songsamsee
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

​[กระทิงxไดม่อน] 16

ชื่อตอน : ​[กระทิงxไดม่อน] 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2562 23:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​[กระทิงxไดม่อน] 16
แบบอักษร

​[กระทิงxไดม่อน] 16


"เดี๋ยวผมอาสาเอาไปส่งให้ชาวบ้านเองก็ได้ครับ ต้องเข้าไปในตัวเมืองพอดี"

กระทิงเอ่ยกับพี่จันทร์ที่กำลังเช็คปลาล็อตใหม่อยู่ "อย่างนั้นก็ดีเลย ลุงแดงคนรถแกดันมาป่วยพอดี ยังไงวานน้องทิงหน่อยนะจ๊ะ" 

"ผมเต็มใจครับ" 

"ปลาพวกนี้เป็นปลาที่จะนำไปแจกชาวบ้าน น้องทิงอาจจะยังไม่คุ้นเส้นทางยังไงให้ไอ้มะยมมันพาไปก็แล้วกันนะ"

พี่จันทร์ว่าอย่างนั้นก่อนจะหันไปตรวจเช็คสินค้าอีกรอบหนึ่ง นี่เองก็เป็นนโยบายของนายหัวชัย ท่านเป็นคนมีน้ำจิตน้ำใจกว้างขวาง ชอบแบ่งปันช่วยเหลือคน เพราะอย่างนี้ไงคนที่นี่ถึงได้รักนายหัวของหล่อนนักหนา 

ด้านกระทิงเองก็ปาดเหงื่อที่หน้าผากออกลวกๆ เขาเตรียมไปอาบน้ำล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าระหว่างรอพี่จันทร์ก่อนแล้วกัน วันนี้เป็นวันที่พ่อแม่ของเขาติดต่อมาว่าให้ไปหา อันที่จริงพวกท่านกลับมานานแล้ว กะจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่กรุงเทพฯ แต่พอรู้ว่าเขาอยู่ใต้พวกท่านก็รีบบินมาหาทันที เห็นบอกว่าโชคดีใหญ่ด้วย 

'แม่น่ะว่าแล้วเชียวว่าลูกแม่เหมาะที่สุดแล้ว...เห็นมั้ยโชคชะตายังพาทิงไปใต้ก่อนแม่บอกเลย'

แม่เขาว่าแค่นั้นก็ต้องหยุดไว้ก่อนทันทีเพราะพ่อมาปรามไว้ 

วันนี้เขาเพิ่งทำงานที่นี่ครบอาทิตย์ ยังไม่ได้ขอลานายหัวก่อนด้วยไม่รู้จะได้หรือเปล่า...แต่ท่าทางแกใจดีก็คงไม่ว่าอะไร ถึงบางครั้งจะมีท่าทีแปลกๆ และสายตาดุๆ มองมาทางเขาบ่อยๆ ก็ตาม

"แหมน้องทิง ถอดเสื้อโชว์หุ่นแบบนี้เดี๋ยวก็โดนป้าๆ แกลวนลามหรอก" 

คนงานหญิงคนหนึ่งในฝ่ายคัดปลาที่เจอเขาทุกวันเอ่ยแซวขึ้นมาระหว่างเดินสวนกัน ตอนนี้เขากำลังเดินกลับไปที่ห้องพักเพื่อเตรียมตัวอยู่ 

"แหะๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ" 

กระทิงก้มลงไปมองหน้าท้องตัวเองที่เริ่มขึ้นร่อง...ไม่อยากจะโม้ว่าแต่ก่อนมีแพ็กหนามาก แต่มันดันหายไปตอนป่วยน่ะสิ ตอนนี้เลยแห้งแบบนี้ไง...แต่พอได้มาทำงานก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย กล้ามเนื้อเริ่มเห็นชัดขึ้นแบบนี้ก็แสดงว่างานที่นี่ทำเอาเขาหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นมาอีกครั้งได้

ตั้งแต่มาทำงานที่นี่เขาไม่ได้ทำแค่ฝ่ายคัดปลาอย่างเดียว แต่คอยช่วยเหลือพี่ผู้หญิงแบกนู่นหอบนี่อยู่บ่อยๆ อีกทั้งพอคนงานผู้ชายต้องการลูกมือขนย้ายเครื่องมือต่างๆ เขาก็อาสาไปช่วยเอง

"จะรีบไปไหน" 

ระหว่างเดินเพลินๆ เสียงทุ้มของใครก็ดังขึ้นก่อน "นายหัว..." 

