marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3: เลขาคนใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 3: เลขาคนใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มี.ค. 2562 18:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3: เลขาคนใหม่
แบบอักษร




image


‘เฮ้อฉันก็ไม่รู้จะพูดไงในเมื่อพ่อพูดแบบนั้น’ เสียงพี่แม็กดังขึ้นผ่านหน้าจอมือถือตอนนี้เราหกคนกำลังคุยวิดีโอคอลกันอย่างจริงจังหลังจากที่ฉันเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกพี่ๆฟัง

‘ก็คงไม่ได้เลวร้ายอะไรมากก็ได้มั้งพี่นิคเขาทำงานเก่ง ฐานะก็ดี แต่ติดตรงที่แค่ใช้ผู้หญิงเปลืองไปหน่อย’ พี่ซาพูดขึ้นเหมือนจะปลอบใจแต่ไม่เลย

‘อย่าคิดมากเลยพี่เรดาร์แค่รีบเรียนรู้งานจากเขาแล้วก็รีบกลับเองเขาอาจไม่ได้สนใจอะไรพี่ด้วยช้ำ’ พอได้ยินอึนโฮพูดแบบนี้ฉันอยากไปกลับไปกระโดดถีบจริงๆให้ตายสิจะว่าฉันไม่มีเสน่ห์หรือไง

“โฮถ้าจะปลอบใจพี่แบบนั้นเงียบเถอะ”

‘ไอ้แอลทำไมแกถึงปล่อยให้ยัยเรทำงานกับพี่นิคได้ว่ะ’ เสียงพี่แม็กดีงขึ้นพร้อมกับคำถามจนพี่แอลมาตอบ

“แม็กแกก็รู้ว่ายัยเรนะเป็นไงขี้เกียจจะตายวันๆไม่ทำอะไรแถมบริหารงานก็ไม่ได้เรื่องแบบนี้จะให้ฉันทำไงว่ะก็อยากให้น้องรู้จักคิดบ้างว่าควรทำไงจริงอยู่ว่าครอบครัวเรารวยแค่ไหนแต่ไม่ได้หมายความว่าเงินจะไม่มีวันหมดนะโว้ยแล้วแกลองคิดดูถ้าวันหนึ่งไม่มีพวกเราไม่มีพ่อแม่ยัยเรจะอยู่ยังไงเรื่องพี่นิคฉันก็รู้ว่าเขาเป็นคนไงแต่พี่นิคคงไม่สนใจยับเรหรอก” คำพูดของพี่แอลทำให้ทุกคนเงียบนิ่งคิดราวกับเห็นด้วย

‘นั่นสินะในบรรดาพี่น้องแกโง่สุดแล้วเร’ คำพูดของพี่ซาเสียดแทงใจดำฉันเหลือเกินให้ตายเถอะ

‘ที่รักมาดูลูกหน่อยฉันเหนื่อยแล้วขอนอนก่อน!!!’ พี่ซายังไม่ทันพูดอะไรต่อเสียงของมินมินก็ดังขึ้นพร้อมกับคำสั่งที่ได้ยินละเราทุกคนก็หัวเราะออกมา

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”

‘ฮ่าๆๆๆๆๆๆ’

‘ครับไปเดี๋ยวนี้!!! วางสายก่อนละไอ้พวกเวรหยุดขำโว้ย!!!!’ พูดจบพี่ซาก็ตัดสายไปสงสัยรีบไปดูลูกพูดละคิดถึงหลายรักหนูน้อยดาอินที่น่ารัก

‘เรดาร์ก็รีบเรียนรู้งานจากเขาแล้วกลับมาบ้านไงถ้าเขาคิดจะทำอะไรจริงๆเรก็ต้องทำให้เขาหลงรักเรให้โงหัวไม่ขึ้นเลย’ คำพูดของโซทำให้ฉันขนลุกพูดจริง

“แหวะ!!! ไม่เอานะโซเรเกลียดคนแบบเค้า”

‘คนอย่างพี่นิคไม่เคยรักใครจริงๆหรอกแต่ตอนนี้อย่าพึ่งคิดอะไรมากเลยเรแกตั้งใจทำงานก็พอถ้าเกิดเรื่องอะไรโทรมาหาฉันได้แล้วฉันจะช่วยแกเองโอเคนะ’ พี่แม็กพูดขึ้นด้วยท่าทางจริงจังจนฉันต้องพยักหน้าหลังจากที่พูดคุยกันเข้าใจหมดแล้วเราทั้งหมดก็วางสายไปจนเหลือแค่ฉันกับพี่แอลที่นั่งข้างๆกัน

