marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5: กระต่ายน้อยคล้อยรัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 5: กระต่ายน้อยคล้อยรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2562 13:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5: กระต่ายน้อยคล้อยรัก
แบบอักษร




“อื้อออออ” ฉันงัวเงียตื่นขึ้นมาอย่างทรมานค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างเหนื่อยล้าสองมือกุมหัวตัวเองอย่างเจ็บปวด

“นี่กี่โมงแล้วเนี่ยวันนี้ต้องไปทำงานด้วย” ฉันลุกขึ้นมามองไปรอบๆห้องนอนก็ไม่ใช่บ้านตัวเองสงสัยบ้านสองคนนั้น

“น้ำขิงงั้นเหรอ” ไม่ทันลงจากเตียงก็เห็นน้ำขิงวางไว้ตรงข้างเตียงพร้อมกับกระดาษโน้ตฉันหยิบน้พขิฃขึ้นมาดื่มก่อนจะหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาอ่าน

‘วันนี้ผมให้คุณลาพักหนึ่งวันเพราะคุณคงจะดื่มหนักไปพอดื่มน้ำขิงเสร็จละไปอาบน้ำผมเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้คุณที่ตู้แล้วอาหารผมก็เตรียมไว้ให้ในตู้เย็นเอามาอุ่นได้เลยหลังเสร็จงานผมจะกลับมารับไปเอารถของคุณที่ผับ...จากเจ้านายสุดหล่อ’


พรืดดดดดด


“แค่กๆ แค่กๆ” ทันทีที่อ่านโน้ตจบฉันก็สำลักน้ำทันทีให้ตายสิฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไงแล้ว....

พรึบ!

ฉันก้มลงสำรวจตัวเองก็พบว่าฉันไม่ได้อยู่ในชุดเดิมหรือว่าเขาจะ....แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยนิหรือฉันจะเมามากแต่มันก็ไม่เจ็บอะไรเลยนะ...เขาคงไม่ได้ทำอะไรหรอกมั้งพอคิดได้แบบนั้นความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้าก็เกิดขึ้น

“ฉันไม่อยากอยู่ใกล้คนแบบคุณจริงๆอันตราย” ฉันนั่งดื่มน้ำขิงจนหมดดูเหมือนอาการปวดหัวจะทุเลาลงบ้างก่อนจะนั่งคิดว่าฉันมาอยู่นี่ได้ไง....

ราวๆห้าทุ่มฉันยังรู้สึกตัวอยู่ก็แดนซ์กับเพื่อนแต่ยัยมิด้าก็ชวนยกๆๆๆๆจนฉันรู้สึกมันหมุนติ้วๆไปหมดไม่นานก็รู้สึกเหมือนจะล้มละยืนพิงกำแพงแต่เอ๊ะ!!! ไม่ใช่กำแพงเขาต่างหานฉันยืนพิงเขาจากนั้นเขาก็พูดอะไรไม่รู้ก่อนจะพาฉันเดินออกไปฉันยังด่าเขาอยู่เลยพอมาถึงรถฉันก็หลับมาถึงตอนนี้....

“เขาไม่ได้ข่มขืนฉันหรอกนะ” พอคิดได้ดั่งนั้นก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่เขาบอกและไปกินข้าวแล้วค่อยตัดสินใจออกมาจากห้องนั้นแต่แล้วฉันก็ต้องตัดสินใจเดินเข้าห้องอีกครั้งเพราะนึกได้ว่าตอนนี้ไม่มีกระเป๋าไม่มีโทรศัพท์หรืออะไรทั้งนั้น!!!!!!

“สงสัยต้องได้รออีตาบ้านั้น” ฉันนั่งดูทีวีรอเขาจนเผลอหลับไป....

“เรดาร์...เรดาร์...คุณมานอนตรงนี้ทำไม” เสียงทุ่มๆปลุกฉันให้ตื่นจากการหลับไหล

“อื้ออออ...มาแล้วเหรอ” ฉันงัวเงียขึ้นมามองหน้าเขาก่อนจะนึกขึ้นได้!!!!