นายหัวชัยกำลังยืนคุยกับนายช่างใหญ่อยู่ วันนี้เรียกได้ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรืออยู่ยังแก้ไขไม่ได้ ทำเอาคนใจเย็นอย่างนายหัวถึงกับหงุดหงิดขึ้นมาเลยก็ว่าได้ ทั้งๆ ที่ชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องยนต์เขาสั่งมาจากบริษัทอย่างดี นายช่างเองก็จ้างคนดีมีฝีมือแต่ทำไมอยู่ๆ ถึงแก้ปัญหาไม่ได้แบบนี้ 

ชายร่างใหญ่รีบไล่นายช่างออกไป ก่อนจะมุ่งตรงมายังกระทิง "เห็นมะยมบอกวันนี้นายอาสาจะไปส่งปลาในเมืองเหรอ"

"ครับ..." กระทิงตอบออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ "พอดีผมมีธุระในเมืองด้วย" 

"ในเวลางานเนี้ยนะ!" 

กระทิงสะดุ้งโหยงทันที ก็อยู่ๆ มาตวาดเขาเสียงดังใครเล่าจะไม่ตกใจ "ผมขอโทษที่ไม่ได้แจ้งก่อน แต่ว่ามีเรื่องด่วนจริงๆ ยังไงวันนี้ผมไม่รับค่าแรงก็ได้" 

แหม...ขี้งกเสียจริงนะ ค่าแรงวันละ 300 บาทเขาไม่รับก็ได้บอกตรง!

"รวยมากสินะ ถึงคิดดูถูกเงินแบบนั้น" 

กระทิงแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองออกมา นายหัวทำราวกับรู้ว่าภายในใจเขาคิดอะไรอยู่ "คือผมไม่ได้ดูถูกเงิน แต่เห็นนายหัวทำท่าไม่พอใจ ผมเลย..."

"เลยจะไม่ขอรับเงิน...?"

"ครับ" 

เจ้าของใบหน้าคมเข้มที่โดนหนวดเคราปกคลุมรกรุงรังย้วยเหมือนขนอวัยวะส่วนล่างจ้องไปยังกระทิงตาเขม็งอยู่นานสองนาน ด้านคนโดนจ้องได้แต่เสตาหลบพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอด้วยความประหม่า...

จ้องอย่างนี้แดรกตรูเลยดีมั้ย...เอาให้สมใจเธอ...!

​เอาเข้าจริงพอเห็นรูปร่างหน้าตาภายนอกของนายหัวชัยที่ให้ลุคพระเอกเลวๆ ในนิยายก็ทำเอากระทิงแอบเก็บไปจินตนาการบ่อยอยู่เหมือนกันนะ ยอมรับว่าตอนแรกโดนหน้าตาของนายหัวนี่ปั่นเอาเขาเคลิบเคลิ้มจนร้องเพลงละคร 'จำเลยรัก' อยู่ทั้งวันกันเลยทีเดียว

แต่พอนิสัยใจคอของตานายหัวนี่เผยออกมาปุ๊บ เขาก็หยุดจินตนาการเหล่านั้นลงปั๊บ 

ก็ใครมันจะไปจินตนาการลงได้เล่า ไอ้นิสัยชอบมองคนอื่นด้วยสายตาจับผิด อีกทั้งยังอารมณ์แปรปรวนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแบบนี้ มีแต่ชาวบ้านแถวนี้นั่นแหละที่หลงคิดว่านายหัวนี่ดีน่ะ ชิส์! (ลึกๆ แล้วอิจฉาครับ)

"เลิกเพ้อเจ้อแล้วไปเตรียมตัวไป" 

คนตัวโตว่าอย่างนั้นก่อนจะเดินจ้ำออกไปอย่างไว เห็นว่ามีสายเรียกเข้าด้วยแหละ ท่าทางดูจะเป็นคนสำคัญ.. 


"ฮัลโหล...ว่าไงมึง" 

[ไอ้ชัย...วันนี้กูจะเข้าไปหามึงนะ กูลงใต้มาแล้วเนี่ย]

"ห๊ะ...มาหากู มาหากูทำพรือ!" 