“ฉันทำแบบนี้เพราะเป็นห่วงอนาคตแกนะเรส่วนเรื่องพี่นิคมีอะไรที่เขาทำให้ไม่สบายใจบอกฉันได้แล้วฉันจะไปคุยกับเขาให้...” พี่แอลพูดขึ้นพร้อมกับเอามือลูบหัวฉันเหมือนเด็กน้อยทั้งที่ฉันเป็นน้องแค่ไม่กี่วิเอง

“อื้อเข้าใจแล้วอย่าทำเหมือนฉันเป็นเด็กสิอายุ32แล้วนะ!!”

“แต่นิสัยแกนะเด็ก”

“จิ๊!! ไม่คุยกับพี่ละรีบไปเก็บของเลยพรุ่งนี้รีบบินแต่เช้านิ”

“อื้อ...อย่าคิดมากเรยังไงแกก็มีพวกพี่ๆอยู่มีอะไรพูดกับเราได้...ดึกละรีบนอนพรุ่งนี้แกต้องไปเริ่มงานกับพี่นิค”

“เข้าใจแล้ว....พี่ก็ออกไปจากห้องฉันได้ละ” พูดจบพี่แอลก็ลุกขึ้นเดินหันหลังออกไปไม่ใช่ว่าไม่รู้นะว่าพี่เขาก็เป็นห่วงแค่ไหนแต่พอได้ยินความคิดของพี่เขาฉันก็ต้องยอมรับว่าตัวเองทำให้เป็นแบบนี้เองทั้งหมด

“พักผ่อนเอาแรงดีกว่าพรุ่งนี้ต้องเจอกับอะไรก็ไม่รู้”



วันต่อมา




Rrrrrrr Rrrrrrrr

“อื้อ!!! ใครโทรมาแต่เช้าเนี่ย!!!” ฉันงัวเงียขึ้นมาคลำหาโทรศัพท์ของตัวเองที่ตอนนี้ดังไม่หยุด

“จะโทรอะไรหนักหนาอย่าให้รู้นะว่าไม่มีธุระจะด่าให้เข็ดเลย” ฉันลุกขึ้นมาอย่างหัวเสียเดินมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์คนโทรมาชึ่งเป็นเบอร์ไม่คุ้นฉันจึงกดรับทันที

“สวัสดีค่ะ!!!” ฉันกระแทกเสียงลงด้วยความหงุดหงิดที่ปลายสายโทรมากวนเวลานอน

‘สวัสดีครับคุณเลขานี่ยังไม่ตื่นอีกเหรอจะแปดโมงละผมไม่เห็นคุณมาที่บ้านผมสักทีผมเลยโทรมาหา’ ปลายสายพูดออกมาอย่างกวนเหมือนดีใจที่โทรมากวนฉันได้แต่เดี๋ยวนะเขาพูดว่าจะแปดโมงแล้วงั้นเหรอ!!!! ตายละนี่ฉันนอนตื่นสายจริงๆด้วยให้ตายสิเร!!! ไปทำงานสายจนได้!!!

“เดี๋ยวออกไปขอเวลา15นาที”

‘ไม่ต้องออกมาหรอกตอนนี้ผมมารออยู่หน้าบ้านคุณละรีบแต่งตัวแล้วลงมาได้แล้ว’ ฉันกำมือแน่นด้วยความโกรธให้ตายสิเขานี่มันกวนตีนชะมัด!!!!!

“ค่ะ!!!!” ฉันกระแทกเสียงลงอย่างหงุดหงิดก่อนจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวจัดการตัวเองให้เสร็จเร็วที่สุดเพราะฉันเกลียดคำพูดกระแหนะกระแหนของเขา!!!!

หลังจากที่จัดการตัวเองเสร็จทุกอย่างแล้วฉันก็เดินออกจากห้องอย่างรีบร้อนก่อนจะมาเจอเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ห้องนั่งเล่นกับพี่ชายฉันที่ตอนนี้พี่แอลก็จะเตรียมตัวกลับเหมือนกัน

“อ้าวเรลงมาแล้งเหรอ”

“ไม่มั้งพี่แอลนี่คง้ป็นวิญญาณเร”

“ยัยน้องคนนี้นิ!! ที่หลังตื่นเช้าๆหน่อยเป็นเลขาประสาอะไรให้เจ้านายรอ” ฉันมองค้อนใส่พี่แอลพร้อมกับมองเขาที่ตอนนี้นั่งมองฉันยิ้มอย่างมีความสุข

‘มีความสุขบ้านแกสิไอ้บ้าเอ๊ย!!!’

