matchty

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กับดักที่ 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 40.3k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2558 04:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักที่ 16
แบบอักษร

กับดักรัก...เกมหัวใจ

 

กับดักที่

- 16 -

 

            ปอกวาดสายตาไปทั่วโรงอาหารของคณะเพื่อมองหาเลิฟ เมื่อวานเขาขับรถวนกลับไปหาเลิฟที่สี่แยกไฟแดงแต่ไม่เจอ ลองขับรถวนแถวๆนั้นดูหลายรอบก็ไม่เห็นตัว แถมฝนยังตกหนักรถติดโทรหามันก็ปิดเครื่อง จะไปหามันที่หอก็ไปไม่ถูก เขาเลยต้องขับรถกลับคอนโดตัวเองอย่างช่วยไม่ได้

 

            ตอนเช้าเขาก็มาดักรอมันที่คณะแต่ก็ไม่เห็นหัว เพื่อนมันสักคนเขาก็ไม่เจอจริงๆก็ไม่เจอเด็ก IE สักคนนั้นแหละ (เลิฟเรียนวิศวกรรมอุตสาหการ - Industrial Engineerimg) พึ่งจะรู้ตอนเดินไปถามอาจารย์ภาควิชาไออีว่าเด็กไออีมีเรียนบ่าย (ปกติเด็กปีหนึ่งเรียนรวมกันทุกคนครับ ยกเว้นบางวิชาที่เรียนแยกกันตามสาขาตัวเอง)

 

 

            “เพื่อนมึงไปไหน” ปอเดินมาถามพีทที่นั่งกินข้าวอยู่ สายตาก็มองไปทั่วโต๊ะแต่ไม่เห็นเลิฟกับเพื่อนผู้หญิงอีกคนของเลิฟอยู่ในโต๊ะ

            “เฮ้ย!!พี่ปอ” พีทสะดุ้งตกใจเพราะเขานั่งหันหลังอยู่ แล้วปอก็ทักขึ้นมาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง

 

            “ไอ้เลิฟ” ปอไม่สนใจอาการตกใจของพีท แต่เลือกที่จะบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการแทน

 

            พอได้ยินชื่อของเลิฟออกจากปากปอ ทำเอาทุกคนบนโต๊ะพากันเงยหน้าหน้าขึ้นมามองปอเป็นตาเดียว เพราะทุกคนรู้ดีเรื่องที่เลิฟชอบหาเรื่องปอ แล้วการที่ปอมาถามหาเลิฟแบบนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ ทุกคนใจจดใจจ่อเงี่ยหูฟังกันเต็มที่

 

 

            “มันไม่มาเรียนพี่” พีทว่า

 

            คำตอบของพีททำเอาคิ้วของปอขมวดเป็นปมขึ้นทันที ไอ้เลิฟไม่มาเรียนงั้นหรอ เมื่อวานมันทำท่าเหมือนจะตาย เขาบอกให้มันหยุดเรียนมันยังไม่ยอมหยุดเลย แล้วนี่มันไปไหนของมัน

 

            “ทำไม” ปอถามพีทเสียงเรียบ

 

 

เล่นเอาพีทเสียวสันหลังวาบ เขารู้สึกว่าตัวเองกลัวพี่ปอแบบไม่มีเหตุผล ทั้งๆที่พี่ปอก็ไม่เคยทำอะไรเขา คงเป็นเพราะท่าทางนิ่งๆตาดุๆ และการพูดน้อยประหยัดคำของพี่ปอด้วยมั้งที่ทำให้เขากลัว

 

 

พี่ปอเป็นคนพูดน้อยจริงๆนะครับถามคำตอบคำ ขนาดถามคนอื่นยังถามสั้นๆแบบให้เข้าใจเอาเองเลย เห็นพี่เขาพูดมากแค่ตอนคุยกับพวกพี่กิงแล้วก็ไอ้เลิฟเพื่อนเขานี่แหละ

 

“นาวมันโทรมาบอกว่าไอ้เลิฟไม่สบายอ่ะพี่”

 

 

“นาว?

