แป้งเปียก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไอสูรย์ตัวร้าย #8 อ้อมกอดในเวลากลางคืน (RW)

ชื่อตอน : ไอสูรย์ตัวร้าย #8 อ้อมกอดในเวลากลางคืน (RW)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 80.7k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2559 22:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ไอสูรย์ตัวร้าย #8 อ้อมกอดในเวลากลางคืน (RW)
แบบอักษร

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/4866/1955066413-member.jpg
 

ไอสูรย์ตัวร้าย #8 อ้อมกอดในเวลากลางคืน

 

อ๋องน้อย

ผมรู้สึกเศร้าใจมากๆ เลยครับเพราะก่อนจะออกจากบ้านไปพี่โรมิโอบอกกับผมว่าวันนี้คนที่ประมูลผมเขากำลังจะมารับผมพร้อมๆ กับพี่โรมิโอ

ผมไม่อยากให้เวลานั้นมาถึงเลยครับแม้ผมจะไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนก็ตาม แต่เวลานั้นผมอยากให้เดินช้าที่สุดหรือไม่ก็หยุดเดินไปเลยก็ได้เพราะผมไม่ต้องการไปจากความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้ความรู้สึกที่เหมือนได้รับที่พึ่งพา

เพล้ง!

วินาทีแรกที่ได้ยินเสียงเหมือนแก้วตกลงมาแตกหัวใจผมก็เต้นแรงเพราะความรู้สึกกลัวขึ้นมา สองเท้าก้าวลงจากเตียงก่อนจะเดินไปเปิดประตูย่างกลายออกจากห้องอย่างช้าๆ และระมัดระวังที่สุด

“ยังมีเรื่องบ้าอะไรที่ผมยังไม่รู้อีกบ้าง!” เสียงตะโกนที่สะท้อนกึกก้องไปทั่วด้านล่างทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายลงว่ามันไม่ใช่ขโมย แต่บ้านมาเฟียนะเหรอจะมีขโมยผมเดินลงบันไดไปเรื่อยๆ ตลอดทางก็ได้ยินเสียงคุ้นหูที่ภาวะนาให้ไม่ใช่เรื่องจริง

“พี่อยากเห็นผมโง่ไปทั้งชีวิตงั้นเหรอ? หรือเพราะผมเลวจนไม่ควรจะรับรู้ว่าใครคือแม่!” น้ำเสียงที่ตะโกนขึ้นมายังคงดังเรื่อยๆ และเพิ่มอารมณ์โกรธใส่เข้าไปในทุกคำพูดผมได้ยินมันทุกคำอย่างชัดเจนฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดินไปเรื่อยๆ มันกลับไม่มีแรงและอยากจะหยุดเดิน

“ผมเคยรักและเทิดทูนผู้หญิงคนนั้นจนคิดมาตลอดว่าทำไมพ่อถึงทิ้งผมไปหลอกตัวเองมาทุกวันว่าที่พ่อต้องไปเพราะท่านเสียใจที่ต้องสูญเสียคนที่รักจนต้องทิ้งผมไปอีกคน...เหลือแค่เงินแล้วก็เงินที่ไม่รู้ว่าใช้ทั้งชาติจะหมดหรือเปล่าไว้ให้”

น้ำเสียงเริ่มอ่อนลงเมื่อเขาพูดประโยคนี้และนั่นกำลังทำให้ผมรับรู้ว่าทุกๆ คำที่ออกมาจากปากของเขาคือความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ้อนไว้นาน

สองเท้าที่ก้าวเดินหยุดยืนอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้ายกับสายตาของผมที่ปะทะเข้ากับแผ่นหลังที่คิดว่าทั้งชีวิตอยากหนีเขาไปให้ไกลที่สุดแต่ทำไมสวรรค์ถึงได้กลั้นแกล้งให้ผมต้องกลับมาเจอเขาอีกแถมผู้ชายคนนั้นยังเรียกคนที่ผมนับถือและรู้สึกดีว่า พี่

นี่หรือเปล่าที่เขาบอกผมเสมอว่าผมเหมือนกับน้องชายของเขา น้องชายที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นผู้ชายที่ชื่อ ไอสูรย์

“ฟังพี่นะเราต่างเจ็บปวดเหมือนกันมันต่างกันก็แค่พี่เห็นวันที่ผู้หญิงคนนั้นเดินจากไปแต่นายเห็นวันที่คุณลุงเดินจากไป”

นี่หรือเปล่าสิ่งสุดท้ายที่นาวีอยากจะบอกกับผมก่อนที่การประมูลทุกอย่างจะจบลง ผมได้แต่ยืนเงียบและฟังบทสนทนาพวกนั้นด้วยความรู้สึกเจ็บปวดแทนพวกเขาสองคน

“หึสุดท้ายเงินก็สามารถชนะความรักได้อยู่ดี!