[ไหนว่าแถวบ้านมึงไม่แหลงใต้ไงวะ ขอภาษากลาง]

"เออสรุปว่ามึงจะมาทำไม...อย่าบอกนะว่ามาตามหาเมียรัก ไอ้สัญญาณโทรศัพท์ที่ไอ้นักสีบมันว่าเชื่อถือได้จริงมั้ยไม่รู้...กูว่าเชื่อครึ่งหนึ่งก็พอ"

[ตอนนี้ใครมีเบาะแสอะไรกูเอาทั้งนั้น...กูทนไม่ไหวแล้ว]

"มึงไม่คิดบ้างเหรอว่าเขาอาจจะอยากเลิกกับมึง อาจจะมีคนใหม่ หรือด้วยเหตุผลอย่างอื่น"

[ไอ้เชรี่ยชัย มึงมันปากหมา!]

นายหัวชัยได้แต่เอานิ้วอุดหูไว้ไม่ให้ได้ยินคำ 'สรรเสริญเยินยอ'  ของเพื่อนต่อจากนี้ที่สาดมาให้เขาสารพัดสารเพ "กูขอโทษเว้ยที่ต้องพูดตรงๆ แต่มึงตามหาเขามานานจนไม่กินไม่นอนแบบนี้มันเกินไป กูถึงบอกไว้ก่อนไงว่าอย่ามาล้มป่วยเหมือนพระเอกในละคร...ถ้าป่วยขึ้นมาจะ-"

เขายังไม่ทันพูดจบปลายสายก็เอ่ยคำ 'สรรเสริญเยินยอ' เขามาอีกชุดใหญ่ คราวนี้อุดหูไม่ทันเรียกได้ว่าหูอื้อกันเลยทีเดียว 

"เออจะมาก็มา แต่ไปนอนห้องโรงแรมเอาดิวะจะมานอนกับกูไม่มีห้องหับสวยหรูต้อนรับหรอกนะ" 

[ตรงนั้นใกล้สัญญาณมากที่สุดแล้ว กูจะไปตามหาเอง ให้ลูกน้องมันจัดการมานานก็ไม่ได้เรื่อง]

"มันจะได้เรื่องได้ไง ใครรายงานอะไรไม่พอใจมึงก็ลงมือ...นี่เขาว่ากันว่ามึงใช้ปืนด้วย" 

เอาจริงๆ นายหัวชัยก็ชักอยากจะเห็นเหมือนกันนะว่าเมียรักของเพื่อนตัวดี มันจะสวยราวนางฟ้าตกสวรรค์เลยหรือเปล่า ถึงทำเอาเพื่อนคนนี้ของเขาเปลี่ยนจากหนุ่มผู้ดีไปเป็นหมาบ้าได้แบบนี้

ขอเห็นให้เป็นบุญตาสักทีเถอะ ว่าหน้าตารูปร่างเป็นยังไง

"เออ จะมาก็มา"

[อีกไม่นานคงถึงนั่นแหละ]

"เออๆ เจอกันเว้ยมึง" 

.

.

.

.

"มาแล้วๆ" 

กระทิงรีบวิ่งไปหามะยมอย่างรวดเร็ว พอมาถึงหน้าเด็กหนุ่มแล้วเขาถึงกับหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ใครจะรู้ว่าต้องวิ่งมาลานจอดรถหลังท่าเรือแบบนี้ล่ะ 

"ขอโทษทีนะจ๊ะ ฉันลืมบอกไปว่าให้พี่มาขึ้นตรงนี้" มะยมลูกหัวตัวเองป้อยๆ "ฉันเองก็ยังขับไม่แข็งมาก ทางเลี้ยวเข้าไปมันแคบเกินน่ะจ้ะ"

"ไม่เป็นไรๆ เออนี่ของครบแล้วใช่มั้ย" 

กระทิงเงยหน้ามองของที่อยู่หลังกระบะอย่างพึงพอใจ ทว่าเมื่อพินิจพิเคราะห์ดูสภาพรถกระบะแล้ว บอกตรงๆ ว่าเขาคิดหนัก นี่คงไม่พ่นไอดำออกมาทำลายโลกหรอกนะ เพราะสภาพรถอย่างเก่าเลย! ไม่สิ...เรียกว่าอภิมหาเก่า!