 

“เพื่อนผมที่ตัวเล็กๆอ่ะ พี่เคยเห็นมันนิ” พีทรีบชิงอธิบายกับปอก่อน เพราะกลัวว่าปอจะโมโหแบบเมื่อวาน จริงๆวันนี้ตอนเดินสวนกันกับพี่โชน เขาเห็นนะครับว่าหน้าพี่โชนนี่ม่วงเป็นจ้ำ พี่ปอก็มีแผลที่มุมปากเหมือนกันแต่ของพี่โชนหนักกว่า

 

 

ปอยกคิ้วขึ้นข้างนึงมองท่าทางของพีทอย่างนึกขำ เขายังไม่ทันได้ว่าอะไรเลยสักคำ มันจะรีบแก้ตัวแทนเพื่อนมันทำไม ที่เขาพูดชื่อเพื่อนมันออกมาเพราะพึ่งจะรู้ว่าน้องผู้หญิงตัวเล็กๆคนนั้นชื่อนาวก็แค่นั้น

 

 

“แล้วทำไมมันไม่โทรมาบอกมึงเอง” ปอว่า นี่ต่างหากล่ะที่เขาสงสัย ทำไมเพื่อนมันถึงเป็นคนโทรมาแทนที่จะเป็นมัน

 

 

“เอ่อ...เมื่อคืนเลิฟมันไปหานาวที่บ้านน่ะพี่” พีทตอบไม่เต็มเสียง ลอบสังเกตุท่าทางของปอไปด้วย

 

“บ้านเพื่อนมึงอยู่ไหน”

 

“พี่ถามทำไมอ่ะ” พีทว่าทำตาเหลือกตกใจ

 

“กูถาม” ปอว่าแล้วมองหน้าพีทนิ่ง  ๆ

 

“พี่ปอเพื่อนผมมันไม่ได้มีอะไรกันจริงๆนะพี่ มันไปหากันแบบนี้บ่อยๆแหละ” พีทละล่ำละลักบอกปอ เพราะว่ากลัวปอจะไปทำอะไรเพื่อนตัวเอง

 

ปอมองท่าทางของพีทแล้วกรอกตาขึ้นฟ้าเซ็งๆ มันคิดว่าเขาเป็นคนแบบไหนวะ ถึงเขาจะเหี้ยเขาก็ไม่กระทืบผู้หญิงหรอกครับ ที่ถามเนี้ยเพราะจะไปหาไอ้เลิฟไม่ได้จะไปทำห่าอะไรใคร คือกูเป็นห่วงไงครับ

 

แต่ไอ้เหี้ยพีทเสือกคิดเยอะ ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นน้องชายพี่ไมล์เพื่อนไอ้ปิง เขาตบมันกะโหลกร้าวไปแล้วข้อหาลีลา เสียเวลาฉิบหายเลยครับ คนแม่งยิ่งหงุดหงิดเมื่อคืนก็นอนไม่หลับ เดี๋ยวได้เผลอกระทืบคนอีกแน่ๆ

 

“ถ้ายังพูดมากมึงเนี้ยแหละจะโดนตีนกู” ปอว่าน้ำเสียงหงุดหงิด จนพีทต้องยิ้มแหยๆออกมา

 

“งั้นเดี๋ยวผมเขียนแผนที่บ้านไอ้นาวให้พี่ละกัน แต่พี่อย่าทำอะไรเพื่อนผมนะ” พีทยังไม่วายหันมาพูดกำชับปอเพราะห่วงเพื่อน จนปอต้องจ้องกลับไปดุๆ พีทเลยต้องรีบกลับไปวาดแผนที่ลงสมุดแล้วยื่นส่งให้ปอ พร้อมกับอธิบายเพิ่มนิดหน่อย

