ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตามคืนหัวใจ...1

ชื่อตอน : ตามคืนหัวใจ...1

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 25k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 21:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตามคืนหัวใจ...1
แบบอักษร

“จะปล่อยไว้แบบนั้นจริงๆหรือลูก”

“เขมก็ไม่ได้เอาอะไรรั้งเขาไว้นิคะ”

ทำใจแข็งเข้าไว้ ต่อให้อัศวินจะยืนจนเช้าเธอก็จะไม่มีทางที่ใจนั้นจะโอนอ่อนลง

 “ไปบอกให้เขากลับไปเถอะนะ เดี๋ยวจะจับไข้เอา” ฝนที่ตกลงมาใช่ว่าจะเม็ดเล็กๆเพราะมันทั้งเม็ดใหญ่และตกแรงพอสมควร แรงราวกับพายุมันเข้าอย่างไงอย่างนั้น

 “เขาอยากจะกลับเมื่อไหร่เดี๋ยวก็กลับไปเองนั้นแหละค่ะ”

 “เรานี่นะ ลงไปบอกเขาสักหน่อยเถอะ จะอะไรกันยังไงก็คุยกันดีๆ คุยกันให้เข้าใจ” วลีพรเองก็ห่วงบุตรสาวกับลูกเขยของตนเหมือนกัน แต่ยังไงก็ยังสงสารลูกสาวตัวเองที่ต้องทนเจ็บทนรักทั้งๆที่เขานั้นไม่ได้รักตอบ การที่สาวเจ้ายอมแต่งงานในครั้งนี้มันก็เกี่ยวข้องกับธุรกิจครอบครัวและความสัมพันธ์ของสองครอบครัวที่มีให้กัน

 “แม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เขาเหนื่อยเมื่อไหร่เดี๋ยวก็กลับไปเอง แม่ไปพักผ่อนเถอะค่ะ” ยามนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นเวลากลางวันเพราะตอนนี้มันก็ดึกมาแล้วสำหรับคนมีอายุ

 “ยังไงก็อย่าลืมคิดถึงลูกในท้องกันมากๆนะ คนในนั้นสำคัญที่สุด ทำอะไรคิดถึงอนาคตที่มันจะตามมาด้วยนะ” คนเป็นแม่เดินเข้าไปลูบศีรษะทุยของลูกสาวตนเองก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องนอนของเขมมิกา

 เวลามันก็ล่วงเลยมานาน ยามที่จะข่มตาหลับก็ไม่อาจจะปิดได้เต็มเปลือกตา ยามปิดก็ต้องเปิดขึ้นมาอีกครา เพราะใจที่มันกระวนกระวายกับคนที่อยู่หน้าบ้านที่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าชายหนุ่มนั้นจะกลับไปแล้วหรือยัง หรือยังคงยืนอยู่ที่เดิม ฝนที่มันเทกระหน่ำก็เริ่มเบาบ้างแล้ว สุดท้ายแล้วเขมมิกาตัดสินใจที่จะเดินไปดูที่หน้าห้องของตนเองว่าชายหนุ่มนั้นยังคงจะอยู่ที่เดิมหรือไม่

 “หึ สุดท้ายก็ทำไม่ได้อย่างที่พูด” เมื่อเธอเดินไปดู สุดท้ายก็ไม่เจอเขา ป่านนี้คงจะกลับบ้านไปแล้วเสียกระมัง แต่ทว่าเธอจะเดินกลับไปที่เตียงนอนอีกครั้งก็มองเห็นร่างของชายหนุ่มที่กำลังลุกขึ้นมา

 สายตาคมของอัศวินที่มองเห็นร่างของภรรยาสาวยืนอยู่ที่หน้าต่างห้อง เขาก็รีบกุลีกุจอลุกขึ้นมาทันที แม้ว่ากายนั้นมันจะหนาวสั่นสักเพียงใดแต่เขาก็อยากจะแสดงให้เห็นว่าเขานั้นสามารถทำอย่างที่ปากพูดได้


 “คุณกลับไปเถอะค่ะ” เขมมิกาเดินลงมาพร้อมร่มสีดำคันใหญ่ เดินเข้ามาประจันหน้ากับอัศวินที่ยืนตัวสั่นด้วยความหนาวจากเม็ดฝนที่กระหน่ำลงมา

 “ไม่ พะ...พี่จะยืนอยู่ตรงนี้จนกว่าเขมจะเปลี่ยนใจ” สรรพนามแทนตัวเองของเขาเปลี่ยนไป เขมมิกาเองก็นึกสงสัยแต่ก็ไม่อยากจะตอกกลับไปมากนัก จึงได้แต่ปล่อยผ่าน

 “คุณก็รู้ว่ามันไม่มีทางที่ฉันจะเปลี่ยนใจ กลับไปเถอะค่ะ อยู่ตรงนี้ไปมันก็มีแต่เสียเวลาเปล่า”

 “แต่พี่...”

 “ถ้ายังอยากจะคุยกันดีๆก็กลับไปเถอะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่แม้แต่มองหน้าคุณเลย” เธอพูดเด็ดขาดเพราะใจนั้นมันก็นึกห่วงกลัวว่าชายหนุ่มนั้นจะเป็นอะไรไป หากยิ่งไม่สบายเข้าไปอีกมันจะยุ่งยาก

 “.....” เพียงแค่นี้มันก็ไม่อาจที่จะทำให้เขาพูดอะไรได้ออก นอกเสียจากความเงียบเพราะคำพูดของเขมมิกานั้นมันแสดงความเด็ดขาดจนเขาเองก็หวั่นใจเหมือนกัน

 “ขอร้อง อย่าทรมานตัวเองให้ฉันต้องนึกสงสารคุณ” คำพูดที่เย็นชาของเขมมิกามันทิ่มแทงเข้ามาที่หัวใจของอัศวินยิ่งนัก ก่อนที่เธอจะเดินจากไปทิ้งไว้เพียงแค่คนข้างหลังอย่างอัศวินที่คล้อยตามองร่างของสาวเจ้าที่กำลังเดินจากไป...