รถตรงหน้าเป็นรถกระบะตอนเดียวสีฟ้าอมเทา (สีก็ลอกแล้วด้วย) เบาะข้างในก็ขาดจนแหว่งไปหมด นี่ยังไม่รวมกับสนิมที่ขึ้นเป็นหย่อมๆ ตามตัวรถด้วยนะ 

แล้วเหมือนว่าเด็กมะยมจะรู้ว่าคนพี่นั้นคิดอะไร "เห็นไอ้เต่ามันเป็นอย่างนี้ แต่เป็นลูกรักของนายหัวเลยนะจ๊ะพี่ทิง" 

"หา...? ลูกรักนายหัวชัยน่ะเหรอ"

"ใช่จ้ะ แกขับมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ยังวิ่งได้ปร๋ออยู่เลย"

ปร๋อจริงน่ะเหรอดูสภาพไม่น่าจะใช่นะ แถมชื่อที่ตั้งอย่าง 'ไอ้เต่า' ​ก็ดูไม่น่าจะคล่องปร๋ออย่างที่มะยมว่าไว้เลย "งั้นเราไปเลยมั้ย" 

ก่อนหน้าจะวิ่งมาแม่เขาก็ไลน์มาบอกแล้วด้วยว่าจะรออยู่ที่ร้านกาแฟข้างตลาดในเมือง 

ในใจคนเป็นลูกที่ไม่ได้เจอหน้าพ่อแม่เป็นปีๆ ก็อดคิดถึงไม่ได้เหมือนกันนะ อยากจะเข้าไปกอดไปหอมให้หนำใจไปเลย "ไป...เราไปกันเลยมั้ย...ให้พี่ขับให้มั้ย"

"ไม่ต้องจ้ะไม่ต้อง ฉันคุ้นเส้นทางให้ฉันขับเถอะ อีกอย่าง...ไอ้เต่ามันก็เอาแต่ใจพี่ไม่ชิน อาจจะเหนื่อย"

คำพูดของมะยมเหมือนพยายามจะสื่ออะไรให้กระทิงเข้าใจ ทว่าเขาก็ไม่มีเวลามาซักไซ้ท้าวความมะยมหรอก เพราะตอนนี้อยากรีบไปเจอพ่อแม่แล้ว 

มะยมและกระทิงจึงไม่รอช้า ก้าวขึ้นรถก่อนจะขับแล่นออกไปข้างหน้าทันที 

และหลังจากนั้นกระทิงก็ได้ข้อพิสูจน์แล้วว่า...ไอ้เต่ามันเต่าสมชื่อจริงๆ แถมยังมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ อีกด้วย พอถามถึงสภาพรถมะยมก็เอาแต่บอกว่านายหัวเช็ครถประจำ เสียงเอี๊ยดอ๊าดที่เขาได้ยินน่ะเป็นเสียงที่นายหัวทำขึ้นมาเอง

อยากจะโอ้โห...ไอเดียบรรเจิดมากค่ะคุณพี่

​แต่ก็ได้แต่เก็บไว้ในใจ...

"โห...เดือนนี้ดูนายหัวจะมีแขกมาเยี่ยมเยอะเหมือนกันนะจ๊ะเนี่ย" 

"อะไรเหรอ"

"ก็ทั้งพี่ แล้วก็เจ้าของรถคันนั้น...นี่ๆๆ พี่ทิงดูสิ" มะยมรีบสะกิดแขนกระทิงยิกๆ "รถรุ่นนั้นเหมือนฉันเคยเห็นตามทีวีนะจ๊ะ อืม...BMW ใช่มั้ย สุดยอดไปเลย...เห็นว่าคันละหลายล้าน" 

มะยมเอาแต่จ้อไม่หยุดพลางมองไปแต่รถคันนั้น 

ส่วนกระทิงก็เหมือนเดิม เขาไม่ได้สนใจหรือใส่ใจคนที่มาใหม่นัก แถมยังเร่งมะยมให้มองไปข้างหน้าอีก เพราะเมื่อกี้ก็เกือบจะตกหลุมอยู่แล้ว...ก็แค่รถน่ะ ขึ้นชื่อว่ารถก็มีหน้าที่ขับขี่ใช้สอยมั้ยล่ะ 

พอรู้ว่ายี่ห้ออะไรมันเลยพลอยทำให้เขานึกถึงผู้ชายใจโลเลคนหนึ่งขึ้นมา

พี่ไดม่อน...