ผมอยากจะเถียงคำพูดของไอสูรย์ออกไปจริงๆ เลยว่ามันไม่ใช่ เพราะเงินไม่สามารถซื้อความรักจากทุกคนได้หรอกนะแต่ผู้ชายอย่างเขานะเหรอจะเชื่อในเมื่อหัวใจทั้งดวงปักใจไปแล้วว่าเงินซื้อทุกอย่างได้

“มันไม่ใช่ทุกคน!

สายตาของพี่โรมิโอกำลังจ้องมองมาทางผมพอดีและนั่นก็ทำให้คนที่ยืนหันหลังอยู่ค่อยๆ หันกลับมามอง แววตาแรกที่เราสองคนสบตากันนั้นผมรับรู้ได้เพียงความรู้สึกเจ็บปวดที่สะท้อนกลับมาในดวงตาก่อนจะถูกเจ้าของดวงตาคู่นั้นแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นแค่เพียงความว่างเปล่า

ไอสูรย์แสยะยิ้มที่มุมปากร้ายกาจดุจซาตานตัวร้ายอย่างเช่นทุกครั้งที่เราเผชิญหน้ากันให้ผมได้เห็นอีกครั้งผมรับรู้ได้เลยว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยอ่อนโยนให้กับผมได้สักครั้งเดียว!

“พี่จะบอกผมว่าเด็กคนนี้เงินซื้อไม่ได้สินะ” เหมือนคำพูดที่ออกมาจากปากของเขาจะเป็นคำพูดดูถูกผม...ผมอยากจะเถียงว่าใช่แต่ปากมันไม่อาจขยับนอกจากจะยืนมองใบหน้าหล่อที่ไม่แสดงอาการใดๆ

“ผมหมดศรัทธาในความรักไปตั้งนานแล้วและผมก็อยากจะล้มเลิกความตั้งใจที่อยากจะมีลูกเพราะผมไม่มั่นใจว่าจะรักและดูแลลูกของตัวเองได้อย่างดีและสมบรูณ์แบบอีกต่อไป!

ผลัก!

ร่างสูงของไอสูรย์เดินตรงมาทางผมที่ยืนอยู่ตรงราวบันไดก่อนที่ร่างนั้นจะกระแทกผมจนกระเด็นไปติดขอบบันได ไอสูรย์เดินจากไปพร้อมกับประโยคที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของผมเต้นแรงและรู้สึกว่าเขากำลังจะยกเลิกความคิดบ้าๆ พวกนั้นไป

พี่โรมิโอเดินเข้ามาหาผมที่ยืนมองแผ่นหลังของไอสูรย์อยู่ เขายื่นมือมาแตะที่ไหล่ของผมเบาๆ ก่อนจะเอ่ยคำพูดอะไรบางอย่างออกมา

“ไอสูรย์กำลังจะคืนอิสรภาพให้กับอ๋องน้อยแล้วนะครับ”

ผมไม่รู้สึกดีใจเลยกับคำพูดของพี่โรมิโอเพราะอิสรภาพที่ผมกำลังจะได้มามันคือเรื่องจริงที่ไม่อาจจะยอมรับได้เลย

ถึงผมอยากได้อิสรภาพคืนมากแค่ไหนก็ตาม แต่ผมก็ไม่มีทางยอมให้ผู้ชายไม่มีหัวใจคนนั้นคืนอิสรภาพให้เพียงเพราะไม่รู้จักความรักหรอกนะ!

“แต่ผมไม่อยากได้คืนตอนนี้ผมอยากให้ผู้ชายคนนั้นได้เรียนรู้ความรักที่แท้จริงความรักที่เงินก็ซื้อไม่ได้!

