facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

​ตอนที่ 12-2 ทำตัวแย่ๆ แทน

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 12-2 ทำตัวแย่ๆ แทน

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 920

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 22:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 12-2 ทำตัวแย่ๆ แทน
แบบอักษร

เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่ห้าวินาทีซอนอูก็มีความคิดมากมาย ไม่รู้ว่าในสถานการณ์นี้ตัวเองต้องแทรกเข้าไปยังไงถึงจะไม่โดนฝ่ามือจากทั้งสองคนและจบเหตุการณ์นี้ได้อย่างขาวสะอาด ทว่าคุณรุ่นน้องกลับไม่สนใจความคิดอันลึกซึ้งและความลำบากใจของรุ่นพี่เลย

“ว่าแต่นาย เห็นหาเรื่องเหมือนจะต่อยมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ทำไมไม่ต่อยล่ะ ป๊อดเหรอ อ๋อ... ก่อนหน้านั้นเคยโดนไปครั้งหนึ่งแล้วก็เลยกลัวอะดิ”

“โอ๊ย พูดอะไรวะ นี่อยากจะโดนต่อยจริงๆ สินะ”

“ปกติฉันให้อีกฝ่ายต่อยก่อนแล้วหลังจากนั้นค่อยต่อยคืนว่ะ”

แล้วความประมาทของทั้งสองฝ่ายก็หยุดลงอย่างเห็นพ้องต้องกัน เพราะอะไรไม่รู้ใช่ไหมล่ะ

หัวเราะกับคำพูดนั้นอย่างสดใส การพูดแหน็บแหนมนี่ก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่งจริงๆ แต่ก่อนที่นักศึกษาอันธพาลที่อารมณ์ขึ้นกับคำไม่กี่คำจะวาดหมัดเข้ามา ซอนอูก็เข้าไปแทรกตรงระหว่างทั้งสองคน เกือบจะได้บอกลาฟันจากกำปั้นแข็งกระด้างนั่นแล้ว แต่หมัดนั้นก็หยุดลงอย่างหวุดหวิด ‘รุ่นพี่บ้าไปแล้วรึไง อยากฟันร่วงเหรอครับ’ ซอนอูจัดการจังหวะหายใจสั้นๆ ก่อนจะย้อนถามโดยองที่เผลอโพล่งคำหยาบออกมา ‘มีคนมองอยู่เยอะแยะ ถ้าสู้กันขึ้นมานายจะไม่เสียเปรียบเหรอ’ โธ่ ให้ตายเถอะ โดยองแทบจะหมดแรง หลังจากได้เจอกับยูซอนอูนี่เพิ่งเป็นคำพูดที่เข้าหูครั้งแรกออกมา น่าประหลาดใจจริงๆ


เพราะซอนอูจัดการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างกะทันหันจึงไม่เกิดการทะเลาะวิวาท ทว่าวิธีหยุดดันเป็นการกระทำที่ไม่ถูกใจโดยอง ซอนอูก้มโค้งหลังลงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่าในฐานะรุ่นพี่เขาจะขอโทษแทนความผิดของรุ่นน้องเอง ครั้งหน้าจะตักเตือนให้ ซึ่งนั่นมันดูเหมือนไม่ไว้หน้ากันเลย โดยองไม่ชอบการขาดทุนเพราะพวกคนชั้นต่ำแบบนั้น เขาจะไม่อะไรเลยถ้าเจอกันข้างนอกไม่ใช่ในมหาวิทยาลัยแบบนี้ โดยองไม่ชอบที่ซอนอูก้มลงจนกระทั่งตัวหดเป็นกลมๆ แบบนั้นเอาเสียเลย แล้วก็ไม่พอใจตัวเองที่เป็นคนก่อเรื่องแบบนี้ด้วย ถึงจะแค่เมื่อครู่แต่ร่างกายที่เคยเบาหวิวกลับทรุดหนักลง