​อุตส่าห์ไม่คิดถึงได้หลายวันแล้วแท้ๆ เชียว "พี่ว่าก็งั้นๆ ไอ้เต่าของนายหัวยังสวยกว่าเลย"

กระทิงว่าจบก็ฟึดฟัดเบนสายตาไม่มองไปยังรถหรูที่แล่นสวนกับไอ้เต่าเมื่อครู่นี้อีกเลย 

'เป็นบุญของไอ้เต่ามัน ที่อยู่ๆ ก็ถูกมองว่าสวยกว่ารถหรู...!'


ไม่นานนักรถกระบะคันโปรดของนายหัวชัยที่ขับโดยมะยมก็มาถึงตลาด ก่อนหน้าจะมาถึงคนทั้งสองเอาไปแจกจ่ายให้ที่อื่นมาแล้วสองที่ ส่วนตลาดนี่เป็นที่สุดท้าย แล้วก็จะเป็นที่ที่กระทิงขอแยกย้ายกับมะยมอีกด้วย

"ขอบใจนะ ว่าแต่ตาแดงมันไปไหนล่ะ ถึงได้ให้เอ็งกับพ่อหนุ่ม..."

"อ๋อ พี่ทิงจ้ะ" มะยมรีบแนะนำคนข้างกายให้หญิงสูงวัยตรงหน้าฟังทันที "ยังไงขอฝากพี่เขาไว้ด้วยนะจ๊ะป้า" 

"โอ๊ย หล่อขนาดนี้ป้าน่ะยินดี" 

ว่าจบหญิงสูงวัยก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ก่อนจะอยู่คุยกับมะยมอีกพักใหญ่ ก่อนจะแยกย้ายกันไปที่สุด...บอกเลยว่าคนที่นี่เม้าท์มอยกันเก่งจริงอะไรจริง กระทิงยกนิ้วให้ 

"พี่ทิงจะไปนานหรือเปล่าล่ะจ๊ะ ฉันจะได้รอกลับพร้อมกัน" 

"พี่ก็ไม่แน่ใจ...แต่น่าจะนาน ยังไงมะยมกลับไปก่อนก็ได้" 

"ได้ไงล่ะจ๊ะพี่...กลับไปคนเดียวฉันก็.."

เด็กหนุ่มเกือบหลุดพูดไปแล้ว ว่ากลับไปคนเดียวเขาก็คงโดนเจ้านายอย่างนายหัวชัยเล่นงานแน่ๆ ที่ปล่อยให้ 'พี่ทิงคนหล่อ' กลับเองคนเดียว โดยการทิ้งไว้ให้อยู่ในที่ไม่คุ้น 

นายหัวแกกำชับนักหนา 'อย่าปล่อยให้มันไปไหนมาไหนคนเดียวล่ะ เด๋อด๋า แบบนี้...เข้าใจมั้ย'

"ไม่ได้หรอกจ้ะพี่ กลับพร้อมกันดีกว่า" มะยมทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที 

"เอ้า...งั้นก็ตามใจนะ ยังไงมะยมไปเดินเล่นรอพี่ก่อนก็ได้" 

"จ้ะพี่ทิง" 


เมื่อมะยมแยกย้ายไปแล้วกระทิงถึงได้เดินเข้าไปในร้านกาแฟข้างตลาดได้อย่างสบายใจ และแน่นอนว่าพ่อกับแม่เขาสังเกตไม่ยาก เพราะ 'ชีไก่' นางไม่ธรรมดาจ้ะ คิดว่าการแต่งตัวและจริตจะก้านของกระทิงถูกใครส่งต่อมาล่ะ ถ้าไม่ใช่แม่ไก่คนงามของเขา...! 

"ตายแล้วลูกแม่!"

หญิงวัยกลางคนที่ดูภายนอกแล้วอายุอานามคงเพิ่งสามสิบต้นๆ ทว่าภายในเกือบจะห้าสิบได้แล้วเอ่ยร้องเรียกลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความปรีดา "ไหนมาให้แม่กอด มาให้แม่ดูหน่อยซิว่าเป็นยังไง"

"แม่!"

'ฟอดดดด!~'

"คิดถึงที่สุดเลยยย..."

กระทิงราวกับเด็กน้อยทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อแม่ อันที่จริงใครอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ก็ต้องตกเป็นเด็กน้อยกันทั้งนั้นแหละมั้ง... 