 

ปอรับแผนที่มาแล้วเดินไปบอกพวกไอ้อิ๊ก ว่าจะไม่เข้าเรียนช่วงบ่ายให้เช็คชื่อกับอาจารย์ให้เขาด้วย เสร็จธุระเขาก็เดินมาขึ้นรถแล้วขับออกจากมหาลัยไปบ้านนาวทันที

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

นาวกดวางสายโทรศัพท์แล้วถอนหายใจเบาๆ เมื่อกี้พีทโทรมาบอกเธอว่าพี่ปอจะมาเลิฟที่บ้าน อีกสักพักก็น่าจะถึง หันไปมองดูเพื่อนของตัวเองที่นอนซมอยู่บนเตียงแล้วก็เหนื่อยใจ เมื่อคืนจู่ๆเลิฟก็โผล่มาหาเธอที่บ้านในสภาพตากฝนจนเปียก แถมยังร้องไห้แล้วก็เป็นลมล้มลงไปต่อหน้าต่อตาเธอ ตอนนั้นเธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเพราะอยู่บ้านคนเดียว โชคดีว่าคนข้างบ้านมาช่วยพยุงเลิฟเข้าบ้านให้ ไม่อย่างนั้นป่านนี้เลิฟจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

 

 

ตกดึกเลิฟก็ไข้ขึ้นสูงตัวร้อนยังกับไฟ เธอจะพาไปหาหมอเจ้าตัวก็ไม่ยอม เธอถามอะไรไปก็ไม่ยอมตอบ เอาแต่นอนร้องไห้คลุมโปงจนหลับไป แถมยังนอนละเมอเพราะพิษไข้ทั้งคืน ไม่รู้พึมพำว่าอะไรเพราะเธอจับใจความสำคัญไม่ได้ ได้ยินแว่วๆว่า ใจร้ายกับ เลว แค่นั้น

 

นาวดูแลเลิฟทั้งคืนแต่ก็ทำได้ไม่เต็มที่ จะเช็ดตัวให้ก็ไม่ได้เพราะเจ้าตัวดิ้นไม่ยอมให้เช็ด เธอเลยได้แค่เช็ดแขนขาและแปะเจลลดไข้ที่หน้าผากให้ เอายาให้กินก็คายทิ้งบังคับยังไงก็ไม่ยอม ไข้ก็เลยไม่มีทีท่าว่าจะยอมลดลงเลยแต่ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น กะว่าตอนเย็นเธอจะให้พีทมาพาเลิฟไปหาหมอ

 

นาวนั่งมองใบหน้าด้านข้างของเลิฟอย่างเป็นห่วง เลิฟเป็นคนน่าสงสารถ้าไม่มีเธอเลิฟก็ไม่มีใคร จริงๆที่บ้านเธอจะส่งไปเรียนต่อที่เมืองนอก ถึงจะไม่ใช่เร็วๆนี้แต่ก็คงอีกไม่นานและเธอก็ยังไม่กล้าบอกเพื่อน เพราะถ้าเธอไปเลิฟก็ไม่ต่างกับอยู่คนเดียวในโลก เธอหวังว่าจะมีคนมาดูแลเพื่อนเธอสักที และขอให้โผล่มาก่อนที่เธอจะต้องไปอยู่อีกฟากนึงของโลกแล้วกัน

 

อ๊อดดดดดดดดดดด

 

เสียงกดกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นขัดความคิดเรื่อยเปื่อยของนาวให้หยุดลง เธอลุกออกจากห้องแล้วเดินลงไปข้างล่างเพื่อจะลงไปดูว่าใครมาหา พอถึงหน้าบ้านเธอก็เห็นร่างสูงของปอยืนอยู่ที่หน้าประตูรั้ว เลยเดินไปหาแต่ยังไม่ยอมเปิดประตูให้

 