โดยองรู้สึกเหมือนจะว้าวุ่นแหล่ไม่ว้าวุ่นแหล่ ส่วนซอนอูก็ภาคภูมิใจในตัวเองที่ยุติเรื่องราวลงได้อย่างสันติ ‘นี่ก็คือการเป็นผู้ใหญ่สินะ!’ พูดพลางตื่นเต้นกับความคิดที่จะตักเตือนโดยอง แต่พอกำลังจะอ้าปาก เขาก็ลังเลว่าจะบ่นดีไหม เพราะอารมณ์ของคุณลีโดยองก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีพอสมควร

“นี่ ทำไมหน้าเป็นแบบนั้น ฉันแค่ตั้งใจช่วยเพราะนายจะโดนต่อยนะ”

“ถ้าโดนต่อยครั้งนึง ผมก็แค่ต่อยกลับไปสองครั้งก็ได้นี่ครับ”

“ดูนิสัยสิ เด็กนี่ช่างไม่สนใจอะไรจริงจริ๊งงง ถ้าคนในครอบครัวรู้ขึ้นมาจะเป็นลมเอานะ นายต้องขอบคุณที่ฉันช่วยเก็บความลับไว้ให้ด้วยสิ ไอ้บ้านี่”

“แต่ว่ารุ่นพี่...”

“อะไร!”

“ในฐานะรุ่นพี่ ก็เหมือนจะพูดกับผม... เกินไปนะครับ ใช่ไหมล่ะ”

ฮึก ปาก ปาก ปาก! ถ้าจะปากดีก็เลือกเวลาเลือกสถานที่เลือกคนแล้วใช้สมองคิดหน่อยสิ ไอ้ปากพล่อยนี่!

คำพูดและท่าทางที่เขาเคยใช้กับโดยองเมื่อก่อนออกมาสู่โลกภายนอกครู่หนึ่ง หลังจากนั้นสติก็เหมือนจะหลุดหายไปแล้ว เมื่อซอนอูตั้งสติกลับมาได้ก็ตีปากตัวเองแปะๆ อย่างแรง โดยองมองการกระทำตลกๆ นั่นก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา คนที่ทำให้คนรอบตัวหัวเราะได้ก็คือยูซอนอู

โดยองจับมือของซอนอูที่ใช้ฟาดริมฝีปากไม่หยุดอย่างรวดเร็ว ซอนอูเองก็งุนงงไม่น้อยที่อยู่ๆ ก็ถูกโดยองคว้ามือไว้ สายตาของทั้งสองคนประสานกันอย่างสั้นๆ  โดยองกำลังหัวเราะอยู่ เมื่อซอนอูหันไปเจอสีหน้าแบบนั้นก็นึกถึงความรู้สึกที่ตัวเองเคยรู้สึกเมื่อไม่กี่นาทีก่อนอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มันชัดเจนเหลือเกิน ไม่ได้เหมือนเป็นความรู้สึก มันเป็นอารมณ์อะไรบางอย่าง

“ช่วยตั้งสติแล้วรีบๆ เข้าไปให้เหมือนกับที่ตีปากรัวๆ หน่อยครับ”

“อ่า... อะ... อ้ออ นั่นสิ อือ”

อีกฝ่ายปล่อยมือข้างที่ถูกจับไว้ออกแล้วแต่หัวใจเขาก็ยังหาจังหวะการเต้นแบบเดิมไม่ได้แถมยังคงเต้นระรัว ตอนนั้นลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงนะ แล้วไปหลบอยู่ที่ไหนถึงได้โผล่มาตอนนี้ ซอนอูรู้สึกงุนงงไม่หยุด โดยองเดินนำหน้าไปก่อนเช่นเคย ทว่าพอเห็นซอนอูเหม่อลอยก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา

จะไม่มีสติไม่ได้นะ! ถ้าเป็นแบบนั้นจะถูกจับได้ จะถูกโดยอง... จับได้แน่ๆ จะ... จะเป็นเรื่องใหญ่... เรื่องใหญ่แน่


ซอนอูนึกถึงเรื่องใหญ่หลายๆ อย่างที่อาจจะเกิดขึ้นจึงตัวสั่นเทา ก่อนจะเดินกะโผลกกะเผลกเข้าไปใกล้โดยอง เมื่อมาถึงหน้าห้องเรียนโดยองก็คืนกระเป๋าให้ซอนอูและหัวเราะออกมาอีกครั้งกับเสียงถอนหายใจ ‘เฮ้อออ’