“รู้แล้วนะ!!! แล้วนี่จะกลับแล้วเหรอ”

“อื้อว่าจะออกไปพร้อมแกเลย”

“เดินทางปลอดภัยละ”

“เออ...งั้นไปกันเถอะได้ยินมาว่าพี่นิคมีประชุมตอน9โมงมารอแกก็8โมงครึ่งละรีบออกไปกันเถอะ” ให้ตายสิฉันเกลียดหมอนั่นจริงๆที่ทำให้พี่ฉันต่อว่าฉันถึงเพียงนี้!!!!

สุดท้ายเราสามคนก็เดินออกมาจากบ้านขึ้นรถคนละคันออกไปฉันมองตามพี่แอลอย่างอาวรณ์ให้ตายสิอยากกลับบ้านชะมัด...

“นี่ครับ...” พอนั่งในรถเขาก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ฉัน

“ตารางงานของคุณ??”

“ใช่แล้ว....และผมหวังว่าจากนี้ไปผมคงไม่ต้องมารอคุณที่บ้านบ่อยๆนะ” คำพูดเชือดเฉือนของเขาทำให้ฉันอยากตบปากของเขาจริงๆให้ตายเถอะ!!!!!!

“ค่ะ!!!!!” ฉันกระแทกเสียงรับคำอย่างอารมณ์เสียก่อนจะนั่งดูตารางงานทั้งหมดของเขาพร้อมกับร่ำไห้ในใจ

‘นี่ฉันต้องตื่นเช้าขนาดไหนเนี่ยยยยยยยยย’

พอเดินทางมาถึงบริษัทของเขาเราสองคนก็เดินเข้าไปพร้อมกันทุกคนในบริษัทมองฉันกับเขาสลับไปมาอย่างไม่เข้าใจ

‘อย่าว่าแต่พวกเธอไม่เข้าใจฉันก็ไม่เข้าใจว่าฉันมาทำอะไรที่นี่!!!!!’

“เอาละตั้งแต่วันนี้ไปโต๊ะทำงานของคุณจะอยู่ตรงนี้นะ” พอขึ้นมาถึงชั้น20เป็นชั้นส่วนตัวของเขาที่มีห้องทำงานของเขาห้องเดียวและมีโต๊ะเลขาหน้าห้องชึ่งเป็นโต๊ะฉันเอง

“ค่ะ”

“โอเค...งั้นคุณช่วยเตรียมเอกสารให้ผมตามโน้ตนั้นด้วยอีก10นาทีผมจะไปประชุมคุณทำได้ใช่ไหม”

“ได้ค่ะ”

“เสร็จละเรียกผมด้วย...อ้อแล้วก็นะขอกาแฟแก้วหนึ่งด้วยไม่ใส่น้ำตาลเยอะนะ” พูดจบเขาก็เดินเข้าไปอย่างอารมณ์ดีส่วนฉันยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ!!!! ชีวิตของฉันไม่เคยต้องมาทำอะไรมากมายขนาดนี้นะไอ้บ้า!!!!!!!

แต่สุดท้ายฉันก็ต้องจำใจเดินไปชงกาแฟให้เขาเพราะยังไงตอนนี้ฉันก็มาทำงานให้เขานิฉันเดินถือแก้วกาแฟเข้าไปให้เขาที่ตอนนี้นั่งอ่านเอกสารที่ฉันเตรียมให้เมื่อกี้อย่างอารมณ์ดี!!!

‘อารมณ์ดีบ้านแกสิ!!!’

“กาแฟของคุณได้แล้วค่ะคุณนิคาชิโอ้” เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉันพร้อมขมวดคิ้ว

“เรียกผมนิคก็ได้” ฉันกลอกตาไปมาอย่างอารมณ์เสีย

“ฉันจะเรียกไงสุดท้ายก็ชื่อคุณอยู่ดี...แล้วนี่ไม่ไปประชุมเหรอคะ9โมงแล้ว” เขาทำท่าจะแย้งฉันจึงยกเรื่องประชุมขึ้นมาทันทีคนตัวโตทำตาเขียวใส่ฉันแต่ใครจะกลัวละจิ๊!!!