“แล้วกระเป๋าฉันกลับโทรศัพท์อยู่ไหนมิทราบ!!!!” เขามองหน้าฉันยิ้มๆก่อนจะยืนมาให้

“ถ้าผมไม่เอาไปคุณก็กลับไปไม่รอผมนะสิ” เขาพูดออกมาพร้อมกับยิ้มอย่างดีใจ

“คนบ้า!!!” พอมองหน้าเขาชัดๆความทรงจำตอนนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวพร้อมกับความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้าอีกครั้ง

“เอ๊ะ...เรคุณเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมหน้าแดงแบบนั้น” เขาเอื้อมมือมาแตะหน้าผากฉันเบาๆก่อนจะก้มถามด้วยความเป็นห่วง...

“ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยฉันแค่เหนื่อยๆรีบพาฉันกลับบ้านได้ละคนที่บ้านคงเป็นห่วงแย่” ฉันปัดมือเขาออกก่อนจะรีบลุกขึ้นด้วยความอาย

“งั้นก่อนกลับไปหาอะไรทานก่อนนะผมว่าคุณคงหิวข้าวและผมก็หิวด้วย” ฉันหันไปมองเขาที่พูดออกมาอย่างอ่อนโยนจนฉันเผลอใจเต้นแรงไปวูบหนึ่ง...เขาคนนี้อันตรายมากจริงๆ

“ก็ตามใจสิ....คุณขับรถอยู่แล้ว” เขายิ้มกว้างออกมาทันทีที่ไม่เห็นฉันปฏิเสธรอยยิ้มที่สดใสของเขาทำให้ใจฉันเต้นแรงผิดจังหวะไปครั้งหนึ่งให้ตายสิ!!!!

“งั้นไปกันครับ” เขาหันหลังเดินออกไปโดยไม่ลืมที่จะเอื้อมมาจับมือฉันออกไปและมือเจ้ากรรมก็ไม่ยอมตอบสนองอะไรปล่อยให้เขาจับไปจนถึงรถแล้วก็ขึ้นรถไปยังร้านอาหารตลอดเวลาอยู่บนรถเราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันจนฉันรู้สึกอึดอัดไปหมดเหมือนเขาก็จะใช้ความคิดอะไรสักอย่างจนมาถึงร้าน

“เรดาร์ทำไมถึงเมาแบบนั้น” หลังจากที่นั่งกินข้าวมาสักพักเขาก็พูดขึ้นพร้อมกับคำถาม

“คือ....” จะตอบว่าไงดีเผลอตัวอย่างงั้นเหรอ!!!

“ถ้าคนที่พาคุณออกมาไม่ใช่ผมรู้หรือเปล่าว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เขายังคงถามต่อด้วยสีหน้าเป็นห่วงแถมน้ำเสียงที่พูดทำไมมันดูอ่อนโยนมากให้ตายสิฉันกำลังจะเป็นบ้าเพราะผู้ชายคนนี้หรือไงต้องไม่สิฉันเกลียดเขานิ!!!!!

“ฉัน.....” พูดออกขให้ได้สิเรว่าไม่ใช่เรื่องของเขา

“ผมเป็นห่วงคุณนะ...” เพล้ง!!!!! ความรู้สึกที่มันแตกไปเป็นเสี่ยงๆนี่มันอารายยยยยยกานนนนน

“ขอโทษค่ะ....” แล้วจะไปขอโทษทำไมเนี่ยยัยเร!!!! จู่ๆความรู้สึกผิดก็แล่นเข้ามาในใจฉันเต็มไปหมด

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับแค่คุณต้องสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีกผมเป็นห่วงคุณจริงๆนะถ้าเกิดอะไรขึ้นมาผมคงรู้สึกผิดมาก” ทุกคำพูดของเขาทำให้ฉันไม่กล้ามองหน้าเขาสักนิด

“คือ....”

