I-Rain-Yia/ฉ่ำพร/นางเนียร
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 4 (มาซาชิXหมิงตู้)

ชื่อตอน : อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 4 (มาซาชิXหมิงตู้)

คำค้น : มาซาชิ หมิงตู้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 654

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 16:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 690
× 8,500
แชร์ :
อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 4 (มาซาชิXหมิงตู้)
แบบอักษร

อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 4 

(มาซาชิXหมิงตู้) 

 

ญี่ปุ่น 

**, โอซาก้า** 

คฤหาสถ์ตระกูลทาทายามิ 

“ไม่! ไม่เด็ดขาด! โต้ซังคิดจะไล่ยูริไปให้ไกลๆใช่ไหม เพราะต้องการลงโทษยูริที่ไปต่อยยัยสาระแนนั่น! ทั้งที่ยูริไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสักหน่อย ยัยนั่นต่างหากที่ผิด!!” ยูริทุบโต๊ะเสียงดังลุกยืนชี้นู้นชี้นั่นไปทั่วทำหน้าตาขึงขังจริงจังประกอบคำพูด 

มาซาชิยกมือขึ้นบีบนวดขมับแล้วถอนหายใจ “ยูริ...ที่พ่อตัดสินใจแบบนี้มีเหตุผลนะ” 

“เหตุผลของพ่อ ที่ทำให้หนูไม่พอใจมาก!” 

“ยูริ...” 

“ซึ่งหนูไม่มีทางทำตามเหตุผลของพ่อแน่ๆ” 

ปัง! 

ยูริเลื่อนประตูปิดเสียงดังโดยไม่หันกลับไปมองผู้เป็นพ่อเธอเดินตึงตังเข้าในห้องนอนจัดการล็อคห้องแล้วล้มตัวลงนอน “พ่อบ้า!!!!!!!!” 

เสียงตะโกนลั่นบ้านทำให้มาซาชิที่กำลังจะเคาะประตูห้องลูกสาวถึงกับต้องเปลี่ยนใจหมุนตัวเดินกลับไปทางเดิม ขืนเคาะประตูแล้วลูกเปิดให้เขาเข้าไปคงไม่แคล้วไม้เบสบอลลอยมาปะทะหน้า 

“ผมบอกคุณแล้ว ยูริไม่มีทางยอม” 

มาซาชิเดินลงบันไดมาหมิงตู้ที่ยืนรออยู่ชั้นล่างจึงพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าเหนื่อยล้าของอีกฝ่าย ถ้าบอกว่ายูริหัวรั้นเหมือนใคร ก็คงต้องโทษคนพ่อนั่นแหละ เพราะนิสัยเหมือนกันไม่มีผิด 

“เฮ้อ ปวดหัวจริงๆกับลูกคนนี้” ยิ่งโตยิ่งดื้อไม่ฟังใคร 

“นี่ ห้ามพูดแบบนี้นะ เกิดยูริได้ยินเข้าทำไง” 

“ฉันพูดความจริงนิ” 

หมิงตู้ส่ายหัวระอา พอกันทั้งพ่อทั้งลูก “ผมจะพยายามพูดกับยูริให้แล้วกัน ส่วนคุณก็พยายามใจเย็นๆ” หมิงตู้ว่าพลางใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าอกมาซาชิย้ำๆสองสามที 

มาซาชิคว้ามือของหมิงตู้มาจุ๊บเบาๆแล้วยกยิ้มประจบ จนคนถูกจูบมือหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ “อารมณ์ดีขึ้นมาหน่อยเพราะมีนาย เราไปสวีทๆกันต่อในห้องได้มะ.....” 

เพี๊ยะ! 

หมิงตู้ตีแขนล่ำใต้ชุดสูทถลึงตามองมายาชิ “ไม่!” ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเสร็จก็หมุนตัวเดินเข้าครัว ทิ้งให้ร่างสูงมองตามตาระห้อย 

หมิงตู้กำลังจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับอาหารเย็น ขณะที่เขากำลังหั่นผักอย่างคล่องแคล่วเพราะเขาถูกใช้ให้เข้าครัวทำอาหารให้สองพ่อลูกคู่นี้กินอยู่เสมอ 

หมับ! 