 เหลือไว้เพียงแค่อัศวินที่อยู่ด้านหลัง เนื้อตัวเปียกชุ่มไปหมด รวมทั้งหัวใจของเขาที่มันกำลังร้องไห้ออกมาอย่างอดสู...ความเย็นชาที่เขมมิกาส่งมามันสะท้านเข้าไปทั้งใจ เขารู้ว่าตัวเองนั้นผิดจนเกินจะให้อภัยได้ แต่เขาก็ไม่อาจจะยอมรับความห่างเหินที่เขมมิกามีให้ต่อเขาได้เหมือนกัน

 คนที่เดินกลับมา ใช่ว่ามือของเธอนั้นไม่อยากที่จะเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าของอัศวิน แต่ใจมันต้องแข็งเสียไว้ เธอจะทำตัวอ่อนแออย่างที่เคยเป็นมาไม่ได้ ความเข้มแข็งเป็นสิ่งหนึ่งที่เธอต้องยึดมั่นไว้ให้เสียได้



“แม่คะดื่มน้ำหน่อยนะคะ” มือของปานธิดาประคองร่างของมารดาที่นอนอยู่บนเตียงคนป่วยให้ลุกขึ้นมาดื่มน้ำดับอาการกระหาย

 “แม่ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว เราไปทำงานเถอะ” นึกห่วงที่บุตรสาวมาเฝ้าตนเช่นนี้ กลัวว่าจะเสียการเสียงาน

 “ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ จะ...เจ้านายดาเขาไม่ได้ว่าอะไร” จะไปว่าได้ยังไงกันเล่า ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นคนตกงาน ไม่มีงานมีการทำอย่างมารดานั้นเข้าใจ จะบอกไปก็กลัวว่าจะกังวลแล้วพลานให้อาการทรุดลงไปอีก

 “จริงหรือ แม่เห็นเรามาเฝ้ามาแทบทุกวันงานการก็มีก็ไปทำซะ เดี๋ยวเขาจะว่าเอาได้” จริงๆก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ร่างกายก็เริ่มฟื้นตัวบ้างแล้ว

 “ไม่...”

 “นั่นนะสิครับ ผมว่าคุณควรจะเข้าไปทำงานบ้างนะ” ปานธิดายังไม่ทันจะพูดจบ เสียงที่มันแสนจะคุ้นหูก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน

 “คุณอัคริน” เธอรีบค้อนตามองผู้ชายที่เพิ่งมาใหม่ ไม่ว่าจะตอนนี้หรอตอนไหนเธอก็ไม่อยากจะมองหน้าเขาสักนิด ไม่รู้ว่าจะมาเจอหน้ากันอีกทำไมทั้งๆที่ก็พร่ำบอกไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ยังดันทุรัง

 “แม่ก็ว่าอย่างนั้นนะดา อยู่อย่างนี้มันจะเสียเวลาเปล่าๆ”

 “แต่แม่คะ...”

 “ไม่มีแต่ กลับไปทำงานเถอะแม่ดูแลตัวเองได้ ตอนเย็นค่อยมาหาก็ได้”

 “ค่ะ...” สุดท้ายเธอก็ไม่อาจที่จะขัดใจมารดาได้

 “ไปกันดีกว่านะครับ”

 “ใครบอกว่าฉันจะไปกับคุณ”

 “ดา ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ไปกับคุณอัครินเขาเถอะจะได้ไม่เสียเวลา”

 “......” ปานธิดาไม่อาจที่จะคัดค้านสิ่งใดได้ ในเมื่อมารดาเธอบอกกล่าวเช่นนั้นแล้ว

 “ถ้าอย่างนั้น เราขอตัวก่อนนะครับ” อัครินเอื้อนเอ่ยแก่หญิงวัยกลางคนที่นอนอยู่บนเตียง พร้อมทั้งก้าวเดินออกมาแต่ทว่ามือหนาก็ไม่วายที่ขะคว้ามือของปานธิดาติดมือของตัวเองมาด้วย

 “ว๊าย! คุณริน!” จู่ๆ ก็ดึงมือของเธอมา จนเธอนั้นตกใจกับการกระทำบ้าๆบอๆของเขา คิดอยากจะทำอะไรก็ทำหรืออย่างไร

 “นะ...หนูไปก่อนนะแม่ คุณริน!” เขาจับเธอลากออกมาทั้งๆที่ยังไม่ทันได้เอ่ยบอกมารดาเลย จนเธอนั้นต้องรีบหันไปบอกแล้วเดินตามแรงลากของเขาออกมา

 “คุณริน!!!” พอถึงลานจอดรถมือบางก็รีบสะบัดให้มือของเขาหลุดออกไปจากมือเธอ

 “อะไร ไม่เคยเรียกหรือยังไง” เขาเองก็หันมาตามเสียงตวาดของปานธิดา แถมเจ้าตัวนั้นยังทำหน้าตาทะลึ่งตึงตังราวกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งมันชั่งตรงกันข้ามกับอีกคนเหลือเกิน เพราะตอนนี้เธอนั้นแทบจะงาบหัวของอัครินได้อยู่แล้ว

มาเเล้วจ้าาา

ขอโทษที่ให้รอนานกันนะคะ

ไรท์เพิ่งหายป่วย ทุกคนก็อย่าลืมดูเเละสุขภาพกันด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น