“พี่ปอมาหาใครคะ” นาวถามเสียงเรียบจ้องหน้าปอนิ่งๆ

 

“...............” ปอเงียบไม่ได้ตอบคำถามอะไรไปเลือกที่จะยืนสบตากับนาวแทน

 

“...............” ในเมื่อปอเลือกที่จะเงียบมานาวก็เงียบกลับเหมือนกัน

 

 

นาวไม่รู้หรอกว่าระหว่างพี่ปอกับเพื่อนเธอมีเรื่องอะไรกัน แต่การที่เลิฟตากฝนร้องไห้มาหาเธอกลางดึกมันไม่น่าจะใช่เรื่องเล็กๆ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะเธอก็พอจะเดาออก ว่าสาเหตุที่เพื่อนเธอเป็นแบบนี้ต้องมาจากพี่ปอแน่ๆ ไม่งั้นพี่ปอจะโผล่มาหาเธอที่บ้านทำไม และตอนนี้เธอก็ไม่พอใจพี่ปอสุดๆ

 

“ถ้าพี่ปอไม่มีธุระอะไร งั้นนาวขอตัวก่อนนะคะ” เป็นนาวที่เลือกทำลายความเงียบแทน จงใจที่จะพูดจาสุภาพสุดๆใส่ปอแล้วเตรียมจะหันหลังเดินเข้าบ้าน

 

“มันอยู่ไหน” ปอว่าแล้วมองหน้านาวนิ่งๆ

 

“ใครคะ” นาวแกล้งทำเป็นไม่รู้เพราะหมั่นไส้ท่าทางนิ่งๆหยิ่งๆ ขี้เก๊กของปอ

 

“................”แล้วปอก็เลือกที่จะเงียบอีกครั้ง เพราะรู้ว่านาวจงใจจะกวนประสาทตัวเอง

 

นาวจ้องหน้าปอแบบกดดันสักพักก็ถอนหายใจ แล้วตัดสินใจเปิดประตูให้ปอเข้ามาข้างใน เพราะดูท่าทางแล้วแรงกดดันของเธอจะไม่มีผลกับพี่ปอเท่าไหร่ อีกอย่างเผื่อเลิฟเห็นหน้าพี่ปอ อาการอาจจะดีขึ้นก็ได้ใครจะไปรู้

 

นาวเดินนำปอเข้ามาในบ้านแล้วพาขึ้นไปที่ชั้นสอง ก่อนที่ทั้งคู่จะหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บานนึง นาวบิดลูกบิดประตูเปิดออกแล้วหลบทางให้ปอเข้าไปข้างใน ส่วนตัวเองเลือกที่จะยืนอยู่หน้าประตูห้องแทน

 

ปอเดินเข้าไปนั่งลงบนเตียงข้างๆเลิฟ ก้มลงมองหน้าซีดๆที่นอนหลับอยู่ แล้วก็ยกมือแตะไปที่ข้างแก้มเบาๆ ทันทีทีสัมผัสโดนตัสไอร้อนจากร่างกายก็ปะทะเข้ากับฝ่ามือเต็มๆ

 

ทำไมแม่งตัวร้อนขนาดนี้วะ

 

“มันได้เช็ดตัวกินยารึยัง” ปอถามขึ้นลอยๆไม่ได้หันหน้ามามองนาวเลยสักนิด ส่วนมือก็ไล่จับไปตามตัวเลิฟเรื่อยๆ นาวที่เห็นท่าทางแบบนั้นของปอก็ได้แต่เบ้ปากหมั่นไส้

 

“มันไม่ยอมให้เช็ดยามันก็ไม่ยอมกิน” นาวว่า ปอที่ได้ยินคำตอบก็ได้แต่ขมวดคิ้วหงุดหงิดใส่เลิฟที่หลับอยู่ ไม่ยอมกินยาไม่ยอมให้เช็ดตัวแล้วมันจะหายไหมวะ