“มาซาชิ” 

ฟืดดดดด 

มาซาชิสูดดมกลิ่นหอมเฉพาะตัวของหมิงตู้ให้ชื่นใจ สองแขนโอบกอดเอวสอบได้รูปไว้หลวมๆวางคางเกยลงบนลาดไหล่ไม่เล็กไม่กว้างจนเกินไปของหมิงตู้ 

“ทำอะไรกินวันนี้” 

“ทำไมคุณถึงได้ชอบมาเกาะแกะผมนักนะ ลูกก็โตจนขนาดนี้แล้วไม่อายบ้างหรือไง” 

“หืม ไม่อ่ะ อายทำไม ยูริเองก็รู้มานานแล้วด้วย” 

“ฮึ่ย! ถอยไปหน่อย คุณมาเกาะผมแบบนี้ ผมทำอาหารไม่สะดวก” 

“ไหน มีตรงไหนให้ช่วยไหม” 

“มาซาชิ” 

“ครับๆ ถอยครับถอย....” มาซาชิปล่อยมือจากเอวของหมิงตู้อย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะโน้มหน้าลงไปหอมแก้มหมิงตู้ทิ้งท้ายแล้วเดินผิวปากออกไปจากห้องครัวอย่างอารมณ์ดี ตอดทีละนิดชีวิตแจ่มใส 

หมิงตู้มองตามหลังเจ้าพ่อย่าน…แล้วส่ายหัวระอา ไอ้ท่าทางโหดๆเย็นชาตอนอยู่ต่อหน้าลูกน้องนั่นมันภาพลวงตาชัดๆ ความจริงแล้วคนคนนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กประถม ขณะคิดระอาร่างสูงและหั่นผักไปพลาง พลันเสียงกดกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นหมิงตู้จึงขมวดคิ้วมุ่นแล้วเดินไปล้างมือก่อนเดินออกจากห้องครัวไป 

“ไม่ต้อง หน้าที่ของคนเฝ้าประตู นายไม่ต้องออกไป” มาซาชิอ่านนิตยสารในมือพูดขึ้น 

“มันแปลก ปกติไม่มีแขกคนไหนกดกริ่งหน้าบ้าน มีแต่โทรเข้ามาให้เปิด...” 

“นั่นยิ่งไม่ควรออกไป” มาซาชิเงยหน้าขึ้นสบตากับหมิงตู้นิ่ง ทั้งคู่จ้องตากันไปมาสักพัก ลูกน้องคนหนึ่งของมาซาชิเดินเข้ามาในห้องรับแขกอย่างนอบน้อมเพื่อรายงานสถานการณ์ 

“ใครมา” มาซาชิถามเสียงเรียบ 

“เขาบอกว่าชื่อเว่ยมาเยี่ยมคุณหมิงตู้ครับ” 

“เว่ยหรอ!” หมิงตู้ร้องขึ้นเสียงดัง ก่อนจะรีบเดินไปที่ประตูโดยไม่ฟังคำทัดทานของมาซาชิที่ดังไล่หลังมา 

ลับหลังหมิงตู้ร่างสูงจึงทำได้เพียงส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ก่อนจะสั่งลูกน้องตัวเองเสียงเรียบ “ไปบอกให้ป้าอายะจัดห้องให้แขก” 

“ครับ” 

“บ้าเอ้ย มาได้จังหวะจริงๆ” มาซาชิสบถฮึดฮัดไม่พอใจ คนเขาจะสวีทกันแท้ๆ 

หมิงตู้ก้าวเท้าเร็วๆมาบอกให้คนเฝ้าประตูเปิดประตูให้เว่ยเข้ามา หลายปีมานี้เขากับเว่ยแม้ไม่ได้พบปะพูดคุยกันบ่อยนักแต่ก็ติดต่อกันผ่านทางข้อความหรือคอลหากันบ้าง เวลามีเรื่องไม่สบายใจ หรือคิดถึงกันขึ้นมา 

“เว่ย!” 

“อือ” 

หมิงตู้เกือบจะเข้าไปกระโดดกอดมันแล้ว แต่พอเห็นหน้านิ่งๆของมันที่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วก็ต้องชักมือกลับ แมร่งไม่มีอาการตื่นเต้นดีใจแสดงให้เห็นเลยแม้แต่น้อย 

-___-^^ 

“มึงจะนิ่งไปไหม ไม่ดีใจหรือไงที่เจอกู” หมิงตู้ถามอย่างเคืองๆขณะเดินนำเว่ยเข้ามาในบ้าน 

“ดีใจ” 

นั่นหน้าดีใจมึงเรอะ!!! 