"ไปทำอะไรมา ป่วยเหรอลูกถึงได้ผอมโซไม่เหมือนเก่าแบบนี้" 

และท่านชายที่อยู่ในชุดเรียบโก้ข้างๆ ชีไก่ก็คือเฮียยงยุทร ข้าราชการเก่าแก่ผู้มีชื่อเสียงเรียงนามโด่งดั่งแถมยังพ่วงดีกรีเป็นถึงศาสตราจารย์ด็อกเตอร์วิชาเศรษฐศาสตร์อีกด้วย เขาคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้เป็นพ่อของกระทิง

"โธ่เฮีย ลูกบอกแล้วไงว่าลูกไดเอต เฮียไม่สนใจที่ฉันพูดเลย" ชีไก่ทำหน้าเศร้าทันที 

ซึ่งเอาจริงๆ ใครก็รู้ว่านางแอ๊บ...ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ

​สามคนพ่อแม่ลูกคุยกันไปคุยกันมา ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ มีบ้างที่กระทิงต้องโกหกไปเพียงเพื่อไม่อยากให้พวกท่านเสียใจ อย่างเรื่องที่เขาผอมลงเพราะโดนซ้อมจนต้องนอนหยอดน้ำเกลือที่โรงพยาบาลนั้น เขาก็ไม่ได้เล่าไป บอกเพียงแต่ต้องการจะไดเอต ไม่อย่างนั้นพ่อกับแม่เขาจะต้องทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตแน่ๆ 

สุดท้ายกระทิงไม่อยากให้มะยมรอนานเลยเร่งเร้าพ่อกับแม่ "สรุปวันนี้มีอะไรจะบอกทิงกันครับ"

"แหม...ลูกจะรีบไปไหนกัน" ชีไก่ทำหน้าราวกับกำลังจับผิด "รีบกลับไปหาแฟนเหรอ คนไหนล่ะหล่อมั้ย ลูกเต้าเหล่าใคร บอกแม่มาเดี๋ยวนี้นะ" 

"โอ๊ย...พอเลยครับ คือทิงว่าจะไปลางานให้เป็นกิจจะลักษณะกว่านี้ วันนี้เลยอยู่ได้ไม่นาน อันที่จริงพ่อกับแม่น่าจะบอกทิงให้เร็วกว่านี้หน่อย..."

"อ่ะๆ แม่ไม่รั้งไว้ละ ที่เรียกลูกมานี่เพราะแม่มีข่าวดีจะบอก...คือ...ตำแหน่งรองประธานบริษัทอาหารทะเลแปรรูปที่นี่น่ะยังว่างอยู่นะ แม่ยังไม่ตัดสินใจยกให้ใคร ยังเก็บไว้ให้ลูกไปรับช่วงต่อ" 

"อะไรนะครับ...!"

"ทิงจะได้ไม่ต้องไปทำงานแบบนี้อีก คราวนี้รับไว้เถอะ อายุเรามากขึ้นทุกวันจะไปรับจ็อบทำงานเหมือนเดิมคงไม่ไหวมั้งลูก แม่เสนอให้ลูกหลายครั้ง ลูกรับไปเถอะนะ...ถือว่าทำช่วยที่บ้านด้วย ยังไงบริษัทนี้ก็เป็นของตระกูลเรา" 

"แต่ทิงไม่สนิทกับพวกน้าๆ ป้าๆ...อีกอย่าง ทิงไม่อยากพึ่ง..-"

"ชู่วว.." 

กระทิงยังไม่ทันพูดจบแม่ของเขาก็เอามือปิดปากเขาไว้ก่อน แม่ไก่ยิ้มน้อยออกมาก่อนจะมองกระทิงด้วยแววตาเอ็นดู "ที่ผ่านมาลูกไม่รับอะไรจากพ่อแม่เลย เพราะลูกต้องการจะพิสูจน์ตัวว่าลูกพึ่งพาตัวเองได้...แต่ตอนนี้ลูกพิสูจน์มาเพียงพอแล้วนะ เรื่องที่ลูกเป็นแบบนั้น...ที่ลูกชอบเพศเดียวกัน พ่อกับแม่เองก็เปิดใจยอมรับลูกได้แล้ว" 

"..."