 

“แล้วทำไมมันเป็นหนักขนาดนี้” ปอถามต่อแล้วหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กในกะละมังตรงหัวเตียง เอาขึ้นมาบิดจนหมาดเช็ดไปตามตัวของเลิฟอย่างเบามือ

 

“จะไม่หนักได้ยังไงละคะ ก็เมื่อคืนมันร้องไห้จากฝนมาจนเป็นลมอยู่หน้าบ้าน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะใคร” นาวเน้นเสียงตอบแดกดันปอนิดๆ

 

เป็นลมเลยหรอวะปอพึมพำในใจ แสดงว่าเมื่อวานมันคงตากฝนตั้งแต่อยู่ที่สี่แยกแล้วแน่ๆ แถมมันยังดูอาการไม่ค่อยดีอยู่แล้วด้วย พอโดนฝนไปมันเลยเป็นขนาดนี้

 

“งั้นนาวฝากพี่ดูมันแล้วกันนะคะ” ปอพยักหน้ารับรู้ นาวเลยหันหลังเดินออกจากห้องไป ไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ กะว่าจะไปนอนพักสักหน่อยเพราะเมื่อคืนเธอแทบจะไม่ได้นอนเลย ปอเหลือบไปมองนาวที่หางตานิดๆ ก่อนจะลงมือเช็ดตัวให้เลิฟต่อ

 

 

เพราะความเย็นจากผ้าขนหนูทำให้เลิฟเริ่มรู้สึกตัว เปลือกตากระพริบถี่ๆก่อนจะค่อยๆปรือขึ้นมา กวาดตามองไปรอบๆช้าๆก็เห็นว่าปอกำลังเช็ดตัวให้ ดวงตาเริ่มมีน้ำใสๆคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่เพราะความน้อยใจอีกครั้ง

 

 

“ไม่ต้องมาจับ” เลิฟว่าออกไปเสียงแหบๆ ยกมือที่อ่อนแรงขึ้นมาปัดมือปอทิ้ง พยายามจะขยับตัวหนีแต่ไม่มีแรงเลยได้แต่นอนนิ่งๆอยู่ที่เดิม ในเมื่อขยับตัวหนีไปไหนไม่ได้ เลิฟเลยตัดสินใจนอนตะแคงหันหลังให้ปอแทน

 

ปอนั่งมองท่าทางของเลิฟก็ถอนหายใจเบาๆก่อนจะส่ายหัวไปมาก เขานั่งมองแผ่นหลังของเลิฟสักพักโดยที่ไม่ได้เรียกและไม่ได้ทำอะไรต่อ จากนั้นก็เอาผ้าในมือวางลงในกะละมัง แล้วลุกขึ้นจากที่นอน

 

แรงดีดตัวจากที่นอนทางด้านหลัง ทำให้เลิฟที่นอนอยู่ถึงกับน้ำตาซึมและไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกน้อยใจเริ่มวิ่งขึ้นมาที่จุกอกอีกครั้ง

 

 

“ฮึก...ไอ้เหี้ย...ฮึก...ไอ้เลว” เลิฟพึมพำเสียงแผ่ว ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาลวกๆ

 

“มึงด่าใคร”

 

 

เสียงของคนที่ตัวเองคิดว่ากลับไปแล้ว ดังขึ้นทางด้านหลังทำเอาเลิฟสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆพลิกตัวหันกลับไปมอง ก็เห็นปอยืนถือกะละมังใบเล็กอยู่ข้างเตียง

 

 

“มึงร้องไห้ทำไม” ปอถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อกี้เขาลุกไปถอดเสื้อนักศึกษาออกเพราะรู้สึกร้อน แอร์ในห้องไม่ได้เปิดขนาดพัดลมก็ยังปิดเพราะไอ้เลิฟไม่สบาย มีแค่ลมที่พัดเอื่อยๆเข้ามาทางหน้าต่างแค่นั้น แล้วก็เลยเดินไปเปลี่ยนน้ำในกะละมังใหม่ด้วย พอกลับออกมาจากห้องน้ำก็ได้ยินมันบ่นงึมงำด่าเขา แถมยังร้องไห้ใส่อีกอะไรของแม่งวะ