“รู้หรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา” คำถามของพี่โรมิโอทำให้ผมต้องหันไปมองเขาและฝืนยิ้มออกมา

“รู้สิครับผมจะเป็นคนสอนบทเรียนที่ผู้ชายอย่างไอสูรย์ไม่เคยได้สัมผัส” หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อพูดประโยคนี้ออกไป

“กล้าเอาหัวใจเป็นเดิมพันหรือเปล่าเพราะผลตอบแทนที่อาจจะได้กลับมาอาจเจ็บปวดถ้าหากมันไม่สำเร็จ” ผมยอมรับว่าตอนนี้รู้สึกกลัวกับคำพูดของพี่โรมิโอมากเลยทีเดียว

ผมกำลังทำอะไรโง่ๆ อยู่สินะทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังจะเป็นอิสระแล้วแต่ผมกลับไม่ต้องการแถมยังพูดเหมือนอยากเดินเข้าไปหาเรื่องใส่ตัวอีกต่างหาก

“ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วครับ”

ผมเสียใจไปแล้วและเรียกคืนมาไม่ได้ด้วย ความรู้สึกก็ด้วยแต่อย่างน้อยๆ ผมก็อยากสร้างมันขึ้นมาใหม่เผื่อว่าผู้ชายอย่างไอสูรย์จะคิดใหม่ได้บ้าง...ผมแค่ไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับคนอื่น

ผมยอมรับว่าตัวเองเหงาเพราะอย่างน้อยๆ ผมก็ไม่มีพ่อมีแค่แม่คนเดียวเท่านั้นก็คงเหมือนเขาที่ต้องอยู่โดดเดี่ยวในบ้านหลังใหญ่โตกับพี่เหนือและพี่ใต้เท่านั้น

“แต่นายยังมีหัวใจหัวใจที่อ่อนโยน!” ผมหันไปยิ้มให้กับพี่โรมิโออีกครั้ง ผมหวังว่าหัวใจที่อ่อนโยนของผมจะเปลี่ยนไอสูรย์ได้!

“ผมจะไม่ถามว่าทำไมพวกพี่ถึงเจ็บปวดแต่ผมอยากจะบอกว่าคนเราย่อมเจ็บปวดไม่เหมือนกันวันนี้พี่เจ็บมากแค่ไหนเชื่อผมเถอะครับว่าคนที่เจ็บกว่าพี่ยังมีอีกเยอะ”

“พี่ก็จะไม่เถียงว่าไม่มีใครที่ไม่เจ็บปวดและพี่ก็เชื่อด้วยว่าทำไมไอสูรย์ถึงเลือกนาย!

“เลือก!” ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพี่โรมิโอถึงพูดแบบนี้แต่คำว่าเลือกมันทำให้ผมต้องนึกถึงประโยคของคุณชุนที่ว่า เลือกหรือประมูล มากันแน่

“อยากรู้อะไรก็ไปพิสูจน์ซะคำตอบของทุกๆ คำถามรออยู่ข้างหน้าแล้ว

พี่โรมิโอพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะกลับขึ้นไปด้านบนส่วนผมก็ได้แต่ยืนมองแผ่นหลังที่หายลับสายตาออกไปนานพอสมควร

ตอนนี้ผมคงเตือนตัวเองได้แค่ว่าห้ามท้อและถอยหนีเด็ดขาดเพราะเลือกที่จะเดินกลับไปเผชิญหน้าเองไม่ว่าจะเจอกับอะไรผมก็ต้องอดทนเอาไว้

“รถพร้อมแล้วครับ!” ผมรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของคุณโจว พอหันไปมองก็เห็นว่าร่างสูงตรงหน้ายืนยิ้มให้กับผม

“คุณรู้เหรอว่าผมจะไปไหน?”

“รู้สิครับ” ผมรู้สึกเหมือนคุณโจวกำลังยิ้มแม้ว่าจะแค่เล็กน้อยก็ตาม “ผมเองก็ทำทุกอย่างเพราะความรู้สึกเช่นกัน” มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูรถด้านหลังให้ผมพร้อมๆ กับคำพูดประโยคเมื่อกี้

“ทำไมคุณโจวถึงมาดูแลพี่โรมิโอละครับ” รถแล่นออกจากบ้านพี่โรมิโอเรียบร้อยแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองทำถูกหรือเปล่าแต่คงถอยไม่ได้แล้ว

“เพราะเขาช่วยชีวิตผมเอาไว้”