“กังวลเหรอครับ”

“จะกังวลอะไรล่ะครับ ผมจะกล้าทำได้ยังไง”

“โอ๊ะ ดูมั่นใจนะครับเนี่ย”

“...พูดอะไรเนี่ย”

“แล้วถ้าเป็นรุ่นพี่จะพูดอะไรตอนนี้ล่ะครับ”

ใบหน้าของโดยองที่มองซอนอูเหมือนจะสื่อว่า ไม่รู้ว่าตอนนี้นายพูดไร้สาระอะไรอยู่จริงๆ

“วันนี้หลังจากฟังบรรยายวิชาพื้นฐานชั่วโมงแรก ชั่วโมงหลังก็จะมีสอบไงครับ สอบกลางภาคน่ะ”

และเวลาก็หยุดหมุนไปชั่วขณะ ไม่สิ ถ้าหยุดไปเลยก็อาจจะดีกว่า ซอนอูพยายามจะไม่ยอมรับความจริง แต่ถึงไม่ยอมรับแล้วจะสามารถทำอะไรได้กัน

“...เฮ้ยย! โกหกสินะ! นี่ ไม่เชื่อ ไม่เชื่อหรอก! ฉันไม่ได้เป็นคนหัวอ่อนขนาดนั้นนะ?!”

“ก็เหมือนคนหัวอ่อนจริงๆ นี่นา หันไปมองความจริงสิครับ”

ซอนอูหันมองรอบๆ ตามคำพูดของรุ่นน้องที่เหมือนมีดไร้ความคม ไม่มีพวกนักศึกษาที่นั่งข้างๆ กันเหมือนพวกเขาสองคนเลย ทุกคนต่างนั่งตามโต๊ะที่ถูกเรียงเป็นแถวเดียวก่อนจะปักจมูกลงที่หนังสือเรียนพลางอ่านเนื้อหาทวน แล้วนักศึกษาบางคนก็ส่งสายตามาให้ยูซอนอูที่ไม่ยอมรับความจริงเรื่องการสอบ ‘จะถึงเวลาสอบแล้ว ช่วยหุบปากนั่งลงอ่านหนังสือหน่อยไม่ได้รึไง’ ซอนอูไม่สามารถเอาชนะสายตาตำหนิแบบนั้นได้จึงมีสีหน้าบูดเบี้ยว อยากจะฆ่าตัวเองที่แต่ก่อนที่ไม่เคยตั้งใจเรียนแม้แต่นิด


เมื่ออาจารย์เข้ามาหนึ่งชั่วโมงสุดท้ายของคลาสก็ได้เริ่มขึ้น ยิ่งตอกย้ำว่าคำพูดของโดยองเป็นความจริงไม่ใช่คำโกหก ซอนอูคว่ำหน้ากับข้อสอบที่ต้องแก้โจทย์อัตนัยห้าข้อและส่งภายในหนึ่งชั่วโมง เขาเขกหัวลงบนโต๊ะหนังสือพลางโทษตัวเอง

ตายซะ ตาย ออกไปตายซะ ยูซอนอู

ถ้าไม่ทำเกรดวิชาพื้นฐานให้เต็มในภาคเรียนนี้ เกรดรวมเขาก็จะไม่พอ ความสิ้นหวังก็คือความสิ้นหวังจริงๆ ซอนอูไม่รู้อะไรเลย ไม่สามารถเติมอะไรลงในกระดาษคำตอบให้เต็มด้วย

คงทำได้แค่นั่งเหม่อไปแบบนี้อีกหนึ่งชั่วโมงสินะ ฉันน่ะ...