 

เลิฟไม่ได้ตอบคำถามปอแถมร้องไห้หนักกว่าเดิม ความรู้สึกของเขาตอนนี้ทั้งน้อยใจกับเรื่องเมื่อวานจนไม่อยากเห็นหน้ามัน อีกด้านก็ดีใจที่มันมาหาแล้วก็ยังไม่ได้กลับไป ทุกอย่างมันปนกันมั่วจนไหลออกมาเป็นน้ำตาแทน

 

“ลุกมาเช็ดตัว” ปอว่าแล้วขยับมานั่งข้างๆเลิฟ ก่อนจะพยุงคนตัวเล็กให้นั่งพิงกับอกเขา

 

“ไม่ต้องมาจับเลย” เลิฟว่าเสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน พยายามดิ้นหนีจากปอให้ได้

 

ปอมองหน้าเลิฟนิดๆก่อนจะจัดการถอดเสื้อเลิฟออกทันที ไม่สนอาการขัดขืนของเลิฟเลยสักนิด มือก็หยิบผ้าชุบน้ำขึ้นมาเช็ดตัวให้เลิฟไปเรื่อยๆ จนมือเลื้อยลงไปจะเช็ดข้างล่างให้ เลิฟเลยยกมือขึ้นมาจับมือปอไว้ด้วยแรงอันน้อยนิด

 

“จะทำอะไร”

 

“เช็ดข้างล่างให้มึงไง”

 

“ไม่ต้อง” เลิฟว่า แต่ปอไม่สนใจล้วงมือลงไปข้างในกางเกงแล้วจัดการเช็ดให้ เลิฟเองก็พยายามขัดขืนด้วยแรงที่มีทั้งหมด แต่พอทำอะไรไม่ได้ก็ร้องไห้อออกมาเสียงดัง เพราะรู้สึกปวดหัวปวดตัวแล้วก็ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง เขาเลยร้องไห้ออกมาซะเลย จนปอที่เช็ดตัวให้ถึงกับออกอาการเหวอ เพราะไม่เคยเจอเลิฟโหมดนี้

 

“มึงจะร้องอะไรนักหนาวะ”

 

 

“อย่ามาตะคอกเลิฟนะ...ฮึก” เลิฟเถียงเสียงสะอื้นร้องไห้หนักกว่าเก่า

 

 

เล่นเอาปอถึงกับเหวอเข้าไปอีกรอบ เพราะเมื่อกี้เขาก็พูดกับมันแบบปกติ ไม่ได้ขึ้นเสียงห่าอะไรเลย แล้วมันดันมาบอกว่าเขาตะคอกใส่ กูทำตอนไหนครับ

 

“หยุดร้องได้แล้วมาใส่ผ้า”

 

 

“ไม่ใส่...ฮึก...ไม่ต้องมายุ่ง” เลิฟว่าพยายามปัดมือปอทิ้ง

 

“อยู่เฉยๆดิวะ มึงคิดว่ากูอยากยุ่งกับมึงนักรึไง” ปอว่าอย่างรำคาญ พยายามใส่เสื้อผ้าให้เลิฟจนสำเร็จ

 

“ไม่อยากยุ่งก็ไม่ต้องมายุ่ง ไปไกลๆเลย” เลิฟว่างอนๆน้ำตาก็ไหลลงมาไม่ขาดสาย

 

“มึงจะงี่เง่าทำไมวะ”

 

 

“เลิฟไม่ได้งี่เง่านะ!!” เลิฟแหวเสียงเขียวใส่ปอ

 