“แค่นี้เหรอครับ”

“ไม่หรอกครับ...มันมากกว่านี้และผมก็ทำทุกอย่างลงไปเพราะความรู้สึกที่มีก็เท่านั้นเอง” คุณโจวเงียบไปทันทีหลังจากท่พูดประโยคยาวๆ เมื่อกี้จบ

ผมเองก็ด้วยแต่กลับอยากเถียงเพราะเขาอาจจะกำลังเข้าใจผมผิดอยู่

“ผมไม่ได้กลับไปหาเพราะความรู้สึกหรอกนะครับแค่กลับไปเพราะอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่างมากกว่า” ผมเถียงออกไปทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็นเพียงข้ออ้างข้างๆ คูๆ เท่านั้นเอง

“มันคงไม่ต่างกันหรอกครับเพราะผมก็เคยพิสูจน์ความรู้สึกของตัวเองมาแล้ว” น้ำเสียงเบาหวิวของคนด้านหน้าทำให้ผมรู้สึกว่าเขากำลังพูดในสิ่งที่ตัวเองเคยเดินผ่านมาให้ผมฟัง

“...” ทั้งผมและก็คุณโจวไม่มีใครพูดอะไรออกมาต่อมีเพียงความเงียบและเสียงลมหายใจเท่านั้นเอง

บรืนนน นน น

เสียงรถบางเบาแถมถนนยังโล่งจนรถแล่นไปมาได้อย่างสบายเลยทีเดียวครับ ผมรู้สึกตื่นเต้นอีกแล้วครับหากกลับไปเผชิญหน้ากับไอสูรย์อีกครั้งผมจะพูดกับเขาว่ายังไงแล้วจะต้องมองหน้าเขาด้วยสายตาแบบไหนกัน

“คุณโจวครับ”

“ครับ”

“คุณว่าอสูรที่ผมกำลังกลับไปหาเขาน่ากลัวไหม” มือทั้งสองข้างผสานเข้ามาหาไม่มีกำลังใจใดๆ เท่ากับให้กำลังใจตัวเองอีกแล้ว

 “กลัวเหรอครับ” คำถามขบขำของคนตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกตื่นกลัวอีกแล้ว

“ก็ไม่เท่าไหร่นะครับแค่คิดว่าต้องรับมือเขายังไงหรือผมต้องทำตัวเหมือนกับเบลล์นางเอกในการ์ตูนเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร...แต่น่าเสียดายที่ผมไม่ใช่นางเอก”

ผมรู้สึกขำตัวเองยังไงก็ไม่รู้สิครับไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดแบบนี้ออกไป

“ผมว่าเป็นตัวของตัวเองก็ดีแล้วนี่ครับ”

“แต่เป็นแบบนี้ผมคงรับมือเจ้าชายอสูรไม่ได้หรอกครับ” ผมหัวเราะตัวเองอยู่ในใจยิ่งทำตัวอ่อนแอมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นเครื่องมือให้เขาแกล้งเล่นมากเท่านั้น

“คุณไม่รู้ตัวเหรอครับว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ทำให้ผู้ชายไม่มีหัวใจถึงสองคนหวั่นไหวไปตามๆ กันแล้ว”

“เอ๋เมื่อกี้คุณโจวว่าอะไรนะครับ”

“เปล่าหรอกครับ”

ความเงียบเข้ามาครอบงำอีกครั้ง ใจผมเต้นแรงทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกากำลังเคลื่อนไปอย่างช้าๆ จนในที่สุดรถคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดอยู่ในอาณาจักรของไอสูรย์อีกครั้ง...ประตูรถที่ถูกมือหนาเปิดออกพร้อมทั้งสายตาและรอยยิ้มแต่นั้นไม่อาจทำให้ผมรู้สึกดีใจเท่ากับหัวใจที่กำลังเต้นแรงเพราะความกลัวซะมากกว่า

ทั้งๆ ที่เป็นคนเลือกจะเดินกลับมาเองแท้ๆ แต่ทำไมถึงรู้สึกแย่แบบนี้นะเนี่ย!