“ผมรู้แล้วว่าทำไมพวกพี่คุณถึงเป็นห่วงคุณขนาดนี้....อย่าทำแบบนี้อีกนะครับ” เขาเอื้อมมือมาจับคางฉันเบาๆดันขึ้นไปมองหน้าเขาตอนนี้ที่มันดูอ่อนโยนมากจนฉันรู้สึกเหมือนโดนขังในห้วงความรู้สึกนี้

“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีก”

“ขอบคุณครับงั้นกินข้าวเถอะนะ ^^/// ” เขายิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจฉันใจฉันเต้นแรงกับรอยยิ้มนั้นให้ตายสิเขาสามารถควบคุมฉันได้ง่ายมากๆๆๆ

“เออ..แล้วก็ขอบคุณเรื่องเมื่อคืนที่ช่วยฉันแล้วก็ไม่ล่วงเกินฉันค่ะ”

“ครับ ทานข้าวเถอะเดี๋ยวผมไปส่งบ้านผมให้คนของผมขับรถคุณกลับละ” ฉันเหลือบตามองเขาอีกครั้งด้วยความสงสัย

‘เขาทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนหรือเปล่านะ’ แค่ดเหมือนฝั่งนั้นจะรู้ความคิดของฉัน

“ผมไม่เคยทำแบบนี้กับใครหรือแม้แต่ไม่เคยพาใครไปคอนโดของผมสักครั้งคุณเป็นคนแรกเชื่อเถอะและคุณก็เป็นคนแรกในหลายๆเรื่องของผม” ทันทีที่เขาพูดจบฉันก็เบินตากว้างทันทีความเขินอายนี่มันอะไรกันทำไมถึงไม่กล้ามองหน้าเขาได้ขนาดนี้ทั้งๆที่รู้สึกว่าเขาต้องมองฉันอยู่แน่ๆ

“กะ...ก็เรื่องของคุณสิ!!! ฉันจะกินข้าวละ” ฉันรีบก้มหน้าทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่สนใจเขาอยากรีบกินให้เสร็จแล้วรีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยเพราะรู้สึกเหมือนตะตายละ!!!!!

หลังจากทานเสร็จเขาก็มาส่งฉันที่บ้านตลอดทางเขาพยายามชวนฉันคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปเรื่อยพร้อมกับเล่าเรื่องสมัยเรียนของพี่ชายฉันให้ฟังพร้อมกับหัวเราะมาตลอดทางรอยยิ้มใบหน้าของเขาเวลานี้มันตราตรึงใจฉันไปหมดให้ตายสิไม่อยากให้ถึงบ้านเลยสักนิดแต่ความคิดนั้นก็ต้องจบลงเมื่อรถหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน...

“ขอบคุณที่มาส่งค่ะ”

“เรดาร์....” ฉันหันไปมองเขาตามเสียงเรียกแต่ก็ต้องตกใจเพราะใบหน้าของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนฉันรู้สึกถึงลมหายใจของเขาตอนนี้เขาเซ็กซี่ชะมัด

“คือ...”

“อย่ามองใครด้วยสายตาแบบนี้อีกนะเพราะ....” ไม่ทันได้ถามต่อว่าเพราะอะไรเขาก็ประกบริมฝีปากลงมามอบจูบที่หอมหวานให้ฉันรวามอ่อนหวานและความนิ่มนวลนั่นทำให้ฉันโต้ตอบเขาอย่างไม่รู้สึกตัวสองมือเขาเอื้อมมาจับต้นคอฉันไว้เนิ่นนานแค่ไหนไม่รู้ที่เขามอบสัมผัสที่อ่อนหวานนี้ให้ก่อนเขาจะค่อยๆผละริมฝีปากออกนิดหน่อย....