"นานแล้วด้วย.." คราวนี้ผู้เป็นพ่อเอ่ยเสริมขึ้นบ้าง

"กลับไปรับตำแหน่งเถอะนะลูก...ลูกลำบากมาพอแล้ว"

"ทิงไม่ลำบากเลย ทิงรักชีวิตอิสระ ทิงไม่อยากนั่งโต๊ะทำงาน.." กระทิงว่าจะพูดต่อแต่แม่ของเขาก็มองเข้ามาเหมือนเห็นทุกอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว "นี่แม่..."

"แม่รู้เรื่องหมดแล้ว เรื่องคนรักของลูก...ถ้าลูกยังทำตัวแบบนี้ก็ไม่มีวันที่แม่ฝ่ายนู้นจะรับได้หรอก"

"..."

"เขาเลี้ยงลูกเขามาอย่างดี แม่เองก็เป็นแม่ แม่เข้าใจว่าแม่เขาคิดอะไรอยู่...คงอยากได้คนที่เหมาะสมกับลูกชายตัวเอง มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดนะทิง"

"เหอะ" กระทิงเบือนหน้าหนีทันที "มันจะไม่ใช่เรื่องผิดได้ยังไงกัน.."

"ลูกลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดู หรือถ้าไม่แคร์ไม่รักกันแล้วยังไงการรับตำแหน่งนี้มันก็ดีที่สุด ถ้าสมมติลูกหาคนรักไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยชีวิตลูกก็มั่นคงนะ" 

อ่าวแม่! ไหงฟังดูเหมือนแช่งกันได้เล่า!?

​"ลองคิดดูดีๆ ยังไงแม่ก็เอาที่ลูกสบายใจอยู่แล้ว" 

"..."

กระทิงได้แต่นั่งเงียบ เพราะเขากำลังใช้ความคิดอยู่...จริงๆ บางช่วยของชีวิตก็คิดเหมือนกันนะว่าชีวิตเขามันระเหเร่ร่อนทำงานตรงนู้นทีทำงานตรงนี้ทีเหมือนกัน แต่ก่อนก็คิดแค่ว่าทำอะไรที่มีความสุขก็ทำไป แต่พอตอนนี้ได้เห็นสีหน้าและแววตาความคาดหวังของพ่อกับแม่แล้ว...ก็ทำให้เขากลับมาคิดใหม่อีกที

บริษัทแปรรูปอาหารทะเลงั้นเหรอ...

"ลูกไม่ต้องคิดมาก ทุกอย่างเตรียมพร้อมให้ลูกแล้ว...นี่แม่เองก็ติดต่อนายหัวชัยไว้ อนาคตลูกคงต้องทำงานกับเขา" 

'พรวดดดด!~'

กระทิงที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มก็สำลักน้ำออกมาทันที "ห๊ะ! อะไรนะแม่ นายหัวชัยเหรอ" 

"ใช่ ลูกรู้จักเหรอ...คนนี้นี้นะทำงานเก่ง ไว้ใจได้ เข้าไปบริษัทใหม่ๆ ยังไงก็ต้องมีคนรู้จักไว้เป็นไม้กำบังก่อนอยู่แล้ว" 

"แค็กๆๆ" กระทิงไอออกมาทันที ยังไงก็หนีไม่พ้นนายหัวชัยอยู่วันยังค่ำ

ดูชีวิตเขาจะออกทะเลเกินไปหรือเปล่า...

ก็ยังคิดไม่ตกว่าที่ตัวเองอยากเข้าไปทำงานเป็นเพราะเพื่อเอาใจแม่พี่ไดม่อน หรือเพื่อตัวเองกันแน่เหมือนกัน...ถ้าเขารับตำแหน่งแล้วแม่พี่แกจะเห็นหัวเขาขึ้นมาบ้างงั้นเหรอ..?

"ค่อยๆ คิดนะ แต่แม่น่ะอยากเห็นหลานจะแย่ ใช่มั้ยคุณ" ชีไก่กระดี๊กระด๊าทันทีที่พูดถึงหลาน

"นี่แม่..." สืบมาหมดเลยสิท่า 

กระทิงถึงกับกุมหัวตัวเองเลยตอนนี้...ยอมรับว่าคิดไม่ตกเลยจริงๆ...

.

.

.

.

To be continued.

ไหนๆๆ ช่วยทิงคิดหน่อยค่าว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี...ความสับสนเริ่มมาเยือน จะเกิดสงครามกลางแพปลาหรือไม่ ใครมีทางออกดีๆ เสนอน้องทิงกันเข้ามาโลดๆ เลยจ้า


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}