“ทำหน้าให้ร่าเริงหน่อยสิครับ”

“ผมเปลี่ยนใจตอนนี้ทันไหม?” เงยหน้าขึ้นไปจ้องมองดวงตาที่เริ่มจะเป็นมิตรแต่ทว่าคุณโจวกลับส่ายหัวก่อนจะตอบคำถามผม

“สายไปเสียแล้วผมขอให้โชคดีนะครับ”

บอกลาผมก่อนจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับรถคันหรูกำลังแล่นออกไปจากคฤหาสน์แห่งนี้...แต่ผมยังคงยืนอยู่ที่เดิม จนในที่สุดเสียงหนึ่งก็เรียกสติผมให้กลับมา

“พี่นึกว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วอ๋องน้อย” พี่เหนือพูดด้วยน้ำเสียงดีใจร่างสูงตรงหน้าเดินเข้ามาหาผมเรื่อยๆ ผมฝืนยิ้มทั้งๆ ที่ในใจตอนนี้รู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก

“เข้าบ้านกันเถอะ”

“เอ่อเดี๋ยวครับ” ผมเอ่ยเสียงรั้งร่างสูงตรงหน้าไม่ให้เดินนำเข้าไปตอนนี้ผมอยากรู้ว่าไอสูรย์อยู่ที่บ้านหรือเปล่า

เพราะผมยังไม่พร้อม!

“เอ่อเขาเอ่อ!

“ยังไม่กลับมาครับเข้าบ้านเถอะ!” แค่จะพูดชื่อของเขาผมยังลำบากแล้วถ้าต้องเผชิญหน้ากันผมไม่แย่เหรอครับ แต่ตอนนี้ก็ยังดีใจได้บ้างในเมื่อเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้ยังไม่ได้กลับมา

ผมถูกพาขึ้นมาด้านบนและห้องๆ เดิมก่อนที่เรื่องราวเลวร้ายจะเกิดขึ้นเหมือนว่าทุกอย่างเป็นแผนของเขาทั้งหมดแผนที่อยากให้ผมได้รับบทเรียนอะไรบางอย่างและมันก็เป็นแผนที่ทำให้ผมรู้สึกเกลียดตัวเองด้วย ทั้งๆ ที่มีทางหนีรอดไปแล้วแท้ๆ แต่ทำไมถึงไม่ยอมไป

“พักผ่อนให้สบายนะครับ” หลังจากที่เดินมาส่งผมเรียบร้อยแล้ว พี่เหนือก็บอกลาก่อนจะออกไปจากห้อง ผมมองบรรยากาศรอบห้องนี้ไปทั่วๆ อีกครั้งทั้งไออุ่นทั้งความรู้สึกแปลกๆ ในวันนั้นกำลังทำให้สมองผมสับสนและหัวใจก็เต้นแรงจนผิดปกติด้วยครับ

เมี้ยว เมี้ยว

ผมได้ยินเสียงของเจ้าสัตว์ขนปุยน่ารักร้องขึ้นมาก่อนที่มันจะโผล่ออกมาจากมุมหนึ่งของห้องและตรงมายังที่ที่ผมยืนอยู่พร้อมทั้งเอาตัวของมันมาอ้อนผมด้วยการถูไถไปมาที่ขา

ถ้าเจ้าของแกอ่อนโยนและขี้อ้อนแบบแกก็ดีสินะ

ผมอุ้มเจ้าอสูรตัวนี้ขึ้นมาก่อนจะพามันไปนั่งที่เตียง ตอนนี้ผมรู้สึกเหนื่อยและอยากนอนเต็มทนแล้วผมอุ้มเจ้าขนปุยตัวนี้นอนลงบนเตียงก่อนจะเล่นกับมันไปสักพักเจ้าแมวขี้อ้อนก็ชิงหลับไปซะก่อน ไม่อยากจะเชื่อว่าจะหลับง่ายและติดคนขนาดนี้แถมมันยังชอบอยู่ในห้องนี้เป็นพิเศษท่าทางจะติดเจ้าของเอามากๆ

“ไอสูรย์ไม่เหมาะจะเลี้ยงเจ้าแมวขี้อ้อนแบบแกเลยรู้ไหม?” มือข้างหนึ่งของผมขยี้ลงบนขนปุยตรงลำตัวของมันก่อนที่ดวงตาของผมทั้งสองข้างจะรู้สึกหนักอึ้งจนไม่อยากลืม

และในที่สุดผมก็หลับจนได้

 

 
 