หลังจากซอนอูยอมแพ้ทุกอย่างและค่อยๆ เข้าไปในภวังค์ โดยองก็กำลังเติมคำตอบของตัวเองให้เต็มกระดาษอย่างตั้งอกตั้งใจ คำถามพวกนั้นง่ายมาก ถ้าอ่านชีทเรียนวิชาพื้นฐานอีกครั้งและท่องข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับโจทย์ซึ่งเคยเรียนมา มันก็เป็นแค่โจทย์ที่ใครๆ ก็สามารถเขียนตอบลงไปได้และโจทย์ทุกข้อก็เป็นแบบนั้นหมด ยกเว้นโจทย์อัตนัยข้อสุดท้ายที่ให้แสดงความคิดเห็น ง่ายอย่างกับปลอกกล้วยเข้าปาก สำหรับเขาแล้วไม่จำเป็นต้องให้เวลาทำข้อสอบทีละชั่วโมงเลย หลังจากโดยองเสร็จสิ้นการเขียนคำตอบภายในเวลาไม่กี่นาทีก็ค่อยๆ หยิบของนู่นนี่ของตัวเอง และแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่คาดเดาเอาไว้เสมอ เมื่อโดยองสะพายกระเป๋าจึงหันไปมองก่อนจะพบซอนอูที่ยังไม่สามารถออกจากส่วนลึกของภวังค์พร้อมกับกระดาษขาวโพลน ซอนอูก็มองโดยองขยับตัวเพื่อลุกจากที่นั่งเช่นกัน

เจ้านั่นฉลาดจริงๆ เลยสินะ...

เขามองรุ่นพี่ที่อยู่ในสภาพโศกเศร้าอย่างบอกไม่ถูกจากนั้นก็ถอนหายใจ ‘ตอนนี้รุ่นพี่ทำอะไรอยู่ครับ’ โดยองค่อยๆ ขยับปากถามซอนอูช้าๆ และซอนอูก็ตอบเขากลับมาอย่างชัดเจน

‘ฉันไม่รู้เลยสักข้อ’

‘นึกอะไรขึ้นมาได้ก็เขียนๆ ไปบ้างเถอะครับ!’

‘ไม่รู้ว่าโจทย์หมายความว่าอะไรนี่’

ขนาดรูปปากยังน่าสงสารเลย ใช่แล้ว โจทย์มันเป็นภาษาอังกฤษ วิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ เนื้อหาของโจทย์จึงเป็นภาษาอังกฤษด้วย โดยองส่งเสียงอื้ออึงแบบไม่มีเสียง ถ้าอย่างนั้นจะขยันติวสอบโทอิคไปเพื่ออะไร ตอนติวหนังสือมัวแต่ใช้เวลาทำอะไรกัน โดยองดึงทึ้งหัวตัวเองกับการกระทำที่เขาไม่เข้าใจของซอนอู ถ้าปล่อยว่างไว้แบบนั้นปีหน้าก็คงต้องลงเรียนวิชาพื้นฐานตัวเดิมซ้ำอีก สุดท้ายโดยองก็ไม่ได้ลุกออกไปแต่กลับนั่งลงอีกครั้ง ถึงจะไม่ได้นั่งอยู่หลังสุดแต่ก็ไม่ใช่ที่นั่งที่สะดุดตาอาจารย์ เขาจึงกล้าทำกระทำการเสี่ยงอันตราย หลังจากนั้นเปิดปากกาอีกครั้งพร้อมกับเรียกชื่อซอนอู

“เอาข้อสอบมาครับ”

“อะไรนะ”

“เอามาครับ เร็วๆ”

เมื่อถูกต่อว่าด้วยสายตาเฉียบคมซอนอูจึงส่งข้อสอบของตัวเองให้ทันที โดยองลอบมองสายตาของอาจารย์ก่อนจะรับกระดาษเปล่ามาเขียนคำตอบให้เต็ม นี่เป็นครั้งแรกที่โดยองทำข้อสอบแทนด้วยความรอบคอบและใช้สมาธิทั้งหมดที่มีตั้งแต่เกิดมา เพราะถ้าเกิดถูกอาจารย์จับได้ขึ้นมาแน่นอนว่าซอนอูก็คงจะได้ศูนย์คะแนน เขาจึงต้องตั้งหน้าตั้งตาจัดการเรื่องราวทั้งหมด ยูซอนอูไม่รู้ว่าทำไมโดยองถึงทำตัวน่ารักและยอมลำบากแทนตัวเองแบบนั้น แต่ก็ไม่สามารถเลิกทำหน้าตาน่าสงสารจนเหมือนจะร้องไห้ออกมาในเร็วๆ นี้ได้เลย