หมิงตู้ถลึงตาใส่เว่ยแล้วถอนหายใจออกมา “ให้ตายซิ ผ่านไปกี่ปีก็ยังเหมือนเดิม” หมิงตู้พึมพำกับตัวเองแล้วหันไปมองเว่ยที่ถือกระเป๋าเหมือนพวกทนายไว้ในมือแล้วขมวดคิ้ว “นั่นอะไร” 

“ธุระ” 

แปลให้เข้าใจง่ายๆ คือ งานนั่นเอง เฮอะๆ “มึงมาที่นี่เพราะมาทำงาน?” 

เว่ยเหลือบตามองเพื่อนแวบหนึ่งแล้วเบนสายตากลับไปมองทาง “เปล่า....มาพักผ่อน แต่มาทำธุระให้นายด้วย” 

“อ้อ แล้วพักกี่วันวะ” 

“พักร้อนสามเดือน” 

“อืมๆ สมควรได้พัก เห็นทำงานงกๆให้ฮั้นตี้มาหลายปีแล้ว น่าจะเหนื่อยกับนายใหม่คนนี้น่าดู” นายใหม่ที่ชอบหนีไปหาลูกหาเมียแล้วทิ้งงานให้ลูกน้องทำน่ะ=___= 

“อืม” 

หมิงตู้หันหน้าไปมองเสี้ยวหน้าของเว่ยแล้วหรี่มองอย่างขัดเคือง เจอกันทั้งทีมันปล่อยให้เขาพูดอยู่คนเดียวฉอดๆ 

“ไง...ไม่เจอกันนานนะ” 

พอเว่ยเดินเข้ามาในห้องรับแขกมาซาชิก็ปิดนิตยสารในมือลง แล้วเลิกคิ้วมองแขกที่เดินตามหลังหมิงตู้มาด้วยหน้านิ่งๆ ในมือถือกระเป๋าเอกสารเอาไว้ก็ถอนหายใจ 

“นายมาส่งเอกสาร?” 

“ครับ...มาส่งและพักร้อน” 

มาซาชิเลิกคิ้วขึ้นนิดหันไปมองหมิงตู้แวบหนึ่งเห็นท่าทางของอีกคนยักไหล่ให้เขาแล้วเดินผละเข้าไปในห้องครัวอย่างรู้งาน มาซาชิจึงกระแอมไอขึ้นนิดแล้วกวักมือเรียกให้เว่ยนั่งลง 

“เอกสารอะไร” 

“เรื่องนั้นครับ” 

“อ้อ...” มาซาชิพยักหน้าแล้วรับกระเป๋ามาเปิดดูเอกสารข้าง “....หมดนี่” 

“ครับ” 

“ช่วงนี้มันวันหยุดฉันนะ พวกนายรีบอะไรกันนักหนา” 

“คุณต้องถามนายเอง” 

“-___-^^^” ดูเหมือนว่าไม่ต้องถามก็พอจะรู้........ 

“ส่วนนี่...” เว่ยพูดขณะหยิบซองจดหมายสีขาวออกมาจากอกเสื้อด้านซ้ายแล้วยื่นให้มาซาชิ “จดหมายเชิญครับ” 

“เชิญไปไหน?” มาซาชิถามอย่างงุนงง รับจดหมายมาเปิดเห็นการ์ดบัตรเชิญอยู่ข้างในก็หยิบมันออกมาอ่าน เว่ยจึงพูดสรุปคร่าวๆให้ฟัง 

“งานวันเกิดคุณชายไออุ่นและคุณหนูไอเย็นครับ” 

“สองแฝดนั่นอ่ะนะ-___-“ 

“ครับ” 

“มีใครไปบ้าง” 

“เชิญหลายคนครับ” หลายคนที่ว่าคงไม่พ้นพวกที่เคยร่วมกันช่วยงานในตอนนั้น 

“ไว้ฉันจะคิดดูอีกที งานวันเกิดคงจะจัดใหญ่น่าดู” เชิญแขกไปมากมายขนาดนี้ 

“จัดใหญ่ครับ เพราะเป็นการจัดงานวันเกิดครั้งแรก” 

มาซาชิเลิกคิ้วแปลกใจ “ครั้งแรก?” 