อื้อ

ข้างกายรู้สึกเหมือนมีมือของใครสักคนกำลังโอบกอดผมอยู่พร้อมทั้งซุกหน้ากับแผ่นหลัง เท่าที่จำได้ผมนอนอยู่กับแมวไม่ใช่คนท่าทางจะเป็นเจ้าแมวขี้อ้อนที่กระโดดข้ามผมไปละมั้งเจ้าอสูรนี่อารมณ์แปรปรวนเหมือนเจ้าของมันเลยนะแถมยังเปลี่ยนที่นอนเร็วซะเหลือเกิน เพราะความง่วงทำให้ผมไม่ได้สนใจอะไรมากนักนอกซะจากจะหันหน้ามายังสิ่งนั้นพร้อมทั้งมือข้างหนึ่งของตัวเองที่โอบกอดกลับไป

ทว่าผมกลับรู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งที่กำลังโอบกอดอยู่นั้นคือคนไม่ใช่แมวดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆ กระพริบแล้วลืมมันขึ้นมา...ในความมืดผมเห็นเพียงแค่ใบหน้าของใครคนหนึ่งผ่านทางแสงไฟสลัวเสียงลมหายใจแผ่วเบากำลังรดต้นคอผมจนรู้สึกใจเต้นแรงอีกครั้ง

ไอสูรย์กำลังนอนหลับพร้อมกับใบหน้าของเขาที่ซุกลงมาจนหน้าของเราห่างกันแค่ไม่กี่เซน ผมอยากจะขยับหนีแต่ถ้าทำอย่างนั้นรับรองได้ว่าคนที่หลับอยู่ในตอนนี้ต้องตื่นขึ้นมาแน่นอนแถมตอนนี้ผมยังกอดเขาไว้ด้วยไม่ใช่แค่ผมที่กอดแต่เราสองคนต่างฝ่ายต่างกอดกันซะมากกว่า

ถ้าจะให้ฝืนใจหลับตาต่อไปผมคงนอนไม่หลับเพราะตอนนี้รู้สึกเหมือนว่าหัวใจกำลังเต้นแรงเข้าไปทุกทีจนมันจะออกมาเต้นข้างนอกแล้วผมเป็นอะไรไปเนี่ย?

ยามใดที่อสูรตัวร้ายหลับใหลเหมือนว่าโลกทั้งใบกำลังเข้าสู่ความสงบใบหน้าแน่นิ่งคล้ายว่าคนตรงหน้าผมในตอนนี้คือเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ใจร้ายสีหน้าและท่าทางก็เหมือนกำลังอ้อนผมอยู่และต้องการความอบอุ่น ผมได้แต่ยิ้มและมองภาพนี้จนไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหนแล้วรู้เพียงแต่ว่าภาพผู้ชายตรงหน้าคนนี้ทำให้ผมนอนไม่หลับ!

“เป็นแบบนี้มันไม่ดีเอาซะเลยก่อนหน้านี้ยังรังเกียจกันแต่ยามใดที่ต้องการนอนทำไมถึงชอบทำตัวอ่อนโยนเหมือนว่าไม่เคยมีเรื่องร้ายๆ อะไรเกิดขึ้น?”

ผมไม่ได้พูดออกไปแต่ทั้งหมดนั้นมันอยู่ในใจผมไม่เข้าใจว่าทำไม? แต่ไอสูรย์ในตอนนี้คือคนที่ผมอยากเห็นมากที่สุดยามที่เขาหลับ แต่ทว่ายามใดที่ดวงตาคู่นี้เบิกกว้างยามนั้นเหมือนว่าโลกทั้งใบกำลังหมุนไปอีกครั้งด้วยอุณหภูมิความร้ายกาจของเขา

ความอ่อนโยนจากไอสูรย์มีแค่เวลากลางคืนหรือไม่ก็ตอนที่เขาหลับเท่านั้น!

 

แสงแดดยามเช้ากระทบเข้ากับเปลือกตาผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลับไปตอนไหนแต่ที่แน่ๆ พอลืมตาขึ้นมาผมก็ยังคงเห็นใบหน้าหล่อแสนอ่อนโยนนอนอยู่ไม่ไปไหนแถมอ้อมกอดเมื่อคืนก็ยังคงอยู่ระดับการหายใจก็เป็นปกติแต่ระดับหัวใจของผมกำลังผิดปกติและเต้นรัวทุกครั้งที่ได้มองหน้าผู้ชายคนนี้ใกล้ๆ

ผมอยากจะลุกขึ้นไปจากเตียงนอนแสนนุ่มสบายนี้แต่ที่ไหนได้ผมหนีอ้อมกอดนี้ไม่พ้น!