“งั้นก่อนไปประชุมขอหน่อยละกัน” ฉันขมวดคิ้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจแต่คนตัวโตเดินก้าวเท้ามาทางฉันด้วยความเร็วก่อนจะโน้มตัวลงมาจุ๊บแก้มของฉันเล็กน้อยแล้วเดินออกไป....

“กรี๊ดดดดดด!!!!!!” ฉันกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บใจที่พลาดท่าให้เขาตั้งแต่วันแรก!!!!

“ไอ้บ้าเอ๊ยยยยยย!!!!!!” ฉันกรนด่าเขาตลอดทางเดินไปห้องประชุมโดยที่เขาทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินแถมยังหันมายิ้มอีกด้วย!!!!

หลังประชุมเสร็จก็ถึงเวลาเกือบเที่ยงละท้องไส้ฉันก็ร้องออกมาราวกับคลื่นลูกยักษ์

“ไปกินข้าวกัน” เขาพูดขึ้นหลังได้ยินเสียงท้องร้องของฉัน

“คุณจะไปร้านไหนฉันจะจองไว้ให้” รีบๆคิดละไปกินสะฉันก็จะได้รีบๆไปกินข้าวสักที

“คุณอยากกินอะไร” คำถามนี่ของเขาทำให้ฉันหันไปมองหน้าเขา

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณมิทราบค่ะคุณประธาน” เขาก็ยิ้มตอบฉันทันที

“ก็เราจะไปทานข้าวด้วยกันไงคุณเลขาคนสวย” ทานบ้านแกสิ!!! ไปคนเดียวเลยไอ้โรคจิตฉันเกลียดสายตาของเขาเวลามองฉันสุดๆมันเหมือนเสือที่จะขย้ำเหยื่อ

“ไม่จำเป็นฉันไปกินคนเดียวได้”

“ไม่ได้...คุณต้องไปกับผมและหยุดเถียงสักทีคุณเป็นเลขาอะไรของคุณเนี่ยทั้งด่าเจ้านายแล้วก็เถียงๆๆอยู่เนี่ยผมพอจะเข้าใจละทำไมคุณไม่สามารถบริหารงานได้เพราะคุณใช้แค่อารมณ์ส่วนตัวตัดสินปัญหาไงละ” ฉันยืนนิ่งมองเขาอย่างเอาเรื่องทันทีที่เขาพูดจบให้ตายสิเขาเห็นฉันไม่ถึงวันเขาอ่านฉันได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง!!!!

“ขอโทษค่ะ!!!! งั้นจะไปไหนก็แล้วแต่คุณนิคาชิโอ้!!” ฉันหันหลังเดินหนีทันทีแต่ไม่ทันจะไปถึงไหนเขาก็เดินมาดึงแขนฉันกลับไปจนตัวฉันหันไปชนเข้ากับอกแกร่งของเขาอย่างจังจนเกือบล้มเขาจึงพยุงตังฉันไว้อีกที

“แล้วก็นะเรียกผมว่าพี่นิคด้วยผมอายุมากกว่าคุณสองปี” ในตาสีน้ำตาลจ้องมองลึกเข้ามาในตาของฉันความดุดันในแววตาของเขาทำให้ฉันตอบรับคำอย่างว่าง่าย

“ค่ะพี่นิค....” เขายิ้มออกมาอย่างพอใจทันทีที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้น

“ดีมากคุณเลขาคนสวยงั้นไปกินข้าวกันเถอะเพราะเสียงท้องร้องของคุณมันทำให้ผมรู้สึกผิด” เขาผละตัวออกจากฉันก่อนจะเดินออกไปแต่มิวายจับมือฉันเดินไปด้วยจนฉันเลยต้องจนใจเดินตามเขาไปทั้งๆที่ข้างในมีนร้อนเป็นไฟไปหมดแล้ว!!!!!!

‘อิตาบ้านิค!!!!! ฉันเกลียดนาย!!! ไอ้คนชอบเบ่ง!!!’




แหม่ๆมาทำงานวันแรกก็มีฉากกุ๊กกิ๊กกันละฮ่าๆจะรอดไปถึงไหนนะเรดาร์

ความคิดเห็น