“ครับ” 

อืม...มีครอบครัวบางครอบครัวที่จัดงานวันเกิดให้ลูกเป็นรอบปีแบบไม่ใช่ประจำปีเหมือนกัน พอคิดดูดีๆแล้วจากลักษณะนิสัยของคนบ้านนั้นก็ไม่น่าจะใช่พวกขี้สปอยล์ลูกเหมือนเขา ไม่แปลกที่พวกเขาจะจัดงานแบบนี้ 

ตึก ตึก ตึก 

“ยูริ! อย่าวิ่งลงบันไดซิ” เสียงตึงตังทำให้มาซาชิขมวดคิ้วมุ่น เมื่อลูกสาวตัวดีวิ่งลงบันไดมาในชุดซ้อมเคนโด้และอุปกรณ์ครบคัน 

“โทษที ยูริรีบ” 

“มานี่ซิ มาสวัสดีลุงเว่ยเพื่อนหมิงตู้” 

“เพื่อนของหมิงหมิง?” ยูริทวนคำอย่างงงๆ ร้อยวันพันปีหมิงตู้ของเธอไม่ยักจะมีคนมาหา ทำไมวันนี้ถึงมีเพื่อนโผล่มาได้ละ แม้จะสงสัยแต่ยูริก็รีบเดินเข้าไปทำความเคารพ ก่อนจะบอกลาผู้เป็นพ่อไปซ้อมเคนโด้ในโรงฝึก 

“กลับมาให้ทันข้าวเย็นละ!” มาซาชิตะโกนไล่หลังยูริที่วิ่งออกไป แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “ฉันถามหน่อย แฝดพวกนั้นหัวดื้อเท่ายูริไหมวะ รายนั้นน่ะไม่ยอมใครแถมยังเอาแต่ใจสุดๆ ดูจากทำหน้างอๆใส่ฉันเมื่อกี้ซิ!” 

เว่ยนิ่งมองใบหน้าไม่สบอารมณ์ของมาซาชิ แล้วนึกไปถึงคู่แฝดลูกๆของเจ้านายเขา เทียบกับพฤติกรรมของยูริที่ทำต่อมาซาชิเมื่อครู่ 

“คุณโชคดีกว่าเจ้านายผมมาก” 

“หืม? นายจะบอกว่าเด็กพวกนั้นดื้อกว่ายูริอีกหรอ” 

เว่ยไม่ตอบ เขาเพียงพยักหน้าแล้วอธิบายเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย “พวกเขาค่อนข้างแปลก” 

“แปลก?” 

“เป็นลักษณะพิเศษของพวกเบอร์นาร์ด เหมือนนาย” 

มาซาชิไม่เข้าใจเท่าไหร่นักแต่ก็พยักหน้ารับ พลางพลิกการ์ดในมือของตัวเองไปมา บางทีไปหาพวกเขาหน่อยก็ดีเหมือนกัน 

“คุณรั้งเว่ยคุยนานไปแล้วนะ เขาเพิ่งมาถึงเหนื่อยๆปล่อยให้เขาได้พักบ้างเหอะ” หมิงตู้เดินถือแก้วน้ำมาวางบนโต๊ะ แล้วทรุดตัวนั่งข้างมาซาชิ 

เว่ยยื่นมือไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบดับกระหายขณะเดียวกันสายตาก็ไล่สำรวจเพื่อนสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้าสลับกับมองมาซาชิที่คุยกับเพื่อนเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแล้วยื่นการ์ดในมือให้หมิงตู้ดู เว่ยก็โล่งใจขึ้นมาที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปได้ดี 

“นายไปพักเถอะ ฉันจะให้คนพาไป ตอนเย็นค่อยออกมากินข้าว” หมิงตู้หันไปพูดกับเว่ย 

เว่ยพยักหน้า “อืม” พักสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน 

ตกเย็น 

“เจอกันพรุ่งนี้...” ยูริร้องบอกเพื่อนพลางยกมือโบกลา ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน พอไปเล่นเคนโด้กับเพื่อนแล้วจิตใจปลอดโปร่งขึ้นไม่น้อยเลย 

ขณะกำลังเดินเข้าบ้าน ยูริเหลือบไปเห็นเว่ยกำลังนั่งจิบชาอยู่เงียบๆบนโต๊ะหินอ่อนหน้าบ้าน ตนมองร่างสูงใหญ่ ใบหน้ามีรอยบากนั้นอยู่ครู่หนึ่งพลางนิ่งคิดถึงสิ่งที่แล่นแปลบเข้ามาในหัว ถ้าจำไม่ผิดหมิงหมิงเคยเล่าว่าลุงคนนี้เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของหมิงหมิง เป็นเหมือนญาติพี่น้อง แสดงว่าต้องสนิทกันมากๆซินะ ยูริยืนนิ่งยกยิ้มตาเหม่อลอยเมื่อคิดถึงแผนการไม่เรียนโรงเรียนประจำตามคำสั่งพ่อได้... 

ยูริคิดแผนการในใจตัวเองเสร็จแล้วจึงเดินเข้าไปหาเว่ยที่ลอบมองคุณหนูของบ้านอยู่นาน 

“ลุงเว่ย ยูริมีอะไรอยากจะขอให้ช่วยน่ะ” 

เว่ยเลิกคุยมองยูริอย่างไม่วางใจ สักพักคุณหนูตัวแสบของบ้านโน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูบอกเล่าแผนการของตนเองให้เว่ยฟัง 

“นะลุง ช่วยยูริหน่อย ยูริไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจริงๆ” ยูริขอร้องพลางเขย่าแขนผู้อาวุโสกว่าไปมา 

เว่ยมองหน้ายูริแวบหนึ่งแล้ว นิ่งคิดครู่หนึ่งก็พยักหน้าตกลง.... 

“เย้! งั้นยูริจะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากลุงเว่ยนะคะ ขอบคุณค่ะ^^” ยูริร้องดีใจ กล่าวขอบคุณซ้ำๆก่อนจะวิ่งเข้าไปในบ้าน เว่ยมองตามแผ่นหลังหญิงสาวแล้วถอนหายใจออกมา นี่เขามาพักผ่อนแท้ๆ ยังต้องมาเจอเรื่องยุ่งยากอีกหรือคิดผิดจริงๆที่มาเที่ยวที่นี่....เว่ยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วนั่งมองฟ้ายามเย็นปลดปล่อยความคิดไปเรื่อยจนกระทั่งแสงหมดแทนที่ความมืดมิดก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา 

“ยุงไม่กัดหรอวะ” 

“.....” เว่ยไม่ตอบแต่หันไปมองหมิงตู้เงียบๆ 

“มาชวนไปกินข้าว กับข้าวตั้งโต๊ะเสร็จแล้ว” หมิงตู้พูดต่อเมื่อเห็นว่าเว่ยไม่พูดอะไร “เร็วๆ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด” 

เว่ยไม่พูดอะไรแต่ลุกขึ้นยืนเดินตามหมิงตู้เข้าไปในบ้าน พอเดินเข้ามาในห้องครัวก็เห็นมาซาชิกำลังนั่งจ้องเขม็งมองมาทางเขาและหมิงตู้ด้วยแววตาไม่ชอบใจ โดยมียูรินั่งกระหยิ่มยิ้มอยู่ข้างๆ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดียังไงไม่รู้แหะ 

“ลุงเว่ยคงจะสนิทหมิงหมิงมาก” 

“อื้ม เราสองคนโตมาด้วยกันน่ะ กินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวหมิงหมิงตักให้นะ” 

“ค่ะ” 

ยูริตอบรับผุดรอยยิ้มพรายดวงตาวาววับเจ้าเล่ห์จ้องมองหน้าเว่ยแล้วพูดต่อ “ถ้าอย่างนั้นหมิงหมิงกับลุงเว่ยก็นอนด้วยกันสักวันซิคะ นานๆทีจะเจอกัน ดีไหมคะ ส่วนยูริจะไปนอนเป็นเพื่อนพ่อเอง” 

ประโยคแนะนำของเด็กสาวบนโต๊ะกินข้าวทำให้คนฟังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ และดูเหมือนคนที่ไม่ชอบใจกว่าใครอย่างมาซาชิจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องแบบที่ลูกสาวเสนอเกิดขึ้นเป็นอันขาด 

“ไม่ได้ หมิงตู้ต้องนอนกับพ่อ! จะไปนอนเว่ยทำไม เว่ยเขาชอบอยู่คนเดียว นอนคนเดียว” 

“โต้ซัง! ลุงเว่ยอุตสาห์มาถึงที่นี่ทั้งที ให้ลุงเขามีเวลาอยู่กับเพื่อนเขาบ้างเถอะค่ะ จริงไหมคะลุงเว่ย?” 

อ่า...นี่ซินะ สัญญาณที่ว่า.... 

เว่ยนิ่งไปนิดก่อนจะพยักหน้าตอบรับเบาๆ หมิงตู้ที่นั่งอยู่ข้างเว่ยหรี่ตามองเพื่อนสลับกับมองหน้ายูริแล้วยกยิ้มมุมปากบางเบา 

“เห็นไหมคะโต้ซัง ความจริงแล้วลุงเว่ยก็คิดถึงหมิงหมิง” 

“หึ!” 

“อืม...นั่นซิ ไม่เจอเว่ยนาน ผมไปนอนกับเว่ยสักคืนก็ดีเหมือนกัน” หมิงตู้คล้อยตาม 

“ไม่...นายจะไปนอนกับมันได้ยังไงหมิงตู้.....” จะทิ้งให้ฉันนอนคนเดียวได้ยังไง!!? แค่ฟังก็ใจหายแล้ว 

“นอนแค่คืนเดียวเองคุณ” หมิงตู้บอกยิ้มๆ แต่คนฟังกลับฮึดฮัดไม่พอใจทิ้งช้อนในมือลงจานอย่างหงุดหงิด 

“อิ่มแล้ว” 

หมิงตู้หรี่ตามองช้อนและซ้อมที่ถูกวางทิ้งลงบนจานแล้วเอ่ยเสียงเย็น “กับข้าวที่ผมทำคงไม่อร่อยหรอ คุณถึงกินได้น้อย” 

“ไม่จริงนะคะ อาหารที่หมิงหมิงทำอร่อยมาก จริงไหมคะลุงเว่ย” 

“อื้ม” 

มาซาชิขมวดคิ้วนิ่วหน้าไม่พอใจ รีบเก็บช้อนและส้อมมาไว้ในมือรีบเอ่ยแก้ตัว “ที่ฉันอิ่มไม่ได้แปลว่าอาหารที่นายทำไม่อร่อยนะ....”....ฮึ่ม แค่เรียกร้องความสนใจน่ะรู้จักไหม 

หมิงตู้อมยิ้มมองคนโตแต่ตัวอย่างอ่อนใจ อายุเยอะนับวันอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าเด็ก... 

“ผมไปนอนกับเว่ยแค่คืนนี้คืนเดียวเอง นานๆผมจะเจอเขาทั้งที” เขาเองก็มีเรื่องอยากจะถามเว่ยเหมือนกัน 

“ฉันจะนอนด้วย” 

“พ่อจะไปทำไมคะ เพื่อนเก่าเขาจะคุยกัน เนาะหมิงหมิง” 

“ยู!” นี่ตกลงเธอเป็นลูกใครกันฮึสาวน้อย!? 

“เอาน่า แค่คืนเดียวเองครับ^^” 

คืนเดียวก็คืนเดียวซิวะ ทำไมจะต้องทำหน้าดีใจขนาดนั้น มาซาชิคิดอย่างหงุดหงิดใจถลึงตามองหมิงตู้ที ยูริที ตามด้วยสายตาข่มขู่เว่ยที่ยังคงนั่งตักข้าวกินเงียบๆไม่พูดอะไร เฮอะ! 

หลังจากรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันเข้าห้อง ตอนแรกมาซาชิรั้งร่างโปร่งของหมิงตู้นานสองนาน แต่ท้ายที่สุดก็ต้องยอมแพ้ปล่อยให้หมิงตู้ออกไปนอนกับเว่ยด้วยเพราะลูกสาวจอมแสบขนที่นอนเข้ามานอนกับตน แถมยังเร่งให้หมิงตู้ออกไปนอนกับเว่ยเร็วๆ สุดท้ายจึงเหลือเพียงเขาและยูริในห้องสองคน 

“ยู....ทำแบบนี้ได้ยังไง พ่อเป็นพ่อของลูกนะ” 

