อความที่แสดงความเห็นอกเห็นใจ

“พวกมึงช่วยพูดกับน้องมันหน่อยได้ไหมวะ เนี่ยเดี๋ยวมันออกมาจะให้มันอ่านเม้น มึงก็ไซโคมันเลยได้เปล่า....”

“ถ้าพวกมึงไม่ช่วย กูก็ไม่รู้จะทำไงแล้วไง น้องแม่งดื้อ” หลังจากที่พูดเสร็จ คอมเม้นใน live แม่งเลื่อนเร็วมาก แต่มันก็อ่านได้นะ

พี่มึงงงงงงกูจะช่วยพูดเองงงงง แมวดื้อต้องจับตี

เออเดี๋ยวช่วยพูดให้ ไม่ต้องคิดมากนะพี่มึงงงงง ทำใจดีๆไม่มีไรหรอกกก

ปุ่นจะช่วยพูดอีกทางค่ะพี่ไนท์

นัดด้วย ไอ้มิคมันไม่มีใครนะเว้ยพี่ มันตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียวสีหน้าพี่แม่งเหมือนกำลังคิดว่าแมวมีชู้เลย ไม่นะเว้ย เราเพื่อนมัน มันไม่มีใครจริงๆ เชื่อดิ

หลากหลายคอมเม้นที่ถ่ายทอดออกมาเป็นในแนวทางเดียวกันหมด นี่ถ้าส่งผมเข้าชิงรางวัลออสก้ากูว่ากูได้นักแสดงนำยอดเยี่ยมแน่ๆ ผมหันหลังให้กล้องก่อนจะแอบยิ้มมุมปากเบาๆ ทำทีเดินไปหยิบของในตู้เย็นแล้วเดินมาหน้ากล้องอีกครั้ง

“ขอบคุณพวกมึงมากนะเว้ย ที่เหลือก็ฝากด้วยล่ะ”

หึ ไอ้มิค คราวนี้แหละ มึงเสร็จกูแน่

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว