Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ เมื่อแรกพบเธอ

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ เมื่อแรกพบเธอ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 196

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2562 00:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ เมื่อแรกพบเธอ
แบบอักษร

        ​ผู้ชายที่ยืนกุมมืออย่างสุภาพอยู่เบื้องหน้า ค้อมหัวทักทายทีมงานทุกคน เสร็จแล้วก็ยังยืนนิ่งเงียบอยู่ 

        ....ไป๋อวี่เริ่มหนักใจ จะลุงไปไหมเนี่ย เฮยพ่าวน่าจะดูแกร่ง ดูน่าเกรงขามมากกว่าจะดูลุงยังงี้นะ เขานึกในใจ     

        ผู้กำกับแนะนำตัวเองกับทีมงานที่สำคัญ แล้วขอให้นักแสดงแต่ละคนแนะนำตัวเองพร้อมบทที่เล่น หลังจากนั้นก็มีการจับไม้จับมือทักทายกันตามมารยาท     

        นักแสดงบางคนก็รู้จักกันมาก่อน อย่างไป๋อวี่กับเกาอวี่เอ๋อร์ก็เคยร่วมงานกันมาก่อน ถึงพูดคุยถามไถ่กันถูกคอ ไป๋อวี่ชำเลืองมองลุงคนนั้น เห็นยิ้มแย้มคุยกับนักแสดงรุ่นพี่อีกคนนึงอยู่ ดูท่าจะรู้จักกันมาก่อน ในทีมงานเองก็ดูจะคุ้นเคยกันดี ผู้กำกับก็เป็นคนบอกเองว่าเคยร่วมงานกันมาก่อน    

        "นี่ นี่" กวนอวี่เอ๋อร์เรียก เพราะเห็นไป๋อวี่ไม่สนใจที่เธอพูด    

        "อะไรกัน ไป๋เหล่าซือ ไม่ทันไรก็ไม่สนใจกันแล้ว"     

        "ปล่าว ก็แค่พยายามจะดูว่ามีใครอีกบ้างที่ผมยังไม่ได้ทัก" ไป๋อวี่แก้ตัว ก่อนจะชำเลืองมองดู "ลุง" เฮยพ่าวอีกครั้งนึง


        "เอาล่ะ เดี๋ยวเราจะเริ่มอ่านบทกันเลยนะ" ผู้กำกับปรบมือทั้งสองข้าง เรียกความสนใจจากนักแสดงที่มาร่วมอ่านบทในวันนั้น ทุกคนเดินมารวมตัวกัน แล้วเดินตามผู้กำกับเข้าไปในห้องประชุม แยกย้ายกันนั่งรอบโต๊ะประชุมทรงเกือกม้า     

        "เริ่มจากองก์ที่หนึ่งฉากที่สามเลย" ผู้กำกับขาน เมื่อทุกคนนั่งประจำที่กันแล้ว 


        จูอี้หลงมีสมาธิอยู่ที่บทที่วางตรงหน้า แต่สมาธิของเขาก็ถูกทำลายเป็นระยะ จากรอยยิ้มของนักแสดงที่นั่งเขย่าขาพับๆอยู่ตรงปลายของโต๊ะรูปเกือกม้า เยื้องไปทางด้านหน้าของเขา หนวดและเคราสั้นๆเสริมให้ใบหน้าของนักแสดงหนุ่มดูมีเสน่ห์ชวนมอง แต่พอจูอี้หลงมองไปก็จะเจอกับสายตาเป็นประกายกรุ้มกริ่มมองเขาอยู่ก่อนแล้วเสมอ

        นี่สินะ สายตาของจ้าวอวิ๋นหลาน จูอี้หลงคิด เสิ่นเวยควรจะตอบสนองต่อสายตาแบบนี้ยังไงนะ ...ใช่สิ มันเป็นสายตาของผู้ชายคนที่เขาเฝ้ารอคอยและเฝ้าตามหามานับพันๆปีไม่ใช่เหรอ ... โหยหาสินะ เสิ่นเวยต้องรู้สึกโหยหา แต่ก็ไม่กล้าแสดงออก ต้องพยายามปิดบังไว้ ....     

        คนเราจะปิดบังความโหยหาที่มีมานับพันๆปีได้ยังไง จูอี้หลงถามตนเอง ก่อนจะช้อนตามองตอบไป๋อวี่ .... ผมรอคนที่นั่งอยู่ข้างหน้านี่ มานานแสนนานแล้ว  ตอนนี้เขามาปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าผมแล้ว .... ระวังนะเสิ่นเวย นายอย่าทำให้เขาตกใจ จนวิ่งหนีนายไป....    

        ไป๋อวี่รู้สึกเหมือนโดนช็อตด้วยไฟฟ้า เมื่อเขาประสานสายตากับนักแสดงรุ่นพี่ เขายิ้มแหยๆให้น้อยๆ แล้วได้รับรอยยิ้มบางๆที่ดูขัดเขินตอบมา ก่อนเจ้าของรอยยิ้มจะก้มลงมองบทที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า    

        ขนตายาวจัง ไป๋อวี่คิด หนาเป็นแผง เหมือนตัวหนอนมีขนที่เดินกระดื๊บๆ อยู่บนกำแพงสีขาวนวล แล้วไป๋อวี่ก็ขำกับความคิดของตนเองจนปล่อยหัวเราะพรืดเล็กๆ ทำเอาซินเผิงที่กำลังอ่านบทอยู่ต้องชะงัก หน้าเสียไป     

        ไป๋อวี่รีบลุกขึ้นยืนค้อมตัวขอโทษ    

        "ขอโทษครับ ผมบังเอิญกัดลิ้นตัวเองน่ะครับ ขอโทษ" เขาโกหกหน้าตาเฉย เกาอวี่เอ๋อร์ เอียงตัวเข้ามาใกล้เมื่อเขานั่งลงแล้ว    

        "ไป๋เหล่าซือเริ่มหัดเป็นคนโกหกแล้วเหรอ" เธอกระซิบถาม ไป๋อวี่กลอกตา ยิ้มให้เธอแต่ไม่กล่าวตอบว่าอะไร เพราะจูอี้หลงเริ่มอ่านบทของเขาแล้ว    

        แม้แต่เสียงก็เหมือนจะมีอะไรที่ทำให้ฟังแล้วไม่เบื่อ ไป๋อวี่ฟัง เผยอปากค้างอย่างลืมตัว    

        "ไป๋เหล่าซือ ไป๋เหล่าซือ" ผู้กำกับเกาหานเรียก ไป๋อวี่ได้สติ รีบก้มลงดูบทที่เกาอวี่เอ๋อร์ช่วยเอานิ้วจิ้มชี้ให้ว่าถึงตรงไหน เขาอ่านบทด้วยเสียงดังฟังชัด มีจังหวะจะโคนกว่าที่จูอี้หลงอ่าน    

        ดีจัง จูอี้หลงคิดในใจ ละครคราวนี้ได้เพื่อนร่วมงานเก่งๆทั้งนั้น เขามองหน้าไป๋อวี่ที่หันหน้าไปต่อบทกับซินเผิง คางที่ยื่นออกมาเล็กน้อยทำให้รูปหน้าด้านนี้ของไป๋อวี่มองดูคล้าย... มองดูคล้าย.. มะม่วง    

        มะม่วง  จูอี้หลงยิ้มเมื่อนึกถึงผลไม้ผลสีเหลืองจากเมืองไทยที่เขาเคยลิ้มลอง จ้าวอวิ๋นหลานที่หอมหวานเหมือนมะม่วง จูอี้หลงคิดแล้วอดคลี่ยิ้มน้อยๆไม่ได้ แล้วรอยยิ้มน้อยๆก็กลายเป็นรอยยิ้มเก้อเขิน เมื่อมะม่วงใบนั้นหันมาสบตากับเขา ...ทำเอาสะอีก    

        "อึ้ก อึ้ก" จูอี้หลงหยิบขวดน้ำที่ทางทีมงานเตรียมไว้ให้มาหมุนเปิดฝา .... อึ้ก ยกน้ำขึ้นดื่ม... อึ้ก    

        "โอเคไหมครับจูเหล่าซือ" หวังหมิงหยางที่นั่งอยู่ข้างๆถาม    

        "ไม่เป็นไรครับ .... อึ้ก" จูอี้หลงตอบอย่างเกรงใจ ก่อนจะสะอึกต่อ

        ไป๋อวี่ก้มหน้าลงมองบทที่เขากำไว้ในมือ กลั้นหัวเราะ กลั้นยิ้มจนเกร็งไปทั้งตัว...


        การอ่านบทในวันนั้นผ่านไปด้วยดี มีการแก้ไขบทเล็กน้อย ทั้งตามคำแนะนำของผู้กำกับและของนักแสดง    

        "วันพรุ่งนี้ บวงสรวงเปิดกล้อง อย่าช้านะครับ ฤกษ์เป็นตอน แปดโมงสิบแปดนาทีนะครับ ขอให้มาก่อนเวลาด้วย" ผู้ช่วยผู้กำกับประกาศ เขากับทีมงานอีกสองคนเอาเสื้อยืดประจำกองถ่ายออกมาจ่ายแจกให้ทุกคน     

        "คนละสองตัวนะครับ" เขาบอก


        ไป๋อวี่เดินเข้าไปหาจูอี้หลง ยื่นมือให้จับ    

        "ต่อไปเรียกผมว่าเสี่ยวไป๋ก็ได้นะครับ" ไป๋อวี่เขย่ามือของจูอี้หลงเบาๆ    

        "จะไม่เหมาะมังครับ" จูอี้หลงไม่เห็นด้วย ค่อยๆถอนมือออกมาเมื่อไป๋อวี่คลายการเกาะกุม    

        "ผมเรียก ไป๋เหล่าซือจะดีกว่า" จูอี้หลงยืนยัน    

        "คุณคงอายุมากกว่าผม" เขาเอ่ยกับไป๋อวี่อย่างเกรงใจ สองมือกุมวางไว้ด้านหน้าอย่างถ่อมตน    

        ไป๋อวี่สะอึกแล้ว..... อึ้ก     

        "ปีนี้ผมจะครบ 27 อึ้ก..." ไป๋อวี่บอก .... อึ้ก    

        "อ๊ะ ผมขอโทษ..." จูอี้หลงคลายมือที่กุมอยู่ วาดมือไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก    

        "ไม่เป็นไรครับ อึ้ก" ไป๋อวี่โบกมือปฏิเสธ    

        "อึ้ก สะ สะ สะ เสี่ยว เหล่า สะ เสี่ยวไป๋ เดี๋ยวผมหาน้ำให้...  อึ้ก" ...


        ลุ๊ง ลุงคิดว่าผมอายุเท่าไหร่.... อึ้ก       ....อึ้ก

........


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}