“โธ่ โต้ซัง...” ....ช่วยไม่ได้นี่คะ ก็พ่ออยากบังคับยูริทำไมละ “นานๆหมิงหมิงจะเจอเพื่อนนะคะ” 

“เว่ยอยู่ที่นี่อีกสองสามวัน ยังไงเขาก็มีเวลาคุยกัน ไม่เห็นจำเป็นจะต้องไปนอนด้วยกัน” หลายปีมานี้เขานอนกับหมิงตู้มาตลอด ให้ห่างร่างโปร่งปล่อยไปนอนกับผู้ชายคนอื่นแบบนี้เขาไม่มีทางนอนหลับได้อย่างสบายใจหรอก ถึงแม้อีกคนจะเป็นเพื่อนที่สนิทมากๆก็ตาม 

“พ่อพูดแบบนี้ยูก็ลำบากใจนะคะ...” ยูริว่าพลางถอนหายใจแล้วพูดต่อ “ก็ลุงเว่ยเขาขอร้องมา...” ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มก้มหน้าหลุบตามองผ้าห่มอย่างลำบากใจ 

“ว่าไงนะ?” 

“ลุงเว่ยขอร้องให้ยูริช่วยพูดน่ะค่ะ บอกว่าอยากมีโอกาสสารภาพความในใจกับหมิงหมิงสักครั้ง” 

“สารภาพ!?” มาซาชิตะโกนทวนคำพร้อมกับลุกขึ้นยืน กำลังจะก้าวขาออกไปแต่ถูกยูริจับมือดึงรั้งเอาไว้เสียก่อน 

“เดี๋ยวก่อนซิคะ! นี่พ่อจะไปไหน?” ยูริถามหน้าตื่น 

“พ่อจะไปตามหมิงตู้กลับมานอนกับพ่อ” มาซาชิบอกเสียงเรียบ ใบหน้าคมคร้ามนิ่วหน้าแผ่รังสีน่ากลัวออกมา 

“ไม่ได้นะคะ ขืนพ่อไปตามเองแล้วทำให้ลุงเว่ยบาดเจ็บขึ้นมา หมิงหมิงต้องโกรธมากแน่” 

มาซาชิชะงักเลิกคิ้วเข้มหนาขึ้นแล้วหรี่ตามองลูกสาว ยูริเห็นสายตาของพ่อที่มองมาแล้วรีบอธิบายต่อ “ให้ยูริไปแทนเอง ยูริจะช่วยกล่อมให้จะได้ไม่มีเหตุปะทะกันขึ้น.....แต่....มีข้อแลกเปลี่ยนนะคะ เพราะตอนที่ลุงเว่ยขอร้องยูริ ลุงเว่ยก็ให้ของตอบแทนยูริเหมือนกัน” ยูริพูดด้วยท่าทางขึงขัง 

มาซาชิหรี่ตามองลูกสาวอย่างครุ่นคิดแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นสนอกสนใจกับข้อเสนอของลูกสาวทรุดตัวลงนั่งบนฟูกแล้วเอ่ยถาม “ข้อแลกเปลี่ยนอะไร พูดมาซิ” 

ยูริอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ตบมือฉาดใหญ่ในใจเมื่อแผนที่วางไว้กำลังจะสำเร็จ “ข้อแลกเปลี่ยนก็คือ....” 

ยูริเดินยิ้มฮัมเพลงมาที่ห้องนอนของเว่ย ก่อนจะยกกำปั้นขึ้นเคาะประตู ตามาด้วยเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้แล้วเลื่อนประตูไม้ให้เปิดออก 

“อ้าว ยูริ...ยังไม่นอนหรอ” หมิงตู้ขมวดคิ้วมองร่างเล็กตรงหน้าเอ่ยถามเสียงนุ่มอย่างแปลกใจ 

“คือ...พ่อนอนไม่หลับพลอยทำให้ยูรินอนไม่หลับไปด้วยน่ะค่ะ ยูริเลยมาตามหมิงหมิงให้ไปอยู่กับดีกว่า” 

“แต่ว่า....” เขายังไม่ทันได้พูดกับเว่ยเลย 

“ไปเถอะ” เว่ยพูดแทรกขึ้นก่อนที่หมิงตู้จะปฏิเสธ ยูริเอียงหน้ามองไปทางเว่ยแล้วยกยิ้มพูดขอบคุณเบาๆ โดยที่หมิงตู้ไม่ทันสังเกตเห็น 