“เออๆกินยาก่อนค่อยนอนต่อ” ปอว่าแล้วยื่นยาก่อนอาหารไปให้เลิฟ

 

“ไม่กิน” จบคำของเลิฟ ปอเลยกรอกยาเขาทั้งหมดเข้าปากตัวเองพร้อมกับน้ำ แล้วก้มลงไปประกบปากกับเลิฟ ใช้ลิ้นส่งเม็ดยาเข้าปากคนตัวเล็กไปจนหมด

 

ปอถอนริมฝีปากออกก่อนจะจับเอาคนตัวเล็กให้นอนลงดีๆ จากนั้นก็ห่มผ้าให้พร้อมแปะเจลลดไข้ให้ด้วย ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงต้องมาดูแลมันขนาดนี้ ปล่อยไปซะก็สิ้นเรื่อง ปอมองคนตัวเล็กที่นอนอยู่นิดๆแล้วลุกขึ้น ทำเอาเลิฟผวาตามมือคว้าข้อมือปอไว้แน่น ทำเอาปอแปลกใจไม่น้อย

 

เลิฟคว้าข้อมือปอมากำไว้แน่นเพราะตกใจที่เห็นปอลุกขึ้นยืน ตอนนี้เขารู้สึกเบลอไปหมดไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าปอคนที่ดูแลเขาตอนนี้ใช่ปอจริงๆรึเปล่า พอเห็นปอลุกขึ้นทำท่าจะเดินไปเขาเลยตกใจ กลัวว่าปอที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้จะหายไป ถึงแม้มันจะเป็นแค่ฝันก็ตาม

 

“ปล่อย” ปอว่าเสียงเรียบเพราะเขาจะเอากะละมังน้ำไปเก็บ แต่เลิฟส่ายหัวปฏิเสธมือก็จับมือปอไม่ยอมปล่อย ปอเลยตัดสินใจนั่งลงอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้

 

เลิฟที่เห็นปอนั่งลงข้างๆก็ยิ้มอย่างดีใจ เอามือของปอข้างที่ตัวเองจับไว้วางแนบแก้ม ใช้แก้มตัวเองถูไปมากับมือปอนิดๆ ความเย็นจากมือปอที่ข้างแก้มทำให้เลิฟค่อยๆหลับตาลงอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่ามือนี้เป็นของจริงรึเปล่า หรือเขาเพ้อไปเพราะพิษไข้ แต่ถึงยังไงมันก็ทำให้เขาฝันดีแน่นอน

 

สักพักลมหายใจที่สม่ำเสมอก็บ่งบอกให้ปอรู้ว่าคนตัวเล็กหลับไปแล้ว เขามองที่มือของตัวเองที่เลิฟจับไว้ข้างแก้มแล้วยิ้มออกมา มืออีกข้างก็ลูบไปตามแก้มใสแผ่วเบา ก้มลงจูบที่หน้าผากของเลิฟอย่างอ่อนโยน ก่อนจะทรุดตัวลงนอนข้างๆเลิฟ แล้วรวบคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอด จากนั้นปอก็หลับไปพร้อมกับเลิฟเพราะเมื่อคืนเขาก็ไม่ค่อยได้นอนเหมือนกัน หวังว่าตอนตื่นขึ้นมาอีกทีไอ้เลิฟมันคงไม่อารมณ์แปรปรวนแบบนี้นะครับ

 

 

2 Be Con...

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คุยกันซักนิดนะยูว์

นิยายตอนนี้เป็นตอนที่โคตรจะเฉื่อยที่สุดที่เคยเขียน

แต่งไปแล้วก็ขัดใจตัวเองไป เหมือนมันขาดๆอะไร

แต่นั่งจนตีสี่มันก็นึกไม่ออก เลยต้องยอมโพสทั้งยังงี้

ยังไงก็ขออภัยด้วยนะจ๊ะ 

รักคนอ่านคับ ^^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น