“ฉันคิดค่ามองนะ” เร็วเท่ากับคำพูดไอสูรย์ก้มลงมาจูบปากผมอย่างแผ่วเบาก่อนจะถอยห่างออกไป ร่างสูงลุกขึ้นนั่งแล้วหันหน้ามามองผมที่กำลังนอนอึ้งอยู่บนเตียงกว้างนี่

ผมไม่รู้ว่าเมื่อกี้คือเรื่องจริงหรือเปล่า? แต่ทำไมผมถึงขยับไปไหนไม่ได้เลย!

“กลับมาทำไม ฉันปล่อยนายไปแล้วนี่!

คำพูดในประโยคนี้สามารถเรียกสติของผมให้กลับมาก่อนจะลุกขึ้นนั่งเผชิญหน้ากับเขา ผมรู้สึกดีในคำพูดแรกแต่แล้วคำพูดประโยคต่อมากลับทำให้ผมรู้ว่าไอสูรย์ที่แสนจะใจร้ายคนนั้นกำลังจะกลับมาอีกครั้ง

“ไม่เสียดายเงินสินะ” มันไม่ใช่คำตอบที่ผมควรพูดแต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ผมถึงหาเหตุผลอื่นมาตอบคำถามของเขาไม่ได้

“หึเท่าที่มีอยู่ฉันก็อยากแจกฟรีแล้ว” หมอนี่มันอารมณ์ร้ายได้ตลอดเวลาที่ตื่นจริงๆ เลย

“ชิส์!” ผมแค่เบ้ปากใส่เขาก่อนจะเสมองไปทางอื่นถ้ายังนั่งอยู่บนเตียงนี้นานๆ ผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะตอบคำถามต่อไปยังไงดีแต่ถ้าลุกออกไปละก็ผมคงไม่ต้องตอบอะไรอีก

คิดแบบนั้นผมก็ตั้งท่าจะลุกขึ้นออกไปจากเตียงแต่กลับถูกใครอีกคนที่อยู่ด้านหลังรั้งให้กลับมานั่งที่เดิม

หมับ!

ผมนอนราบลงไปกับเตียงอีกครั้งพร้อมทั้งร่างของไอสูรย์ที่โถมเข้ามานั่งคร่อมผมเอาไว้หัวใจเต้นแรงจนสุดจะทนเพราะใบหน้าหล่อๆ กำลังยื่นเข้ามาใกล้ผม

“จะทำอะไร?” หัวใจเต้นแรงมากครับผมรู้สึกกลัวยังไงก็ไม่รู้สิ...รู้แบบนี้ผมจะไม่กลับมาเลย

“ที่กลับมานี่เพราะต้องการมีลูกให้ฉันไม่ใช่เหรอ?” ไอสูรย์ก้มลงมากระซิบถามข้างหูของผมแถมเขายังไม่ยอมเอาหน้าหล่อๆ ออกไปอีก

“ไม่ใช่สักหน่อย!

“พิสูจน์ไหมละ?” ใบหน้าหล่อเลื่อนขึ้นมาจากระดับเมื่อกี้ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าของผม ปลายจมูกของเราชิดกันจนลมหายใจมันประสานกันแล้วละครับ ผมกระพริบตาถี่ๆ จ้องมองคนตรงหน้าและกำลังลุ้นว่าเขาจะทำอะไรต่อไปแล้วจู่ๆ ใบหน้านั้นก็เลื่อนต่ำลงไปจนริมฝีปากของเราใกล้กันผมไม่อยากมองจนต้องหลับตาปี่เลยทีเดียว

“เด็กโง่! ผมได้ยินคำพูดนั้นที่ออกมาจากปากของไอสูรย์มันเป็นสรรพนามที่ไม่น่าจะออกมาจากปากของเขาได้ ไอสูรย์ไม่ได้ทำอะไรผมนอกจากจะลุกขึ้นนั่งลงที่ขอบเตียงผมพลิกตัวตะแคงไปมองแผ่นหลังของเขาแทนที่จะลุกขึ้นนั่ง