หมิงตู้มองหน้าเว่ยแล้วถอนหายใจอย่างจำนน “ตกลง....เดี๋ยวหมิงหมิงตามไปนะครับ” หมิงตู้หันมาพูดกับยูริพลางยกมือขึ้นลูบหัวยูริแล้วโยกหัวอีกคนเบาๆ 

“อื้ม” 

ยูริพยักหน้าแล้วยกยิ้มกว้างก่อนจะหมุนตัวเดินกลับห้องตัวเองไปอย่างอารมณ์ดี ลั้ลลา~ไม่ต้องไปเรียนโรงเรียนประจำแล้ว ดีจังเลย~ 

หมิงตู้ปิดประตูลงแล้วถอนหายใจออกมา มองเว่ยแล้วส่ายหัว “มึงไม่น่าไปร่วมมือกับยูริเลยว่ะ” 

“........” 

“เอาเถอะ ยังไงก็คงไม่พ้นกูอยู่ดี” 

“รู้อยู่แล้ว ก็ไปทำหน้าที่ของตัวเองไป” 

หมิงตู้ถลึงตาค้อนเว่ยแทบถลนก่อนจะเดินถือผ้าห่มออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูแรงๆแล้วกระแทกเท้าตึงตังออกไป 

“เฮ้อ...บางทีเราควรจะเดินทางไปโทโกคุพรุ่งนี้เลย” เว่ยคิดตัดสินใจกับตัวเองเพียงลำพังแล้วลุกเดินไปปิดไฟแล้วล้มตัวนอน 

ทางด้านหมิงตู้เปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นหมิงตู้นอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่ก็ไม่พูดอะไรนอกจากเดินลงไปล้มตัวนอนลงข้างร่างสูง สักพักแขนขาของคนข้างๆก็เข้ากอดก่ายอย่างคุ้นชิน 

“นายว่าฉันตามใจลูกมากไปหรือเปล่า” 

หมิงตู้พลิกตัวหันไปหามาซาชิ “มาก” 

มาซาชิกระชับกอดแล้วพ่นลมหายใจออกมา “มีลูกสาวคนเดียวก็เงี้ย” 

หมิงตู้ยกยิ้มอ่อน ยื่อมือไปจับคางมาซาชิจับส่ายไปมาเบาๆ “เปล่า ใจอ่อนต่างหาก” มาซาชิหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วโน้มหน้าลงจูบหน้าผากคนในอ้อมกอดแรงๆ 

“นายละ คืนนี้จะใจอ่อนปลอบใจฉันหรือเปล่า” มาซาชิถามเสียงพร่าไล่สายตามองคนตรงหน้าจนมาหยุดที่ริมฝีปาก 

“หาข้ออ้าง” 

“น่า...นิดนึง” 

“ผมห้ามคุณได้ด้วยเรอะ” 

“หึๆ” 

อึ๊...อื๊อออ~ 

เฮอะ! เจ้าเล่ห์ทั้งพ่อทั้งลูกจริงๆ ไม่น่าหลวมตัวมาอยู่ด้วยตั้งแต่แรกเลยแหะ แต่เอาเถ๊อะหลวมตัวมาอยู่กับสองพ่อลูกจอมเจ้าเล่ห์จนเวลาล่วงเลยมาหลายปี คงยากที่จะกลับใจจรจากแล้วละ 

“อ๊า~ หมิงตู้~ดีไหม” 

...ช่างเป็นหน้าด้าน และกระทำการน่าอายจริงๆ-////- 

========================== 

กลับมาต่อแล้วหลังจากหายไปนาน เพราะแอบหลบไปพักผ่อนทางกาย ใจและจิตมา^O^ 

ตอนนี้ไม่มีอะไรมากนัก เป็นเพียงการดำเนินชีวิตปกติธรรมดาของครอบครัวตระกูลทาทายามิ เป็นตอนพิเศษสุดท้ายของกลุ่มคู่รอง สถานีต่อไปคือคู่หลักในไร่ตะวันจันทร์ รอติดตามด้วยน้าาา ขอบคุณค่าาาาา>O 

 

ความคิดเห็น