“เพราะมันจะทำให้ผมครั่งคุณไปมากกว่านี้....คืนนี้ฝันดีนะครับเจอกันพรุ่งนี้กระต่ายน้อย” พอได้ยินเขาพูดแบบนี้แทนที่จะโกรธแต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกเขินมากกกกกกจนต้องรีบหันหลังลงจากรถและเดินเข้าบ้านอย่างไม่สนใจคนข้างหลัง...

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

“ให้ตายสิหัวใจบ้าพึ่งเจอเขาสองวันจะมาเต้นอะไรหนักหนา!!!” ฉันบนพึมพำคนเดียวในขณะที่เดินเข้าบ้านจนจู่ๆพี่แองจี้ทักขึ้น

“สวัสดีค่ะคุณหนูไหนว่าไม่เกินเที่ยงคืนกลับไงค่ะสงสัยคุณหนูลืมบอกแน่ๆว่าไม่เกินเที่ยงคืนของอีกวัน” พี่แองจี้เดินมาแซวอย่างอารมณ์ดีที่เห็นฉันลงรถมากับเขา

“ไม่คุยกับพี่ละฉันจะขึ้นไปนอนละ”

“สนุกหรือเปล่าค่ะ...คุณนิคเนี่ยเขาดูใส่ใจคุณหนูมากล้ยนะคะ” พอได้ยินชื่อของคนตัวโตใบหน้าของฉันก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีให้ตายสิ!!!

“ไม่รู้!!! จะไปแล้ว!!!” ฉันรีบหันหลังวิ่งขึ้นไปห้องด้วยความรู่สึกแปลกๆไปทั่วร่างทันทีเกิดมาสามสิบกว่าปีไม่เคยต้องมารู้สึกอะไรแบบนี้เลยให้ตายสิ...

“คุณมันอันตรายจริงๆ!!! นิคาชิโอ้!!!”



วันต่อมา



ฉันลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าเพราะนอนไม่หลับทั้งคืน!!!! นี่ฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ยทำเหมือนสาวน้อยครั่งรักให้ตายเถอะ!!!!!

“วันนี้ตื่นเช้าดีนะครับ” ทันทีที่รถของเขาแล่นมาจอดข้างในบ้านฉันก็เดินขึ้นรถทันทีเพราะรู้สึกว่าวันนี้เขาจะมีประชุมด่วนแถมตอนเขาพูดกับฉันเขายังนั่งอ่านเอกสารตรงหน้าอยู่เลย

“ก็นิดหน่อยค่ะ....” ไม่นิดละเพราะฉันไม่ได้นอนเพราะคุณนั่นแหละ!!!!

“ดูหน้าคุณเหนื่อยๆนะ” เขาพูดพร้อมกับละสายตาจากเอกสารมามองหน้าฉัน

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะฉันแค่นอนไม่หลับนิดหน่อยคุณอ่านงานของคุณไปเถอะ...แล้วก็นะฉันว่าฉันขับรถไปทำงานเองก็ได้ค่ะคุณมารับมันลำบากคุณเปล่าๆ” ฉันคิดเรื่องนี้ด้วยทั้งคืนมีเจ้านายที่ไหนมารับเลขาไปทำงานบ้าป่ะ!!!

“บ้านคุณทางผ่านบ้านผมอยู่ละไม่เป็นไรไปพร้อมกับเนี่ยแหละลดภาวะโลกร้อน”

“ค่ะ” พอเขาพูดแบบนั้นฉันก็พูดไม่ออกไม่รู้จะพูดยังไงเพราะไม่ว่าเขาพูดอะไรตอนนี้มีนดูดีไปหมดให้ตายสิ!!!

‘ยัยเรแกจะไปใจเต้นกับเขาทำมายยยย!!!!’



ดูเหมือนบางคนจะมีใจขึ้นมานิดหน่อยแล้วนะแต่อิพี่นิคจะมาไม้ไหนเนี่ยทำเป็นสุภาพบุรุษเชียวฮ่าๆไรท์แวะมาแก้คำผิดบ้างแล้วนะฮ่าๆ

ความคิดเห็น