“เตรียมตัวซะ!” เขาพูดก่อนจะลุกขึ้นยืนผมสงสัยมากว่าเขาจะให้ผมเตรียมตัวไปไหน? แต่ที่แน่ๆ ผมต้องได้คำตอบที่แน่นอนว่านี้

“ไปไหน?” ลุกขึ้นยืนด้านหลังของเขาถามด้วยน้ำเสียงสงสัย

“ฉันจะให้เหนือไปส่งนาย แล้วต่อจากนี้ไปก็ไม่ต้องกลับมาอีก

เหมือนทุกอย่างจะหยุดลงทั้งๆ ที่ผมตั้งใจไว้แล้วแท้ๆ ว่าอยากจะสอนบทเรียนทุกอย่างให้กับผู้ชายคนนี้แต่ทำไมบทจะยอมแพ้ถึงได้ง่ายขนาดนี้ละครับ

“ไม่ไป!” คิดอยู่นานกว่าจะตอบคำถามนั้นออกไปไอสูรย์ค่อยๆ หันกลับมามองหน้าผมเราสองคนสบตากัน ผมเห็นว่าแววตาที่กำลังจ้องมองมาตอนนี้มันเศร้ามาก

“คิดว่าจะไล่กันได้ง่ายๆ งั้นเหรอ? ให้ตายยังไงก็ไม่ไปหรอกนะถ้าไม่อยากเจอหน้ากันก็ไปเองสิ

ผมพูดอะไรออกไปแต่ที่แน่ๆ ผมกำลังไล่เจ้าของบ้าน…และผมก็ไม่มีทางย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ได้อีกแล้วนอกจากจะเดินหน้าต่อไปเท่านั้น

“ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับเด็กอย่างนายหรอกนะ” เขาคิดว่าที่ผมพูดไปมันเล่นๆ งั้นสิ แต่ขอบอกว่าผมจริงจังเพราะถึงยังไงผมก็ยอมแลกทุกอย่างถ้าจะทำให้ผู้ชายคนนี้ได้รู้จักกับความรัก

เหมือนผมเป็นแค่เด็กที่อยากเล่นอะไรแบบนี้สินะ...

“ฉันไม่ใช่เด็กและฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!” ผมเด็ดขาดกับคำพูดของตัวเองมากๆ ตอนนี้ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วนอกจากจะใจกล้าหน้าด้านอยู่ที่นี่ต่อไปและทำทุกอย่างให้เจ้าของบ้านเขายอมอนุญาต

“ถ้าฉันยอมนายจะไม่ไล่ฉันไปใช่ไหม?” ผมถามขึ้นอีกครั้งอย่างจริงจังแถมยังพูดจาราวกับเราสองคนอายุเท่ากันเลยครับ

“หืม!” สายตาสงสัยกำลังจ้องมองมายังผมพร้อมกับคำอุทานเมื่อกี้

“ยอมเป็นของนายแบบเต็มใจแล้วนายจะไม่ไล่ฉันไปไหนอีกใช่ไหม?”

ผมพูดอะไรออกไปแต่ทุกคำพูดและจิตใต้สำนึกมันคิดมาให้ผมเรียบร้อยแล้วความเงียบเกิดขึ้นเมื่อประโยคเมื่อกี้เอ่ยออกไป

ผมยอมแม้กระทั่งแลกร่างกายของตัวเองเพื่อจะสอนให้ผู้ชายคนนี้รู้จักความรักยอมจนไม่รู้ว่าทำไมผมถึงไม่รู้สึกกลัวในคำตอบที่จะเอ่ยออกมาจากปากของไอสูรย์

สิ่งที่ผมกลัวกว่าคำตอบนั้นก็คือเขาจะไล่ผมไปอีกไหม? หากวันใดที่เขาไม่ต้องการผมแล้ว!

ผมไม่ได้รักเขาสักหน่อย...ใช่ไหม?

สำหรับผมจะมีคนสักกี่คนที่สามารถทำให้เราร้องไห้ได้ตั้งแต่วันแรกที่จเอกันทั้งๆ ที่พวกเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วจะมีใครที่กล้าพูดจาเหมือนดูถูกเราและสอนเราในเวลาเดียวกันบ้าง...หากจะมีก็คงเป็นผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้สินะ

ไอสูรย์...เขามีทุกอย่างและทำทุกอย่างให้ผมรู้สึกได้!

 

ความคิดเห็น

}