หลังจากโดยองทำข้อสอบของซอนอูเสร็จหมดแล้วก็ลุกขึ้นอีกครั้ง ซอนอูเองก็ค่อยๆ ยันตัวขึ้นพร้อมกับรับไม้ค้ำและกระเป๋าจากโดยอง ก่อนจะปล่อยรุ่นน้องเดินออกไปก่อนแล้วตัวเองตามหลังเพื่อไม่ให้โดนจับได้และสามารถเก็บความลับได้อย่างลุล่วงไร้ที่ติ ตอนนี้พวกเขาลงเรือลำเดียวกันแล้ว ช่วงระยะทางจนกว่าจะถึงทางออกซอนอูกลับคลายความกังวลไม่ได้เลย แต่โดยองกลับนิ่งเฉยซึ่งต่างจากซอนอูที่ไม่สามารถรักษาในสถานการณ์ตึงเครียดได้ เขาส่งข้อสอบด้วยมือที่สั่นเทาก่อนจะหมุนตัวออกไป ทว่า...

“นี่ เจ้าไม้ค้ำ”

เหมือนมีฟ้าผ่าในวันที่ท้องฟ้าสดใส โดยองที่นำหน้าไปก่อนก็ผงะแล้วหันหน้ากลับมา ซึ่งอาจารย์ไม่ได้เรียกโดยองแต่เป็นซอนอู ซอนอูตกใจจนตอบกลับไปไม่ได้พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้อาจารย์อย่างประหม่า เขาต้องถามอาจารย์ว่าเรียกทำไมแต่คำนั้นก็ไม่ยอมออกมาจากปากสักที ต้องพูดว่าขอโทษก่อนไหมนะ และขณะที่กำลังจะเปิดปากพูดตามความคิด

“ช่วยดูอีกที ไม่ได้เขียนชื่อน่ะ”

ซอนอูจึงเขียนชื่อที่ข้อสอบก่อนจะออกมา ชั่วขณะที่อาจารย์เรียกตัวเองก็รู้สึกว่าอายุสั้นลงเป็นสองเท่ามากกว่าตอนโดนโดยองคุกคามในชีวิตประจำวันซะอีก หลังจากเขียนชื่อและรหัสประจำตัวลงในช่องว่างด้วยมือสั่นเทาก็ออกจากห้องเรียนอย่างรวดเร็ว จนไม่เห็นโดยองที่ออกมารอก่อนแล้วเดินผ่านไปแบบนั้น

ฉันอาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน อาจจะหัวใจวายกะทันหันก็ได้ ถ้าเกิดยังเครียดต่อเนื่องจนปล่อยวางไม่ได้แบบนี้

ซอนอูมีสีหน้าซีดเซียวเดินทำท่าทำทางตรงทางเดินพร้อมกับพึมพำราวกับท่องคาถา โดยองที่ยืนอยู่ข้างๆ คนขากะเผลกก็หัวเราะคิกคักก่อนจะตบบ่าซอนอูแล้วยื่นหน้าเข้าไปหา เมื่อเห็นใบหน้าของโดยองที่จู่ๆ ก็โผล่พรวดเข้ามาหัวใจของซอนอูก็เต้นรัว

“ผมช่วยชีวิตรุ่นพี่ใช่ไหมครับ”

“ฮะ? เออ ใช่ ใช่แล้ววว”

“ถ้างั้นวันนี้รุ่นพี่เลี้ยงข้าวนะครับ”

“ฉัน... ไม่มีเงินนะ”

“ไม่เป็นไรครับ เพราะตอนนี้ผมอยากกินคัพรามยอน ถ้าแค่นั้นก็ไหวใช่ไหมล่ะครับ”

“เฮ้ย เฮ้ยยย! บอกว่าอย่างวิ่งไง! ฉันเป็นคนป่วยนะ!”

โดยองไม่ได้สะทกสะท้านอะไรกับการตะโกนเสียงดังของซอนอู ถึงตอนนี้จะสอบเสร็จไปแค่วิชาเดียวแต่ฝีเท้าของเขาก็เบาเป็นพิเศษ

ความคิดเห็น